SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Mazda Flair Wagon 2026 รถ K-Car รุ่นใหม่จากญี่ปุ่น มาพร้อมรุ่น Tough Style สายลุย ประหยัดน้ำมันสูงสุด 25.1 กม./ลิตร และเทคโนโลยีความปลอดภัยครบครัน

Honda Civic Type R รับแคมเปญ มูลค่า 600,000 บาท พร้อมโปรฯ แนะนำเพื่อนรับบัตรน้ำมัน 3 หมื่น จองด่วนถึง 6 เม.ย. 69

Honda Prelude 2026 วางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ นำเข้าอิสระโดยเกรย์มาร์เก็ต และโอกาสที่ฮอนด้าประเทศไทยจะนำเข้ามาเองในอนาคต

ข่าวใหญ่ยานยนต์ปี 2569 Nissan ประกาศขายโรงงาน Rosslyn ในแอฟริกาใต้ให้ค่ายรถจีน Chery พร้อมโอนย้ายพนักงาน เตรียมเปลี่ยนบทบาทเป็นผู้นำเข้าเต็มตัว

Mitsubishi eK Space 2025 รุ่นล่าสุดจากญี่ปุ่น ดีไซน์ใหม่ทรง Cube-shaped ห้องโดยสารกว้างขวาง และประหยัดน้ำมันถึง 21 กม./ลิตร

มอเตอร์ไซค์ขี่ขึ้นดอยได้ แต่ทำไม "ห้ามมอเตอร์ไซค์" ใช้สะพานข้ามแยก?

เปลี่ยน "รถทำผิดกฎ" เป็น "โบนัสปีใหม่" สรุปวิธีล่า "ส่วนแบ่งค่าปรับจราจร" และเงินรางวัลหลักหมื่น!

foodpanda Thailand ประกาศปิดกิจการ ไรเดอร์ไม่ได้ไปต่อ เป็นข่าวด่วน ข่าวสั้น และเป็นข่าวที่น่าใจหาย สำหรับสายกินที่ชื่นชอบการสั่งอาหารมาทานเป็นชีวิตจิตใจ ล่าสุดหนึ่งในผู้ให้บริการเดลิเวอรี่รายใหญ่ หัวใจสีชมพูอย่าง foodpanda Thailand ประกาศยุติการประกอบกิจการฟู้ดแพนด้า แพลตฟอร์มจัดส่งอาหารและสินค้าในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคมเป็นต้นไป โดยระบุว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ขับเคลื่อนธุรกิจร่วมจัดส่งความสุข ผ่านทุกๆ ออเดอร์ให้แก่ลูกค้าทุกท่านในประเทศไทย เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับใช้ลูกค้าที่รักยิ่งของเรา และได้รับการสนับสนุนที่ดีมาโดยตลอดจากร้านค้า พารท์เนอร์ และไรเดอร์ทุกท่าน ที่ร่วมเป็นผู้ขับเคลื่อนความสำเร็จที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสภาพตลาดในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับกลยุทธ์ระยะยาวของฟู้ดแพนด้าอีกต่อไป เรามีความเสียใจอย่างยิ่งที่การเดินทางของเราต้องสิ้นสุดลง และเราขอขอบพระคุณลูกค้าทุกๆ ท่านที่เชื่อมั่นในฟู้ดแพนด้าเสมอมา นับว่าเป็นข่าวที่ค่อนข้างใจหาย สำหรับการบริหารที่ขาดทุนต่อเนื่องถึง 5 ปีรวมมูลค่ากว่า 1.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งตัวเลขเหล่านี้ก็น่าจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ยุติกิจการในครั้งนี้ สำหรับสาวกที่ใช้บริการฟู้ดแพนด้าเป็นประจำ ถึงว่า..ช่วงหลัง ๆ มานี้ ไม่ค่อยได้เห็นฟู้ดแพนด้าวิ่งในบ้านเรา ข่าวนี้น่าจะเป็นเหตุผลที่ชัดเจนที่สุด อย่างว่าในเรื่องของการแข่งขัน การบริการและความถูกใจของลูกค้าก็ต้องมาเป็นอันดับหนึ่งอยู่แล้วหล่ะครับ ยิ่งแบรนด์ไหนมีโปรโมชันดี ๆ ส่วนลดเยอะ ๆ ผู้คนน่าจะใช้บริการมากยิ่งขึ้น และดูเหมือนว่าทาง Lineman จะมีความสนใจที่จะเข้าซื้อกิจการสีชมพูนี้ แต่ก็ไม่ได้มีรายละเอียดความคืบหน้าเผยออกมาหรือว่าตกลงกันไม่ได้ซะยังไงอย่างนั้น เลยปิดกิจการไปซะเลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 MT-09 PHEV เครื่องไฮบริด เสียบปลั๊กได้ พึ่งจะออกตัวซูเปอร์เน็กเก็ดพร้อมระบบชิฟเกียร์ Y-AMT ไปเมื่อไม่นาน ทางค่ายยามาฮ่าก็พร้อมที่จะต่อยอดนวัตกรรมสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ที่มาพร้อมความทันสมัยในอนาคต ล่าสุด ทางแบรนด์ได้เผยคลิปการทดสอบ 2025 MT-09 PHEV รถต้นแบบในรหัสใหม่ที่มาพร้อมเทคโนโลยีไฮบริด แนวทางใหม่ที่จะผสานทั้งสมรรถนะและความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งถือเป็นการปูทางสู่อนาคตของรถสองล้ออันทรงพลังและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น เครื่องยนต์ CP3 ยัดมอเตอร์ไฮบริดในรุ่นนี้ ในคลิปยังเปิดเผยให้เห็นถึงการทดสอบพร้อมข้อมูลรายละเอียดในบางส่วน สำหรับฟังก์ชันการทำงานเจ้าระบบไฮบริดรุ่นนี้ โดยทดสอบกับเจ้าเน็กเก็ดตัวท็อปอย่าง MT-09 รุ่นนี้ ซึ่งยังคงใช้พื้นฐานเครื่องยนต์สันดาปแบบ CP3 3 สูบ 890 ซีซี พร้อมคาแรคเตอร์การตอบสนอง บิด เด้ง เร่ง ลอย มาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และสิ่งพิเศษสำหรับรุ่นไฮบริดคันนี้ก็คือ ทางค่ายได้ทำการยัดระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า PHEV หรือปลั๊กอิน ไฮบริด เพื่อเพิ่มเป็นทางการเลือกสำหรับการใช้งาน อีกทั้งยังสามารถทำงานควบคู่กับเครื่องยนต์สันดาปภายในเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตอบสนองอันเร้าใจมากขึ้นกว่าเดิม โดยมาพร้อมกับโหมดขับขี่ให้เลือก 3 รูปแบบได้แก่ EV Mode หรือโหมดไฟฟ้าเพรียว ๆ จ๋า ๆ ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว เหมาะสำหรับการขับขี่ที่ใช้เครื่องยนต์รอบต่ำ ขับขี่ในเมือง ปลอดภัย เสียงเงียบไม่รบกวนชุมชนรอบข้างและ ไร้มลพิษ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย Hybrid Mode โหมดนี้จะใช้ทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ทำงานร่วมกัน ให้ความเร็ว แรงและประหยัด Engine Mode โหมดนี้จะใช้เครื่องยนต์ล้วน ๆ สำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการสมรรถนะแบบเต็มพิกัด มีระบบ Y-AMT ติดตั้งมาไว้ให้ใช้งาน นอกจากนี้ ทางค่ายยังได้ยัดระบบ Y-AMT หรือระบบชิฟเกียร์แบบใหม่มาพร้อมกับคลัตช์ไฟฟ้า แต่อย่างไรก็ยังคงติดตั้งก้านคลัตช์ปกติเพื่อเป็นอีกหนึ่งฟังก์ชันเพื่อรองรับความเร้าใจในการขับขี่นั่นเอง และเพื่อให้เข้าใจหลักการทำงานของเจ้าระบบนี้มากยิ่งขึ้น Action /Speed เครื่องยนต์สันดาป มอเตอร์ไฟฟ้า (Hybrid) Start – 60 km/h ❌ ✅ 60 km/h ขึ้นไป ✅ ❌ เร่งรอบ บิดหมดปลอก ✅ ✅ *เมื่อความจุแบตเตอรี่ต่ำ ระบบจะปรับฟังก์ชันมาใช้พลังงานจากเครื่องยนต์สันดาปเหมือนเดิม* แม้ยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการชัดเจนว่าเจ้ารุ่น PHEV จะริเริ่มเข้าสู่สายการผลิตเมื่อใด เทคโนโลยีต้นแบบนี้เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าเทคโนโลยีไฮบริดในโลกมอเตอร์ไซค์ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป และหากสามารถผลิตขึ้นมาขายในราคาที่จับต้องได้ อาจจะกลายเป็ยโมเดลใหม่ที่จะเข้ามาปฏิวัติวงการรถสปอร์ตในยุคต่อไปก็เป็นไปได้ครับ อย่างไรก็ตาม ใครที่อยากลองรถพร้อมเทคใหม่เอามาใช้งาน ก็ลองเจ้า MT-09 Y-AMT รุ่นนี้ไปก่อน ซึ่งแอดมินได้ลองเทสแล้ว ขับขี่สบายมากขึ้นเป็นโข และถ้ายิ่งมีระบบไฮบริดเข้ามาด้วยหล่ะก็..ไม่อยากจะพูดเลยว่ามันจะดีขนาดไหน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

นึกว่าศูนย์รวมรถชื่อดังระดับโลกสานฝันคนงบน้อย ใครอยากมีรถบิ๊กไบค์..แต่ตังในกระเป๋าไม่เป็นใจ ผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ในประเทศจีนอย่าง Jiangsu Sukuli หรือเจ้าของแบรนด์ Sukuli Motorcycle ก็พร้อมจะเป็นวาสนาคู่ใจเหล่าไบค์เกอร์ โดยล่าสุดทางแบรนด์ได้เปิดตัวสปอร์ตไบค์งานพรีเมียม มิลเลอร์ในชื่อโมเดลต่าง ๆ ชูโรงโดย Sukuli S1000RR SukuliCorse รหัสอาจจะดูคุ้น ๆ แต่คงไม่คุ้นเท่าโฉมจริงตัวเป็น ๆ เหมือนยันเงา พร้อมจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์ม Made-in-China.com @bieugarcia Bmw moto ou Suzuki moto?? Ou a Chinesa SUKULI ?? #bmw #honda #suzuki #motorcycle #moto ♬ som original – bieu สำหรับการออกแบบเจ้าซูคูลี่ในหลาย ๆ รุ่น ก็คล้ายคลึงกับโมเดลซูดเปอร์ไบค์จากค่ายอื่นแหล่ะครับ ซึ่งอาจเป็นการใช้ชื่อและรูปลักษณ์ที่ใกล้เคียงเพื่อดึงดูดความสนใจ แต่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับแบรนด์ต้นฉบับแต่อย่างใดทั้งสิ้น ซึ่งถ้าหากเราไม่ได้มองบูลลี่แบบมากมายอะไรนัก ถือว่าแบรนด์เขาค่อนข้างมีฝีมือทีเดียว กว่าจะออกแบบโครงสร้างแต่ละส่วนทั้งภายในและภายนอกให้ดูเหมือนกับต้นฉบับนับว่ายากพอควรแล้ว โดยรุ่นดังทั้งหมดจะมีให้เลือกทั้งสเปค 250 ซีซี และรุ่น 400 ซีซีด้วยกัน แบ่งเป็นแรงม้าสำหรับรุ่น 250 ซีซี จะให้แรงม้ามาทั้งหมด 15.6 แรงม้าที่ 7,000 รอบ แรงบิด 17 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบ ส่วนรุ่น 400 ซีซีจะให้แรงม้ามาทั้งสิ้น 28 แรงม้าที่ 8,300 รอบ แรงบิด 28 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบ สเปคเครื่องยนต์คร่าว ๆ จะประมาณนี้ ช่วงล่างให้มาดีหน่อย จานดิสก์เบรกคู่อัดคาลิเปอร์ 4 ลูกสูบ พร้อมโช้คหัวกลับ และโช้คเดี่ยวด้านหลังและให้ยางไซส์สปอร์ต 110/70 และ 150/70 ล้อขอบ 17 นิ้ว สวยงามตามแบบฉบับรถสปอร์ตงานมิลเลียมของเขาหล่ะครับ ซึ่งไม่ได้มีเพียงโมเดลรุ่นนี้เท่านั้นนะครับ ยังมีโมเดลอื่น ๆ ที่ไม่ได้กล่าวอีกหลายรุ่น ที่คุณกำลังคิดว่าเขาจะเลียนแบบหรือไม่..ทำแน่นอน และทำออกมาเหมือนต้นฉบับจริง ๆ อย่างเช่น SukuliCorse, Suzuki, KTM, Honda, Yamaha เหมามาหมด ใช้พื้นฐานเครื่องยนต์เดียวกัน @sgbikemart One Price get 3 different branding! 😆😆😆😆😆 Introducing Sukuli: the love child of Suzuki, Ducati, and BMW all in one! 🏍✨ #playsobig #sukuli #SukuliMagic #RideRemix #MotorcycleMashup #sukulicorse #sukulis1000rr ♬ Funny lazy donkey (hilarious song)(937200) – LEOPARD คงอยากคนอยากขี่มากมายแต่ในเรื่องของปัจจัยของเขาอาจจะไม่ถึงจริง ๆ ก็ได้ครับ สุดท้ายนี้ ใครที่อยากได้โมเดลเหล่านี้จริง ๆ ย้ำว่าอยากได้จริง ๆ อาจจะต้องอดใจรอกันซักแปปนึง เพราะตอนนี้ยังไม่มีกำหนดขายปลีกซึ่งอาจจะต้องรอดีลเลอร์ใจดีที่เห็นโอกาสการเติบโตในอนาคตก็เป็นไปได้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

TIGER 900 ARAGÓN EDITIONS ตัวเต็งสายลุย เปิดตัวแล้ว เพื่อเป็นการฉลองชัยชนะจากการแข่งขันระดับโลกอย่าง Baja Aragón ล่าสุด ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ เปิดตัว TIGER 900 ARAGÓN EDITIONS กับโมเดล 2 รุ่นพิเศษอย่าง Tiger 900 Rally Aragón และ Tiger 900 GT Aragón ทัวริ่งแอดเวนเจอร์อิดิชันใหม่ในตระกูล Tiger ที่จะเปิดจำหน่ายเฉพาะปี 2023 นี้เท่านั้น ซึ่งทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับการตกแต่งที่ไม่เหมือนใคร เดี๋ยวไปดูแต่ละโมเดลว่ามีอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง สำหรับ Tiger 900 Rally Aragón มาพร้อมการตกแต่งด้วย 3 สีหลักที่ประกอบไปด้วย สี Matt Phantom Black สี Matt Graphite และสี Crystal White ตัดด้วยสี Racing Yellow ที่โดดเด่นและสะท้อนให้เห็นถึงสไตล์ตัวรถไทรอัมพ์รุ่น Tiger ผสมผสานกับเอกลักษณ์ของ Aragón Edition ได้อย่างลงตัว เช่นเดียวกับการออกแบบเบาะนั่งใหม่ด้วยคู่สีที่ไม่ซ้ำใคร ในขณะที่รุ่น Tiger 900 GT Aragón มาพร้อมรายละเอียดในสไตล์ของรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์รุ่น Tiger ที่ผสมผสานกับเอกลักษณ์ความเป็น Aragón Edition อย่างดี นอกจากการออกแบบเบาะนั่งสองสีใหม่แล้ว ยังมาพร้อมกับการตกแต่งด้วย 3 สีที่ประกอบด้วย สี Diablo Red สี Matt Phantom Black และสี Crystal White เพื่อสะท้อนความรู้สึกที่โดดเด่นและสง่างาม โดยขุมพลังทั้งสองรุ่น จะเป็นเครื่องยนต์ 3 สูบเรียง ขนาด 888 ซีซี ระบายความร้อนด้วยของเหลว มาพร้อมกับนวัตกรรมเพลาข้อเหวี่ยงแบบ T-Plane เคลมกำลังแรงม้าสูงสุดที่ 94 แรงม้าที่ 8,750 รอบนาที และแรงบิด 87 นิวตันเมตรที่ 7,250 รอบต่อนาที พร้อมระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์แบบ Multipoint sequential และระบบเกียร์ 6 สปีด รวมถึงแอสซิสต์แอนด์สลิปเปอร์คลัตช์ ควิกชิฟเตอร์แบบ 2 ทาง และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยมาตรฐาน EURO 5 ถึงจะเป็นโมเดลตระกูลเดียวกัน แต่ยังคงแแบ่งความแตกต่างด้วยระบบช่วงล่างที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเจ้าแรลลี่รุ่นนี้จะได้โช้คอัพจากแบรนด์ Showa ที่ปรับแต่ง เพื่อตอบสนองสมรรถนะสายลุยทางออฟโรดโดยเฉพาะ โดยโช้คหน้าเป็นแบบหัวกลับขนาด 45 มม. มีระยะยุบที่ 240 มม. ส่วนโช้คหลังเป็นโช้คเดี่ยว มีระยะยุบที่ 230 มม. สามารถเซ็ทพรีโหลดได้ทั้งหน้าและหลัง มาพร้อมล้อซี่ลวดด้านหน้าขนาด 21 นิ้ว ยาง 90/90 และด้านหลังขนาด 17 นิ้ว ยาง 150/70 สำหรับเจ้า GT จะได้โช้คจากแบรนด์ Marzocchi โดยด้านหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับขนาด 45 มม. ระยะยุบ 180 มม. ปรับรีบาวด์และคอมเพรสชันได้ ด้านโช้คหลังเป็นโช้คไฟฟ้า สามารถปรับพรีโหลดและคอมเพรสชันได้ โดยมีระยะยุบที่ 170 มม. ส่วนล้อที่ติดมาในรุ่นนี้จะเป็นล้ออัลลอย ซึ่งด้านหน้าจะมีขนาด 19 นิ้ว ยาง 100/90 และล้อหลังขนาด 17 นิ้ว ยาง 150/70 ด้านระบบเบรกของทั้งสองรุ่นนี้ จะใช้ดิสก์เบรกคู่หน้าแบบลอยตัวขนาด 320 มม. พร้อมคาลิปเปอร์โมโนบล็อก 4 ลูกสูบ จาก Brembo Stylema ส่วนด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 255 มม. ใช้คาลิปเปอร์ลูกสูบเดี่ยวจาก Brembo เช่นเดียวกัน รวมไปถึง อุปกรณ์แครชบาร์ที่ทางค่ายติดมาให้ทั้ง 2 รุ่น ขณะที่เจ้าแรลลี่จะมีส่วนเพิ่มเติมขึ้นมา ในบริเวณรอบถังน้ำมันให้ดูทรงพลังมากยิ่งขึ้น พร้อมที่จะเป็นเสือดุร้ายในสนามแข่งขัน

Honda Lead สีดำ 2024 เรียบหรู สุดเท่ ดีเกินคาด ! กับกระแสจิ้งหรีดในบ้านเรา เรียกได้ว่าจะแวะผ่านทางไหน ก็เจอแต่คนขี่ Lead เต็มไปหมด อันนี้ผมพูดจริง ๆ นะ ไม่เชื่อลองสังเกตุดู และด้วยกระแสที่ตอบรับดีเกินคาดขนาดนี้ ล่าสุด ไทยฮอนด้า ประกาศเปิดตัว Lead125 สีดำ สีใหม่ล่าสุด มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “Be More in minimal เป็นได้มากกว่า ในสไตล์ที่ใช่” ให้ความเท่ โดดเด่น มีพลัง ผสานความมินิมอลและความทันสมัยกับเทคโนโลยีสุดล้ำ และฟังก์ชันการใช้งานรอบคันที่รองรับไลฟ์สไตล์ของคนเมืองอย่างลงตัว โดยโมเดลใหม่ล่าสุดนี้ มาพร้อมคาแรคเตอร์ที่เรียบง่ายแต่ดูเท่ ด้วยดีไซน์ด้านหน้าเป็นเส้นสายโครเมียม ทำให้รถดูโดดเด่นกับรูปทรงที่ไม่เหมือนใคร ขับความเป็นตัวตนให้ดูมีสไตล์ได้ไม่หลุดโทน นอกจากตัวดีไซน์ที่ตอบโจทย์ ในส่วนของสมรรถนะการขับขี่ LEAD125 ยังมาพร้อมเครื่องยนต์ eSP+ 4 วาล์ว 125 ซีซี เคลมอัตราประหยัดน้ำมันสูงถึง 52.6 กม./ลิตร จากการทดสอบภายใต้มาตรฐานไอเสียระดับ 7 รับรองโดยสถาบันยานยนต์ พร้อมระบบหยุดเครื่องยนต์อัตโนมัติ Idling Stop System มั่นใจด้วยดิสก์เบรกหน้า ที่มาพร้อมระบบ Combi Brake ช่วยกระจายแรงเบรกหน้า-หลัง และยังคงความล้ำสมัยด้วยเทคโนโลยีฟังก์ชันการใช้งานที่ให้ความสะดวกสบายรอบคัน ด้วยกุญแจรีโมตอัจฉริยะที่สตาร์ตรถโดยไม่ต้องใช้กุญแจ ช่องเสียบสายชาร์จ และช่องเก็บของใต้เบาะที่ใหญ่ที่สุดในรถตระกูลออโตเมติกคลาส 125 ซีซี ของเมืองไทย ที่สามารถใส่หมวกกันน็อคเต็มใบได้ถึง 2 ใบ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ จบ ครบ ในคันเดียว นอกจากสีดำแล้ว Honda LEAD125 ยังมีสีอื่นให้เลือกอีกหลายสีรวม 4 เฉดสี ได้แก่ สีขาว, สีแดง, สีน้ำเงิน พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ รับชมสเปคได้ คลิ๊กที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda CB1300 SUPER FOUR สเปก ราคา และรายละเอียดต่างๆ Honda CB1300 SUPER FOUR 2021 บิ๊กไบค์ระดับตำนานจากฮอนด้า ตอนนี้กลับมาให้คุณได้เป็นเจ้าของอย่างเป็นทางการแล้ว โดดเด่นด้วยดีไซน์แบบคลาสสิค เท่ ไร้กาลเวลา พร้อมสมรรถนะที่ดีเยี่ยม ราคาแนะนำ 575,000 บาท สเปค Honda CB1300 SUPER FOUR สเปก ราคา และรายละเอียดต่างๆ เครื่องยนต์ 4 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 1,284 ซีซี แรงม้า (เคลม) 113 แรงม้าที่ 7,750 รอบ (สเปกญี่ปุ่น) แรงบิด (เคลม) 112 นิวตันเมตรที่ 6,250 รอบ (สเปกญี่ปุ่น) ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 78.0 X 67.2 ม.ม. อัตราส่วนการอัด 9.6:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด FULL TRANSISTORIZED ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดไฟฟ้า PGM-FI ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ยางหน้า 120/70 ZR17 M/C(58W) แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 180/55 ZR17 M/C(73W) แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คเทเลสโคปิก Showa ปรับพรีโหลด คอมเพรสชันและรีบาวแดมปิ้งได้ ระบบกันสะเทือนหลัง สวิงอาร์มและโช้คเดี่ยว Showa แบบซับแทงก์ ปรับพรีโหลด คอมเพรสชันและรีบาวแดมปิ้งได้ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกคู่พร้อมคาลิเปอร์เบรก Nissin เบรกหลัง ดิสก์เบรก ยาว X กว้าง X สูง 2,200 X 795 X 1,125 ม.ม. ระยะฐานล้อ 1,520 ม.ม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 130 ม.ม. ความสูงเบาะ 780 ม.ม. น้ำหนักรถ 267 ก.ก. ความจุถังน้ำมัน 21.1 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี คันเร่งไฟฟ้าพร้อมโหมดการขับขี่ 3 โหมด, ระบบครูซคอนโทรล, ระบบแอสซิสต์สลิปเปอร์คลัตช์ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda CB1300 SUPER BOL D’OR สเปก ราคา และรายละเอียดต่างๆ Honda CB1300 SUPER BOL D’OR 2021 บิ๊กไบค์ระดับตำนานจากฮอนด้า ตอนนี้กลับมาให้คุณได้เป็นเจ้าของอย่างเป็นทางการแล้ว โดดเด่นด้วยดีไซน์แบบคลาสสิค เท่ ไร้กาลเวลา พร้อมสมรรถนะที่ดีเยี่ยม ราคาแนะนำ 600,000 บาท สเปค Honda CB1300 SUPER BOL D’OR 2021 สเปก ราคา และรายละเอียดต่างๆ เครื่องยนต์ 4 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 1,284 ซีซี แรงม้า (เคลม) 113 แรงม้าที่ 7,750 รอบ (สเปกญี่ปุ่น) แรงบิด (เคลม) 112 นิวตันเมตรที่ 6,250 รอบ (สเปกญี่ปุ่น) ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 78.0 X 67.2 ม.ม. อัตราส่วนการอัด 9.6:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด FULL TRANSISTORIZED ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดไฟฟ้า PGM-FI ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ยางหน้า 120/70 ZR17 M/C(58W) แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 180/55 ZR17 M/C(73W) แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คเทเลสโคปิก Showa ปรับพรีโหลด คอมเพรสชันและรีบาวแดมปิ้งได้ ระบบกันสะเทือนหลัง สวิงอาร์มและโช้คเดี่ยว Showa แบบซับแทงก์ ปรับพรีโหลด คอมเพรสชันและรีบาวแดมปิ้งได้ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกคู่พร้อมคาลิเปอร์เบรก Nissin เบรกหลัง ดิสก์เบรก ยาว X กว้าง X สูง 2,200 X 825 X 1,205 ม.ม. ระยะฐานล้อ 1,520 ม.ม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 130 ม.ม. ความสูงเบาะ 780 ม.ม. น้ำหนักรถ 273 ก.ก. ความจุถังน้ำมัน 21.1 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี คันเร่งไฟฟ้าพร้อมโหมดการขับขี่ 3 โหมด, ระบบครูซคอนโทรล, ระบบแอสซิสต์สลิปเปอร์คลัตช์ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Suzuki GSX-S1000 2021 สเปก ราคา และรายละเอียดต่างๆ Suzuki GSX-S1000 2021 เน็กเก็ดไบค์เรือธงของซูซูกิที่กลับมาอีกครั้งพร้อมด้วยรูปโฉมใหม่ พร้อมเครื่องยนต์เดิม แต่ปรับจูนใหม่เพื่อให้ผ่านมาตรฐานไอเสียใหม่ โดยที่ยังแรงไม่ตกได้ ราคาจำหน่ายในไทยยังไม่เปิด สเปค Suzuki GSX-S1000 2021 สเปก เครื่องยนต์ 4 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 999 ซีซี แรงม้า (เคลม) 152 แรงม้าที่ 11,000 รอบ แรงบิด (เคลม) 106 นิวตันเมตร ที่ 9,250 รอบ ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 73.4 X 59.0 ม.ม. อัตราส่วนการอัด 12.2:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดไฟฟ้า ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ยางหน้า 120/70 ZR17M/C (58W) แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 190/50 ZR17M/C (73W) แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ KYB ระบบกันสะเทือนหลัง ยูนิตสวิง เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกหน้าคู่ขนาด 310 ม.ม. พร้อมคาลิเปอร์เบรก Brembo Monobloc เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ยาว X กว้าง X สูง 2,115 X 810 X 1,080 ม.ม. ระยะฐานล้อ 1,460 ม.ม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 140 ม.ม. ความสูงเบาะ 810 ม.ม. น้ำหนักรถ 214 ก.ก. ความจุถังน้ำมัน 19.0 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ระบบ Easy Start ระบบแทร็คชันคอนโทรล 5 โหมด ไรดิ้งโหมด 3 โหมด ระบบช่วยเลี้ยงรอบที่รอบต่ำป้องกันเครื่องดับ ระบบเบรก ABS ควิกชิฟเตอร์ 2 ทาง ระบบสลิปเปอร์คลัตช์ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Joan Mir นักแข่งจากทีมโรงงานฮอนด้า ปลดล็อคพาทีมโรงงานขึ้นโพเดียมอีกครั้งในการแข่งขันรอบเมนเรซที่สนามโมเตกิประเทศญี่ปุ่น

Pirelli ซัพพลายเออร์ยางใหม่ของการแข่งขัน MotoGP2027 ซึ่งการเปลี่ยนยางหนนี้หัวเรือใหญ่ของทางดูคาติมองว่านี่คือบทพิสูจน์ครั้งสำคัญ

Öhlins พัฒนาโช้คอัพสำหรับ Ducati Lenovo 2025 Öhlins แบรนด์โช้คอัพคู่ใจของทีม Ducati Lenovo 2025 ยอดทีมประจำศึกการแข่งขัน MotoGP เจ้าของแชมป์ประเภทนักแข่ง 3 สมัย โดยทีมนี้ก้าวขึ้นมาเป็นอันดับต้น ๆ ของการแข่งขันได้เพราะการทีมมุ่งพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรมต่าง ๆ ของตัวรถ Desmosedici GP ที่เปลี่ยนจาก “ตัวแข่งธรรมดา” เป็น “ตัวแข่งที่มีจุดประสงค์ในการไล่ล่าโพเดียม” ไม่เพียงแค่การพัฒนาเครื่องยนต์ให้มีความยอดเยี่ยม แอโร่ไดนามิกที่เหนือชั้น ที่ช่วยให้รถมีความเสถียรมากขึ้นขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง แต่อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจไม่น้อยก็เป็นระบบช่วงล่างที่ได้รับการพัฒนา ซึ่งเดิมทีเป็นโช้คอัพรุ่น TSB46 Carbon Front Fork ที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายในการแข่งขัน MotoGP เพราะทางผู้ผลิตได้เล็งเห็น และเข้าใจว่าการแข่งขัน MotoGP เป็นสนามแข่งขันที่เต็มไปด้วยความเข้มข้นและความกดดันสูง ทั้งจากทีมแข่งและสภาพการแข่งขันที่ต้องการความสมบูรณ์แบบอย่างมาก โดยมีช่องว่างให้ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการเหล่านี้ผู้ผลิตจึงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีระบบกันสะเทือนอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์สำหรับการแข่งขันที่มีความแม่นยำสูงและสมรรถนะในระดับสูง โช้คอัพ Öhlins – MotoGP™ Fork Bottoms โช้คอัพด้านหน้าเจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดเป็นโช้คอัพแบบ UP-Side down ที่ถูกออกแบบดีไซน์ใหม่ จุดที่แตกต่างจากตัวก่อนหน้าเป็นการตัดซับแทงค์ออกไป โดยโช้คต้นนี้จะถูกนำไปใช้ลงสนามในการแข่งขัน MotoGP กับ DUCATI LENOVO TEAM แม้จะพึ่งเปิดตัวทีมไปไม่นาน โช้คอัพเจนใหม่ของทีมโรงงานก็เผยโฉมไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยโช้คอัพคู่นี้คาดการณ์ว่าจะถูกติดตั้ง และนำลงไปทดสอบในช่วงทดสอบ Winter test ที่กำลังจะมาถึงนี้ และไม่เพียงแค่โช้คอัพคู่นี้ แต่ในช่วงนี้ก็เตรียมพบกับเทคโนโลยีช่วยเหลือการแข่งขัน หรือของแต่งระดับเทพตัวใหม่ที่จะออกมาเผยโฉมอีกเรื่อย ๆ โดยโช้คอัพคู่หน้าเจเนอเรชั่นใหม่คู่นี้ อยู่ในขั้นตอนการประกอบขั้นสุดท้าย ก่อนนำไปทดสอบการใช้งานต่อไป เรียกได้เลยว่าเข้าโค้งหนนี้ Ducati Lenovo จัดให้แบบเนียนกริ๊บชนิดที่ว่าแฟน ๆ ต้องตกตะลึงอย่างแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Rookie 2025 อาจตกเป็นของดาวรุ่งแดนกระทิงดุ ? Rookie 2025 หรือ Rookie of the year 2025 รางวัลสำหรับนักแข่งที่ขึ้นมาขับขี่ในการแข่งขันระดับสูงสุดเป็นฤดูกาลแรก แล้วสามารถทำผลงานได้ออกมาอย่างยอดเยี่ยม หรือเรียกให้เข้าใจง่าย ๆ ว่าเป็นรางวัลสำหรับมือใหม่ที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น โดยในฤดูกาล 2025 ที่กำลังจะมาถึงนี้ก็จะมีดาวรุ่งหน้าใหม่ขยับจาก Moto2 ขึ้นมาขับขี่ใน MotoGP ถึงสามคนได้แก่ ไอ โอกูระ, เฟอร์มิน อัลเดเกร์ และสมเกียรติ จันทรา ซึ่งสามชื่อที่ได้กล่าวไปเมื่อข้างต้น ดูผิวเผินเหมือนว่านักบิดสัญชาติญี่ปุ่นจะดูมีความหวือหวามาเป็นอันดับต้น ๆ อาจเป็นเพราะว่าเจ้าตัวสามารถคว้าแชมป์รายการ Moto2 ได้ในหนล่าสุด และการแข่งขันในฤดูกาล 2025 ที่กำลังจะเปิดฉากในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ทั้งสามก็ต่างได้ขึ้นไปกับต้นสังกัดต่าง ๆ ดังนี้ นักแข่ง สังกัดทีม รถที่ใช้แข่งขัน ไอ โอกูระ Trackhouse Racing Aprilia RS-GP25 เฟอร์มิน อัลเดเกร์ Gresini Racing Ducati Desmosedici GP25 สมเกียรติ จันทรา LCR Honda RC213V พอได้ทราบถึง ‘รถแข่งที่ใช้ทำการแข่งขัน’ ของทั้งสามคน เหมือนว่าด้านของนักบิดดาวรุ่งจากแดนกระทิงดุ ‘เฟอร์มิน อัลเดเกร์’ จะดูมีความน่าสนใจมากกว่าสองคนที่เหลือ เพราะศักยภาพของ Ducati Desmosedici หลาย ๆ คนที่ติดตามการแข่งขัน MotoGP ก็น่าจะทราบกันดีกว่ารถจากค่ายนี้มันไม่ธรรมดา การรันตีผลงานในฤดูกาล 2024 ที่สามารถคว้าชัยได้ถึง 19 สนามจากการแข่งขันทั้งหมด 20 สนาม อีกทั้งยังคว้าแชมป์ทีม และแชมป์ผู้ผลิตด้วยคะแนนที่สูงลิ่ว และรถของ ‘ท่านก้อง’ ดูเหมือนว่าจะเสียเปรียบที่สุดในตาราง เพราะ RC213V จากค่ายปีกนกถูกยกให้เป็นรถที่ต้องพัฒนาอีกมาก และตามหลังคู่แข่งอยู่หลายช่วงตัว ตางคะแนนทีม และตารางคะแนนผู้ผลิตก็เป็นทางฮอนด้าที่เหมาอันดับสุดท้ายในตารางคะแนนไปทั้งคู่ ผลงานการทดสอบที่บาร์เซโลนา หลังจากปิดฤดูกาล 2024 ในการแข่งขัน Moto2 เป็นทางด้านของไอ โอกูระที่สามารถคว้าแชมป์โลก Moto2 ได้ด้วยคะแนน 274 คะแนน ทิ้งห่างเฟอร์มิน อัลเดเกร์ที่จบในอันดับที่ 5 ของตารางคะแนน ซึ่งทั้งคู่มีคะแนนห่างกันถึง 92 คะแนน และในรายของสมเกียรติ จันทรา จบในอันดับที่ 12 เก็บคะแนนได้ 104 คะแนน โดยหลังจากปิดฤดูกาลนักแข่งหน้าใหม่ทั้งสามคนก็ได้ทำการลงทดสอบรถใหม่กับต้นสังกัดใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าทั้งสามก็ล้มเทกระจาดทั้งหมด ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร เพราะการขยับมาขับขี่ในรถที่มีซีซีสูงขึ้นก็ย่อมมีการควบคุมที่ยากลำบากมากกว่า ต้องใช้ทักษะ และเรียนรู้กับตัวรถจึงจะสามารถรีดประสิทธิภาพของรถได้ออกมามากที่สุด ผลเวลาที่ทำได้ของทั้งสามคนในการทดสอบที่สนามบาร์เซโลน่า เฟอร์มิน อัลเดเกร์ สามารถทำเวลาได้ดีที่สุด รองมาเป็นไอ โอกูระ และสมเกียรติ จันทรา จบในอันดับสุดท้าย นักแข่ง เวลาต่อรอบเร็วที่สุด เฟอร์มิน อัลเดเกร์ 01:40.56 ไอ โอกูระ 01:40.94 สมเกียรติ จันทรา 01:41.29 แฟรงกี้ คาร์เคดี้ จากมาร์ก สู่ เฟอร์มิน สำหรับเฟอร์มิน อัลเดเกร์ ไม่เพียงแค่ Ducati ที่จะมาเป็นตัวแปรของตัวในการสรรค์สร้างผลงานที่ยอดเยี่ยม แต่ ‘หัวหน้าทีมช่าง’ ก็มีความโดดเด่นไม่แพ้กัน เฟอร์มินเข้าร่วมแข่งขันภายใต้ทีม Gresini Racing ที่มี ‘แฟรงกี้ คาร์เคดี้’ เป็นหัวเรือของแผนกทีมช่าง ซึ่งแฟรงกี้เองก็เคยทำงานร่วมกับแชมป์โลก 8 สมัยอย่าง ‘มาร์ก มาร์เกซ’ จึงมีความน่าสนใจว่าหัวทีมช่างรายนี้อาจแบ่งปันเทคนิคบางสิ่งบางอย่างให้กับดาวรุ่งหน้าใหม่รายนี้ก็เป็นได้ ไอ โอกูระ กับการปรับตัวในการแข่งขัน MotoGP ความสม่ำเสมอของไอ โอกูระเป็นจุดแข็งของเจ้าตัวที่ทำให้เขาสามารถคว้าแชมป์ Moto2 ฤดูกาลล่าสุดได้ แต่เจ้าตัวก็ออกมายอมรับว่าเขาก็ยังต้องปรับตัวกับการแข่งขัน MotoGP แม้ว่าจะทำงานภายใต้การควบคุมของ ‘ดาวิเด บริวิโอ’ ผู้จัดการทีม Trackhouse Racing ที่เคยมีประสบการณ์ในการปั่นนักแข่ง MotoGP มากมายไม่ว่าจะเป็น โจอัน เมียร์, อเล็กซ์ รินส์ และมาเวอริค บีญาเลส

วาเลนตีโน รอสซี วางเป้าหมายของ VR46 ฤดูกาล 2025 วาเลนตีโน รอสซี นายใหญ่ของทีมรองค่าย Ducati อย่าง VR46 Racing Team ที่เจ้าตัวออกมาเผยว่าตัวเขานั้นคาดหวังไว้อย่างสูง สำหรับการรีดฟอร์มเก่งในการไล่ลาโพเดียมของทีมประจำฤดูกาล 2025 ที่กำลังจะเปิดฉากในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ “ผมคาดหวังกับทีมในการแข่งขันฤดูกาล 2025 ไว้สูงมาก เพราะในฤดูกาลนี้ทีมของเราเหมือนเป็นทีมรองในอันดับสองที่ใช้รถจากค่าย Ducati ในการแข่งขัน ดังนั้นผมเองก็หวังว่าเราจะสามารถต่อสู้เพื่อโพเดียม และชนะการแข่งขัน และหากเป็นไปได้ ผมเองก็หวังที่จบตำแหน่งสูง ๆ ในตารางคะแนน หรือเรียกง่าย ๆ ว่าผมอยากให้ทีมนั้นติดท็อปไฟว์ในการแข่งขันทุกสนาม” “เรามีความสุขอย่างมากที่มีนักแข่งสัญชาติอิตาลีถึงสองคนในทีม ผมคิดว่าเราสามารถแข่งขันได้อย่างแข็งแกร่ง” อีกทั้ง ‘พ่อหมอ’ ยังออกมาเผยถึงฟรานโก้ โมบิเดลี นักบิดคนใหม่ล่าสุดของทีม ว่าการที่ทีมได้ตัวของ ‘แฟรงกี้’ เข้ามาอยู่ในทีมถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะแฟรงกี้เองก็เป็นอดีตเด็กปั้นจากอะคาเดมีของ VR46 Riders Academy และเคยพาอะคาเดมี่นี้ได้แชมป์โลก Moto2 ในฤดูกาล 2017 “การได้โมบิเดลี่เข้ามาอยู่ในทีมถือเป็นสิ่งที่พิเศษมากสำหรับเรา เพราะเขาเองเป็นนักแข่งที่เติบโตมาจากอะคาเดมีของเรา และเราก็อยู่เคียงข้างกันมาตลอดในอาชีพของเขา ดังนั้นการได้เข้ามาอยู่ในทีมก็เหมือนเป็นการเติมเต็มส่วนที่ขาดให้สมบูรณ์ และเราหวังว่าเราจะเป็นทีมที่แข็งแกร่งมากขึ้น” สองนักบิดของทีมอย่าง ฟาบิโอ ดิ จิอันนันโตนิโอ และฟรานโก้ โมบิเดลลี่ จะขับขี่รถจากค่าย Ducati ลงแข่งขันในฤดูกาลนี้ โดยในรายของฟาบิโอจะขับขี่รถสเปคเดียวกันกับทีมโรงงานอย่าง Ducati GP25 และแฟรงกี้จะขับขี่ในสเปครองลงมาอย่าง Ducati GP24 โดยรายละเอียดกราฟิกของรถถูกออกแบบให้โดดเด่นด้วยสีเหลืองสะท้อนแสง และสีขาว รวมถึงหมายเลข 46 ที่อยู่เป็นกรอบล้อมรอบหมายเลขของนักแข่งทั้งสองคน “ผมมีความสุขมากกับลวดลายใหม่ เราเดินตามแนวคิดของปีที่แล้วร่วมกับ Aldo Drudi ผู้ออกแบบคนสำคัญของผม และรถแข่งสีเหลืองสะท้อนแสงนี้ก็เหมือนเป็น ‘รถของเรา’ และตอนนี้ที่เพิ่มลวดลายพระอาทิตย์และพระจันทร์รวมถึงเลข 46 มันยิ่งพิเศษมากขึ้น” โดยทีมของพ่อหมอจะเริ่มลงทำการทดสอบอีกครั้งในการทดสอบที่สนามเซปัง ประเทศมาเลเซียในระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ และจะลงแข่งขันในนัดเปิดสนามรายการ ThaiGP 2025 ในระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก