
New Honda Dax 2026 เปิดราคาเร้าใจ 84,900 บาท มาพร้อม 2 เฉดสีใหม่ล่าสุด ‘สีขาว OG White’ และ ‘สีดำ OG Black’ ที่พร้อมถ่ายทอดความสนุก
SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

New Honda Dax 2026 เปิดราคาเร้าใจ 84,900 บาท มาพร้อม 2 เฉดสีใหม่ล่าสุด ‘สีขาว OG White’ และ ‘สีดำ OG Black’ ที่พร้อมถ่ายทอดความสนุก

อัปเดตกฎหมายจราจร 2568! ติดกล้องมองหลังแทนกระจกมองข้างหรือกระจกมองหลังในรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ ผิดกฎหมายหรือไม่? เช็กโทษปรับล่าสุดที่นี่

18 ปีของ Yamaha Fino ตั้งแต่รุ่นแรกปี 2006 จนถึงรุ่นสุดท้าย Final Edition ผลิตเพียง 999 คัน เผยเหตุผลการเลิกผลิต

เชื่อว่าหลายคนที่ติดตามข่าวสาร MotoGP มามากมาย ต้องรู้จักผู้ชายคนนี้ที่ชื่อ Rossi นักแข่งหมายเลข 46 หรือแม้กระทั้งเรื่องรถแข่ง ผลการแข่งขัน เทคโนโลยีรถแข่ง เรื่องราวของนักแข่งหลายๆ ไม่ว่าจะเรื่องส่วนตัวมาไม่มากก็น้อยก็ตาม วันนี้เราก็อยากจะหยิบภาพน่ารักๆ ของ Rossi อดีตนักแข่งรถจักรยานยนต์ทางเรียบที่เร็วที่สุดในโลกอย่าง MotoGP เป็นตำนานมากประสบการณ์ ที่มีดีกรีคว้าแชมป์โลกมาแล้วหลายสมัยมาให้ชม พร้อมกับปริศนาที่อยู่ในภาพ ว่าเด็ก 2 คน ที่อยู่กับ วาเลนติโน่ ร๊อซซี่คือใคร วันนี้เรามีคำตอบ เด็กน้อยด้านซ้ายสุดของภาพสวมใส่เสื้อสีเขียว หน้าตาน่ารัก นัยตาหวาน ไม่ใช่คนอื่นคนไกลเลย ปัจจุบันเขาอยู่ สังกัดทีม CryptoDATA RNF MotoGP™ Team นั้นก็คือ Miguel Oliveira ดีกรีไม่ธรรมดา ปัจจุบันเขายังคงแข่งขันในรุ่นใหญ่ที่สุดของโลกอย่าง MotoGP เด็กน้อยคนกลาง เสื้อสีแดง นัยตามุ่งมั่น เบ้าหน้ามาหล่อเหลาเอาการแต่เด็กเลย คนนี้ก็ไม่ธรรมดาสาวๆแฟนคลับเรียกได้ว่าติดกันแบบง่อมแง่ม แต่ก็พ่ายให้กับแฟนสาวคนสวยได้ครองใจเขาไปเรียบร้อย คนนี้คือ Maverick Viñales ปัจจุบันเข้าแข่งรถให้กับทีมโรงงาน Aprilia Racing ต้องบอกก่อนเลยว่ารูปบางรูปก็บอกอะไรให้กับเราได้หลายอย่าง หนุ่มรูปงามในตอนนั้นอย่าง Valentino Rossi ที่มีประสบการณ์มากมาย เดินทางแข่งมาทั่วโลกกาลเวลาค่อยๆผลักเขาออกไปเป็นตำนาน และเด็กสองคนในวันนั้น ที่ได้เติมโตขึ้นมาอยู่ในวงการการแข่งขันรถระดับโลก ทำให้เห็นว่าทุกสิ่งบนโลกไม่มีอะไรยั่งยืน ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ว่าแต่ MotoGP 2023 ให้จะเป็นแชมป์โลกกันนะ.. ติดตามผลคะแนน คลิกได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

MT-09 SP 2024 อัปเกรดช่วงล่าง แถมเพิ่มความพรีเมียม วันก่อน Yamaha เพิ่งจะเปิดตัวไฮเปอร์เน็กเก็ดคันใหม่เวอร์ชั่นปรับโฉมไปได้ไม่ทันไร วันนี้เปิดตัวอัปเกรด หรือก็คือเจ้า MT-09 SP 2024 มาแบบไม่ทันให้สื่ออย่างพวกผมได้ทันหายใจ แบบไม่ทำให้ไบเกอร์สายเน็กเก็ดต้องรอลุ้นนาน เรียกว่าเลือกเก็บเงินตั้งแต่ตอนนี้เลยว่าจะเอาคันไหน เอาแบบแค่ทั่ว ๆ ไป หรือจัดสุดตัวพรีเมียมที่เพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ไปเลยทีเดียวจบ ๆ ถือว่ามาแปลกกันเลยทีเดียว สำหรับโมเดลพิเศษนี้หลาย ๆ คนน่าจะรู้ดีว่าเป็นการอัปเกรดช่วงล่างเพิ่มความพรีเมียม และที่เหลือก็จะคล้าย ๆ กับโมเดลสแตนดาร์ดนั่นเอง แฟน ๆ สามารถย้อนไปอ่านที่ลิงก์ที่ผมแปะไว้ให้ได้ตรงนี้ได้เลย ส่วนจะมีอะไรอัปเกรด มีอะไรพรีเมียมขึ้นมาบ้าง ผมจะเหลาให้ฟังเอง ภายนอกที่เราเห็นอยู่ได้ชัดเจนก็จะเป็นในส่วนของช่วงล่าง ขอเริ่มกันที่ส่วนของโช้คก่อน ด้านหน้าจะเป็น KYB แบบหัวกลับปรับแต่งได้เต็มระบบ สีทอง ขณะที่ด้านหลังจะเป็นโช้ค Ohlins ปรับแต่งได้เต็มระบบพร้อมรีโมทปรับ สีทองเช่นกัน ด้านหน้ายังมีการเปลี่ยนคาลิเปอร์เบรกให้เทพขึ้นด้วยคาลิเปอร์เบรก Brembo Stylema ขณะที่ด้านหลังมีสวิงอาร์มอลูมิเนียมปัดเงา ปิดท้ายด้วยสีสันและการเก็บงานสีพรีเมียมแบบ R1M ส่วนที่มองไม่เห็นจากภายนอกตัวรถก็จะมี โหมดการขับขี่เพิ่มเข้ามาเป็นโหมด Track และหน้าจอแสดงผลใหม่สำหรับโหมด Track ปิดท้ายด้วยระบบสมาร์ทคีย์ที่ช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายยิ่งขึ้น ส่วนอื่น ๆ ที่เหลือไม่ได้เปลี่ยนแปลงยังเป็นเหมือนกับตัวสแตนดาร์ดนั่นเอง ย้อนไปดูในลิงก์รุ่นสแตนดาร์ดอย่างที่ผมบอกได้ สุดท้ายนี้เรื่องของการวางจำหน่ายก็น่าจะเข้ามาจำในไทยอย่างแน่นอน แต่อาจจะมาจำนวนไม่มาก และราคาน่าจะโดดไปอยู่ที่หลัก 5 แสนต้นแน่ เพราะครั้งนี้ใส่คาลิเปอร์เบรก Brembo Stylema ที่มักจะใส่มาในรถตัวพันกันเลย ซึ่งแน่นอนว่าค่าตัวต้องแพงขึ้นแบบเห็น ๆ แน่ครับ แต่บอกเลยว่าของที่ใส่มาให้ดีพรีเมียมช่วยให้การขับขี่ดีขึ้นอย่างชัดเจนแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Goldwing กับระบบชิลด์ปรับไฟฟ้าอัจฉริยะ น่าสนใจแค่ไหน ล่าสุดมีรูปหลุดเผยพิมพ์เขียวจดสิทธิบัตรจากค่ายปีกนก เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่จะเตรียมนำใช้ในรถทัวริ่งไบค์รุ่นเรือธงอย่าง Honda GoldWing ในเจนเนอเรชันใหม่ กับชิลด์หน้าที่ปรับด้วยระบบไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ ทำงานร่วมระบบเซ็นเซอร์ได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีรายระเอียดเพิ่มเติมอีกว่า ตัวระบบดังกล่าวไม่เพียงแค่สร้างขึ้นมาเพื่อการความสะดวกสบายในการขับขี่เท่านั้น แต่ยังติดตั้งระบบสั่งการด้วยเสียงเพื่อสั่งการในระบบฟังก์ชันอื่น ๆ ของตัวรถอีกด้วย โดยระบบชิลด์หน้าปรับไฟฟ้านั้น ถือว่าไมได้เป็นเทคโนโลยีที่น่าแปลกตาซักเท่าไหร่ เพราะระบบเคยเปิดตัวมาแล้วเมื่อปี 2018 และถูกนำมาใช้งานกับเจ้าโกลด์วิงในโฉมปัจจุบันนั่นเอง ด้วยหลักการทำงานของมันก็คือ ปรับระดับสูงต่ำตามการใช้งานของผู้ขับขี่ และจะปรับระดับลงมาสุดต่อเมื่อดับเครื่องยนต์ ซึ่งแน่นอนว่า ระบบรุ่นใหม่ในใบจดสิทธิบัตร ย่อมฉลาดกว่าแน่นอนเพราะมีตัวเซ็นเซอร์ที่เข้ามาช่วยทำงาน ร่วมกับฟังก์ชันอื่น ๆ ในตัวรถ ทั้งไมค์โครโฟน ชุดกล้อง ผ่านการประมวลผลผ่านกล่อง ECU จึงทำให้ตัวกระจกชิลด์ไฟฟ้าสามารถปรับได้แบบอัติโนมัติและแม่นยำ สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเร็วและสภาพอากาศอีกด้วย รวมถึงระบบสั่งการจากไมค์โครโฟน ที่ใช้เพื่อตรวจสอบเสียงรบกวนจากลม และไม่เพียงเพราะเสียงรบกวนเท่านั้น มันยังรบกวนระบบจดจําเสียงด้วย และเมื่อใช้ความเร็วที่เพิ่มขึ้น และเสียงลมเกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ชุดควบคุมจะสั่งการให้กระจกชิลด์เลื่อนขึ้น ตามโหมดการปรับที่ตั้งโปรแกรมไว้ล่วงหน้าเพื่อลดเสียงลมและการสั่นไหวนั่นเอง และแน่นอนว่านี่อาจทำให้เกิดปัญหาได้ หากตัวชิลด์อยู่ในตำแหน่งที่ขอบกระจกนั้น บดบังสายตาของผู้ขับขี่ ดังนั้นทางค่ายจึงได้เพิ่มองค์ประกอบพิเศษเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น โดยติดตั้งชุดกล้องคู่ซึ่งอยู่ด้านบนของกระจก จะหมุนมายังตัวของผู้ขับขี่และป้อนภาพไปส่งไปยังกล่อง ECU เพื่อประมวลผล จดจำตำแหน่งและความสูงของของผู้ขับขี่ และจะระบบตัวกระจกให้อัตโนมัตินั่นเอง และให้แน่ใจว่าจะหยุดเฉพาะเมื่ออยู่สูงหรือต่ำกว่าเส้นขอบตาของผู้ขับขี่เท่านั้น ตัวกล่องยังมีฐานข้อมูลการตั้งค่าของผู้ขับขี่ เพราะฉะนั้น ผู้ขับขี่จึงสามารถเลือกจัดลำดับความสำคัญในการมองเห็นหรือการป้องกันลมได้ รายละเอียดของชิลด์ไฟฟ้าปรับอัตโนมัติของ Honda เมื่อความเร็วและเสียงลมเพิ่มขึ้น ECU สามารถบอกให้หน้าจอเพิ่มขึ้นลดการสั่นและเสียงรบกวน แผนที่ตั้งโปรแกรมสำหรับตำแหน่งหน้าจอรวม อยู่ในระบบช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถจัดลำดับความสำคัญของการมองเห็นหรือการลดเสียงรบกวนได้ด้วยการกดปุ่ม หน้าจอไฟฟ้าเปลี่ยนความสูงและมุมเพื่อต่อสู้กับการสั่นสะเทือนและเสียงของลม กล้องที่ติดตั้งอยู่ด้านบนของกระจกปีกจะบันทึกความสูงของดวงตาของผู้ขับขี่และใช้มันเพื่อคำนวณการมองเห็นและบอกคอมพิวเตอร์ว่าอย่าหยุดหน้าจอเพื่อให้ขอบของหน้าจออยู่ในสายตา ไมโครโฟนบนหมวกกันน็อคของผู้ขับขี่จะรับเสียงและเสียงจากลมและส่งข้อมูลไปยัง ECU ควบคุมกระจกหน้า และนี่ก็คือเทคโนโลยีใหม่ ที่ทางฮอนด้าได้คิดค้นขึ้นมา เพื่อนำมาพัฒนาในโมเดลใหม่ซึ่งอาจจะเป็นรุ่นโกลด์วิงเจ็นใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวขึ้น หรือไม่ก็อาจจะเป็นทัวริ่งรุ่นอื่น ๆ ก็เป็นได้ แต่โดยรวมมองว่า ระบบดังกล่างเป็นระบบที่ค่อนข้างโอเคเลยทีเดียว ที่จะมาช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ขับขี่ ให้ใช้งานได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น สามารถเพลิดเพลินกับการขับขี่โดยไม่ต้องผะวงอะไรมากนัก และแน่นอนว่าหากมีการติดตั้งใช้งานจริง ราคาก็น่าจะอัปตามขึ้นไปด้วยอย่างแน่นอนครับ สเปค ราคา Honda Gold Wing 2023 ข้อมูลและรายละเอียด เครื่องยนต์ 6 สูบแนวนอน ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 1,833 ซีซี แรงม้า (เคลม) 126.4 แรงม้าที่ 5,500 รอบ แรงบิด (เคลม) 170 นิวตันเมตรที่ 4,500 รอบ ระบบวาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 73.0 x 73.0 มม. อัตราส่วนการอัด 10.5 : 1 ระบบเกียร์ ชุดเกียร์อัจฉริยะ DCT 7 สปีดและวอร์กกิ้งโหมด ระบบจุดระเบิด Full Transistorized ignition ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ Automatic clutch wet multiplate type ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน CVT ยางหน้า 130/70-18 แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 200/55-16 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า ดับเบิ้ลวิชโบน ปรับแต่งเต็มระบบ จาก Showa ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยวแบบโปร์ลิงค์ ปรับแต่งได้เต็มระบบจาก Showa เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 316 มม. (ABS) คาลิเปอร์ 3 ลูกสูบ เบรกหลัง ดรัมเบรก กว้าง X ยาว X สูง 905 x 2,615 x 1,430 มม. ระยะฐานล้อ 1,695 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 130 มม. ความสูงเบาะ 745 มม. น้ำหนักรถ 367 กก. ความจุถังน้ำมัน 21 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ระบบไฟ LED รอบคัน

Yamaha Riders’ club MotoGP Trip 2023 ทริปสุดมันไปกับยามาฮ่า ล่าสุดแอดมินได้มีโอกาสเข้าร่วมทริปขับขี่เดินทางไปชมการแข่งขัน MotoGP ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์กับทริป Yamaha Riders’ club MotoGP Trip 2023 ซึ่งเป็นทริปที่ทั้งสนุกและทั้งมันและเอ็กซ์คลูซีฟสุด ๆ สำหรับลูกค้ายามาฮ่าเท่านั้นอีกด้วย ทริปนี้จะสนุกจะมันยังไงบ้างไปดูกันเลย ทริปนี้แอดมินได้ขับขี่เจ้า Tracer 9 GT รวมทริปสุดมันครั้งนี้ไปด้วย พวกเราเริ่มต้นความสนุกกันที่ YRC เกษตรนวมินทร์-รามอินทรา รวมพลเหล่า ไบเกอร์สาวกยามาฮ่าได้หลายสิบชีวิต ตั้งจุดหมายปลายทาง จ.บุรีรัมย์ แบบยิงยาว ๆ คิดเป็นระยะทางประมาณ 370 กม. โดยมีแวะเติมน้ำมันและเข้าห้องน้ำกันเล็กน้อย เราออกเดินทางกันประมาณ 06:30 เดินทางไปถึง YAMAHA REV VENUE MOTOGP ประมาณเที่ยงวันพอดีพอดี ซึ่งภายในเวนิวพิเศษนี้จะมีบริการรองรับสำหรับไบเกอร์ด้วย ไม่ว่าจะเป็น ที่จอดรถ บริการรับฝากหมวกกันน็อค ฟู้ดทรัคแสนอร่อย รวมไปถึงมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากยามาฮ่า บิ๊กไบค์ นอกจากบริการแบบพิเศษ ๆ และยังมีการจับลักกี้ดรอว์ แจกรางวัลสุดพิเศษให้กับแฟน ๆ ได้อีกด้วย และก่อนที่จะเข้าไปชมการแข่งขันด้านในสนาม ทางยามาฮ่าก็ได้จัดเตรียมเรียกรถอีแต๊กมาคอยรับส่งแฟน ๆ เพื่อเข้าไปชมการแข่งขันด้านในได้แบบสะดวกสบาย ไม่ต้องเดินกันให้เมื่อยขบ โดยมีบริการทั้งรอบควอลิฟายและวันแข่งขัน และที่สำคัญยังมีแกรนด์สแตนด์ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร, ฟรังโก มอร์บิเดลลี และ น้องไอเดีย กฤตภัทร ที่ให้แฟน ๆ ได้ขึ้นไปเชียร์นักแข่งในดวงใจของตัวเองได้แบบติดขอบสนามกันเลย ยังมีกิจกรรมสุดพิเศษให้แฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตของยามาฮ่าได้ Meet & Greet น้องไอเดีย กฤตภัทร นักแข่ง Yamaha Thailnd Racing Team ให้แฟน ๆ ได้ใกล้ชิดอีกด้วย ส่วนเจ้า Tracer 9 GT ที่แอดได้นำมาขับขี่ออกทริปวันนี้ แม้ว่าจะเป็นตัวเก่าแล้ว แต่ก็ขอรีวิวแถมไว้ตรงนี้สั้น ๆ ไม่ยาวมากว่าเป็นรถที่ออกทริปได้สบายมาก ถูกใจแอดฯ เป็นที่สุด ช่วงล่างนุ่มนวล และนิ่งมาก ๆ บอกเลยไม่แข็งกระด้าน ไม่สะท้านมือแน่นอน และด้วยเครื่องยนต์ CP3 3 สูบ 115 แรงม้า บิดเร่งแซง สั่งได้ดั่งใจ หน้าเกือบลอยกันเลยทีเดียว ชิลด์หน้าขนาดใหญ่บังลมได้ดี ไม่เมื่อยไม่เหนื่อยเลยแม้จะต้องหวดกันยาว ๆ ยังมีของดีอีกหนึ่งอย่างนั้นคือควิกชิฟเตอร์ที่ช่วยให้การขับขี่ง่ายดายมากยิ่งขึ้น สายออกทริป หรือสายเมือง รับรองถูกใจสิ่งนี้แน่นอน สุดท้ายนี้ แฟน ๆ ท่านอยากได้รถบิ๊กไบค์เท่ ๆ ไว้ขี่หล่อแบบแอดฯ แถมยังมีกิจกรรมดี ๆ ให้ร่วมตลอดทั้งปีล่ะก็ก็สามารถเข้าไปลองทดสอบ ขับขี่ได้ที่ Yamaha Riders’ club ทุกสาขาทั่วประเทศ งานนี้แอดมินรอไปออกทริปด้วยอยู่น้า ขอบคุณ Yamaha Riders’ club ที่จัดกิจกรรมสนุก ๆ แบบนี้ให้แฟน ๆ ยามาฮ่าทุกคนด้วยนะครับ เจอกัน ทริปหน้า สวัสดีครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Thai Yamaha WorldSSP 2023 พิสูจน์ความยอดเยี่ยมของ “คนไทย” ในเวทีมอเตอร์สปอร์ตโลก “ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม” ยอดทีมแข่งไทยจบภารกิจในฤดูกาลแรกสำหรับการแข่งขัน เวิลด์ ซูเปอร์สปอร์ต แชมเปียนชิพ ด้วยผลงานยอดเยี่ยมจากศักยภาพของบุคลากรชาวไทย ขณะ “ตี” อนุภาพ ซามูล และ “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ สองนักบิดไทยผลงานตามเป้ากับฤดูกาลแห่งการเรียนรู้ หลังจบสนามสุดท้ายที่ สเปน เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Thai Yamaha WorldSSP 2023 ปิดฉากสนามสุดท้ายของฤดูกาลลงเป็นที่เรียบร้อย เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ เซอร์กิโต เด เฆเรซ – อังเคล นิอัตโต ประเทศสเปน โดยผลงานสนามสุดท้ายของนักบิดไทยอย่าง “ตี” อนุภาพ ซามูล เจ้าของรถแข่ง Yamaha YZF-R6 หมายเลข 51 จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ปรากฏว่าเจ้าตัวไล่แซงสุดมันจากกริดที่ 24 บิดคว้าอันดับ 14 ในเรซแรก คว้าแต้มให้ทีมได้สำเร็จ ก่อนจะบิดคว้าอันดับ 17 ในเรซสุดท้ายเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ขณะ “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ คัมแบ็กสู่สนามได้อีกครั้ง หลังพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บ “อาร์มปั๊ม” ไปนานหลายเดือน โดยเจ้าของหมายเลข 24 บิดคว้าอันดับ 17 จากเรซแรกมาครอง แต่ไม่สามารถลงทำการแข่งขันในเรซที่ 2 ได้อย่างน่าเสียดาย ผ่านฤดูกาล 2023 ซึ่งเป็นปีแรกของ “ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม” ในฐานะทีมไทยทีมแรกในศึก เวิลด์ ซูเปอร์สปอร์ต แชมเปียนชิพ ถือว่าสร้างผลงานได้ตามเป้าในฤดูกาลแห่งการเรียนรู้ โดยเฉพาะ “ทีมช่างไทย” ที่ได้รับการยอมรับว่าอยู่ในระดับเดียวกับช่างระดับโลก ขณะที่ “ตี” อนุภาพ มีพัฒนาการที่ยอดเยี่ยม เก็บแต้มจากฤดูกาลแรกมาได้ทั้งสิ้น 24 คะแนน รั้งอันดับ 23 ของโลก ส่วนทีมเมทอย่าง “แสตมป์” อภิวัฒน์ รั้งอันดับ 38 เก็บมาได้ 4 แต้ม ด้าน ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม คว้าอันดับ 16 ของโลก เก็บมาได้ 49 คะแนน ทั้งนี้ ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ยืนยันสานต่อโครงการนี้ ด้วยการส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันในศึก เวิลด์ ซูเปอร์สปอร์ต แชมเปียนชิพ 2024 เช่นเคย โดยจะมีการยกระดับทีมหลายด้าน ซึ่งจะมีการเปิดเผยรายละเอียดต่างๆ เร็วๆ นี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ชมโฉม ZX-10RR Winter Test 2024 พร้อมนักแข่งหน้าใหม่ที่มาแทน Rea แฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตที่ชื่นชอบรายการแข่งขันรถโปรดักชันที่เร็วและแรงที่สุดในโลกอย่าง WorldSBK น่าจะรู้กันดีว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงปิดฤดูกาลและเข้าสู่ช่วงการทดสอบในฤดูหนาวแล้ว วันนี้เราก็จะพาไป ชมโฉม ZX-10RR Winter Test 2024 ของทาง Kawasaki Racing Team กันครับ โดยในฤดูกาล 2024 นี้หลังจาก Jonathan Rea ย้ายออกไป คงเหลือไว้แต่ Alex Lowes ก็ได้น้องใหม่ที่เพิ่งเซ็นสัญญาเข้าทีมมาอย่าง Axel Bassani (คนผมหยิกในภาพด้านบน) ใช้เบอร์แข่ง 47 ซึ่งเคยสังกัดทีมอิสระมานาน 2 ปี มาปีหน้าจะได้อยู่ทีมโรงงานกับเขาแล้ว ซึ่งก็กลายเป็นธรรมเนียมประจำไปแล้วสำหรับทาง KRT ที่จะเผยโฉมรถแข่งของเขาในรูปโฉมสำหรับใช้ทดสอบในช่วงปิดฤดูกาล หรือในช่วงฤดูหนาวของทุก ๆ ปี และแน่นอนว่าทางค่ายก็จะนำโฉมนี้ไปทำเป็นรุ่นพิเศษขายเป็นโมเดลในปีถัดไปอีกด้วย และนั่นล่ะครับ งานนี้ใครชอบลายกราฟิกพิเศษหรือไม่ยังไงไม่รู้ แต่บอกเลยมันเท่ใช้ได้เลยนะ สาวกค่ายเขียวที่ยังไม่มีคงต้องเก็บกันซักคันนะเออ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ทำไม ค่ายรถถึงชอบลงทุนในจีนและอินเดีย เคยสงสัยหรือไม่ ว่าทำไมแบรนด์ค่ายรถจักรยานยนต์ทั่วโลกส่วนใหญ่ถึงทำการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์แบรนด์ค่ายรถจีนหรือไม่ก็อินเดียกันหล่ะ โดยเรามักจะเห็นข่าวบ่อยครั้งสำหรับโมเดลเปิดตัวมาใหม่ ที่เกิดจากการคอลแลปส์พัฒนาร่วมกัน แล้วมันดีอย่างไร เดี๋ยวไปดูกัน สำหรับข้อดีของโมเดลที่เกิดจากการคอลแลปส์ร่วมกัน ถือเป็นการดึง “จุดเด่น” ความเชี่ยวชาญของแต่ละฝ่าย ร่วมพัฒนาโมเดล ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งในส่วนการออกแบบตัวรถ สมรรถนะเครื่องยนต์ ระบบเทคโนโลยีต่าง ๆ ยังรวมไปถึงการทำการตลาดในภูมิภาคนั้น ๆ อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น ไทรอัมพ์กับบาจาจ พิอาจิโอกับจงเซิน หรือแม้กระทั่ง บีเอ็มดับเบิ้ลยู โมโตราดกับ TVS ซึ่งความร่วมมือเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญในการเข้าถึงตลาดรถจักรยานยนต์ทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศจีนและอินเดีย โดยล่าสุดเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ค่ายรถ ยามาฮ่าจับมือเซ็นสัญญาร่วมพัฒนาโมเดลใหม่กับ CF MOTO เพื่อเจาะตลาดในประเทศจีน ซึ่งการร่วมทุนครั้งนี้ ถือเป็นการยุติความร่วมมืออันยาวนานระหว่าง Yamaha และ Jianshe Machine Tool Factory ขณะที่รายละเอียดอื่น ๆ ของการคอปแลปส์ครั้งใหม่ยังไม่มีการเปิดเผย และอีกหนึ่งตัวอย่างที่โดดเด่น นั่นก็คือการคอลแลปส์ระหว่าง CF Moto และ KTM ซึ่งทำธุรกิจร่วมกันเมื่อปี 2013 นอกจากการผลิตโมเดล KTM เพื่อเจาะตลาดจีนแล้ว CFMOTO ยังผลิตโมเดล KTM 790 Adventure และเปิดจำหน่ายในทั่วโลก ยังรวมไปถึง โมเดล IBEX 800T Adventure Touring Vehicle โดยใช้เครื่องยนต์คู่ขนาน และระบบเทคโนโลยีต่าง ๆ จาก KTM นั่นเอง ต่อด้วย Bajaj Auto และ Pierrer Mobility ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ KTM โดยร่วมธุรกิจเมื่อปี 2007 ซึ่งปัจจุบัน รถมอเตอร์ไบค์ KTM และ Husqvarna ในรุ่นเล็กนั้น ได้ถูกผลิตที่โรงงาน Chakan ของ Bajaj ซึ่งความร่วมมือนี้ ยังช่วยให้แบรนด์ KTM สามารถเข้าถึงเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายทุกสาขาในอินเดีย ส่วนด้าน Triumph และ Bajaj นั้นได้ร่วมธุรกิจจับมือพันธมิตร ร่วมกันพัฒนาโมเดลตั้งแต่ปี 2020 และเปิดตัวโมเดลรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Speed 400 และ Scrambler 400X ในปีนี้ โดย Triumph ได้ให้สิทธิ์แก่ Bajaj ในการดูแลการขายและการตลาดในประเทศอินเดีย และขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายในอินเดียจาก 15 สาขาเป็น 120 สาขา รวมไปถึงรายอื่น ๆ อย่าง TVS ค่ายรถสัญชาติอินเดียแบรนด์ดังระดับโลก โดยในปี 2013 BMW Motorad และ TVS ร่วมมือกันพัฒนาและเปิดตัวโมเดลใหม่ในรุ่น G 310R และ G 310GS จำหน่ายในตลาดอินเดียและต่างประเทศ แม้แต่ค่ายอินทรีปีกเหล็กอย่าง Harley-Davidson ก็ยังร่วมทุนในตลาดจีนและอินเดียเช่นเดียวกัน โดยร่วมมือกับ Qianjiang และ Hero MotoCorp ในการพัฒนาและเปิดตัวโมเดล X440 และรุ่น SRK350 ซึ่งนอกจากค่ายรถยามาฮ่าจะหน้าทำการตลาดจีนแล้ว ค่ายรถคู่แข่งจากญี่ปุ่นอย่าง ฮอนด้า หรือ ซูซูกิ ล้วนมีความสัมพันธ์ในประเทศจีนเช่นเดียวกัน โดยความสำคัญของการร่วมมือกับบริษัทจีนและอินเดียนั่นก็คือ การเข้าถึงเครือข่ายผู้จัดจำหน่าย การใช้ทรัพยากรท้องถิ่นในการผลิต และการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญในตลาดรถจักรยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แม้ว่าจะเป็นไปได้ที่จะประสบความสําเร็จในประเทศจีนและอินเดียโดยไม่มีพันธมิตรดังกล่าว แต่ความร่วมมือเหล่านี้ สามารถทําให้ธุรกิจนั้นมีการเติบโตในตลาดที่มีการแข่งขันสูงได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งความร่วมมือเหล่านี้ ล้วนมีความสําคัญและอาจเป็นกุญแจสู่ความสําเร็จในอินเดียและจีนในอนาคตอันใกล้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

MT-09 2024 อัปเกรดใหม่ โฉบเฉี่ยว ดุดัน ไฮเทคยิ่งขึ้น เน็กเก็ดไบค์ตัวแรงที่เคยเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2013 ภายหลังจากมีการเปิดตัวเครื่องยนต์ 3 สูบ CP3 ก่อนหน้านั้นเพียงปีเดียว สร้างกระแสความไฮป์ให้กับวงการเน็กเก็ดไบค์เป็นอย่างมาก และล่าสุด Yamaha ก็ได้ทำการเปิดตัว MT-09 2024 เวอร์ชันอัปเกรดใหม่ ที่เพิ่มความโฉบเฉี่ยว ดุดัน ไฮเทคยิ่งขึ้นไปอีกระดับ เริ่มกันที่ดีไซน์ที่ถือว่าเป็นจุดเด่นสำคัญที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดเลยของโมเดลใหม่นี้ โดยมาในรูปโฉมที่ปราดเปรียวและดุดันมากยิ่งขึ้น โดยใช้คอนเซ็ปต์การออกแบบ แบบ 3D Riding ที่เน้นให้ผู้ขับขี่ขยับท่วงท่าได้อย่างอิสระ ผสมผสานเข้ากับตัวแฟริ่งของรถที่ได้ไอเดียมาจากรถ YZ โมโตครอสสำหรับแข่งของยามาฮ่าที่โดดเด่นในเรื่องนี้ แน่นอนว่าทางค่ายยังคงแนวคิดเรื่องสวยงามและใช้งานได้ด้วย คือ ไม่ใส่สิ่งที่ไม่จำเป็นเข้าไป ตามสเต็ป “น้อยแต่มาก” ในทุก ๆ รายละเอียด ตัวรถเลยมีไฟหน้า LED ที่มีขนาดกะทัดรัดมาขึ้นไปอีก โดยมีการออกแบบตัวครอบไฟหน้ามาใหม่ ไฟโปรเจ็กเตอร์ LED ที่ทำหน้าที่ทั้งไฟสูงและไฟต่ำในตัวเดียวกันมีขนาดเลนส์ที่เล็กและบางลง แต่ยังให้ทัศนวิสัยที่ดีอยู่เช่นเดิม ขณะที่ไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์เป็นไฟ LED คู่เสริมความดุดันให้ด้านหน้าดูเข้มลงตัว ถัดเข้ามาด้านในอีกนิด ทางค่ายยังได้มีการใส่หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้วดีไซน์ใหม่เข้าไปด้วย แน่นอนว่ามาพร้อมระบบการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนและระบบนำทางเข้าไปด้วย ด้านท้ายเองก็มีการออกแบบใหม่เช่นกัน ไฟท้ายและไฟเบรกแยกจากกันและจัดเรียงเป็นทรงใหม่ โดยไฟท้ายด้านบนจะเป็นสีแดงและด้านล่างเป็นสีสโม้ค ให้ภาพที่ดูปราดเปรียวยิ่งขึ้น ถังน้ำมันขนาด 14 ลิตรเองก็ได้รับการดีไซน์ใหม่เนื่องจากเป็นส่วนสำคัญต่อท่านั่งและการขับขี่ โดยปรับให้มีความโฉบเฉี่ยวตามสไตล์ของทางตระกูล ขณะเดียวกันก็ช่วยให้ขับขี่และควบคุมรถได้ดี และอย่างที่เกริ่นไปข้างต้นในเรื่องของ 3D Riding แน่นอนว่ามีการปรับปรุงท่านั่งการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น โดยให้ทั้งความนิ่งและความคล่องตัว โดยมีการปรับตำแหน่งของแฮนด์บาร์ พักเท้าและเบาะ เพื่อให้ผู้ขับขี่นั่งได้อย่างสบายและมีอิสระในการขยับตัวมากขึ้น แต่ยังมีท่านั่งที่โน้มตัวไปด้านสไตล์สปอร์ตอยู่เล็กน้อยเช่นเดิม เบาะนั่งแยกเป็น 2 ชิ้น ของผู้ขับขี่และคนซ้อนเพื่อให้สอดคล้องกับคอนเซ็ปต์การออกแบบ และแอบมีช่องจ่ายแบบ Type C ที่ด้านใต้เบาะเพื่อใช้ชาร์จอุปกรณ์ต่าง ๆ ยังมีการเก็บรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย โดยมีการใช้คันเบรกหลังใหม่ทำจากอลูมิเนียมฟอร์จ ส่วนปลายคันเกียร์จะถูกปรับให้แบนมากขึ้นเพื่อลดการขยับข้อเท้าเวลาเข้าเกียร์ เพื่อให้เข้าเกียร์ได้สมู้ทขึ้น และเพื่อให้เข้ากับความแรงของเจ้า Master of Torque คันนี้ทางค่ายได้อัปเกรดมาใช้ปั๊มเบรกบนจาก Brembo ตัวใหม่เป็นแบบเรเดียลที่ให้ฟีลลิ่งที่กะเกณฑ์และควบคุมแรงเบรกได้ดั่งใจมากขึ้น แถมด้วยการดีไซน์มือคลัตช์ใหม่ให้เป็นก้านที่ปรับได้ ช่วยให้ควบคุมได้ดั่งใจมากขึ้น รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนสวิตช์เกียร์ให้สามารถใช้งานได้สะดวก และเข้าถึงได้ฟังก์ชั่นหลากหลายมากขึ้นด้วย ในส่วนของเครื่องยนต์นั้นก็ยังคงเป็นเครื่อง CP3 สามสูบแบบครอสเพลน ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาด 890 ซีซี ที่ผ่านมาตรฐานไอเสีย EU5+ ให้กำลังสูงสุด 119 แรงม้าที่ 10,000 รอบ แรงบิดสูงสุดที่ 93 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบ ส่วนของช่วงล่างก็ยังคงเดิม ยกเว้นยางที่มีการเปลี่ยนเป็นยางรุ่นใหม่ขึ้น โดยระบบกันสะเทือนด้านหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับขนาด 41 ม.ม.จาก KYB ที่สามารถปรับแต่งได้เต็มระบบ ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวพร้อมกระเดื่องจาก KYB ที่ปรับแต่งได้เช่นกัน ส่วนเรื่องของระบบเบรกนั้นด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 298 ม.ม.พร้อมคาลิเปอร์เบรกแบบ 4 ลูกสูบ ด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 245 ม.ม.พร้อมคาลิเปอร์เบรกลูกสูบเดี่ยว โดยมีขนาดยางเป็น 120/70-ZR17 และ 180/55-ZR17 พร้อมล้อสปินฟอร์จน้ำหนักเบาแบบไม่ต้องใช้ยางใน ปิดท้ายด้วยเรื่องของเทคโนโลยีแน่นอนว่าล้ำกว่าเดิมด้วยการสามารถปรับแต่งระบบต่าง ๆ ของตัวรถผ่าน Yamaha Ride Control (YRC) ได้ และสามารถปรับแต่งผ่านแอพพลิเคชันบนมือถือได้อีกด้วย ซึ่งเป็นฟังก์ชันล้ำ ๆ และสะดวกมาก ๆ เลยทีเดียว ส่วนระบบอื่น ๆ แน่นอนว่าก็ยังมีอยู่ครบ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยประมวลผลแรงเฉื่อยแบบ 6 แกน ส่งข้อมูลต่าง ๆ ให้ ECU และช่วยประมวลผลระบบต่าง ๆ ในรถ ทั้งแทร็คชันคอนโทรล สไลด์คอนโทรล ระบบการควบคุมการลอยตัวของล้อ ระบบเบรกคอนโทรล และยังมีระบบ Back Slip Regulator ซึ่งช่วยเพิ่มความเสถียรเวลาที่ล้อหลังเกิดล็อกขึ้นมาจากการมีเอ็นจิ้นเบรกมากเกินไป โดยระบบนี้จะควบคุมระดับของแรงบิดที่ออกมาจากเครื่องยนต์ นอกจากนี้ยังมีระบบครูซคอนโทรล ควิกชิฟเตอร์เจ็นฯ ที่ 3 ระบบไฟเบรกฉุกเฉิน ระบบยกเลิกไฟเลี้ยวอัตโนมัติอีกด้วย มาถึงตอนนี้ใครที่ขี่โมเดลเก่าคงน้ำลายหก คนที่ยังลีลายังไม่ได้เป็นเจ้าของคงอยากได้แทบจะขาดใจ งานนี้ผมบอกเลยเข้าไทยแน่นอน แต่ก็ต้องแลกกับราคาที่น่าจะสูงขึ้นด้วย งานนี้ใครอยากได้รีบเก็บตังรอตั้งแต่ตอนนี้เลยครับ เพราะราคาโมเดลล่าสุดอยู่ตอนนี้อยู่ที่ 439,000 บาท โมเดลใหม่ก็น่าจะมีโดดไปสี่แสนปลายเลยก็เป็นได้ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha

Jonathan Rea ย้ายสู่ทีม Pata Yamaha Prometeon WorldSBK เรียบร้อย เพียง 24 ชม.หลังจากจบการแข่งขัน WorldSBK ฤดูกาล 2023 แชมป์โลก 6 สมัยอย่าง Jonathan Rea ย้ายสู่ทีม Pata Yamaha Prometeon WorldSBK ทันที และนี่เป็นครั้งแรกที่มีรถแข่ง R1 หมายเลข 65 โดยรูปโฉมที่เผยออกมานั้นมาในโทนสีสุดเท่ โดดเด่นด้วยสีเทาพิเศษ สีขาวและลายคาร์บอนไฟเบอร์ ในลักษณ์ของลวดลายแบบวินเทอร์เทสต์นั่นเองครับ แน่นอนว่าทางทีมงานและวิศวกรของยามาฮ่ารอต้อนรับกันเป็นอย่างดี และเบื้องต้น Rea เองก็ดูจะชอบการฟิตติ้งรถล่วงหน้า และเราได้เห็นเขาและรถคันนี้ทดสอบกันในแทร็กแล้วที่ Circuito de Jerez – Ángel Nieto 2 วันด้วยกัน โดยผลเทสต์ในวันแรกนี้ Rea กดไป 12 แล็ป ทำเวลาได้ 1’40.302 เร็วเป็นอันดับ 4 ของการทดสอบในวันนี้ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว กับคนที่ต้องเปลี่ยนรถข้ามค่ายมาแบบนี้ ก็ต้องติดตามกันต่อไปครับผม อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Jorge Martin ทุบสถิติ..ทำเวลาดีที่สุดใน ThaiGP 2023 หลังจากจบการแข่งขันไปแล้วสำหรับรายการ โออาร์ ไทยแลนด์ กรังปรีซ์ 2023 แอดก็ขอแสดงความยินดีแก่นักแข่งทุกท่านที่สามารถคว้าโพเดียมไปได้สำเร็จในครั้งนี้ และอีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจนั่นก็คือ นักบิดคนไหนกันนะ ที่สามารถโชว์ฟอร์มสุดฮอต ทำเวลาได้ดีที่สุดในสนามบ้านเรากันแน่ และแน่นอนจะเป็นใครไม่ได้นอกจากเจ้าของโพเดียม อันดับ 1 รุ่นโมโตจีพีสนาม 17 อย่าง Jorge Martin นักบิดหมายเลข 89 จาก Prima Pramac Racing นั่นเอง โดยทำเวลาที่ดีที่สุดในรอบควอลิฟาย (Q2) ที่ 1:29.287 นาที ซึ่งถือเป็นการสร้างสถิติใหม่ ทุบสถิติเก่าอย่าง Marco Bezzecchi ที่เคยทำไว้ที่ 1:30.896 นาที เมื่อปีที่ผ่านมา นับว่าเป็นสถิติเรคคอร์ดใหม่ในสนามช้าง ฯ เลยก็ว่าได้ สำหรับนักบิดเซียน ๆ ชาวไทยเคยทำเวลาดีที่สุดในสนามนี้ไว้ที่เท่าไหร่กันครับ มาแชร์กัน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ducati เผยโฉมเครื่องยนต์ตัวใหม่กับ Ducati Superquadro Mono engine เครื่องยนต์สูบเดียวขนาด 659 ซีซี ที่แรงที่สุดในโลก เอ๊ะ…หากใครหลายคนกำลังอ่านก็คงสงสัยว่าทำไมมันถึงแรงที่สุด เดี๋ยวพวกเราจะพาไปเจาะรายละเอียดทีละจุดกัน ไปชมกันครับ โดยเครื่องยนต์รุ่นดังกล่าวได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Ducati Supermono 550 สปอร์ตเรพริก้าในตำนานเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ด้วยปริมาตรกระบอกสูบขนาด 659 ซีซี มาพร้อมกับระบบเดสโมโดรมิก รวมถึงการออกแบบดีไซน์และรายละเอียดชิ้นส่วนในตัวเครื่อง โดยใช้พื้นฐานแบบเดียวกันกับเครื่องยนต์ในรุ่น Panigale 1299 และ Superquadro V-Twin ด้วยใช้ลูกสูบขนาดใหญ่ถึง 116 มม. เคลือบ DLC ช่วยลดแรงเสียดทานในการทำงานเครื่องยนต์ ใช้ก้านสั้น ทำให้เครื่องยนต์สามารถทำรอบเครื่องได้สูง รวมไปถึงออกแบบวาล์วไอดีขนาดใหญ่ ที่ขนาด 46.8 มม. ทำจากไทเทเนียม และวาล์วไอเสียอลูมิเนียมขนาด 38.2 มม. และใช้ระบบวาล์วแบบ Desmodromic รวมถึงชิ้นส่วนประกอบอื่น ๆ ในเครื่องยนต์รุ่นนี้จะมีอะไรบ้าง เครื่องยนต์แบบสูบเดียว ขนาด 659 ซีซี ลูกสูบเคลือบ DLC ขนาด 116 มม. ระยะชัก 62.4 มม. กำลังส่วนอัด 13.1 : 1 แรงม้าสูงสุด 77.5 แรงม้าที่ 9,750 รอบต่อนาที /และรีดกำลังแรงม้าสูงเพิ่มขึ้นถึง 84.5 แรงม้าที่ 9,500 รอบต่อนาที (ใช้ท่อ Termignoni Racing) แรงบิดสูงสุด 63 นิวตันเมตร ที่ 8,050 รอบต่อนาที และสามารถรีดสมรรถนะแรงบิดสูงสุดถึง 66.6 นิวตันเมตร (ใช้ท่อ Termignoni Racing) ลูกสูบอลูมิเนียม เครื่องยนต์รับรอง EURO5+ เพลาลูกเบี้ยวแบบ DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ใช้วาล์วไอดีแบบไทเทเนียมขนาด 46.8 มม. มีขนาดใหญ่ ขณะที่วาล์วไอเสียมีขนาด 38.2 มม. ลิ้นปีกผีเสื้อขนาด 62 มม. และนี่ก็คือ รายละเอียดชิ้นส่วนต่าง ๆ ในเครื่องยนต์รุ่นนี้ ซึ่งแต่ละชิ้นบอกได้เลยว่าสุดจริง ๆ โดยเครื่องยนต์ดังกล่าว จะใช้กับรถโปรดักท์ชันสายเอ็นดูโร่ทางฝุ่นนั่นเอง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ทำไมเครื่อง Moto2 แรงกว่า เครื่องที่อยู่ในรถ Triumph ปกติ หลาย ๆ คนที่เป็นไบเกอร์สายสตรีทน่าจะรู้จักกันดีกับโมเดล Street Triple RS ที่เป็นเน็กเก็ดไบค์ตัวแรงที่ใช้เครื่องยนต์ 3 สูบเรียงพิกัด 765 ซีซี แล้วรู้อะไรมั้ยครับ เครื่องยนต์ที่เป็นหัวใจหลักของรถโมโตทูที่แข่งกันในตอนนี้เนี่ย พัฒนามาจากเครื่องยนต์ของเจ้า Street Triple RS รถถนนนี่ล่ะครับ แล้ว ทำไมเครื่อง Moto2 แรงกว่าเครื่องที่อยู่ในรถขี่ถนนล่ะครับ? วันนี้เราจะมาเฉลยให้ทุกท่านได้รับรู้กันครับ สาเหตุที่ทำให้แรงกว่าเครื่องปกติ มี 2 ส่วนด้วยกันคือ ส่วนของการเสริมสมรรถนะ และส่วนของการใส่ของแต่งซิ่ง หรือเรซซิ่งพาร์ทนั่นเอง ทีนี้ในแต่ละส่วนก็จะมีรายละเอียดเพิ่มเติมลงไปอีกครับ แน่นอนว่าเราก็จะมาบอกเช่นกันครับว่ามีอะไรบ้าง ส่วนของการเสริมสมรรถนะ ปรับแต่งฝาสูบด้วยการปรับแต่งพอร์ตไอดีและไอเสียเพื่อเพิ่มอัตราการไหลเวียนของน้ำมันเชื้อเพลิง เพิ่มอัตราส่วนการอัด ใช้วาล์วไทเทเนียมและสปริงวาล์วที่แข็งขึ้นเพื่อเพิ่มรอบของเครื่องยนต์ให้สูงขึ้น ใช้ชุดอัลเทอร์เนเทอร์แบบเรซที่ให้กำลังไฟต่ำเพื่อลดแรงเฉื่อยในระบบ ปรับอัตราทดเกียร์ 1 และเกียร์ 2 ใหม่ ใช้สลิปเปอร์ที่พัฒนามาสำหรับการแข่งขัน (สามารถปรับจูนเพิ่มได้) ใช้ ECU สำหรับการแข่งขันโดยเฉพาะจากทาง Magneti Marelli ปรับปรุงฝาเครื่องใหม่เพื่อลดขนาดความกว้างของเครื่องยนต์ เปลี่ยนอ่างน้ำมันเพื่อให้ออกแบบการไหลของไอเสียในช่วงคอทอทำได้ดีขึ้นเร ใช้สารเคลือบผิวสมรรถนะสูงเคลือบชิ้นส่วนสำคัญภายใน เพื่อเพิ่มความทนทานและความลื่นไหล ส่วนของเรซซิ่งพาร์ท เพิ่มความกว้างของกระบอกสูบและระยะชัก ใช้เพลาข้อเหวี่ยงใหม่ ใช้ลูกสูบใหม่ ใช้ก้านสูบและเพลาบาลานเซอร์ใหม่ ใช้กระบอกสูบอลูมิเนียมเคลือบนิคาซิล ปรับแต่งเกียร์บ็อกซ์ใหม่ นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนชิ้นส่วนอื่น ๆ อีกรวมในหัวข้อนี้กว่า 80 ชิ้นกันเลยทีเดียว และแน่นอนว่าวิศวกรของไทรอัมพ์ก็ศึกษาและพัฒนาเครื่องยนต์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้เครื่องยนต์ที่แรงและทนทานมากที่สุด อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก