Skip to main content

SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • Moto2
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ข่าวแข่งขัน
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวรถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    • ZONTES
    • ZXMOTO
    • CFMOTO
    •   Back
    • MOTOGP
    • WSBK
    • F1
    • SBM Trackday & Trophy
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวรถ AION
    • ข่าวรถ Aston Martin
    • ข่าวรถ Audi
    • ข่าวรถ AVATR
    • ข่าวรถ Bentley
    • ข่าวรถ BMW
    • ข่าวรถ BYD
    • ข่าวรถ Changan
    • ข่าวรถ Chery
    • ข่าวรถ Ferrari
    • ข่าวรถ Ford
    • ข่าวรถ GWM
    • ข่าวรถ Honda
    • ข่าวรถ Hyundai
    • ข่าวรถ Isuzu
    • ข่าวรถ Jaecoo
    • ข่าวรถ Jaguar
    • ข่าวรถ Jeep
    • ข่าวรถ KIA
    • ข่าวรถ Lamborghini
    • ข่าวรถ Land Rover
    • ข่าวรถ Lexus
    • ข่าวรถ Lotus
    • ข่าวรถ Maserati
    • ข่าว Mazda
    • ข่าวรถ McLaren
    • ข่าวรถ Mercedes-Benz
    • ข่าวรถ MG
    • ข่าวรถ Mitsubishi
    • ข่าวรถ NETA
    • ข่าวรถ Nissan
    • ข่าวรถ OMODA
    • ข่าวรถ Porsche
    • ข่าวรถ Rolls-Royce
    • ข่าวรถ Subaru
    • ข่าวรถ Suzuki
    • ข่าวรถ Tesla
    • ข่าวรถ Toyota
    • ข่าวรถ Volvo
    • ข่าวรถ Wuling
    • ข่าวรถ XPENG
    • ข่าวรถ ZEEKR
    • ข่าวรถ Xiaomi
    • ข่าวรถ Maextro
    • ข่าวรถ DENZA
    •   Back
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Alpha Volantis
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Aprilia
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ BMW Motorrad
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Ducati
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ GPX
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Husqvarna
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Indian Motorcycle
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kawasaki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ KTM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kymco
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Lambretta
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Piaggio
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Royal Enfield
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SLEEK EV
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Suzuki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SYM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Triumph
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Vespa
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ CFMOTO
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Honda
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Yamaha
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ ZONTES
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ ZXMOTO
    •   Back
    • รีวิวมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ข่าวรถยนต์
Toyota GR Garage

อัปเดตข้อมูล GR Garage ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ GR Performance อย่างเป็นทางการในไทย พร้อมสรุปความแตกต่างที่สายซิ่งต้องรู้ก่อนเข้าใช้บริการ

11 February 2026
  • All Posts
  • ข่าวรถยนต์
เปิดตัว Honda RA626H เครื่องยนต์ F1 ใหม่ 2026

ปี 2026 (พ.ศ. 2569) ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ Formula 1 เมื่อกฎกติกาด้านเครื่องยนต์ (Power Unit Regulations) ถูกรื้อใหม่หมด และนี่คือช่วงเวลาที่ Honda รอคอยที่จะกลับมาทวงบัลลังก์อย่างเต็มตัว

20 January 2026
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Honda BRIC Superbike 2025 กวาดวินเนอร์ 2 รุ่นท็อป

Honda BRIC Superbike 2025 พานักบิดคว้าโพเดี้ยม 2 รุ่นท็อปในรายการแข่งขัน ประกอบไปด้วยด้วยเจ้ามิกซ์ ข้าวกล้อง พร้อมผลงานน้อง ๆ ทีมฮอนด้ามากมาย

24 November 2025
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Honda Dax JZO Craft แด๊กซ์อ้วน ตัวซิ่ง จากไต้หวัน

Honda Dax JZO Craft แด๊กซ์อ้วน ตัวซิ่ง จากไต้หวัน พามาชมรถแต่งต่างประเทศที่น่าสนใจ ภายในงานประกวดรถแต่งที่ประเทศไต้หวันที่ผ่านมาอย่าง “Speed and Crafts” และเป็นโมเดลที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศในการแข่งขันอีกด้วย กับ Honda Dax JZO Craft สุดเจ๋งรุ่นนี้ซึ่งต้องบอกว่า สวย จ๊าบ ทีเดียว หากมองแว้บแรกก็ไม่ทราบหรอก ยัดล้อดึงอาร์มใส่ยางมาไซส์ใหญ่บวกกับตัวโครงมหึมา แต่พอมองเครื่องแล้วก็แอบรู้สึก เอ๊ะ! ทำไมมันแปลก ๆ พิลึกพิกล นึกว่ารถ สี่ร้อยห้าร้อยซีซีแต่มีเสื้อลมอยู่กระจ๋อยนึงแอบทำเอาหลุดขำแต่นั้นก็ช่างมันเถอะ เขาออกแบบมาได้สวยงามทีเดียว ถ้ามีให้จองก็เอานะ..น่าสะสม สำหรับโครงประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆ ของตัวรถประกอบด้วยชิ้นส่วนที่ทำจากอลูมิเนียมและไทเทเนียม เป็นผลงานดัดแปลงร่วมกันของ JZO Craft  และ Kunimoto Hidetoshi มาพร้อมกับช่วงล่างจาก RacingBros และสามารถปรับคอนโทรลได้ด้วยรีโหมด ล้อ 12 นิ้วแบบหลายชิ้นจาก Monkey Kit หุ้มด้วยยางสลิกไซส์ใหญ่ บวกกับระบบเบรกที่ได้รับการอัปเกรด โดยใช้คาลิเปอร์เรเดียลเม้าท์และผ้าเบรกเซรามิกล้อหน้า ส่วนล้อหลังประดับด้วยปั๊ม Brembo พร้อมผ้าเบรกเซรามิกเช่นกัน  สำหรับแฟริ่งด้านออกแบบดีไซน์ในสไตล์ของ Flat Tracker พร้อมระบบไฟ Baja เสริมความหล่อ ดุดัน ประดับหน้าจอด้วย aRacer iMode 5 ที่เชื่อมต่อบลูทูธ สามารถปรับจูนได้ ส่วนลวดลายกราฟิกต่าง ๆ ใช้ลักษณะเป็นลายกราฟิกที่ได้รับแรงบันดาลใจมากจาก Honda  อีกหนึ่งจุดเด่นก็คือท่อไอเสียที่ออกแบบองศาพร้อมกับรายละเอียดอย่างพิถีพิถัน เป็นลักษณะฟูลไทเทเนียมทั้งลำออกแบบให้ระนาบข้างตัวถังออกด้านท้ายคล้ายเครื่องยนต์เจ็ท ปิดด้วยพาร์ทแฟริ่งดูเนี๊ยบอย่างสวยงาม   นอกจากนี้ยังมีจุดอื่น ๆ เพิ่มเติมของรถรุ่นนี้ก็คือ  ปลอกแฮนด์ Domino และมือเบรกแต่ง ล้อดิสก์ 12 นิ้ว หุ้มด้วยยางสลิก เคสไฟหน้าแบบ Flat Tracker ถังน้ำมันอะลูมิเนียมซ่อนใต้เบาะที่ทำพิเศษ ไฟท้าย LED ขนาดเล็กใต้เบาะ ตัวถังอะลูมิเนียมที่ถูกประดิษฐ์พิเศษพร้อมงานสีสไตล์ Honda คลาสสิก แผงคอ CNC จาก GTR เพื่อใช้แฮนด์แบบคลิปออนแทนแฮนด์เดิม ระบบท่อไอเสียไทเทเนียมที่ทำด้วยมือซ่อนในตัวถัง นับว่าคัสตอมออกมาได้อย่างสวยงาม และหลาย ๆ คนคงอยากได้เจ้าแด๊กซ์รุ่นนี้กันใช่ไหมหล่ะครับ สมมติถ้าหากส่งรถไทยเข้าไปประกวดด้วยแล้วหล่ะก็ คิดว่าน่าจะสูสีไม่แพ้เช่นกัน (ฮ่าๆ) สำหรับรถแต่งรุ่นต่อไปจะเป็นรุ่นอะไรอย่าลืมติดตามข่าวสาร SuperBike ห้ามพลาด อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Zontes 703F แอดแวนเจอร์ค่ายรถขนขิง เคาะประตูตลาดไทยแล้ว

