
Honda CB500 Super Four 2026 เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปีที่ประเทศญี่ปุ่น มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง E-Clutch รุ่นที่สอง
SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Honda CB500 Super Four 2026 เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปีที่ประเทศญี่ปุ่น มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง E-Clutch รุ่นที่สอง

All New Honda Wave 110 อย่างเป็นทางการ ปรับดีไซน์ใหม่ เพิ่มระบบความปลอดภัย CBS และช่องชาร์จ USB Type C ประหยัดน้ำมันสูงสุด 71.4 กม./ลิตร

Italjet Dragster 300 Black Edition ปี 2026 สกู๊ตเตอร์ดีไซน์ดุดันจากอิตาลี มาพร้อมเฟรมดำสุดโหดและเครื่องยนต์ 278 ซีซี เช็กสเปคและราคาที่นี่

Fantic Imola 125 โฉมโปรโตไทป์ต้นแบบ ขนาด 125 ซีซี อีกหนึ่งโมเดลที่น่าสนใจอีกรุ่น ที่พัฒนาต่อยอดมาจาก Stealth 125 และเผยโฉมครั้งแรกในงาน Eicma 2023 ที่อิตาลีที่ผ่านมาอย่าง Fantic Imola Concept โมเดลสายสนามรุ่นต้นแบบสัญชาติอิตาลี ที่ทางค่ายได้พัฒนาขึ้นโดยถอด DNA จากตัวแข่งโปรโตไทป์ MotoGP มาในคราบรถสปอร์ตพิกัด 125 ซีซี พร้อมเทคโนโลยีการใช้งานครบครัน กับมิติรูปลักษณ์แบบทรงสปอร์ตเต็มพิกัด โฉบเฉี่ยวด้วยเส้นสายแฟริ่ง มาพร้อมกับชุดสีดำ-แดง และลวดลายกราฟิกสีขาว ดูคมเข้ม พร้อมติดดับเบิ้ลแฟริ่ง วิงก์เลต พร้อมทั้งชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์บริเวณบังโคลน รวมถึงชิลด์หน้าและแฮนด์จับโช้คทรงสปอร์ต หน้าจอสี TFT 5 นิ้ว และตัวเบาะชิ้นเดียวพร้อมท้ายตูดมด ดูเท่ขึ้นไปอีกขั้น วิงก์เลตด้านหน้า ท้ายตูดมด ในส่วนขุมพลังเครื่องยนต์เป็นแบบ 4 จังหวะ สูบเดียวขนาด 125 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ รวมถึงติดตั้งแอสซิสต์ แอนด์ สลิปเปอร์คลัตช์ เพิ่มความนุ่มนวลในจังหวะเชนเกียร์ลง รวมถึงระบบวาล์วแปรผัน และถังน้ำมันขนาด 12 ลิตร ท่อ Slip on ปั๊มหน้า Brembo โลโก้ขาว รวมถึงตัวเฟรมที่ทำจากโครงเหล็ก ซับเฟรมอลูมิเนียม ท่อไอเสียแบบติดตั้งแคท และช่วงล่างกับโช้คหน้าแบบหัวกลับกระบอกสีทอง ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวแบบโมโนช็อค ระบบเบรกดิส์กเบรกหน้าขนาด 320 มม. ส่วนด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเช่นเดียวกัน พร้อมระบบ Cornering ABS คาลิเปอร์เบรกด้านหน้าเป็น Brembo โลโก้ขาว ล้อสีดำดีไซน์แบบ 5 ก้าน และสวมยาง Pirelli Dlablo SuperCorsa SP V4 ขนาด 110/70R17 และ 140/70R17 โดยรุ่นนี้เป็นเพียงโฉมต้นแบบเท่านั้น ถือว่าให้มาเกินพิกัดสุด ๆ อย่างไรก็ดีทางค่ายอาจมีการผลิตโมเดลรุ่นนี้ขึ้นในอนาคต ยังไงก็ต้องรอผลคอนเฟิมอีกครั้ง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ducati Diavel for Bentley ผลงานสุดพิเศษหลังคอลแล็บกับรถหรูสัญชาติอังกฤษ ค่ายรถมอเตอร์ไซค์ระดับตำนานจากอิตาลีอย่างดูคาติจับมือกับค่ายยนตรกรรมหรูจากอังกฤษเบนท์ลีย์ก่อกำเนิดเป็น Ducati Diavel for Bentley ครูเซอร์สุดพิเศษจำนวนจำกัดสำหรับสาวกเบนท์ลีย์ มาพร้อมความหรูหราและโดดเด่นดุจดังงานศิลปะที่ใครเห็นก็ต้องตาค้าง ดีไซน์ ผลงานนี้เกิดจากความร่วมมือกับดีไซเนอร์ของทางเบนท์ลีย์ จนกลายเป็นมอเตอร์ไบค์สุดพิเศษ โดยได้แรงบันดาลใจมาจาก Batur โมเดลพิเศษจำนวนจำกัดของทางค่ายอังกฤษที่เน้นทำด้วยมือหรือแฮนด์คราฟต์ ตัวรถจึงโดดเด่นด้วยสีเขียว Scarab Green แบบเดียวกัน ยังมีการเลือกใช้สีของชิ้นส่วนต่าง ๆ แบบเดียวกับโมเดล Batur เช่น กริลล์ที่แรมแอร์ด้านหน้าเป็นทรงสามเหลี่ยมสีดำตัดสีแดง สีดำตัดด้วยแดงในบริเวณส่วนของเบาะ เป็นต้น ทั้งยังมีชิ้นส่วนที่ประหนึ่งว่ายกมาจากรถ Batur อย่างล้อฟอร์จสีไทเทเนียมเข้ม Dark Titanium Satin ที่มีเปิดผิวบางส่วนไว้เพิ่มความสวยหรู บังโคลนหน้าและแฟริ่งหน้าดีไซน์เหลี่ยมมุมเป็นสันเหมือนดั่งกระโปรงหน้ารถ แม้กระทั่งครอบเบาะท้ายเองก็มีดีไซน์ที่คล้ายกับท้ายของรถยนต์ นอกจากนี้ชิ้นส่วนหลาย ๆ ส่วนของตัวรถยังทำจากวัสดุราคาแพง เช่น คาร์บอนไฟเบอร์คุณภาพสูง ได้แก่ บังโคลนหน้า ครอบไฟหน้า ครอบเครื่อง ครอบท่อ ครอบแผงหม้อน้ำ แฟริ่งชิ้นข้าง และส่วนท้ายรถ ตัวเบาะนั่งเองก็ทำจากหนังอัลคันทาราสีดำแบบเดียวกับภายในรถ Batur และตัดเย็บอย่างปราณีต มีช่องเผยให้เห็นผ้าสีแดงที่เป็นเลเยอร์อยู่ด้านในตัวเบาะ พร้อมกันนี้ยังเย็บโลโกเบนท์ลีย์ไว้อีกด้วย และยังนี้มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ท่อไอเสียใหม่ เป็นปลายคู่ที่มีเส้นสายกลมกลืนไปกับตัวรถได้อย่างลงตัว ในส่วนของสมรรถนะจะยังคงเดิมไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรในส่วนของเครื่องยนต์และกลไกอื่น ๆ ยังคงเป็นเครื่อง V4 Granturismo ขนาด 1,158 ซีซี 168 แรงม้าเช่นเดิม ช่วงล่างก็เช่นกัน โช้คหน้าหัวกลับปรับแต่งได้เต็มระบบ โช้คหลังเดี่ยวซับแทงค์ปรับแต่งได้ร่วมกับสวิงอาร์มเดี่ยว ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกหน้าคู่กับคาลิเปอร์เบรก Brembo Stylema และดิสก์หลังเดี่ยวกับคาลิเปอร์เบรก Brembo ล้อหน้าและหลังขนาด 17 นิ้วเท่านั้น รัดด้วยยาง Pirelli Diablo Rosso III ขนาด 120/70 – ZR17 และหลังขนาด 240/45 – ZR17 การจำหน่าย การจำหน่ายของโมเดลนี้จะมีขึ้นอย่างจำนวนจำกัดคือ 500 + 50 โดยตัวเลข 50 คันหลังนั้นสำหรับ Bently Mulliner ซึ่งจะจำหน่ายในกับเจ้าของเบนท์ลีย์โดยเฉพาะ ซึ่งอย่างหลังจะพิเศษขึ้นไปอีกด้วยการคัสตอมสีของเบาะนั่ง สีคาลิเปอร์เบรกหน้า ชิ้นส่วนคาร์บอนและล้อได้เอง โดยจะเลือกให้เหมือนรถของพวกเขา หรือจะเลือกจากพาเลตสีพิเศษที่ทางค่ายจัดเตรียมไว้ก็ทำได้เช่นกัน และแน่นอนว่าแต่ละคันจะมาพร้อมเซอร์ทิฟิเคตรับรองความเป็นของแท้ เบาะนั่งสำหรับคนซ้อนและผ้าคลุม ตัวเลขการผลิตของแต่ละโมเดลจะไม่ซ้ำกันจะถูกยิงเลเซอร์ลงบนเพลตและติดตั้งลงไปบนฝาครอบคาร์บอนไฟเบอร์ด้านขวาของตัวรถ แถมยังแอบมีความพิเศษตรงอนิเมชันไฟท้ายสำหรับโมเดลนี้โดยเฉพาะเมื่อเปิดสวิตช์ และสุดท้ายท้ายสุดรถแต่ละคันจะส่งมอบด้วยการบรรจุภายในกล้องไม้พิเศษโดยเฉพาะอีกด้วย พรีเมียมกันสุด ๆ ไปเลยครับ ส่วนในเรื่องของราคานั้นเริ่มต้นที่ 58,000 ปอนด์หรือราว ๆ 2.6 ล้านบาทครับ งานนี้ถ้ามาไทยราคาก็คงกระโดดขึ้นไปอีกเป็นล้านแน่ ๆ ครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

MV Agusta Superveloce Arsham ศิลปะสองล้อที่แท้จริง และที่คุณกำลังเห็นอยู่นี่คือ MV Agusta Superveloce Arsham ผลงานศิลปะสองล้อที่แท้จริงจากการร่วมกันสร้างสรรค์ของ 2 สุดยอดศิลปิน 1 คือค่ายรถอิตาลีอย่างเอ็มวี อากุสต้า และ 2 คือ Daniel Arsham ซึ่งผลิตออกมาเพียง 6 คันในโลกเท่านั้น มีอะไรยังไงบ้างไปดูกันครับ ก่อนอื่นต้องเท้าความก่อนว่า Daniel คือใคร เขาก็คือศิลปินชื่อดังที่เป็นที่รู้จักจากการเป็นขบถที่แหกกฏเกณฑ์แบบเดิม ๆ ด้วยเทคนิคที่โดดเด่นเฉพาะตัวที่มีชื่อว่า Erosion ซึ่งก็คือการกัดเซาะ เป็นการแสดงให้เห็นแนวคิดเรื่องของกาลเวลาที่ล่วงเลยไปผ่านงานประติมากรรม ซึ่งแน่นอนว่าเขานำเทคนิคนี้มาใช้กับรถคันนี้ด้วยเช่นกัน ดีไซน์ สำหรับโมเดลสุดพิเศษนี้ไม่เพียงงดงามดั่งประติมากรรมและมีสเน่ห์งดงามน่าดึงดูด อีกทั้งยังโดดเด่นสะดุดตา แน่นอนว่าสมรรถนะและเทคโนโลยีในรถนั้นก็ไม่ได้ด้อยลงไปเลย ด้วยการที่ตัวรถมาในโทนสีขาวทั้งคันในทุกส่วนเท่าที่จะเป็นไปได้ กระทั่งเบาะนั่ง หรือแม้แต่ชื่อกราฟิกที่เป็นชื่อโมเดลของรถก็ตาม และจุดเด่นอีกอย่างที่บ่งบอกว่าคือผลงานของ Daniel ก็คือการกัดเซาะบนชิ้นส่วนแฟริ่งบริเวณต่าง ๆ เผยให้เห็นเนื้อในที่เขาบรรจงสร้างไว้เป็นเสมือนถ้ำคริสตัลที่งดงามดุจดั่งอัญมณี รายละเอียดทางเทคนิค – ขุมพลัง 3 สูบเรียงขนาด 798 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำ – แรงม้าสูงสุดที่ 147 แรงม้าที่ 13,000 รอบ – แรงบิดสูงสุดที่ 88 นิวตันเมตรที่ 10,100 รอบ – ท็อปสปีดเคลมที่ 240 กม./ชม. – อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม.ใน 2.05 วินาที – โช้คหน้า Marzocchi แบบหัวกลับปรับแต่งพรีโหลด คอมเพรสชัน และรีบาวด์ได้ – โช้คหลังเดี่ยวจาก Sachs ปรับแต่งพรีโหลด คอมเพรสชัน และรีบาวด์ได้ ทำงานร่วมกับสวิงอาร์มเดี่ยว – ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรกหน้าคู่และคาลิเปอร์เบรก Brembo Stylema โมโนบล็อก 4 ลูกสูบ – ระบบเบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวและคาลิเปอร์เบรก Brembo แบบ 2 ลูกสูบ – ล้ออลูมิเนียมอัลลอยและยาง Pirelli Diablo Rosso Corsa II ขนาด 120/70 – ZR17 M/C 58W และ 180/55 – ZR17 M/C 73W หน้าหลังตามลำดับ การจำหน่าย สำหรับโมเดลนี้เนื่องจากเป็นโมเดลพิเศษ จึงไม่มีขายทั่วไป แต่จะมีเพียงลูกค้าระดับสูงของทางค่ายและนักสะสมศิลปะที่แฟนตัวยงของ Daniel จะได้รับคำเชิญชวนให้เป็นเจ้าของก่อน นอกจากนี้ราคาก็ยังไม่เปิดเผย เรียกได้ว่าแรร์แบบสุด ๆ งานนี้ใครจะได้เป็นเจ้าของบอกเลยว่าต้องเป็นคนที่พิเศษและต้องเป็นเศรษฐีตัวจริงเท่านั้นแหละครับ ส่วนเด็กบ้าน ๆ อย่างเรา ๆ นั่งชมเป็นขวัญตาก็พอแล้วครับพี่น้อง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

