SuperBikeMag.Com ข่าวรถยนต์ รีวิวรถใหม่ รถยนต์ไฟฟ้า ข่าวรถจักรยานยนต์

หากย้อนกลับไปในช่วงเปิดตัวครั้งแรก Honda Lead 125 ถูกวางตำแหน่งทางการตลาดให้เป็นรถสกู๊ตเตอร์อเนกประสงค์สำหรับครอบครัวที่เน้นความสะดวกสบาย แต่เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงปี 2569 รถรุ่นนี้กลับสร้างปรากฏการณ์ “พลิกฝ่ามือ” กลายเป็นหนึ่งในโมเดลที่วัยรุ่นไทยหลงรักมากที่สุด แซงหน้าแนวรถสปอร์ตหรือแฟชั่นรุ่นอื่นๆ ไปอย่างน่าประหลาดใจ อะไรคือปัจจัยที่ทำให้รถที่ดูเรียบง่ายคันนี้ กลายเป็นไอคอนของวัยรุ่นสร้างตัวและสายแต่งรถทั่วประเทศ? เรามาเจาะลึก 5 เหตุผลสำคัญเกี่ยวกับ Honda Lead 125 วัยรุ่นไทย กัน

ขุมพลัง eSP+ 4 วาล์ว หัวใจของสายโมดิฟาย

เหตุผลอันดับหนึ่งที่ทำให้วัยรุ่นไทย “อิน” กับ Lead 125 คือเครื่องยนต์ eSP+ (Enhanced Smart Power Plus) ขนาด 125 ซีซี 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ เครื่องยนต์บล็อกนี้ถูกพัฒนามาให้มีความลื่นไหลและประหยัดน้ำมัน แต่สิ่งที่กลุ่มวัยรุ่นค้นพบคือ “ศยภาพแฝง” ที่มหาศาล เครื่องยนต์รุ่นนี้สามารถรองรับการปรับแต่ง (Tuning) ได้หลากหลาย ตั้งแต่การ “ไล่ข้าง” (ปรับแต่งชุดชามและเม็ดเกียร์) ไปจนถึงการเปลี่ยนลูกสูบและก้านสูบเพื่อเพิ่มซีซี โดยที่ระบบระบายความร้อนยังสามารถจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนเกิดฉายาในวงการว่า “จิ้งหรีด” เพราะตัวรถที่มีขนาดเล็กกะทัดรัดแต่สามารถทำความเร็วได้สูงจนน่าตกใจ

ดีไซน์มินิมอลที่เป็น “ผ้าขาว” สำหรับงานศิลปะ

วัยรุ่นยุค 2026 ไม่ได้ชอบรถที่ดูเยอะหรือมีสติกเกอร์รุงรัง แต่กลับชอบความเรียบง่ายที่ดู “แพง” ดีไซน์ของ Lead 125 ที่มีความเป็นมินิมอลสไตล์ญี่ปุ่นเปรียบเสมือนผ้าขาวที่เปิดโอกาสให้เจ้าของได้ใส่ความเป็นตัวเองลงไป เราจะเห็น Lead 125 แต่งสไตล์ “Clean & Premium” มากขึ้น เช่น การใช้ล้อแม็กแบรนด์ดังสีน้ำตาลไหม้ ปั๊มเบรกเบรมโบ้ (Brembo) แท้ และโช้คหลัง Ohlins สีเหลืองทองเด่นสง่า การที่รถมีเส้นสายเรียบๆ ทำให้ของแต่งเหล่านี้ดูโดดเด่นขึ้นมาทันที ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของรถเปลี่ยนจากรถจ่ายตลาด กลายเป็นรถของมหาเศรษฐีหรือวัยรุ่นที่มีรสนิยมสูง

พื้นที่ใช้สอย U-Box 37 ลิตร: ตอบโจทย์ “ไรเดอร์” และ “สายเที่ยว”

ความนิยมของ Lead 125 ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สายซิ่งเท่านั้น แต่ยังขยายไปถึงกลุ่มวัยรุ่นที่ใช้รถทำมาหากินในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ด้วยพื้นที่ใต้เบาะขนาดมหาศาลถึง 37 ลิตร ซึ่งใหญ่ที่สุดในบรรดารถระดับเดียวกัน สามารถเก็บหมวกกันน็อกเต็มใบได้ถึง 2 ใบ หรือจะใช้เก็บพัสดุและอุปกรณ์สำหรับการส่งของ (Delivery) ก็ทำได้อย่างสบาย นอกจากนี้ในรุ่นปี 2026 ยังมีการปรับปรุงช่องชาร์จไฟ USB-C ที่คอนโซลหน้าให้จ่ายไฟได้แรงขึ้น ตอบโจทย์การเปิด Google Maps วิ่งงานทั้งวันได้โดยแบตเตอรี่มือถือไม่มีหมด

ความคุ้มค่าและราคาขายต่อที่เป็นธรรม

ในมุมของเศรษฐศาสตร์ Honda Lead 125 คือรถที่ “เจ็บตัวน้อยที่สุด” สำหรับวัยรุ่นสร้างตัว ด้วยราคาเปิดตัวที่จับต้องได้ง่าย (ประมาณ 6 หมื่นบาทต้นๆ) และเมื่อเทียบกับค่าบำรุงรักษาพื้นฐานที่ต่ำมาก อะไหล่หาง่ายมีจำหน่ายในทุกอำเภอ ทำให้มันเป็นรถที่ใช้งานได้ระยะยาว นอกจากนี้ เมื่อถึงคราวต้องเปลี่ยนคันหรือขยับซีซี ราคาขายต่อในตลาดมือสองของ Lead 125 ยังคงแข็งแกร่งมาก โดยเฉพาะรถที่สภาพดีหรือมีการแต่งด้วยของแท้ แบรนด์ Honda ยังคงเป็นหลักประกันที่ทำให้ผู้ซื้อรายต่อไปมั่นใจเสมอ

การสร้าง Community ที่แข็งแกร่ง

สุดท้ายคือเรื่องของ “สังคม” วัยรุ่นไทยชอบการมีกลุ่มเพื่อนและคลับ สังคมผู้ใช้ Lead 125 ในไทยมีความเข้มแข็งมาก มีการจัดทริปวิ่งทางไกล การรวมตัวโชว์รถแต่ง และการแชร์สูตรการโมดิฟายเครื่องยนต์ตามโซเชียลมีเดียอย่าง TikTok และ Facebook สิ่งเหล่านี้กระตุ้นให้เกิดความอยากครอบครองตามกัน (Social Proof) เมื่อเห็นเพื่อนขี่ Lead แล้วสวย ขี่แล้วแรง ก็เกิดความมั่นใจที่จะเลือกซื้อรุ่นนี้ตามมานั่นเอง

บทสรุป

Honda Lead 125 ในปี 2026 ไม่ใช่แค่รถจักรยานยนต์คันหนึ่ง แต่มันคือวัฒนธรรมย่อยของวัยรุ่นไทยที่ต้องการความลงตัวระหว่าง “ความสวยงาม” “ความแรง” และ “การใช้งานที่คุ้มค่า” และตราบใดที่ Honda ยังคงพัฒนาเครื่องยนต์ eSP+ ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก Honda Lead 125 วัยรุ่นไทย ก็คงจะได้เห็น “เจ้าจิ้งหรีด” คันนี้ครองถนนเมืองไทยไปอีกนาน

สีสันที่วางจำหน่าย

Honda Lead 125 วัยรุ่นไทย สีเทา
Honda Lead 125 วัยรุ่นไทย สีขาว
Honda Lead 125 วัยรุ่นไทย สีดำ

อ่านข่าวมอเตอร์ไซค์อื่นๆ คลิกที่นี่

รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

อ่านข่าวรถยนต์อื่น ๆ เพิ่มเติม คลิกที่นี่ 

GoKart SuperBike

ชื่นชอบทีมกีฬาที่มีสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ เช่น Ducati Lenovo และสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

5 เหตุผลทำไม Honda Lead 125 วัยรุ่นไทย ถึงเป็นของคู่กัน

หากย้อนกลับไปในช่วงเปิดตัวครั้งแรก Honda Lead 125 ถูกวางตำแหน่งทางการตลาดให้เป็นรถสกู๊ตเตอร์อเนกประสงค์สำหรับครอบครัวที่เน้นความสะดวกสบาย แต่เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงปี 2569 รถรุ่นนี้กลับสร้างปรากฏการณ์ “พลิกฝ่ามือ” กลายเป็นหนึ่งในโมเดลที่วัยรุ่นไทยหลงรักมากที่สุด แซงหน้าแนวรถสปอร์ตหรือแฟชั่นรุ่นอื่นๆ ไปอย่างน่าประหลาดใจ อะไรคือปัจจัยที่ทำให้รถที่ดูเรียบง่ายคันนี้ กลายเป็นไอคอนของวัยรุ่นสร้างตัวและสายแต่งรถทั่วประเทศ? เรามาเจาะลึก 5 เหตุผลสำคัญเกี่ยวกับ Honda Lead 125 วัยรุ่นไทย กัน

ขุมพลัง eSP+ 4 วาล์ว หัวใจของสายโมดิฟาย

เหตุผลอันดับหนึ่งที่ทำให้วัยรุ่นไทย “อิน” กับ Lead 125 คือเครื่องยนต์ eSP+ (Enhanced Smart Power Plus) ขนาด 125 ซีซี 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ เครื่องยนต์บล็อกนี้ถูกพัฒนามาให้มีความลื่นไหลและประหยัดน้ำมัน แต่สิ่งที่กลุ่มวัยรุ่นค้นพบคือ “ศยภาพแฝง” ที่มหาศาล เครื่องยนต์รุ่นนี้สามารถรองรับการปรับแต่ง (Tuning) ได้หลากหลาย ตั้งแต่การ “ไล่ข้าง” (ปรับแต่งชุดชามและเม็ดเกียร์) ไปจนถึงการเปลี่ยนลูกสูบและก้านสูบเพื่อเพิ่มซีซี โดยที่ระบบระบายความร้อนยังสามารถจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนเกิดฉายาในวงการว่า “จิ้งหรีด” เพราะตัวรถที่มีขนาดเล็กกะทัดรัดแต่สามารถทำความเร็วได้สูงจนน่าตกใจ

ดีไซน์มินิมอลที่เป็น “ผ้าขาว” สำหรับงานศิลปะ

วัยรุ่นยุค 2026 ไม่ได้ชอบรถที่ดูเยอะหรือมีสติกเกอร์รุงรัง แต่กลับชอบความเรียบง่ายที่ดู “แพง” ดีไซน์ของ Lead 125 ที่มีความเป็นมินิมอลสไตล์ญี่ปุ่นเปรียบเสมือนผ้าขาวที่เปิดโอกาสให้เจ้าของได้ใส่ความเป็นตัวเองลงไป เราจะเห็น Lead 125 แต่งสไตล์ “Clean & Premium” มากขึ้น เช่น การใช้ล้อแม็กแบรนด์ดังสีน้ำตาลไหม้ ปั๊มเบรกเบรมโบ้ (Brembo) แท้ และโช้คหลัง Ohlins สีเหลืองทองเด่นสง่า การที่รถมีเส้นสายเรียบๆ ทำให้ของแต่งเหล่านี้ดูโดดเด่นขึ้นมาทันที ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของรถเปลี่ยนจากรถจ่ายตลาด กลายเป็นรถของมหาเศรษฐีหรือวัยรุ่นที่มีรสนิยมสูง

พื้นที่ใช้สอย U-Box 37 ลิตร: ตอบโจทย์ “ไรเดอร์” และ “สายเที่ยว”

ความนิยมของ Lead 125 ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สายซิ่งเท่านั้น แต่ยังขยายไปถึงกลุ่มวัยรุ่นที่ใช้รถทำมาหากินในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ด้วยพื้นที่ใต้เบาะขนาดมหาศาลถึง 37 ลิตร ซึ่งใหญ่ที่สุดในบรรดารถระดับเดียวกัน สามารถเก็บหมวกกันน็อกเต็มใบได้ถึง 2 ใบ หรือจะใช้เก็บพัสดุและอุปกรณ์สำหรับการส่งของ (Delivery) ก็ทำได้อย่างสบาย นอกจากนี้ในรุ่นปี 2026 ยังมีการปรับปรุงช่องชาร์จไฟ USB-C ที่คอนโซลหน้าให้จ่ายไฟได้แรงขึ้น ตอบโจทย์การเปิด Google Maps วิ่งงานทั้งวันได้โดยแบตเตอรี่มือถือไม่มีหมด

ความคุ้มค่าและราคาขายต่อที่เป็นธรรม

ในมุมของเศรษฐศาสตร์ Honda Lead 125 คือรถที่ “เจ็บตัวน้อยที่สุด” สำหรับวัยรุ่นสร้างตัว ด้วยราคาเปิดตัวที่จับต้องได้ง่าย (ประมาณ 6 หมื่นบาทต้นๆ) และเมื่อเทียบกับค่าบำรุงรักษาพื้นฐานที่ต่ำมาก อะไหล่หาง่ายมีจำหน่ายในทุกอำเภอ ทำให้มันเป็นรถที่ใช้งานได้ระยะยาว นอกจากนี้ เมื่อถึงคราวต้องเปลี่ยนคันหรือขยับซีซี ราคาขายต่อในตลาดมือสองของ Lead 125 ยังคงแข็งแกร่งมาก โดยเฉพาะรถที่สภาพดีหรือมีการแต่งด้วยของแท้ แบรนด์ Honda ยังคงเป็นหลักประกันที่ทำให้ผู้ซื้อรายต่อไปมั่นใจเสมอ

การสร้าง Community ที่แข็งแกร่ง

สุดท้ายคือเรื่องของ “สังคม” วัยรุ่นไทยชอบการมีกลุ่มเพื่อนและคลับ สังคมผู้ใช้ Lead 125 ในไทยมีความเข้มแข็งมาก มีการจัดทริปวิ่งทางไกล การรวมตัวโชว์รถแต่ง และการแชร์สูตรการโมดิฟายเครื่องยนต์ตามโซเชียลมีเดียอย่าง TikTok และ Facebook สิ่งเหล่านี้กระตุ้นให้เกิดความอยากครอบครองตามกัน (Social Proof) เมื่อเห็นเพื่อนขี่ Lead แล้วสวย ขี่แล้วแรง ก็เกิดความมั่นใจที่จะเลือกซื้อรุ่นนี้ตามมานั่นเอง

บทสรุป

Honda Lead 125 ในปี 2026 ไม่ใช่แค่รถจักรยานยนต์คันหนึ่ง แต่มันคือวัฒนธรรมย่อยของวัยรุ่นไทยที่ต้องการความลงตัวระหว่าง “ความสวยงาม” “ความแรง” และ “การใช้งานที่คุ้มค่า” และตราบใดที่ Honda ยังคงพัฒนาเครื่องยนต์ eSP+ ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก Honda Lead 125 วัยรุ่นไทย ก็คงจะได้เห็น “เจ้าจิ้งหรีด” คันนี้ครองถนนเมืองไทยไปอีกนาน

สีสันที่วางจำหน่าย

Honda Lead 125 วัยรุ่นไทย สีเทา
Honda Lead 125 วัยรุ่นไทย สีขาว
Honda Lead 125 วัยรุ่นไทย สีดำ

อ่านข่าวมอเตอร์ไซค์อื่นๆ คลิกที่นี่

รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

อ่านข่าวรถยนต์อื่น ๆ เพิ่มเติม คลิกที่นี่ 

Share It:

GoKart SuperBike

ชื่นชอบทีมกีฬาที่มีสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ เช่น Ducati Lenovo และสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ข่าวล่าสุด

รีวิวมอเตอร์ไซค์

ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์

ราคาและสเปครถยนต์

รถไฟฟ้า