2025 Zontes 703F แอดแวนเจอร์ค่ายรถขนขิง เคาะประตูตลาดไทยแล้ว 2025 Zontes 703F รถจักรยานยนต์ประเภทแอดเวนเจอร์จากค่าย Zontes แบรนด์รถจักรยานยนต์ยักษ์ใหญ่จากประเทศจีน ที่ในปัจจุบันนี้เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย และสร้างยอดการขายที่ส่งผลให้ทางค่ายเติบโตอย่างก้าวกระโดดในประเทศไทย ซึ่งโมเดลที่ได้วางจำหน่ายของทางค่ายก่อนหน้านี้อย่างรถจักรยานยนต์แนวสกูตเตอร์พรีเมียม 350D, 350E หรือแม้แต่สกูตเตอร์แอดเวนเจอร์อย่าง 368G ก็เข้ามาตีตลาด สร้างแรงกระเพื่อมในประเทศไทยได้ไม่น้อย  หลังจากที่กระแสการตอบรับในประเทศไทยของทั้งสามโมเดลที่ Zontes ได้ทำตลาดไปก่อนหน้านี้จึงส่งผลให้ทางค่ายมีแผนที่จะนำรถจักรยานยนต์อีกหนึ่งรุ่นเข้ามาเสริมทัพไลน์อัพของทางค่ายด้วยรถประเภทแอดเวนเจอร์ ซึ่งที่มาของเรื่องนี้ก็มาจากสมาชิกกลุ่มเฟซบุ๊ก ‘Zontes 350 Club Thailand’ ได้โพสต์คลิปวิดีโอสั้น ๆ ที่รายละเอียดของวิดีโอเป็นรถจักรยานยนต์แนวแอดเวนเจอร์ที่มีองค์ประกอบต่าง ๆ คล้ายคลึงกับเจ้า 703F ซึ่งถนนที่รถคันนี้วิ่งเป็นช่วงถนนบางน้ำเปรี้ยว (ฉะเชิงเทรา) – บ้านสร้าง (ช่วงปราจีนบุรี) เมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา    เครื่องยนต์ และระบบช่วงล่าง สายลุยคันนี้มาพร้อมเครื่องยนต์แบบสามสูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำขนาดเครื่องยนต์ 699 ซีซี ให้พละกำลังสูงสุดอยู่ที่ 97 แรงม้าที่ 10,000 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 76 นิวตันเมตรที่ 7,500 รอบต่อนาที เกียร์ 6 สปีดพร้อมควิกชิฟเตอร์ ข้อเหวี่ยงแบบ 120 องศา พร้อมระบบบาลานซ์เซอร์ ช่วยให้การส่งกำลังเป็นไปอย่างนุ่มนวล และลดแรงสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด พ่วงมาด้วยถังน้ำมันขนาด 22 ลิตร ระบบกันสะเทือนด้านล่างจากแบรนด์ Marzocchi แบบปรับตั้งค่าได้อย่างเต็มระบบทั้งด้านหน้า และด้านหลัง โดยด้านหน้าเป็นโช้คอัพแบบหัวกลับ (Up-Side Down) ด้านหลังโช้คอัพเดี่ยวมาพร้อมกับกระปุกซับแทงค์  ระบบเบรกด้านหน้าดิสก์เบรกคู่พร้อมคาลิเปอร์จากแบรนด์ J.Juan แบบสี่ลูกสูบพร้อมจานขนาด 310 มม. ติดตั้งอยู่คู่กับล้อหน้าแบบซี่ลวดขนาด 90/90-19 ด้านหลังดิสก์เบรกเดี่ยว มาพร้อมคาลิเปอร์จากแบรนด์ J.Juan เช่นเดียวกับด้านหน้าพร้อมจานขนาด 265 มม. ติดตั้งอยู่บนล้อหลังแบบซี่ลวดขนาด 150/70-17 รถค่ายจีนเทคโนโลยีมาแบบไม่กั๊ก สำหรับรถจักรยานยนต์จากประเทศจีนอย่างค่ายซอนเทสก็ขึ้นชื่ออยู่แล้วในเรื่องของการที่ขายรถแบบ ‘ไม่กั๊กสเปค’ โดยเจ้าแอดเวนเจอร์คันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งคันที่ให้สเปคมาแบบจัดเต็ม เริ่มด้วยหน้าจอสีแบบ TFT ขนาด 6.75 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่ครบครัน อีกทั้งหน้าจอของรถคันนี้ยังมี Refresh Rate ที่สูงถึง 1080p เรียกได้ว่าจอชัด คม ไหลลื่นอย่างแน่นอน เพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบตรวจจับจุดอับสายตา ซึ่งจะแจ้งเตือนผู้ขับขี่ด้วยสัญญาณภาพบนกระจกมองหลังเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา ไม่เพียงแค่ระบบตรวจจับจุดอับสายตาแต่ยังพร้อมด้วยกล้องบันทึกภาพขณะขับขี่ทั้งด้านหน้า และด้านหลังความคมชัดระดับ 1080P, เลนส์มุมกว้าง 140° และรูรับแสง F1.8 ช่วยให้สามารถจับภาพรายละเอียดสำคัญได้ในหลากหลายสภาพการขับขี่ เสริมความสะดวกสบายไปอีกขั้นกับระบบชิลด์หน้าแบบปรับไฟฟ้า ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่ตลอดเส้นทาง (ส่วนตัวผู้เขียนว่าเป็นเทคโนโลยีที่เข้าท่า เพราะลำพังจะให้มาเอามือคอยปรับน่าจะไม่ค่อยสะดวกเท่าที่ควร) และอุปกรณ์พื้นต่าง ๆ ที่มาพร้อมกับตัวรถคันนี้ก็ได้อกล่างสำหรับป้องกันเครื่องยนต์ ไฟส่องสว่างด้านล่าง และแคชบาร์สำหรับกันล้ม ในเรื่องของราคาวางจำหน่ายทางประเทศจีนได้เปิดราคาวางจำหน่ายของเจ้า 703F อยู่ที่ 45,000 หยวนหรือมูลค่าเป็นเงินไทยประมาณ 213,000 บาท (ราคายังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ) ซึ่งความเป็นไปได้ของโมเดลนี้ที่จะนำวางจำหน่ายในประเทศไทยก็มีความเป็นไปได้สูง ซึ่งก็มีการคาดการณ์ราคาวางจำหน่ายในประเทศไทยอยู่ราว ๆ 250,000 บาท ตีเป็นตัวเลขกลม ๆ หากเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ชนใครบ้าง ? แน่นอนว่าการมาถึงของเจ้า Zontes 703F คันนี้รถจักรยานยนต์ประเภทแอดเวนเจอร์ไบค์อาจจะว้าวุ่นอยู่ไม่น้อย หากเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยด้วยราคาคาดการณ์ราคาดังกล่าว แน่นอนว่าจะต้องเจอคู่ปรับที่จอดรออยู่แล้ว เริ่มกันที่ตัวแทนจากค่ายยักษ์เขียวอย่าง Kawasaki Versys 650 แอดเวนเจอร์ไบค์สองสูบเรียง ราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 259,000 บาท หรือจะเป็นตัวแทนจากค่ายส้อมเสียง แบรนด์ยามาฮ่าที่พร้อมส่งเจ้า Yamaha Tenere 700 เข้ามาแย่งสัดส่วนตลาดของแอดเวนเจอร์ไบค์ ซึ่งมีราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 479,000 บาท แม้ว่าจะยังไม่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยสำหรับสายลุยพิกัด 700 ซีซีของทางซอนเทส แต่การได้เห็นมาวิ่งบนถนนของประเทศไทยก็เป็นสัญญาณที่ค่อนข้างชัดเจนไม่น้อยว่าอาจจะมีการเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ที่อาจจะมาเปิดตัวในประเทศไทยช่วงไตรมาส 4 ของปี 2025 นี้ และราคาวางจำหน่ายจะเปิดตัวเท่าไหร่นั้น ติดตาม SuperBike Thailand ไว้ได้เลย หากมีราคาไทยออกมาเมื่อไหร่จะมาแจ้งให้ทราบอย่างแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
Ducati Scrambler ปี 2023 กับ 3 รุ่น Gen ใหม่ล่าสุด

Ducati Scrambler ปี 2023 กับ 3 รุ่น Gen ใหม่ล่าสุด ดูคาติ ประเทศไทย เขย่าตลาดครึ่งปีหลัง รุกยึดพื้นที่ตลาดบิ๊กไบค์ 800 ซีซี ปล่อยหมัดเด็ด เปิดตัว Ducati Scrambler ปี 2023 ด้วยโมเดล 3 รุ่นล่าสุด กับ Scrambler Ducati Icon, Scrambler Ducati Nightshift และ Scrambler Ducati Full Throttle พร้อมจัดโปรหนักทุกคัน จองและรับรถในปีนี้ รับทันทีกิ๊ฟวอชเชอร์มูลค่า 35,000 บาท สำหรับสแครมเบลอร์ซีรี่ย์ล่าสุดนี้ มาพร้อมการปรับโฉมใหม่เพื่อเพิ่มความสนุกและตอบโจทย์การใช้งานมากยิ่งขึ้น ทั้งน้ำหนักเบาลง 4 กิโลกรัม หน้าจอสี TFT 4.3 นิ้ว ที่ได้รับการดีไซน์ใหม่ ดูทันสมัย และมีขนาดใหญ่ขึ้น ไฟหน้า-ท้าย แบบ Full LED คงเอกลักษณ์และเสน่ห์ของสแครมเบลอร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ  ส่วนขุมพลังที่พร้อมสร้างความเร้าใจในการขับขี่ตลอดเส้นทาง กับเครื่องยนต์ Desmodromic valve 2 สูบ L-Twin ขนาด 803 ซีซีให้กำลัง 73 แรงม้าที่ 8,250 รอบต่อนาที แรงบิด 65.2 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบต่อนาที พร้อมระบบส่งกำลังด้วยเกียร์ 6 สปีด ระบายความร้อนด้วยอากาศ มาพร้อมโหมดการขับขี่ 2 โหมด คือ โหมด Sport, Road เดี๋ยวไปดูรายละเอียดของแต่ละโมเดลกันดีกว่าว่ามีอะไรที่เป็นความพิเศษเฉพาะกันบ้าง  New Scrambler Ducati Icon นับเป็นบิ๊กไบค์ที่ได้รับความนิยม และรอคอยมากที่สุด โดยออกแบบมาอย่างเหนือชั้น สามารถควบคุมได้ง่าย ขับขี่ได้อย่างสะดวกสบายทั้งในเมืองและการเดินทางไกล เอกลักษณ์อันโดดเด่นเฉพาะตัวคือสีสัน กับสีเหลืองที่เป็นเอกลักษณ์มาตั้งแต่ปี 1962 นอกจากนี้ ตัวโมเดลยังมีการปรับใช้แฮนเดิลบาร์แบบเรียบ เปลี่ยนดีไซน์ฝาครอบเครื่องแบบใหม่ โช้คหลังแบบเดี่ยว และสวิงอาร์มแบบใหม่ ยังมีการออกแบบมาให้มีน้ำหนักเบาขึ้นกว่าเดิมถึง 4 กิโลกรัม คือหนักเพียงที่ 170 กิโลกรัม (ไม่รวมของเหลว) ไฟหน้าทรงกลม สไตล์ Scrambler Ducati ไฟท้ายดีไซน์สปอร์ต เบาะแต่ง กับลวดลายสุดชิค เพลทโลโก้ ยิ่งไปกว่านั้นโมเดลนี้ยังรองรับการติดตั้ง ควิกชิฟเตอร์ (ชุดแต่งเพิ่มเติม) อีกด้วย แม้จะมีการเติมเต็มและพัฒนาดีไซน์ใหม่ให้ก้าวล้ำสุด ๆ แต่ราคาก็ไม่ได้เพิ่มมาก โดยมีราคาเริ่มต้นเพียง 399,000 บาท มีให้เลือกถึง 3 สีมาตรฐาน ได้แก่สีเหลือง สีดำและสีแดง โดยเหล่าแฟน ๆ ไบค์เกอร์ สามารถเลือกชุดแต่งเปลี่ยนสีให้กับรถของท่าน เป็นสีตามต้องการได้มากถึง 6 สี ได้แก่ Storm Green, Rio Celeste, Tangerine Orange, Jade Green, Sparking Blue และ Velvet Red  อีกรุ่นที่เปิดตัวใหม่ล่าสุด New Scrambler Ducati Nightshift มาพร้อมกับดีไซน์ใหม่ แต่ยังคงสไตล์ของคาเฟ่เรเซอร์ไว้ได้อย่างลงตัว ทั้งความเท่ ความดุดัน และความหรูหรา โดยเฉพาะสีสันของตัวรถ ติดกระจกปลายแฮนด์สไตล์ Cafe Racer เบาะสีน้ำตาลสุดคลาสสิก ล้อซี่ลวด ไฟท้ายดีไซน์ใหม่ ที่ดีไซน์ให้มีความหรูหรา กับสี “เนบิวล่า บลู” ที่มาพร้อมเบาะสีน้ำตาลสุดคลาสสิก บังโคลนหน้าแบบสปอร์ตพร้อมล้อซี่ลวด ไฟเลี้ยวท้ายแบบสปอร์ต ยังรวมไปถึง เอกลักษณ์กับกระจกที่ปลายแฮนด์ที่เหล่าไบค์เกอร์ชื่นชอบ Café Racer ไฟเลี้ยวแต่งติดตั้งมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานกับตัวรถสำหรับราคาถือว่าคุ้มค่าเพียง 459,000 บาท  และอีกหนึ่งความเร้าใจของตลาดบิ๊กไบค์ขนาด 800cc กับ New Scrambler Ducati Full Throttle ซึ่งโดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตสไตล์ Flat Track กับสี

