SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 47

Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 47 ส่องแบรนด์น้องใหม่และรุ่นรถที่ต้องดูในงานมอเตอร์โชว์ 2026 เจาะลึกรายชื่อค่ายรถและไฮไลต์สำคัญ

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
มอเตอร์ไซค์ห้ามวิ่งเส้นในวิภาวดี? เปิดเหตุผลกฎหมายและความปลอดภัยปี 2569

ไขข้อสงสัย มอเตอร์ไซค์ห้ามวิ่งเส้นในวิภาวดี ผิดกฎหมายข้อไหน? สรุปเหตุผลด้านความปลอดภัย อัตราโทษปรับล่าสุด และทำไมปี 2569 ถึงเข้มกว่าเดิม

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Honda CBR1000RR-R SP 2024

CBR1000RR-R SP 2024 ปรับขนานใหญ่ ใส่ไข่ในทุกรายละเอียด หากไม่ตั้งใจสังเกตให้ดี ๆ เราอาจจะมองไม่เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของเจ้า Honda CBR1000RR-R SP 2024 โมเดลใหม่ล่าสุดพิกัดเรือธงของทางค่ายปีกนกที่เปิดตัวในงาน Eicma 2023 แต่รู้หรือไม่ว่าทางค่ายได้ปรับปรุงมันขนานใหญ่ในหลาย ๆ จุด ให้มันกลายเป็นรถที่ขับขี่ได้ดียิ่งขึ้นกว่าที่เป็นอยู่เดิมเสียอีก แต่จะปรับปรุงอะไรบ้างนั้น ต้องไปดูกันในรายละเอียดที่ผมจะเหลาให้ฟังครับ ดีไซน์ ดีไซน์ตัวรถโดยรวมแล้วยังคงไม่ได้แตกต่างไปจากเดิมมากนัก ยังให้ความสปอร์ตเรซซิ่งไม่เปลี่ยน แต่จริง ๆ แล้วมีการปรับเปลี่ยนให้มีแอโรไดนามิกที่ดียิ่งขึ้นไปอีก มีการปรับเปลี่ยนแฟริ่งส่วนกลาง ปรับรูปทรงของปีกวิงก์เล็ตและปรับให้ยื่นไปด้านหน้ามากขึ้น เพื่อเพิ่มความคล่องตัวเมื่อขับขี่ที่ความเร็วสูง ยืนแฟริ่งส่วนล่างให้ยื่นไปใกล้ล้อหลังมากขึ้นช่วยให้การยึดเกาะที่ล้อหลังดีขึ้นอีกด้วย ทั้งยังปรับทรงของถังน้ำมันให้ใหญ่ขึ้นเล็กน้อยอีก 0.4 ลิตรเป็น 16.5 ลิตร โดยทรงใหม่นี้ช่วยเพิ่มกริพที่เข่า ช่วยให้คอนโทรลรถได้ดีขึ้นอีกด้วย เครื่องยนต์ ในส่วนของขุมพลังก็มีการปรับเปลี่ยนภายในเช่นกัน โดยเครื่องยนต์ยังเป็นเครื่อง 1000 ซีซี 4 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ ที่ให้กำลังแรงม้าที่ 214.56 แรงม้าที่ 14,000 รอบ และแรงบิดสูงสุด 113 นิวตันเมตรที่ 12,000 รอบ ซึ่งถึงแม้ว่าตัวเลขพละกำลังและแรงบิดสูงสุดจะยังไม่เปลี่ยนแปลงแต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ อย่างในเครื่องยนต์เพื่อให้ขับขี่ได้ดีเยี่ยมยิ่งขึ้น โดยมีการปรับปรุงระบบคันเร่งไฟฟ้าใหม่ ใส่มอเตอร์ 2 ตัวเข้ามาควบคุมการเปิดปิดลิ้นปีกผีเสื้อ เพื่อให้ควบคุมกำลัง อัตราเร่งและเอ็นจิ้นเบรกได้นุ่มนวลมากขึ้น มีการปรับเปลี่ยนอัตราส่วนการอัดให้มากขึ้น จาก 13.0:1 เป็น 13.6:1 ปรับปรุงการทำงานของวาล์วใหม่ ปรับปรุงหมุดเพลาข้อเหวี่ยงทำให้มีมวลเฉื่อยน้อยลง 450 กรัม ก้านสูบไทเทเนียมฟอร์จ TI-64A ที่ทางค่ายพัฒนาขึ้นเอง มีน้ำหนักเบาลงกว่าของเดิม 50% มีการใช้น็อตโลหะผสมโครเมียมโมลิบดีนัมวานาเดียมที่ทางค่ายพัฒนาขึ้นเองอีกเช่นกัน ช่วยให้เบาลงได้อีกเล็กน้อย ทั้งยังมีการปรับเปลี่ยนอัตราทดเกียร์ใหม่ให้สั้นลง ช่วยให้การเร่งออกจากโค้งทำได้ดีขึ้น ทั้งยังมีการป้องกันการสึกหรอของเครื่องยนต์ด้วยการเพิ่มระบบควบคุมเข้ามาใหม่ ช่วยปรับให้เรดไลน์เฉพาะตอนสตาร์ทเครื่องใหม่ให้เหลือเพียง 8,000  รอบ และเมื่ออุณหภูมิของน้ำยาคูลแลนท์ถึงจุดที่เหมาะสมเรดไลน์จึงจะเขยิบขึ้นไปเกิน 14,000 รอบตามปกติ รวมไปถึงรายละเอียดยิบย่อยอีกมากเพื่อเพิ่มความทนทานของเครื่องยนต์ ปิดท้ายด้วยการใช้ปลายท่อ Akrapovic ไทเทเนียมน้ำหนักเบาที่ดีไซน์มาใหม่มีขนาดปริมาตรภายในใหญ่ขึ้น 1 ลิตร เสียงเบาลง 5 เดซิเบลเมื่อเทียบกับตัวเก่า แต่เสียงก็จะดังไล่ขึ้นไปตามรอบเครื่องยนต์ที่เพิ่มสูงขึ้น เรียกว่ายังไม่ทิ้งความเร้าใจของสายซิ่งไปนั่นเอง ช่วงล่าง มีการปรับเฟรมอลูมิเนียมใหม่โดยปรับให้มีความแข็งแรงมากขึ้น และเพิ่มความแม่นยำในการบังคับเลี้ยวและการตอบสนองต่อการยึดเกาะ ทั้งยังรีดน้ำหนักให้เบาลงมาได้อีก 960 กรัม จากการปรับเปลี่ยนเฟรม มีการใช้น็อตแขวนเครื่องที่สั้นลงช่วยรีดน้ำหนักได้อีก 140 กรัม แต่ยังคงความแข็งแรงไว้ได้ ตลอดไปจนถึงการปรับในเรื่องมิติตัวรถต่าง ๆ เพื่อให้การควบคุมทำได้ดีและคล่องตัวมากขึ้น มีการปรับเปลี่ยนท่านั่งใหม่ด้วยการยกแฮนด์ให้สูงขึ้น แต่ทำให้พักเท้าต่ำลงเพื่อมีอิสระในการขยับท่วงท่า ทำให้ควบคุมรถได้ดีขึ้น โช้คเองก็ได้รับการอัปเกรด กลายเป็นรถโปรดักชันรุ่นแรกของโลกที่ใช้โช้คหน้า Öhlins 43mm S-EC3.0 (SV) NPX แบบหัวกลับ และโช้คหลัง TTX36 S-EC3.0 ที่เป็นโช้คไฟฟ้าที่พัฒนาขึ้นมาเป็นเจเนอเรชันที่ 3 แล้ว เพื่อให้การยึดเกาะและการตอบสนองดีที่สุดพร้อมซิ่ง ระบบเบรกเองก็อัปเกรดให้เป็นตัวสุดของสายซิ่งในรถโปรดักชัน โดยจะได้คาลิเปอร์เบรกหน้า Brembo Stylema R เรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบจับกับจานขนาด 330 ม.ม. หนา 5ม.ม. ร่วมกับปั๊มบน Brembo  ส่วนด้านหลังเองก็จะใช้คาลิเปอร์เบรก Brembo แบบเดียวกับที่ใช้ใน RC213V-S ตัวแรงตัวแพงที่สุดของทางค่ายนั่นเองครับ ปิดท้ายด้วยล้อจะเป็นล้ออลูมิเนียมแบบ 5 ก้านขนาด 17 นิ้ว เข้าคู่กันกับยาง 120/70-ZR17 และ 200/55-ZR17 ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนของระบบอิเล็กทรอนิกส์แน่นอนว่ามีการอัปเกรดเพิ่มตามตัวรถเช่นกัน อาทิเช่น ระบบ HSTC 9 ระดับที่ปรับมาใหม่ให้สอดคล้องกับกำลังและอัตราทดที่เปลี่ยนไป โหมดการขับขี่ 3 โหมดที่ปรับปรุงมาใหม่เช่นกัน และสามารถปรับเปลี่ยนพละกำลัง เอ็นจิ้นเบรก การลอยตัวของล้อได้หลายระดับ แน่นอนว่าพวกนี้อาศัยข้อมูลจาก IMU หรือหน่วยประมวลผลแรงเฉื่อยจาก Bosch แบบ 6 แกน ยังมีโหมดออกตัวหรือ Start Mode ที่คล้าย ๆ กับ ระบบช่วยออกตัวของค่ายอื่นที่มีภาษาอังกฤษว่า Launch Control ซึ่งของทางฮอนด้าจะปรับล็อกรอบได้ 4 ระดับ คือ 6,000 7,000 8,000 และ 9,000 รอบ ควิกชิฟเตอร์ใหม่ที่ปรับการทำงานได้

Honda CB500 Hornet โฉมใหม่ ดุดัน ทันสมัย

Honda CB500 Hornet โฉมใหม่ ดุดัน ทันสมัย และนี่คือเน็กเก็ดไบค์ในตระกูล 500 Series คันใหม่โมเดล 2024 Honda CB500 Hornet หรือชื่อเดิมก็คือ CB500F นั่นเอง ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกตั้งแต่ปี 2013 หรือ 10 ปีที่แล้วนู่นเลย แน่นอนว่าระหว่างทางก็พัฒนาปรับปรุงมาเรื่อย ๆ และครั้งนี้ก็เป็นการปรับโฉมครั้งสำคัญ เพื่อสู้ศึกเน็กเก็ดไบค์ที่ดุเดือดมากขึ้นในทุก ๆ วันนั่นเองครับ ดีไซน์ สำหรับโมเดลนี้จะมีรูปโฉมที่ปรับตามพี่ใหญ่ในชื่อเดียวกันอย่าง CB750 Hornet นั่นเอง โดยเป็นการปรับภาพลักษณ์ให้ดูโฉบเฉี่ยวดุดันและทันสมัยมากยิ่งขึ้น ช่วงตัวรถด้านหน้าจะดูบึกบึนด้วยถังน้ำมันทรงดุบวกกับท่อดักลมด้านข้างที่มาพร้อมโลดก้ประจำตระกูลแตนซิ่ง แต่ช่วงท้ายรถจะดูปราดเปรียวให้ความรู้สึกคล่องตัว ไฟหน้า LED ดีไซน์ใหม่ทัศนวิสัยดียิ่งขึ้น ขณะเดียวกันไฟท้ายเองก็ดูเพรียวรับกับสไตล์ใหม่ของมันได้อย่างลงตัว ถัดเข้ามาด้านในเป็นจอสี TFT ขนาด 5 นิ้วที่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนและใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ ผ่านแอพพลิเคชัน Honda RoadSync ได้สะดวก ถือเป็นจุดเด่นใหม่อย่างนึงของโมเดลนี้เลย แถมยังมีไฟแบ็กไลท์ที่สวิตช์เกียร์ใหม่ที่ใช้งานง่ายขึ้นอีกด้วยนะ เครื่องยนต์ ขุมพลังยังคงเป็นเครื่อง 2 สูบเรียงขนาด 471 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำแบบ 4 วาล์วต่อสูบ เคลมแรงม้ามาที่ 46.93 แรงม้าที่ 8,600 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 43 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ โดยใช้น้ำมันเชื้อเพลิงจากถังน้ำมันขนาด 17.1 ลิตร มีการปรับปรุงการจ่ายน้ำมันของหัวฉีดไฟฟ้าใหม่ทำให้อัตราการเร่งที่รอบต่ำและการกระจายตัวของแรงม้าในทุกย่านความเร็วรอบที่ดีขึ้น และที่สำคัญคือมีระบบแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ช่วยเพิ่มความสบายในการกำคลัตช์และความปลอดภัยอีกด้วย ช่วงล่าง ช่วงล่างถือว่าให้มาดี ไม่ว่าจะเป็นโช้คหน้าหัวกลับจาก Showa แบบ SFF-BP ขนาด 41 ม.ม. ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวพร้อมกระเดื่องปรับพรีโหลดได้  5 ระดับ ส่วนระบบเบรกด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 296 ม.ม.พร้อมคาลิเปอร์เบรก Nissin แบบเรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบ ด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวพร้อมคาลิเปอร์เบรกแบบลูกสูบเดียว ปิดท้ายด้วยขนาดยางและล้อเป็น 120/70 ZR17 และ 160/60 ZR17 หน้าหลังตามลำดับ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากหน้าจอสี TFT ที่กล่าวถึงไปแล้วตัวรถยังมีระบบ HSTC ช่วยเสริมความปลอดภัยเพิ่มการยึดเกาะกับถนน ระบบเบรก ABS แบบ 2 ชาแนล ระบบไฟเตือนฉุกเฉินเมื่อเบรกกะทันหันหรือ ESS โดยย่อ ๆ สั้น ๆ แล้วก็ถือว่าเป็นมีการปรับปรุงดีไซน์ให้ดูดีขึ้น ใส่เทคโนโลยีสมัยใหม่ลงมามากขึ้น ทำให้มันกลายเป็นเน็กเก็ดไบค์ที่มีลูกเล่นล้ำ ๆ ในราคาที่ผมคาดว่าน่าจับต้องได้ไม่ยากนัก งานนี้ไบค์เกอร์น่าจะชอบมากขึ้นกว่าโมเดลก่อน ๆ แน่แท้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

Shoei Neotec 3 Grasp ลวดลายใหม่ สไตล์ทัวริ่ง

Shoei Neotec 3 Grasp ลวดลายใหม่ สไตล์ทัวริ่ง เผยโฉมแล้วสำหรับหมวกกันน็อกจากแดนปลาดิบอย่าง Shoei ทำการเปิดตัว Neotec 3 ในรุ่น Grasp มาพร้อมลวดลายใหม่และชุดสีไตรคัลเลอร์ และไบคัลเลอร์ เอาใจเหล่าไบค์เกอร์สายสปอร์ตทัวริ่งและแอดเวนเจอร์ทัวริ่ง โดยเตรียมเปิดจำหน่ายที่ญี่ปุ่นในเดือนธันวาคมนี้ สำหรับหมวกกันน็อกรุ่นดังกล่าว นั้นถูกออกแบบให้มีความสปอร์ต โฉบเฉี่ยว มากขึ้นจากตัวสแตนดาร์ด ด้วยรายละเอียดการใช้เส้นลวดลายที่มีความคม เข้ม ดุุดัน รวมไปถึงการใช้สีตัดกันได้อย่างลงตัว ดูสวยงาม ไม่เทอะทะจนเกินไป บ่งบอกถึงความพิธีพิถันในการใส่ใจออกแบบจากทางแบรนด์ สมกับเป็นแบรนด์เบอร์ต้นติดอันดับโลกเลยทีเดียว สีดำ/แดง สีขาว/น้ำเงิน/แดง สีเขียว/ดำ โดยมีหลากสีให้เลือกทั้ง สีขาว/ดำ/แดง และสีขาว/ดำ แมตช์กับรถฮอนด้า ดูคาติ และอาพริเลีย, สีเขียว/ดำ แมตช์กับรถคาวาซากิ และถ้าคุณยิ่งเป็นเจ้าของ BMW 1300 GS ละก็ หมวกสีน้ำเงิน/ขาว คงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมมากเลยทีเดียว  นอกจากลวดลายแบบใหม่แล้ว ตัวหมวกนั้นยังได้รับการรับรอง ECE 22.06 รวมถึงทางแบรนด์ยังได้พัฒนาหมวกกันน็อกในรุ่นอื่น ๆ อย่าง GT-Air3 และ X-Fifteen ซึ่งหลังจากเปิดตัวและจำหน่ายไปทั่วโลกแล้ว ทางแบรนด์ยังปล่อยโฉมลายพิเศษรุ่นใหม่ให้จับจองอีกด้วย โดยสเปคของหมวกรุ่นนี้ กับรูปลักษณ์ภายนอกที่ถูกออกแบบให้สอดรับหลักอากาศพลศาสตร์ มาพร้อมกับ Shoei AIM+ shell (Advanced integrated Matrox Plus Multi-Fiber) มาพร้อมสติกเกอร์ JIS และกลไกการล็อคใหม่สำหรับกระบังหน้าหลัก CNS-3C ของ Neotec 3   รวมถึงวัสดุที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษทั้ง ม่านกระจกบังแดด QSV-2 แผ่นรองแก้มที่มีความหนาต่างกัน (31, 35, 39 มม.) แผ่นรองกลางหมวก 3 มิติ โดยทั้งหมดสามารถถอดนำมาทำความสะอาดได้ นอกจากนี้ยังมีช่องสำหรับติดตั้งบูลทูธอินเตอร์คอม แผ่นกันฝ้า, Breath Guard และแผ่นปิดใต้คางรวมอยู่ด้วย ซึ่งจะเปิดจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นช่วงเดือนธันวาคมนี้ โดยเปิดราคาจำหน่ายอยู่ที่ 88,000 เยน หรือตีเป็นเงินไทยราว ๆ 2 หมื่นนิด ๆ ถือว่าคุ้มค่าและไม่แพงจนเกินไป อย่างไรก็ตาม ทางฝั่งโซนยุโรปก็ไม่ต้องน้อยใจไปนะครับ เพราะทางผู้ผลิตเปิดให้ผู้ที่สนใจสามารถจองสินค้าผ่านออนไลน์ และหากเข้าไทยเมื่อไหร่จะอัปเดตให้ทราบอีกครั้ง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda NX500 แอดเวนเจอร์ไซส์กลาง

Honda NX500 แอดเวนเจอร์ไซส์กลาง ปรับปรุงใหม่ ไฉไลกว่า และนี่คืออีก 1 โมเดลจากทั้งหมด 7 โมเดลที่เปิดตัวในงาน EICMA 2024 ที่อิตาลี สำหรับเจ้า Honda NX500 หรือจริง ๆ แล้วก็คือ CB500X แอดเวนเจอร์ไบค์จาก 500 series ที่เปิดตัวครั้งแรกตั้งแต่ปี 2013 มาวันนี้กลับมาใหม่พร้อมการอัปเกรดและปรุงแต่งหน้าตาให้หล่อเหลาเคล้าด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่าที่ผ่าน ๆ มา รูปโฉม ดีไซน์ภายนอกดูเฉียบคมยิ่งขึ้นภายใต้แนวคิดการออกแบบ Daily Crossover ที่สื่อถึงการเป็นรถลูกผสมที่ใช้งานได้ในทุก ๆ วัน ไม่จำเป็นจะต้องรอให้ถึงวันหยุดหรือวันออกทริป ตัวรถเป็นแอดเวนเจอร์ไบค์ที่มีความกระชับกะทัดรัดกว่าเดิม เบาะนั่งมีความเพรียวบางง่ายต่อการขยับตัวปรับท่วงท่ารวมถึงทำให้ขาถึงพื้นได้ง่ายขึ้นอีกด้วย ด้านหน้าโดดเด่นด้วยไฟหน้า LED ดีไซน์ใหม่ให้การกระจายแสงที่กว้างกว่าเดิม ทัศนวิสัยดีกว่าเดิมในทุกขณะการขับขี่ จะเข้าโค้ง จะมืดค่ำ ไม่เป็นปัญหา ด้านท้ายเองก็มี LED ใหม่ที่แมตช์กันอย่างลงตัว แน่นอนว่าไฟเลี้ยวก็เป็น LED เต็มระบบ ถัดมาด้านในมีจอสี TFT แบบรุ่นพี่อย่าง XL750 Transalp ที่เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนและใช้งานผ่านแอพลิเคชัน Honda RoadSync ได้อีกด้วย ยังเพิ่มความพรีเมียมแบบคาดไม่ถึงด้วยการให้สวิตช์ควบคุมแบบ 4 ทิศทางพร้อมแบ็กไลท์ในตัวที่แฮนด์บาร์ด้านซ้าย ช่วยให้ใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ ผ่านหน้าจอสีได้สะดวกยิ่งขึ้น มีแฮนด์บาร์สีเทาแบบสอบปลายช่วยให้ดูลงตัว เครื่องยนต์ เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 471 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ 4 วาล์วต่อสูบ เคลมแรงม้ามาที่ 46.93 แรงม้าที่ 8,600 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 43 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ โดยมีอัตราการเร่งที่รอบต่ำและการกระจายตัวของแรงม้าในทุกย่านความเร็วรอบที่ดีขึ้นจากกาปรับปรุงการจ่ายน้ำมันของหัวฉีดไฟฟ้าใหม่ ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงจากถังน้ำมันขนาด 17.5 ลิตร ที่เมื่อคำนวณกับอัตราการสิ้นเปลือง 27.8 กม./ลิตรแล้วจะใช้งานได้กว่า 480 กม./ถัง เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีระบบแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์มาเสริมความปลอดภัยและความสบายขณะขับขี่อีกด้วย แชสซี ช่วงล่างของรถด้านหน้าจะมีโช้คหัวกลับจาก Showa SFF-BP ขนาด 41 ม.ม. และโช้คหลังเดี่ยวจาก Showa เช่นกัน โดยมีการปรับปรุงค่าสปริงเรทและแดมปิ้งเสียใหม่ให้ตอบสนองได้ดียิ่งขึ้น ระบบเบรกก็จะยังเป็นดิสก์เบรกหน้าคู่ขนาด 296 ม.ม. คาลิเปอร์ Nissin แบบแอ็กเซียลเมาท์ 2 ลูกสูบ ด้านหลังดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 240 ม.ม. และคาลิเปอร์เบรกแบบสูบเดียว แต่ทีเด็ดคือล้ออลูมิเนียมใหม่น้ำหนักเบา เป็นล้อ 5 ก้านใหม่น้ำหนักเบากว่าเดิมรวมกันหน้าหลัง 1.5 กิโลกรัม โดยมีขนาดล้อและยางหน้าหลังตามลำดับดังนี้ 110/80 R19 และ 160/60 R17 ระบบอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากหน้าจอสีที่พูดถึงไปแล้วตัวรถยังมีระบบ HSTC หรือแทร็คชันคอนโทรลเพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจ ระบบเบรก ABS 2 ชาแนล ระบบไฟเตือนเมื่อเบรกกะทันหัน ESS เรียกว่าให้มาพอประมาณกำลังดีกับระดับราคา สุดท้ายนี้เรื่องการจำหน่าย วัยรุ่นไทยเก็บเงินซื้อได้เลยมาแน่นอน แต่ราคาน่าจะปรับตัวขึ้นอีกเล็กน้อยเมื่อเทียบกับราคา 224,900 บาท ด้วยอ็อปชันที่ดีขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง ก็ต้องบอกว่ายังไงก็ยังเป็นแอดเวนเจอร์ไบค์ไซส์กลางระดับเริ่มต้นที่คุ้มค่ามาก ๆ ครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

KTM เตรียม ถือหุ้นหลักMV Agusta จะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต

KTM เตรียม ถือหุ้นหลัก MV Agusta จะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต มาชมข่าวธุรกิจที่น่าสนใจของวงการ 2 ล้อกันบ้าง สำหรับ Pierer Mobility Group กลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่ของวงการรถ 2 ล้อสัญชาติออสเตรีย หรือเจ้าของค่าย KTM เตรียม เป็นผู้ถือหุ้นรายหลักของค่ายรถสัญชาติอิตาลีอย่าง MV Agusta หลังจากดำเนินการซื้อขายครั้งแรกเมื่อช่วงปีที่ผ่านมา โดยปัจจุบันทาง PMG มีสัดส่วนถือหุ้นในแบรนด์ MV อยู่ที่ 25.1% โดย Pierer Mobility Group เป็นกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ในแวดวงการรถ 2 ล้อ รวมถึงเป็นบริษัทแม่ของค่ายรถที่เราคุ้นเคยอย่าง KTM, Husqvarna และ GasGas นั่นเอง ซึ่งช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทาง Stafan Peirer CEO ของ Pierer Mobility Group เข้ามีบทบาทในการควบคุมการจัดจำหน่ายและจัดซื้อรถมอเตอร์ไซค์แบรนด์ MV Agusta ในขณะที่ค่ายรถทางอิตาลี นั้นจะยังคงดำเนินในส่วนของการผลิตมอเตอร์ไซค์แบรนด์ตนเองต่อไป ซึ่งในเรื่องการอนุญาตให้เป็นผู้ที่หุ้นหลัก จะมีผลในช่วงฤดูใบไม้ผลิในปี 2026 ตามรายงานทางการเงิน วันที่ 31 ธันวาคม ปี 2025 นั่นหมายความว่า MV Agusta จะเป็นแบรนด์ในเครือที่ 4 ของ พรีเมียร์ โมบิลิตี้ กรุ๊ปในอนาคต นอกจากนี้แบรนด์ออสเตรเลียเองยังได้สร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับแบรนด์อื่น ๆ อีกด้วย อย่าง CF Moto โดยผลิตเครื่องยนต์สูบคู่ LC8s 799 ซีซี ที่ใช้ในโมเดล KTM 790 Duke และ 790 Adventure รวมถึงรุ่น CFMoto 800 MT และ 800 NK สำหรับรายละเอียดข้อตกลงดังกล่าวในขณะนี้ ยังไม่มีอะไรแน่ชัด ซึ่งทาง Pierer Mobility Group เล็งเห็นว่า MV Agusta เป็นแบรนด์ “รถหรู” เมื่อเทียบกับโมเดลของค่ายรถอื่น ๆ นอกจากนี้ทาง MV Agusta ยังยืนยันว่าจะเดินหน้าผลิตรถโมเดลของตัวเองต่อไป  สรุปสุดท้ายนี้ ผลออกมาจะเป็นเช่นไร ค่าย KTM จะเข้ามามีบทบาทกับแบรนด์รถอิตาลีอย่างไรบ้าง ในอนาคตเราอาจจะได้เห็นโมเดลใหม่ที่ถูกพัฒนาร่วมกันแน่นอน ซึ่งเราอาจจะได้เห็นรถเอ็นดูโร่ภายใต้ชื่อ MV Agusta หรือโมเดลสายสปอร์ตจากทาง KTM ที่ใช้หัวใจหลักจาก MV ก็เป็นได้ ยังไงก็อย่าพลาดติดตามข่าวสารจากทาง SuperBike Thailand ไว้จะมาอัปเดตอยู่เรื่อย ๆ นะครับ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda CB1000 Hornet

Honda CB1000 Hornet แตนยักษ์ตัวพัน ดุดันสุดขีด เปิดตัวแล้วกับโมเดลใหม่ล่าสุด Honda CB1000 Hornet โดยไปเปิดกันที่ Eicma 2024 ที่อิตาลีกันเลย และตอนนี้เจ้าแตนยักษ์คันนี้ก็กลายเป็นเน็กเก็ดไบค์พิกัดเรือธงคันล่าสุดของทางค่ายปีกนกกันไปเลย ดีไซน์มาในแบบไฟหน้าคู่ LED โปรเจ็กเตอร์  พร้อมเส้นสายที่ปราดเปรียวดุดันเฉียบคม ใครเห็นเป็นต้องเหลียวมอง ตัวรถมีถังน้ำมันตามสไตล์ของฮอร์เน็ต ตัวเฟรมทำสีดำทั้งเมนเฟรมและซับเฟรมดูดุดันเอาเรื่อง ถือว่าสวยงามลงตัวในแบบของเน็กเก็ดที่ดี ตัวรถใช้ขุมพลังสี่สูบเรียงจาก CBR1000RR 2017 ที่ให้กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 147.51 แรงม้า และแรงบิดกว่า 100 นิวตันเมตร ใช้ท่อไอเสียแบบ 4-2-1 พร้อมแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ แชสซี วางบนเฟรมทวินสปาร์ใหม่ที่ให้ความลื่นไหลในโค้งและความนิ่งเสถียรที่ดีด้วยช่วงล่างด้านหน้าเป็นโช้คหัวกลับ Showa SFF-BP ปรับแต่งได้ทั้งคอมเพรสชันและรีบาวด์ ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยว Showa พร้อมกระเดื่องซับแรง ระบบเบรกด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 310 ม.ม. พร้อมคาลิเปอร์เบรก Nissin แบบเรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบ ด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวคาลิเปอร์เบรก Nissin เช่นกัน ส่วนล้อและยางจะเป็นขนาด 120/70 ZR17 และ 180/55 ZR17 ตามลำดับ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ให้มาก็ทันสมัย และให้มาพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นคันเร่งไฟฟ้าที่ช่วยให้มีโหมดการขับขี่ 3 โหมด หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้วที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนและใช้งานร่วมกันกับ Honda RoadSync ได้ ระบบ HSTC หรือแทร็คชันคอนโทรล สุดท้ายนี้โมเดลนี้ก็น่าจะนำมาจำหน่ายในไทย แต่ราคาน่าจะไม่แรงมาก เพราะสเป็กไม่ได้จัดเต็มแบบค่ายรถจากฝากฝั่งยุโรป งานนี้ใครชื่นชอบรถเน็กเก็ดที่น่าจะเป็นมิตรกับผู้ขับขี่ น่าจะตอบโจทย์เลยล่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

Tenere 700 Explore

Tenere 700 Explore ปรับใหม่เอาใจคนไซส์เล็ก มาอีกแล้วครับท่าน ถี่เหลือเกิน ยิ่งกว่ามุกแซวหนัง “ธี่หยด” เสียอีก กับสายลุยไซส์กลางจาก Yamaha ล่าสุดก็เป็นเจ้า Tenere 700 Explore ที่ปรับปรุงตัวรถมาเพื่อให้คนไซส์เล็กที่หมายความว่าตัวเล็ก ไม่ใช่ไข่เล็ก ขับขี่ได้ง่ายขึ้นนั่นเองครับ แล้วจะมีปรับอะไรยังไงบ้าง เดี๋ยวผมรวบรัดตัดตอนให้แบบสั้น ๆ กระชับ อ่านแป๊บเดียวจบ รู้เรื่องครับ!! ก็อย่างที่ผมบอกไปแล้วนะครับเป็นเวอร์ชันที่ปรับปรุงมาเพื่อคนที่มีปัญหาเรื่องของความสูงของตัวรถแอดเวนเจอร์น่ะครับ โมเดลนี้จึงเน้นที่รายละเอียดที่ส่งผลกับความสูงของรถโดยรวม เริ่มตั้งแต่การปรับโช้คให้มีระยะยุบน้อยลงทั้งด้านหน้าและด้านหลัง 20 ม.ม.เมื่อเทียบกับโมเดลปกติ และปรับให้เบาะนั่งเตี้ยลงอีก 15 ม.ม.เป็น 860 ม.ม. ซึ่งจะช่วยให้ขาถึงพื้นได้ง่ายขึ้น การที่ทางค่ายปรับมาแบบนี้ก็จะมีข้อด้อยนิดนึงคือจะลุยได้น้อยลงตามไปด้วย ซึ่งดูเหมือนว่าทางค่ายก็คิดมาแล้วล่ะครับ จึงมีการปรับให้โมเดลนี้ค่อนไปทางทัวริ่งมากขึ้น โดยมีการปรับให้ชิลด์หน้ามีความกว้างใหญ่มากขึ้นอีก 50% ช่วยกันลมได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีเวลาเดินทางไกลมากกว่าเวลาขับขี่แบบลุย ๆ นั่นเอง นอกจากนี้ยังมีควิกชิฟเตอร์แบบขาขึ้นอย่างเดียว และแร็คสำหรับติดกล่องข้างให้มาจากโรงงานด้วยเลย เรียกว่าสมชื่อเอ็กพลอร์ที่สื่อถึงการผจญภัยนั่นเอง ในเรื่องของสเปกอื่น ๆ ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากตัวปกติเลยครับ จะมีเรื่องของอัตรากินน้ำมันที่เคลมมาน้อยกว่าเพราะตัวรถกินลมน้อยกว่านั่นเอง รายละเอียดดูได้ในตารางได้เลยครับ สเปก Tenere 700 Explore   Explore Standard เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยน้ำ 2 สูบเรียง 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 689 ซีซี 689 ซีซี แรงม้า (เคลม) 73.4 แรงม้าที่ 9,000 รอบ 73.4 แรงม้าที่ 9,000 รอบ แรงบิด (เคลม) 68.0 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ 68.0 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 80.0 X 68.6 ม.ม. 80.0 X 68.6 ม.ม. อัตราส่วนการอัด 11.5:1 11.5:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด 6 สปีด ระบบจุดระเบิด TCI TCI ระบบจ่ายน้ำมัน หัวฉีดไฟฟ้า หัวฉีดไฟฟ้า ระบบสตาร์ท ไฟฟ้า ไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ โซ่ อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน (เคลม) 24.03 ลิตร/กม. 23.25 ลิตร/กม. ขนาดล้อและยางหน้า 90/90 – 21 M/C 54V 90/90 – 21 M/C 54V ขนาดล้อและยางหลัง 150/70 R 18 M/C 70V 150/70 R 18 M/C 70V ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ KYB ขนาด 43 ม.ม. ระยะยุบ 190 ม.ม. โช้คหัวกลับ KYB ขนาด 43 ม.ม. ระยะยุบ 210 ม.ม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยวปรับรีโมตระยะยุบ 180 ม.ม. โช้คเดี่ยวปรับรีโมตระยะยุบ 200 ม.ม. ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรกคู่ขนาด 282 ม.ม. ดิสก์เบรกคู่ขนาด 282 ม.ม. ระบบเบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 245 ม.ม. ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 245 ม.ม.

เปิดตัว New Honda Scoopy ลายใหม่

เปิดตัว New Honda Scoopy ลายใหม่ 9 สไตล์โดนใจวัยรุ่น ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย เปิดตัว New Honda Scoopy ลายใหม่ 9 สไตล์ พร้อมลวดลายกราฟิกที่ดีไซน์มาเพื่อสะท้อนไลฟ์สไตล์วัยรุ่นยุคใหม่ การเปิดตัวครั้งนี้ ฮอนด้าดึง พีพี-กฤษฏ์  และ ทรีแมนดาวน์ มาคอลแลบกันเป็นครั้งแรกในเพลง ‘ฝนตกเป็น Fire’ โดยนำท่อนฮิตติดหูจากเพลง Fire Boy ของพีพี และ ฝนตกไหม ของทรีแมนดาวน์ มาทำเป็นเพลงใหม่ที่ถ่ายทอดความเป็น Iconic ของทั้งสองศิลปิน และความเป็น Iconic ของสกู๊ปปี้โมเดลใหม่นี้ โมเดลใหม่นี้จะมาพร้อมกับคอนเซปต์ ‘ALWAYS ICONIC สุด ให้สุดทาง’ ด้วย 9 เฉดสีใหม่จากทั้งหมด 3 สไตล์ไม่ว่าจะเป็น รุ่น Club 12 ที่โดดเด่นด้วยลวดลายกราฟิกแฟชั่นสุดเท่ และล้อแม็ก 12 นิ้ว มาพร้อม Honda Smart Key ที่สามารถสตาร์ตรถได้โดยไม่ต้องไขกุญแจ มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ แดง-ขาว, น้ำเงิน-ขาว, ขาว-ชมพู และ ดำ-ขาว ราคาแนะนำที่ 54,400 บาท รุ่น Prestige เรียบหรูมีสไตล์ มาพร้อมกับล้อแม็ก 12 นิ้ว มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ แดง เทา และดำ ราคาเริ่มต้นที่ 52,900 บาท   รุ่น Urban สไตล์ Retro Classic มีให้เลือกทั้งหมด 2 สี ได้แก่ น้ำตาล-ขาว และ ดำ-ขาว ราคาเริ่มต้น 49,900 บาท โดยแต่ละสไตล์ต่างโดดเด่นด้วย Modern Ring LED Headlight ดีไซน์สุดไอคอนิกและ เรือนไมล์แบบมัลติมิเตอร์สไตล์ใหม่แสดงผลครบครัน พร้อมด้วยเครื่องยนต์ eSP เจเนอเรชันใหม่ 110 ซีซี และหัวฉีด PGM-FI ขับสนุกประหยัดน้ำมันขั้นสุด และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ด้วยฟังก์ชันอำนวยความสะดวกรอบคัน ไม่ว่าจะเป็นช่องชาร์จไฟสำรอง USB Type A และช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ ฮอนด้าพร้อมวางจำหน่ายโมเดลนี้แล้วทุกศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ และสามารถรับชม New Honda Scoopy ลวดลายใหม่ผ่านทางมิวสิกวิดีโอเพลง ‘ฝนตกเป็น Fire’ ได้พร้อมกันผ่านทางออนไลน์แพลตฟอร์มทุกช่องทาง   สามารถรับชมมิวสิกวิดีโอได้ที่ https://bit.ly/Musicvideo_NewHondaScoopy_AlwaysIconic อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

Yamaha พาสาวก “กล้า…ไปกับฟินน์” ขี่ลุยทริป กรุงเทพ-ระยอง

Yamaha พาสาวก “กล้า…ไปกับฟินน์” ขี่ลุยทริป กรุงเทพ-ระยอง ตอบแทนความสุขตลอดต่อเนื่อง โดยล่าสุด Yamaha พาสาวก และสื่อมวลชน จัดกิจกรรมร่วมฟินน์ไปกับทริปสุดพิเศษใน “กล้าที่จะไป กล้าที่จะเป็น กล้า…ไปกับฟินน์ @ระยอง” พาขี่ยามาฮ่า ฟินน์ลุยเส้นทางกรุงเทพ-ระยอง พร้อมกิจกรรมความมันส์แบบพิเศษที่ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน จะมีอะไรบ้าง ติดตามดูกันได้เลย เริ่มต้นด้วยจุดสตาร์ทจาก Yamaha Riding Academy (YRA) ซึ่งหลังจากนัดรวมพลชาว Yamaha Finn และบรีฟเส้นทางขับขี่กันเป็นที่เรียบร้อย จากนั้นเริ่มออกสตาร์ทไปยังปั๊มน้ำมัน PTT สาขาบางนา-ตราด กม.25 เติมน้ำมันแก๊สโซฮอลล์ 91 ให้เต็มถัง ก่อนที่จะลงหวดยาว ๆ ด้วยระยะทาง 53.3 กม. ไปยังจุดเช็คอินต่อไปที่ ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ อ่างศิลา จ.ชลบุรี และแล้วเดินทางมายังจุดเช็คอินที่ ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ เพื่อให้เหล่าบรรดาสาวกได้ถ่ายรูปกับสถาปัตยกรรมอันล้ำค่า สวย ๆ ก่อนเดินทางต่ออีก 40 กม. เพื่อไปรับประทานอาหารกลางวันที่ครัวเจ้จุกสาขา 3 เติมอาหารลงท้องกันให้อิ่ม ขี่ลุยต่ออีก 13 กม. ไปยังเพื่อไปจิบกาแฟเย็น ๆ ถ่ายรูป ชมวิวที่ มองช้าง คาเฟ่ ซึ่งในระหว่างทางนั้นเต็มไปด้วยแหล่งธรรมชาติสวย ๆ สมกับการเดินทางแบบฟินน์ ๆ ในทริปนี้   ในระหว่างทริปนี้ แอดก็จะขออนุญาตเทสรถยามาฮ่า ฟินน์ กันหน่อย ว่ามันจะเจ๋งแค่ไหนกันเชียว ขี่ง่าย สไตล์ฟินน์ ระหว่างการเดินทาง ก็ขอลองนั่งจัดทรงกันซักนิด โดยโมเดลรุ่นนี้ถือว่ามีการออกแบบมาได้ตอบโจทย์สำหรับรถครอบครัว ทั้งขนาดความกว้างของระยะแฮนด์ที่พอดี ขี่มุดซอกแซกได้ง่าย ตัวเบาะกว้าง ดีไซน์ปาดเว้าไล่ระดับ สามารถขยับท่านั่งได้สะดวก  และอีกจุดหนึ่งที่ชื่นชอบเป็นพิเศษนั่นก็คือบังลมด้านหน้า ออกแบบมาได้สวยงาม สามารถตัดลมและกันน้ำดีดใส่เท้าได้นั่นเอง รวมถึงไฟหน้าออกแบบเป็นเอกลักษณ์ โดดเด่น ไม่ซ้ำใครอีกด้วย นอกจากนี้ยังโมเดลยามาฮ่า ฟินน์ยังขับขี่ง่าย ด้วยระบบเกียร์ 4 สปีดแบบวน แถมไม่ต้องกำคลัตช์ จะขึ้นเกียร์-ลงเกียร์ เพียงใช้เท้ากดง่ายมาก ๆ ขอรับประกันเลยว่าใช้งานง่ายในจุดนี้ ขี่สนุก สุดฟินน์ ด้วยเครื่องยนต์พิกัด 115 ซีซี แบบสูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ และเคลมกำลังอัดมาที่ 9.3 : 1 จึงทำให้รู้สึกว่าตัวรถมีอัตราเร่งได้ดี โดยเฉพาะเกียร์ 1-2 บิดพุ่งสุด ๆ ส่วนตัวมองว่าเหมาะแก่การใช้งานบนถนนทั่วไป รวมไปถึงทางลาดชัน ขับขี่ขึ้นเขา สบายใจห่ายหวงแน่นอน  อีกทั้งยังมีเอ็นจิ้นเบรกเข้ามาช่วยหน่วงเครื่องยนต์ในเวลาลงทางชันได้อีกด้วย ยังรวมไปถึงในรอบเกียร์ 3 ถึง 4 นั้นให้กำลังในรอบปลาย ขับขี่ได้สนุก แถมไม่เบื่ออีกด้วย แค่นั้นยังไม่พอยังสามารถใช้งานออกทริปทางไกลโดยวิ่งซัก 90-110 กม. ลากยาวได้สบาย ๆ ขับขี่ปลอดภัย แบบฟินน์ ๆ  และแล้วก็เจอกับสภาพอากาศฟ้าฝนที่ไม่ค่อยเต็มใจ จัดมาเทชุดใหญ่ ทำให้ผู้ขับขี่เปียกปอนกันทั่วหน้ารวมไปถึงตัวแอดเอง แถมระหว่างเส้นทางนั้นเต็มไปด้วยหลุมถนนแล้วน้ำขังตลอดทาง แน่นอนว่า ยามาฮ่า ฟินน์ 115 i รุ่นนี้เอาอยู่ ด้วยช่วงล่างกับโช้คหน้าเทเลสโคปิก โช้คหลังสปริงคู่ พร้อมระบบเบรกด้วยดิสก์เบรกหน้า ดรัมเบรกหลัง ติดปั๊มเบรกพร้อมใช้งาน มาพร้อมระบบกระจายแรงเบรก UBS (รุ่น UBS) และยางหน้าขนาด 70/90 ยางหลัง  80/90 จึงทำให้มั่นใจในเรื่องของระบบช่วงล่างและระบบเบรกที่ติดมาให้ บนการขับขี่ในถนนสภาพที่เปียกได้นั่นเอง หลังจากเช็คอินคาเฟ่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงเดินทางต่อเพื่อกลับที่พักอีกระยะ 11 กม. สู่โรงแรม ดี วารีจอมเทียน บีช พาลูกค้าเล่นน้ำ และพักผ่อนตามอัธยาศัย ก่อนจะไปสนุกต่อกิจกรรมสุดฟินน์กับ Yamaha Finn Feel Free Tonight Party พร้อมจับฉลากแจกรางวัลให้กับลูกค้ามากมาย Finn 2 Fight กิจกรรมประชันทางฝุ่นสุดมันส์ ต่อด้วยกิจกรรมในวันที่สองกับ Finn2 Fight หลังจากเดินทางจากโรงแรมสู่สนามเขาภูดร อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ด้วยระยะทาง 29 กม. พร้อมพาเหล่าสาวกร่วมสัมผัสประสบการณ์กับการแข่งขัน ประชันทางฝุ่นไปกับ Yamaha Finn รูปแบบไซเคิลครอส เอาเป็นว่ารายละเอียดในจุดนี้ ไม่ขอพูดอะไรเยอะ

ครั้งแรกของโลก สองล้อชิงแชมป์โลกสำหรับผู้หญิง

ครั้งแรกของโลก สองล้อชิงแชมป์โลกสำหรับผู้หญิง เตรียมเปิดศึกปี 2024 ถือเป็น ครั้งแรกของโลก สองล้อชิงแชมป์โลกสำหรับผู้หญิง ที่จะเปิดศึกแข่งขันกันในปี 2024 โดยมีชื่อรายการเต็ม ๆ ว่า FIM Women’s Motorcycling World Championship 2024 โดยจะแข่งกัน 6 สนามในช่วงเดียวกันกับรายการแข่ง WorldSBK นั่นเอง   ก่อนหน้านี้แม้ว่าจะมีนักแข่งผู้หญิงอยู่บ้างประปราย แต่นี้จะถือเป็นครั้งแรกที่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้มีโอกาสแข่งขันแบบรายการแยกโดยเฉพาะ และมีรูปแบบการแข่งขันแบบเต็มรูปแบบเลย แม้ว่าจะมีจำนวนสนามที่แข่งขันน้อยกว่าก็ตาม เบื้องต้นจะมี 6 สนาม พร้อมตารางเวลาตามตารางข้างล่างดังนี้ สนาม วันที่ Emilia Romagna Round, Misano World Circuit “Marco Simoncelli” อิตาลี 14 – 16 มิถุนายน 2024 UK Round, Donington Park Circuit อังกฤษ 12 – 14 กรกฎาคม 2024 Portuguese Round, Autodromo Internacional do Algarve โปรตุเกส 9 – 11 สิงหาคม 2024 Hungarian Round, Balaton Park Circuit ฮังการี 23-25 สิงหาคม 2024 Italian Round, Cremona Circuit อิตาลี 20 – 22 กันยายน 2024 Spanish Round, Circuito de Jerez-Angel Nieto สเปน 11 – 13 ตุลาคม 2024   การแข่งขันในแต่ละสนาม จะมีการจัดซูเปอร์โพลเรซในวันศุกร์ แข่ง Race 1 และ Race 2 ในวันเสาร์และอาทิตย์ตามลำดับ นักแข่งทุกคนจะได้รับการซัพพอร์ตรถแข่งเป็น Yamaha YZF-R7 ที่มาพร้อมชุดเรซซิ่งคิทจาก GYTR ยางจาก Pirelli และอื่น ๆ ทั้งนี้จะเปิดให้ลงสมัครได้ตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายนนี้ไปจนถึง 31 มกราคม 2024 คาดว่าจะคอนเฟิร์มนักแข่งได้ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 18 ปี และต้องจ่ายเงินค่าสมัครที่ 25,000 ยูโร งานนี้ถือว่าเป็นรายการแข่งขันที่ดีจริง ๆ ครับ เปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้ทำการแข่งขันแบบเต็มรูปแบบ ไม่ต้องมาลงแข่งในรายการที่มีผู้ชายเป็นหลักที่ได้เปรียบในเรื่องของสมรรถนะทางร่างกาย จะสนุกแค่ไหนต้องติดตามกันครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda ADV350 2024

Honda ADV350 2024 ปรับสีสันใหม่ เสริมความเข้ม เน้นพรีเมียม ถึงเวลาอัปเดตใหม่แล้วสำหรับ Honda ADV350 2024 สกู๊ตเตอร์สไตล์ SUV จากฮอนด้า ซึ่งการอัปเดตครั้งนี้เป็นของทางฝั่งยุโรป และมีเพียงการเปลี่ยนแปลงในส่วนของสีสันภายนอกเท่านั้น ไม่ได้มีการปรับปรุงอะไรในส่วนอื่น แต่ทีนี้ปรับอะไรบ้าง เราไปดูกันครับ อย่างแรกเลยคือตัวรถจะมาพร้อมเฉดสีใหม่ทั้งหมด 4 สีด้วยกัน ได้แก่ สีดำเมทัลลิกด้าน Matt Coal Black Metallic สีเทามุก Pearl Falcon Gray   สีขาวด้าน Matt Pearl Cool White   สีน้ำเงินด้าน Matt Pearl Pacific Blue นอกจากเฉดสีใหม่ที่น่าจะถูกใจไบเกอร์ที่ชอบความหรูหราพรีเมียมแล้ว ตัวรถแอบเพิ่มความดุดันด้วยชิ้นส่วนสีดำเงาเข้าไปในหลายจุดด้วยกัน (ของเดิมจะเป็นสีเดียวกับตัวรถ) อาทิ ตรงกลางระหว่างไฟหน้า บังโคลนหน้า แฟริ่งกาบข้างด้านล่างพักเท้า แฟริ่งข้างกลางตัวรถ และมือจับคนซ้อน ส่วนสเปกอื่น ๆ คร่าว ๆ มีดังนี้ เครื่องยนต์ eSP+ สูบเดียว 4 วาล์ว ขนาด 330 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 28.83 แรงม้าที่ 7,500 รอบ แรงบิด 31.5 นิวตันเมตรรอบ 5,250 รอบ ถังน้ำมัน 11.7 ลิตร ช่วงล่างด้านหน้ามาพร้อมโช้คหัวกลับขนาด 37 ม.ม. ด้านหลังเป็นโช้คคู่พร้อมซับแทงค์ ระบบเบรกเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง มีล้อแบบไม่ต้องใช้ยางในขนาด 15 นิ้วและ 14 นิ้วตามลำดับ ขนาดยางเป็น 120/70-15 และ 140/70-14 ตามลำดับ ในส่วนของความปลอดภัยตัวรถมาพร้อมระบบแทร็คชันคอนโทรล ระบบเบรก ABS แบบ 2 ชาแนล และระบบไฟกะพริบฉุกเฉิน ESS อีกด้วยครับ สุดท้ายนี้การจำหน่ายในประเทศไทยแน่นอนว่าขายไทยแน่ครับ แต่สีสันอาจจะไม่เหมือนกันก็ได้ครับ ส่วนราคาคาดว่าน่าจะมีการปรับขึ้นเล็กน้อย แต่อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้แน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก