Skip to main content

SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

อัปเดตข่าวมอเตอร์ไซค์ล่าสุด 2026 รุ่นใหม่ ราคา รีวิวครบทุกสไตล์

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Honda Forza 750

Honda Forza 750 กับ 13 จุดเด่นที่ค่อนข้างจะชัดเจนแล้ว อีกครั้งแล้วที่ Honda ยุโรปทำการยั่วยวนสาวกและชาวสกู๊ตเตอร์ด้วยการส่งคลิปวิดีโอทีเซอร์เจ้า All New Honda Forza 750 ออกมาผ่านทาง YouTube และนี่ก็เป็นครั้งที่ 3 แล้ว ก็มีการเปิดเผยรายละเอียดต่างๆ มากขึ้น และทาง SuperBike ก็ได้รวบรวมเอาจุดเด่นต่างๆ ที่คอนเฟิร์มแล้วว่ามาในโมเดลใหม่นี้อย่างแน่นอน ซึ่งมีอยู่ 13 ข้อดังนี้ครับ   ระบบไฟส่องสว่างแบบ LED ทั้งระบบพร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิงไลท์ หากคุณติดตามข่าวสารมอเตอร์ไซค์มาตลอด คุณจะรู้ว่าโมเดลใหม่ๆ ของทางฮอนด้านั้นจะถูกอัพเกรดระบบไฟส่องสว่างเป็นแบบ LED ทั้งหมด และติดตั้งระบบไฟเดย์ไทม์รันนิงไลท์มาให้ด้วย เพราะทางค่ายคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยมาโดยตลอด   โช้คหน้าหัวกลับ ตามภาพเลยครับ ตัวรถให้โช้คหน้าแบบหัวกลับมาเลย ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดีครับ ทั้งในแง่ของภาพลักษณ์และสมรรถนะการขับขี่   ดิสก์เบรกหน้าคู่พร้อมคาลิเปอร์เบรกจาก Nissin และระบบเบรก ABS จากทีเซอร์เราก็จะเห็นว่ามีการใช้ดิสก์เบรกหน้าคู่พร้อมคาลิเปอร์เบรกจาก Nissin ซึ่งทางฮอนด้าก็ใช้ของ Nissin มาโดยตลอดยกเว้นโมเดลพิเศษบางโมเดลที่จะไปใช้ Brembo เรียกว่าคู่บุญกันมานานครับ   ล้อหน้า 17 นิ้ว ล้อหลัง 15 นิ้ว   จากการที่เราพยายามเทียบโยงกับรุ่นที่ใกล้เคียงกัน ก็พบว่า เจ้าฟอร์ซ่า 750 มีลักษณะใกล้เคียงกับ X-ADV มากที่สุด จึงมีความเป็นได้ค่อนข้างมากว่าจะมีล้อหน้าขนาด 17 นิ้วและล้อหลัง 15 นิ้ว   เครื่องยนต์ 2 สูบ ขนาด 745 ซีซี 4 จังหวะ เช่นกันหากดูจากรหัสทางค้าว่า 750 เครื่องยนต์ที่อยู่ในพิกัดเดียวกันนี้ก็จะมีเจ้า X-ADV ที่ใช้เครื่องยนต์ 2 สูบขนาด 745 ซีซี ซึ่งดูจากภายนอกก็มีหน้าตาเดียวกัน ซึ่งอาจจะมีการปรับปรุงชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ซึ่งน่าจะทำให้มีสมรรถนะที่ดีขึ้น เหมาะกับการขับขี่บนท้องถนนทั่วไปมากขึ้น   ระบบเกียร์ DCT เป็นระบบเกียร์ที่ฮอนด้าพัฒนามาอย่างต่อเนื่องและถูกใช้ในหลายๆ โมเดลของทางค่าย และแน่นอนว่าฟอร์ซ่า 750 เป็นสกู๊ตเตอร์ขนาดใหญ่ และบวกรวมกับภาพจากในทีเซอร์เราก็จะเห็นได้ว่าหน้าจอเรือนไมล์นั้นมีสัญลักษณ์ตัว D ซึ่งน่าจะเป็นจุดที่บอกว่ามีการใช้ระบบเกียร์แบบ DCT อย่างแน่นอน   ระบบสมาร์ทคีย์ สกู๊ตเตอร์นั้นมีจุดเด่นเรื่องความสะดวกสบาย ดังนั้นเมื่อบวกรวมกับภาพที่เราเห็นจากทีเซอร์ตัวที่ 2 เราก็จะคอนเฟิร์มได้ว่าเราจะได้เห็นระบบสมาร์ทคีย์แน่นอน และจะเป็นในแบบรูปแบบใหม่ด้วย   หน้าจอเรือนไมล์สีแบบ TFT อันนี้ค่อนข้างจะชัดเจนเลยหากดูจากทีเซอร์ตัวที่ 2 ซึ่งหน้าจอเรือนไมล์สีแบบ TFT น่าจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของมอเตอร์ไซค์ในอนาคตอย่างแน่นอนครับ เพราะหลายๆ ค่ายก็เลือกใช้กัน   เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านระบบบลูทูธ อันนี้ก็สังเกตได้จากไอคอนบนหน้าจอเรือนไมล์มุมซ้ายบนจากทีเซอร์ตัวที่ 2 เช่นกัน ซึ่งก็น่าจะใช้เชื่อมต่อเพื่อดึงเอาข้อมูลต่างๆ จากตัวรถ อาจจะสามารถใช้รับสายหรือควบคุมฟังก์ชันมัลติมีเดียโดยไม่ต้องละมือไปจากแฮนด์บาร์ด้วยก็ได้     โหมดการขับขี่ เรื่องโหมดการขับขี่อันนี้ก็สังเกตได้จากเรือนไมล์จากทีเซอร์ตัวที่ 2 จากคำว่า User ซึ่งก็น่าจะมีโหมดติดรถมาให้เลือกจำนวนนึง ส่วนในโหมด User ก็น่าจะให้ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งการทำงานได้เอง โดยจะปรับระดับการทำงานของระบบต่างๆ ได้เอง   โหมดควบคุมกำลังเครื่องยนต์ จากการสังเกตที่หน้าจอเรือนไมล์อีกเช่นกัน จากตัว P ซึ่งน่าจะมีด้วยกัน 3 ระดับจากลักษณะของวงกลมล้อมรอบ ซึ่งจะช่วยควบคุมกำลังเครื่องยนต์ที่ออกมา ให้เหมาะกับสภาพการขับขี่ในสถานการณ์ต่างๆ กัน   ระบบแทร็คชั่นคอนโทรล ระบบนี้ก็สังเกตเห็นได้จากเรือนไมล์เช่นกัน ซึ่งก็จะเป็นตัว T ในวงกลม ซึ่งน่าจะมีระดับการทำงาน 3 ระดับด้วยกัน เรียกได้ว่าช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้เป็นอย่างดี ระบบควบคุมเอ็นจินเบรก ระบบควบคุมเอ็นจินเบรกก็จะสังเกตได้จากตัว E ในวงกลมบนหน้าจอเรือนไมล์ ซึ่งก็น่าจะปรับได้ทั้งหมด 3 ระดับเช่นกัน อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

R 1250 GS 2021

R 1250 GS 2021 เผยโฉมแล้วพร้อมรุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 40 ปี BMW ได้ใช้โอกาสที่ GS มีอายุครบ 40 ปีเปิดตัวโมเดลที่มีเทคโนโลยีล้ำหน้าที่สุด ในระดับที่ว่ามีทุกอย่างตั้งแต่อุ่นเบาะยันไฟหน้าปรับองศาขณะเข้าโค้งอัตโนมัติ แถมยังมีความคล้ายคลึงกับ R 100 GS Bumblebee ที่เป็นรุ่นเก๋าๆ รุ่นนึงของ GS เช่นกัน GS รุ่นล่าสุดนั้นจัดเต็มเรื่องอุปกรณ์และระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ทั้งยังเป็นระบบใหม่ๆ ของปีนี้อีกด้วย โดยที่น่าสนใจที่สุดคือไฟหน้าที่มีตัวรีเฟล็กเตอร์ที่สามารถหมุนได้ 35 องศา ช่วยให้ลำแสงของไฟหน้าหันไปทางเดียวกับที่คุณเลี้ยวเข้าโค้งได้ ไม่เพียงแต่ปรับซ้ายขวาได้ มันยังปรับก้มเงย 2 องศาได้อีกด้วย เช่นในกรณีที่คุณมีคนซ้อนหรือบรรทุกหนัก ก็สามารถปรับความสูงให้ต่ำลงมาจากการที่มันหน้าเชิด นอกจากนี้ยังมีลูกเล่นเจ๋งๆ อย่างระบบไฟ Welcome ซึ่งหากเปิดไว้ เวลาที่คุณสตาร์ทรถไฟหน้าไฟท้ายรวมถึงไฟเลี้ยวก็จะสว่างขึ้น ฟังก์ชั่น Goodbye ที่หลังจากดับเครื่องแล้วไฟหน้าและไฟท้ายจะยังสว่างอยู่อีกระยะนึงแล้วจะค่อยๆ ดิมลงจนดับ และ Follow me home ที่จะสามารถเปิดไฟหน้าค้างไว้ได้แม้จะดับเครื่องแล้วเพียงกดปุ่มไฟสูงคว้างไว้ระยะนึง ช่วยให้คุณจอดรถในที่มืดๆ หรือแสงน้อยได้สะดวกมากขึ้น เรียกว่าเรื่องไฟนี่จัดเต็มจริงๆ ยังไม่หมด BMW ยังทำการอัพเกรดยกระดับความปลอดภัยพื้นฐานอีกด้วย โดยทั้ง GS และ GSA จะมีไดนามิกแทร็คชั่นคอนโทรลและ ABS Pro ติดรถพื้นฐานมาเลย รวมไปถึงระบบช่วยออกตัวรถบนเนินหรือทางลาดชันอีกด้วย (Hill Start Control – HSC) นอกจากนี้ยังสามารถเปิดโหมดการขับขี่แบบ Pro หรือว่า HSC Pro เป็นอ็อปชันเสริมได้อีก นอกจากนี้ยังเพิ่มเติมในส่วนของความสะดวกสบาย อุ่นเบาะคนขับ คนซ้อน อุ่นมือที่อัพเกรดใหม่เพิ่มลดได้ 5 ระดับ ซึ่งสามารถควบคุมผ่านหน้าจอเรือนไมล์สี TFT ได้เลย มีช่องจ่ายไฟแบบ USB ขนาด 2.4 แอมแปร์ ซึ่งชาร์จสมาร์ทโฟนได้ไวขึ้น แม้กระทั่งสามารถปรับความสูงของแฮนด์บาร์ได้อีก 30 ม.ม.โดยไม่ต้องซื้อของแต่งเพิ่ม นอกจากลูกเล่นทั้งหมดนี้โมเดลพิเศษฉลอง 40 ปี ยังจะมาพร้อมชุดสีใหม่แบบ R100GS คลาสสิก ซึ่งเป็นสีเหลืองตัดสีพื้นสีดำ ส่วนโมเดลปกติก็จะมีสีพื้นฐานอย่างสีเทา Ice Grey สีดำ Triple Black และลาย Rallye ส่วนสนนราคานั้นยังไม่ระบุ แต่คาดว่าอีกไม่นานก็คงจะประกาศ ส่วนแฟนๆ สายลุยรอ R 1250 GS 2021 อีกนิดนะครับปีหน้ามาแน่นอนครับผม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda H'ness CB350

Honda H’Ness CB350 นีโอคลาสสิคขายอินเดียที่น่าจับตามอง รถในตระกูล Honda CB คือรถตระกูลนึงที่เป็นที่รู้จักกันดีในวงการมอเตอร์ไซค์ ทางฮอนด้ายังคงผลิตรถที่อยู่ในตระกูล CB ออกมาอย่างต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้ ขณะที่โมเดลเก่าๆ จากยุค 60 หรือ 70 ยังคงมีขายอยู่ในตลาดรถมือสองจนถึงตลาดรถประมูล เท่านั้นยังไม่พอตระกูล CB ยังกว้างใหญ่ขยายออกไปมากขึ้น ไปเป็นโมเดลสไตล์ที่แปลกใหม่ยิ่งขึ้นเช่น CB650R หรือกระทั่ง CB500X แทนที่จะเป็นรถที่ทำออกมาในรูปแบบของย้อนยุคให้สมกับตระกูล CB แต่ตอนนี้เรื่องนี้ก็ดูเหมือนจะกลายเป็นอดีตไปแล้ว เพราะล่าสุดฮอนด้าอินเดียก็เปิดตัวโมเดลใหม่ออกมาแล้วอย่างเจ้า H’ness CB350 นั่นเอง   ซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า Honda จะออกโมเดลใหม่มาสู้กับรถของทาง Royal Enfield Bullet 350 ซึ่งอยู่ในกลุ่มของนีโอคลาสสิก และเดากันว่าจะเป็น Rebl 300 แต่สุดท้ายกลับไม่ใช่นะครับ Honda เลือกใช้วิธีการย้อนยุค ทำการชุบชีวิต CB350 โมเดลในอดีตขึ้นมาใหม่ และตั้งชื่อใหม่ว่า H’ness มาจากคำว่า Highness นั่นเอง   ดีไซน์เป็นแบบคลาสสิกขนานแท้เพื่อที่จะได้แย่งชิงส่วนแบ่งจากการตลาดจากทาง Royal Enfield มาให้ได้ มันดูคล้ายกับโมเดลดั้งเดิมค่อนข้างมากราวกับว่าโมเดลเดิมไม่เคยถูกยกเลิกการผลิตมาก่อน แต่พัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นโมเดลใหม่มากกว่า ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจมากที่สุดคือเครื่องยนต์ใหม่ขนาด 348 ซีซีแบบสูบเดียวที่ใช้งานร่วมกับระบบเกียร์ 5 สปีด ซึ่งให้กำลังแรงม้าที่ 20 ตัวและแรงบิดที่ 22 ฟุตปอนด์ นอกจากนี้ตัวรถยังมาพร้อมไฟหน้าแบบ LED เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ เรือนไมล์ผสมดิจิตอลและอนาล็อก โช้คหน้าแบบเทเลสโคปิก โช้คหลังคู่ และแทร็คชั่นคอนโทรล ซึ่งดูมีลูกเล่นที่จะเกิดนตัวไปจากรถในพิกัดเริ่มต้นแบบนี้ อย่างไรก็ดี Honda ยังคงไม่เปิดเผยตัวเลขราคา แต่คิดว่าราคาน่าจะอยู่ที่ 82,000 บาท (คิดจากค่าเงินอินเดียรูปี) โดยอ้างอิงจากมอเตอร์ไซค์รุ่นใกล้เคียงกัน ส่วนการที่จะมาจำหน่ายในบ้านเรานั้นค่อนข้างจะยากนิดนึง แต่หากกระแสในบ้านเราดีจริงๆ ก็อาจจะมีความเป็นไปได้ก็ได้ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

บิ๊กช้อง แฮปปี้ผลงาน “เขมินท์-พีรพงศ์” ผลงานติดกลุ่มหน้า CEV Moto2

“บอสไทยยามาฮ่า” แฮปปี้ผลงาน “เขมินท์-พีรพงศ์” กระตุ้นเด็กไทยยกระดับผลงานติดกลุ่มหน้า ซีอีวี โมโตทู บิ๊กช้อง ธีระพงษ์ โอภาสกรกุล บอสใหญ่ ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม เผยต้นสังกัดแฮปปี้กับผลงานอันโดดเด่นของ 2 นักบิดไทยอย่าง “เคเคซัง” เขมินท์ คูโบะ #9 และ “ต๋ง” พีรพงศ์ บุญเลิศ #26 ที่เปิดตัวอย่างยอดเยี่ยมกับสังกัด วีอาร์46 มาสเตอร์ แคมป์ ทีม หลังประเดิมซิวท็อป 5 มาครอง พร้อมกระตุ้นให้ยกระดับการทำงานทั้งด้านความฟิตของร่างกาย การปรับตัวกับรถแข่ง และการทำงานร่วมกับทีมงาน หวังขยับเกาะกลุ่มหน้าให้ได้ ยืนยัน “ไทยยามาฮ่ามอเตอร์” มีแผนสร้างนักบิดไทยลงลุยศึก เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ ในรุ่น โมโตทู ในอนาคต คู่หูนักบิดดาวรุ่งจากไทยยามาฮ่า อย่าง “เคเคซัง” เขมินท์ คูโบะ #9 และ “ต๋ง” พีรพงศ์ บุญเลิศ #26 เข้าร่วมสังกัด วีอาร์46 มาสเตอร์ แคมป์ ทีม เพื่อลงล่าความสำเร็จในฤดูกาลนี้อย่างเต็มตัวหลังจากสถานการณ์ โควิด-19 ในประเทศไทยคลี่คลาย หลังจากที่พลาดการแข่งขันไป 2 สนาม (4 เรซ) เขมินท์ คูโบะ #9 มีลุ้นโพเดี้ยมอย่างมาก หลังทำเวลาในรอบควอลิฟายอย่างยอดเยี่ยมได้ออกตัวจากกริดที่ 3 แต่พลาดล้มอย่างน่าเสียดายในสนาม 3 ก่อนจะกลับมาสู่ฟอร์มยอดเยี่ยม ด้วยการนำรถแข่งเข้าป้ายในอันดับ 5 ของสนามที่ 4 ขณะที่ พีรพงศ์ บุญเลิศ #26 ประเดิมสนามแรกในกริดที่ 10 และเปิดตัวด้วยการคว้าอันดับ 12 แต่น่าเสียดายที่มาพลาดล้มในสนามที่ 4 หลังจบการแข่งขันสนามที่ผ่านมา นักบิดไทยทั้ง 2 คน เก็บตัวอย่างต่อเนื่องที่ยุโรปด้วยโปรแกรมมาตรฐานการป้องกันและแพร่ระบาดของ โควิด-19 กับต้นสังกัด วีอาร์46 มาสเตอร์ แคมป์ ทีม โดยนักบิดไทยทั้ง 2 ได้ปฏิบัติตามวินัยเป็นอย่างดีเพื่อแข่งขันในฤดูกาล 2020 นายธีระพงษ์ โอภาสกรกุล ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส ฝ่ายกีฬายานยนต์ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด หัวเรือใหญ่ด้านมอเตอร์สปอร์ตของ ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม กล่าวว่า “จากสถานการณ์ของโรคระบาด ทำให้แผนหลายอย่างของเราเปลี่ยนไป จากเดิมที่จะส่งทั้ง “เคเคซัง” เขมินท์ คูโบะ #9 และ “ต๋ง” พีรพงศ์ บุญเลิศ #26 ไปเก็บตัวในช่วงเดือนพฤษภาคม ก็ต้องเลื่อนออกไป พอทุกอย่างเริ่มคลี่คลายเราก็ประสานงานกับทาง วีอาร์46 อย่างต่อเนื่อง จนสามารถพานักบิดของเรากลับเข้าสู่รายการแข่งขันได้อีกครั้ง” “ซึ่ง 2 นักแข่งของเราได้เข้าโปรแกรมการทดสอบความฟิตตามมาตรฐานของต้นสังกัด วีอาร์46 มาสเตอร์ แคมป์ ทีม และทั้งคู่ได้มีวินัยในการรักษาสภาพร่างกาย และป้องกันตนเองด้วยการเลี่ยงความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ขณะที่ทีมงานของ วีอาร์46 ก็รับปากเราอย่างดีในการดูแลนักบิดไทยทั้ง 2 คน นี่คือสิ่งที่ทำให้เราอุ่นใจกับการส่งเด็กในสังกัดเดินทางไปแข่งขันในครั้งนี้ ซึ่งพวกเขาทั้งคู่มีความมุ่งมั่นอย่างมากด้วยที่จะสร้างผลงานที่ดีกับการแข่งขันในเวทียุโรป” ภายหลังผ่านการแข่งขัน 2 สนามแรกด้วยผลงานที่โดดเด่นของ “เคเคซัง” เขมินท์ คูโบะ #9 และ “ต๋ง” พีรพงศ์ บุญเลิศ #26 บอสใหญ่ ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม กล่าวว่า “พวกเขาทำผลงานได้ดีเลยทีเดียวครับ ยามาฮ่าค่อนข้างพอใจกับการเปิดตัวในฤดูกาลนี้ของทั้งคู่ เขมินท์ คูโบะ #9 แสดงให้เห็นว่าประสบการณ์ในปีที่ผ่านมาช่วยเขาได้มาก และเขาเองก็ยกระดับผลงานขึ้นมาติดกลุ่มท็อป 5 ได้ดี โดยเฉพาะในรอบควอลิฟาย ส่วนในช่วงแข่งขันจริงยังมีแผ่วๆ ช่วงปลายเรซ ซึ่งตรงนี้นักบิดและทีมงานรู้ดีว่าต้องแก้ไขจุดไหน เชื่อว่าพวกเขาจะสามารถยกระดับผลงานของตนเองได้ในสนามต่อไป ส่วนในสนามนี้ “เคเคซัง” ได้ทำการทดสอบขับขี่ และสามารถสร้างผลงานของตัวเองได้ดีกว่าเมื่อปีที่ผ่านมาเป็นอย่างมาก พร้อมทั้งยังสามารถส่งข้อมูลการเซ็ตติ้งรถให้กับทีมงานได้เป็นอย่างดี” “ส่วน พีรพงศ์ บุญเลิศ #26 นี่คือปีแรกที่เขาได้ไปลุยในยุโรป การเปิดตัวและคว้าแต้มได้เลยในสนามแรก สร้างความประทับใจให้กับทีมงาน วีอาร์46 มาก เราเองก็ยินดีที่เขาเริ่มต้นได้ดี แต่ก็มาพลาดในเรซที่

KTM RC 200 & KTM RC 390 2021

KTM RC 200 และ RC 390 เปิดตัวสีใหม่ 2021 ที่อินเดีย KTM อินเดียได้ทำการเปิดตัวรถในตระกูล RC ที่รองรับมาตรฐานไอเสียใหม่ BS6 เพื่อจำหน่ายในอินเดียได้อย่างถูกต้อง โดยโมเดลใหม่นี้จะมาพร้อมสีสันและลายกราฟฟิกใหม่ แต่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของรายละเอียดด้านระบบขับเคลื่อนหรือส่วนสนับสนุนอื่นๆ โดย KTM RC 200 จะมีเฉดสีใหม่เป็นสีส้ม Electronic Orange เพิ่มเข้ามา โดยใช้เครื่องยนต์ที่ผ่านมาตรฐาน BS6 แบบสูบเดียวขนาด 199.5 ซีซี ที่ให้แรงม้า 25 แรงม้าและแรงบิดที่ 19.2 นิวตันเมตร ส่วน KTM RC 390 จะเป็นสีเงิน Metallic Silver เพิ่มเข้ามา ซึ่งเครื่องยนต์ใหม่ก็จะผ่านมาตรฐาน BS6 เป็นเครื่องสูบเดียวขนาด 373.3 ซีซี แบบระบายความร้อนด้วยน้ำ ที่ให้กำลังแรงม้ามากถึง 43.5 แรงม้าที่ 9,000 รอบและ 36 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบ ส่วน RC 125 นั้นยกเลิกการจำหน่ายสีดำ Dark Galvano แต่ก็ถูกปรับให้ผ่านมาตรฐาน BS6 เช่นกัน โดยเครื่องยนต์ยังคงเป็นเครื่องยนต์แบบสูบเดียวระบายความร้อนด้วยน้ำ ที่ให้กำลังแรง 14.5 แรงม้าที่ 9,250 รอบและ 12 นิวตันเมตรที่ 8,000 รอบ สุดท้ายนี้แฟนๆ ที่ชื่นชอบ RC 390 อาจจะอดใจรอไปอีกพักนึง เพราะทาง KTM กำลังซุ่มพัฒนาเจเนอเรชั่นใหม่อยู่ ซึ่งคาดว่าจะมีสมรรถนะที่ดีขึ้นและมีลูกเล่นเพิ่มเติมเข้ามาอย่างแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Benelli 1200GT ทัวเรอร์รุ่นใหญ่ขุมพลัง 3 สูบเรียง

Benelli 1200GT ทัวเรอร์รุ่นใหญ่ขุมพลัง 3 สูบเรียง หลังจากมีข่าวลือและภาพหลุดมานานในที่สุด Benelli ก็ได้ทำการเปิดตัวโมเดลใหม่รุ่นเรือธงพิกัด 1200 ซีซีสักที โดยภาพหลุดที่ออกมาเป็นภาพของสปอร์ตทัวเรอร์ขนาดใหญ่ที่ใกล้จะผลิตจริงออกมาในโลกโซเชียลซึ่งเป็นการยืนยันและบอกใบ้ว่าใกล้จะมีการเปิดตัวของโมเดลใหม่ และในที่สุด Benelli 1200GT ก็เปิดตัวในงานมอเตอร์โชว์ที่เมืองฉงชิ่ง Chongqing Motor Show 2020 สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในโมเดลใหม่ก็คือเครื่องยนต์ขนาด 1200 ซีซีแบบระบายความร้อนด้วยน้ำ ซึ่งมีการขยายขนาดมาจากเครื่องยนต์ 3 สูบเรียงขนาด 1130 ซีซี ที่เคยใช้ในโมเดลเก่าอย่าง Tornado และ Tre-K โดยเครื่องยนต์ใหม่ให้กำลังสูงถึง 134 แรงม้าและแรงบิดที่ 88.5 ฟุตปอนด์ เพิ่มมาใกล้เคียงกับทาง BMW R 1250 RT ซึ่งมีกำลังแรงม้า 136 แรงม้าและแรงบิด 105 ฟุตปอนด์ ซึ่งตรงจุดนี้ทางค่ายผู้ผลิตแจงว่าจะไม่เน้นเรื่องสมรรถนะมากเท่ากับเรื่องการเข้าถึงได้ง่าย แม้ว่าราคาจะยังไม่ระบุ แต่เป้าหมายของ Benelli คือให้ตลาดเอเชียมีทางเลือกที่มีราคาเร้าใจ แม้จะไม่แรงเท่าคู่แข่ง แต่รถก็สามารถทำความเร็วที่ 227 กม./ชม.ซึ่งเหลือเฟือสำหรับการขับขี่ออกทริปทางไกล ด้านดีไซน์นั้นอาจจะยังดูไม่โดดเด่นเท่าไหร่ คุณลองคิดถึงภาพของสปอร์ตทัวเรอร์ในหัวของคุณดูได้แบบไหน เจ้า 1200GT ก็ออกมาได้ประมาณนั้นแหละครับ ไม่ได้มีอะไรแตกต่างหรือผิดไปจากที่คิดมากนัก อย่างไรก็ดีก็มีการใส่ฟีเจอร์เด็ดลงไปหลายตัว เพื่อที่จะให้มีความสมน้ำสมเนื้อกับคู่แข่งในกลุ่มเดียวกันมากขึ้น   โมเดลใหม่นี้จะมีโช้คหัวกลับ คลัตช์ไฮดรอลิก และระบบเบรกจาก Brembo ส่วนฟีเจอร์ด้านความสะดวกสบายก็จะมีระบบพุชสตาร์ท ระบบอุ่นมือและอุ่นเบาะ แม้กระทั่งกระจกมองข้างปรับไฟฟ้า นอกจากนี้ตามแหล่งข่าวยังบอกอีกว่าตัวรถจะมีกล้องหน้าและกล้องหลังอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามทาง Benelli ยังไม่ได้ยืนยันเรื่องนี้ เรือนไมล์อาจจะดูไม่ล้ำ เพราะว่าเกจวัดรอบและวัดความเร็วยังเป็นอนาล็อกอยู่ แถมยังดูย้อนยุคไปหน่อย ดูไม่หรูหราเท่าไหร่ แม้ว่าจะมี่หน้าจอแสดงผลเป็นแบบสีก็ตาม Benelli 1200GT น่าจะวางจำหน่ายในปี 2021 ซึ่งในช่วงต้นปีเราน่าจะได้รู้ราคาและรายละเอียดต่างๆ เพิ่มขึ้น อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก ภาพจาก newmotor.com.cn

Vespa LX 10th Anni ฉลองครบรอบ 10 ปี กับสีเหลืองพาสเทล

กลับมาสร้างสีสันและความสนุก อีกครั้งกับสกู๊ตเตอร์รุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 10 ปี กับ “ Vespa LX 10th Anni ” สีเหลืองพาสเทล (Yellow Lime) ใหม่! โดยความพิเศษของรุ่นนี้คือการนำสีที่เคยใช้เมื่อ 10 ปีที่แล้ว กลับมาอยู่บนตัวรถ LX รุ่นปัจจุบันพร้อมแล้วที่จะกลับมามอบความสดใสอีกครั้ง ให้คุณได้เป็นเจ้าของไลฟ์สไตล์ที่เต็มไปด้วยสีสันไม่เหมือนใคร ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในเมืองได้อย่างลงตัว อีกหนึ่งความพิเศษของ “ Vespa LX 10th Anni ” จะมาพร้อมแผ่นเพลทประจำรุ่น และชุดของพรีเมี่ยมเข้าชุดกับตัวสกู๊ตเตอร์คันนี้เพื่อเพิ่มสีสันในทุกการเดินทางให้มากยิ่งขึ้น ได้แก่ 1. หมวกกันน็อคสีสันที่เข้ากันกับตัวรถ 2. กระเป๋า 3. พวงกุญแจ 4. โปสการ์ด 5. หน้ากากผ้า 6. สเปรย์แอลกอฮอล์เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตรูปแบบ NEW NORMAL โดยราคาของ “ Vespa LX 10th Anni ” อยู่ที่ 91,900 บาท พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของแล้ววันนี้ที่ตัวแทนจำหน่ายเวสป้าทั่วประเทศ คลิกได้เลย..!! อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

M 1000 RR

M 1000 RR ตัวเทพจาก BMW จะทวงคืนบัลลังก์กลับคืนมาได้หรือไม่? ในปี 2018 นั้น BMW Motorrad เคยประสบความสำเร็จไปแล้วกับการเปิดตัวของ ชุดตกแต่งและของแต่งรหัส M และก็ได้วางขายชุดแต่งพิเศษรหัส M มานับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และล่าสุดกับ BMW M 1000 RR หรือเรียกสั้นๆ ว่า M RR ก็ได้ถือว่าเป็นมอเตอร์ไซค์ในตระกูล M เป็นครั้งแรกของฝั่งมอเตอร์ไซค์หรือ BMW Motorrad ซึ่งจะมีพื้นฐานมาจาก S 1000 RR ทั้งนี้ทางค่ายยังยึดปรัชญาของตัวอักษรที่ทรงพลังที่สุดในโลก หรือตัว M ซึ่งมีที่มาจากความสำเร็จในวงการมอเตอร์สปอร์ตในระดับสากลและความลุ่มหลงในรถที่มีสมรรถนะสูง โดยมีเป้าหมายเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการรถที่มีสมรรถนะยอดเยี่ยม ความพิเศษ และความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร โดยเครื่องยนต์นั้นมีแรงม้าสูงสุดถึง 212 แรงม้า มีน้ำหนักรถรวมของเหลวเพียง 192 กก. มาพร้อมกับช่วงล่างและการออกแบบเชิงอากาศพลศาสตร์เพื่อให้ได้สมรรถนะสำหรับการขับขี่ในสนามแข่งที่สูงที่สุด เรียกได้ว่า M RR คันใหม่นี้จะกลายเป็นเป้าหมายของสาวกที่ชื่นชอบซูเปอร์ไบค์ระดับท็อป M RR แรงขึ้นพร้อมรอบที่จัดจ้านกว่า M RR ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำซึ่งมีพื้นฐานมาจาก RR ที่มีเทคโนโลยี BMW ShiftCam ที่ทำให้วาล์วมีการทำงานแบบแปรผัน ซึ่งปรับแต่งให้เหมาะกับการขับขี่แบบเรซซิ่งมากยิ่งขึ้น โดยสามารถรีดแรงม้าสูงสุดออกมาได้ที่ 212 แรงม้าที่ 14,500 รอบ แรงบิดสูงสุดที่ 113 นิวตันเมตรที่ 11,000 รอบ และความเร็วรอบสูงสุดเพิ่มไปถึง 15,100 รอบ นอกจากนี้ M RR ยังมีการปรับแต่งทางเทคนิคที่พิเศษขึ้นไปอีก อาทิ แหวนลูกสูบฟอร์จจาก Mahle มีการปรับแต่งห้องเผาไหม้ใหม่ อัตราการอัดเพิ่มเป็น 13.5 มีก้านสูบไทเทเนียมที่เบาขึ้นและยาวขึ้นจาก Pankl  ขากระเดื่องกดวาล์วที่เพรียวและเบามากขึ้น พอร์ตไอดีออกแบบรูปทรงทางเข้าใหม่ให้ดีขึ้น รวมถึงปรับแต่งแคมชาฟต์และบริเวณไอดี ท่อไอเสียไทเทเนียมน้ำหนักเบา ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้เครื่องยนต์ใหม่ที่ได้ทรงพลังยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงรอบ 6,000 ถึง 15,100 รอบ ซึ่งเป็นย่านที่ใช้ในการขับขี่ในสนาม ช่วยให้การขับขี่ที่ลื่นไหลมากขึ้น โดยไม่สูญเสียพละกำลังในแบบสปอร์ตเวลาที่ขับขี่บนถนนทั่วไป ปีกและชิลด์สูงเพิ่มแรงกด แต่ไม่ลดความเร็ว มีการใส่ M วิงก์เล็ตที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์เคลือบใสหรือปีกที่ด้านหน้าของตัวรถเข้ามา ซึ่งผ่านทดสอบอย่างเข้มงวดในสนามแข่งและในอุโมงค์ลมของทาง BMW แล้ว ว่าช่วยสร้างแรงกด เพิ่มโหลดที่ล้อเวลาที่เร่งความเร็ว ทำให้ล้อหน้าไม่ยกลอยตัว ยังคงไว้ซึ่งหน้าสัมผัสของยางกับพื้น แทร็คชั่นคอนโทรลทำงานน้อยลง ทำให้พละกำลังขับเคลื่อนที่ถ่ายทอดออกมาจากเครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ช่วยให้ขับขี่ในสนามได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ผลของปีกยังจะสัมผัสได้ตอนที่เข้าโค้งและตอนเบรก โดยแรงกดหรือดาวน์ฟอร์ซที่เกิดขึ้นจะช่วยให้เบรกได้ลึกและช่วยเพิ่มความเสถียรเวลาเข้าโค้งอีกด้วย ปรับช่วงล่างให้พร้อมซิ่ง แชสซีของ M RR เลือกใช้เฟรมอลูมิเนียมแบบบริดจ์เป็นศูนย์กลาง ปรับแต่งโช้คหัวกลับด้านหน้าใส่ส่วนของสปริงสตรัทใหม่ ใช้สปริงสีน้ำเงินและระบบกลศาสตร์แบบลอยตัว Full Floater Pro โดยออกแบบให้สามารถทำเวลาในสนามแข่งได้ดีที่สุด แต่ก็ยังคงไม่ทิ้งการขับขี่บนท้องถนน และยังปรับแต่งให้ขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสที่ล้อหน้าและหลัง รวมถึงขณะเบรกได้มากที่สุด ครั้งแรกสำหรับมอเตอร์ไซค์กับคาลิเปอร์ M และล้อคาร์บอน เป็นครั้งแรกสำหรับมอเตอร์ไซค์กับคาลิเปอร์ M และล้อคาร์บอน M เหมือนอย่างที่ใช้ในรถยนต์ของทาง BMW โดยพัฒนามาจากประสบการณ์ในสนามแข่งของทาง BMW Motorrad จากศึก Superbike World Championship ให้มีอัตราความเสถียรและควบคุมได้สูงสุด โดยคาลิเปอร์เบรก M นี้จะอโนไดซ์ด้วยสีน้ำเงินพร้อมกับโลโก้ M ของทาง BMW และเลือกใช้ล้อคาร์บอน M อีกด้วย หน้าจอแสดงผลสี TFT 6.5 นิ้วและระบบอิเล็กทรอนิกสำหรับเก็บข้อมูลเวลาซิ่ง หน้าจอมีพื้นฐานมาจาก RR และเพิ่มอนิเมชั่นแสดงผลพิเศษของ M เข้าไป นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มตัวจับเวลาอย่าง M GPS แล็ปทริกเกอร์และดาต้าล็อกเกอร์เข้าไปผ่านระบบการเชื่อมต่อ OBD อีกด้วย ช่วยเก็บข้อมูลเวลาการขับขี่ในสนามเพื่อใช้ในการพัฒนารถและเทคนิกของผู้ขับขี่ได้ ใหม่ด้วยดีไซน์ M ที่เกิดมาเพื่อซิ่ง M RR มาพร้อชุดสี M Sport โดยเป็นการผสมผสานกันระหว่างสีฟ้า น้ำเงิน และแดง บนสีพื้นที่เป็นสีขาว นอกจากนี้มีการเพิ่มรายละเอียด โดยมีส่วนครอบเครื่องทำสีเป็นสีเทากราไนต์และฝาถังน้ำมันทำสีดำ งานนี้สาวกสายซิ่งที่เป็นแฟนๆ BMW และอยากได้รถระดับเทพก็ไม่ควรจะพลาด M RR โมเดลนี้เด็ดขาดครับ คาดการณ์

CFMoto 1250TR-G

CFMoto 1250TR-G แกรนด์ทัวริ่งสุดหรูจากแดนมังกร ล่าสุดในงาน China International Motorcycle Exhibition (CIMAMotor) หรืองานโชว์มอเตอร์ไซค์ในประเทศจีน ทาง CFMoto ได้เปิดตัว 1250 TR-G แกรนด์ทัวริ่งไบค์ ซึ่งถือว่าเป็นรถในสไตล์ทัวริ่งที่มีขนาดเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ที่สุดของจีน   หลังจากก่อนหน้านี้ได้เปิดตัวรถโมเดลเดียวกันนี้แต่เป็นเวอร์ชั่นสำหรับคุณตำรวจไปแล้ว โดยใช้ชื่อว่า CFMoto 1250J คราวนี้เป็นคิวของคนทั่วไป แม้ว่าจะไม่มีการบอกอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเครื่องยนต์ แต่เราก็คาดการณ์กันว่าเครื่องยนต์มันก็น่าจะใช้เครื่องยนต์พื้นฐานจาก KTM แบบเดียวกันกับที่ใช้ในโมเดลของรถตำรวจ ทั้งนี้หากคนที่ติดตามข่าวสารจะรู้ได้ว่า CFMoto ได้เป็นพันธมิตรกับ KTM มานานแล้ว และ KTM ก็ขายสิทธิ์เกี่ยวกับเครื่องยนต์ LC8 ให้กับทาง CFMoto ตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 2019 แล้ว นับตั้งแต่นั้นมาวิศวกรของทางค่ายก็ทุ่มเททำงานกันอย่างหนัก เพื่อที่จะสร้างเครื่องยนต์วีทวินขนาด 1,279 ซีซีขึ้นมาโดยมีพื้นฐานมาจากเครื่อง LC8 เคลมมาว่ามีแรงม้า 140 แรงม้าและแรงบิดที่ 120 นิวตันเมตร ทางค่ายวางให้มันเป็นแกรนด์ทัวริ่งระดับไฮเอนด์ที่มีเครื่องยนต์ที่ทรงพลัง แต่ไม่ใช่มีดีแค่เครื่องยนต์ เจ้า TR-G คันนี้ยังมีการออกแบบที่ดี โดยมี Kiska ที่ทำงานออกแบบให้ KTM มานานกว่า 30 ปี จึงการันตีเรื่องดีไซน์ได้ดี นอกจากนี้ยังอัดแน่นไปด้วยลูกเล่นเจ๋งๆ อีกมากมายสมกับที่หลายๆ คนจะคาดหวังให้ทัวริ่งระดับท็อปจะมี ฟีเจอร์เด่นๆ ของรถ ไล่จากด้านหน้าก็จะมีโช้คหน้าหัวกลับ และระบบเบรกแบบดิสก์เบรกหน้าคู่และคาลิเปอร์เบรกจาก Brembo ไฟส่องสว่างแบบ LED ชิลด์หน้าขนาดใหญ่ปรับไฟฟ้า ฮีทกริปและอุ่นเบาะที่จะช่วยให้ขับขี่ได้สบายเวลาอากาศหนาว มีลำโพงสำหรับฟังเพลงจาก JBL พร้อมหน้าจอแสดงผลแบบดิจิตอลขนาด 12.3 นิ้ว สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ มีระบบนำทางและโหมดการขับขี่ 4 โหมดให้เลือก มีการคาดการณ์กันว่าเจ้า TR-G จะวางจำหน่ายในเมืองจีนในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2021 และหลังจากนั้นจะเริ่มวางขายไปทั่วโลก อย่างไรก็ดีตอนนี้ยังไม่มีตัวเลขราคาระบุออกมา แต่คาดว่าราคาจะดีกว่ารถจากแบรนด์ญี่ปุ่นและยุโรปอย่างแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Langen Two Stroke

Langen Two Stroke คัสตอมเครื่องวี 2 จังหวะจากแดนผู้ดี ปัจจุบันนี้กฎหมายเกี่ยวกับมาตรฐานไอเสียนั้นเข้มงวดขึ้นกว่าเดิมมาก เครื่องยนต์สองจังหวะจึงกลายเป็นเหมือนกับไดโนเสาร์ที่ค่อยๆ สูญพันธุ์ไป และรายต่อไปอาจจะเป็นเครื่องยนต์ครูเซอร์ไบค์ขนาดใหญ่สายพันธุ์อเมริกันก็เป็นได้ แม้กระทั่งมอเตอร์ไซค์ที่เน้นใช้ขี่ออฟโร้ด เช่น โมโตครอสที่ใช้เครื่องสองจังหวะมาอย่างยาวนานก็เริ่มต้องเปลี่ยนไปเป็น 4 จังหวะ ทว่า Langen ค่ายรถสุดนิชจาก UK กลับเปิดตัวมอเตอร์ไซค์สไตล์คัสตอมที่ใช้เครื่องยนต์วีทวินขนาด 250 ซีซี แบบ 2 จังหวะซะอย่างนั้น แล้วมันจะผ่านข้อบังคับเรื่องมาตรฐานไอเสียได้ยังไง? แม้ว่าเครื่องยนต์สองจังหวะจะมีดีที่พละกำลัง แต่ด้วยพื้นฐานที่มีการเติม Autolube หรือออโต้ลูบผสมเข้าไปในน้ำมันเชื้อเพลิง มันทำให้ไอเสียที่ออกมาพุ่งสูงมาก เพราะมันคือการเผาน้ำมันออโต้ลูบที่ใช้หล่อลื่นเครื่องยนต์ 2 จังหวะตรงๆ เลย แต่ดูเหมือนว่า Langen จะทำให้ผ่านการทดสอบได้ด้วยการใช้เทคโนโลยีหัวฉีดสมัยใหม่ การจ่ายน้ำมันที่ถูกควบคุมด้วย ECU และระบบวาล์วไอเสียที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิก ผลที่ได้จากการนี้คือได้แรงม้า 75 แรงม้า แรงบิดที่ 33 ปอนด์ฟุต และรอบเรดไลน์นั้นสูงถึง 14,500 รอบ ซึ่งน่าทึ่งมากสำหรับเครื่องยนต์ 250 ซีซี อย่างไรก็ดี Langen แม้จะเป็นรถอังกฤษ แต่ก็มีการใช้เครื่องยนต์เป็นสัญชาติอิตาเลียน โดยนำมาจากแบรนด์ Vin ในโมเดลสปอร์ตไบค์ Duecinquanta 250 เรียกว่าเป็นลูกผสมก็ว่าได้ ตัวรถแม้จะมีหน้าตาแบบคาเฟ่เรซเซอร์แต่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย เฟรมอลูมินั่มทำมือ ถังน้ำมันและแฟริ่งเป็นคาร์บอนไฟเบอร์พร้อมกับตกแต่งรายละเอียดด้วยแผ่นทองคำเปลว ช่วงล่างใช้โช้คหน้าของ Ohlins ด้านหลังเป็นโช้คของ K-Tech ระบบเบรกใช้คาลิเปอร์เบรกของ Hel ซึ่งสามารถเบรกรถน้ำหนัก 250 ปอนด์หรือราวๆ 113.4 กิโลกรัมที่เคลมว่าสามารถทำความเร็วได้มากถึง 225 กม./ชม.ได้อย่างปลอดภัย แต่โชคไม่ดีเท่าไหร่ คุณอาจจะไม่ได้มีโอกาสเป็นเจ้าของมัน เพราะมันเป็นรถที่ค่อนข้างจะพิเศษมากๆ เพราะสนนราคาของมันสูงถึง 28,000 ปอนด์หรือราวๆ 1.12 ล้านบาท ซึ่งจะเริ่มการผลิตในปี 2021 หลายๆ คนอาจจะต้องคิดหนักกับราคานี้ แต่ถ้ามันตรงใจคุณ คาเฟ่เรซเซอร์สุดคลาสสิกที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่นี้ก็อาจจะเป็นคำตอบที่ดี อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

All New Super Cub 2020

All New Super Cub 2020 โฉมใหม่ที่ไม่ได้มีดีแค่เปลี่ยนสี! ล่าสุดเอ.พี. ฮอนด้า ผู้นำวงการรถจักรยานยนต์ไทย เปิดตัวโมเดลใหม่ All New Super Cub รถครอบครัวสไตล์แฟชั่น รุ่นใหม่ล่าสุด พัฒนาขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “Find Your Original ความออริจินอลที่เป็นคุณ” ซึ่งยังคงมีดีไซน์ในแบบดั้งเดิม แต่ยกระดับเทคโนโลยีใหม่หมด ด้วยการเลือกใช้ขุมพลังใหม่ Honda Smart Engine ขนาด 110 ซีซีที่ประหยัด แรง และทนทาน พร้อมกับการปรับเปลี่ยนใหม่เพื่อความสะดวกสบายที่มากยิ่งขึ้น เช่น เบาะยาวตอนเดียวพร้อมมือจับคนซ้อนแบบโครเมียม เรือนไมล์อนาล็อกที่เพิ่มหน้าจอแสดงผลดิจิตอลแบบ LCD เข้าไป สามารถแสดงผลข้อมูลได้มากขึ้นและอ่านค่าได้ง่ายยิ่งขึ้น All New Super Cub โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ตามแบบฉบับออริจินัลในยุค 50 ด้วยไฟหน้า LED แบบทรงกลมสวยคลาสสิก แต่มีความทันสมัยซ่อนอยู่ ให้ความสว่างกว้างไกล ขนาบข้างด้วยไฟเลี้ยวทรงกลมแบบแยกส่วนเป็นเอกลักษณ์สไตล์ Cub เสริมด้วยกระจกข้างออกแบบใหม่ เป็นทรงกลมเข้ากับสไตล์คลาสสิกอย่างลงตัว นอกจากดีไซน์ที่มีการปรับแต่งให้กลมกล่อมลงตัวมากยิ่งขึ้นแล้ว ยังมีการยกระดับเทคโนโลยีใหม่รอบคัน เริ่มตั้งแต่เฟรมใหม่ที่แข็งแรงกว่าเดิม รองรับแรงสั่นสะเทือนได้ดีขึ้น น้ำหนักเบา ช่วยให้ควบคุมรถได้ง่ายยิ่งขึ้น ให้ความมั่นคง และคล่องตัวมากขึ้นกว่าเดิม แต่ยังทำให้ตัวรถมีน้ำหนักรวมลดลงถึง 3 กิโลกรัมอีกด้วย ในส่วนของขุมพลังเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุด Honda Smart Engine ขนาด 110 ซีซี ทำงานร่วมกับหัวฉีด PGM-FI เกียร์วน 4 ระดับ ให้ทั้งความประหยัด แรง ทนทาน จากการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ได้แก่ ปรับองศาการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงสู่ห้องเผาไหม้โดยตรง เพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ให้ดียิ่งขึ้น ให้อัตราประหยัดน้ำมันสูงถึง 4 กม./ลิตร ผ่านการรับรองระบบบำบัดไอเสียมาตรฐานไอเสียระดับ 7 โดยสถาบันยานยนต์ เพิ่มระยะชักยาวขึ้น กำลังอัดมากขึ้น กำลังและแรงบิดมากขึ้นในรอบต่ำถึงกลาง ช่วยให้ออกตัวได้เร็ว บรรทุกหรือขึ้นเนินได้สบาย เพิ่มประสิทธิภาพของระบบการหล่อลื่นดีขึ้น เครื่องยนต์ทนทาน การใช้งานยาวนานมากขึ้น ยังจัดเต็มฟังก์ชันการใช้งานที่ช่วยให้การขับขี่มีความสะดวกสบายยิ่งขึ้น ด้วยเบาะนั่งขนาดใหญ่ดีไซน์ใหม่แบบแถวยาวตอนเดียว นั่งสบายทั้งผู้ขับขี่และคนซ้อน เสริมด้วยมือจับหลังโครเมียม เพิ่มความมั่นใจให้กับคนซ้อนได้เป็นอย่างดี โช้คอัพหน้า-หลัง เพิ่มระยะยุบ เพื่อการรับโหลดจากการบรรทุกที่ดี ขับขี่ได้นุ่มนวลมากขึ้น เรือนไมล์ใหม่เพิ่มจอแสดงผลแบบ LCD Digital Multi-Meter ให้ข้อมูลครบถ้วนทุกรายละเอียด อาทิ ตำแหน่งเกียร์, ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง, อัตราการสิ้นเปลือง, นาฬิกาบอกเวลา, ระยะทางรวม และทริประยะทางที่ตั้งค่าไว้ All New Super Cub มีให้เลือก 3 แบบ 3 สไตล์ ได้แก่ สายออริจินอล สีขาว เรียบง่ายแต่มีสไตล์, สายเอาท์ดอร์ สีแดง ออกไปค้นหาประสบการณ์ใหม่ได้ทุกที่ และสายอาร์ตซึ่งมาในสไตล์คู่สีทูโทน สีน้ำเงิน-ขาว, สีเหลือง-ขาว และสีชมพู-ขาว เพื่อความเท่ไม่ซ้ำใคร เริ่มวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ ด้วยราคาแนะนำ 47,400 บาท ผู้ที่สนใจ All New Super Cub 2020 สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์รถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.aphonda.co.th เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda Forza 750

Honda Forza 750 มาแน่ๆ แค่ต้องรอ หลังจากที่คราวที่แล้วเราเพิ่งจะนำเสนอและคาดเดาถึงความเป็นไปได้ของ Honda Forza 750 ไปตั้งแต่ช่วงวันที่ 8 กันยายน โดยมีการสังเกตและเทียบถึงความเป็นไปได้ของโมเดลใหม่ และวันนี้ล่าสุด Honda Motorcycle Europe หรือ ฮอนด้าของทางยุโรปก็ปล่อยคลิปทีเซอร์เรียกน้ำย่อยอีกครั้ง และครั้งนี้ก็ชัดเจนแล้วว่ามันคือ Forza 750     โดยในคลิปทีเซอร์จะเผยให้เห็นเลข 750 ชัดๆ ตั้งแต่ช่วงต้นคลิป โชว์ให้เห็นระบบสตาร์ทแบบพุชสตาร์ท ไฟท้ายขนาดใหญ่ที่น่าจะมีไฟเลี้ยวในตัวโคมมาด้วยเลย เรือนไมล์สีแบบ TFT ขนาดใหญ่ แสดงผลการทำงานต่างๆ ไฟหน้าคู่ขนาดใหญ่ ดีไซน์ใหม่ พร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ และหากสังเกตดีๆ จะมีส่วนที่แสดงผลว่าอยู่ในเกียร์อะไร ซึ่งก็เป็นไปได้ว่าจะใช้ระบบ DCT ซึ่งทาง Honda พัฒนาให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และใช้ในรถรุ่นใหญ่ๆ หลายๆ รุ่น เช่น Africa Twin 1100 ครับ งานนี้ต้องรอเปิดตัวจริงๆ อีกทีวันที่ 14 ตุลาคมตามกำหนดเดิมครับ และคาดว่าเราอาจจะได้เห็นคลิปทีเซอร์ยั่วน้ำลายกันอีกแน่ๆ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

GSX-R600

GSX-R600 สีพิเศษฉลองครบรอบ 100 ปี Suzuki ยังคงปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่องกับโมเดลพิเศษฉลองครบรอบ 100 ปีของทางค่ายรถจอมพลัง Suzuki และตอนนี้ก็เป็นคิวของรถในคลาสซูเปอร์สปอร์ตอย่าง GSX-R600 ที่แน่นอนว่าก็มาในโทนสีและลายกราฟิกแบบเดียวกัน โดยรายละเอียดทางเทคนิคไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด แต่โทนสีที่ได้ก็จะเป็นโทนสีพิเศษแบบเดียวกับรถแข่งทีมโรงงานของ Suzuki ที่ใช้ในการแข่งขัน MotoGP หรือ Team Suzuki Ecstar MotoGP ที่มี Alex Rins และ Joan Mir เป็นคนกุมคันเร่งนั่นเอง ซึ่งจะเป็นสีน้ำเงินเมทัลลิก Metallic Triton Blue ตัดด้วยสีเงินเมทัลลิก Metallic Mystic Silver นอกจากนี้ยังเป็นการให้เกียรติกับรถแข่งของ Suzuki ในช่วงทศวรรษ 1960 อีกด้วย GSX-R600 100th Anniversary สเปก เครื่องยนต์ 4 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 599 ซีซี ระบบวาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 67.0 X 42.5 ม.ม. อัตราส่วนการอัด 12.9:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกันและสลิปเปอร์คลัตช์ ยางหน้า 120/70-R17″ แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 180/55-R17″ แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว เบรกหน้า ดิสก์เบรกคู่ๆ พร้อมคาลิเปอร์เบรก Brembo 4 พ็อต เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว พร้อมคาลิเปอร์เบรก Nissin 1 พ็อต ยาว X กว้าง X สูง 2,030 X 710 X 1,135 มม. ระยะฐานล้อ 1,385 ม.ม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 130 ม.ม. ความสูงเบาะ 810 ม.ม. น้ำหนักรถ 187 กก. ความจุถังน้ำมัน 17 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ducati Multistrada V4 2021

Ducati Multistrada V4 2021 แอบซุ่มทดสอบอยู่ในป่า   ล่าสุดมีภาพสปายช็อตของรถที่น่าจะเป็นเจ้า Ducati Multistrada V4 2021 ซึ่งกำลังทดสอบขับขี่อยู่ในป่า แพร่กระจายไปบนโลกโซเชียลมีเดีย ก่อนหน้านี้อาจจะได้เห็นมาบ้าง แต่เป็นภาพของรถในลักษณะลายพรางที่ปกปิดรายละเอียดต่างๆ ของตัวรถ ทว่าภาพในคราวนี้เป็นภาพที่เปิดเผยรายละเอียดต่างๆ ออกมาค่อนข้างมาก เพราะรถไม่ได้มาในแบบกราฟิกลายพรางหลอกตาอีกแล้ว และน่าจะเปิดตัวในงาน Ducati World Premiere 2021 ที่จะขึ้นในปีนี้ สิ่งที่คาดเดาว่าจะมีใน Ducati Multistrada V4 จากภาพสปายช็อต เครื่องยนต์เป็นแบบระบายความร้อนด้วยน้ำ ซึ่งก็ไม่แปลกอะไร ชิ้นส่วนแฟริ่งรอบๆเครื่องยนต์นั้นเปลี่ยนแปลงไป มีลายกราฟิกใหม่ที่ไม่ใช่ลายพราง แต่โมเดลขายจริงอาจจะไม่ใช่อย่างที่เห็นก็ได้ เฟรมท้าย บังโคลนหน้าและสวิงอาร์มสีดำ ไฟเลี้ยวหน้า น่าจะอยู่บริเวณแฟริ่งชิ้นข้างตัวรถ ไฟเลี้ยวท้ายยื่นออกมาจากท้ายรถมาก ไฟทั้งหมดน่าจะเป็น LED และมาพร้อมเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ เรือนไมล์น่าจะเชื่อมต่อบลูทูธได้ ปลายท่อไอเสียขนาดใหญ่ ชิลด์หน้าขนาดใหญ่ปรับระดับได้ งานนี้ดูจากภาพก็มีความเป็นไปได้ว่าโมเดลใหม่นี้จะเน้นลุยมากกว่าปกติแน่นอน อย่างไรก็ดีทั้งหมดนี้เป็นเพียงการคาดเดา อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมไปจากนี้อีกก็ได้ครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

KTM 300 XC-W TPI Erzbergrodeo โมเดลพิเศษพร้อมแข่ง

KTM 300 XC-W TPI Erzbergrodeo โมเดลพิเศษพร้อมแข่ง หากคุณเป็นคนที่หลงใหลในการแข่งขันเอ็นดูโร่อย่างมาก โดยเฉพาะการแข่งขันสุดโหดอย่าง Erzbergrodeo หรือไม่ก็ WESS Enduro World Championship แล้วล่ะก็นี่เป็นโอกาสดีแล้ว เพราะ KTM เปิดตัวโมเดลพิเศษที่เหมาะกับคนอย่างคุณมากให้ นั่นก็คือ KTM 300 XC-W TPI Erzbergrodeo 2021 ที่เพียบพร้อมทั้งความสวยและสมรรถนะที่ดี สำหรับโมเดลในปี 2021 นี้คุณจะได้ล้อแบบเดียวกับรถแข่งทีมโรงงานอย่าง DID DirtStar และดุมขึ้นรูปด้วย CNC และทำสีด้วยการอโนไดซ์เป็นสีส้มแบบเดียวกับแผงคอรถที่ขึ้นรูปและทำสีด้วยวิธีเดียวกัน นอกจากนี้จะยังมาพร้อมกับเบาะ Selle Dalla Valle Factory สเตอร์หลังแบบ 2 ชิ้นของ Supersprox การ์ดแฮนด์ พัดลมระบายความร้อนแผงหม้อน้ำและการ์ด การ์ดท้องเครื่อง การ์ดิสก์เบรกหน้าและหลัง และดิส์กเบรกหลังแบบทึบ และการ์ดปั๊มคลัตช์ล่าง เท่านั้นยังไม่พอ ตัวรถยังมาพร้อมลายกราฟิกพิเศษเฉพาะรุ่น Erzbergrodeo ที่มาในชุดสีส้มสว่าง รวมไปถึงชิ้นส่วนอโนไดซ์ในสีส้มเข้ากันอีกด้วย หากคุณอยากได้มันจริงๆ ขอบอกให้รีบไว้ก่อน เพราะ KTM ระบุไว้ว่าเป็นโมเดลที่จะผลิตขึ้นเป็นจำนวนจำกัด แต่โชคร้ายไปนิดตรงที่ไม่บอกว่าจะผลิตขึ้นจำหน่ายกี่คัน ซึ่งเจ้าโมเดลใหม่นี้จะเริ่มทยอยจำหน่ายในตัวแทนอย่างเป็นทางการของ KTM ในช่วงตุลาคม 2020 เป็นต้นไปครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

SRT 500

SRT 500 ที่อาจจะกลายเป็น Benelli TRK502X 2021 ล่าสุดได้มีภาพหลุดของ QJMotor SRT 500 ออกมาในโลกออนไลน์ ซึ่งมันเป็นโมเดลแอดเวนเจอร์ทัวริ่งที่มีหน้าตาดูดีใช้ได้เลยทีเดียว และหากคุณมีเลือดหนืดๆ เหมือนน้ำมันเครื่องหน่อย คุณอาจจะเป็นไขมันในเลือดสูง เอ้ย คุณอาจจะจำได้ว่า QJMotor นั้นเป็นส่วนนึงของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Qianjiang ซึ่งเป็นเจ้าของ Benelli ดังนั้นเจ้า SRT 500 อาจจะถูกนำมาขายในบ้านเราในชื่อ Benelli TRK502X 2021 ก็เป็นได้   ภาพที่หลุดออกมานั้นเผยให้เห็นว่ามีการปรับปรุงโฉมหน้าขนานใหญ่เลยหากเทียบกับโมเดลในปัจจุบัน ตัวรถดูมีความกะทัดรัดและผอมเพรียวกว่าเดิม โดยมาพร้อมไฟหน้า LED ที่ดูโดดเด่น ปากนกที่เฉียบคมกว่าเดิม การ์ดแฮนด์ใหม่และแฟริ่งข้างและถังน้ำมันที่ดูเรียบง่ายกว่าเดิมทว่าในส่วนท้ายของรถยังคงเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่งสองตอนหรือปลายท่อขนาดใหญ่ และหากสังเกตดีๆ จะเห็นโลโก้ TRK ที่บริเวณการ์ดแฮนด์อีกด้วย ยิ่งมีความเป็นไปได้สูงมากยิ่งขึ้นว่าจะเป็นโฉมใหม่ของเจ้า TRK502X อุปกรณ์หลายๆ ส่วนน่าจะยังคงเดิมจากโมเดลก่อนหน้า โดยจะใช้ล้อซี่หน้าขนาด 19 นิ้ว และหลัง 17 นิ้วตามลำดับพร้อมกับยางแบบกึ่ง ช่วงล่างด้านหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับพร้อมโช้คหลั่งเดี่ยว เบรกหน้าแบบดิสก์เบรกคู่และดิสก์หลังเดี่ยว เครื่องยนต์ก็น่าจะเป็น 2 สูบเรียง 500 ซีซีบล็อกเดิมแต่มีการปรับจูนให้ผ่านมาตรฐานไอเสียใหม่ ซึ่งอาจจะทำให้ตัวเลขกำลังแรงม้าหรือแรงบิดเปลี่ยนไป แฟนๆ ชาวไทยก็อดใจรอกันหน่อยนะครับ เพราะมีความเป็นไปได้ว่าจะจำหน่ายในบ้านเราด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Tesi H2

Tesi H2 ยอดผลงานจากความร่วมมือของ Bimota และ Kawasaki สักที ต้องบอกคำนี้ หลังจากบิลด์อารมณ์ให้อยากรู้อยากเห็นต้องนานกับ Bimota Tesi H2 ที่ล่าสุด Bimota ได้ประกาศว่าพร้อมจำหน่ายตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป นอกจากนี้ยังได้ประกาศตัวเลขสเป็กต่างๆ ที่หลายคนอยากรู้มาพร้อมๆ กันอีกด้วย โดยทาง Bimota ที่ปัจจุบันเจ้าของหุ้นหลักกลายเป็นยักษ์ใหญ่ค่ายเขียวของ Kawasaki ไปแล้ว ได้ทำการเปิดเผยภาพให้เห็นถึงรถคันใหม่ในเวอร์ชั่นพร้อมขายจริงมา 3 ภาพด้วยกัน โดยเจ้าไฮเปอร์ไบค์สัญชาติอิตาลีคันนี้ได้ไปเผยโฉมให้เห็นในงาน EICMA เมื่อปีที่แล้วในฐานะของคอนเซ็ปต์ไบค์ หลังจากนั้นก็มีรถต้นแบบในชุดสีดำออกมาทดสอบและมีภาพให้เราเห็นอยู่หลายครั้ง เนื่องจากมันกำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาเพื่อให้สามารถผลิตเพื่อวางจำหน่ายได้จริง และตอนนี้ทางค่ายก็ประกาศรายละเอียดออกมาและเปิดให้พร้อมจองรถแบบพรีออเดอร์แล้วครับ ตัวรถนั้นมีความคล้ายคลึงกับคอนเซ็ปต์ไบค์อยู่ค่อนข้างมาก อาทิ แฟริ่ง ปี ไฟหน้าตรงกลาง ช่วงล่างด้านหน้าแบบฮับเซ็นเตอร์สเตียริง และท่อไอเสียขนาดใหญ่ แต่คราวนี้มีเฉดสีที่ต่างออกไปสีขาว ดำและแดงถูกแทนที่ด้วยสีดำและชุดสีไตรคัลเลอร์แบบธงชาติอิตาลี Bimota เลือกใช้ขุมพลังของ Kawasaki Ninja H2 แต่ยังคงเอกลักษณ์ของทางค่ายไว้ด้วยแชสซีแบบฮับเซ็นเตอร์สเตียริงและแฟริ่งคาร์บอนไฟเบอร์ เครื่องยนต์ 4 สูบเรียงซูเปอร์ชาร์จขนาด 998 ซีซี ให้กำลังแรงม้ามากถึง 231 แรงม้าที่ 11,500 รอบ และมีแรมแอร์ช่วยดันให้แรงม้าโดดไปเป็น 242 แรงม้าที่รอบเท่ากัน แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 141 นิวตันเมตรที่ 11,000 รอบ   และถึงแม้ว่ากฎเรื่อง Euro5 จะถูกใช้กับรถใหม่ทุกคันที่จะวางขายตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2021 แต่เครื่องยนต์ของมันกลับผ่านแค่ Euro 4 ตัวเลขแรงม้านั้นเท่ากันกับของ Ninja H2 แต่ยังน้อยกว่าเมื่อเทียบกับ H2R ที่ให้แรงม้าสูงสุดที่ 310 แรงม้าที่ 14,000 รอบและ 326 แรงม้าจากแรมแอร์ ทุกอย่างที่ใส่เข้ามาใน Tesi เพื่อให้สามารถขี่ถนนได้อย่างถูกกฎหมายนำมาจาก Kawasaki ทั้งหมด เรียกว่าเป็นลูกผสมจากผลงานความร่วมมือกันจากสองฝากฝั่งทวีปก็ว่าได้ โดยมีทั้งเทคโนโลยีที่ทันสมัย ดีไซน์ที่โดดเด่น และความพรีเมี่ยมจากชิ้นส่วนคุณภาพสูงที่ทั้งหรูหราและพิเศษ ทั้งนี้จะผลิตขึ้นจำหน่ายเพียง 250 คันเท่านั้น โดยจะมีเพลตและเฟรมนัมเบอร์ที่ไม่ซ้ำกัน ส่วนสนนราคาก็จะอยู่ที่ 64000 ยูโรหรือราวๆ 2,374,000 บาท เรียกว่าราคาเอาเรื่องอยู่ทีเดียว นอกจากนี้ Bimota ยังบอกว่าจะมีโมเดลที่ 2 ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของทั้งสองค่ายถัดจากโมเดลนี้ตามมาอีกไม่นาน โดยจะเป็นรถในสไตล์คาเฟ่เรซเซอร์ที่มีชื่อว่า KB4 ซึ่งจะมีพื้นฐานมจาก Ninja 1000SX อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

R3 2021 Monster Energy MotoGP

R3 2021 Monster Energy MotoGP หล่อเท่ดุจนักแข่งทีมโรงงาน ตอนนี้ก็เข้าสู่ปลายไตรมาสที่ 3 ของปี 2020 กันแล้ว บรรดาค่ายรถต่างๆ ก็กำลังง่วนอยู่กับการจัดการโมเดลใหม่ให้เรียบร้อย ให้พร้อมขายในปีถัดไปที่กำลังจะมาถึง และนั่นหมายความว่าช่วงนี้จะเป็นช่วงที่โมเดลสำหรับขายในปี 2021 จะเริ่มทะยอยเปิดตัวเผยโฉมให้เห็นกันแล้วครับ หลังจากวันก่อนเราได้นำเสนอสีใหม่ของ Yamaha YZF-R3 สปอร์ตไบค์ยอดนิยมของทางค่ายไป มาวันนี้ Yamaha ยังมีทีเด็ดอีกหนึ่งคือ สีสันและลายกราฟิกแบบเดียวกับรถแข่งทีมโรงงานในศึก MotoGP หรือก็คือ R3 Monster Energy MotoGP Edition 2021 นั่นเองครับ โดยโมเดลพิเศษจำนวนจำกัดคันใหม่นี้จะมีลวดลาย สีสันและกราฟิกแบบเดียวกับรถแข่ง MotoGP ที่มี Valentino Rossi และ Maverick Viñales เป็นคนควบลงแข่ง แต่ในส่วนของสเปกก็ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เครื่องยนต์ยังคงเป็นเครื่องสองสูบเรียง 321 ซีซี เช่นเดิม ราคาก็เช่นกัน ระบบเบรก ABS ก็มาเป็นของติดรถเลย แต่อย่างไรก็ดีเรื่องนั้นก็ช่างมันอย่าคิดมาก เพราะว่าหลายๆ คนก็อยากได้รถที่สวยงาม ดูเท่เหมือนกับนักแข่งคนโปรดหรือฮีโร่ของพวกเขา เรื่องอื่นก็รองๆ ลดหลั่นลงไป ส่วนบ้านเราก็ร้องเพลงรอกันไปก่อนนะครับ น่าจะไม่พลาดแน่นอนครับ แฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตบ้านเราเยอะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

โรงงาน BMW

โรงงาน BMW ในไทยผลิตรถรุ่นไหนบ้าง? ล่าสุดทาง SuperBike ได้มีโอกาสสุดพิเศษเข้าเยี่ยมชมโรงงาน BMW หรือโรงงานผลิตของทาง บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย ระหว่างที่กำลังเข้าร่วมกิจกรรม Discoveride กับทาง BMW Motorrad ประเทศไทย ซึ่งเป็นทริปทดสอบ All New BMW F 900 R และ All New BMW F 900 XR และเราก็ได้เก็บข้อมูลเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่น่าสนใจมาฝากเพื่อนไบค์เกอร์กันครับ หวังว่าไบค์เกอร์ทั้งหลาย โดยเฉพาะชาวบีมเมอร์จะชื่นชอบบทความนี้กันนะครับ โรงงาน BMW นั้นนับตั้งแต่เปิดตัวโรงงานในปี 2543 โดยใช้ชื่อว่า บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย ตั้งอยู่ที่จังหวัดระยอง ได้ทำการประกอบรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ไปแล้วรวมกว่า 155,000 คัน ฟังดูอาจจะน้อยนะครับ แต่ถ้าหากอ่านบทความของเราไปเรื่อยๆ เดี๋ยวจะรู้เองว่า ไม่ใช่น้อยนะครับ ทั้งนี้โรงงาน BMW ที่ระยอง เริ่มมีการประกอบมอเตอร์ไซค์ BMW Motorrad รุ่นแรก ตั้งแต่เมื่อปี 2557 หรือเป็นเวลาเกือบๆ 7 ปีมาแล้ว โดยตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา โรงงานบีเอ็มดับเบิลยู ระยอง ได้ประกอบรถยนต์และมอเตอร์ไซค์กว่า 52,000 คันเพื่อส่งออกสู่ 5 ประเทศในภูมิภาค ซึ่งรวมไปถึงประเทศจีน มาเลเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินเดีย   แล้วโรงงานในไทยผลิตรถรุ่นไหนบ้างล่ะ? ปัจจุบันมีรถยนต์และมอเตอร์ไซค์จำนวน 16 รุ่น ที่อยู่ในสายการผลิตของโรงงาน ได้แก่ – รถยนต์ BMW 7 รุ่น อาทิ Series 3, Series 3 Gran Turismo, Series 5, Series 7 รุ่นฐานล้อยาว, X1, X3 และ X5 – รถมอเตอร์ไซค์ BMW Motorrad 9 รุ่น ได้แก่ R 1250 GS Adventure, R 1250 GS, F 900 XR, F 900 R, F 850 GS Adventure, F 850 GS, F750 GS, S 1000 R และ S 1000 RR จะเห็นได้ว่าเป็นรุ่นเด่นๆ และขายในประเทศไทยทั้งนั้น และแม้จะเป็นโรงงานที่ไม่ใหญ่มากแต่ในปี 2562 โรงงานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย มีศักยภาพในการผลิตมอเตอร์ไซค์เป็นจำนวน 6,200 คัน โดยมีเม็ดเงินการลงทุนในปี 2562 มูลค่ารวมราว 5,960 ล้านบาท นอกจากโรงงานบีเอ็มดับเบิลยู ระยองจะผลิตรถที่มีคุณภาพได้มาตรฐานสูงแล้ว ยังใส่ใจสิ่งแวดล้อมและเด่นเรื่องส่งเสริมสังคมอีกด้วย โดยด้านสิ่งแวดล้อมนั้น ทางโรงงานได้มีการรีไซเคิลขยะอุตสาหกรรมเป็นจำนวนกว่า 6,900 ตัน ภายใต้โครงการ “Zero Waste to Landfill” หรือการลดขยะสู่การฝังกลบให้เป็นศูนย์ (นับตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา) และสำหรับการผลิตในกะกลางวัน โดยส่วนใหญ่แล้วโรงงานจะใช้พลังงานแสงอาทิตย์จากแผงโซลาร์เซลล์กว่า 4,000 ตารางเมตรที่ติดตั้งอยู่บนหลังคาของโรงงาน ส่วนในด้านช่วยส่งเสริมสังคมนั้น ทางโรงงานบีเอ็มดับเบิลยู ระยอง ไม่แบ่งแยกเพศในการจ้างงาน เพราะทางโรงงานโดดเด่นในด้านความหลากหลายของแรงงาน โดยพนักงานในกว่า 22% เป็นผู้หญิง นอกจากนี้ยังมีโครงการ BMW Dual Excellence ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาอาชีวะกว่า 80 คนได้เข้าร่วม ซึ่งจะเป็นการมุ่งเน้นในเรื่องสร้างเสริมความรู้ความสามารถในด้านวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์ (Mechatronics) และการจัดการโลจิสติกส์ (Logistics) ภายใต้ความร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดาและวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบอีกด้วยครับ เป็นไงบ้างครับกับความรู้เกี่ยวกับ

R3 2021

R3 2021 กับสีสันใหม่ ใส่ใจทุกรสนิยม ล่าสุด Yamaha ได้ทำการเผยโฉมสีสันใหม่ของสปอร์ตไบค์ยอดนิยมจากตระกูล R-Series อย่าง Yamaha YZF-R3 2021 ซึ่งมาพร้อมเฉดสีใหม่ให้เลือก 3 เฉดสีด้วยกัน โดยแต่ละสีก็มีความแตกต่างกัน คาดว่าน่าจะเป็นการเอาอกเอาใจรสนิยมหรือความชอบของแต่ละบุคคลมากขึ้น เพราะแต่ละสีนั้นให้อารมณ์ความรู้สึกต่างกันอย่างมากครับ สีแรกจะเป็นสีเขียวน้ำทะเล Electric Teal ซึ่งถือว่าเป็นสีสันที่แปลกและสะดุดตามากๆ เพราะปกติแล้ว Yamaha ไม่เคยทำสีในลักษณะนี้มาก่อน แม้จะเคยมีสีที่สดใสแต่ก็จะเป็นสีที่วงล้อเป็นหลัก แต่คราวนี้จัดเต็มมาทั้งคัน ด้วยตัวแฟริ่งสีเขียวน้ำทะเล หรือเขียวนกเป็ดน้ำตัดด้วยเส้นสีส้มและขาว พร้อมลายกราฟิกสไตล์มันๆ ส่วนล้อจะเป็นสีส้มซึ่งน่าจะถูกใจวัยรุ่นอย่างมาก เลยล่ะครับ สีต่อมาจะเป็นสีน้ำเงิน Team Yamaha Blue ซึ่งก็เป็นสีของทีมแข่งสไตล์ทีมโรงงานครับ ตัวรถจะมาในแฟริ่งสีน้ำเงินเป็นหลัก มีการตัดด้วยสีขาวที่บังโคลนหน้า แฟริ่งด้านข้างบริเวณโลโก้ R3 และส่วนท้าย ส่วนล้อนั้นก็เป็นสีน้ำเงินครับ เป็นสีที่ให้ความรู้สึกเป็นยามาฮ่าขนานแท้ ฮ่าๆ และสีสุดท้ายคือสีดำด้าน Matte Stealth Black ดำสนิททั้งคันเลยครับ ดำจนดูลึกลับ เคร่งขรึมและดูดุดัน สมชื่อ Stealth จริงๆ ครับ มีเพียงชิ้นส่วนโลหะ สวิตช์เกียร์ ไฟส่องสว่างและพวกแผ่นสะท้อนแสงเท่านั้นที่เป็นสีอื่นๆครับ เรียกว่าได้ใจคนชอบสีดำ ดำดุๆ กันไปเลยครับ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Yamaha คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Forza 750

Forza 750 คือโมเดลใหม่ที่ Honda กำลังจะเปิดตัว!? ล่าสุดทาง Honda ได้มีการปล่อยคลิปทีเซอร์ยั่วน้ำลาย โดยเป็นคลิปสั้นๆ ยาวเพียงแค่ 15 วินาที ในฐานะที่เราเป็นคนไทยเราน่าจะได้สัมผัสกับ Honda Forza 350 เป็นประเทศแรกในโลก การที่ได้เห็นคลิปในวินาทีแรกๆ นั้น ในหัวก็สั่งการมาทันทีว่าเป็น Forza 350 แน่ๆ แต่พอดูไปดูมา ชักจะแปลกๆ เพราะมีชิ้นส่วนที่ไม่คุ้นตาเอาซะเลยอยู่ในคลิปด้วย หากคิดให้ลึกลงไป เข้าข้างตัวเองไปอีกนิด พร้อมกับคำใบ้ท้ายคลิปที่ว่า The Forza family is getting bigger. มันก็มีความเป็นไปได้ว่าจะมีโมเดลใหม่ในตระกูล Forza ที่ใหญ่ขึ้น บวกรวมกับโลโก้ปีกนกสีเงินก็น่าจะบ่งบอกว่าเป็นรถขนาดใหญ่ แม้ว่าจะมีบางส่วนที่ดูคล้ายอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ใช่ Forza 350 แน่นอน และส่วนที่ดูเป็นจุดสังเกตได้ค่อนข้างชัดเจนก็คือบริเวณเครื่องยนต์ที่มันไปมีลักษณะคล้ายคลึงกับ Honda Integra บิ๊กสกู๊ตเตอร์ที่มีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่มากถึง 750 ซีซี ซึ่ง Honda อาจจะพัฒนาและมีการขยายความจุมากขึ้นไปอีกอาจจะมากถึง 800 ซีซีก็เป็นได้ อย่างไรก็ตามข้อมูลนี้ก็เป็นเพียงการคาดเดา เราคงต้องรอคำตอบไปอีกเดือนกว่าๆ เพราะในคลิประบุวันเปิดตัวไว้ว่าจะเป็นวันที่ 14 ตุลาคมนี้ครับ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

Burgman Street Blue Edition

Burgman Street Blue Edition จาก Suzuki อินเดีย ไบค์เกอร์ทุกคนต่างรู้และเข้าใจกันดีว่ามอเตอร์ไซค์และสกู๊ตเตอร์ขนาดเล็ก (ความจุเครื่องยนต์น้อย) คือราชาแห่งท้องถนนในเมืองที่การจราจรคับคั่ง โดยเฉพาะในหลายๆ ประเทศ และอย่างยิ่งกับอินเดียประเทศที่มีประชากรระดับพันล้านคน ซึ่งต่างกับประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างในหลายๆ ประเทศในยุโรป ประชากรส่วนใหญ่ในอินเดียใช้มอเตอร์ไซค์ในการสัญจรไปมาเป็นหลัก ซึ่งในประเทศไทยเองก็มีผู้ใช้มอเตอร์ไซค์จำนวนมากเช่นกัน โดยเฉพาะในกรุงเทพ ดังนั้นการที่อินเดียเปิดตัวโมเดลใหม่ๆ ในบ้านเขาก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะล่าสุดแบรนด์อินเดียอย่าง Bajaj เองก็มาทำตลาดที่ประเทศไทยแล้ว   สกู๊ตเตอร์ขนาดเล็กยอดนิยมในกลุ่มรถพรีเมียมระดับเริ่มต้นของอินเดียก็คือ Suzuki Burgman Street ที่มีขนาดความจุ 125 ซีซี เป็นโมเดลเล็กที่สุดในตระกูล Burgman และล่าสุดก็ได้รับการอัพเดตใหม่ในชื่อว่า Blue Edition ซึ่งแน่นอนว่ามาในเฉดสีน้ำเงิน แต่ไม่ใช่แค่สีใหม่ แต่ยังมีลูกเล่นใหม่เพิ่มเติมอีกด้วย เริ่มต้นที่เครื่องยนต์ขนาด 124 ซีซีของมันตอนนี้ผ่านมาตรฐาน BS6 (มาตรฐานไอเสียของอินเดีย) ใช้ระบบหัวฉีดและเทคโนโลยี Suzuki Eco Performance จึงทำให้มันเป็นสกู๊ตเตอร์ประหยัดน้ำมันมากๆ คันนึงในท้องตลาด แม้ว่าแรงม้ามันจะมีน้อยแค่เพียง 9 ตัวก็ตาม แต่นั่นเป็นเรื่องที่อภัยให้ได้ โมเดลใหม่ Blue Edition จะมาพร้อมไฟหน้า LED ระบบเบรกแบบคอมบายด์เบรก CBS สำหรับเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ขับขี่ ด้านความสวยงามจะยังมีเส้นสายสีโครเมี่ยมเพิ่มเติมเพื่อขับเน้นความงาม ส่วนด้านความสะดวกสบาย มีช่องสำหรับใส่ถุงมือขับขี่รถด้านหน้าพร้อมช่องจ่ายไฟสำหรับอุปกรณ์แก็ดเจ็ตของคุณอีกด้วย นอกจากส่วนที่อัพเดทใหม่ เจ้า Burgman Street ก็ยังมีเบาะนั่งยาวที่นุ่มสบายเหมาะกับการขับขี่โดยมีคนซ้อน และยังมีเอกลักษณ์ที่สวยงามเช่นเคย ยังคงดูมีคลาสและความพรีเมี่ยมอยู่ครบ โดยสนนราคาหากคิดจากค่าเงินรูปีนั้นจะตกอยู่ที่ราวๆ 34,000 บาทเท่านั้นเองครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha R series ยึดโพเดียม OR BRIC Superbike 2020

Yamaha R series ยึดโพเดียม OR BRIC Superbike 2020 ตอกย้ำความสำเร็จอีกครั้งหลังจาก Yamaha Thailand Racing Service Team เข้ามาสนับสนุน ผู้แข่งขันที่ใช้รถจักรยานยนต์ Yamaha R series สนามที่ 2 ในรายการแข่งขันรายการ OR BRIC Superbike Championship 2020 เรื่องการปรับจูนแบบมาตรฐานระดับเอเชียรวมถึงเทคนิคในการขับขี่ในสนามแข่งให้แก่นักแข่งส่งผลให้ทำเวลาได้ดีขึ้นเป็นลำดับ อาทิ เช่น รุ่น Superbike 1000 cc. (SB1) ที่ได้ ชิพ นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ หวด Yamaha YZF-R1 หมายเลข 41 สังกัด ยามาฮ่า เพาเวอร์สปีด วีไอพี 123 เรซซิ่ง ทีม คว้าแชมป์ รุ่น Superbike 1000 cc. (SB1) ได้สำเร็จในสนาม 2 ควง แสตมป์ อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ หวด Yamaha YZF-R1 หมายเลข 24 สังกัด ยามาฮ่า เพาเวอร์สปีด วีไอพี 123 เรซซิ่ง ทีม ที่คว้าอันดับที่ 3 ของรุ่น Superbike 1000 cc. (SB1) ได้ในสนามที่ 2 รุ่น SuperStock 1000 cc.(ST1) ที่ได้ เจมส์ ชานนท์ ชุ่มใจ หวด Yamaha YZF-R1M หมายเลข 53 สังกัด ยามาฮ่า ไดนาโวลต์ อาร์ซีที ได้คว้าแชมป์ รุ่น SuperStock 1000 cc.(ST1) ในสนาม ที่ 2 ไปครอง รุ่น SuperSport 600 cc. (SS1) ได้ ฟอง คณาทัต ใจมั่น หวด Yamaha YZF-R6 หมายเลข 90 สังกัด ยามาฮ่า พิเรลลี ไฮสปีด ดี.ไอ.ดี. เออห์ลิน กิ๊กะไบค์ ลิควิ โมลี เคเอ็นบี เรซซิ่ง ทีม คว้าแชมป์ รุ่น SuperSport 600 cc. (SS1) ในสนาม 2 ได้สำเร็จ ส่วน นิติพงษ์ แสงสว่าง หวด Yamaha YZF-R6 หมายเลข 33 สังกัดของ ยามาฮ่า ทีเอส เรซซิ่ง ทีม ขึ้นโพเดียมอันดับ 3 ของรุ่น SuperSport 600 cc. (SS1) รุ่น SuperSport  400 cc. ได้ เอ้ วรพงศ์ มาลาหวล หวด Yamaha YZF-R3 หมายเลข 1 สังกัด ยามาฮ่า พิเรลลี ไฮสปีด ดี.ไอ.ดี. เออห์ลิน กิ๊กะไบค์ ลิควิ โมลี เคเอ็นบี เรซซิ่ง ทีม คว้าแชมป์ รุ่น SuperSport  400 cc. สนาม 2 ไปครอง การสนับสนุนของทาง Yamaha Thailand Racing Service Team ได้ยกระดับทีมแข่งขันผู้ที่ใช้รถจักรยานยนต์ Yamaha R-series

YAMAHA แถลงนโยบายมอเตอร์สปอร์ตแบบใหม่

YAMAHA แถลงนโยบายมอเตอร์สปอร์ตแบบใหม่ โดย มีการยกระดับ ทีมแข่งขันและนักแข่งที่ร่วมรายการแข่งขันภายในประเทศไทย ที่ใช้รถจักรยานยนต์ YAMAHA R-Seriess ซึ่งมี ทีม ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง เซอร์วิส  มาซัพพอร์ต อย่างเต็มที่ แบบไม่มีกั๊ก โดยการแถลงข่าวครั้ง นี้ นายธีระพงษ์ โอภาสกรกุล  ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส ฝ่ายกีฬายานยนต์ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ได้กล่าวว่า ถือว่าเป็น มุมมองแบบไหม่ ของวงการมอเตอร์สปอร์ตของประเทศไทยซึ่งที่ผ่านมาได้เล็งเห็นว่าวงการมอเตอร์สปอร์ตในไทยควรมีการพัฒนาและการสนับสนุนที่ดีกว่านี้จึงได้จัดทีม ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง เซอร์วิส ได้มาทำการซัพพอร์ตเรื่องปรับจูนรถและการแก้ปัญหาอาการของรถทุกรูปแบบอีกทั้งเรื่อง Engine ครั้งแรกของไทย ที่ได้ซัพพอร์ต ทีมแข่งขันและนักแข่งที่ร่วมรายการแข่งขันภายในประเทศไทย อย่างเต็มที่ ด้วยประสบการณ์ของ ช่างเครื่อง(Race Engineer) และทีมโคช มืออาชีพ ผู้มากประสบการณ์ได้ทำการสอนตั้งแต่ความรู้และความเข้าใจของตัวรถที่นักแข่งนำมาใช้ในการแข่งขันให้ได้เข้าใจมากยิ่งขึ้นอีกทั้งเข้าใจของเป้าหมายในการแข่งขัน มาสนับสนุนและให้ความรู้แก่นักแข่งและทีมเซอร์วิสภายในทีมให้มีการพัฒนาไปถึงแถวหน้าของเอเชีย ในอนาคต ต่อไป และได้เริ่มต้น ในรายการ การแข่งขัน OR BRIC Superbikechampionship 2020 ในครั้งนี้ และ R2M Thailand Superbike Championship ที่ผ่านมา ซึ่งแต่ละทีมพื้นฐานความรู้ไม่เท่ากันให้มีมาตรฐานเดียวกันกับทีม ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง เซอร์วิส เพื่อพัฒนาทีมให้ดีขึ้นสร้างมาตรฐานให้ดียิ่งขึ้นจากที่มีอยู่แล้วเพื่อให้ก้าวไปถึงระดับเอเชียและในระดับโลกโดยต้องเข้าใจตัวรถเข้าใจระบบเพื่อพาทีมให้ก้าวไปด้วยกัน มีเป้าหมายเดียวกันและพาทีมไปคว้าชัยชนะในการแข่งขันให้ได้ โดย ทีม ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง เซอร์วิส ประกอบด้วย อาทิ เช่น นายภากร โรจนรุ่งทวี ผู้จัดการส่วนกีฬายานยนต์ นายวิชัย ไชยประภา ผู้เชี่ยวชาญพิเศษแผนกกีฬาแข่งรถ, นายพัฒนสิษฐ์ ทัพวงศ์ Race Engineer Yamaha Thailand Racing Team, นายวรรณศักดิ์ ทรัพย์คงดี Race Engineer Yamaha Thailand Racing Team และ นายพัชรกร วัฒนพนม Race Engineer Yamaha Thailand Racing Team ในเรื่องของการซัพพอร์ด ของ ทีม ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง เซอร์วิส จะเข้ามาเป็น Center พร้อมมอบความรู้มากมายให้นักแข่งขันที่ขับรถจักรยานยนต์ YAMAHA R-Seriess พร้อมอุปกรณ์ เครื่องมือในการซัพพอร์ต ทั้งหมด ในระดับมาตรฐานการชิงแชมป์เอเชียเลยทีดียว ทำให้การ Setting รถมีความแม่นยำมากขึ้น และประหยัดเวลาเป็นอย่างมากจากเดิมใช้เวลาในการปรับจูนรถอาจใช้เวลาถึง1-2วันแต่ภายหลังจากที่ ทีม ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง เซอร์วิส เข้ามาใช้ Data logger ในการคำนวนรถและนักแข่งซึ่งสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนก็ในเรื่องของเวลาการแข่งขัน ในรายการที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่านักแข่งสามารถทำเวลาได้ดีมากขึ้นกว่าเดิม ตลอดการแข่งขัน พร้อมด้วย  นายธานี ทองมนต์ Mechanic Yamaha Thailand Racing Team, นายศุภกิจ แก้วน้อย Mechanic Yamaha Thailand Racing Team, นายภูวดล เลิศบุญมี Mechanic Yamaha Thailand Racing Team, นายจุฑาวุฒิ แย้มทรัพย์ Mechanic Yamaha Thailand Racing Team ซึ่งถือได้ว่าเป็นการยกทัพ สำหรับงานนี้ได้อย่าง นายเดชา ไกรศาสตร์ ในบทบาทของ Coach Yamaha Thailand Racing Team ได้ให้คำแนะนำ ทัศนคติและมุมมองแบบไหม่ ของนักแข่งที่ร่วมรายการ OR BRIC Superbikechampionship 2020 ในครั้งนี้ ให้สนใจหลักการปรับจูนรถโดยอิงจากหลักในการจูนแบบใช้วิทยาศาสตร์ในการปรับจูนรถให้มากขึ้น หรือผลของData loggerที่บันทึกข้อมูลของนักแข่งในขณะขับขี่ เพื่อให้ได้การวิเคราะห์ ที่แม่นยำ มากกว่าการคำนวนไปเอง ประหยัดเวลา อีกทั้งยังเซฟตัวของนักแข่งได้เนื่องจากมีเวลาพักซ้อมมากขึ้นด้วย รู้และเข้าใจเป้าหมายในการแข่งขันมากขึ้น ทั้งรถจักรยายนต์ที่นักแข้งใช้ในการแข่งขันและทีมของนักแข่งเองเช่นกันที่ต้องเข้าใจในการทำงานทั้งหมด เพื่อสิ่งที่ได้ประโยชน์ที่สุดทำให้ทีมเซอร์วิตและนักแข่งเข้าใจในการทำงานมากขึ้นซึ่ง ทีม