11 July 2023
Panigale V2 2024 สีใหม่ มาดเข้ม ยิ่งกว่าเดิม

Panigale V2 2024 สีใหม่ มาดเข้ม ยิ่งกว่าเดิม ล่าสุดทางค่าย Ducati ได้ประกาศเปิดตัวโมเดล Panigale V2 เวอร์ชัน 2024 กับลุคใหม่ มาในชุดสีเทาด้านรอบคัน ตัดด้วยสีแดงประจำค่ายทั้งในส่วนแฟริ่ง ถังน้ำมัน และล้อให้ดูหล่อเข้มมากยิ่งขึ้น แต่ยังคงยึด DNA ความสปอร์ตและเทคโนโลยีมากมาย ที่พร้อมตอบสนองเพอร์ฟอร์มานซ์การขับขี่อย่างยอดเยี่ยม  ด้วยการออกแบบที่ดูเรียบง่าย และเพิ่มเส้นลายกราฟิกอักษรโลโก้ V2 สีดำเงา ตัดกับสีเทาด้านบนตัวแฟริ่ง เสริมลายธงอิตาลีประดับไว้ด้านข้างที่ชวนให้หวนรำลึกบ้านเกิด รวมไปถึงโช้คอัพหน้า คอท่อ และล้อที่อัปสีใหม่ให้แมตช์กับตัวรถมากยิ่งขึ้น  ด้านเครื่องยนต์ยังคงเป็น Superquadro L-Twin 2 สูบ ขนาด 955 ซีซี ระบายความร้อนด้วยของเหลว ให้แรงม้าสูงสุด 155 แรงม้าที่ 10,750 รอบ แรงบิด 104 นิวตันเมตรที่ 9,000 รอบ พร้อมควิกชิฟเตอร์ 2 ทาง ซึ่งถือว่ายังไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรในส่วนนี้ สำหรับระบบช่วงล่าง โช้คหน้าเป็นแบบหัวกลับจาก Showa BPF ขนาด 43 มม. และโช้คเดี่ยวจาก Sachs สามารถเซ็ทค่าได้เต็มระบบเพื่อตอบสนองการขับขี่บนท้องถนนหรือซิ่งบนแทร็กก็ย่อมทำได้ มาพร้อมระบบเบรกกับดิสก์เบรกเซมิโฟลทติ้งคู่ด้านหน้าขนาด 320 มม. ปั๊ม Brembo M4.32 4 พอท ส่วนด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 245 มม. 2 พอท และล้ออัลลอยสีใหม่ขนาด 17 นิ้วเท่ากันหน้า-หลัง แถมใส่ยาง Pirelli Diablo Rosso IV Corsa ขนาด 120/70 และ 180/60 มาให้อีกด้วยครับ  และแน่นอนกับระบบเทคโนโลยีที่อัดแน่น ในระดับรถแข่งขันในสนาม ทั้งระบบตรวจจับเวลาต่อรอบ GPS Lap Timer, Riding Mode (Rider, Track/route, weather) พร้อมระบบเซฟตี้เสริมความปลอดภัยทั้ง Cornering ABS จาก Bosch แทร็กชันคอนโทรล ระบบป้องกันล้อยก และเอ็นจิ้นเบรก ยังรวมไปถึงเทคโนโลยีทั่วไป อาทิระบบไฟ LED หน้าจอ TFT สีขนาด 4.3 นิ้ว แถมมากับฟังก์ชัน Ducati Multimedia System เชื่อมต่อข้อมูลผ่านสมาร์ทโฟน สามารถรับสายโทรศัพท์ ฟังก์เพลง ส่งข้อความผ่านทางบลูทูธได้ ปัจจุบันโมเดลนี้จัดจำหน่ายอยู่ที่ 799,000 บาท แต่สีใหม่น่าจะราคาเท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย ซึ่งถือว่าเหมาะสมกับสเปคที่มีมาให้ แต่ก็คงต้องลุ้นหล่ะครับว่าจะมาช่วงไหน และก็ลุ้นอีกรอบว่าสายหล่อคันนี้ จะตอบโจทย์เหล่าไบค์เกอร์บ้านเราได้มากน้อยเพียงใด เพราะคู่แข่งในคลาสนี้มีหลายรายเลยทีเดียว อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

7 July 2023
  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
Suzuki GSX-S1000 2021 สเปก

Suzuki GSX-S1000 2021 สเปก ราคา และรายละเอียดต่างๆ Suzuki GSX-S1000 2021 เน็กเก็ดไบค์เรือธงของซูซูกิที่กลับมาอีกครั้งพร้อมด้วยรูปโฉมใหม่ พร้อมเครื่องยนต์เดิม แต่ปรับจูนใหม่เพื่อให้ผ่านมาตรฐานไอเสียใหม่ โดยที่ยังแรงไม่ตกได้ ราคาจำหน่ายในไทยยังไม่เปิด  สเปค   Suzuki GSX-S1000 2021 สเปก เครื่องยนต์ 4 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 999 ซีซี แรงม้า (เคลม) 152 แรงม้าที่ 11,000 รอบ แรงบิด (เคลม) 106 นิวตันเมตร ที่ 9,250 รอบ ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 73.4 X 59.0 ม.ม. อัตราส่วนการอัด 12.2:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดไฟฟ้า ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ยางหน้า 120/70 ZR17M/C (58W) แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 190/50 ZR17M/C (73W) แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ KYB ระบบกันสะเทือนหลัง ยูนิตสวิง เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกหน้าคู่ขนาด 310 ม.ม. พร้อมคาลิเปอร์เบรก Brembo Monobloc เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ยาว X กว้าง X สูง 2,115 X 810 X 1,080 ม.ม. ระยะฐานล้อ 1,460 ม.ม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 140 ม.ม. ความสูงเบาะ 810 ม.ม. น้ำหนักรถ 214 ก.ก. ความจุถังน้ำมัน 19.0 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ระบบ Easy Start ระบบแทร็คชันคอนโทรล 5 โหมด ไรดิ้งโหมด 3 โหมด ระบบช่วยเลี้ยงรอบที่รอบต่ำป้องกันเครื่องดับ ระบบเบรก ABS ควิกชิฟเตอร์ 2 ทาง ระบบสลิปเปอร์คลัตช์     อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เวฟปลาวาฬ Wave125i 2021 เปิดสีใหม่ล่าสุด ประหยัด สวยกว่าเดิม

ฮอนด้า ผู้นำแห่งวงการรถจักรยานยนต์ไทย เผยโฉม New Wave125i 2021 หรือที่ใครหลายคนรู้จักในฉายา เวฟปลาวาฬ ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “ให้คำว่าผู้นำ เป็น…ได้มากกว่าที่เคย” โดดเด่นด้วยสีเทาใหม่ Metallic Matte Gray สุดโฉบเฉี่ยว พร้อมเอมเบลมเรียบหรู เส้นสายตัวรถได้รับการออกแบบให้มีความปราดเปรียว สง่างาม ทันสมัยทุกมุมมอง มาพร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่คุ้มค่า New Wave125i 2021 มาพร้อมระบบไฟหน้า LED Headlight หรูหรา เฉียบคม ส่องสว่างทันทีเมื่อสตาร์ท เรือนวัดความเร็ว Premium Amber Meter ดีไซน์เรียบหรู ให้ข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ครบครันชัดเจน มั่นใจด้วยระบบกุญแจนิรภัย มาพร้อมม่านปิดช่องกุญแจ ให้ความสะดวก ปลอดภัย ใช้งานง่าย เพียงกดกุญแจก็เปิดกล่องใต้เบาะได้ทันที ส่วนพื้นที่ใต้เบาะใช้งานได้อย่างเอนกประสงค์ ด้วยขนาดไซส์ XL ความจุถึง 17 ลิตร พร้อมถังน้ำมันขนาดใหญ่ 5.4 ลิตร นิว เวฟ125ไอ ให้สมรรถนะการขับขี่ที่รวดเร็วทันใจ ด้วยเครื่องยนต์ 125 ซีซี 4 จังหวะ ระบบหัวฉีด PGM-FI ให้อัตราเร่งดีเยี่ยม ตอบสนองการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างคุ้มค่า โดยมีอัตราประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 71.4 กม./ลิตร ผ่านการทดสอบภายใต้มาตรฐานไอเสียระดับ 7 โดยสถาบันยานยนต์ และมั่นใจทุกครั้งที่ขับขี่ด้วยดิสก์เบรกหน้า ฮอนด้า พร้อมวางจำหน่ายเจ้า เวฟปลาวาฬ Wave125i 2021 สีเทาใหม่ Metallic Matte Gray พร้อมกับอีก 3 เฉดสีเดิมที่เพิ่มความโดดเด่นด้วยสีสันแบบสปอร์ตทูโทน ในรุ่นล้อแม็ก ได้แก่ สีน้ำเงิน-แดง, สีดำ-แดง และสีขาวแดง ราคาแนะนำ 56,000 บาท และในรุ่นล้อซี่ลวด สีดำ, สีแดง-ดำ และสีน้ำเงิน-ดำ ราคาแนะนำ 53,800 บาท ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของ นิวฮอนด้าเวฟ 125 ไอ ได้ที่ เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Keeway GT270 & GT270 Extreme สเปก

Keeway GT270 & GT270 Extreme สเปก ราคา และรายละเอียดอื่นๆ Keeway GT270 & GT270 Extreme สปอร์ตสกู๊ตเตอร์ที่สุดแห่งความคุ้มค่า เด่นเรื่องราคา มาพร้อมฟังก์ชันทันสมัย ระบบไฟ LED ทั้งคันพร้อมเดย์ไทม์รันนิงไลท์ ระบบเบรก ABS ตอบโจทย์การใช้งานเบื้องต้นได้สบายๆ ราคา 119,900 บาท รุ่น Extreme ราคา 134,900 บาท  สเปค     Keeway GT270 & GT270 Extreme สเปก ราคา และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ สูบเดียว 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 278.2 ซีซี แรงม้า (เคลม) 22 แรงม้าที่ 7,250 รอบ แรงบิด (เคลม) 23 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบ ระบบวาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 75.0 X 63.0 ม.ม. อัตราส่วนการอัด 11.0:1 ระบบเกียร์ CVT ระบบจุดระเบิด TCI ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดไฟฟ้า ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แห้ง ชนิดแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางอัตโนมัติ ยางหน้า 110/70-13 แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 130/70-13 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คเทเลสโคปิก ขน่าด 34 ม.ม. ระบบกันสะเทือนหลัง ยูนิตสวิงและโช้คหลังคู่ OKD ซับแทงก์ปรับพรีโหลดได้ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 240 ม.ม. และระบบเบรก ABS เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 220 ม.ม. และระบบเบรก ABS ยาว X กว้าง X สูง 1,930 X 800 X 1,130 มม. ระยะฐานล้อ 1,390 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 135 ความสูงเบาะ NA น้ำหนักรถ 147 กก. ความจุถังน้ำมัน 12 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ระบบเบรก ABS   รุ่น Extreme อ่านข่าว Yamaha อื่นๆ คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

  • All Posts
    •   Back
    • MOTOGP
    • WSBK
    • F1
    • SBM Trackday & Trophy
กวาตาราโร่รับต้องลุ้น แต่มิลเลอร์มั่นใจ! Yamaha V4 MotoGP มาถูกทาง

Yamaha V4 MotoGP เครื่องยนต์ใหม่จากทางยามาฮ่าสำหรับใช้สู้ศึกในการแข่งขัน MotoGP ที่ดูเหมือนว่ายังต้องมีบางอย่างที่ต้องปรับอีกหลายจุด

22 September 2025
  • All Posts
    •   Back
    • MOTOGP
    • WSBK
    • F1
    • SBM Trackday & Trophy
วาเลนตีโน รอสซี วางเป้าหมายของ VR46 ฤดูกาล 2025

วาเลนตีโน รอสซี วางเป้าหมายของ VR46 ฤดูกาล 2025 วาเลนตีโน รอสซี นายใหญ่ของทีมรองค่าย Ducati อย่าง VR46 Racing Team ที่เจ้าตัวออกมาเผยว่าตัวเขานั้นคาดหวังไว้อย่างสูง สำหรับการรีดฟอร์มเก่งในการไล่ลาโพเดียมของทีมประจำฤดูกาล 2025 ที่กำลังจะเปิดฉากในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้  “ผมคาดหวังกับทีมในการแข่งขันฤดูกาล 2025 ไว้สูงมาก เพราะในฤดูกาลนี้ทีมของเราเหมือนเป็นทีมรองในอันดับสองที่ใช้รถจากค่าย Ducati ในการแข่งขัน ดังนั้นผมเองก็หวังว่าเราจะสามารถต่อสู้เพื่อโพเดียม และชนะการแข่งขัน และหากเป็นไปได้ ผมเองก็หวังที่จบตำแหน่งสูง ๆ ในตารางคะแนน หรือเรียกง่าย ๆ ว่าผมอยากให้ทีมนั้นติดท็อปไฟว์ในการแข่งขันทุกสนาม”  “เรามีความสุขอย่างมากที่มีนักแข่งสัญชาติอิตาลีถึงสองคนในทีม ผมคิดว่าเราสามารถแข่งขันได้อย่างแข็งแกร่ง” อีกทั้ง ‘พ่อหมอ’ ยังออกมาเผยถึงฟรานโก้ โมบิเดลี นักบิดคนใหม่ล่าสุดของทีม ว่าการที่ทีมได้ตัวของ ‘แฟรงกี้’ เข้ามาอยู่ในทีมถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะแฟรงกี้เองก็เป็นอดีตเด็กปั้นจากอะคาเดมีของ VR46 Riders Academy และเคยพาอะคาเดมี่นี้ได้แชมป์โลก Moto2 ในฤดูกาล 2017  “การได้โมบิเดลี่เข้ามาอยู่ในทีมถือเป็นสิ่งที่พิเศษมากสำหรับเรา เพราะเขาเองเป็นนักแข่งที่เติบโตมาจากอะคาเดมีของเรา และเราก็อยู่เคียงข้างกันมาตลอดในอาชีพของเขา ดังนั้นการได้เข้ามาอยู่ในทีมก็เหมือนเป็นการเติมเต็มส่วนที่ขาดให้สมบูรณ์ และเราหวังว่าเราจะเป็นทีมที่แข็งแกร่งมากขึ้น” สองนักบิดของทีมอย่าง ฟาบิโอ ดิ จิอันนันโตนิโอ และฟรานโก้ โมบิเดลลี่ จะขับขี่รถจากค่าย Ducati ลงแข่งขันในฤดูกาลนี้ โดยในรายของฟาบิโอจะขับขี่รถสเปคเดียวกันกับทีมโรงงานอย่าง Ducati GP25 และแฟรงกี้จะขับขี่ในสเปครองลงมาอย่าง Ducati GP24 โดยรายละเอียดกราฟิกของรถถูกออกแบบให้โดดเด่นด้วยสีเหลืองสะท้อนแสง และสีขาว รวมถึงหมายเลข 46 ที่อยู่เป็นกรอบล้อมรอบหมายเลขของนักแข่งทั้งสองคน “ผมมีความสุขมากกับลวดลายใหม่ เราเดินตามแนวคิดของปีที่แล้วร่วมกับ Aldo Drudi ผู้ออกแบบคนสำคัญของผม และรถแข่งสีเหลืองสะท้อนแสงนี้ก็เหมือนเป็น ‘รถของเรา’ และตอนนี้ที่เพิ่มลวดลายพระอาทิตย์และพระจันทร์รวมถึงเลข 46 มันยิ่งพิเศษมากขึ้น” โดยทีมของพ่อหมอจะเริ่มลงทำการทดสอบอีกครั้งในการทดสอบที่สนามเซปัง ประเทศมาเลเซียในระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ และจะลงแข่งขันในนัดเปิดสนามรายการ ThaiGP 2025 ในระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เป้กโก้ มอง มาร์กมีทักษะการขับขี่ที่น่าสนใจ

เป้กโก้ มอง มาร์กมีทักษะการขับขี่ที่น่าสนใจ เป้กโก้ ฟรานเชสโก้ บัญญาย่า และมาร์ก มาร์เกซสองนักบิดจากทีมโรงงานดูคาติที่ทั้งคู่รวมกันมีแชมป์มากถึง 11 สมัย โดยเป้กโก้ได้ออกมาเผยว่าทีมเมทแชมป์โลก 8 สมัยของเจ้าตัวนั้นมีทักษะการขับขี่ที่มีความน่าสนใจ และเป้กโก้เองก็เคยศึกษาการขับขี่ของมาร์ก มาร์เกซอีกด้วย  โดยจุดที่เป้กโก้ประทับใจ และต้องการศึกษาจากการขับขี่ของมาร์ก มาร์เกซ ได้แก่การขับขี่บนแทร็กที่มีความลื่นได้อย่างยอดเยี่ยม และวิธีการเข้าโค้งของแชมป์โลก 8 สมัยซึ่งก็เป็นจุดที่น่าสนใจไม่น้อย “มาร์กมีสองทักษะที่ผมประทับใจมาก อย่างแรกคือวิธีในการขับขี่บนแทร็กที่ลื่น เขาสามารถหาเทคนิคการขับขี่บนสนามแข็งประเภทนั้นได้อย่างยอดเยี่ยม และสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือวิธีการเข้าโค้งซ้ายของเขา เขาทำอะไรบางอย่างที่แตกต่างจากคนอื่นทั้งหมด ผมลองพยายามแล้ว แต่ทุกครั้งที่ผมทำ ผมมักจะเสียการควบคุมที่ล้อหน้า ดังนั้นผมต้องเรียนรู้การขับขี่ของเขา” นโยบายนักบิดต้องแบ่งปันข้อมูลกัน นโยบายของทางดูคาติมีการเผยว่านักบิดต้องมีการแบ่งปันข้อมูลซึ่งกันและกันภายในทีม อีกทั้งทางดูคาติยังมีการจัดทำรายงานหลังการแข่งขันสำหรับนักบิดแต่ละคน โดยในรายงานดังกล่าวจะมีการระบุถึงจุดแข็ง และจุดอ่อนเพื่อช่วยพัฒนาผลงานการขับขี่  “ปกติผมจะดูข้อมูลของนักบิดดูคาติที่มีการแข่งขันสูงทั้งหมด เพราะนักบิดหลายคนทำสิ่งที่แตกต่างกันได้ดี ดังนั้นมันสำคัญและน่าสนใจที่จะดูวิธีที่นักบิดคนอื่นใช้ทำเวลาต่อรอบ ตัวอย่างเช่น การแข่งขันที่สนามเฆเรซเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งผมก็เรียนรู้จากมาร์กในการเข้าโค้งที่ 7 และ 8” ซึ่งแน่นอนว่าการเรียนรู้จากการขับขี่ในนักแข่งระดับท็อปเป็นที่มาร์ก มาร์เกซเห็นด้วย เพราะตัวเขาเองก็ได้ดู และเรียนรู้การขับขี่จากเป้กโก้ และมาร์ติน ที่ทั้งสองเป็นนักบิดที่เร็วที่สุดในการแข่งขันเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา  “แน่นอนว่าคุณต้องดูนักบิดดูคาติระดับท็อปทั้งหมด และเมื่อปีที่แล้ว โดยเฉพาะครึ่งแรกของฤดูกาล ผมดูสิ่งที่เป็กโกและมาร์ตินทำเยอะมาก เพราะทั้งสองคนเป็นนักบิดที่เร็วที่สุด แต่โดยเฉพาะเป็กโก เพราะเขาอยู่ในทีมโรงงาน เพื่อพยายามเข้าใจการตั้งค่า จากนั้นในครึ่งหลังของฤดูกาลมันก็เปลี่ยนไป เพราะผมเริ่มทำในแบบของตัวเองมากขึ้น เพราะผมเริ่มเข้าใจตัวรถและสิ่งที่ผมต้องการดีขึ้น แต่มันเป็นกลยุทธ์ที่ดีของดูคาติที่แบ่งปันข้อมูลระหว่างนักบิดทุกคน เพราะแบบนี้การพัฒนาก็ง่ายขึ้น” เป็นอีกหนึ่งคู่จากทีมโรงงาน Ducati ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘เต็งแชมป์’ ตั้งแต่ยังไม่เริ่มการแข่งขันในฤดูกาล 2025 โดยมาร์ก และเป้กโก้จะจับมือพาทีมโรงงานสร้างความยิ่งใหญ่ด้วยการคว้าอันดับหนึ่งในทุกโพเดียมได้หรือไม่ เหล่าสาวกต้องติดตาม โดยการแข่งขันนัดเปิดสนามในการแข่งขัน Thai GP จะเปิดฉากในระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2568 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

คลายความกดดัน ? Gigi Dall’Igna เผย ไม่คิดว่า Ducati จะดีเท่าปีที่แล้ว

คลายความกดดัน ? Gigi Dall’Igna เผย ไม่คิดว่า Ducati จะดีเท่าปีที่แล้ว Gigi Dall’Igna หัวเรือคนสำคัญของทีมโรงงาน Ducati ออกมาคลายความกดดัน หรือเผยทริคปลุกใจอะไรบางอย่างหรือไม่ เพราะจู่ ๆ จีจี้ก็ได้ออกมาเผยกับสื่อว่าตนนั้นไม่คิดว่าทีมแข่งในปี 2025 นี้จะทำผลงานออกมาได้ดีเท่าปีที่แล้ว แม้ว่าทีมโรงงาน Ducati อย่าง ‘Ducati Lenovo’ จะมีสองนักแข่งที่ดีที่สุดในกริดเลยก็ว่าได้อย่าง ‘เป้กโก้’ ฟรานเชสโก้ บัญญาย่า และทีมเมทของใหม่ของทีม มาร์ก มาร์เกซ เจ้าของแชมป์โลก 8 สมัย แต่จีจี้ ผู้จักการทีม Ducati ก็ออกมายอมรับว่า การที่ทำให้ทีมแข่งในปีนี้ทำผลงานให้เหมือนกับความยิ่งใหญ่ของฤดูกาลที่แล้วนั้นค่อนข้างเป็นเรื่องที่ยาก “ผมคิดว่ามันซับซ้อนและอาจเป็นไปไม่ได้ที่จะทำได้ดีกว่าปีที่แล้ว แต่แน่นอนว่าเราสามารถพัฒนาตัวเองได้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายหลักของเรา คือการคว้าแชมป์นักแข่งและแชมป์ผู้ผลิต ดังนั้นสิ่งสำคัญไม่ใช่การทำได้ดีกว่าฤดูกาลที่แล้ว สิ่งสำคัญคือการชนะทั้งสองแชมป์” ซึ่งในการแข่งขันรอบกรังด์ปรีซ์เมื่อฤดูกาล 2024 ทีมโรงงาน Ducati ก็สามารถเค้นฟอร์มร้อนแรงคว้าชัยในการแข่งขันไปถึง 19 สนาม แม้ในการแข่งขันสนามที่ 3 จะพลาดท่าเสียชัยชนะให้กับ Aprilia ไปแต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจใด ๆ กับทีม เพราะสี่อันดับแรกของตารางคะแนนชิงแชมป์โลกก็เป็นรถจากค่าย Ducati ที่จับจองพื้นที่หัวตารางเป็นที่เรียบร้อย ตารางคะแนนชิงแชมป์โลก รถที่ใช้ คะแนน Jorge Martin Ducati 508 Francesco Bagnaia Ducati 498 Marc Marquez Ducati 392 Enea Bastianini Ducati 386 Brad Binder KTM 217   อีกทั้งยังแสดงถึงความเป็นเจ้าสนามด้วยการคว้าแชมป์ประเภทผู้ผลิตด้วยคะแนน 722 คะแนนห่างจากอันดับของอย่าง KTM ถึง 395 คะแนน ทีมผู้ผลิต คะแนน Ducati 722 KTM 327 Aprilia 302 Yamaha 124 Honda 75   อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทีมโรงงานจะสามารถกระชากแชมป์โลก 8 สมัยเข้ามาเป็นนักบิดของทีมได้ แต่ทาง Ducati เองก็ต้องเสียแชมป์โลกคนปัจจุบัน ‘ฆอร์เก้ มาร์ติน’ ให้กับทีมโรงงาน Aprilia เสียเอเนีย บาสเตียนินี่ มาร์โก เบซเซคคี่ และการเสียทีม Prima Pramac ให้กับ Yamaha แต่หัวเรือของ ‘เจ้าสนาม’ รายนี้ก็ยังคงคิดว่าสองคู่หูใหม่นี้จะเป็นตัวเต็งในการคว้าแชมป์ฤดูกาลนี้ “เรามีนักแข่งแชมป์โลกสองคน และในมุมมองของผม พวกเขาคือนักแข่งที่ดีที่สุดในสนามในปี 2025” “เป้กโก้ (ฟรานเชสโก บัญญาญ่า) เป็นนักแข่งที่ยอดเยี่ยมที่พาเรากลับมาคว้าแชมป์นักแข่งอีกครั้งในปี 2022 เขาสามารถยืนยันตำแหน่งของเขาได้ในปีถัดมา และต่อสู้อย่างสุดกำลังเพื่อชิงแชมป์โลกมาตลอด “ส่วนมาร์ค (มาร์เกซ) เป็นหนึ่งในนักแข่งที่ดีที่สุด ไม่ใช่แค่ใน MotoGP ยุคปัจจุบัน แต่บางทีอาจเป็นตลอดกาล “เขาเคยมีอาการบาดเจ็บรุนแรง จากนั้นเขาก็ได้ร่วมงานกับเราปีที่แล้ว [ในทีมเกรซินี] และทำสิ่งที่ยอดเยี่ยม เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่มีเขาอยู่ในทีมของเรา” สองคู่หู มาร์ก และ เป้กโก้ จะลงซ้อมอย่างเป็นทางการอีกครั้งในการซ้อมที่สนามเซปัง ประเทศมาเลเซีย ในช่วงระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ ก่อนที่จะลงแข่งขันอย่างเป็นทางการในนัดเปิดสนาม Thai GP ในช่วงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2568 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

ไว้อาลัย