KTM 1390 Super Duke R 2024 อสูรร้ายกำเนิดใหม่ การกำเนิดใหม่อีกครั้งของอสูรร้ายตัวแรงอย่าง KTM 1390 Super Duke R 2024 ไฮเปอร์เน็กเก็ดจากค่ายสีส้ม พร้อมกันนี้ยังส่งรุ่น EVO ที่เสริมความไฮเทคแบบเหนือชั้นเข้าไปให้กลายเป็นรถที่ทั้งแรงและทั้งล้ำในคันเดียวกันไปเลย ดีไซน์ มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์มาใหม่แทบทั้งคัน โดดเด่นสะดุดตาที่ไฟหน้า LED ใหม่ดุดันเฉียบคมแถมรีดน้ำหนักไปในตัว สปอยเลอร์ข้างถังน้ำมันออกแบบใหม่เสริมวิงเล็ตเข้าไปในตัว มีการลดแฟริ่งที่ครอบซับเฟรมท้ายออก แต่งไฟท้ายให้เฉียบคมยิ่งขึ้น ทำให้โดยรวมแล้วดูล่ำสันและดุดันยิ่งกว่าเคย เครื่องยนต์ ตัวขุมพลังสองสูบวี LC8 นั้นมีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 1,350 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้กำลังแรงม้าสูงสุด 190 แรงม้าที่ 10,000 รอบและแรงบิดสูงสุดถึง 145 นิวตันเมตรที่ 8,000 รอบ ซึ่งแรงมากขึ้นไปอีกระดับ มีการออกแบบแอร์อินเทคและแอร์บ็อกซ์ใหม่ปรับอัตราทดเกียร์ 5 และ 6 ให้สอดคล้องกับเครื่องยนต์ใหม่ ถังน้ำมันเองก็ปรับดีไซน์พร้อมเพิ่มความจุอีก 1.5 ลิตรกลายเป็น 17.5 ลิตร ช่วงล่าง โดดเด่นด้วยโช้คเอกลักษณ์ของทางค่าย WP APEX เต็มระบบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ปรับแต่งได้หมดทั้งพรีโหลด คอมเพรสชัน รีบาวด์ ไฮสปีดหรือโลว์สปีด ได้หมด ส่วนในรุ่น EVO จะได้ระบบโช้ค WP Semi Active Technology หรือโช้คปรับไฟฟ้าเข้าไปด้วย โดยมีระบบวาล์วแม่เหล็กที่จะทำงานเพื่อปรับการหน่วงในแบบเรียลไทม์ด้วยตัวควบคุมระบบกันสะเทือน เพื่อให้โช้คปรับการทำงานได้แบบอัตโนมัติ ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกหน้าคู่พร้อมคาลิเปอร์เบรก Brembo Stylema โมโนบล็อก 4 ลูกสูบแบบเรเดียลเมาท์ ด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวพร้อมคาลิเปอร์เบรก Brembo แบบ 2 ลูกสูบ ในส่วนของล้อและยางก็จะเป็น 120/70 – ZR17 และ 200/55 – ZR17 เทคโนโลยี เทคโนโลยีเสริมต่าง ๆ มีให้มาพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นระบบคันเร่งไฟฟ้า โหมดการขับขี่ 3 โหมด ได้แก่ Rain, Street และ Sport ยังมีโหมด Performance และ Track ต้องเสียเงินเพิ่มเติม ตัวประมวลผลแรงเฉื่อย IMU ระบบเบรก ABS แบบใช้งานในโค้งได้ แทร็กชันคอนโทรล ครูซคอนโทรล และควิกชิฟเตอร์ 2 ทาง ส่วนในเรื่องของความสะดวกสบายนอกจากหน้าสี TFT 5 นิ้วเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ที่ปัจจุบันเป็นของบังคับใส่กันมาแทบทุกค่ายแล้ว ยังมีเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกอีกมากมาย เช่น ช่อง USB-C สำหรับชาร์จสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์อื่น ๆ ระบบ TPMS หรือระบบตรวจวัดแรงดันลมยางแจ้งเตือนผ่านหน้าจอ ระบบคีย์เลส การจำหน่าย ตัวสแตนดาร์ดจะเริ่มต้นที่ 922,000 บาท ส่วนรุ่น EVO จะเริ่มต้นที่ 1,025,000 บาท (ราคาคำนวณจากเงินยูโรยังไม่รวมภาษีและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ) ถ้ามาจำหน่ายในบ้านเราแน่นอนว่าราคาจะต้องโดดเพิ่มเติมขึ้นไปอีกพอสมควรเลยทีเดียว และน่าจะมีจำหน่ายในบ้านเราเพียงไม่กี่คันอย่างแน่นอน เรียกว่าลิมิเต็ดด้วยราคาของตัวรถเอง แต่เรื่องความแรงและความโดดเด่นนั้นบอกเลยว่าคุ้มค่าคุ้มราคาแน่นอนครับ ใครอยากเป็นเจ้าของต้องรอกันหน่อยครับสำหรับคันนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Triumph TF 250-X โมโตครอสคันแรกของค่ายเปิดราคาแล้ว Triumph TF 250-X โมโตครอสคันแรกของค่ายผู้ดีได้ฤกษ์เปิดตัวเปิดราคาจำหน่ายกันแล้ว โดยทางค่ายชูจุดเด่นให้กำลังแรงม้าต่อน้ำหนักยอดเยี่ยมที่สุดในคลาสพร้อมอะไหล่ระดับท็อปสุด ดีไซน์ ทางไทรอัมพ์เป็นผู้ออกแบบเอง 100% โดยเน้นให้ดุดัน ปราดเปรียว และโดดเด่นเป็นที่จดจำได้ง่ายด้วยการใช้กราฟิกสีเหลืองและดำ โดดเด่นในแบบของทางค่าย เครื่องยนต์ ทางค่ายจะใช้เครื่องยนต์สูบเดียว 4 จังหวะที่มีขนาดกะทัดรัดและเบาเป็นพิเศษ ขนาด 249.95 ซีซี เลือกใช้ลูกสูบอลูมิเนียมฟอร์จและวาล์วไทเทเนียม พร้อมกันนี้มีการเคลือบสาร DLC เพื่อลดแรงเสียดทาน ฝาครอบแม็กนีเซียม และคลัตช์ Exedy มีระบบเกียร์ 5 สปีด ช่วงล่าง ตัวรถใช้เฟรมอลูมิเนียมแบบเปลคู่ที่มีความแข็งแรงและน้ำหนักเบา ออกแบบให้มีความบาลานซ์ที่ดีระหว่างความแข็งแรงและความยืดหยุ่น และทำให้ตัวรถมีอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักที่ดีที่สุดในพิกัด โช้คหน้าของรถจะเป็นโช้ค KYB ระดับท็อป เป็นโช้คหัวกลับขนาด 48 ม.ม. ปรับแต่งได้ทั้งคอมเพรสชันและรีบาวด์ ระยะยุบ 310 ม.ม. ใช้งานร่วมกับแผงคออลูมิเนียมฟอร์จ CNC ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวพร้อมซับแทงค์ปรับแต่งได้ทั้งคอมเพรสชัน (ทั้งไฮสปีดและโลว์สปีด) รีบาวด์ ระยะยุบ 305 ม.ม. ระบบเบรกจะเป็น Brembo เต็มระบบ ด้านหน้าจะเป็นคาลิเปอร์เบรก Brembo แบบลูกสูบคู่และดิสก์เบรกเดี่ยว ด้านหลังเป็นคาลิเปอร์เบรก Brembo ลูกสูบเดี่ยวและดิสก์เบรกเดี่ยว ส่วนล้อจะเป็นล้ออลูมิเนียม DirtStar 7000 พร้อมดุมอลูมิเนียมและยาง Pirelli Scorpion MX32 แบบ Mid-Soft การจำหน่าย เรื่องของการขายเจ้ารถซิ่งทางดินคันนี้เปิดราคาเริ่มต้นที่ 9,795 ปอนด์หรือราว ๆ 434,000 บาท ซึ่งถือว่าราคาเอาเรื่องใช้ได้ แต่คุณก็จะได้รถที่มีสมรรถนะพร้อมลงแข่งได้เลย แต่ยังไม่สุดเพราะทางค่ายยังมีอ็อปชันเสริมเพิ่มความสามารถได้อีก แต่อย่างไรก็ตาม ในความเห็นส่วนตัวแล้วน่าจะขายได้ยากจากการที่ทางค่ายยังไม่มีชื่อเสียงทางด้านนี้ เจ้าตลาดเดิมน่าจะได้เปรียบกว่ามาก นอกจากว่าทางค่ายจะลงแข่งแล้วทำผลงานในรายการ MX ได้ดีครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย เปิดตัว New ADV350 สีใหม่ 2024 มาพร้อมคอนเซปต์ ‘EXPLORE YOUR EXTRAORDINARY ออกไปท้าทาย ให้มากกว่าที่เคย’ เพิ่มความเข้ม เท่ ดุดันยิ่งขึ้นด้วยโทนสีที่ปรับเฉดใหม่ ถึง 3 เฉดสี ได้แก่ ‘สีเทา-ดำ MISTY GREY’ ‘สีดำ NIGHTFALL BLACK’ และ ‘สีแดง-ดำ RED TWILIGHT’ เสริมความเป็น Premium SUV Bike มากกว่าเดิม มาพร้อมกับเครื่องยนต์ eSP+ ขนาด 330 ซีซี 4 วาล์ว และเทคโนโลยีล้ำหน้าครบครันแบบฉบับ SUV Bike ที่ขับขี่ สนุกเร้าใจ รองรับการใช้งานทั้งในเมืองหรือทางไกลแบบทัวริ่ง New Honda ADV350 ได้รับการออกแบบให้มีความเท่ ในสไตล์ Premium SUV Bike เสริมความโดดเด่นด้วยโทนสีใหม่ที่เข้ม และดุดันมากขึ้น สะดุดตาด้วยชุด Emblem สีเงินใหม่พร้อมกับเทเปอร์แฮนด์บาร์ที่ปรับเป็นสีดำพร้อมการ์ดแฮนด์เสริมความแข็งแรง โฉบเฉี่ยวด้วยชุดไฟรอบคันแบบ LED พร้อมลุยด้วยโช้กหน้าแบบหัวกลับ และโช้กหลังติดตั้งซับแทงค์คู่จาก SHOWA วินด์สกรีนปรับความสูงได้ถึง 4 ระดับ ไม่หวั่นทุกเส้นทางด้วยระยะ Ground Clearance ที่สูงถึง 155 มิลลิเมตร สะดวกสบายทุกการเดินทางด้วยพื้นที่เก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ 48 ลิตร ใส่หมวกกันน็อกแบบเต็มใบได้ถึง 2 ใบ รวมถึงช่องเก็บของด้านหน้า มาพร้อมเทคโนโลยีที่เหนือชั้นด้วยหน้าปัดเรือนไมล์แบบ Full LCD แสดงข้อมูลการขับขี่ครบถ้วน รวมถึงช่องชาร์จไฟ USB Type C และรีโมตอัจฉริยะ Honda Smart Key สตาร์ตเครื่องยนต์โดยไม่ต้องใช้กุญแจ สามารถระบุตำแหน่งพร้อมป้องกันการขโมย รองรับไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล New Honda ADV350 มาพร้อมเครื่องยนต์ eSP+ ขนาด 330 ซีซี 4 วาล์ว ส่งกำลังการขับขี่ที่ต่อเนื่องในทุกสภาพถนน อัตราเร่งติดมือไม่ว่าจะเป็นการออกตัวหรือเร่งแซง รวมถึงระบบป้องกันรถเสียการทรงตัว HSTC (Honda Selectable Torque Control) มอบความมั่นใจในการขับขี่มากขึ้นด้วยระบบเบรก ABS หน้า-หลัง อีกทั้งล้ออะลูมิเนียม X-Shaped แบบ 6 ก้าน น้ำหนักเบาสามารถไปได้ทั้งทางเรียบและทางลุยสไตล์ Dual-Purpose ไทยฮอนด้าพร้อมวางจำหน่าย New ADV350 สีใหม่ 2024 รุ่น Standard Type ทั้ง 3 เฉดสีใหม่ ได้แก่ สีเทา-ดำ MISTY GREY’ ‘สีดำ NIGHTFALL BLACK’ และ ‘สีแดง-ดำ RED TWILIGHT’ ราคาแนะนำ 186,400 บาท ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สุขใดเหล่าไม่เท่าเวลาแข่งเร็วขึ้น มือใหม่สกู๊ตเตอร์สายแข่งจากรายการ Yamaha Championship 2023 เปลี่ยนยางตัวใหม่ จาก Pirelli Scooter SC ตัวใหม่ ให้ฟีลลิ่งตอบโจทย์สายสนาม เทโค้งได้มั่นใจ พา Yamaha Aerox รถแข่งคู่ใจ กดเวลาเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ฟังจากปากตัวจริง..!! คุณ นุ๊ก ชาญณรงค์ น้อยเอี่ยม นักแข่งสังกัดทีม นุ๊ก สามห่วง เบอร์ 46 การันตีความมั่นใจหลังเปลี่ยนยาง Pirelli Scooter SC ตัวใหม่ จากเวลาซ้อมที่ทำดีที่สุดต่อเวลารอบสนามช้างได้ 2.49.566 นาที หลังเปลี่ยนยางใหม่สามารถทำลายสถิติเวลาของตัวเองได้ เหลือ 2.46.912 นาที ทางเจ้าตัวพูดมากับปากว่า เวลาที่เร็วขึ้นเกือบ 3 วินาที เป็นเพราะยาง ”ยางพีเรลลี“ ที่ทำให้เวลาต่อรอบของตัวเองเร็วขึ้น จึงการันตีสำหรับสายสกู๊ตเตอร์อย่าง Yamaha Aerox ได้ว่า ถ้าอยากได้ฟีลลิ่งที่มั่นใจมากขึ้น เทโค้งได้ด้วยความเร็วสูง และเวลาต่อรอบที่เร็วขึ้นคงหนีไม่พ้นยาง Pirelli Rosso Scooter SC อย่างแน่นอน.. อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

SuperBikeMag.com Trackday & Trophy 2023 สนาม 3 ปิดฉากลงไปอย่างสนุกสุดมันส์กับกิจกรรมชวนพี่น้องผองเพื่อนนักบิดมาขับขี่ในสนามกับงาน SuperBikeMag.com Trackday & Trophy 2023 สนาม 3 สนามสุดท้ายประจำปีนี้ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 2 – 3 ธันวาคมที่ผ่านมา สำหรับสนามสุดท้ายนี้ยังคงได้รับการตอบรับจากทั้งนักบิดและผู้เข้าชมอย่างเนืองแน่นเช่นเคย โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 1.5 พันคน และมีนักบิดลงทำการขับขี่แทร็กเดย์และแข่งขันรวม ๆ กันกว่า 450 คัน ยังไม่รวมผู้ที่ขับเข้าร่วมงานอีกหลายร้อยคัน โดยในงานนี้ถือเป็นงานที่ช่วยสร้างโอกาสให้กับบรรดานักบิดที่ชื่นชอบความเร็วได้ขับขี่ในสนามกันอย่างปลอดภัย ไม่รบกวนคนอื่นและไม่ผิดกฎหมาย พร้อมกันนี้ยังเปิดโอกาสให้นักบิดหลากหลายระดับฝีมือ จะมือใหม่ มือเก๋า จะชาวไทยหรือต่างชาติ ทั้งยังมีหลากหลายประเภทรถทั้งสปอร์ตไบค์ เน็กเก็ดไบค์ สกู๊ตเตอร์ และรุ่นอื่น ๆ จนเรียกว่าแทบจะไม่จำกัดคลาสกันเลยทีเดียว จนสุดท้ายมีรุ่นให้ทำการขับขี่แข่งขันมากถึง 23 รุ่นกันเลยทีเดียว นอกจากเป็นการเปิดโอกาสให้ได้ลองซิ่งรถหรือขับขี่รถคันโปรดของตัวเองในสนามแล้ว ยังถือเป็นเหมือนการเปิดพื้นที่ให้บรรดานักบิดที่ชื่นชอบความเร็วความแรงได้มาพบปะสังสรรค์ฉันมิตร ได้ทั้งประสบการณ์ ได้ทั้งเพื่อนใหม่ แถมยังได้ของรางวัลติดไม้ติดมือกันไป ทั้งนี้ก็เป็นเพราะมีผู้สนับสนุนการแข่งขันมากมายที่ช่วยผลักดันส่งเสริมสนับสนุนให้กิจกรรมนี้ประสบความสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ไม่ว่าจะเป็น Pirelli ที่มาช่วยบริการต่าง ๆ ในเรื่องของยาง Yamaha Riders’ club ที่ช่วยให้ลูกค้าได้เปิดประสบการณ์ซิ่งในสนามด้วยการเปิดเซ็กชันแข่งขันขับขี่รับรองลูกค้า ตลอดไปจนถึงอำนวยความสะดวกและช่วยสอนเทคนิคต่าง ๆ ให้ลูกค้า Honda Bigbike เองก็เปิดเซ็กชันพิเศษให้สาวกค่ายปีกนกได้หวดกันอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันก็พร้อมดูแลและบริการลูกค้ากันอย่างทุกระดับประทับใจ เท่านั้นยังไม่พอยังมีสปอนเซอร์มากมายที่เปรียบเสมือนผู้ใหญ่ใจดีที่มาออกงานเปิดโปรพิเศษเฉพาะในงาน ตลอดไปจนถึงช่วยสนับสนุนของรางวัลให้กับนักแข่งได้มีของรางวัลติดไม้ติดมือกันไปแบบถือกันไม่ไหวกันเลย อาทิ Real, Bilmola, ID, Zeus, Just1, Nolan และ BikeMate.net ที่สนับสนุนของรางวัลจำพวกไรดิ้งเกียร์ Ohlins, Andreani by Sinamoto, Maverix Group, DID, Jomthai, BRD, Air Supply, Accossato, Hel, BS Battery, Ferodo Racing และ Zipper Bike ที่ร่วมสนับสนุนของรางวัลและออกมาบูธจำหน่ายขายของของแต่งรถราคาพิเศษ หรือจะเป็นทาง eni, Fuch Silkolene และ Liqui Moly ตลอดไปจนถึงแอคเซสซอรี่หรือไบค์แคร์อื่น ๆ จากทาง Imane, Wise, Gut Machine, พรมซิ่ง และ Scootigan ตลอดไปจนถึงอาหารและเครื่องดื่มอร่อย ๆ จากทาง Showpow Cafe และ กะบับว่า by สะโบมั้ย ซึ่งรูปแบบของกิจกรรมก็จะเป็นการขับขี่แทร็กเดย์ ซ้อมและควอลิฟายหาลำดับออกสตาร์ทในวันเสาร์ที่ 2 ก่อนที่มาแข่งขันกันในวันอาทิตย์ที่ 3 เหมือนกับเช่นสนามที่ผ่าน ๆ มา โดยมีการแข่งขันมากถึง 23 รุ่นตั้งแต่รุ่นน้องเล็กจิ๋วอย่าง Mini bike 150 ซีซี ไปจนถึงรุ่นใหญ่ตัวพันของมือเก๋าอย่าง SuperBike 1000 ซีซี ระหว่างรายการเองก็ยังมีกิจกรรมแจกของรางวัลง่าย ๆ เพียงใช้แค่ดวงอย่างกิจกรรม Lucky Draw ที่ใคร ๆ ก็มีโอกาสลุ้นรางวัลจากทางสปอนเซอร์อีกด้วย สุดท้ายนี้ก็ขอแสดงความยินดีกับผู้เข้าแข่งขันทุกท่านที่ได้รับรางวัล ไปจนถึงรางวัลแชมป์ประจำรายการนี้ด้วยครับ ส่วนกิจกรรมครั้งหน้าปี 2024 นั้นจะจัดเมื่อไหร่ ติดตามเราผ่านทาง Facebook ไว้รับรองไม่มีพลาดกิจกรรมดี ๆ อย่างแน่นอนครับ

Benz Racing หรือ อัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช โชว์ฟอร์มนักซิ่งลงแทร็กเคาะสนิม SuperBikemag.com Trackday & Trophy 2023 Powered by Pirelli The SuperBike Tyres สนามสุดท้าย กลับมาครั้งนี้ยังคงเป็นเสือไม่ทิ้งลาย คว้าโพเดี้ยมให้ตัวเองได้ดั่งใจ ในวงการ 2 ล้อ ยังไงทุกคนก็ต้องรู้จักผู้ชายคนนี้ Benz Racing อดีตแฟนของดาราสาวในวงการ และเป็นผู้ที่ชื่นชอบความเร็ว ความแรง ของรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์เป็นชีวิตจิตใจ หลังจากที่ได้พูดคุยกับ เบนซ์ เรซซิ่ง เขาได้พูดว่า ”หลังจากการกลับมา ต่อให้จะไปทำอาชีพไหนก็ตาม ก็ไม่สามารถทิ้งสิ่งที่ผมชอบได้นั่นก็คือ มอเตอร์ไซค์“ ได้ยินแบบนี้แล้วก็อดใจที่จะชวนไม่ได้ ทางเราก็ได้เทียบเชิญเข้ามาเคาะสนิมลงแทร็กกันหน่อย ในงาน SuperBikemag.com Trackday & Trophy 2023 Powered by Pirelli The SuperBike Tyres สนามสุดท้าย เจ้าตัวเองยังบอกกับปากว่า นี่คือครั้งแรกหลังจากกลับมา ที่มีโอกาสได้ขับระดับ 1000 cc. มีคลัตช์ และได้กลับมาใส่ชุดแข่ง ยังเป็นกังวลว่าจะใส่ได้ไหม..เพราะช่วงหลังมานี้น้ำหนักขึ้นมา 5 กิโลกรัม.. สำหรับสนามนี้ ทางเราได้เตรียมบิ๊กไบค์ตัวแรง จัด Yamaha YZF-R1 และ Yamaha YZF-R7 ไว้ให้เคาะสนิม แต่ก็ไม่ยังไม่จุใจ เจ้าตัวขอลงแข่งต่อ ในรุ่น SuperBike 1000 Rookie และ Yamaha Riders’club อีก 2 รุ่น ผลการแข่งขัน ได้คว้าโพเดี้ยมอันดับ 2 ในรุ่น SuperBike 1000 Rookie มาครองได้ด้วยเวลาเร็วที่สุดในช่วงควอลิฟาย 1.12.984 นาที ถือว่าเป็นการกลับที่ไม่ธรรมดา ซ้อม 1 วัน แล้วขึ้นโพเดี้ยม เสือไม่ทิ้งลายจริง ๆ สำหรับปีหน้า SuperBikemag.com Trackday & Trophy 2024 คงได้เห็นฝีไม้ลายมือของผู้ชายคนนี้ในรายการของเราอย่างแน่นอน ติดตามเป็นกำลังใจกันได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Kawasaki ส่งมอบความตื่นเต้นเร้าใจ ด้วยนวัตกรรมสุดล้ำ ในงาน Motor Expo 2023 บริษัท คาวาซากิ มอเตอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด เตรียมสร้างปรากฎการณ์ความตื่นเต้นเร้าใจในงาน Motor Expo 2023 ที่จัดขึ้นที่ อิมแพค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ – 11 ธันวาคม 2566 พร้อมเปิดตัวรถจักรยานยนต์ และนวัตกรรมยานยนต์มากมายสะท้อนไลฟ์สไตล์สุดคูล และความเป็นตำนานที่สร้างความเร้าใจมาอย่างยาวนาน ในบูธจัดแสดงที่ออกแบบสไตล์โฉบเฉี่ยวจนต้องเหลียวหลัง เหมาะกับคนรักความเร็ว Kawasaki ส่งมอบความตื่นเต้นเร้าใจ วิสัยทัศน์ของคาวาซากิในงานจะสะท้อนความมุ่งมั่นเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย และเพื่อสร้างการความสนุกสนาน ตื่นเต้นเร้าใจ ด้วยผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมได้นำมาจัดแสดงที่บูธของคาวาซากิ ซึ่งได้รับการออกแบบมาอย่างสวยงาม เพื่อสร้างความตื่นเต้นให้ผู้เข้าชมผ่านการผสมผสานการใช้เส้นสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ของคาวาซากิ ทำให้ดูโดดเด่นจนต้องหยุดมอง ในงานมีการเผยโฉมรถจักรยานยนต์ไฮไลท์ 3 รุ่นในปี 2024 ที่พร้อมวางจำหน่ายแล้ว สะท้อนความตั้งใจของคาวาซากิในการเพิ่มศักยภาพของการเดินทางและการอยู่ร่วมกันในสังคม ตลอดจนการออกแบบที่สอดรับกับคนรุ่นใหม่ในอนาคต รุ่นรถจักรยานยนต์ไฮไลท์ที่จัดแสดงภายในบูธคาวาซากิในงาน Motor Expo 2023 ■ Ninja ZX-6R 2024 หนึ่งในสุดยอดรถจักรยานยนต์ซูเปอร์สปอร์ต ในตระกูล Ninja ซึ่งมีมายาวนานกว่า 40 ปี ตั้งแต่ปี 1984 กับ Ninja ZX-6R รุ่นใหม่นี้ได้มีการปรับโฉม ทั้งแฟริ่งด้านหน้า ด้านข้างและกระบังลมที่สปอร์ตยิ่งขึ้น พร้อมกับวิงเล็ท และสปอยเลอร์ล่างที่จะช่วยป้องกันลมและแอโรไดนามิค รวมถึงสร้างแรงกดเพื่อควบคุมรถในช่วงความเร็วสูงได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีชุดไฟเทคโนโลยีไฮบริดระหว่าง Projector และ LED โดยที่ยังคงเอกลักษณ์ของนินจาไว้อย่างครบถ้วน นอกเหนือจากนี้เพื่อเพิ่มประสบการณ์การขับขี่ที่ดีขึ้น Ninja ZX-6R ได้รับการติดตั้งเรือนไมล์ full-colour TFT สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ มาพร้อมกับ โหมดการขับขี่ให้เลือกปรับให้เหมาะสมกับสภาวะต่าง ๆ ในการขับขี่ เพิ่มความสนุกสนานมากยิ่งขึ้น ราคา 498,000 บาท ■ Eliminator & Eliminator SE 2024 รถจักรยานยนต์ซิตี้ครุยเซอร์ ขับเคลื่อนด้วยกำลังเครื่องยนต์ขนาด 400 ซีซี พื้นฐานเดียวกันกับ Ninja 400 และเฟรมโครงตาข่ายน้ำหนักเบา ตำแหน่งการขับขี่เป็นธรรมชาติซึ่งสามารถรองรับผู้ขับขี่ได้หลากหลาย ช่วยให้มั่นใจตั้งแต่วินาทีที่คุณนั่ง จุดศูนย์ถ่วงต่ำ ที่จะช่วยให้ขับขี่ได้อย่างคล่องแคล่วในช่วงความเร็วต่ำได้ มาพร้อมกับหน้าจอดิจิทัล LCD ที่ออกแบบใหม่มีให้ความโมเดิร์นและคอมแพ็ค โดยภายในงานนี้คาวาซากิได้นำ Eliminator สีใหม่ pearl robotic white ขาวไข่มุกสวย มาจัดแสดง พร้อมกับอีกหนึ่งเวอร์ชั่น Eliminator SE สีเทาดำ ดุ เข้ม มาพร้อมกับ cowling หน้า ที่ผสานกันได้อย่างลงตัว รวมถึงช่องเสียบสาย USB-C และเบาะนั่งหนังพรีเมี่ยมสองแพทเทิร์น เสริมลุคให้เท่เพิ่มมากยิ่งขึ้น ราคา 224,900 บาท (STD), ราคา 235,900 บาท (SE) ■ Ninja ZX-4R SE 2024 สีใหม่ล่าสุด รถจักรยานยนต์เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง เสียงหวาน ๆ ในพิกัด 400 ซีซี ส่วนควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ ECU ใช้พื้นฐานเดียวกับ Z H2 รุ่นเรือธงของคาวาซากิ ทั้งเกรี้ยวกราดและดุดัน ฟีเจอร์ต่าง ๆ เพียบ ระบบรองรับน้ำหนักด้านหน้าถูกติดตั้งมาเป็นระบบ SFF-BP ของ SHOWA ในส่วนของโช้คอัพหลัง เป็นแบบ Horizontal Back-Link ที่ออกแบบมาจาก Ninja ZX-10R (ในรุ่น SE สามารถปรับพรีโหลดที่โช้คอัพหน้าได้)เรือนไมล์สี TFT ขนาด 4.3 นิ้ว ที่สามารถเลือกโหมดได้ (Normal, Circuit) สร้างประสบการณ์ใหม่ในการควบคุมฟังชั่นค์ต่าง ๆ ผ่านระบบ Smartphone Connectivity โดยหน้าจอ TFT มี Built in Bluetooth เพื่อเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ของผู้ใช้รถโดยเชื่อมต่อผ่านแอพพลิเคชั่น “RIDEOLOGY”

Honda เปิดตัวบิ๊กไบค์ 5 โมเดลใหม่ ใน Motor Expo 2023 จัดเต็มจัดหนักอีกแล้วสำหรับ Thai Honda เปิดตัวบิ๊กไบค์ 5 โมเดลใหม่ในงาน Motor Expo 2023 เหมือนส่งตรงรถมาจากงาน Eicma ประเทศอิตาลี พร้อมกันนี้ยังเผยราคาสุดเร้าใจพร้อมโปรโมชันโมเดลอื่น ๆ อีกมากมาย All New CBR650R 2024 สปอร์ตไบค์ 4 สูบเรียงพิกัด 650 ซีซี มาพร้อมรูปลักษณ์ภายนอกที่อัปเดตใหม่ พร้อมเพิ่มฟังก์ชันหน้าจอสี TFT 5 นิ้ว และสมรรถนะที่ตอบโจทย์การขับขี่ใช้งานบนท้องถนนและในสนามแข่ง นอกจากนี้ยังมีรุ่น E-Clutch ให้เลือกใช้งานอีกด้วย โดยรุ่นสแตนดาร์ดเปิดราคาแนะนำที่ 327,300 บาทเท่านั้น สำหรับรุ่น E-Clutch ยังไม่เปิดราคา All New CB650R 2024 สปอร์ตนีโอคาเฟ่ 4 สูบเรียงพิกัด 650 ซีซี ที่ปรับโฉมใหม่เพิ่มความดุดันน่าใช้งาน เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน และออกเดินทาง และรุ่นนี้ยังมีรุ่น E-Clutch ให้เลือกใช้งานอีกด้วย โดยรุ่นสแตนดาร์ดเปิดราคาแนะนำที่ 312,100 บาทเท่านั้น สำหรับรุ่น E-Clutch ยังไม่เปิดราคา New CBR500R 2024 สปอร์ตไบค์ 2 สูบพิกัด 500 ซีซี สำหรับนักซิ่งบิ๊กไบค์พิกัดเริ่มต้นที่โดดเด่นด้วยสมรรถนะที่ดี สมู้ทเป็นมิตร ปรับดีไซน์ใหม่ เพิ่มหน้าจอสี TFT 5 นิ้วพร้อมเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ เปิดราคาแนะนำที่ 222,800 บาทเท่านั้น New Hornet 500 2024 เดิมก็คือ CB500F เน็กเก็ดไบค์สุดเท่คราวนี้ใช้ดีเอ็นเอสายเลือดแตนซิ่งจากพี่ใหญ่ CB750 Hornet มาในสไตล์โฉบเฉี่ยมยิ่งขึ้น เพิ่มหน้าจอสี TFT 5 นิ้วพร้อมเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ เปิดราคาแนะนำสุดเร้าใจที่ 217,700 บาทเท่านั้น New NX500 2024 หรือเดิมก็คือ CB500X แอดเวนเจอร์ไบค์รุ่นยอดนิยมของไบเกอร์ชาวไทย ที่ปรับโฉมใหม่ให้มีความละม้ายคล้ายรุ่นพี่อย่าง Translap และมีภาพลักษณ์สมบุกสมบันมากขึ้น รวมถึงการเพิ่มหน้าจอสี TFT 5 นิ้วพร้อมเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ โดยเปิดราคาแนะนำสุดคุ้มที่ 227,900 บาทเท่านั้น นอกจาก Honda เปิดตัวบิ๊กไบค์ 5 โมเดลใหม่ ไทยฮอนด้ายังได้ยกทัพรถฮอนด้าบิ๊กไบค์รุ่นอื่นๆ มาให้ผู้สนใจได้เป็นเจ้าของแบบครบครันทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ เช่นเดียวกับ Iconic Models จาก CUB House ที่มาพร้อมชุดแต่งพิเศษจากค่ายดังไม่ว่าจะเป็น Kitaco, GCraft, Streamtails มาให้สัมผัสอย่างใกล้ชิด และในครั้งนี้ฮอนด้ายังได้นำเรือ Jonny Boats ติดตั้งเครื่องยนต์ Honda Marine มาวางจำหน่ายร่วมกับแบรนด์ CUB House เป็นครั้งแรก พิเศษโปรโมชันสำหรับ 50 ลำแรก ราคาพิเศษเพียง 74,900 บาท (จากราคาปกติ 79,900 บาท) พร้อมรับ Gift Set ประกอบไปด้วยเสื้อ Honda Marine, Handle Bar และกระเป๋ากันน้ำ พร้อมรับแพ็กเกจ Exclusive Trip ล่องเรือ Jonny Boats 2 วัน 1 คืน สัมผัสรถรุ่นใหม่ พร้อมรับข้อเสนอพิเศษสำหรับงานมอเตอร์เอ็กซ์โปได้ที่ บูธรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน – 11 ธันวาคม 2566 นี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ เมืองทองธานี อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BMW R12 คลาสสิกครูเซอร์คันใหม่ ที่เก๋ายิ่งกว่าเดิม สืบทอดตำนานความคลาสสิกกันต่อ พร้อมสไตล์แบบคลาสสิกครูเซอร์กับ BMW R12 ที่เปิดโอกาสให้คุณได้ขับขี่แบบชิล ๆ ด้วยท่วงท่าที่แสนจะสบายกับดีไซน์ที่ลงตัว สมรรถนะที่ดี และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ดีไซน์ ตัวรถมาในรูปแบบของครูเซอร์สุดคลาสสิกตามแบบฉบับ โดดเด่นด้วยไฟหน้าและเรือนไมล์แบบทรงกลม เบาะนั่งทรงเตี้ยช่วยให้ขาถึงพื้นได้ง่าย ถังน้ำมันทรงหยดน้ำ บังโคลนหน้าและบังโคลนหลังดีไซน์พิเศษไม่เหมือนใคร ท่อไอเสียปลายคู่ด้านซ้าย เนื่องจากการวางเพลาขับไว้ด้านขวา ปิดท้ายด้วยล้ออลูมิเนียม 5 ก้านดีไซน์สวยแต่เรียบง่าย เครื่องยนต์ ขุมพลังบ็อกเซอร์ 2 สูบขนาด 1,170 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศอันเป็นเอกลักษณ์ของทางค่ายและรหัส R พร้อมกับระบบขับเคลื่อนด้วยเพลา สั่งงานด้วยระบบคันเร่งไฟฟ้า โดยให้กำลังแรงสูงสุด 95 แรงม้าที่ 6,500 รอบ แรงบิดที่ 110 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบ ทางค่ายยังเคลมท็อปสปีดมาที่ 203 กม.ชม. โดยพึ่งพาถังน้ำมันทรงหยดน้ำขนาด 14 ลิตร ซึ่งจะแตกต่างกับ R12 nineT ด้วยนะในส่วนนี้ซึ่งเป็นการใส่ใจในรายละเอียดของแต่ละโมเดลนั่นเอง ช่วงล่าง ระบบกันสะเทือนด้านหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับ ด้านหลังจะเป็นสวิงอาร์มเดี่ยมร่วมกับโช้คเดี่ยวแบบพาราเลฟเวอร์สามารถปรับสปริงพรีโหลดและรีบาวด์ได้ ส่วนระบบเบรกด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 310 ม.ม.กับคาลิเปอร์เบรกโมโนบล็อกแบบเรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบ ด้านหลังจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 265 ม.ม.และคาลิเปอร์เบรกแบบ 2 ลูกสูบ ส่วนล้อและยางจะมีขนาด 100/90 R19 และ 150/80 R16 เทคโนโลยี เทคโนโลยีที่มีมาให้ก็พอสมควร แม้ว่าจะเป็นครูเซอร์ไบค์ก็ตาม ตัวรถใช้ระบบคันเร่งไฟฟ้า มีโหมดการขับขี่ 2 โหมดคือ Roll และ Rock ที่ทำงานคล้ายกับของ R18 ระบบเพื่อความปลอดภัยก็มีระบบไดนามิกแทร็คชันคอนโทรล ระบบควบคุมแรงฉุดจากเครื่องยนต์ ระบบเบรก ABS Pro สำหรับใช้เบรกแม้ในขณะเข้าโค้ง นอกจากนี้ก็จะมีระบบเพื่อความสะดวกสบาย เช่น ระบบกุญแจแบบคีย์เลส ช่องจ่ายไฟแบบ USB-C ด้านซ้ายเรือนไมล์ และแบบ 12 โวลต์ก็มีมาให้ที่ด้านขวา การจำหน่าย เรื่องของการจำหน่าย แน่นอนว่าจะต้องมาขายที่ไทยแน่นอน แต่อาจจะมาไม่ครบทุกรูปแบบสีสัน ส่วนสนนราคานั้นจะยังไม่เปิดเผย แต่คาดว่าคงจะแพงกว่าโมเดล R nineT ที่จำหน่ายอยู่ในตอนนี้ไม่มากนัก แน่นอนว่าใครที่ชื่นชอบคลาสสิคครูเซอร์ แต่ไม่อยากไปค่ายมะกัน ทางนี้เยอรมันรอคุณอยู่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก