
มอเตอร์ไซค์ดับทาวน์อินทาวน์ ไขปริศนาขณะขับผ่านย่านทาวน์อินทาวน์ กสทช. ตรวจพบคลื่นรบกวนจากอุปกรณ์บนตึกสูง กระทบระบบกุญแจรีโมทและวงจรไฟฟ้า
SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

มอเตอร์ไซค์ดับทาวน์อินทาวน์ ไขปริศนาขณะขับผ่านย่านทาวน์อินทาวน์ กสทช. ตรวจพบคลื่นรบกวนจากอุปกรณ์บนตึกสูง กระทบระบบกุญแจรีโมทและวงจรไฟฟ้า

ทางการเม็กซิโกและ FBI บุกยึดรถ MotoGP มูลค่ากว่า 40 ล้านดอลลาร์ของ Ryan James Wedding ผู้ร้ายที่ FBI ต้องการตัวมากที่สุด พร้อมตั้งค่าหัวสูงถึง 15 ล้านดอลลาร์

ข่าวช็อกวงการบิ๊กไบค์! Red Baron Bangkok (เรดบารอน) ประกาศปิดกิจการถาวร 29 ธ.ค. 2568 ปิดตำนานศูนย์บริการและจำหน่ายรถมอเตอร์ไซค์นำเข้ากว่า 30 ปี

ลือดีลลับ ระหว่าง Marc และ Honda ระดับโลกต้องอึ้ง ล่าสุดมีข่าว ลือดีลลับ ระหว่าง Marc และ Honda ระดับโลกต้องอึ้ง โดยรายงานข่าวบอกว่าเป็นสัญญาที่ไม่ได้เขียนขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะกลับมาจอยกันอีกครั้งในปี 2025 แต่มีเงื่อนไขบางอย่างกำหนดเอาไว้ แชมป์โลก MotoGP 6 สมัย Marc Marquez กำลังจะจบความสัมพันธ์อันยาวนานกว่า 11 ปีกับทาง Honda เมื่อสิ้นสุดฤดูกาลนี้ เพื่อที่จะไปร่วมทีม Gresini Ducati ในปี 2024 แต่มีสัญญาแค่เพียงปีเดียว La Gazzetta dello Sport สื่ออิตาลีเจ้านึงรายงานว่า “มีเสียงพูดคุยกันเรื่องสัญญาลับระหว่างฮอนด้าและมาร์เกซ” ซึ่งนั่นหมายความว่าอาจจะมีความเชื่อมโยงกัน และอาจจะกลับมาฮอนด้าหลังจากครบสัญญา 1 ปีกับทีมอิสระที่ใช้รถ Ducati นอกจากนี้มาร์เกซยังได้รับการปล่อยตัวออกโดยไม่โดนโทษปรับเป็นตัวเงิน ซึ่งสืออิตาลียังอ้างว่านี่คือ “รายละเอียดสำคัญ” ซึ่งอาจจะเป็นการสื่อว่าต้องกลับมาค่ายปีกนกอีกครั้ง แต่จะกลับมา Honda ก็ต่อ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางเทคนิคขนานใหญ่ ในระหว่าง 1 ปีที่เขาไม่อยู่ ซึ่งนี่อาจจะรวมไปถึง การเข้ามาของทีมวิศวกรจากรถแข่ง F1 การกลับมาอาจจะขึ้นอยู่กับการที่ Honda สามารถชนะในการแข่งขันได้อีกครั้งในช่วงที่เขาไม่อยู่อีกด้วย งานนี้เขาอาจจะอยากกลับมาบ้านของเขาอีกครั้งในปี 2025 ตอนที่เขาเป็นนักแข่งไร้สังกัดและสามารถที่จะเจรจาต่อรองกับทุก ๆ คนในแพ็ดด็อกได้ด้วย แต่เขาคงจะไม่เจอ Alberto Puig แล้ว เพราะอาชีพผู้จัดการทีมของเขาคงไม่มั่นคงอีกต่อไปหลังจากเกิดเหตุการณ์หลายอย่างในการแข่งขัน สุดท้ายนี้การยกเครื่องเทคโนโลยีสำหรับรถแข่งคันใหม่นั้นได้เริ่มต้นขึ้นไปแล้วหลังจากที่ Shinichi Kokubu ได้ออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค และทางค่ายเองก็ได้พยายามดึงตัว Gigi Dall’Igna จากดูคาติมาแล้วด้วย แต่กลับเหลว ขณะเดียวกันทีมงานที่ใกล้ชิดกับแชมป์โลก 6 สมัยคนนี้เองก็ยังคงอยู่กับ เรปโซลฮอนด้า แม้กระทั่ง Santi Hernandez หัวหน้าทีมช่างที่อยู่กับเขามาอย่างยาวนานเองก็ยังอยู่แม้ว่าเขาจะออกจากทีมไปแล้วก็ตาม งานนี้เราจะรู้ได้ว่าดีลนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่ก็คงต้องไปพิสูจน์กันในปี 2025 นู่นเลยล่ะครับ แต่งานนี้ก็ต้องมารอลุ้นกันว่ารถแข่งคันใหม่ของค่ายปีกนกจะมีอะไรมาสู้กับค่ายแดงเขาบ้างในปี 2024 ที่ใกล้จะถึงนี้แล้วล่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ThaiGP 2023 ศึกดวลเดือด สุดมันส์ สมคำร่ำลือ สำหรับการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี 2023 สนาม 17 รายการ โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ ดวลความเร็วอย่างยิ่งใหญ่ต่อหน้าแฟนความเร็วชาวไทย โดยไฮไลต์ของอยู่ที่การรวมเอานักบิดระดับพระกาฬกว่า 80 คน จากการแข่งขันทั้งสิ้น 3 รุ่นได้แก่ โมโตจีพี, โมโตทู และ โมโตทรี มาดวลคันเร่งให้แฟนชาวไทยได้ชมกันอย่างสุดมันส์ MotoGP สมคำร่ำลือที่ทุกคนรอคอย สำหรับการแข่งขันโมโตจีพี เป็นไปอย่างสุดมันส์ สมราคา สมคำร่ำลือ โดย ฮอร์เก มาร์ติน นักบิดสแปนิชจาก พรีม่า พรามัค เรซซิ่ง ระเบิดฟอร์มเหมาชัยชนะในรุ่น โมโตจีพีไปครอง ไล่จี้ ฟรานเชสโก้ บันยาญ่า แชมป์โลกชาวอิตาเลียนจาก ดูคาติ เหลือเพียง 13 คะแนน สถานการณ์ในรุ่น โมโตจีพี อยู่ในช่วงสำคัญของการลุ้นแชมป์โลกระหว่าง ฟรานเชสโก้ บันยาญ่า จ่าฝูงชาวอิตาเลียนจาก ดูคาติ เลโนโว ทีม ซึ่งมีคะแนนนำคู่แข่งคนสำคัญอย่าง ฮอร์เก มาร์ติน นักบิดสแปนิชจาก พรีม่า พรามัค เรซซิ่ง หลังผ่านรอบ “สปรินต์” ในวันเสาร์เพียง 18 คะแนนเท่านั้น ตำแหน่งโพลในเรซนี้เป็นของ มาร์ติน ขนาบข้างด้วย ลูก้า มารินี นักบิดอิตาเลียนจาก มูนนีย์ วีอาร์46 เรซซิ่ง ทีม และ อเลช เอสปาร์กาโร นักบิดสแปนิชจาก อพริเลีย เรซซิ่ง ในกริดที่ 3 ส่วน บันยาญ่า ได้เริ่มเกมในกริดที่ 6 เกมเรซนี้มีความพลิกผันตลอด 26 รอบสนาม โดย มาร์ติน สามารถบิดคว้าชัยชนะไปครองอย่างสุดมันส์ด้วยเวลา 39 นาที 40.045 วินาที เฉือน บันยาญ่า ที่ไล่บี้เข้าเข้าชัยในอันดับ 3 แต่ได้รับการเลื่อนขึ้นมาคว้าอันดับ 2 ตามหลัง 0.253 วินาที แทนที่ของ แบรด บินเดอร์ นักบิดแอฟริกาใต้จาก เรดบูล เคทีเอ็ม แฟ็คตอรี เรซซิ่ง ทีม ที่พลาดเหยียบแทร็กลิมิตในรอบสุดท้าย ขณะที่ ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร นักบิดเฟรนช์จาก มอนสเตอร์ อีเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี และ มาร์ค มาร์เกซ แชมป์โลก 8 สมัยจาก เรปโซล ฮอนด้า ตามเข้าป้ายในอันดับ 6 และ 7 ผ่านการแข่งขันสนามนี้ บันยาญ่า ยังรั้งจ่าฝูงบนตารางคะแนนสะสมมีทั้งสิ้น 389 คะแนน โดน มาร์ติน ไล่บี้เข้ามาเหลือเพียง 13 คะแนน ขณะที่เหลือการแข่งขันอีกทั้งสิ้น 3 สนามนี้ปีนี้ ส่วน มาร์โก เบซเซ็คคี นักบิดอิตาเลียนจาก มูนนีย์ วีอาร์46 เรซซิ่ง ทีม รั้งอันดับ 3 ตามหลัง 79 คะแนน “ก้อง สมเกียรติ” สร้างประวัติศาสตร์ คว้าโพเดียมในโฮมเรซได้สำเร็จ ด้าน“ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดไทยจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย สร้างประวติศาสตร์คว้าโพเดียมในบ้านเกิดอย่างยิ่งใหญ่เป็นครั้งแรก พร้อมสร้างสถิติเป็นนักบิดไทยคนไทยในประวัติศาสตร์ที่ขึ้นโพเดียมใน “โฮมกรังด์ปรีซ์” ได้สำเร็จ ด้านเกมการแข่งขันในรุ่น โมโตทู ซึ่งแฟนชาวไทยติดตามเชียร์ทั่วประเทศปรากฏว่า ก้อง สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดไทยจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ออกสตาร์ตจากกริดที่ 5 ทะยานขึ้นมารั้งอันดับ 3 ในช่วงต้นเรซ ก่อนบิดเข้าเส้นชัยในอันดับดังกล่าว

Moto GP สนาม 17 คึกคัก กระตุ้นเศรษฐกิจ ทำเงินสะพัดกว่า 4.4 พันล้าน ปิดฉาก Moto GP สนาม 17 ใน โออาร์ ไทยแลนด์ กรังปรีซ์ 2023 ที่ จ.บุรีรัมย์ เงินสะพัด กว่า 4,400 ล้านบาท กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยผลสำรวจเบื้องต้น ของการแข่งขันรถจักรยานยนต์ โออาร์ ไทยแลนด์ กรังปรีซ์ 2023 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 27-29 ตุลาคม 2566 พบว่า ในช่วงระยะเวลา 3 วัน มีผู้เข้าร่วมงาน จำนวน 179,811 คน สร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ในจังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดอื่น ๆ ประมาณ 4,493 ล้านบาท ซึ่งเป็นการใช้จ่ายของผู้เข้าร่วมงาน ประมาณ 3,783 ล้านบาท แบ่งเป็นผู้เข้าร่วมงานชาวไทยที่เดินทางมาร่วมงานประเภทพักค้างและท่องเที่ยว มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย คนละ 14,831 บาท ส่วนชาวต่างชาติ มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยคนละ 27,503 บาท ทั้งนี้ยังไม่ได้รวมรายได้จากนักท่องเที่ยวภายในจังหวัดบุรีรัมย์ที่ไม่ได้เข้าร่วมงาน การแข่งขันในครั้งนี้ได้รับงบประมาณจากภาครัฐและเงินสนับสนุนจากภาคเอกชน ประมาณ 710 ล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างงาน มากถึง 6,426 ตำแหน่ง ซึ่งเทียบเท่ากับการจ้างงานในระยะเวลา 1 ปี ขณะที่การถ่ายทอดสดการแข่งขันรถจักรยานยนต์รุ่น โมโต ทู และโมโตจีพี ในครั้งนี้ มีผู้ชมจากทั่วโลก กว่า 800 ล้านคน นับเป็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจเพราะนอกจากจะได้แสดงอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของจังหวัดบุรีรัมย์ให้ทั่วโลกได้รับรู้แล้ว ยังแสดงถึงศักยภาพของจังหวัดบุรีรัมย์ในการเป็นเมืองกีฬามาตรฐานโลกอย่างแท้จริง สำหรับการสำรวจครั้งนี้ สำนักงานปลัดกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับ สำนักงานสถิติจังหวัดบุรีรัมย์ได้ทำการเก็บข้อมูลการใช้จ่ายของผู้เข้าร่วมงาน ระหว่างวันที่ 27 -29 ตุลาคม 2566 ไม่น้อยกว่า 1,500 ราย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bautista เหมาชัยชนะต่อ แม้คว้าแชมป์โลกไปแล้ว และแล้วการแข่งขันที่ Jerez ซึ่งเป็นสนามที่ 12 และสนามสุดท้ายของรายการ FIM World Superbike Championship 2023 จบลงด้วยการที่ Bautista เหมาชัยชนะต่อ แม้จะคว้าแชมป์โลกไปแล้วก็ตาม นอกจากนี้นักแข่งชาวสเปนร่างเล็กผู้นี้ยังคว้ารางวัล Pirelli Best Lap Award ที่มอบให้แก่ผู้ที่ทำสถิติเวลาแล็ปเร็วที่สุดไว้มากที่สุดอีกด้วย โดยเขาสามารถทำสถิตินี้ไปได้ทั้งหมด 19 เรซเลยทีเดียว Superpole Race การแข่งขันในรอบซูเปอร์โพลเรซนั้นมีการตีธงแดงในแล็ปที่ 2 จากนั้นเริ่มออกสตาร์ทกันใหม่ และลดเหลือแค่ 8 แล็ปเท่านั้น นักแข่งในแถวหน้านั้นต่างเลือกใช้ยางหลัง SC1 แต่สูตรที่นิยมที่สุดกลับเป็นยาง SCQ C0004 ที่เป็นยางสูตรกำลังพัฒนา มีเพียง Jonathan Rea (Kawasaki) ที่ตัดสินใจออกสตาร์ทด้วยยางหลัง SCX B0800 ขณะที่ Rabat (Kawasaki), Ruiu (BMW), Syahrin (Honda) และ Konig (Kawasaki) เลือกใช้ SCX แทน เมื่อเรซนี้เริ่มออกสตาร์ทใหม่อีกครั้ง Alex Lowes กลับเปลี่ยนใจไปใช้ยางหลัง SCX B0800 ขณะที่ Aegerter (Yamaha), Rinaldi (Ducati) และ Lecuona (Honda) เปลี่ยนไปใช้ SCX เรซนี้เป็น Álvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) ที่ชนะอีกครั้ง โดยเข้าเส้นก่อน Dominique Aegerter (GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team) และ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) Race2 การแข่งขันในเรซที่ 2 เรซสุดท้ายของปีนี้นั้น นักแข่งส่วนใหญ่เลือกใช้ยางแบบเดียวกับการแข่งขันในเรซแรก โดยใช้ยางหน้า SC1 และยางหลัง SCX หรือไม่ก็ SCX B0800 เรซนี้เป็นการดวลกันของ Bautista และ Toprak Razgatlioğlu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) เรียกว่าสุดตื่นเต้นเลยทีเดียว แซงกันไปมาจนแล็ปสุดท้าย และเป็น Razgatlioğlu ที่จบก่อน ทว่าโดนทำโทษจากการขี่เกินแทร็กลิมิตในโค้งสุดท้าย ชัยชนะจึงตกเป็นของ Bautista ส่วน Razgatlioğlu ถูกปรับให้ตกลงมาหนึ่งอันดับกลายเป็นอันดับ 2 และอันดับ 3 เป็นนักแข่งจากยามาฮ่าอีก 1 คนนั่นก็คือ Dominique Aegerter สุดท้ายนี้นักแข่งชาวตุรกีก็ได้เฉลิมฉลองโพเดียมที่ 100 ของเขากับยามาฮ่า ก่อนที่เขาจะย้ายไปอยู่ BMW ในปี 2024 และ Aruba.it Racing – Ducati ยังได้รับรางวัลแชมป์โลกประเภททีมอีกด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ไอเดีย กฤตภัทร เก็บฟอร์มได้ดีในโฮมเรซ ใน ThaiGP 2023 รุ่นโมโตทรี ไทยยามาฮ่า เดินหน้าเต็มสูบ พานักบิดไทยลุยเกมส์การแข่งขันเวทีระดับโลก ส่ง “ไอเดีย” กฤตภัทร เขื่อนคำ ยอดนักบิดดาวรุ่งชาวไทยหนึ่งเดียวจากโครงการ Yamaha bLU cRU Thailand หมายเลข 32 ลงศึกรายการ โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2023 รุ่นโมโตทรี ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยยอดนักบิดดาวรุ่งชาวไทยวัย 18 ปี ซึ่งได้รับโอกาสทองลงแข่งขันในรุ่น โมโตทรี เวิลด์ แชมเปียนชิพ ด้วยสิทธิ์ไวลด์การ์ดเป็นครั้งแรกในชีวิตภายใต้สังกัด ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ด้วยรถแข่งหมายเลข 32 ต้องทำงานอย่างหนักในการปรับตัวกับรถแข่งตลอดการซ้อมทั้ง 3 ช่วง โดยผลในรอบการซ้อม ปรากฏว่ายอดนักบิดดาวรุ่งชาวไทย รั้งอันดับที่ 30 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 45.723 วินาที ตามหลังจ่าฝูงอย่าง เดนิซ ออนจู นักบิดเติร์กอยู่ 3.816 วินาที และต่อด้วยในรอบ Qualifying 1 ไอเดีย สามารถจบในอันดับที่ 15 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 46.1580 วินาที คว้ากริดสตาร์ทในอันดับที่ 29 เมื่อช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา และในรอบการแข่งขันสุดท้ายเจ้าตัว ออกจากกริดสตาร์ทที่ 29 ซึ่งถือเป็นเกมที่กดดันและท้าทายของเจ้าตัวเป็นอย่างมากกับเกมการแข่งขันระดับโลก โดยตลอดเกมการแข่งขัน ไอเดีย สามารถสร้างผลงานได้เป็นอย่างดี กับการเข้าเส้นชัยได้ในอันดับที่ 27 และเป็นคนไทยเพียงคนเดียวที่สามารถจบการแข่งขันได้ในรุ่นนี้ นับเป็นการเก็บประสบการณ์แข่งขันอันมีค่าเพื่อปรับใช้ในเกมการแข่งขันในครั้งต่อๆไป อย่างไรก็ตาม ก็ขอเชียร์เป็นกำลังใจ ให้กับน้องไอเดีย ตั้งใจเก็บประสบการณ์เพื่อพัฒนาตนเองในครั้งต่อๆ ไป และในอนาคต พวกเราอาจเห็นนักบิดชาวไทยคนนี้ เฉิดฉายอยู่แถวหน้าในเวทีแข่งขันระดับโลกก็เป็นได้ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bautista คว้าแชมป์โลก WorldSBK เป็นสมัยที่ 2 วันเสาร์ที่ Jerez Álvaro Bautista คว้าแชมป์โลก WorldSBK เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน หลังจากคว้าชัยในเรซแรก ซึ่งทำให้คะแนนรวมทั้งหมดเมื่อคำนวณแล้วทำให้คะแนนทิ้งห่างอันดับที่ 2 จนสามารถคว้าแชมป์โลกมาได้ทันทีแม้ว่าจะมีการแข่งขันเหลืออยู่อีก 2 เรซก็ตาม สำหรับเขาแล้วนี่คือแชมป์ WolrdSBK สมัยที่ 2 และเป็นสมัยที่ 2 ที่เขาชนะด้วยยาง Pirelli เขาและดูคาติยังมีความสามารถในการบริหารจัดการยางได้ดีตลอดทั้งฤดูกาลจนน่ายกย่องให้เป็นตัวอย่างที่ดี ขอแสดงความยินดีให้กับ Bautista และ Ducati กับฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมนี้ด้วยครับ Superpole ในรอบซูเปอร์โพลหรือรอบควอลิฟายนั้น นักแข่งทุกคนเลือกใช้ยางหลังเป็นสูตรนุ่มพิเศษอย่าง SCQ และยางหน้าเป็น SC1 โดยมี Álvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) กดเวลา 1’38.635 นาทีคว้าตำแหน่งโพลไปครอง โดยมี Dominique Aegerter (GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team) และ Alex Lowes (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ปิดแถวสตาร์ทแถวหน้า ส่วน Toprak Razgatlioğlu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) กับทำได้ไม่ดีหล่นมาที่อันดับ 7 ตามหลังทีมอิสระที่ใช้รถยามาฮ่าอย่าง Aegerter และ Gardner Race 1 การแข่งขันในเรซแรกนี้ นักแข่งทุกคนเลือกออกตัวด้วยยางหน้า SC1 ขณะที่ยางหลังเสียงแตก แต่ส่วนใหญ่เลือก SCX โดยมีบางคนเลือก SCX B0800 ที่เป็นยางสูตรกำลังพัฒนา และมี Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) เพียงคนเดียวที่เลือก SC0 เป็นยางสูตรที่แข็งที่สุดที่มีให้เลือกใช้ในสนามนี้ เป็นเบาติสต้าที่ออกสตาร์ทจากตำแหน่งโพลได้ดี และขึ้นนำแบบม้วนเดียวจบจนเข้าเส้นโดยไม่มีใครตอแยเลย แต่ความสนุกในระหว่างการแข่งขันเป็น Razgatlioglu ที่สามารถไต่จากอันดับ 7 มาจบที่อันดับ 2 ได้ แต่ทว่าก็ไม่อาจจะไล่จับนักแข่งดูคาติที่นำเป็นหัวแถวได้เลย ส่วนอันดับที่ 3 เป็นของเพื่อนร่วมทีมคือ Andrea Locatelli (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) และเมื่อการแข่งขันจบลงคะแนนของเบาติสต้าก็มากพอที่จะเป็นแชมป์โลกอีกครั้ง โดยไม่ต้องแข่งอีก 2 เรซที่เหลือ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BMW M1000XR 2024 ทัวร์ซิ่งแรงทะลุ 200 ม้าจากค่ายใบพัด เป็นโมเดลที่ 3 แล้วที่ใช้รหัส M กับเจ้า BMW M1000XR 2024 ที่ครั้งนี้ทางค่ายปรับจูนมาให้กลายเป็นเหมือนกับสปอร์ตไบค์สำหรับใช้งานทางไกลไปซะแล้ว ซึ่งหลาย ๆ ค่ายก็หันมาทำแบบนี้กันเยอะ ทั้ง ๆ ที่บ้านเราทำแบบนี้กันจนมีภาษาบ้าน ๆ ที่เราเรียกกันว่าทัวร์ซิ่งขึ้นมาเลยทีเดียว แถมทางค่ายยังบอกว่าจริง ๆ เอาไปซิ่งในสนามก็ยังได้อีก ดีไซน์ ตัวรถมีดีไซน์ที่ลื่นไหลในแบบรถสปอร์ตมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่ามีพื้นฐานมาจากตัวสแตนดาร์ด แต่มาเพิ่มเติมในส่วนต่าง ๆ ที่ได้ทั้งภาพลักษณ์และสมรรถนะ เช่น วิงก์เล็ต คาลิเปอร์เบรกสีฟ้าทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ล้อคาร์บอนพร้อมเทปติดขอบล้อ เป็นต้น ตลอดไปจนถึงปรับสีสันและกราฟิกให้มีความสปอร์ตสวยงามลงตัวมากขึ้น เครื่องยนต์ เครื่องยนต์แน่นอนว่ามีพื้นฐานเดียวกันกับเจ้า RR ซูเปอร์ไบค์ตัวพันของทางค่าย เป็นเครื่อง 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ที่ให้แรงม้าและแรงบิดสูง โดยเคลมมาที่ 201 แรงม้าที่ 12,750 รอบ (แรงกว่าเมื่อเทียบกับ S1000XR 31 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุดที่ 113 นิวตันเมตรที่ 11,000 รอบ โดยมีเรดไลน์สูงถึง 14,600 รอบกันเลยทีเดียว และแน่นอนว่าแรงทุกย่านด้วยเทคโนโลยี Shift cam หรือเรียกกันให้เข้าใจง่ายก็วาล์วแปรผันนั่นเอง เคลมตัวเลขท็อปสปีดมาที่ 278 กม./ชม. โดยใช้เชื้อเพลิงจากถังน้ำมันขนาด 20 ลิตร อีกทั้งยังมีการปรับเปลี่ยนอัตราทดเกียร์เสียใหม่ โดยใช้สเตอร์หลัง 47 ฟันแทนที่โมเดลสแตนด์ดาร์ดที่ 45 ฟัน ปรับให้เกียร์ 2, 4, 5 และ 6 ชิด เพื่อให้ขับขี่ได้เหมาะกับสไตล์ที่สปอร์ตมากยิ่งขึ้น ช่วงล่าง ส่วนช่วงล่างนั้นระบบกันสะเทือนจะเป็นแบบปรับไฟฟ้า ด้านหน้าจะให้เป็นโช้คหัวกลับจาก Marzocchi ที่สามารถปรับรีบาวด์และคอมเพรสชันได้ ด้านหลังจะเป็นโช้คเดี่ยวปรับสปริงพรีโหลด รีบาวด์และคอมเพรสชันได้ ขณะที่ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกหน้าคู่พร้อมคาลิเปอร์เบรก M 4 ลูกสูบ ด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวพร้อมคาลิเปอร์เบรกแบบ 2 ลูกสูบ ส่วนล้อจะเป็นอะลูมิเนียมฟอร์จ มาพร้อมยางขนาด 120/70 ZR17 และ 200/55 ZR17 ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนของเทคโนโลยีก็แน่นอนว่าแน่น ๆ เน้น ๆ สมเป็นค่ายใบพัดสีฟ้า อย่างเรื่องของระบบที่ช่วยในการขับขี่ก็จะมี โหมดการขับขี่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Rain, Road, Dynamic, Race, Race Pro 1-3 มีระบบควบคุมความเร็วในพิท ระบบช่วยออกตัว ระบบไดนามิกแทร็คชันคอนโทรล ระบบควบคุมการลอยตัวของล้อ ระบบควบคุมการสไลด์ ระบบควบคุมเบรก ควิกชิฟเตอร์แบบ 2 ทาง ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน ระบบไดนามิกแดมปิ้งคอนโทรล ระบบเบรก ABS Pro เป็นต้น ระบบอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ที่ทันสมัยก็เช่น หน้าจอสี TFT พร้อมอนิเมชันพิเศษเฉพาะรหัสเอ็ม ระบบไฟแบบ Headlight Pro มาพร้อมไฟส่องสว่างในโค้ง ระบบคีย์เลส ระบบตรวจวัดลมยางอัตโนมัติ ระบบอุ่นมือ ระบบครูซคอนโทรล ช่องจ่ายไฟแบบ USB เรียกได้ว่าครบครันเลยครับ การจำหน่าย สุดท้ายนี้เรื่องของการจำหน่าย ทางเว็บไซต์เยอรมันลงราคาเริ่มต้นไว้ที่ 25,900 ยูโร แพงกว่ารุ่น M1000R ที่เริ่มต้นที่ 22,600 ยูโร หากคิดกันคร่าว ๆ เทียบกับราคาไทยของเจ้าเน็กเก็ดที่สตาร์ทที่ 1,599,000 บาทแล้ว เจ้าทัวซิ่งคันนี้ก็น่าจะมีราคาราว ๆ 1,800,000 บาทขึ้นไปครับ ส่วนจะได้มาจำหน่ายในไทยมั้ยก็มีความเป็นไปได้อยู่ค่อนข้างมากครับ แต่ถ้าเป็น S1000XR ล่ะก็มาไทยแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Marc ยันไม่ได้แข่งให้ Gresini ฟรี แน่นอน หลาย ๆ คนน่าจะรู้กันแล้วว่าแชมป์โลกหลายสมัยอย่าง Marquez #93 ได้ประกาศว่าจะไปจอยกับทาง Gresini Racing Team แล้วพร้อมเซ็นสัญญา 1 ปี สำหรับลงแข่งในฤดูกาล 2024 แม้ว่าจะได้รายได้จากทาง Honda สูงที่สุดในบรรดานักแข่ง MotoGP ก็ตาม แต่ก็ดันมีข่าวลือพิลึก ๆ ว่าจะแข่งให้ฟรี ซึ่งต่อมา Marc ยันไม่ได้แข่งให้ Gresini ฟรี แน่นอน มาร์กให้สัมภาษณ์กับทาง Crash.net ที่บุรีรัมย์ ว่า “บางช่วงนึงในชีวิตคุณน่ะนะ แต่สำหรับตลอดการทำงานของผม สิ่งที่สำคัญของผมคือ สมรรถนะในการขับขี่ ไม่ใช่ตัวเงิน” “เงินเป็นสิ่งสำคัญเสมอ และถ้าใครบอกว่าไม่ใช่ พวกนั้นกำลังโกหกแน่นอน แต่บางครั้งคุณเองก็ต้องการที่จะเชื่อมั่นในตัวเองและทำตามความรู้สึกบ้าง” “ในชีวิตนักแข่งของผมมันคือสิ่งสำคัญที่สุดของผมเสมอ กระทั่งไลฟ์สไตล์ที่บ้านหรือที่สนามแข่ง มันคือการพยายามที่จะหาวิธีที่จะรีดศักยภาพตัวเองในสนามแข่งให้ได้มากที่สุด” “แล้วเรื่องค่าตัวแพงสุดมันก็เป็นเรื่องจริงนะ แต่ผมก็ยินดีที่จะได้รับค่าตัวในสิ่งที่ผมจะได้ในปีหน้า” “แต่เรื่องแข่งฟรีนี่มันไม่จริงเลย ผมไม่ขอลงรายละเอียดนะ เพราะว่าจริง ๆ แล้วก็ไม่มีใครรู้ค่าตัวผมจริง ๆ ตอนนี้ ตอนที่ผมอยู่ที่ฮอนด้าหรอก ผมเคยได้ยินมาเยอะนะ แต่ไม่มีใครรู้เป๊ะ ๆ เลย แต่ปีหน้าผมก็ยังแฮปปี้กับตัวเลขที่ผมได้อยู่นะ” แฟน ๆ 93 ก็ต้องติดตามกันต่อไปครับว่าปีหน้าฟ้าใหม่ เขาจะกลับมาทวงแชมป์โลกด้วยรถใหม่ของเขาได้หรือไม่ แล้วฮอนด้าจะปรับแก้เกมกันยังไงครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ปฏิทินการแข่งขัน WorldSBK 2024 ประกาศแล้ว เผยออกมาแล้วกับ ปฏิทินการแข่งขัน WorldSBK 2024 รายการแข่งขันเฟ้นหารถโปรดักชันที่เร็วที่สุดในโลกที่มีความร้อนแรงไม่น้อยหน้าเวทีใหญ่อย่าง MotoGP สำหรับปีนี้แข่งกันทั้งหมด 12 สนาม พร้อมมีสนามใหม่เพิ่มเข้ามา 2 สนามด้วยกัน พร้อมเปลี่ยนลำดับของแต่ละสนามอีกนิดหน่อย แต่ยังไงก็รับรองได้ว่าเข้มข้นแน่นอน สนามที่ วันที่ ประเทศ สนาม WorldSBK WorldSSP WorldSSP300 1 23-25 ก.พ. ออสเตรเลีย Phillip Island X X 2 22-24 มี.ค. สเปน Circuit de Barcelona-Catalunya X X X 3 19-21 เม.ย. เนเธอร์แลนด์ TT Circuit Assen X X X 4 14-16 มิ.ย. อิตาลี Misano World Circuit “Marco Simoncelli” X X X 5 12-14 ก.ค. อังกฤษ Donington Park X X 6 19-21 ก.ค. เช็ค Autodrom Most X X X 7 9-11 ส.ค. โปรตุเกส Autodromo Internacional do Algarve X X X 8 23-25 ก.ย. ฮังการี Balaton Park Circuit X X 9 6-8 ก.ย. ฝรั่งเศส Circuit de Nevers Magny-Cours X X X 10 20-22 ก.ย. อิตาลี Cremona Circuit X X 11 27-29 ก.ย. สเปน MotorLand Aragon X X X 12 11-13 ต.ค. สเปน Circuito de Jerez X X X โดยจะมีสนาม Balaton Park Circuit ประเทศฮังการี และ Cremona Circuit ประเทศอิตาลีเป็น 2 สนามใหม่ และยังต้องรอการตรวจสอบรับรองสนามว่าผ่านเกณฑ์จาก FIM หรือไม่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

W230 2024 น้องเล็กสายเรโทรจาก Kawasaki แตกหน่อเพิ่มแล้วสำหรับมอเตอร์ไซค์สไตล์เรโทรในตระกูล W จาก Kawasaki กับ W230 2024 ที่จัดเต็มความเรโทรและความเรียบง่ายไว้ได้อย่างลงตัว ถูกใจไบเกอร์สายคลาสสิกกันอย่างแน่นอน ซึ่งไปเปิดตัวกันที่ Japan Mobility Show 2023 ตัวรถมาพร้อมดีไซน์แบบเรโทรเต็มขั้นไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า ไฟเลี้ยว เรือนไมล์ในแบบทรงกลม ถังน้ำมันทรงหยดน้ำ ท่อไอเสียแบบพีชูตเตอร์ ปลอกกันฝุ่นที่โช้คหน้า ล้อซี่ลวด บังโคลนเหล็ก เป็นต้น เครื่องยนต์เองก็มีความย้อนยุค โดยมีการใช้เครื่องยนต์สูบเดียวแบบระบายความร้อนด้วยอากาศแบบ 4 จังหวะวางบนเฟรมแบบเปลคู่ตามแบบฉบับคลาสสิก ซึ่งเจ้าเครื่องนี้ก็จะเป็นพื้นฐานมาจาก KLX230 ของทางค่ายนั่นเอง ก็จะมีตัวเลขสเปกดังนี้คือ มีความจุ 233 ซีซี จ่ายน้ำมันด้วยหัวฉีด เคลมตัวเลขมาที่ 20 แรงม้า และแรงบิดที่ 20.33 นิวตันเมตร พร้อมเกียร์ 6 สปีด ช่วงล่างเรียบง่าย ด้านหน้าจะมีโช้คแบบเทเลสโคปิกธรรมดา ด้านหลังเป็นโช้คแบบสปริงคู่ ระบบเบรกเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลังพร้อมระบบเบรกแบบ ABS ตัวล้อก็จะเป็นแบบซี่ลวดแบบที่ได้กล่าวไปแล้ว และจะมีขนาด 17 นิ้วเท่ากันทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โมเดลนี้คาดว่าน่าจะมีจำหน่ายในไทยอย่างแน่นอน งานนี้ใครเป็นสาวกในแนวคลาสสิกและชื่นชอบมอเตอร์ไซค์จากค่ายเขียวกำเงินรอกันได้เลยครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ZEEHO เปิด 3 โมเดลรถไฟฟ้า รุ่นใหม่ล่าสุด เรียกได้ว่าเตรียมเปิดตลาดใหม่ สำหรับมอเตอร์ไบค์ไฟฟ้า โดยล่าสุด ZHEJIANG CFMOTO POWER ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ รถ ATV รถ UTV ชั้นนำของโลก แต่งตั้งให้ บริษัท พยัคฆ์ มอเตอร์ จำกัด เป็นผู้นำเข้า ประกอบ และจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ZEEHO แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยเปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง 3 รุ่น พร้อมกัน คือ AE6+, AE8+ และ AE8 S+ คุณภาณุ ศีติสาร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท พยัคฆ์ เพาเวอร์ คอร์ป และบริษัท พยัคฆ์ มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า บริษัท พยัคฆ์ มอเตอร์ จำกัด หรือ PAYAK MOTOR กล่าวว่า ตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยมีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบทั้งการผลักดันและส่งเสริมจากภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิต ประกอบยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาค โดยรุ่นที่จะทำตลาดในประเทศจะเป็นรุ่น AE6+ ขนาดมอเตอร์ไฟฟ้า 2,500 วัตต์ สามารถส่งกำลังสูงสุดที่ 5,500 วัตต์ รุ่น AE8+ และ AE8 S+ ขนาดมอเตอร์ไฟฟ้า 5,000 วัตต์ ที่สามารถส่งกำลังสูงสุดได้ถึง 12,500 วัตต์ ที่มาพร้อมระบบเบรก BOSCH ABS plus Brembo Caliper มีอัตราเร่ง 0-50 km ใน 2.6 วินาที ความเร็วในการขับขี่ 100+ กม./ชม. ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ 1 ครั้งประมาณ 120-140 กม. นับว่าเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าคุณภาพและประสิทธิภาพสูงที่จัดจำหน่ายไปกว่า 100 ประเทศทั่วโลก สามารถตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ได้ครบทุกความต้องการทั้งในด้านดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ สมรรถนะที่เหนือชั้น เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และโซลูชั่นการขับเคลื่อนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังมาพร้อมกับความแรงและสเปคที่จัดเต็ม โดยมีโหมดการขับขี่ทั่วไป 3 โหมด คือ ECO MODE เน้นประหยัดพลังงาน STREET MODE โหมดขับขี่ปกติ และ SPORT MODE ด้วยความแรง 0-50 km ใช้เวลาเพียง 2.6 วินาที สำหรับในรุ่น AE8+ และ AE8 S+ ยังมี BOOST MODE เพื่อใช้ในจังหวะการแซงแบบเร่งด่วน โดยสามารถทำความเร็วได้มากกว่า 110 กม./ชม. รวมทั้งให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัย ด้วยระบบเบรก ABS ทั้งหน้า-หลัง และปั๊มเบรก Brembo พร้อมด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ และการเชื่อมต่อที่เรียบง่ายผ่าน ZEEHO APP พร้อมทั้งระบบ Cruise control at reverse กุญแจสมาร์ทคีย์การ์ด ฯลฯ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นของการขับขี่ นอกจากนี้ในส่วนของแบตเตอรีที่พัฒนาขึ้นโดย ATL ผ่านการทดสอบความปลอดภัยระดับยานยนต์จาก UN Regulations มีอายุการใช้งานในการชาร์จสูงถึง 2,500 รอบ พร้อมกันนี้ พยัคฆ์ มอเตอร์ ร่วมกับ ZEEHO จัดโปรโมชันราคาพิเศษ ในรุ่น AE6+ ที่ราคา 85,000 บาท รุ่น AE8+ ที่ราคา 137,500 บาท และรุ่น AE8 S+ ที่ราคา 149,900 บาท พร้อมทั้งรับของสมนาคุณ มูลค่ากว่า 10,000 บาท รวมถึง ผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายโดยตัวแทนที่ได้รับการแต่งตั้งในขณะนี้ 2

XSR900 GP สปอร์ตคลาสสิก ดีไซน์จากยุคทองของ Yamaha เปิดตัวแล้วกับโมเดลสปอร์ตคลาสสิก Yamaha XSR900 GP 2024 โดยไปเผยโฉมคันจริงที่แรกในงาน Japan Mobility Show 2023 ซึ่งมีดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรถแข่งจากช่วงยุคทองกับการแข่งขันชิงแชมป์โลกในอดีตของยามาฮ่า ผสมผสานเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ กลายเป็นความลงตัวกลมกล่อมที่ไม่เพียงแต่หล่อคลาสสิก แต่ยังขี่ได้ดีแบบรถโมเดิร์นอีกด้วย เรื่องดีไซน์แน่นอนว่าได้แรงบันดาลใจมาจากรถแข่งกรังด์ปรีซ์ในยุค 80 และ 90 ทั้งสไตล์และสีสัน แบบเดียวกับ YZR500 ช่วงปี 80 ที่มีตำนานอย่าง King Kenny Roberts ควบคว้าชัยชนะหลายปีติดต่อกัน โดยนำสีสันในโมเดลรถแข่งมาใส่ให้กับเจ้าโมเดลใหม่คันนี้ได้อย่างลงตัว ทั้งในแฟริ่ง แชสซีและสวิงอาร์ม ด้านหน้ามีแฟริ่งหน้าสไตล์สปอร์ตคลาสสิกพร้อมไฟหน้าขนาดกะทัดรัดแบบ LED ทรงเหลี่ยมมาแทนที่ไฟกลม ชิลด์หน้าพร้อมตัวการ์ดกำปั้นด้านข้างซ้ายขวาตามแบบยุค 80 นอกจากนี้แฟริ่งหน้าที่ว่ายังช่วยเพิ่มอัตราเร่งและท็อปสปีดให้กับตัวรถได้ ถัดเข้ามาด้านในมีหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้วที่เลือกธีมการแสดงผลได้ 4 แบบ พร้อมเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย ขณะที่แฟริ่งชิ้นข้างช่วยกระจายความร้อนจากหม้อน้ำได้ดียิ่งขึ้น ด้านท้ายมีครอบเบาะท้ายทำสีเข้ากับตัวรถและช่วยเสริมภาพรถแข่งได้เป็นอย่างดี และยังมีไฟท้ายแบบซ้อนในแฟริ่งดูเท่ไม่หยอก เบาะนั่งเองก็มีส่วนโค้งขึ้นมารับ ยามเปิดคันเร่งก็ขับขี่ได้มั่นใจขึ้น ตัวรถปรับมาใช้แฮนด์แบบคลิปออนแบบเหนือแผงคอบนแทนที่แฮนด์บาร์เพื่อให้มันมีความเป็นสปอร์ตเรซซิ่ง แตกต่างจากโมเดลพื้นฐาน ทำให้ท่านั่งมาเป็นแบบสปอร์ตมากขึ้นด้วย แต่ถึงอย่างนั้นโมเดลนี้ก็ไม่ได้ออกแบบมาให้เน้นใช้งานแต่ในการแข่งขันหรือในสนาม จึงไม่ได้มีท่านั่งแบบเรซซิ่งหรือสปอร์ตจ๋า ๆ โดยยังคงความสบายเอาไว้ และให้พักเท้าที่ปรับตำแหน่งได้เพื่อให้ปรับตามความใจชอบว่าจะเน้นซิ่งหรือเน้นสบาย เครื่องยนต์นั้นยังคงเป็นเครื่องยนต์เดิมคือ CP3 3 สูบเรียง ขนาด 890 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ที่ผ่านมาตรฐาน EU5+ ให้กำลังแรง 119 แรงม้าที่ 10,000 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 93 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบ ใช้น้ำมันจากถังน้ำมันขนาด 14 ลิตร ช่วงล่างที่ให้มาก็มีการปรับให้เข้ากับสไตล์ที่เป็นสปอร์ตมากยิ่งขึ้น เพื่อให้รองรับกับน้ำหนักโหลดที่ด้านหน้ามากขึ้น ขณะเดียวกันซับเฟรมท้ายก็เสริมความแข็งแรงให้มากขึ้นเช่นกัน เพื่อให้ขับขี่ได้สมดุลมากยิ่งขึ้น ระบบกันสะเทือนก็ถือว่าให้ของดีมา โดยด้านหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับจาก KYB ปรับแต่งได้เต็มระบบ ขณะที่ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวพร้อมกระเดื่องจาก KYB ที่ปรับแต่งได้เต็มระบบเช่นกัน โดยมีการติดตั้งแบบซ่อนไม่ให้เห็นง่าย ๆ เพื่อให้ภาพลักษณ์ดูสปอร์ตเพรียวบาง แต่ก็สามารถปรับใช้งานได้ง่ายด้วยรีโมตปรับพรีโหลด ขณะที่ระบบเบรกก็จะได้เป็นปั๊มบนเป็น Brembo แบบเรเดียลเมาท์ ทำงานคู่กันกับระบบดิสก์เบรกคู่ขนาด 298 ม.ม. และคาลิเปอร์เบรก ส่วนด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 45 ม.ม. และคาลิเปอร์เบรก ส่วนยางและล้อสปินฟอร์จน้ำหนักเบาจะมีขนาด 120/70 ZR17 และ 180/55 ZR17 แบบไม่ต้องใช้ยางใน และยังมีส่วนสำคัญที่เกริ่นไว้ข้างต้นที่ว่าเป็นสปอร์ตคลาสสิกแต่ใส่เทคโนโลยีสมัยใหม่เอาไว้ด้วยคือ ระบบ Yamaha Ride Control ที่ช่วยให้เจ้าของสามารถปรับเปลี่ยนความแรงของเครื่องยนต์และระบบช่วยเหลือได้ง่ายและรวดเร็ว โดยจะมีโหมดการขับขี่ 3 โหมดมาจากโรงงาน คือ Sport, Street และ Rain ซึ่งเหมาะกับการใช้งานในสถานการณ์ต่าง ๆ กันตามชื่อเลย และยังปรับคัสตอมได้เองอีก 2 โหมด ซึ่งทั้งหมดนี้ยังอิงข้อมูลจากหน่วยประมวลผลแรงเฉื่อย IMU แบบ 6 แกน ช่วยให้ทำงานได้แม่นยำยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีระบบ ESS หรือไฟเบรกฉุกเฉินที่จะกระพริบถี่ ๆ เมื่อเบรกกะทันหัน แจ้งเตือนคนที่ตามมาให้ระวัง แทร็คชันคอนโทรล สไลด์คอนโทรล ระบบควบคุมการลอยตัวของล้อ ระบบเบรกคอนโทรล ครูซคอนโทรล และควิกชิฟเตอร์แบบ 2 ทาง ตลอดไปจนถึงแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ เรียกว่าให้มาเยอะเลยทีเดียว งานนี้ใครอยากได้สปอร์คคลาสสิกเท่ ๆ สักคันต้องไม่พลาดคันนี้ครับ แต่ราคาก็คาดว่าจะแพงกว่าตัวสแตนดาร์ดดั้งเดิมอีกพอสมควร ส่วนการจำหน่ายในบ้านเราก็คงจะปีหน้าเลยล่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก