Skip to main content

SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

อัปเดตข่าวมอเตอร์ไซค์ล่าสุด 2026 รุ่นใหม่ ราคา รีวิวครบทุกสไตล์

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Streetfighter V4 S Dark Stealth

Streetfighter V4 S Dark Stealth สีใหม่พร้อมรับ Euro5 เวลาที่คุณคิดถึง Ducati คุณมักจะคิดว่ามันจะต้องเป็นสปอร์ตไบค์สีแดงใช่มั้ยครับ เหมือนกับเวลาที่คุณคิดถึง Ferrari ที่มักจะนึกออกได้ว่ามันคือซูเปอร์คาร์สีแดง เพราะสีแดงเป็นสีที่โดดเด่นและทำให้คุณรู้สึกว่ามันหรูหราและดูแพง อีกทั้งการที่ใช้สีที่โดดเด่นเฉพาะตัวยังช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ได้เป็นอย่างดี ทว่าการใช้สีใดเพียงสีหนึ่งอยู่ตลอดไป ย่อมทำให้ได้ใจลูกค้าเพียงแค่กลุ่มนึงเท่านั้น อย่างเช่นกับเจ้า Streetfighter V4 ที่เปิดตัวมาเพียงแค่สีเดียวคือ Ducati Red เล่นเอาบางคนอาจจะเซ็งได้ แต่โชคดีที่ปี 2021 ทางค่ายก็เห็นอกเห็นใจจัดชุดสี Dark Stealth มาให้พร้อมกับปรับเครื่องยนต์ให้ผ่านมาตรฐาน Euro5 อีกด้วยครับ ก่อนหน้านี้ก็จะมี Scrambler, Scrambler 1100 Pro และ Monster ที่ได้ถูกทำการย้อมดำเช่นเดียวกัน มาคราวนี้เป็นคิวของซูเปอร์เน็กเก็ต V4 S ที่ถูกจับทำสีดำด้าน แต่งแต้มด้วยชิ้นส่วนสีเงินอย่างบริเวณ แผงหม้อน้ำ พักเท้า และครอบปลายท่อช่วยขับเน้นตัวรถให้สวยงามลงตัว ส่วนตัวอักษรบอกรุ่นเลือกใช้สีแดงเพื่อให้ไม่ทิ้งสายเลือดของตัวเอง นอกจากเรื่องของหน้าตาแล้วทางค่ายยังได้ทำการปรับปรุงเพื่อให้รถสามารถขายได้ตามกฎหมายใหม่ที่บังคับให้ต้องผ่านมาตรฐานไอเสีย Euro5 ทำให้ต้องมีการเลือกใช้วัสดุใหม่ๆ และทำให้ตัวแคทในท่อไอเสียใหญ่ขึ้น และทางวิศวกรยังได้ติดตั้งออกซิเจนเซ็นเซอร์ในแต่ละกระบอกสูบและปรับปรุงท่อไอเสียที่ต่อท้ายกระบอกสูบให้สั้นลงและแคบลงกว่าเดิม มีการวางแนวทางเดินไอเสียใหม่ด้วย นอกจากเรื่องของการปรับเรื่องไอเสียแล้ว ยังมีการปรับเปลี่ยนปั๊มเบรกหน้าใหม่และมีการใช้คลัตช์ใหม่แบบเดียวกับเจ้า Superleggera V4 อีกด้วย ถึงแม้ว่าจะปรับให้รองรับ Euro5 แต่สาวกไม่ต้องกลัวไป เพราะเครื่องยนต์ขนาด 1,103 ซีซียังคงให้แรงม้าที่ 208 ตัวและแรงบิดที่ 90 ฟุตปอนด์เช่นเดิม แต่แรงม้าสูงสุดจะได้ในรอบที่สูงกว่าเดิมเล็กน้อย โดยได้ที่ 13,000 รอบ สูงกว่าเดิม 250 รอบ แต่แรงบิดมาไวขึ้นจากเดิมที่ 11,500 รอบกลับลดลงมาเหลือแค่เพียง 9,500 รอบเท่านั้น เรียกว่ายังแรงจนหน้าตึงอยู่ไม่ต้องวิตกไปครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ใบขับขี่บิ๊กไบค์ มาแน่ หลัง 19 ก.พ. 64

ใบขับขี่บิ๊กไบค์ มาแน่ หลัง 19 ก.พ. 64 ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศกฎกระทรวงคมนาคม เรื่องการขอและการออกใบอนุญาตขับรถและการต่ออายุใบอนุญาต พ.ศ. 2563 ซึ่งเนื้อหาจะเป็นการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์และวิธีการต่างๆ ในการทำใบอนุญาตขับรถต่างๆ โดยจะมีผลบังคับใช้ 120 วันหลังจากลงในราชกิจจานุเบกษา หรือคือตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไปครับ   ดูเนื้อหาประกาศโดยละเอียดได้ที่ลิงก์นี้ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2563/A/088/T_0006.PDF สรุปคร่าวๆ ที่เกี่ยวกับชาวสองล้อก็คือ หลังจากที่ หลักๆ แล้วทำใบขับขี่แบบไหนก็ตามต้องมีใบรับรองแพทย์เสมอ และสำหรับคนที่จะขับขี่บิ๊กไบค์จะต้องอบรมและทดสอบเพิ่มเติม และรถคันที่จะนับเป็นบิ๊กไบค์คือมีแรงม้าตั้งแต่ 35 กิโลวัตต์ขึ้นไป (ประมาณ 47 แรงม้า) ขึ้นไป หรือมีความจุ 400 ซีซีขึ้นไป อย่างใดอย่างนึงถึงเกณฑ์ให้ถือว่าเป็นบิ๊กไบค์ ตัวอย่าง รถ A มีแรงม้า 47 แรงม้า แต่ 399 ซีซี ก็ถือว่าเข้าค่ายบิ๊กไบค์ หรือถ้ารถ B 400 ซีซี แม้แรงม้าจะไม่ถึงก็ถือเป็นบิ๊กไบค์ ทั้งนี้ต้องรอรายละเอียดที่ชัดเจนอีกครั้งว่าจะต้องอบรมนานเท่าไหร่ มีการทดสอบขับขี่แบบไหนบ้างอีกครั้งครับ แต่จากการคาดการณ์แล้ว ทางค่ายรถน่าจะมีการดำเนินการอบรมและจัดทดสอบในส่วนนี้ให้เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าทางนึงครับ หากมีรายละเอียดเพิ่มเติมอย่างไร ทางเราจะรีบนำมาแจ้งให้ทราบกันทันทีครับ โดยเฉพาะเรื่องรายละเอียดของการอบรม และการทดสอบการขับขี่เพิ่มเติม ครับผม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

GROM-เวอร์ชั่นพร้อมแข่ง

GROM เวอร์ชั่นพร้อมแข่ง แต่งอะไรบ้าง และที่คุณเห็นนี่คือเวอร์ชั่นพร้อมซิ่งของ Honda GROM ที่ภาษาอังกฤษใช้ว่า Race Base Version ซึ่งมีจำหน่ายที่ประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่เดือนมีนาคมปี 2021 เป็นต้นไป เจ้าเรซเบสเวอร์ชันคันที่คุณเห็นอยู่นี้มีพื้นฐานมาจาก GROM ที่ทางเอพี ฮอนด้าเพิ่งจะเปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้นี่แหละครับ แต่มีการปรับเปลี่ยนเอาส่วนเสริมความปลอดภัยที่ไม่จำเป็นต่อการแข่งขันในสนามออกไป เช่นไฟหน้า ไฟเลี้ยว ไฟท้าย และสวิตช์ควบคุมไฟส่องสว่างต่างๆ กระจกมองหลัง จากนั้นก็มีการติดตั้งชุดแต่งจากทาง HRC เข้าไป เช่น ECU ใหม่จาก HRC อกล่าง ท่อไอเสียใหม่ ยางใหม่ การ์ดเบรก ชุดเกียร์โยง เป็นต้น นอกจากนี้แล้วก็ยังมีการตกแต่งทำสีสันและลวดลายใหม่ โดยได้แรงบันดาลใจมาจากสีสันของ CBR1000RR-R ที่ใช้ โดยนำกราฟิกแบบถอดแบบมาเลยก็ว่าได้ครับ จัดว่าหล่อๆ เลยล่ะครับพี่น้อง โดยในปีหน้าที่ประเทศญี่ปุ่นจะมีรายการแข่งแบบวันเมคเรซ หรือมีแต่รุ่นนี้ให้แข่งขันกันโดยเฉพาะอีกด้วยครับ งานนี้การจะได้เป็นเจ้าของอาจจะเป็นไปได้ยาก แต่ถ้าหากจะตกแต่งตามน่าจะไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะฮอนด้าเองก็บอกแล้วว่าออกแบบมาให้ง่ายต่อการตกแต่งโมดิฟายด้วยตัวเอง ผมนี่รอชมโมเดลนี้ที่ผ่านการคัสตอมโดยฝีมือชาวไทยเลยครับ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha R1 Piro Replica

Yamaha R1 Piro Replica เปิดให้ประมูลเป็นเจ้าของแล้ว เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาระหว่างการแข่งขัน WorldSBK เรซที่ 2 ของการแข่งขันในรุ่นซูเปอร์ไบค์นั้นมีอะไรที่พิเศษกว่าปกติ ไม่ใช่แค่เพียงว่าไปจัดการแข่งขัน WorldSBK ที่ Estoril ในประเทศโปรตุเกสอีกครั้งหลังไม่ได้จัดมานานถึง 27 ปี แต่ยามาฮ่ายังใช้โอกาสนี้เพื่อให้ทุกคนได้ระลึกถึง Fabrizio Pirovano นักแข่ง WorldSBK อีกคนนึงจากทางค่ายส้อมเสียง   เมื่อ 27 ปีที่แล้ว Fabrizio Pirovano ได้คว้าชัยชนะเรซที่ 10 ของเขาและเป็นชัยชนะครั้งสุดท้ายของเขาในศึก SBK ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาและจัดเป็นเรซที่เขาต้องดิ้นรนต่อสู้อย่างหนัก จนนับได้ว่าเป็นเรซที่น่าจดจำมากที่สุดอีกเรซนึงเลยก็ว่าได้ เนื่องในโอกาสนี้ทางยามาฮ่ายุโรปจึงได้ทำโมเดลพิเศษ Yamaha R1 Piro Replica ขึ้นมาโดยมีพื้นฐานมาจาก R1 2020 โดยมาในโทนสีขาวและชมพูของ YZF 750 SP หมายเลข 5 ซึ่งเป็นรถแข่งของ Fabrizio ที่ใช้คว้าชัยในปี 1993   ในโอกาสนี้มี Alessandro Gramigni อดีตแชมป์โลก GP รุ่น 125 ซีซีและอดีตนักแข่ง SBK อีกทั้งยังเป็นคนสนิทของ Fabrizio มาเป็นคนขับโชว์ก่อนการแข่งขันในเรซที่ 2 ศึก WorldSBK จะเริ่มต้นขึ้น และตอนนี้เจ้า Piro Replica ก็ได้เปิดโอกาสให้เป็นเจ้าของได้ผ่านการประมูลออนไลน์ในเว็บ ebay โดยนำเงินรายได้ไปช่วยเหลือมูลนิธิที่วิจัยเกี่ยวกับโรคมะเร็ง ซึ่งเป็นโรคที่คร่าชีวิตของ Fabrizio ไปในปี 2016 โดยสามารถคลิกเข้าร่วมประมูลได้ที่นี่ Pirovano เคยได้รองแชมป์โลกในการแข่งขันซูเปอร์ไบค์ปีแรกของเขาเมื่อปี 1988 และในปี 1990 ก็ได้รองแชมป์อีกครั้ง ต่อมาในปี 1997 เขาย้ายไปแข่งในรุ่นซูเปอร์สปอร์ตและก็สามารถคว้าแชมป์โลกมาได้กับรถ Suzuki และในปี 2006 ราชันย์แห่ง Monza ก็ได้ถอนตัวจากการแข่งขันในปี 2006 และในปี 2016 เขาก็ได้จากโรคนี้ไปหลังจากต่อสู้กับโรคมะเร็งมาอย่างยาวนาน อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Yamaha คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

XSR

XSR คือคำตอบ หากคุณต้องการสไตล์ แต่หัวใจก็ยังชอบความแรง Yamaha XSR700 และ XSR900 นั้นล้วนแต่เป็นมอเตอร์ไซค์สไตล์โมเดิร์นคลาสสิกที่อยู่ในกลุ่มสปอร์ตเฮริเทจของทาง Yamaha XSR คือ ผลงานที่เกิดขึ้นจากการผสมผสานเข้าด้วยกันระหว่างสององค์ประกอบที่มีความสำคัญ นั่นก็คือ สไตล์ในแบบคลาสสิกเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ จนก่อกำเนิดเป็นรถที่สไตล์ใหม่ที่นอกจากจะดูโดดเด่น หล่อเท่ ไม่เหมือนใครแล้ว ยังมีความแรง มีสมรรถนะที่ดีและตอบโจทย์การใช้งานในแบบของรถสมัยใหม่อีกด้วย มอเตอร์ไซค์ในตระกูล XSR จะโดดเด่นที่ไฟหน้า ไฟท้าย และเรือนไมล์แบบทรงกลมตามแบบของคลาสสิกไบค์ นอกจากนี้การไม่มีแฟริ่งมาปกปิดชิ้นส่วนอลูมิเนียม ยังให้ความรู้สึกถึงความดิบเถื่อน เส้นสายและสีแฝงไปด้วยกลิ่นอายของยุคสมัย นอกจากเรื่องสไตล์ที่ดูสวยงามไร้ซึ่งกาลเวลาแล้ว สมรรถนะของรถในตระกูลนี้ที่มาพร้อมแนวคิด Faster Sons ก็ยอดเยี่ยมไม่ยิ่งหย่อนลงไป โดยเอ็กซ์เอสอาร์ใช้เครื่องยนต์ตระกูลครอสเพลน ซึ่งโดดเด่นในเรื่องของแรงม้าและแรงบิดที่ดีไม่เหมือนใคร โดยเจ้า XSR700 ใช้เครื่องยนต์ครอสเพลนแบบ 2 สูบเรียง 689 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำ มีกำลังแรงม้าสูงสุดที่ 74.8 แรงม้าที่ 9,000 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 68 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ โดยมีช่วงล่างด้านหน้าเป็นโช้คหน้าเทเลสโคปิก โช้คหลังเดี่ยว ดิสก์เบรกหน้าคู่ ดิสก์เบรกหลังเดี่ยว พร้อมระบบเบรก ABS ส่วนพี่ใหญ่อย่าง XSR900 ใช้เครื่องยนต์ครอสเพลนแบบ 3 สูบเรียง 847 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้กำลังแรงสูงถึง 113 แรงม้าที่ 10,000 รอบ และแรงบิดหนักหน่วงถึง 87.4 นิวตันเมตรที่ 8,500 รอบ โดยมีช่วงล่างด้านหน้าเป็นอัพไซด์ดาวน์ โช้คหลังเดี่ยว ดิสก์เบรกหน้าคู่ ดิสก์เบรกหลังเดี่ยว พร้อมระบบเบรก ABS นอกจากนี้ตัวรถทั้งสองโมเดลก็ยังมีน้ำหนักเบา เมื่อบวกรวมกับแฮนด์บาร์แบบกว้างก็ช่วยให้ควบคุมคอนโทรลรถได้ง่ายยิ่งขึ้น จัดว่าตอบโจทย์การขับขี่ของคนมีสไตล์ได้เป็นอย่างดี   XSR900 แตกต่างจาก XSR700 อย่างไร นอกจากเรื่องของเครื่องยนต์ที่มีขนาดใหญ่กว่า ความแรงที่มากกว่าแล้ว สไตล์ก็จะมีดีเทลต่างๆ เพิ่มเข้ามา รวมไปถึงการเพิ่มระบบอิเล็กทรอนิกส์ช่วยเหลือผู้ขับขี่เข้ามา เช่น คันเร่งไฟฟ้า โหมดการขับขี่ แทร็คชั่นคอนโทรล และยังมีช่วงล่างที่ดีกว่าด้วยครับ XSR700 เหมาะกับไบค์เกอร์แบบไหน เหมาะกับคนมีสไตล์ที่ต้องการรถใช้ในชีวิตประจำวัน เหมาะกับมือใหม่ที่มีประสบการณ์การขับขี่มอเตอร์ไซค์มาบ้าง เหมาะกับคนที่งบน้อย   XSR900 เหมาะกับไบค์เกอร์แบบไหน เหมาะกับคนมีสไตล์ที่ต้องการรถใช้ในชีวิตประจำวัน เหมาะกับมือเก๋า เพราะตัวรถมีกำลังค่อนข้างมาก มือใหม่อาจจะต้องใช้โหมดการขับขี่เข้าช่วย เหมาะกับคนที่มีงบมากขึ้น สำหรับท่านใดที่ยังไม่มั่นใจสามารถเข้าไปอ่านรีวิวฉบับเต็มของทั้งสองคันได้ตามลิงก์ด้านล่างนี้ รีวิว Yamaha XSR900 รีวิว Yamaha XSR700 หรือสามารถไปทดลองขับขี่ได้ที่ Yamaha Riders’ club ทุกสาขาใกล้บ้านท่านได้เลยครับ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Yamaha คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

Bridgestone

Bridgestone กลับมารุกตลาดยางมอไซค์อีกครั้ง!! Bridgestone ยางรถจักรยานยนต์มาตรฐานระดับโลก ประกาศกลับมาทำตลาดในเมืองไทยอย่างเต็มตัว โดย บริษัท เพซแม็กซ์ มอเตอร์สปอร์ต จำกัด ชูจุดแข็งด้วยเทคโนโลยีจากสนามแข่งระดับโลก พร้อมส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ผ่าน “ยางรถจักรยานยนต์ระดับพรีเมี่ยม” ในราคาที่จับต้องได้ ตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกเซ็กเมนต์ พร้อมให้บริการครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศด้วยตัวแทนจำหน่ายกว่า 40 แห่ง คุณตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพซแม็กซ์ มอเตอร์สปอร์ต จำกัด หรือที่คนในวงการรู้จักกันดีในฐานะคุณโอ๊ต กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เรียกได้ว่าเป็นมือขวาของคุณเนวิน ชิดชอบก็ว่าได้ กล่าวว่า บริดจสโตน เป็นบริษัทยางชั้นนำของโลกสัญชาติญี่ปุ่น ครองใจผู้ใช้ทั่วโลกด้วยมาตรฐานการผลิตระดับสูงสุด รวมถึงการใช้เทคโนโลยีที่ดีที่สุดและทีมวิจัยที่แข็งแกร่งที่สุดในตลาด ครองแชมป์ยอดขายอันดับ 1 ของโลกหลายสมัยในอดีต และเป็นอันดับ 1 ของโลกตั้งแต่ปี 2008-2018 บริดจสโตนเป็นยางที่ได้รับการยอมรับในวงการมอเตอร์สปอร์ต ด้วยประสบการณ์การพัฒนายางสำหรับการแข่งขันระดับโลกอย่าง MotoGP ตั้งแต่ปี 2001-2015 และเป็นยางที่นักแข่งระดับแชมป์โลกหลายคนเลือกใช้ เช่น “The Doctor” Valentino Rossi แชมป์โลก 9 สมัยชาวอิตาเลียน หรือนักบิดระดับตำนานอย่าง Casey Stoner นอกจากนี้ บริดจสโตน ยังให้ความสำคัญกับการแข่งขันเอ็นดูรานซ์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ (Endurance World Championship : EWC) ซึ่งเป็นเรซแบบมาราธอนที่แข่งขันที่ยาวนานกว่า 6-24 ชั่วโมง โดยให้การสนับสนุนทีมชั้นนำระดับโลกอย่าง F.C.C TSR Honda France ที่คว้าแชมป์ในศึก Le Mans 24 ชั่วโมง 2020 มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ รวมไปถึงทีมละดับโลกอย่าง Yart Yamaha ที่พึ่งจะครองแชมป์การแข่ง 16 ชั่วโมงที่สนาม ESTORIL ที่เพิ่งจบไปหมาดๆ ในเรื่องการแข่งขันเอ็นดูรานซ์นับได้ว่าบริดจสโตนไม่เป็นรองใครด้วยดีกรีการคว้าแชมป์รายการระดับตำนานอย่าง Suzuka 8 ชั่วโมง 14 สมัยซ้อนจนถึงปัจจุบัน นับได้ว่าจุดแข็งของบริดจสโตนคือการพัฒนาที่ถอดแบบมาจากการแข่งขันโดยเฉพาะการแข่งประเภทเอ็นดูรานซ์อย่างแท้จริง เพราะมีการพัฒนาทั้งในเรื่องสมรรถนะในการทำความเร็วควบคู่ไปกับความทนทานและอายุการใช้งาน ซึ่งนั่นก็คือสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการเช่นกัน “ปัจจุบันบริดจสโตนมียางจำหน่ายใน 7 เซ็กเมนต์ ได้แก่ สปอร์ต แอดเวนเจอร์ ทัวริ่ง ออฟโร้ด ครูเซอร์ สกู๊ตเตอร์ และยางแข่ง ซึ่งทางเพซแม็กซ์ ทยอยนำเข้ามาสู่ตลาดและได้รับการตอบรับที่ดีเกินคาดจากผู้ใช้ ทำให้ช่วงที่ผ่านมายางขาดสต๊อกไปอย่างรวดเร็วในหลายรุ่นด้วยกัน” สำหรับสินค้าที่โดดเด่นที่นำเข้าสู่ตลาดในช่วงนี้ ได้แก่ ยาง Battlax Hypersport S22 ยางสปอร์ตที่ บริดจสโตนใช้เวลาถึง 3 ปีในการวิจัยก่อนจะออกสู่ตลาด ซึ่งโดยปกติแต่ละรุ่นจะใช้เวลาคิดค้น 2 ปี ซึ่งยาง S22 ได้รับการจัดอันดับล่าสุดจากนิตยสารโมโตราดให้เป็นยางไฮเปอร์สปอร์ต (Hypersport) อันดับ 1 ในคลาสของปี 2019 โดดเด่นด้วยสมรรถนะการยึดเกาะระดับสูง ด้วยการคิดค้นลายยางที่ให้เกิดแรงผลักจากผิวสัมผัสได้ดีที่สุด และการใช้เทคโนโลยีชั้นสูงที่พัฒนาเนื้อยางถึงระดับโมเลกุล หรือ Nano Protech ซึ่งทำให้เนื้อยางใหม่มี “ซิลิกา ระดับนาโนโมเลกุล” ซึ่งสามารถกระจายตัวไปสู่ผิวสัมผัสได้มากขึ้นและเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะได้ดีขึ้นในถนนเปียก โดยยางหลังเป็น 5 โซน 3 คอมพาว เป็นยางที่สมรรถนะครบทุกด้าน ทำความเร็วได้ดีทั้งถนนเปียกและแห้ง มีอายุการใช้งานยาวนาน ใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างคุ้มค่า นอกจากนี้ บริดจสโตนยังให้ความสำคัญกับยางสำหรับสกูตเตอร์ รุ่น Battlax SC ซึ่งเป็นรุ่นที่คนไทยรู้จักดี เป็นยางสกูตเตอร์ที่มียอดจำหน่ายสูงมาก ซึ่งทำให้ยางขาดตลาดไปอย่างรวดเร็ว ใช้งานได้ดีในชีวิตประจำวัน คุ้มค่ากับราคา ดีไซน์พัฒนามาจากรถไฮเปอร์สปอร์ต ลดเสียงรบกวนขณะขับขี่ มีร่องยางกว้าง เพื่อการระบายน้ำที่ดี และมีเส้นกลางช่วยเพิ่มความยืนหยุ่น ทำให้อายุการใช้งานนานขึ้น คุณตนัยศิริ ยังกล่าวถึงแนวทางการตลาดของยางรถจักรยานยนต์บริดจสโตนในประเทศไทยว่า “ด้วยสภาพเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ต้องยอมรับว่ากระทบต่อกำลังการซื้อถดถอยไปจากเดิม บริดจสโตน มองเห็นเข้าใจปัญหาดังกล่าว จึงมีนโยบายในการตั้งราคาที่เป็นมิตร เพื่อให้ผู้บริโภคยังคงสามารถได้มีโอกาส ได้ใช้สินค้าคุณภาพระดับสูงในราคาที่จับต้องได้ได้ง่ายขึ้น เพราะเรื่องยาง ถือเป็นหัวใจหลักในการขับขี่รถจักรยานยนต์”   “เรามีกลยุทธ์ขยายการเติบโตในเมืองไทย ด้วยการทำการตลาดอย่างจริงใจและให้ความรู้เรื่องยางกับผู้บริโภคให้มากที่สุด รวมถึงการร่วมมือกันกับกลุ่มพันธมิตร ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าต่างๆ ที่จะเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้สินค้าไปถึงมือผู้บริโภคได้มากขึ้นและรวดเร็ว นอกจากนี้ เรายังมีแผนที่จะมอบประสบการณ์การขับขี่และทดสอบยาง รวมไปถึงการเป็นส่วนหนึ่งของอีเวนต์ต่างๆ ระดับโลก บนสนามอันดับ 1 ของประเทศไทย สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต

Honda GROM 2021

Honda GROM 2021 กับสไตล์ที่คุณเลือกโมดิฟายเองได้ ล่าสุดเอพี ฮอนด้าก็ได้ทำการเปิดตัว New Honda GROM ใหม่แบบก่อนใครในโลก มาในแนวคิดที่ว่า “แต่งใหญ่…ใส่ให้สุด” หรือ Mod It Yourself ซึ่งก็สื่อให้เห็นว่าเป็นรถที่ดีไซน์มาให้ผู้ใช้นั้นสามารถที่จะคัสตอมรถให้เป็นตัวของตัวเองหรือเป็นสไตล์ในแบบที่เจ้าของรถชอบได้ง่ายได้และได้อย่างเต็มที่นั่นเอง โดย GROM หรือ กร็อม (ชื่อใหม่นี้มีความหมายในเชิงว่าเล็กพริกขี้หนู) จะใช้เครื่องยนต์แบบสูบเดียวขนาด 125 ซีซี 4 จังหวะ ระบบหัวฉีด PGM-FI บล็อกใหม่ ระบายความร้อนด้วยน้ำ เพิ่มระยะชัก ทำให้กำลังอัดเพิ่มมากขึ้น เพิ่มหัวฉีดน้ำมันเครื่องระบายความร้อนให้ลูกสูบ ซึ่งช่วยให้กำลังแรงม้าและแรงบิดที่ดีขึ้นกว่า MSX125SF ปรับมาใช้ระบบเกียร์ 5 สปีดพร้อมคลัตช์มือเช่นเคย ในส่วนของดีไซน์ก็มาในแบบแนวคิดใหม่จริงๆ Ready to Mod คือตัวรถจะมาในแบบเรียบๆ ให้เจ้าของรถได้ทำการตกแต่งตัวรถด้วยตัวเองครับ มีการออกแบบจุดยึดน็อตหรือแหวนรองด้านข้างตัวรถมาเป็นพิเศษ ให้สามารถถอดชิ้นข้างรถออกมาตกแต่งหรือเพื่อติดสติ๊กเกอร์ลวดลายกราฟิกกันในแบบที่ตัวเองชอบได้เลย มีการใช้ท่อไอเสียแบบสลิปออนซึ่งช่วยให้เปลี่ยนปลายท่อได้ง่าย ด้านหน้ารถมีฟีเจอร์ใหม่อย่างไฟหน้า LED มีการเลือกใช้หน้าจอเรือนไมล์แบบดิจิทัล Full LCD แสดงผลข้อมูลต่างๆ ครบถ้วนเหมือนรถบิ๊กไบค์เลย แม้กระทั่งวัดรอบ หรือเลขบอกเกียร์ ไฟชิฟต์ไลต์หรือไฟเตือนเปลี่ยนเกียร์ ช่วงล่างยังคงเดิมโดยมีโช้คอัพหน้าหัวกลับอัพไซด์ดาวน์ขนาด 31 ม.ม. และโช้กอัพหลังเดี่ยว ระบบเบรกใช้ดิสก์เบรกหน้าเดี่ยวพร้อมคาลิเปอร์แบบลูกสูบคู่รุ่น ABS แบบ G-Sensor และดิสก์เบรกหลัง ล้อขนาดหน้า 12 นิ้วและยางแบบไม่ใช้ยางในแบบหน้ากว้าง   โดยฮอนด้าจะมีจำหน่าย 2 รุ่นได้แก่     รุ่น ABS มีเพียงสีเดียวคือ สีเงินซิลเวอร์ เท่านั้น ในราคาแนะนำที่ 77,400 บาท รุ่น Standard มีทั้งหมด 3 สีด้วยกันได้แก่ สีแดง ดำ และน้ำเงิน ในราคาแนะนำที่ 69,900 บาท นอกจากนี้ทางฮอนด้ายังได้มีชุดแต่งพิเศษจากแบรนด์ H2C by Honda ที่ให้เจ้าของรถปรับแต่งรถได้เอง 3 แบบด้วยกัน ได้แก่ Motard Monster สไตล์โมตาร์ดสำหรับผู้ขับขี่ทางเรียบที่ต้องการความรู้สึกในแบบของรถออฟโร้ด Scrambler Rumbler สปอร์ตสายลุย ทั้งยังให้กลิ่นอายวินเทจเน้นๆ แต่ก็พร้อมไปได้ทุกเส้นทาง Adventure Master ให้อารมณ์ของนักผจญภัยที่พร้อมท่องเที่ยวไปในทุกเส้นทาง โดย GROM พร้อมจำหน่ายแล้ววันนี้ทั่วประเทศ ผ่านทางฮอนด้าวิงก์เซ็นเตอร์ ทุกสาขาใกล้บ้านท่าน อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

R 1250 RT 2021

R 1250 RT 2021 อัพเกรดใหม่ เด่นด้วยไดนามิกครูซคอนโทรล ไม่ต้องมีปี่มีขลุ่ย หรือทีเซอร์ยั่วยวน หรือภาพแง้มๆ แว้บๆ บางส่วนของรถให้ดู BMW Motorrad ก็ทำการเปิดตัว BMW R 1250 RT 2021 ที่ผ่านการอัพเกรดใหม่แบบเน้นๆ ที่ไม่ใช่แค่เพิ่มลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น แต่มีการปรับรูปโฉมด้านหน้าใหม่หมด พร้อมลูกเล่นเสริมเพิ่มเติมกลายเป็นของติดรถ รวมถึงระบบใหม่อย่าง ไดนามิกครูซคอนโทรล (Dynamic Cruise Control)   หลายๆ คนอาจจะคุ้นหูกับชื่อ RT ซึ่งจริงๆ แล้วก็เพิ่งจะอัพเดตมาแล้วครั้งนึงเป็นโมเดล 2019 ซึ่งเป็นการอัพเดตเพิ่มระบบชิฟต์แคม หรือที่เราเข้าใจว่ามันคือระบบวาล์วแปรผัน เข้ามานั่นเอง ครั้งนี้นอกจากเครื่องยนต์ที่ไม่ได้ปรับปรุงจากปี 2019 แล้ว BMW ได้ทำการปรับปรุงรถขนานใหญ่ทั้งคันเลยก็ว่าได้ เริ่มต้นที่การออกแบบดีไซน์ มีการปรับไฟหน้าและรูปลักษณ์ของแฟริ่งด้านหน้ารวมไปถึงบังโคลนหน้า ให้มีความกลมกลืนลงตัวเข้ากันมากยิ่งขึ้น ทั้งยังมีความโฉบเฉี่ยวล้ำสมัยเข้าไปอีก โดยไฟหน้าใหม่จะเป็นระบบไฟแบบ LED ทั้งหมดพร้อมระบบไฟแบบอะแด็ปทีฟเทิร์นนิงไลท์ หรือไฟที่จะปรับองศาเวลาหักเลี้ยวอัตโนมัติ ช่วยให้ไฟหน้านั้นหันไปตามทางที่เราเลี้ยวแทนที่จะพุ่งตรงไปข้างหน้าแบบที่ผ่านๆ มา ส่วนแผงแฟริ่งด้านข้างนั้นมีการเปลี่ยนแปลงแค่เพียงเล็กน้อย แต่ทางค่ายก็เคลมมาว่าการปรับปรุงในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มความลื่นไหลและช่วยให้การขับขี่ทางไกลนั้นยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น ถัดเข้ามาหลังวินด์สกรีนหรือชิลด์บังลม คุณก็จะต้องตกตะลึงกับหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ 10.25 นิ้วแบบสี TFT ที่มีระบบนำทางหรือนาวิเกเตอร์และระบบเชื่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟนติดตั้งมาให้ด้วยเลยซึ่งจัดว่าเลิศเลอ ด้านหน้ายังมีช่องเก็บของที่มีอากาศไหลผ่านได้ แต่ก็กันอันตรายจากสภาพอากาศด้านนอก เหมาะกับการเก็บสมาร์ทโฟน ขณะเดียวกันก็สามารถชาร์จไฟด้วยระบบไวร์เลสชาร์จ หรือจะชาร์จแบบเสียบสาย USB ตามปกติก็ทำได้เช่นกัน เรียกว่าน้องๆ รถยนต์กันเลยล่ะครับ และหลายๆ ระบบที่เคยเป็นลูกเล่นเพิ่มเติมเสียเงินเพิ่มจะกลายเป็นของติดรถมาตรฐานไปแล้วอย่าง ไดนามิกแทร็คชั่นคอนโทรล ระบบเบรก ABS Pro และโหมดขับขี่ใหม่ Eco แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในโมเดลนี้ก็คือไดนามิกครูซคอนโทรลที่เป็นของติดรถมาด้วยเลยเช่นกัน เรียกได้ว่าขัดขา Ducati กันแบบดื้อๆ เลยแหละ ประมาณว่า เอ็งมี ข้าก็มี ยังไงยังงั้น แถมยังเปิดตัวหมดแล้ว แต่ Ducati ยังแค่แง้มๆ เท่านั้น ยังไม่เปิดตัวโมเดลใหม่แบบเป็นทางการ อย่างไรก็ดีกลุ่มลูกค้าน่าจะคนละกลุ่มกันครับ ต้องดูกันต่อไปก่อน   ซึ่งไดนามิกครูซคอนโทรลจะทำงานในรูปแบบของการรักษาระดับของความเร็วที่กำหนดไว้ก่อนใช้งาน รวมถึงเวลาลงเนินก็จะระบบก็สั่งงานเบรกอัตโนมัติเพื่อไม่ให้ความเร็วเพิ่มไปกว่าระดับที่ตั้งไว้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีระบบแอ็กทีฟครูซคอนโทรล (ออปชันเสริม) ซึ่งจะทำงานโดยอาศัยเรดาร์ช่วยให้รถสามารถรักษาระยะห่างระหว่างคันหน้าโดยที่ผู้ขับขี่ไม่ต้องคอยควบคุมความเร็ว พูดง่ายๆ คือ นอกจากจะรักษาระดับความเร็วได้เองแล้ว ยังปรับลดความเร็วเพื่อรักษาระยะห่างจากคันหน้าได้อีกด้วยครับ   งานนี้ใครเป็นสายทัวริ่งหนักๆ ต้องการความสบายขั้นสุด เจ้า R 1250 RT คันใหม่นี้อาจจะเป็นคำตอบของคุณก็ได้ครับผม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Versys 1000 S 2021

Versys 1000 S 2021 ทัวริ่งรุ่นย่อยคันใหม่จาก Kawasaki ล่าสุดทีมกรีนจากฝากตะวันตกของโลกก็ได้ทำการเปิดตัว Versys 1000 S ซึ่งเป็นรุ่นย่อยใหม่ที่มีสเป็กสูงกว่ารุ่นปกติ แต่ก็ยังมีลูกเล่นน้อยกว่ารุ่น SE พูดง่ายๆ ว่าตัวกลางก็ได้ครับ โดย Kawasaki ได้ทำการเปิดตัว Versys 1000 S สำหรับจำหน่ายในปี 2021 และยังมีโมเดลเพิ่มของแต่งอีก 3 แพ็กเกจด้วยกันครับ ได้แก่ Tourer, Tourer Plus และ Grand Tourer โดยเจ้าโมเดลใหม่นี้จะมีลูกเล่นในการใช้งานเป็นรองเพียงแค่โมเดล SE เท่านั้น โดยจะสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ มีอุ่นมือ มีครูซคอนโทรล แทร็คชั่นคอนโทรล ระบบไฟส่องสว่างช่วยเหลือเวลาเลี้ยวโค้ง โหมดการขับขี่และควิกชิฟเตอร์ แต่จะไม่มีช่วงล่างไฟฟ้า Skyhook ซึ่งจะพบได้ในตัว SE เท่านั้นครับ เครื่องยนต์ยังคงใช้เครื่องยนต์ 4 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำขนาด 1043 ซีซี ให้กำลังแรงม้าสูงสุด 120 แรงม้าที่ 9,000 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 102 นิวตันเมตรที่ 7,500 รอบ ครับ อุปกรณ์เสริมที่เพิ่มเข้ามานอกเหนือจากรุ่นปกตินั้น ทั้ง Tourer, Tourer Plus และ Grand Tourer จะได้กระเป๋าข้าง 2 ใบที่มีความจุรวมกัน 56 ลิตร โดยสามารถใช้กุญแจรถไขเปิดได้ทันที ไม่ต้องพกกุญแจหลายดอก ส่วนรุ่น Tourer Plus และ Grand Tourer จะได้ไฟตัดหมอก LED เข้ามาด้วย และสุดท้าย Grand Tourer จะเพิ่มกล่องท้ายอีกใบที่มีความจุมากถึง 47 ลิตร แผงยึด GPS และเฟรมสไลด์เดอร์ หรือการ์ดเฟรมด้านข้างเครื่องยนต์ สำหรับสีสันตอนนี้มีให้เลือกแค่ 2 ชุดสีเท่านั้น ได้แก่ สีเทาพื้นดำตัดลายกราฟิกสีแดง Pearl Storm Gray/Metallic Diablo Black/Metallic Flat Spark Black และสีเขียวพื้นดำตัดลายกราฟิกสีเทา Emerald Blazed Green/Metallic Diablo Black/Metallic Flat Spark Black อย่างที่เห็นด้านบนครับ ส่วนบ้านเราคงต้องอดใจรอกันสักเล็กน้อยนะครับ ทั้งนี้สนนราคาเมื่อเข้าไทยคาดว่าก็น่าจะอยู่ที่ราวๆ ไม่เกิน 700,000 บาทครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda Forza 750 2021

Honda Forza 750 2021 กับ 8 ไฮไลท์ที่คุณต้องรู้ Honda Forza 750 2021 เปิดตัวที่ยุโรปแล้ววันนี้ ทำให้มันกลายเป็นพี่ใหญ่สุดในตระกูลฟอร์ซ่า หลังจากปล่อยทีเซอร์ยั่วน้ำลายมาอย่างต่อเนื่อง แทนที่ผมจะลงข่าวเปิดตัวธรรมดา ผมก็เลยเขียนเป็นสกู๊ปเจาะลึก ดึงไฮไลท์ที่คุณต้องรู้มาเลยก็แล้วกันครับ   หรูหราพรีเมียม แน่นอนว่า Forza 750 นั้นมาพร้อมดีไซน์ใหม่ ดูสปอร์ตดุดัน บึกบึน แต่ไม่เทอะทะ อีกทั้งยังมีความแกรนด์ มีความพรีเมียม หล่อเหลา ดึงดูดสายตาจากรอบข้างได้เป็นอย่างดี   สะดวกสบายจริงๆ   เป็นพรีเมียมสกู๊ตเตอร์ แน่นอนว่าต้องมาพร้อมความสะดวกสบาย ฟีเจอร์ที่อำนวยความสะดวกสบายหลักๆ ก็จะเป็นช่องเก็บของต่างๆ ซึ่งช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ 22 ลิตร สามารถใส่หมวกกันน็อกแบบเต็มใบได้สบายๆ พร้อมกับมีช่องจ่ายไฟแบบ USB ด้านใน ยังมีช่องเก็บของด้านหน้าฝั่งขวาที่สามารถเก็บของซึ่งสามารถเปิดปิดใช้งานได้สะดวก มีระบบสมาร์ทคีย์ซึ่งช่วยให้สตาร์ทรถ เปิดฝาถังน้ำมัน และเปิดเบาะได้โดยไม่ต้องเสียบกุญแจ เพียงแค่กดปุ่มควบคุมที่ตัวรถ ทั้งยังมีฟังก์ชั่น Answer back ที่ใช้หารถตัวเองได้ง่ายขึ้น โดยจะกระพริบไฟเลี้ยวตอบเวลากดใช้งานจากระยะไกล     ล้ำสมัยสุดๆ ฮอนด้าจัดความล้ำสมัยมาให้แบบสุดขีดแบบที่หลายๆ ค่ายยังต้องยอม โดยให้จอแสดงผลสี TFT ขนาด 5 นิ้ว ที่มาพร้อมระบบ Honda Smartphone Voice Control System ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ และสั่งงานโทรศัพท์อย่าง โทรออก ส่งอีเมล ฟังเพลงและใช้งานระบบนำทางผ่านการสั่งงานด้วยเสียงได้อีกด้วย หรือถ้าไม่ถนัดก็สามารถสั่งงานผ่านสวิตช์ควบคุมที่แผงสวิตช์ด้านซ้ายมือได้     ทัศนวิสัยเป็นเลิศ Forza 750 ให้ทัศนวิสัยแก่ผู้ขับขี่ได้ดีเยี่ยมด้วยระบบไฟทั้งหมดเป็นแบบ LED ทั้งยังมีไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ที่ด้านหน้า ไฟเลี้ยวหน้าก็เป็นแบบฝังที่ด้านข้างตัวรถ ไม่ยื่นออกมาด้านนอกให้เกะกะสายตาอีกต่อไป นอกจากนี้ยังมีระบบไฟแจ้งเตือนเบรกฉุกเฉิน Emergency Stop Signal ที่จะกระพริบไฟเลี้ยวทั้งสองข้างอัตโนมัติหากเบรกกะทันหันเพื่อเตือนให้คันที่ขับตามมารู้ตัว และยกเลิกโดยอัตโนมัติอีกด้วย   แรงจริงไม่อิงนิยาย เครื่องยนต์ของเจ้าฟอร์ซ่ารุ่นใหญ่คันนี้ให้ขุมกำลังแรงจัด ไม่ต้องให้ปลัดมาคอยบอกก็สัมผัสได้ โดยเครื่องยนต์จะเป็นเครื่อง 2 สูบเรียงขนาด 750 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ เด่นด้วยช่วงชักที่ยาวและห้องเผาไหม้รูปทรงพิเศษ ทำให้ได้แรงบิดที่ดีตั้งแต่ช่วงรอบต่ำ ทางค่ายเคลมมาว่ามีแรงม้าสูงถึง 57.8 แรงม้าที่ 6,750 รอบ และแรงบิดสูงถึง 69 นิวตันเมตรที่รอบต่ำเพียง 4,750 รอบ โดยมีเรดไลน์ที่ 7,000 รอบ   ปลอดภัยขั้นสุด ตัวรถอัดเทคโนโลยีที่ช่วยในเรื่องความปลอดภัยมาหลายขนาน หากไม่นับรวมระบบไฟ ESS และระบบเบรก ABS แล้ว ตัวรถก็ยังมีระบบ Honda Selectable Torque Control หรือง่ายๆ ก็คือแทร็คชั่นคอนโทรลอีกด้วย ซึ่งปรับได้ 3 ระดับ ซึ่งแต่ละระดับก็จะมีการตัดกำลังเครื่องยนต์ต่างกัน โดยระดับ 1 คือระดับที่กวนน้อยที่สุด ระดับที่ 2 คือค่าปกติจากโรงงานใช้ในการขับขี่ทั่วไป และระดับ 3 เหมาะสำหรับถนนลื่นๆ หรือเวลาฝนตก และสามารถปิดการทำงานได้   ขี่ง่ายสบายใจ ตัวรถมาพร้อมระบบคันเร่งไฟฟ้าและโหมดการขับขี่ 4 โหมดด้วยกันได้แก่ Standard สำหรับการขับขี่แบบทั่วไป มีความสมดุลกันระหว่างกำลังเครื่องยนต์ เอ็นจิ้นเบรก แทร็คชั่นคอนโทรล และระบบเบรก ABS จะทำงานที่ระดับสูงสุด Sport สำหรับการขับขี่ที่ต้องการกำลังที่ดุดัน เอ็นจิ้นเบรกที่หนักหน่วง แต่มีการกวนจากแทร็คชั่นคอนโทรลที่น้อยลง Rain สำหรับการขับขี่ที่ต้องการกำลังเครื่อง และเอ็นจิ้นเบรกที่ไม่มาก แทร็คชั่นคอนโทรล และระบบเบรก ABS จะทำงานที่ระดับสูงสุด เหมาะกับการขับขี่ในเส้นทางที่ลื่น หรือฝนตก User โหมดที่จะให้เลือกปรับการทำงานของแต่ละระบบได้อิสระ ทั้งกำลังเครื่องยนต์ เอ็นจิ้นเบรก แทร็คชั่นคอนโทรล และการทำงานของระบบ DCT เหมาะสำหรับคนที่คุ้นเคยกับตัวรถเป็นอย่างดีแล้ว และแน่นอนว่าจะขาดฟังก์ชั่นเด่นของค่ายปีกนกอย่าง Dual Clutch Transmission ไปไม่ได้ครับ ค่ายปีกนกเขาพัฒนาระบบนี้มา 11 ปีแล้ว ซึ่งระบบนี้ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ของรถเป็นไปได้อย่างแนบเนียนไร้รอยต่อ หรือถ้าหากอยากสนุกก็ยังสามารถเปลี่ยนเกียร์เองผ่านระบบแพดเดิ้ลชิฟต์ได้อีกด้วย ซึ่งเจ้าโหมดทั้งสี่นี้นอกจากจะช่วยเรื่องความปลอดภัยแล้ว ยังช่วยให้สามารถปรับใช้งานได้ตามสถานการณ์ได้สะดวก เมื่อบวกรวมกับระบบ DCT ก็ยิ่งทำให้ขับขี่ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น   ช่วงล่างแจ่มแมว ช่วงล่างของพี่ใหญ่จากฟอร์ซ่านั้นโดดเด่นด้วยโช้คหน้าหัวกลับขนาด 41

KRRC 2020 สนามที่1 มาแล้วกิจกรรมสุดมันจากค่ายเขียว

KRRC 2020 สนามที่1 มาแล้วกิจกรรมสุดมันจากค่ายเขียว กิจกรรม KRRC สนามที่ 1 หรือ Kawasaki Road Racing Championship สนามที่ 1 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 – 11 ตุลาคม ที่ผ่านมา ณ สนามไทยแลนด์เซอร์กิต จ.นครปฐม เพื่อให้ลูกค้าได้เปิดประสบการณ์ขับขี่ที่ได้ทั้งความสนุกสนาน ตื่นเต้น เร้าใจ ได้เพิ่มทักษะ อัพสกิลการขับขี่ และสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบ ได้สัมผัสการแข่งขันบนสนามระดับประเทศภายใต้ความปลอดภัย สนามนี้ได้รับความสนใจจากลูกค้า Kawasaki เองค่อนข้างเยอะเนื่องจากเพิ่งผ่านสถานการณ์โควิดมา มีการตรวจอุณหภูมิร่างกายวัดไข้กันตั้งแต่หน้าสนามและในงานยังคงให้ส่วมหน้ากากป้องกันและรักษาระยะห่างเพื่อความปลอดภัยอีกด้วยตามมาตราการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 KRRC 2020 สนามที่ 1 มีจัดขึ้น 2 วันโดยแบ่งวันแรกเป็นการประชุมชี้แจงกฎกติกาการแข่งขัน ลงซ้อมสลับกับกิจกรรม Circuit Fun Ride ส่วนวันที่สองแน่นไปทางด้านการแข่งขันสลับกับกิจกรรม Circuit Fun Ride ให้ลูกค้าได้เปิดประสบการณ์การขับขี่บนสนามแข่งขันโดยมีนักแข่งยอดฝีมือจากทีมโรงงานอย่าง ติ๊งโน๊ต ฐิติพงศ์ วโรกร และ CK ชัยวิชิต นิสกุล นำไลน์การขับขี่ที่ถูกต้องและปลอดภัยพร้อมให้คำแนะนำเพื่อเสริมสร้างทักษะ บรรยากาศเริ่มด้วยการแข่งขันของแต่ละรุ่นมีตั้งแต่ Ninja ZX25R,Ninja 400, NinjaZX-10R  ผลการแข่งขันรุ่น Ninja400 B / Ninja ZX25R ผลการแข่งขันรุ่น Ninja 400 A ผลการแข่งขันรุ่น Ninja ZX-6 R ผลการแข่งขันรุ่น Ninja ZX-10R ST2/ST3 A ผลการแข่งขันรุ่น Ninja ZX-10R ST3 B อีกทั้งภายในงานยังมีบูธขายสินค้าราคาพิเศษ เริ่มตั้งแต่น้ำเครื่อง elf,โซ่ DID,โช้ค YSS,ยาง Pirelli และผลิตภัณฑ์ของทาง Kawasaki เองมาลดกันถึง 80%   และสำหรับกิจกรรม Kawasaki Road Racing Championship สนามต่อไปจะจัดขึ้นที่สนามระดับโลกอย่าง สนาม ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ในวันที่ 5 – 7 กุมภาพันธ์ 2564 บอกได้เลยว่าลูกค้าค่ายยักษ์เขียวไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาดดีกรีความมันดุดเดือดกว่านี้แน่นอน สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติม ได้ที่ เว็บไซต์ www.kawasaki.co.th แฟนเพจ https://www.facebook.com/KawasakiRoadRacing/ https://www.facebook.com/KawasakiMotorsThailand อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha Vinoora

Yamaha Vinoora นี่สกู๊ตเตอร์หรือมินเนี่ยน ล่าสุดยามาฮ่าไต้หวันได้ทำการเปิดตัว Yamaha Vinoora สกู๊ตเตอร์หน้าตาสุดน่ารัก ที่เป็นการผสมผสานกันระหว่างสไตล์แบบย้อนยุคและเทคโนโลยีจากยุคสมัยใหม่ มีดีไซน์โดดเด่นที่ไฟกลมคู่หน้าแบบวงแหวน และไฟท้ายทรงกลมที่ให้ภาพลักษณ์ที่ดูสนุกสนาน ตลก และน่ารัก มุ้งมิ้งไปพร้อมๆ กัน ซึ่งเป็นแบบ LED ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แต่ไฟเลี้ยวยังเป็นแบบฮาโลเจนอยู่ โดยมีไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์อยู่ในโคมไฟหน้าด้วย ตัวรถให้กลิ่นอายของความย้อนยุคจากส่วนเว้าส่วนโค้ง แต่ก็มีเส้นสายในแบบของโมเดิร์นแฝงอยู่ภายในทำให้มันกลายเป็นสกู๊ตเตอร์สไตล์เรโทรแบบใหม่ ขุมพลังที่ใช้เป็นเครื่องยนต์บลูคอร์แบบสูบเดียวขนาด 125 ซีซีระบายความร้อนด้วยอากาศ ซึ่งเคลมมาว่าประหยัดน้ำมันมากถึง 57.7 กม./ลิตร ถังน้ำมันจุได้ 4 ลิตร เรียกได้ว่าวิ่งได้ 200 กิโลเมตรด้วยน้ำมันถังเดียวเลย ประหยัดดีจริงๆ ช่วงล่างด้านหน้าเป็นโช้คแบบเทเลสโคปิก ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยว ระบบเบรกด้านหน้าเป็นดิสก์เบรก ด้านหลังเป็นดรัมเบรก มียางขนาด 90/90-10’’ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ตัวรถยังมีฟังก์ชั่นด้านความสะดวกสบายอย่างช่องจ่ายไฟแบบ USB มาให้ที่ด้านหน้ารถอีกด้วย มิติของตัวรถนั้นค่อนข้างเล็ก เบาะนั่งก็สูงเพียง 745 ม.ม. บวกกับตัวรถมีน้ำหนักเบาเพียง 94 ก.ก. ก็เรียกว่าขับขี่ได้ง่าย เหมาะกับการใช้งานเมือง ขับขี่ใช้งานในชีวิตประจำวัน ตัวรถยังมีหลากหลายสีสันให้เลือกตามแต่รสนิยมอีกด้วยครับ   งานนี้ผู้หญิงน่าจะชอบอกชอบใจกับเจ้า Yamaha Vinoora คันนี้เป็นแน่แท้ ผู้ชายสายแบ๊วเองก็อาจจะถูกใจด้วยก็เป็นได้ แต่ก็น่าเสียดายเพราะมันน่าจะไม่จำหน่ายในไทย ทั้งนี้ก็ต้องดูกระแสและจับตามองกันไปก่อนครับ แต่ถ้าเข้ามาก็น่าสนใจมากทีเดียวเลยล่ะครับ ส่วนรูปมินเนี่ยนนี่ผมว่าง เลยลองทำมาเล่นๆ ดูครับ ว่ามันละม้ายคล้ายเจ้ามินเนี่ยนอยู่มากเลยล่ะครับ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Yamaha คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ADV 150 สีใหม่ ขายอินโด ถูกใจมั้ย ลองดูกัน

ADV 150 สีใหม่ ขายอินโด ถูกใจมั้ย ลองดูกัน เมื่อไม่นานนี้ P.T. Astra Honda Motor หรือฮอนด้า อินโดนีเซีย ได้เปิดตัว ADV 150 สีใหม่ สำหรับปี 2021 ซึ่งมีทั้งหมด 3 สีด้วยกัน เรียกได้ว่าจัดมาหลากหลาย น่าจะถูกใจหลายๆ คนเลยล่ะครับ ซึ่งในอนาคตสีใหม่นี้อาจจะนำมาจำหน่ายในประเทศไทยด้วยก็ได้ครับ (หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น) สีแรกได้แก่ Tough Matte Black Gold หรือ สีดำด้านล้อทอง ตัวรถจะมีเบสเป็นสีดำด้าน มีรายละเอียดเป็นสีเงิน และโลโก้ ADV150 และล้อสีทอง ดูสุขุมและเรียบหรูไม่น้อยเลยล่ะครับ สีที่ 2 คือ Tough White Gold หรือ สีขาวล้อทอง ตัวรถจะมีสีขาวมุกเป็นสีหลัก ตัดด้วยสีเงิน และโลโก้ ADV150 และล้อสีทอง ก็จะดูหรูหราสวยงามไม่เบาเช่นเดียวกัน และสีที่ 3 คือ Advance White Black หรือสีขาวสลับดำ ตัวรถจะมีชิ้นส่วนแฟริ่งด้านบนและด้านหน้าเป็นสีขาว และด้านล่างและท้าย รวมถึงล้อจะเป็นสีดำตัดสลับกัน พร้อมกับลวดลายกราฟิกเป็นแถบเส้นสีแดเงและดำพาดข้างตัวรถก็จะให้ภาพลักษณ์ที่เป็นสปอร์ตนิดๆ นอกจากนี้ยังมีอีกสีที่ไม่มีขายในไทยแต่มีจำหน่ายที่อินโดนีเซียอย่างสี Tough Red ซึ่งจะเป็นสีเดิมแต่จะขายต่อในปี 2021 โดยตัวรถจะมีแฟริ่งเป็นสีแดงสลับดำและล้อสีดำ ดูเรียบๆ ขรึมๆ ซึ่งส่วนตัวแล้วค่อนข้างธรรมดา แต่ก็สามารถไปทำสติ๊กเกอร์เท่ๆ ไปได้ง่ายขึ้นครับ เห็นกันไปครบทั้ง 3 สีใหม่ และอีก 1 สีที่ไม่มีขายในบ้านเรากันแล้ว คุณอยากจะให้บ้านเรามีสีไหนมาขายบ้างมั้ยครับ ลองคอมเมนต์กันมาดูนะครับ เพื่อฮอนด้ามาเห็นอาจจะมีขายจริงๆ ก็ได้นะ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Vespa SPRINT 150 i Get ABS 10TH

Vespa SPRINT 150 i-Get ABS 10TH ANNIVERSARY THAILAND LIMITED EDITION และนี่คือโมเดลรุ่นลิมิเต็ด ฉลองครบรอบ 10 ปี เวสป้า ประเทศไทย กับดีไซน์ที่มีจำหน่ายเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น โมเดลนี้ได้รับการออกแบบมาอย่างประณีตและมีระดับ ด้วยการเลือกใช้สีเงิน Grigio Seta ซึ่งเป็นสีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโปสเตอร์ “ที่ 1 เวสป้า” โปสเตอร์สุดคลาสสิกของประเทศไทยในอดีต และนอกจากนี้สีเงินยังถูกนิยามให้เป็นสีที่คลาสสิกไร้วันเก่าเพราะเป็นสีที่ใช้กับเวสป้าตั้งแต่รุ่นวินเทจมาจนถึงรุ่นปัจจุบัน พร้อมยกระดับไปอีกขั้นกับการออกแบบลายข้าวหลามตัดบนเบาะหนังสีเทา และยังเป็นครั้งแรกที่เวสป้าเลือกใช้สีบรอนซ์ตกแต่งตามส่วนต่างๆ ของตัวรถ ไล่ตั้งแต่บังแตร คิ้วด้านหน้าตัวถัง กรอบไฟหน้า กรอบไฟท้าย ล้อแม็ก และที่จับผู้โดยสาร และพิเศษยิ่งขึ้นกับการรันหมายเลขประจำตัวรถบนเพลทชื่อรุ่น สกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมรุ่นลิมิเต็ด “Vespa SPRINT 150 i-Get ABS 10TH ANNIVERSARY THAILAND LIMITED EDITION” สีเงิน Grigio Seta มีวางจำหน่ายเพียง 1,010 คัน เท่านั้น มาพร้อมชุดของพรีเมี่ยม “Time Capsule Bag” พร้อมบอกเล่าเรื่องราวจากอดีต บันทึกเหตุการณ์ปัจจุบันที่พร้อมส่งต่อไปยังอนาคตผ่านของพรีเมี่ยม 3 ชุด 3 เรื่องราว ประกอบด้วย NOSTALGIA SET: สัมผัสความทรงจำในอดีตที่เหมือนเพิ่งผ่านไปเมื่อวาน กล้องมองภาพสามมิติ (3D SLIDE VIEWER) สมุดภาพ (SCRAPBOOK) เซตแม่เหล็ก (MAGNET SET) เซตโปสการ์ด (POSTCARD SET) กระดาษจดหมาย (LETTER) เซตสติ๊กเกอร์ (STICKER SET) RIDING SET: บันทึกโมเมนต์พิเศษผ่านดีไซน์ที่สร้างความโดดเด่นเหนือกาลเวลา หมวกกันน็อก (HELMET) ถุงมือ (GLOVES) กระเป๋าเก็บของหน้ารถ (FRONT BAG) พวงกุญแจ (KEYRING) ผ้าเช็ดหน้า (BANDANAS) NEW NORMAL SET: เรื่องใหม่ในปัจจุบันที่พร้อมจะกำหนดอนาคต หน้ากากอนามัยและสเปรย์แอลกอฮอล์ (MASK & ALCOHOL) ถุงผ้า (SHOPPING BAG) ชุดช้อนส้อมแบบพกพา (UTENSILS) กระบอกน้ำเก็บความเย็น (TUMBLER)   โมเดลพิเศษฉลองครบรอบ 10 ปีนี้จะจำหน่ายในราคา ราคา 149,900 บาท ทุกการจำหน่ายจะบริจาคให้มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ คันละ 1,010 บาท และสกู๊ตเตอร์เวสป้ารุ่นลิมิเตดนี้ยังมาพร้อมก้บความพิเศษด้วยการประมูลหมายเลขบนเพลทชื่อรุ่น โดยสามารถร่วมประมูลได้ที่เว็บไซต์ auction.vespa.co.th ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2563   เวลา 10.10 น. ถึงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 เวลา 12.00 น. ยอดเงินที่ได้จากการประมูล โดยหักจากราคาประมูลตั้งต้นจะถูกมอบให้กับมูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ ทั้งนี้ใบเสร็จยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ตามที่กฎหมายกำหนด (รายละเอียมูลนิธิ: https://www.sosthailand.org/)   สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อตัวแทนจำหน่ายเวสป้าทั่วประเทศ และสามารถติดตามข่าวประชาสัมพันธ์ของเวสป้าได้ที่ LINE Official Account @vespathailand หรือ http://www.vespa.co.th เฟซบุ๊ก Official Vespa Society Thailand และ อินสตาแกรม @vespathailand อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

GSX-S750 2021

GSX-S750 มาพร้อมสีใหม่รับปี 2021 ล่าสุด Suzuki UK ก็ได้ทำการเปิดตัวสีใหม่ของโมเดลเน็กเก็ดยอดนิยมอย่าง GSX-S750 ด้วยกัน 2 สีใหม่ ซึ่งได้แก่สีน้ำเงินใหม่พร้อมลวดลายสีเขียวสะท้อนแสงและสีดำที่ลวดลายกราฟิกสีเทา ล้อสีน้ำเงิน ชุดสีน้ำเงินใหม่จะมีถังน้ำมัน บังโคลน เบาะนั่งและอกล่างเป็นสีดำ เติมเต็มด้วยสีน้ำเงินที่บริเวณครอบแผงหม้อน้ำและชิ้นข้าง ใส่รายละเอียดด้วยลายกราฟิกสีเขียวสะท้อนแสงบริเวณไฟหน้า อกล่าง และส่วนท้ายล้อขอบล้อ ขณะที่สีดำนั้นก็จะมีชิ้นส่วนส่วนใหญ่เป็นสีดำแทบทั้งหมด แต่งแต้มลายกราฟิกสีเทา และรายละเอียดเล็กน้อยบางส่วนเป็นสีน้ำเงินคือที่อกล่าง ท้ายและล้อ โดยทั้งสองโมเดลจะมาพร้อมกับลายกราฟิกใหม่เป็นโลโก้ GSX ขนาดใหญ่พาดบริเวณถังไปยังแฟริ่งครอบแผงหม้อน้ำ สื่อให้เห็นว่านี้คือรถ Suzuki อย่างชัดเจน ทั้งนี้เจ้า GSX-S750 มีกำลังแรงม้าสูงสุดที่ 114 แรงม้า โดยใช้เครื่องที่น้ำมันจาก GSX-R ที่เป็นสปอร์ตไบค์ แต่เครื่องยนต์นั้นมีการปรับจูนให้เข้ากับการขับขี่บนท้องถนนมากยิ่งขึ้น มันมีแทร็คชั่นคอนโทรล 3 โหมด และระบบ Easy Start สตาร์ทรถง่ายเพียงกดปุ่มเดียว และระบบช่วยเร่งเครื่องในช่วงรอบเดินเบา ป้องกันรถดับเวลาจอดติดไฟแดง   ส่วนบ้านเราใครอยากได้สีใหม่นี้น่าจะต้องรอกันไปก่อนนะครับ ส่วนสนนราคาน่าจะไม่เปลี่ยนไปจากเดิมครับผม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Scrambler 1100 Dark Pro

Scrambler 1100 Dark Pro หล่อล่ำดำดุ โมเดลใหม่จาก Ducati Ducati ได้ทำการเพิ่มโมเดลใหม่ให้กับสแครมเบลอร์รุ่นใหญ่อย่าง Scrambler 1100 Pro กับโมเดลหล่อล่ำดำเข้มชื่อว่า Scrambler 1100 Dark Pro โดยเจ้าเวอร์ชั่นใหม่นี้จะมาพร้อมกับโช้คหน้า Marzocchi ด้านหลังเป็นโช้ค Kayaba ขุมพลังวีทวินขนาด 1079 ซีซีและ 85 แรงม้าเท่าเดิม แต่มีการทำการตกแต่งใหม่ให้จบด้วยสีดำด้านและอลูมิเนียม ระบบเบรกก็จะยังคงเป็น Brembo โมโนบล็อก พร้อมกับระบบเบรก ABS และแทร็คชั่นคอนโทรลและโหมดการขับขี่ 3 โหมดอันได้แก่ Active, Journey และ City อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

KLX150BF SE 2021

KLX150BF SE 2021 สีเขียวนีออน สดใส โดนใจแน่นอน ล่าสุดค่ายยักษ์เขียวอย่าง Kawasaki ก็ได้ทำการเปิดตัว Kawasaki KLX150BF SE 2021 เจ้าตั๊กแตนโฉมใหม่มาในมาดของสีเขียวนีออน สดใสสุดๆ ครับ ดีไซน์โดยรวมนั้นยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากโมเดลก่อนหน้านี้สักเท่าไหร่ ยังเป็นการผสมผสานกันระหว่างโมโตครอสและรถสไตล์ออฟโร้ดเข้าด้วยกันเพื่อให้รู้สึกว่าสามารถที่จะลุยไปได้ในทุกเส้นทาง ตัวรถยังคงใช้แฮนด์บาร์แบบแฟลต มาพร้อมการ์ดแฮนด์ ล้อขนาด 21 นิ้วและ 18 นิ้วตามลำดับพร้อมยางแบบบั้งเพื่อให้ลุยออฟโร้ดได้ดี นอกจากสีใหม่ที่เป็นสีเขียวนีออนแล้ว ก็มีการปรับเปลี่ยนในส่วนอื่นๆ เล็กๆ น้อยๆ ช่วยให้รถดูโฉบเฉี่ยวและดูดุดันมากขึ้น หัวใจหลักยังคงเป็นเครื่องยนต์สูบเดียวแบบ SOHC ขนาด 144 ซีซีระบายความร้อนด้วยอากาศ ให้กำลังแรงม้าที่ 12 แรงม้าที่ 8,000 รอบและแรงบิดสูงสุดที่ 11.3 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ ระบบเกียร์ 5 สปีด ซึ่งเหมาะการขับขี่ทั้งบนถนนและออฟโร้ด   ตัวรถยังคงใช้เฟรมแบบเหล็กกล้าที่แข็งแรง แต่น้ำหนักเบา มีน้ำหนักตัวรถเพียง 118 ก.ก. ด้านหน้าเด่นด้วยโช้คหน้าหัวกลับสีทองขนาด 35 ม.ม. ระยะยุบ 175 ม.ม. และโช้คหลังเดี่ยวทำงานร่วมกับกระเดื่อง โช้คหลังสามารถปรับพรีโหลดได้ 5 ระดับ ระยะยุบ 192 ม.ม. ระบบเบรกเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Peugeot Django 125 ABS

Peugeot Django 125 ABS รุ่นพิเศษฉลองครบ 210 ปี!! รู้หรือไม่ว่าปี 2020 นี้ Peugeot มีอายุได้ 210 ปีแล้ว? แต่เพื่อให้ชัดเจน จริงๆ แล้วแบรนด์นี้ไม่ได้เริ่มทำรถมอเตอร์ไซค์มาตั้งแต่แรกหรอก แต่มาเริ่มทำตอนปี 1896 นี้เอง ซึ่งก็เหมือนกับหลายๆ ค่ายที่คุณรู้จัก ซึ่งก็ทำธุรกิจอย่างอื่นมาก่อนที่จะมาทำมอเตอร์ไซค์ ก่อนที่จะทำรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ แบรนด์ฝรั่งเศสได้เคยทำอะไรสารพัดอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเหล็กกล้า เลื่อย กระโปรงแบบนึง เครื่องบดกาแฟ และเครื่องบดพริกไทย ขณะที่เพียงบางผลิตภัณฑ์เท่านั้นที่ยืนหยัดมาได้จนถึงทุกวันนี้ และบางสายการผลิตก็อยู่กับเจ้าของต่างรายกัน แต่อย่างไรก็ตามทั้งแบรนด์ต่างยินดีที่จะเฉลิมฉลองการครบรอบ 210 ปีของทางแบรนด์ ซึ่งยากที่จะหาแบรนด์ไหนเคลมอายุได้ยาวนานขนาดนี้ ด้วยโอกาสนี้จึงได้เปิดตัว Peugeot Django 125 ABS 210th Anniversary ขึ้นมา โดยจะจำหน่ายเพียงแค่ 21 คันเท่านั้น โดยเจ้า Django 125 นั้นเป็นเวอร์ชั่นสมัยใหม่ของ S55 สกู๊ตเตอร์จากแบรนด์ในช่วงยุค 50 และเพิ่มชุดสีพิเศษเป็นสีจากธงชาติฝรั่งเซสเข้าไป พร้อมกับเพิ่มตราพิเศษฉลองครบรอบ 210 ปีลงไป นอกจากนี้ยังมีเบาะนั่งสีแดงเย็บแบบสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดพร้อมเดินเส้นเก็บขอบด้วยสีขาวเพิ่มคอนทราสต์ให้กับเบาะนั่ง ช่วยให้ดูดีมีสไตล์แบบผู้ดีฝรั่งเศส ส่วนในเรื่องของสเปก Django 125 รุ่นพิเศษก็ยังเหมือนกับรุ่นปัจจุบันที่วางขายทั่วไป โดยยังใช้เครื่องยนต์สูบเดียวแบบระบายความร้อนด้วยอากาศ ทำงานร่วมกับระบบเกียร์ CVT เพื่อให้มันขี่ได้ง่ายแบบแค่บิดก็พร้อมไปได้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Multistrada V4 2021 มอเตอร์ไซค์ติดเรดาร์

Multistrada V4 2021 มอเตอร์ไซค์ติดเรดาร์ เจ้าแรกในโลก แม้ว่า Multstrada V4 2021 จะเปิดตัวจริงๆ จะเป็นต้นเดือนพฤศจิกายนที่ใกล้จะถึงนี้ แต่ Ducati ก็ออกมาเผยโฉมหน้า (จริงๆ) พร้อมออกมาบอกข้อมูลที่พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์มอเตอร์ไซค์ไปเลย โดยค่ายรถสีแดงขาวค่ายนี้ออกมาบอกกับโลกว่าโมเดลใหม่นี้จะมาพร้อมลูกเล่นที่โดดเด่นมากที่สุด และกลายเป็นมอเตอร์ไซค์คันแรกในโลกที่ติดตั้งเรดาห์ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งจะทำให้เจ้าคันนี้มีระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ หรือ Adaptive Cruise Control และระบบช่วยเตือนจุดอับสายตา หรือ Blind-spot Detection ตลอด 2 – 3 ปีให้หลังมานี้หลายๆ ค่ายรถมอเตอร์ไซค์ต่างพยายามพัฒนาระบบครูซคอนโทรลให้ดีขึ้น แน่นอนว่ารวมไปถึงค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง BMW และ Kawasaki ด้วย และในช่วงเวลาเดียวกันนี้เองที่ระบบครูซคอนโทรลแบบพื้นฐานก็ได้เริ่มแพร่หลายไปมากขึ้น แต่เราก็ยังไม่ได้เห็นระบบใหม่จนกระทั่งการมาถึงของเจ้า Multistrada V4 โดยเรดาห์ที่ด้านหน้าจะช่วยให้รถสามารถติดตั้งระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติได้ ซึ่งจะคอยควบคุมความเร็วของรถเพื่อรักษาระยะห่างกับรถคันที่อยู่ด้านหน้าได้ ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องคอยปรับความเร็วเองเวลาที่ระบบนี้ทำงานอยู่ ส่วนเรดาห์ด้านหลังจะทำหน้าที่ตรวจจับรถที่จะเข้ามาในจุดอับสายตาและรถที่จะเข้ามาจากด้านหลังและมุมอับที่ต้องมองข้ามไหล่ไปครับ   งานนี้รอชมสเปกเต็มๆ และอาจจะมีวิดีโอการทำงานของเจ้ารถสุดล้ำคันนี้ได้วันที่ 4 พฤศจิกายนนี้ครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

KTM 890 Adventure R

KTM 890 Adventure R และ Rally ลุยหมดปลอก นอกถนนก็ไม่หวั่น KTM เลือกที่จะไม่ยั่วหรือว่าสร้างกระแสก่อนจะมีการเปิดตัวโมเดลใหม่ๆ ต่างจากคู่แข่งจากค่ายอื่นๆ แล้วก็ทำการเปิดตัวโมเดลใหม่ในพิกัด 890 ทันทีแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยซะอย่างนั้น และคราวนี้ยังมาเป็นแพ็กคู่อีกด้วย นับเป็นเวลาเพียง 1 ปีเท่านั้นหลังจากมีการเปิดโมเดลเน็กเก็ตพิกัดเดียวกันไปเมื่อปีที่แล้ว KTM 890 Adventure R และ Rally ทั้ง 2 โมเดลใหม่นี้ล้วนแล้วแต่ใช้เครื่องยนต์ 2 สูบเรียงขนาด 890 ซีซีที่มีการปรับจูนใหม่เล็กน้อยให้ต่างไปจากของเจ้า Duke ในร่างสายลุยนี้ เครื่องยนต์จะมีกำลังแรงม้าน้อยลงเหลือ 105 แรงม้าจากเดิม 119 แรงม้า แต่มีแรงบิดเพิ่มขึ้นจากเดิมเล็กน้อยเป็น 73.7 ฟุตปอนด์จากเดิม 73 ฟุตปอนด์ วางบนเฟรมโครโมลีสตีลกับท่อคอบังคับรถอลูมิเนียมและซับเฟรมที่เบากว่า (แต่ยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลข) สายลุยรหัสใหม่นี้มาพร้อมกับแอนติฮ็อปปิงคลัตช์ PASC ทำงานร่วมกันกับระบบเกียร์ 6 สปีด และควิกชิฟเตอร์ (ออปชั่นเสริม) ทั้งนี้ยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่อีกมากมาย อาทิ ABS แบบออฟโร้ด โหมดการขับขี่ และแทร็คชั่นคอนโทรล และอีกฟังก์ชั่นนึงที่กำลังจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของวงการมอเตอร์ไซค์แล้วก็คือหน้าจอเรือนไมล์สีแบบ TFT นั่นเอง ช่วงล่างซัพพอร์ตโดยของประจำค่าย ด้านหน้าเป็น WP XPLOR ขนาด 48 ม.ม. พร้อมระยะยุบมากถึง 240 ม.ม. ด้านหลังเป็นโช้คหลังเดี่ยว WP XACT PDS ระยะยุบ 240 ม.ม.เช่นกัน มาพร้อมยาง Metzeler Karoo 3 ระบบเบรกด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 320 ม.ม.พร้อมคาลิเปอร์เบรก 4 พ็อต ดิสก์หลังเดี่ยวขนาด 260 ม.ม.และคาลิเปอร์เบรกแบบ 1 พ็อต ส่วนโมเดลพิเศษอย่าง 890 Adventure R Rally จะพิเศษยิ่งขึ้น โดยจะมีปลายท่อจาก Akrapovič พักเท้าแบบแรลลี่ เบาะนั่งแบบราบแบบเอ็นดูโร่ ล้ออโนไดซ์ และปรับช่วงล่างมาให้เหมาะกับการแข่งขัน การ์ดถังน้ำมันคาร์บอนไฟเบอร์ โช้ค WP XPLOR Pro ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ติดตั้ง Quickshifter+ และโหมดการขับขี่แบบ Rally ติดรถมาเลย ทั้งนี้จะขายเพียงแค่ 700 คันเท่านั้น ส่วนสนนราคาของทั้งสองโมเดลยังไม่ประกาศนะครับ ต้องรอลุ้นกันไปก่อนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

CRF1100L Africa Twin 2021

CRF1100L Africa Twin 2021 เพิ่มสีใหม่ไตรคัลเลอร์ ใครๆ ต่างก็รู้ว่า Honda นั้นได้สร้างชุดสีที่ยอดเยี่ยมตลอดกาลมาตั้งแต่ในอดีตแล้ว หากคุณลองมองย้อนกลับไปยังเจ้า XRV650 Africa Twin รุ่นดั้งเดิมที่เปิดตัวในปี 1988 ในชุดสีขาว น้ำเงินและแดง คุณก็จะพบว่าชุดสีนี้มันเป็นชุดสีที่ดีที่สุดเท่าที่ฮอนด้าเคยทำมาเลยทีเดียว และเมื่อ Africa Twin กลับมาอีกครั้งในปี 2016 ฉุดสีไตรคัลเลอร์นี้ก็กลับมาอีกครั้ง และตอนนี้ปี 2020 ก็เป็นอีกครั้งที่ Honda ทำการเพิ่มชุดสีใหม่ให้กับ CRF1100L Africa Twin ใหม่ ด้วยชุดสียอดนิยมไตรคัลเลอร์ โดยนำมาใส่เฉพาะในรุ่น Adventure Sport เท่านั้น ซึ่งจะวางจำหน่ายเป็นโมเดลปี 2021 ซึ่งบอกเลยว่าสวยถูกใจหลายคนแน่นอน! นอกจากลวดลายกราฟิกสีใหม่ไตรคัลเลอร์แล้วโมเดล 2021 ไม่ได้มีการปรับปรุงในส่วนอื่นๆ แต่เราก็ต้องยอมรับว่าชุดสีไตรคัลเลอร์ที่มีชื่อว่า Pearl Glare White Tricolor นั้นโดดเด่นจริงๆ ครับผม ส่วนสีอื่นๆ อย่างสีแดง Grand Prix Red และสีดำด้าน Matte Ballistic Black ก็จะยังมีจำหน่ายอยู่เช่นเคย แฟนๆ ชาวไทยท่านใดที่กำลังอยากจะได้เจ้าแอฟริกาทวิน 1100 คันใหม่นี่ล่ะก็คงต้องอดใจรอสักหน่อยนะครับ น่าจะเป็นปีหน้าเลยล่ะครับ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

NMax 160 Star Wars

NMax 160 Star Wars สำหรับสาวกเจไดก็มา แฟนๆ สตาร์วอร์สถูกใจสิ่งนี้!! เรียกได้ว่าหากคุณเป็นสาวกมหากาพย์เรื่องนี้แล้วล่ะก็เจ้ารถคันนี้ก็ควรค่าจะไปอยู่ในโรงจอดรถของคุณครับ เพียงแต่ว่าคุณจะต้องเลือกครับ ว่าคุณจะอยู่ฝ่ายไหน เว้นแต่ว่า เงินคุณเหลือจริงๆ เพราะ Yamaha NMax 160 ABS ใหม่นี้มาในเวอร์ชั่น Star Wars พร้อมกันที่เดียวถึง 2 ลวดลาย ลวดลายแรกก็คือสีขาวสำหรับฝ่ายพันธมิตรกบฏ Rebel Alliance และสีดำสำหรับฝ่ายจักรวรรดิกาแลกติก Galactic Empire ซึ่งทั้งสองต่างเป็นโมเดลพิเศษที่จะวางจำหน่ายในประเทศบราซิลทั้งหมด 680 คัน โดย Yamaha ตั้งใจเป็นอย่างดีว่าจะไม่ทำลายสมดุลของพลัง ดังนั้นจึงผลิตมาโมเดลละ 340 คันเท่ากันทั้งสองฝั่งครับ โดยจุดเด่นของฝ่ายพันธมิตรกบฏ Rebel Alliance จะได้แรงบันดาลใจมาจากยานรบสี่ปีกอเนกประสงค์ X-Wing ในตำนาน โดยเลือกใช้สีเดียวกันกับยานรบซึ่งมี Luke Skywalker เป็นคนขับลำนี้ ตัวรถจึงมาในชุดสีขาวกับเส้นสายสีแดง และมีรายละเอียดตกแต่งเพิ่มเป็นสีเหลือง และแน่นอนว่าต้องมีโลโก้ประจำฝ่าย ส่วนจุดเด่นของเวอร์ชั่นจักรวรรดิกาแลกติก Galactic Empire คือมาในชุดสีดำพร้อมกับโลโก้บนแฟริ่งและมีลวดลายกราฟิกเพิ่มเติมเป็นสีเงินและสีแดง   สำหรับสนนราคานั้นจะจำหน่ายอยู่ที่ราวๆ 80,000 บาท ซึ่งแพงกว่าโมเดลปกติเพียงเล็กน้อย อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Yamaha คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha WR450F Aussie Edition

Yamaha WR450F Aussie Edition รุ่นพิเศษขายในแดนจิงโจ้เท่านั้น นับตั้งแต่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในปี 1998 Yamaha WR450F ก็ทำยอดขายดีติดชาร์จของประเทศออสเตรเลียมาตลอด และกลายเป็นรถยอดนิยมของชาวเมืองจิงโจ้ไปแล้ว และด้วยการนี้เองทางยามาฮ่าก็ไม่ได้เพิกเฉยแฟนๆ ของทางค่ายรถ จึงจับเอา WR450F ที่เป็นรถที่ยอดเยี่ยมไปด้วยสมรรถนะ การควบคุมและความทนทานเหมาะกับการขับขี่ในประเทศที่กว้างใหญ่อย่างออสเตรเลียมาทำโมเดลพิเศษตอบแทนสาวก   และสาเหตุด้านบนคือต้นกำเนิดของ ลายจิงโจ้ หรือ Aussie Edition ที่มาพร้อมลวดลายกราฟิกสีน้ำเงินสดใสเตะตาพร้อมลายจิงโจ้ซึ่งจำหน่ายเฉพาะในออสเตรเลียเท่านั้น เป็นการตอบแทนชาวออสเตรเลียที่นิยมในโมเดลนี้จนยอดขายในออสเตรเลียนั้นมากกว่าที่ใดๆ ในโลก โดยเจ้าโมเดลพิเศษสำหรับชาวออสซีจะมีพื้นฐานมาจากโมเดล 2021 และจะผลิตขึ้นจำนวนจำกัดแค่เพียง 400 คันเท่านั้น โดยจะมีจุดเด่นๆ คือ ลวดลายจิงโจ้บนการ์ดแผงหม้อน้ำอลูมิเนียมและการ์ดท้องเครื่องซึ่งเป็นของแต่งจากทาง Force Accessories นอกจากนี้ตัวรถจะติดตั้งการ์ดแฮนด์ยอดนิยมจากทาง Barkbuster และปลายท่อแบรนด์คุ้นหูอย่าง Akrapovic อีกด้วยครับ ทำให้มันกลายเป็นโมเดลที่มีความพิเศษที่ทั้งหล่อเท่ ดุดัน และแอบมุ้งมิ้งในเวลาเดียวกันครับ   อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Yamaha คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

G 310 GS 2021

G 310 GS ปรับโฉมใหม่! แต่ไม่ได้ดีแค่หล่ออย่างเดียว BMW Motorrad อัพเกรด G 310 GS น้องเล็กสุดจากตระกูล GS เสริมหล่อ พร้อมเพิ่มความปลอดภัย ซึ่งถือเป็นการปรับปรุงครั้งแรกนับตั้งแต่เปิดตัววางจำหน่ายตั้งแต่ปี 2016 มันคือ สายลุยที่มีขนาดกะทัดรัด แข็งแกร่ง และมีความคล่องตัวสูง เหมาะกับหลายๆ คน โดยเฉพาะกับมือใหม่ หน้าใหม่ และคนร่างเล็ก โดยปรับให้คล่องตัว ปลอดภัย และใช้งานได้หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะถนน ทางดำ หรือทางฝุ่น   ปรับเครื่องรับ EURO5 เครื่องยนต์ของมันยังคงเป็นเครื่องยนต์แบบสูบเดียวขนาด 313 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ DOHC 4 วาล์ว หัวฉีดไฟฟ้า ให้กำลังแรงม้า 34 แรงม้าที่ 9,500 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 28 นิวตันเมตรที่ 7,500 รอบ ซึ่งผ่านการปรับปรุงให้สามารถที่จะผ่านมาตรฐาน Euro5 ได้ นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มตัวควบคุมคันเร่งแบบไฟฟ้า ช่วยให้คันเร่งตอบสนองได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น มีระบบช่วยเพิ่มรอบเวลาอยู่ในเกียร์ว่าง ป้องกันเครื่องยนต์ดับขณะจอดรถชั่วคราว อีกทั้งยังเพิ่มระบบแอนติฮ็อปปิงคลัตช์ ที่จะช่วยลดแรงฉุดของเครื่องยนต์เวลาลดเกียร์ลง ช่วยให้ขับขี่ได้ปลอดภัยมากขึ้น (คล้ายๆ กับสลิปเปอร์คลัตช์) ซึ่งจะช่วยทำให้มือคลัตช์เบาขึ้นด้วย   ไฟส่องสว่าง LED ทั้งระบบ นอกจากไฟเบรกที่ของเดิมเป็น LED อยู่แล้ว ตอนนี้ทาง BMW ได้ทำการอัพเกรดระบบไฟส่องสว่างทั้งหมดให้เป็น LED ซึ่งช่วยเพิ่มทัศนวิสัยยามค่ำคืนให้ดียิ่งขึ้น กระทั่งไฟเลี้ยวก็เป็น LED ซึ่งมองเห็นได้ชัดมากขึ้นอีกด้วย   ก้านเบรกและก้านคลัตช์ปรับได้ 4 ระดับ ตอนนี้ก้านเบรกและก้านคลัตช์สามารถปรับแต่งได้ 4 ระดับ ช่วยให้กำก้านเบรกและก้านคลัตช์ได้ง่ายมากขึ้น แม้กระทั่งคนมือเล็ก โดยระดับที่ 1 นั้นก้านเบรกจะอยู่ใกล้กับแฮนด์บาร์มากขึ้น 6 ม.ม.   ปรับเปลี่ยนเฉดสีใหม่เพิ่มความหล่อ เจ้า 310 GS มีสไตล์ที่สมกับเป็นรถสายลุยในตระกูลจีเอส แล้วยังมีสีสันในแบบที่ถอดแบบมาจากรุ่นพี่ในตระกูล โดยจะมีครอบเครื่อง ครอบคลัตช์และปั๊มน้ำมาในสีเทา Metallic titanium grey ตัวสีรถเบสิกเป็นสีขาว Polar White ตัดสลับด้วยสีข้างถังน้ำมันเป็นสีเทา ส่วนในโมเดลสีพิเศษอย่าง Rallye ตัวเฟรมจะทำสีแดงและมีสีน้ำเงิน Kyanit Blue บริเวณครอบถังตรงกลางและบริเวณปากนก เรียกว่าสวยงามแปลกตาดีทีเดียว และโมเดลพิเศษฉลองครบรอบ 40 ปี  GS ก็จะมาในชุดสีแบบเดียวกันกับ R 100 GS คือสีดำ Cosmic Black ตัดด้วยกราฟฟิกสีเหลืองด้านข้างตัวรถ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก