SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

สรุปการจัดอันดับทีม F1 2026 ล่าสุดจาก The Race หลังจบการทดสอบพรีซีซั่น Mercedes นำโด่ง Ferrari ตามจี้ และวิกฤตของ Aston Martin ในยุคกติกาใหม่

ชุดแต่ง Modellista สำหรับ Toyota Aqua 2026 Minorchange สวยดุด้วยหน้า Hammerhead อัปเกรดเบรกมือไฟฟ้า และเทคโนโลยี Smooth Stop จากรุ่น Century

GWM ORA 5 EV 2026 รถเอสยูวีไฟฟ้ารุ่นใหม่จาก GWM ชูจุดเด่นระบบขับขี่อัจฉริยะ NOA และชิป AI DeepSeek เช็กสเปกและราคาเปิดตัวล่าสุดที่นี่

Honda Civic FB เจาะลึกสาเหตุ ทำไมถึงมียอดขายน้อยและไม่ปังเท่ารุ่นอื่น ทั้งดีไซน์ขัดใจ งานประกอบลดต้นทุน และการมาถึงของรุ่น FC

Mitsubishi Grandis 2026 มาพร้อมขุมพลัง Hybrid และระบบ Google Built-in ราคาเริ่มต้นไม่ถึงล้าน (ในยุโรป) พร้อมการรับประกันนาน 8 ปี

New Honda Giorno+ โฉมล่าสุด มาพร้อม 7 เฉดสีใหม่ สไตล์ Modern Classic เครื่องยนต์ eSP+ 125 ซีซี ราคาเริ่มต้น 63,700 บาท

Wuling Aishang A100C รถไฟฟ้าขนาดเล็ก 4 ที่นั่งรุ่นใหม่ล่าสุดจากจีน ดีไซน์หน้าบึ้งสุดกวน วิ่งไกล 220 กม. เริ่มต้นเพียง 1.7 แสนบาท

Alex Marquez นักแข่งเจ้าของหมายเลข 73 จากทีม Gresini Racing ออกมาเผยว่ามีอยู่สองจุดที่เจ้าตัวต้องปรับในครึ่งหลังฤดูกาล 2025

FUCHS Silkolene ไม่ใช่แค่น้ำมันเครื่อง แต่ผลิตภัณฑ์หล่อลื่นแบรนด์นี้ยังเป็นกุญแจสู่โพเดียมในการแข่งขันรุ่น SuperBike1000cc

ศึกแห่งศักดิ์ศรีคลาสพัน ‘FUCHS Silkolene SuperBike 1000CC’ จบไปเป็นที่เรียบร้อยกับการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบในงาน SuperBikeMag.com Trackday&Trophy 2025 สนามที่ 2 ของฤดูกาล ยังคงความสนุก ความเร้าใจสมศักดิ์ศรีของรุ่นแข่งคลาสพันใหญ่สุดของรายการไว้ได้อย่างที่เคย และแน่นอนว่าในรุ่นพันนี้ก็ยังคงอยู่กับสปอนเซอร์ใจดีอย่าง ‘FUCHS Silkolene’ แบรนด์น้ำมันเครื่องระดับโลกจากประเทศเยอรมนี การแข่งขันเริ่มต้นด้วยความดุเดือดเร้าใจตั้งแต่ในรอบ Free Practice นักแข่งทุกคันพร้อมใจกันใส่สุด พร้อมซึมซับบรรยากาศความเร้าใจของสนาม เพื่อให้การแข่งขันในรอบเมนเรซวันอาทิตย์มีผลการแข่งขันเป็นไปตามที่ใจหวัง จัดเต็มการแข่ง ด้วยโพเดียมเป็นเดิมพัน อันดับ หมายเลข นักแข่ง สังกัดทีม 1 67 ไมค์ เวลเลอร์ Buvado Racing 2 69 ณัฐกร อิ่มใจสุข Orchid Palm Homes Hua Hin iD Helmet CP2 Racing Team 3 919 นพพร สุทธิกาปลูก ID Helmet CP2 Racing Team 4 8 วัชรพงศ์ ไชยเสริม Zipper & Raceline By.40 Garage 5 198 รณกฤต ทิวาพัฒน์ Yamaha Blu Club Ridersclub Yamalube TTS Racing โดยผลการแข่งขันในคลาสพันที่เป็นรุ่นใหญ่สุดของรายการภายใต้รุ่น FUCHS Silkolene SuperBike1000cc ผู้ชนะเจ้าของโพเดียมอันดับที่ 1 ก็ไม่ใช่ที่ไหน ได้แก่นักบิดเจ้าของหมายเลข 67 ไมค์ เวลเลอร์ จากทีม Buvado Racing พร้อมพาตัวแข่งคู่ใจอย่าง Honda CBR1000RR-R มาเป็นม้าศึกในการล่าโพเดียมอันดับที่ 1 ไม่เพียงแค่คว้าโพเดียมในการแข่งขันสนามที่ 2 ไปครองแต่ยังสามารถกดเวลา Best Lap ต่อรอบดีสุดด้วยเวลา 1:06.277 นาที โดยอันดับที่สองได้แก่ คุณณัฐกร อิ่มใจสุข นักแข่งเจ้าของหมายเลข 69 จากทีม Orchid Palm Homes Hua Hin iD Helmet CP2 Racing Team และอันดับที่สามได้แก่คุณนพพร สุทธิกาปลูก นักแข่งจากทีม ID Helmet CP2 Racing Team ไม่ได้มาแค่สปอนเซอร์รุ่น แต่พร้อมมาแนะนำสิ่งดี ๆ เพราะน้ำมันเครื่องไม่ใช่อะไรก็ได้ แม้ผู้ขับขี่จะเป็นนักแข่ง หรือไม่ได้เป็นนักแข่ง จะใช้รถหนัก ระยะขับขี่ต่อวันมาก เช่น รับ-ส่งเอกสาร, อาหาร หรือใช้ขับขี่ในชีวิตประจำวันทั่วไป ล้วนแล้วแต่ต้องให้ความใส่ใจกับคุณภาพของน้ำมันเครื่องที่เลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็นชนิดสังเคราะห์แท้ กึ่งสังเคราะห์หรือน้ำมันเกรดพื้นฐาน ไปจนถึงเทคโนโนยีสารเติมแต่ง (Additive) และเบอร์ความหนืดที่เหมาะสมที่สุด เพราะน้ำมันเครื่องไม่ได้ทำหน้าที่แค่เพียง “หล่อลื่น” เครื่องยนต์และชิ้นส่วนต่างๆ แต่ยังมีหน้าที่ช่วยระบายความร้อน กักเก็บเศษตะกอนภายในที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการเผาไหม้ของน้ำมันเชื้อเพลิง การอุดตันของไส้กรอง การสูญเสียกำลังเครื่องยนต์ และการสิ้นเปลืองของน้ำมันเชื้อเพลิงได้ แบรนด์น้ำมันเครื่องระดับโลกก็ย่อมได้รับการการันตีด้วยการแข่งขันระดับโลกมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันรายการ Suzuka 8 Hours Endurance หรือแม้แต่ British Supersport Championship (British SSP) เองก็เป็นรายการที่น้ำมันเครื่องแบรนด์นี้เข้าไปทดสอบประสิทธิภาพ ด้วยเหตุผลข้อนี้จึงเป็นเครื่องยืนยัน และการันตีได้ว่าน้ำมันเครื่องเทคโนโลยีเดียวกันกับที่ใช้ในการแข่งขัน มีประสิทธิภาพที่ดีมากเพียงพอจะนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะผ่านสนามมาแล้วไม่ใช่แค่มาตรฐาน สำหรับเหล่าไบค์เกอร์ท่านไหนที่สนใจอยากทดสอบใช้น้ำมันเครื่องจากประเทศเยอรมนีแบรนด์นี้ ก็สามารถหาซื้อหรือติดต่อสอบถามได้ที่ห้างร้านต่าง ๆ ใกล้บ้านท่านได้เลย มีหลากหลายเกรด หลากหลายรุ่นให้ได้เลือกสรร พร้อมรีดพละกำลังสูงสุดบอกเลยต้องลอง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สเปค Fazzio Hybrid 2023 สกู๊ตเตอร์ของคนเจ็นใหม่ ในราคาสุดชิค Yamaha Fazzio Hybrid 2023 สกู๊ตเตอร์สายไอคอนิก ดีไซน์เทรนดี้ มาพร้อมลูกเล่นครบครัน แต่งได้หลายแนว ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมือง รุ่น Smart Key ราคาแนะนำ 55,500 บาท รุ่น Standard ราคาแนะนำ 53,800 บาท กุญแจรีโมทอัจฉริยะ (เฉพาะรุ่น Smart Key) หน้าจอดิจิทัล LCD ไฟหน้าทรงแคปซูล LED กล่องใต้เบาะขนาด 17.8 ลิตร ช่องเสียบ USB Type A ที่แขวนของอเนกประสงค์ สเปค Fazzio Hybrid 2023 ราคา สกู๊ตเตอร์สายชิค มาพร้อม 6 สีใหม่ เครื่องยนต์ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยอากาศ ปริมาตรกระบอกสูบ 125 ซีซี แรงม้า (เคลม) 8.31 แรงม้าที่ 6,500 รอบ แรงบิด (เคลม) 10.6 นิวตันเมตรที่ 4,500 รอบ ระบบวาล์ว SOHC 2 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 52.4 x 57.9 มม. อัตราส่วนการอัด 11.0 : 1 ระบบเกียร์ ออโต้ ระบบจุดระเบิด T.C.I. ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดอีเล็กทรอนิกส์ ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัทช์ แบบแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน ยางหน้า 110/70-12 47L แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 110/70-12 47L แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คเทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง ยูนิตสวิง เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยว เบรกหลัง ดรัมเบรก กว้าง X ยาว X สูง 1,820 X 685 X 1,125 ม.ม. ระยะฐานล้อ 1,280 ม.ม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 135 ม.ม. ความสูงเบาะ 750 ม.ม. น้ำหนักรถ 95 ก.ก. ความจุถังน้ำมัน 5.1 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ระบบไฟ LED ระบบไฮบริด ระบบสมาร์ทคีย์ (เฉพาะรุ่น) ระบบกระจายแรงเบรก ระบบหยุดเครื่องยนต์อัตโนมัติ Start Stop System สีสันที่มีจำหน่าย รุ่น Smart Key ราคาแนะนำ 55,500 บาท สีเทา-แดง (Lava Gray) สีน้ำตาล-เหลือง (Sugar Brown) สีดำ-ฟ้า (Iced Black) รุ่น Stardard ราคาแนะนำ 53,800 บาท สีเทา (Gummy Gray) สีชมพู (Milky Pink) สีฟ้า (Candy Blue) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Fazzio Hybrid 2023 สกู๊ตเตอร์วัย Fazz..ฟาดทุกสไตล์ ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ ตอกย้ำบทบาทความเป็นผู้นำรถจักรยานยนต์ออโตเมติก ด้วย “NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID” วัย FAZZ…ฟาดทุกสไตล์ NEW STYLE…MY GENERATION! เจนใหม่..สไตล์เนี๊ยะ! ออโตเมติกแฟชั่นดีไซน์เทรนดี้ ฟาดทุกสี พร้อมลูกเล่นครบรอบคัน แต่งได้หลายแนว ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ ขับขี่ง่าย คล่องตัวสุดๆ Fazzio Hybrid 2023 มาพร้อมประหยัดน้ำมันด้วยเครื่องยนต์บลูคอร์ไฮบริด 125 ซีซี และมั่นใจในการรับประกันถึง 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร นี่แหล่ะ คู่หูสุดเฟี้ยวของคนรุ่นใหม่! ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริดใหม่ ตอบสนองการขับขี่ได้อย่างสนุกด้วยเครื่องยนต์บลูคอร์ 125 ซีซี ผสานระบบส่งกำลังแบบไฮบริด ให้อัตราเร่งดีเยี่ยม ช่วยลดมลภาวะ พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยส่งกำลังขณะออกตัวและให้ความมั่นใจด้วยระบบเบรก UBS กระจายแรงเบรกอัตโนมัติ ช่วยลดระยะเบรกให้สั้นลง ให้ความปลอดภัยยิ่งขึ้น ไฟหน้าด๊ไซน์แคปซูล ไฟท้ายทรงเก๋ ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด ใหม่ ยังคงมาพร้อมการดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ ทันสมัย เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ ด้วย DESIGN NEW STYLE ไฟหน้า-ไฟท้าย ดีไซน์แคปซูล รูปทรงเก๋ ทันสมัย สว่างชัดเจน ทุกมุมมอง ที่สอดรับกับ LCD DIGITAL METER มิเตอร์แบบดิจิทัล ดีไซน์แคปซูล บอกครบทุกฟังก์ชัน ความเร็ว นาฬิกา อัตราการประหยัดน้ำมัน หน้าจอดิจิทัล LCD ดีไซน์แคปซูล Smart key System (เฉพาะรุ่น Smart key Ver.) ช่องเสียบ USB Type A กล่องใต้เบาะขนาด 17.8 ลิตร ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด ใหม่ ครบครันด้วยฟีเจอร์เพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย และฟังก์ชันที่เหมาะกับการใช้งานที่ตอบโจทย์ทุกการเดินทางด้วย SMART KEY SYSTEM ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ…ทั้งสะดวก และสมาร์ท เปิด-ปิด สตาร์ทหรือดับเครื่องยนต์ ปลดล็อกคอ ปลดล็อกเบาะได้ง่าย พร้อมสัญญาณ ANSWER BACK (เฉพาะรุ่น Smart key Ver.), MOBILE CHARGING SOCKET ช่องต่อไฟชาร์จแบตเตอรี่มือถือ สะดวกทุกที่ พร้อมฝาปิดและช่องใส่ของด้านหน้า, F-BOX 17.8 L กล่องเก็บของใต้เบาะใหญ่ เก็บของได้สบาย, DOUBLE HOOK CARABINER ฮุคสำหรับแขวนของ 2 จุด เพิ่มความสะดวก พร้อมพื้นที่วางเท้าด้านหน้ากว้างพิเศษ, ACCESSORIES PORT พอร์ตติดตั้งอุปกรณ์เสริม เท่ได้สไตล์ตัวเอง ตกแต่งกราฟิกเพิ่มเติม หรือเสริมตะแกรงข้างเพื่อการใช้งาน ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์อีกด้วย รุ่น Smart Key สีเทา-แดง (Lava Gray) รุ่น Smart Key สีน้ำตาล-เหลือง (Sugar Brown) รุ่น Smart Key สีดำ-ฟ้า (Iced Black) สำหรับ ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด ใหม่ มีให้วัย FAZZ เลือกตามการใช้งานด้วยกัน 2 เวอร์ชัน คือ รุ่น Smart key Ver. ที่มาพร้อมกัน 3 สี คือ สีเทา–แดง (Lava Gray), สีน้ำตาล–เหลือง (Sugar Brown) และสีดำ–ฟ้า (Iced Black) โดยจำหน่ายในราคาแนะนำ 55,000 บาท รุ่น Standard สีเทา (Gummy

Yamaha Grand Filano Hybrid 2021 สเปก ราคา และรายละเอียดต่างๆ Grand Filano Hybrid 2021 ออโตเมติกพรีเมียมจากค่ายส้อมเสียง โดดเด่นด้วยระบบไฮบริด พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานหลากหลาย ตอบโจทย์การใช้งานของผู้คนยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี ราคาแนะนำที่ 58,600 บาท รุ่น ABS แนะนำที่ 63,100 บาท Yamaha Grand Filano Hybrid 2021 สเปก ราคา และรายละเอียดต่างๆ เครื่องยนต์ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยอากาศ ปริมาตรกระบอกสูบ 125 ซีซี แรงม้า (เคลม) NA แรงบิด (เคลม) NA ระบบวาล์ว SOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 52.4 X 57.9 ม.ม. อัตราส่วนการอัด 11.0:1 ระบบเกียร์ อัตโนมัติ ระบบจุดระเบิด TCI ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดไฟฟ้า ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า (รุ่นสแตนด์ดาร์ดมีสตาร์ทเท้า) ระบบคลัตช์ คลัตช์แห้งชนิดแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางอัตโนมัติ ยางหน้า 110/70-12 47L แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 110/70-12 47L แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คเทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คหลังเดี่ยวและยูนิตสวิง เบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยว เบรกหลัง ดรัมเบรก ยาว X กว้าง X สูง 1,820 X 685 X 1,150 มม. ระยะฐานล้อ 1,280 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 125 ม.ม. ความสูงเบาะ 790 ม.ม. น้ำหนักรถ 101 กก. (รวมของเหลว) 102 กก. (รุ่น ABS) ความจุถังน้ำมัน 4.4 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ 95, 91, E10 และ E20 เทคโนโลยี ระบบไฮบริด ระบบเบรก ABS (เฉพาะรุ่น ABS) ระบบสมาร์ทคีย์ (เฉพาะรุ่น ABS) รุ่น ABS รุ่นสแตนดาร์ด อ่านข่าว Yamaha อื่นๆ คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Harley-Davidson Sporster S 2021 สเปก ราคา และรายละเอียดต่างๆ Harley-Davidson Sporster S 2021 ครูเซอร์ไบค์สไตล์สปอร์ต มาในรูปแบบโมเดิร์น และเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมกับขุมพลังวีทวิน Revolution Max 1250T ราคาเริ่มต้นที่ 709,000 บาท Harley-Davidson Sporster S 2021 สเปก ราคา และรายละเอียดต่างๆ เครื่องยนต์ Revolution® Max 1250T 2 สูบวีระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 1,252 ซีซี แรงม้า (เคลม) 121 แรงม้าที่ 7,500 รอบ แรงบิด (เคลม) 125 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบ ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 105.0 X 72.3 ม.ม. อัตราส่วนการอัด 12.0:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด ดิจิทัล ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดไฟฟ้า ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ยางหน้า 160/70TR 17 73V แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 180/70R 16 77V แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับขนาด 43 ม.ม.ปรับคอมเพรสชัน รีบาวด์ และสปริงพรีโหลดได้ ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คหลังเดี่ยวแบบซับแทงก์และกระเดื่องปรับคอมเพรสชัน รีบาวด์ และสปริงพรีโหลดได้ เบรกหน้า คาลิเปอร์เบรก Brembo โมโนบล็อก 4 พ็อต ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 320 ม.ม. เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 260 ม.ม. ยาว X กว้าง X สูง 2,265 X 843 X 1,089 มม. ระยะฐานล้อ 1,518 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 93 ม.ม. ความสูงเบาะ 734 ม.ม. น้ำหนักรถ 228 กก. (รวมของเหลว) ความจุถังน้ำมัน 11.8 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ระบบวาล์วแปรผัน ระบบเบรก Cornering ABS ระบบคันเร่งไฟฟ้า โหมดการขับขี่ 3 โหมด และอีก 2 โหมดที่คัสตอมเองได้ ระบบครูซคอนโทรล ระบบแทร็คชันคอนโทรล ระบบเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อใช้งานระบบนำทาง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha Exciter 155 VVA 2021 สเปก ราคา และรายละเอียดต่างๆ Yamaha Exciter 155 สปอร์ตโมเป็ดสายพันธ์ุแรง เด่นด้วยเครื่องยนต์ 155 ซีซีที่มาพร้อมระบบวาล์วแปรผัน VVA ระบบเกียร์ 6 สปีด และระบบแอสซิสต์สลิปเปอร์คลัตช์ พร้อมฟังก์ชันทันสมัยรอบคัน ราคาแนะนำที่ 68,000 บาท Yamaha Exciter 155 VVA 2021 สเปก และรายละเอียดต่างๆ เครื่องยนต์ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 155 ซีซี แรงม้า (เคลม) NA แรงบิด (เคลม) NA ระบบวาล์ว SOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 58.0 X 58.7 ม.ม. อัตราส่วนการอัด 10.5:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด TCI ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดไฟฟ้า ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ยางหน้า 90/80-17 M/C 46P แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 120/70-17 M/C 58P แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คเทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คหลังเดี่ยวและสวิงอาร์ม เบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยว เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ยาว X กว้าง X สูง 1,975 X 665 X 1,085 มม. ระยะฐานล้อ 1,290 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 150 ม.ม. ความสูงเบาะ 795 ม.ม. น้ำหนักรถ 119 กก. (รวมของเหลว) ความจุถังน้ำมัน 5.4 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ 95, 91, E10, E20 เทคโนโลยี ระบบวาล์วแปรผัน VVA ระบบแอสซิสต์แอนด์สลิปเปอร์คลัตช์ อ่านข่าว Yamaha อื่นๆ คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Luca Marini นักแข่งจากทีมโรงงานฮอนด้ารีดฟอร์มเก่งต่อเนื่อง โดยสามารถทำเวลาในรอบ FP ทะลุ Q2 ได้สำเร็จในศึกออสเตรเลียนกรังด์ปรีซ์

ก้อง สมเกียรติ ฟิตเต็มสูบพร้อมล่าแต้มโมโตจีพี ด้านก๊องส์ ธัชกร คัมแบ็กจากอาการบาดเจ็บรับการแข่งขันในศึกออสเตรเลียนกรังด์ปรีซ์

มันดีทั้งคู่ !? Ducati คิดหนักเอาเครื่องไหนลง Buriram Test 2025 Buriram Test 2025 การทดสอบอย่างเป็นการทางครั้งสุดท้ายก่อนเปิดฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะเปิดฉากแล้วในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ แต่ดูเหมือนว่าทางค่ายยักษ์ใหญ่จากประเทศอิตาลีอย่าง ‘Ducati’ จะยังคงตัดสินใจเลือกเครื่องยนต์สำหรับลงทดสอบไม่ได้ เพราะสเปคของเครื่องยนต์ทั้งปี 2024 และ 2025 เองก็มีประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมทั้งคู่ สองนักบิดดาวดังของทีม เจ้าของแชมป์โลก 8 สมัย ‘มาร์ก มาร์เกซ’ และเจ้าของแชมป์โลก 3 สมัย ‘เป้กโก้ บัญญาย่า’ ได้ลงทดสอบเครื่องยนต์ทั้งสองแล้ว และทั้งคู่เองก็ทราบดีว่าการคว้าแชมป์ของทั้งคู่จะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเลือกเครื่องยนต์ในครั้งนี้ @ducaticorse go fast. go far. go together. TEAMWORK 🤝🔴 #SepangTest #ForzaDucati #DucatiLenovoTeam #Ducati ♬ suono originale – Ducati Corse มาร์กยังไม่มั่นใจเครื่องยนต์ GP25 มาร์ก ได้ออกมาเผยว่าตอนนี้ทางทีมวิศวกรของทีมกำลังวิเคราะห์อย่างหนัก และมันเป็นเรื่องที่ยากเพราทางทีมเองก็มีเครื่องที่ดีที่สุดที่พร้อมใช้งานอยู่แล้ว “มันไม่ใช่แค่เครื่องยนต์อย่างเดียว แต่มันรวมทั้งของหลายๆ สิ่งที่อยู่ในเครื่องยนต์นี้ และตอนนี้วิศวกรของทีมเรายังพอมีเวลาที่จะคิดวิเคราะห์ พวกเราทำการทดสอบหลายรอบ ทั้งผมและเป้กโก้ (ฟรานเชสโก บัญญาญา)” “เราต้องมั่นใจให้ได้ 100% ว่าเครื่องยนต์สำหรับปี 2025 นั้นดีกว่าอย่างชัดเจน และตอนนี้เรายังไม่แน่ใจ ดังนั้นเราต้องรอ เพราะทีมของพวกเราไม่อยากที่จะเสี่ยงโดยไม่จำเป็น” “เพราะเครื่องยนต์เดิมของทีม Ducati (เครื่องยนต์ที่ใช้ในปี 2024) พวกเขาสามารถคว้าชัยได้ถึง 19 สนามจากการแข่งขัน 20 สนาม นั่นก็เรื่องที่พิสูจน์ด้วยตัวมันเองแล้วว่าเครื่องยนต์นั้นมีความยอดเยี่ยมมากขนาดไหน แต่ก็แน่นอนว่า วิศวกร และทีมผู้ผลิตเองก็ต้องการให้มีการพัฒนาที่ดียิ่งขึ้นเสมอ แต่ถ้ามันยังไม่แน่นอน 100% การถอยกลับไปใช้ของเดิมอาจจะเป็นทางเลือกที่ฉลาดกว่า แต่เครื่องยนต์สำหรับปี 2025 ก็มีข้อดีบางอย่างอยู่ ดังนั้นเรายังต้องพยายามทำความเข้าใจให้ชัดเจนต่อไป” บัญญาย่ามองว่าเครื่องยนต์ใหม่นี้ ยังขาดบางสิ่งบางอย่างอยู่ ทีมเมทของมาร์ก อย่าง เป้กโก้ บัญญาย่า ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับเครื่องยนต์ทั้งคู่นี้ว่า โมเดลปี 2024 ก็เป็นเครื่องที่มีอายุมากกว่า 1 ปีแล้ว แต่เครื่องยนต์ใหม่ของปี 2025 ก็ยังขาดบางสิ่งบางอยู่ “ความจริงก็คือ GP24 เป็นรถที่ยอดเยี่ยมและทำงานได้ดีมาก แต่มันเป็นเครื่องยนต์ที่เราใช้งานมาหนึ่งฤดูกาลแล้ว ส่วน GP25 นั้น เครื่องยนต์ดูดีมาก การส่งกำลังก็ยอดเยี่ยม แต่ก็ยังขาดบางอย่างอยู่” “ดังนั้น นี่ไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่าย และเรายังคงต้องใช้เวลาสองวันในประเทศไทยเพื่อทำความเข้าใจให้มากขึ้น” ทางด้านของผู้จัดการทีม Ducati Lenovo ‘ดาวิเด้ ทาร์โดซซี่’ มีความคิดเห็นเกี่ยวกับเครื่องยนต์ใหม่ไปในทิศทางเดียวกับเจ้าของแชมป์โลก 8 สมัย และเผยว่าหลังจากเสร็จสิ้นการทดสอบที่เซปัง ประเทศมาเลเซียทางทีมก็มีความเอนเอียงจะไปใช้เครื่องยนต์ในปี 2024 มากกว่า “เครื่องยนต์ปี 2025 มีศักยภาพที่ดีมาก แต่สุดท้ายแล้ว กฎระเบียบบังคับให้เราต้องเล่นอย่างรอบคอบ เพราะเครื่องยนต์นี้จะต้องถูกใช้ไปอีกสองปี” “ดังนั้น ในตอนนี้ สมดุลยังคงเอนไปทางเครื่องยนต์ปี 2024 มากกว่าปี 2025 แต่การตัดสินใจครั้งสุดท้ายจะเกิดขึ้นที่ประเทศไทย” ทีม Ducati Lenovo จะลงทดสอบอย่างเป็นทางการครั้งสุดท้ายในรอบบุรีรัมย์ เทส ระหว่างวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ และจะลงแข่งขันในนัดเปิดสนามของฤดูกาล 2025 ที่สนามเดียวกัน ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคมนี้ จะเครื่องใหม่ หรือเครื่องเก่า แฟน ๆ Ducati รอดูได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เปโดร อคอสต้า เชื่อ ไลน์อัพปีนี้จะพา KTM กลับสู่ความยิ่งใหญ่ เปโดร อคอสต้า นักบิดจากทีมโรงงานของ KTM อย่าง ‘Redbull KTM Factory Racing’ ออกมาเผยว่า การที่ทีมเก่าของเจ้าตัวอย่าง ‘KTM Tech3’ ที่มีการดึงนักแข่งประสบการณ์สูงสองรายเข้ามาร่วมทีมอย่าง ‘The beats’ เอเนีย บาสเตียนินี่ และ มาร์เวอริค บีญาเลส เชื่อว่าจะเป็นการสร้างไลน์อัพที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ให้กับแบรนด์จากออสเตรียรายนี้ ในการแข่งขันฤดูกาล 2025 ทีมแข่ง KTM ทั้งทีมโรงงาน และทีมรองมีการเผยไลน์อัพนักแข่งที่มีความน่าสนใจไม่น้อย โดยทีมโรงงานมีสองนักบิดอย่าง แบรด บินเดอร์ และเปโดร อคอสต้า และในส่วนของทีมรองอย่าง Redbull KTM Tech3 ได้แก่เอเนีย บาสเตียนินี่ และมาร์เวอริค บีญาเลส ซึ่งไลน์อัพถ้าดูจากชื่อชั้นก็ต้องยอมรับว่าไม่ธรรมดา เพราะนักแข่งแต่ละคนก็มีประสบการณ์การแข่งมาแล้วมากมาย มาเวอริค บีญาเลส คว้าชัยในการแข่งขันแต่ละสนามมาแล้วถึง 26 ครั้ง ทางด้านของ ‘The Beast’ หรือเอเนีย บาสเตียนินี่ ก็สามารถคว้าชัยในการแข่งขันแต่ละสนามมาได้ถึง 13 ครั้ง อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของทีม Ducati ที่ครองความยิ่งใหญ่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลเหล่านี้จึงทำให้ ‘BabyShark’ มั่นใจว่าประสบการณ์ต่าง ๆ ของพวกเขาจะสามารถช่วยทีมได้ “พวกเขาจะช่วยเราได้แน่นอน” “เรามีไลน์อัพที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของ KTM และผมจะบอกว่าเราเป็นไลน์อัพที่แข็งแกร่งที่สุดในการแข่งขันฤดูกาลนี้ มันเป็นความจริงที่พวกเขายังไม่มีประสบการณ์มากนักกับ KTM แต่ในอีกแง่หนึ่ง ตัวอย่างเช่น มาเวอริค (บีญาเลส) ชนะการแข่งขันกับสามผู้ผลิตมาแล้ว ส่วน (เอเนีย) บาสเตียนินี มีข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับ Ducati อยู่ในหัวของเขา และเขาก็สามารถทำเวลาได้ดีมากในช่วงสองปีที่ผ่านมา” “ดังนั้นผมคิดว่า ด้วยประสบการณ์และความรู้ทั้งหมดของพวกเขา พวกเขาจะช่วยชี้แนวทางให้เราว่าต้องปรับปรุงอะไร และเราต้องทำอะไรเพื่อก้าวกระโดดครั้งใหญ่ และเมื่อเราปรับแนวทางตามสิ่งที่เขาแนะนำ เราก็น่าจะสามารถพัฒนาไปได้อย่างก้าวกระโดด ผมคิดว่ามันจะเป็นผลดีสำหรับเรามาก” Redbull KTM Factory Racing และ Redbull KTM Tech3 จะลงทดสอบอย่างเป็นทางการครั้งสุดท้ายในการทดสอบ Buriram Test ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ และจะลงแข่งขันในนัดเปิดสนามกับการแข่งขัน ThaiGP25 ที่สนามเดียวกันในระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคมนี้ เหล่าสาวก KTM ห้ามพลาด อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Jack Miller รู้สึกว่าเข้ากันกับรถ Yamaha แล้ว Jack Miller นักบิดจากทีม Prima Pramac Yamaha ได้ออกมาเผยว่า ตัวแข่งของทางค่ายอย่าง Yamaha YZR-M1 เหมือนเป็นรถของเขาแล้ว หลังจากที่เจ้าตัวต้องเผชิญกับความยากลำบากในการปรับตัวเข้ากับรถของค่ายส้อมเสียงที่บาร์เซโลนาเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยผลงานการลงทดสอบรถรอบล่าสุดในการทดสอบที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซียนักบิดสัญชาติออสเตรเลียรายนี้สามารถทำเวลาจนติด 10 อันดับของหัวตารางได้ในการทดสอบสองวันแรก และจบการซ้อมในวันสุดท้ายด้วยอันดับที่ 12 ซึ่งหลังจากที่เสร็จสิ้นในโปรแกรมการทดสอบที่ประเทศมาเลเซีย เขาได้ออกมาเผยว่า ตัวเขานั้นรู้สึกดีกับรถ จริงที่เมื่อเปลี่ยนรถก็ต้องใช้เวลาปรับตัวกับมัน แต่ตอนนี้เขารู้สึกดีกับรถ และคิดว่าตัวแข่งคันนี้เหมือนเป็นรถของเจ้าตัวแล้ว “ผมรู้สึกดี ตอนนี้ผมนั่งบนรถและออกตัวในตอนเช้า บางครั้งโดยเฉพาะเมื่อคุณเปลี่ยนผู้ผลิต มันอาจต้องใช้เวลาสักหน่อย เพราะเมื่อคุณออกจากพิทส์ ถังน้ำมันอาจติดขา แฮนด์อาจแตกต่างไป และต้องใช้เวลาปรับตัวให้เข้ากับสิ่งที่เป็นปกติ “แต่นี่เป็นสิ่งที่ปรับตัวเข้ากับได้ค่อนข้างง่าย เมื่อผมตั้งแฮนด์ในตำแหน่งที่ถูกต้อง และปรับพักเท้าให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม “ถังน้ำมันให้ความรู้สึกดีมาก มันไม่มีส่วนที่นูนหรือขรุขระอะไรเลย ขาของผมไม่รู้สึกเจ็บ ซึ่งในอดีตเคยเป็นปัญหาเมื่อคุณนั่งในท่าที่ไม่เข้ากับตัวรถ ขาของคุณอาจไม่แนบสนิท และอาจเกิดจุดกดทับที่สร้างความไม่สบายได้ ตอนนี้ร่างกายของผมรู้สึกดีกับตัวรถ และเมื่อผมออกตัวในตอนเช้า ผมรู้สึกว่า ‘อ่า นี่คือรถของผม’ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมหลังจากเพียงแค่ห้าวันของการขี่” “เมื่อคุณไปยังสนามใหม่ ๆ มันย่อมต้องใช้เวลามากกว่าปกติในการปรับตัว เมื่อเทียบกับการมีประสบการณ์มาก่อนบนรถคันเดิม แต่ผมไม่ได้รู้สึกกดดันอะไร” แจ็ค มิลเลอร์ และทีม Prima Pramac Yamaha จะลงทดสอบอย่างเป็นทางการครั้งสุดท้ายในรอบ Buriram Test ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 12-13 กุมพาพันธ์ และต่อด้วยการแข่งขันในนัดเปิดสนามในการแข่งขัน ThaiGP25 ที่สนามเดียวกัน ในช่วงระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคมนี้ แฟน ๆ แจ็ค มิลเลอร์ และทีม Yamaha ห้ามพลาด อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก