SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

รวมราคามอเตอร์ไซค์ พร้อมสเปค ล่าสุด 2026 เช็คราคาได้ที่นี่

  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
Yamaha PW50 2025 ปลุกความเป็นไบค์เกอร์ให้ลูกคุณ

Yamaha PW50 2025 ปลุกความเป็นไบค์เกอร์ให้ลูกคุณ Yamaha PW50 มอเตอร์ไซค์ขนาดเล็กที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานในตลาดมอเตอร์ไซค์เด็ก และในปี 2025 นี้ Yamaha ยังคงรักษาความเป็นมาตรฐานสำหรับมอเตอร์ไซค์ระดับเริ่มต้น โดย PW50 รุ่นนี้ออกแบบมาเพื่อให้เด็ก ๆ ได้มีประสบการณ์แรกกับมอเตอร์ไซค์ในรูปแบบที่ปลอดภัย เรียบง่าย และสนุกสนาน ดีไซน์เหมาะกับวัยจิ๋ว จุดเด่นสำคัญ คือการออกแบบที่เรียบง่าย และเหมาะสมกับเด็ก ด้วยที่นั่งที่มีความสูงเพียง 18.7 นิ้ว ทำให้เด็ก ๆ สามารถนั่ง และวางเท้าทั้งสองข้างถึงพื้นได้อย่างมั่นคง ซึ่งช่วยเสริมความมั่นใจในการขับขี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ขับขี่ที่เป็นเด็กเล็ก กราฟิก และดีไซน์ของตัวรถได้รับแรงบันดาลใจจากทีม Yamaha Racing ซึ่งช่วยเพิ่มความรู้สึกถึงความเป็นมือโปร “มือโปร” ให้กับผู้ขับขี่รุ่นจิ๋ว แม้ว่าจะเป็นมอเตอร์ไซค์สำหรับเด็ก แต่ก็ยังคงรักษาความรู้สึกของความเป็นนักแข่งมอเตอร์ไซค์ที่จริงจัง เช่นเดียวกับรุ่นพี่ใหญ่ในตระกูล Yamaha Off-Road  เครื่องยนต์สองจังหวะสำหรับเด็ก PW50 2025 มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 49 ซีซี แบบ 2 จังหวะ เครื่องยนต์นี้มีการออกแบบให้ขับเคลื่อนได้อย่างนุ่มนวล และควบคุมได้ง่าย ทำให้เด็ก ๆ สามารถเริ่มต้นเรียนรู้การขับขี่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการบังคับที่ซับซ้อน เครื่องยนต์ขนาดเล็กนี้ไม่เพียงแต่มีพละกำลังเพียงพอสำหรับการขับขี่แบบเบา ๆ บนทางดินหรือเส้นทางวิบาก แต่ยังทำให้ผู้ที่ขับขี่เป็นครั้งแรกสามารถขับขี่ได้ง่าย เพราะสามารถให้แรงบิดที่เหมาะสม โดยไม่ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกหวาดกลัว เครื่องยนต์ที่ปรับจูนมาอย่างดี ทำให้ PW50 สามารถขับได้อย่างสนุกและปลอดภัย โดยเฉพาะสำหรับเด็กเล็กที่ต้องการประสบการณ์แรกกับการขับขี่มอเตอร์ไซค์  ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ หนึ่งในจุดเด่นที่ทำให้ PW50 เป็นที่นิยม คือระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ “twist-and-go” ซึ่งผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเกียร์ เพียงแค่บิดคันเร่งรถจะเคลื่อนที่ไปได้ในทันที ระบบนี้ช่วยลดความซับซ้อนในการขับขี่ และทำให้เด็กสามารถมีสมาธิในการเรียนรู้การควบคุมตัวรถได้มากขึ้น การออกแบบนี้เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างการให้ความรู้สึกของการควบคุมมอเตอร์ไซค์ที่แท้จริงกับการลดความซับซ้อนในการใช้งาน ทำให้ผู้ขับขี่รุ่นเล็กสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วและสนุกสนาน ความปลอดภัยและการบำรุงรักษาที่ง่าย ความปลอดภัยเป็นหัวใจหลักของ Yamaha PW50 ระบบขับเคลื่อนด้วยเพลาขับที่มาพร้อมการปิดครอบอย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการบำรุงรักษา และยังเพิ่มความปลอดภัยต่อผู้ขับขี่เด็กเมื่อเทียบกับระบบโซ่ที่อาจมีความเสี่ยงในบางสถานการณ์ นอกจากนี้ PW50 ยังมาพร้อมกับระบบเบรกแบบดรัมทั้งด้านหน้าและด้านหลังที่ให้การหยุดรถอย่างมีประสิทธิภาพ และด้วยน้ำหนักตัวรถเพียง 40 กิโลกรัมนิด ๆ ทำให้เด็ก ๆ สามารถควบคุมรถได้ง่าย ไม่รู้สึกว่ารถหนัก หรือขับขี่ยากเกินไปบนพื้นผิวที่ไม่เรียบ​ ระบบกันสะเทือนและการขับขี่ที่นุ่มนวล สำหรับการขับขี่บนทางวิบากหรือทางที่ไม่เรียบ PW50 ได้รับการติดตั้งระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบ telescopic fork ขนาด 26 มม. พร้อมระยะยุบ 2.4 นิ้ว และระบบกันสะเทือนด้านหลังแบบสวิงอาร์มพร้อมระยะยุบ 2.0 นิ้ว แม้ว่าระบบกันสะเทือนจะมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับมอเตอร์ไซค์รุ่นใหญ่ แต่ก็เพียงพอที่จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลให้กับเด็กๆ โดยที่ไม่ทำให้รู้สึกว่าการขับขี่นั้นแข็งกระด้าง​ ความจุถังน้ำมัน ความจุน้ำมันเชื้อเพลิง 2 ลิตร ออกแบบมาสำหรับการขับขี่ในระยะทางสั้น ๆ มากกว่าการเดินทางระยะไกล แต่เพียงพอสำหรับการใช้งานในสวนหลังบ้านหรือพื้นที่ฝึกซ้อมเล็กๆ ด้วยเครื่องยนต์สองจังหวะที่ประหยัดน้ำมัน ผู้ปกครองสามารถมั่นใจได้ว่าการเติมน้ำมันจะไม่บ่อยเกินไป และยังคงสามารถสนุกกับการขับขี่ได้เป็นเวลานานต่อการเติมครั้งเดียว ราคาที่เป็นมิตร สำหรับมอเตอร์ไซค์จิ๋วคันนี้ตั้งราคาจำหน่ายที่ประมาณ 1,849 ดอลลาร์สหรัฐ หรือตีเป็นเงินไทยราว ๆ 62,015 บาท ซึ่งถือเป็นราคาที่สมเหตุสมผลสำหรับมอเตอร์ไซค์เด็กที่มีประสิทธิภาพ และความทนทานระดับนี้ เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการให้ลูกหลานเริ่มต้นในการทดลองขี่รถมอเตอร์ไซค์ ด้วยการออกแบบที่ทนทาน และระบบการขับขี่ที่เรียบง่ายทำให้ PW50 เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการเรียนรู้ในระยะยาว สรุป Yamaha PW50 2025 ยังคงรักษามาตรฐานการเป็นมอเตอร์ไซค์สำหรับเด็กที่ยอดเยี่ยม ด้วยการออกแบบที่คำนึงถึงความปลอดภัย ความง่ายในการใช้งาน และการบำรุงรักษาที่ต่ำ เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ปกครองที่ต้องการมอบประสบการณ์การขับขี่ครั้งแรกที่สนุกและปลอดภัยให้กับลูก ๆ ได้อย่างเเน่นอน  Yamaha PW50 2025 สเปค และรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ 2 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยอากาศ ปริมาตรกระบอกสูบ 49 ซีซี แรงม้า N/A แรงบิด N/A ระบบวาล์ว ลิ้นปีกผีเสื้อ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 40 x 39.2 มม. อัตราส่วนการอัด 6.0 : 1 ระบบเกียร์ เกียร์อัตโนมัติแบบ Centrifugal ระบบจุดระเบิด CDI ระบบจ่ายเชื้อเพลิง คาร์บูเรเตอร์ VM12 ยางหน้า 2.50 – 10 4PR ยางหลัง 2.50 – 10

Triumph Trident 660 2025 สเปค และรายละเอียดต่าง ๆ

Triumph Trident 660 2025 สเปค  และรายละเอียดต่าง ๆ Triumph Trident 660 2025 สเปค สปอร์ตโมเดิร์นขนาด 3 สูบเรียง 660 ซีซี มาพร้อมลวดลายกราฟิกที่ได้รับการออกแบบใหม่ รวมถึงระบบฟีเจอร์ใช้งานต่าง ๆ และระบบช่วงล่าง ทั้งยังเสริมความคล่องตัวไม่ว่าจะขับขี่ในเมืองหรือออกทริปทางไกล นี่แหล่ะโมเดลสุดพิเศษของค่ายผู้ดี บริติชของแท้ รออัปเดตในเร็ว ๆ นี้    กราฟิกออกแบบใหม่ อัปเกรดใหม่ทั้งระบบฟีเจอร์ และช่วงล่าง สปอร์ต คล่องตัว หล่อ แม้ในยามค่ำคืน Triumph Trident 660 2025 ข้อมูลและรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ 3 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 660 ซีซี แรงม้า (เคลม) 81 แรงม้าที่ 10,250 รอบ แรงบิด (เคลม) 64 นิวตันเมตรที่ 6,250 รอบ ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 74.0 x 51.1 มม. อัตราส่วนการอัด 11.95 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์  ระบบสตาร์ท สตาร์ทมือ ระบบคลัตช์ คลัตช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70 R 17 แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 180/55 R 17 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับขนาด 41 มม. จาก Showa ระยะยุบ 120 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว Showa ปรับพรีโหลดได้ ระยะยุบ 130 มม. เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกคู่ 310 มม. (OC-ABS) เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 255 มม. (OC-ABS) กว้าง X ยาว X สูง 795 x NA x 2,020 มม. ระยะฐานล้อ 1,401 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ NA ความสูงเบาะ 805 มม. น้ำหนักรถ 190 กก. ความจุถังน้ำมัน 14 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ระบบเบรก Cornering ABS ระบบไฟ Full LED รอบคัน ระบบแทร็คชันคอนโทรล หน้าจอสี TFT ระบบครูซคอนโทรล ระบบนำทาง Turn-by-Turn แอสซิสต์สลิปเปอร์คลัตช์ สีสันที่มีจำหน่าย สีเหลือง (Cosmic Yellow) สีน้ำเงิน (Cobalt Blue) สีแดง (Diablo Red) สีดำ (Jet Black) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Ducati Scrambler 2 รุ่นใหม่ ดุ เข้ม สปอร์ต อิตาลี

2025 Ducati Scrambler 2 รุ่นใหม่ ดุ เข้ม สปอร์ต อิตาลี เผยโฉมออกมาแล้วอย่างเป็นทางการกับ Ducati Scrambler โมเดลปี 2025 ที่ออกมาพร้อมกันถึงสองรุ่น ได้แก่ โมเดลรหัส Icon dark และ Full Throttle ซึ่งทั้งสองโมเดลที่เปิดพร้อมกันมานี้มีการใช้เครื่องยนต์ที่มีขนาดเท่ากันคือ 803 ซีซี ซึ่งได้รับการปรับแต่งอย่างสมบูรณ์เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานไอเสีย Euro 5+ แต่ก็สามารถสร้างความสนุกเร้าใจได้ตลอดการเดินทาง โดยทั้งสองรุ่นที่ปล่อยออกมาจะแตกต่างกันก็เพียงกราฟิก และรายละเอียดบางอย่างเท่านั้น Ducati Scrambler ‘ICON DARK’ ดีไซน์การออกแบบของ Ducati Scrambler ‘ICON DARK’ มาแบบเรียบง่ายแต่ดูหรูหรา ด้วยกราฟิกสีดำที่ดูสะอาดตา พร้อมถังน้ำมันทรงหยดน้ำสุดคลาสสิก และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่มากับรถคันนี้ทุกอย่างเป็นสีดำ ไม่ว่าจะเป็นแผงด้านข้าง ล้อ เฟรม ฝาครอบคลัตช์ และฝาครอบสายพานแคม ที่ถังน้ำมันมีโลโก้ Ducati คลาสสิกที่ถูกสลักอยู่ในปีก Ducati พร้อมด้วยไฟหน้า LED ทันสมัย แฮนด์บาร์ทรงคลาสสิก และหน้าจอแสดงผลแบบ TFT ขนาด 4.3 นิ้วที่เติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับ ICON DARK ยิ่งไปกว่านั้นโมเดลนี้ยังรองรับการติดตั้ง ควิกชิฟเตอร์ (ชุดแต่งเพิ่มเติม) อีกด้วย ล้อแม็กสีดำ เพิ่มความดุดันให้กับตัวรถ ไฟท้ายดีไซน์สปอร์ต เพลทโลโก้ข้างถังน้ำมัน เบาะแต่ง กับลวดลายสุดเท่   Ducati Scrambler ‘FULL THROTTLE’ ดีไซน์การออกแบบของ Ducati Scrambler ‘FULL THROTTLE’ ตัวรถมาในสีดำเช่นกัน พร้อมอุปกรณ์ไฟส่องสว่างแบบ LED เต็มรูปแบบ ระบบท่อไอเสียจาก Termignoni และระบบเกียร์แบบ Quickshifter ขึ้น-ลง แฮนด์บาร์ที่ต่ำลงเพื่อท่าทางการขับขี่ที่สปอร์ตยิ่งขึ้นโลโก้บนถังน้ำมันแสดงคำว่า Scrambler Ducati ด้วยตัวอักษรที่ทันสมัยและโดดเด่น เบาะนั่งถูกออกแบบมาให้มีความสอดคล้องตามหลักสรีรศาสตร์มากขึ้น พร้อมหมายเลข 62 ขนาดใหญ่ถูกสลักไว้บนแผงด้านข้าง เพื่อเป็นการระลึกถึงถึงปี 1962 ที่เป็นปีของ Scrambler Ducati ถือกำเนิดขึ้น ล้อแม็กสีทองสวย โดดเด่น #62 เพื่อระลึกถึง Ducati Scrambler รุ่นแรกในปี 1962 ระบบเกียร์แบบ Quickshifter หน้าจอ TFT ขนาด 4.3”   2025 Ducati Scrambler สเปคและรายละเอียดอื่น ๆ Ducati Scrambler ‘ICON DARK’ Ducati Scrambler ‘FULL THROTTLE’ เครื่องยนต์ Desmodromic แบบ L-twin ระบายความร้อนด้วยอากาศ Desmodromic แบบ L-twin ระบายความร้อนด้วยอากาศ ปริมาตรกระบอกสูบ 803 ซีซี 803 ซีซี แรงม้า (เคลม) 73 แรงม้าที่ 8,250 รอบต่อนาที 73 แรงม้าที่ 8,250 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 65.2 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบต่อนาที 65.2 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว SOHC 2 วาล์ว SOHC 2 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 88 x 86 มม. 88 x 86 มม. อัตราส่วนการอัด 11.1:1 11.1:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด 6 สปีด พร้อมระบบ Ducati Quick Shift ระบบจ่ายเชื้อเพลิง

2025 Honda CBR600RR แรงเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือสีใหม่

2025 Honda CBR600RR แรงเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือสีใหม่ 2025 Honda CBR600RR สปอร์ตไบค์คลาส 600 ซีซี ที่ Honda ยังคงทำตลาดอยู่ และตอนนี้เปิดตัวเจนใหม่แล้วในประเทศอเมริกา ซึ่งในโมเดลนี้ไม่ใช่รุ่นที่อัปเดตใหม่เหมือนที่วางขายในยุโรป โมเดลใหม่ดีไซน์เครื่องเดิมสนิท ขุมพลังหลักของ CBR 600RR รุ่นปี 2025 ได้แก่ เครื่องยนต์สี่สูบเรียงขนาด 599 ซีซี จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด DSFI 4 วาล์วต่อสูบ ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ 6 สปีด ให้กำลังสูงสุดที่ 183 แรงม้าที่ 13,500 รอบต่อนาที และแรงบิด 66 นิวตันเมตรที่ 11,250 รอบต่อนาที ช่วงล่างด้านหน้ามาพร้อมโช้คหัวกลับ  Showa BPF และด้านหลังเป็นแบบโช้คเดี่ยว Pro-Link เพื่อให้การควบคุมที่แม่นยำขึ้นและเพิ่มการยึดเกาะถนน ทั้งสองด้านสามารถปรับแต่งพรีโหลด รีบาวนด์ได้ ส่วนระบบเบรกด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่พร้อมคาลิเปอร์เบรก 4 ลูกสูบ  มาพร้อมคาลิเปอร์เบรก Tokico เบรกหลังจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวกับคาลิเปอร์เบรกลูกสูบเดียว มาพร้อมกับขนาดล้อและยางที่ 120/70 ZR-17 และ 180/55 ZR-17 หน้าหลังตามลำดับ ในส่วนของการออกแบบ โมเดลรถคันนี้มีพื้นฐานมาจากโมเดลเก่าปี 2013 (รหัส EBL-PC40) ที่ยังคงมีเลี้ยวอยู่ด้านข้างยังไม่ใช่ปีกวิงก์เล็ตแบบโมเดลปี 2020 มาพร้อมไฟหน้า LED แบบคู่ และหน้าจอแสดงผลดิจิทัล พร้อมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เช่น โหมดการขับขี่ คันเร่งไฟฟ้า (throttle-by-wire) และ Honda Selectable Torque Control (HSTC) ที่ยังคงเหมือนเดิมจากรุ่นก่อนหน้า เปลี่ยนสีประจำโมเดล โมเดลที่เปิดใหม่ในอเมริกานี้เป็นโมเดลที่ต่อเนื่องมาจากรุ่นก่อนหน้าที่วางขายอยู่ในอเมริกา ไม่ใช่รุ่นที่มีการพัฒนาใหม่ ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่นของปี 2025 ก็มีเพียงอย่างเดียวคือสีสันใหม่ ได้แก่สีเทา ‘Deep Pearl Gray’ ที่มาแทนที่สี Grand Prix Red จากปีก่อน ตัวรถถูกเคลือบด้วยสีเทาเข้มเป็นสีพื้น พร้อมการตกแต่งด้วยสีเทาอ่อน และขาว พร้อมด้วยการคาดเส้นสีแดงบาง ๆ ที่ใส่มาเพื่อให้เกิดการตัดกันของสีเพื่อให้เกิดความโดดเด่น อาจจะขัดใจกับแฟน ๆ ที่ชื่นชอบในสีแดง 2025 Honda CBR600RR สเปคและรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 599 ซีซี แรงม้า (เคลม) 119 แรงม้าที่ 14,250 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 63 นิวตันเมตรที่ 11,500 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 67 x 42.5 มม. อัตราส่วนการอัด 12.2 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด Fuel injection ระบบจ่ายเชื้อเพลิง PGM-Fi ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ขนาดล้อและยางหน้า 120/70-17 แบบไม่ใช้ยางใน ขนาดล้อและยางหลัง 180/55-17 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพแบบหัวกลับขนาด ขนาด 41 มม. รุ่น Showa ระยะยุบ 120 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพเดี่ยวแบบโปรลิงค์ ระยะยุบ 128 มม. เบรกหน้า ดิสก์เบรกหน้าคู่ขนาด 310 มม. คาลิเปอร์เรเดียนเมาท์ 4 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 220 มม. คาลิเปอร์เบรกลูกสูบเดียว กว้าง X ยาว X

BMW R NineT 801 Steampunk จาก Zillers Garage

BMW R NineT 801 Steampunk จาก Zillers Garage BMW R NINET 801 Motorcycle ซึ่งได้รับการโมดิฟายด้วยสำนักแต่งรถจากประเทศรัสเซียอย่าง Zillers Garage ที่มีผลงานการคัสตอมรถมอเตอร์ไซค์ออกมาได้อย่างจี๊ดจ๊าดไม่ว่าจะเป็น การคัสตอม BMW R18 ที่เปลี่ยนจากรถที่มีดีไซน์แบบครุยเซอร์คลาสสิคให้มีความล้ำสมัย เสมือนหลุดออกมาจากโลกอนาคต รวมไปถึงการได้รางวัลชนะเลิศ AMD World Champion of bike building ที่มีผลงานชื่อดังระดับโลกอย่าง ‘Insomnia.’ Yamaha SR400 อีกทั้งสำนักแต่งนี้ก็ยังมีผลงานชิ้นโบว์แดงอีกหนึ่งชิ้นนั่นคือการนำ BMW R Nine T มาแยกชิ้นส่วนจนเหลือเพียงแค่เครื่องยนต์ ระบบเบรกล่าง และโช้คอัพหน้าเท่านั้นที่เป็นของเดิมมาจากโรงงาน มาจัดการปรับรูปลักษณ์ภายนอกใหม่โดยมีชื่อว่า BMW R NINET 801 Motorcycle โดยรถคันนี้มีระยะเวลาในการผลิตประมาณ 10 เดือนต่อหนึ่งคัน เครื่องยนต์เดิมสนิทจากโรงงาน ในส่วนของขุมกำลังของรถคันนี้ทางสำนักแต่งจะไม่ไปยุ่งอะไรกับเครื่องยนต์ เพราะยังคงไว้ใจในขุมกำลังเครื่องยนต์แบบ 2 สูบเรียงนอน Boxer ขนาดความจุ 1,170 ซีซี พละกำลังอยู่ที่ 110 แรงม้า ที่ 7,750 รอบต่อนาที แรงบิดอยู่ที่ 116 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบต่อนาที ระบบเบรก Brembo จากโรงงาน ในส่วนของช่วงล่างมาพร้อมกับล้อคัสตอมขนาดขอบ 18 นิ้วทั้งหน้า และหลัง ระบบเบรกด้านหน้า และด้านหลังเป็นเบรกเดิมของรถที่มาจากโรงงานได้แก่ เบรกหน้าดิสก์เบรกคู่พร้อมคาลิเปอร์เบรกจาก Brembo 4 พอตขนาด 320 มม. เบรกหลังแบบดิสก์เบรกเดี่ยวพร้อมคาลิเปอร์เบรกจาก Brembo 2 พอตขนาด 265 มม. พร้อมระบบ ABS ทั้งคู่ ส่วนของระบบกันสะเทือนหน้า Hydraulic suspension สามารถยกรถขึ้นได้แค่เพียงกดปุ่มเมื่อต้องการขับขี่ ปุ่มฟังก์ชันครบบนถังน้ำมัน   โครงที่พาดอยู่เหนือแฮนด์บาร์นั้นทำหน้าที่เป็นส่วนค็อกพิทที่ใช้งานได้จริง โดยมีมาตรวัดความเร็ว Motogadget Motoscope Mini และปุ่มควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ เช่น ปุ่มไฟสูง/ไฟต่ำ และปุ่มควบคุมความสูงรถด้วยระบบไฮดรอลิก ที่ถูกรวมเข้าไว้ปกถังน้ำมันอย่างไร้รอยต่อ ตัวถังภายนอกอลูมิเนียมทำมือทั้งคัน ในส่วนของคอนเซปต์ดีไซน์ของรถดีคันนี้ Dmitry มีความตั้งใจให้ตัวถังมีสไตล์ย้อนยุคผสมผสานกับความล้ำสมัย และชิ้นส่วนตัวถังถูกหุ้มด้วยชิ้นส่วนอะลูมิเนียมด้วยมือทีละชิ้น เส้นสายของการออกแบบมีความประณีต ตั้งแต่ส่วนหน้าที่ดูคล้ายหุ่นยนต์มีความ Sci-fi ไปจนถึงส่วนท้ายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถคลาสสิค พร้อมด้วยโลโก้ BMW แปะอยู่ที่ด้านข้างทั้ง 2 ฝั่ง ช่องเก็บของท้ายรถแบบมินิมอล หลายครั้งมักมีวลีที่บอกว่า ‘เท่แต่กินไม่ได้’ ที่หมายถึงไม่อเนกประสงค์ในการเก็บสัมภาระ แต่ไม่ใช่กับรถคันนี้ เพราะรถคันนี้ไม่ได้เท่แค่เพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถเก็บของได้บ้างเล็กน้อย (เล็กน้อยที่แปลว่าเล็กน้อยมาก ๆ) โดยช่องเก็บดังกล่าวอยู่ส่วนของท้ายรถ อีกทั้งในช่องนั้นยังมีพอร์ตสำหรับชาร์จโทรศัพท์มือถือได้อีกด้วย ดีไซน์สุดล้ำไร้ขาตั้งกวนใจ ความเท่อีกหนึ่งจุดคือของรถคันนี้คือ การจอดโดยไม่ต้องใช้ขาตั้ง เพราะด้านล่างสุดของตัวรถคือจุดรับน้ำหนักที่ประคองให้มันตั้งอยู่ได้ โดย Dimitry ออกแบบ และพัฒนาระบบ Hydraulic suspension ให้ฝังอยู่ในตะเกียบหน้า โดยระบบนี้จะยกรถขึ้นเมื่อต้องการผู้ขับขี่ต้องการขับขี่ และย่อลงติดพื้นเมื่อดับเครื่องยนต์ ภาพในมุมอื่น ๆ   สรุป Zillers’ R nineT เป็นรถที่มีความโดดเด่น มีสไตล์ แต่ก็น่าเสียดายที่ถูกตกแต่งเพียงแค่ตัวถังภายนอกเท่านั้น ไม่ได้มีการไปยุ่งกับเครื่องยนต์ 2 สูบ 1,170 ซีซี 110 แรงม้า แต่การตกแต่งสไตล์นี้มันก็มากพอที่จะสร้างความประทับใจให้ผู้ที่พบเห็นได้จนจำผลงานแบบ One-off อีกชิ้นของ Dimitry ได้ไปอีกนาน หากอ่านแล้วสนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ Zillers custom คลิ๊กที่นี่

Aprilia Racing ดึงตัว Sterlacchini คุมฝ่ายเทคนิค

Aprilia Racing ดึงตัว Sterlacchini คุมฝ่ายเทคนิค เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2024 ก่อนเริ่มการแข่งที่สนามโมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น ทีม Aprilia Racing มีการประกาศแจ้งให้ทราบถึงการแต่งตั้ง Fabiano Sterlacchini เข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของทีม Aprilia Racing โดยมีผลตั้งแต่วันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2024 เป็นต้นไป การมาของ Fabiano ถือเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งของทีม Aprilia ในการแข่งขัน MotoGP หลังจากการเซ็นสัญญากับนักบิดหนุ่มที่มีพรสวรรค์ถึงสองคน คือ Jorge Martín และ Marco Bezzecchi Aprilia Racing โพสต์ผ่านช่องทาง Instagram ของทีมโดยมีเนื้อหาดังนี้ “ขอขอบคุณ Romano Albesiano (ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคคนเก่า) สำหรับ 11 ปีที่ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของทีม รวมถึงตลอด 20 ปีที่ทำงานในร่วมกับกลุ่ม Piaggio” โดย Albesiano จะเข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคที่ Honda ในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาลหน้า สำหรับการแข่งขันสนามถัดไปของ MotoGP จะแข่งขันที่สนามโมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น ในวันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม เวลา 12.00น. (ตามเวลาประเทศไทย) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Kawasaki Versys 1100 ยักษ์เขียวทัวร์ริ่ง เครื่องใหญ่กว่าเดิม

2025 Kawasaki Versys 1100 ยักษ์เขียวทัวร์ริ่ง เครื่องใหญ่กว่าเดิม เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการในยุโรปกับ 2025 Kawasaki Versys 1100 ที่ขยายความจุเพิ่มขึ้นจากตัวก่อนหน้า พร้อมทั้งได้รับการอัพเกรดให้รถคันนี้ตอบโจทย์การใช้งานมากยิ่งขึ้นไปอีก การออกแบบดีไซน์ตัวถังของ Versys 1100 มีเส้นสายที่พลิ้วไหวให้รูปลักษณ์มีความสปอร์ต อีกทั้งยังมีการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ ช่วยให้ขับขี่ทางไกลได้อย่างสบาย โดยในโมเดล 2025 นี้มีการเปิดตัวออกมาด้วยกันทั้งหมด 3 รุ่นย่อยได้แก่ Kawasaki Versys 1100, Kawasaki Versys 1100S และ Kawasaki Versys 1100SE เครื่องยนต์อัพไซส์ ดีดม้าเพิ่ม 15 ตัว ซึ่งสิ่งที่อัพเกรดคือเครื่องยนต์ ใน Kawasaki Versys โมเดลใหม่นี้จะใช้เครื่องยนต์แบบเดียวกันทั้งสามรุ่นย่อย คือมาพร้อมกับเครื่องยนต์แบบ 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ความจุเพิ่มขึ้นจาก 1,043 ซีซีเป็น 1,099 ซีซี ทำให้ได้ม้าเพิ่มขึ้นถึง 15 ตัวจาก 120 แรงม้าเป็น 135 แรงม้า ทำให้การขับขี่มีความสนุก และสบายมากยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับการเดินทางระยะไกล การเร่งจากรอบต่ำถึงรอบสูงเป็นไปอย่างน่าตื่นเต้นมากขึ้น อีกทั้งการตอบสนองของคันเร่งที่ยอดเยี่ยม แรงบิดที่แข็งแกร่งในทุกช่วงรอบ และเสียงดูดอากาศที่น่าดึงดูดยังช่วยเพิ่มความเร้าใจในการขับขี่อีกด้วย Quick Shifter ปรับใหม่ 1,500 รอบก็ทำงานแล้ว Kawasaki Quick Shifter (KQS) ช่วยให้เปลี่ยนเกียร์ขึ้น และลงโดยไม่ต้องใช้คลัตช์ เพื่อการเร่งความเร็วที่ราบรื่น และลดความเร็วได้อย่างรวดเร็ว ระบบ KQS ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้สามารถทำงานในช่วงรอบต่อนาทีที่กว้างขึ้น โดยรอบต่อนาทีต่ำสุดจะเปลี่ยนจาก 2,500 รอบต่อนาที เป็น 1,500 รอบต่อนาที ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างนุ่มนวลแม้จะอยู่ในเมืองหรือขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ เทคโนโลยีแบบเต็มระบบ นอกจาก Quick Shifter ที่ทำให้การเข้าเกียร์เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นแล้ว เทคโนโลยีอื่น ๆ ที่มาพร้อมกับ Versys 1100 ในโมเดลใหม่นี้เรียกได้ว่าให้มาแบบครบครัน สามารถอำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่อย่างเต็มพิกัดไม่ว่าจะเป็น IMU หรือหน่วยประมวลแรงเฉื่อยแบบ 6 แกน แทรคชันคอนโทรล 3 โหมด ได้แก่ โหมดเพิ่มความเสียรภาพในถนนลื่นไม่ให้ล้อหมุนฟรี โหมดในการรักษาแรงยึดเกาะที่เหมาะสมขณะเข้าโค้ง และโหมดในการลดกำลังเครื่องเมื่อระบบตรวจพบว่าล้อหลังหมุนฟรี ระบบควบคุมเบรก ระบบเบรก ABS ระบบ Cruise control (ครูซ คอนโทรล) และช่องจ่ายไฟแบบ USB-Type C นอกจากฟีเจอร์ที่มีอยู่แล้วยังเพิ่มความสามารถให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมแอปด้วยคำสั่งเสียง ผ่านแอปพลิเคชัน RIDEOLOGY THE APP MOTORCYCLE ซึ่งช่วยให้สามารถปรับการตั้งค่ามอเตอร์ไซค์และฟังก์ชันอื่นๆ ด้วยการสั่งงานผ่านเสียง ซึ่งในฟังก์ชันนี้จะสามารถใช้ได้แค่ในรุ่น S และ SE เท่านั้น ซึ่งจุดพิจารณาคือ อาจจะยังใช้ได้แค่ภาษาอังกฤษ ซึ่งการออกเสียงสำเนียงในแต่ละท่านอาจจะทำให้การรับคำสั่งบางคนไม่ตอบสนองได้ดีเท่าที่ควร https://www.youtube.com/watch?v=EH-Fz8lK7N0 2025 Kawasaki Versys 1100 สเปคพร้อมรายละเอียดอื่น ๆ 2025 Kawasaki Versys 2025 Kawasaki Versys S 2025 Kawasaki Versys SE เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 1,099 ซีซี 1,099 ซีซี 1,099 ซีซี แรงม้า (เคลม) 135 แรงม้าที่ 9,000 รอบ 135 แรงม้าที่ 9,000 รอบ 135 แรงม้าที่ 9,000 รอบ แรงบิด (เคลม) 112 นิวตันเมตรที่ 7,600 รอบ 112 นิวตันเมตรที่ 7,600 รอบ 112

VESPARTE : HEARTBEAT ได้บุญแถมได้รถ

VESPARTE : HEARTBEAT ได้บุญแถมได้รถ VIVA LA VESPA แคมเปญจากทางเวสป้าที่เฉลิมฉลองให้กับ เวสป้า ประเทศไทย โดยคอนเซ็ปต์ของ VIVA LA VESPA ประกอบไปด้วย 3 กิจกรรมใหญ่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ที่ขับขี่เวสป้า หรือ Vespisti (เวสปิสตี้) ชาวไทย ไม่ว่าจะเป็น Vespanista (Fashion) , Vespafesta (Music) และ Vesparte (ART) และ Phase ของ VESPARTE กับคอนเซปต์ Vesparte Heartbeat ที่จัดเสร็จสิ้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 25-29 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งงานนี้จะเป็นงานที่จะพาเหล่าเวสปิสตี้โลดแล่นเข้าไปสู่โลกของงานศิลปะในทุกรูปแบบ โดยในครั้งนี้ทางเวสป้าได้ร่วมมือกับศิลปินไทยในแขนงต่าง ๆ เพื่อสร้างผลงานที่พร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองให้กับช่วงเวลาพิเศษในครั้งนี้ โดยจุดประสงค์การจัดงานครั้งนี้คือ การร่วมประมูลรถเวสป้าเพื่อนำรายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปบริจาคเพื่อช่วยเหลือเด็ก ๆ ที่ป่วยด้วยโรคหัวใจตั้งแต่กำเนิด โดยรายได้จากการประมูลผลงานหลังหักค่าใช้จ่ายแล้วจะนำไปมอบให้กับมูลนิธิเด็กโรคหัวใจแห่งประเทศไทยทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ ในพระอุปถัมภ์ ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์, มูลนิธิเพื่อสนับสนุน การผ่าตัดหัวใจเด็ก และ โครงการหนึ่งหัวใจ สู่ชีวิตใหม่ มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก ATT 19 ศูนย์รวมแกลอรีชื่อดังมากมาย สำหรับสถานที่ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ อยู่ที่ ATT19 แถวย่านเจริญกรุง และพรั่งพร้อมไปด้วยโมเดลรถเวสป้าที่ถูกวาดลวดลายด้วยศิลปินทั้ง 7 ท่าน ได้แก่ Benzilla (เบนซิลล่า), Nanzo (แนนโซ่), Yoon Phanaphast (ยูน ปัณพัท), Poorboy (พูลบอย), Thaiwijit (ไทยวิจิต), Gongkan (ก้องกาน) และ Mackcha (แม็กชา) ที่มาร่วมส่งต่อโอกาสให้กับเด็ก ๆ ผู้ป่วยเป็นโรคหัวใจที่ยังรอการรักษาในประเทศไทย เพื่อให้เด็ก ๆ เหล่านั้นได้มีโอกาสและใช้ชีวิต เดินตามความฝันของตัวเองได้อย่างอิสระ เดี๋ยวเรามาชมเวสป้าที่ประดับด้วยลวดลายศิลปะแต่ละคันว่าจะสวยสดงดงามขนาดไหน VESPA LX 125 I-GET BY Benzilla สำหรับสาวกเวสปิสตี้ หรือผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะในวงการสตรีทอาร์ตน่าจะรู้จักกับ เบนซ์-ปริญญา ศิริสินสุข หรือ Benzilla กับคอนเซ็ปต์การออกแบบเวสป้า LX125 i-Get มาในลวดลายของตัวการ์ตูนสุดน่ารักอย่าง LOOOK  เปรียบเสมือนตัวแทนของเด็ก ๆ ที่พร้อมจะออกเผชิญโลกกว้างนั่นเอง ชื่อผลงาน : Blomming  โมเดล : VESPA LX 125 I-GET  คอนเซปต์ : การขับขี่เวสป้าก็เหมือนการได้แล่นไปกลางทุ่งดอกไม้ผ่านสายลมในทุกช่วงวินาทีของการเดินทาง จึงหยิบใช้ดอกไม้และองค์ประกอบของธรรมชาติมาใส่ไว้บนรถเวสป้า เลือกสีที่ใช้มีความน่ารักด้วยความ ตั้งใจที่อยากจะส่งต่อความสดใส ความหวัง และมุมมองในการใช้ชีวิตในแง่บวก แบบเจ้า LOOOK และตัวละครอื่น ๆ โดยเปรียบเจ้า LOOOK เป็นเหมือนเด็กคนหนึ่งที่หน้าตาไม่เหมือนใคร แต่ก็พยายามที่จะปรับตัวเข้ากับสิ่งต่าง ๆ ทําความเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ด้วยดวงตาใหญ่ ๆ ที่มีไว้มองสิ่งที่เกิดขึ้น คล้ายกับเป็นผู้สังเกตการณ์ เรียนรู้จากทุกปัญหาที่ต้องเผชิญด้วยมุมมองที่เป็นบวก สร้าง ความรู้สึกสบายท่ามกลางสายลมอิสระ   VESPA LX 125 I-GET BY Nanzo ต่อด้วย โมเดลสุดพิเศษของศิลปินสาวสวยอย่าง แนน – วราภรณ์ เหมรัตน หรือ Nanzo ศิลปิน Art ชื่อดังกับรถเวสป้า LX 125 i-Get มาพร้อมลวดลายสุดคลีนแต่เต็มไปด้วยสีสันสดใส สะท้อนถึงความอิสระแห่งการปลอดปล่อยตัวเองไปกับธรรมชาติ Project : THE JOYFUL RIDE โมเดล : VESPA LX 125 I-GET  คอนเซปต์ : ถ่ายทอดบรรยากาศของการท่องเที่ยวกับเพื่อน ๆ ที่เต็มไปด้วยเสียงเพลงการเต้นรําและอิสระ การเดินทางที่เปี่ยมไปด้วยความสุข ดื่มดําไปกับธรรมชาติรอบตัว ด้วยแรงบันดาลใจจากรูปทรง ของมนุษย์กับธรรมชาติต่าง ๆ เช่น ภูเขา

2025 Kawasaki W230 และ Meguro S1 คลาสสิคที่ยังมีลมหายใจ

2025 Kawasaki W230 และ Meguro S1 คลาสสิคที่ยังมีลมหายใจ 2025 Kawasaki W230 และ Meguro S1 เปิดตัวอย่างเป็นทางการกับรถจักรยานยนต์ที่มีกลิ่นอายของความเป็นเรโทรคลาสสิคตระกูล W ที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน โดย Kawasaki W230 เป็นรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อฉลองครบรอบ 60 ปีของ W แบรนด์ และ Meguro S1 ทายาทของ Kawasaki 250 Meguro ที่อายุครบ 100 ปีในปีนี้แบบพอดิบพอดี ทั้งสองคันมีรูปแบบการดีไซน์ย้อนยุคสวยงาม เรียกได้ว่าถูกใจเหล่าไบค์เกอร์สายคลาสสิคอย่างแน่นอน Meguro S1 ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบโดยตรงจากรถมอเตอร์ไซค์ในตำนาน ในประวัติศาสตร์ของ Kawasaki และ Meguro: Kawasaki 250 Meguro SG ซึ่งผลิตในปี 1964 การออกแบบที่เห็นใน Meguro S1 สัมผัสได้ว่าสืบทอดมาจากรุ่นบรรพบุรุษโดยตรง โดยยังคงความเท่แบบเหนือกาลเวลาซึ่งยังคงสวยงามเหมือนในปี 1964 Kawasaki W230 โมลเดลที่สืบสานความภาคภูมิใจของซีรีส์ W ด้วยสัมผัสแห่งสไตล์ที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่รุ่น W รุ่นดั้งเดิม W230 จึงมีความงามอันเรียบง่ายเหนือกาลเวลา ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนดีไซน์ก็ยังมีความคลาสสิคและสวยงามอยู่เสมอ Kawasaki W230 และ Meguro S1 ใช้เครื่องยนต์ขนาดเดียวกันที่ 233 ซีซี สูบเดียว 4 จังหวะ SOHC ระบายความร้อนด้วยอากาศ มีพละกำลังอยู่ที่ 17 แรงม้าที่ 7,000 รอบต่อนาที แรงบิด 18.6 นิวตันเมตรที่ 5,800 รอบต่อนาที ซึ่งเจ้าเครื่องนี้ก็จะเป็นพื้นฐานมาจาก KLX230 จ่ายน้ำมันด้วยหัวฉีด มาพร้อมกับเกียร์ 6 สปีดแบบแมนนวล  ล้อหน้าให้มาแบบซี่ลวดขนาด 90/90-18 M/C ระบบเบรกเป็นแบบดิสก์เบรกเดี่ยว 2 พอต ขนาด 265 มม. มาพร้อมโช้คอัพแบบเทเลสโคปิกขนาดแกน 37 มม. พร้อมปลอกกันฝุ่น ในส่วนของระบบความปลอดภัย ให้ระบบเบรกมาพร้อม ABS ช่วยให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้นเมื่อต้องมีการเบรกกระทันหัน ล้อหลังให้มาแบบซี่ลวดขนาด 17 นิ้ว 110/90-17 M/C ขนาด 220 มม. ระบบกันสะเทือนหลังเป็นแบบสวิงอาร์มพร้อมโช้คอัพสปริงคู่ ระบบไฟส่องสว่าง ไฟหน้าให้ไฟแบบ LED สีขาว แต่ในส่วนของไฟเลี้ยวด้านหน้า ไฟท้าย และไฟเลี้ยวด้านหลังให้เพียวแค่หลอดไฟแบบฮาโลเจนเท่านั้น เรือนไมล์ที่ความผสมผสานระหว่างดิจิตอล และอนาล็อก โดยฝั่งซ้ายจะบอกความเร็ว และจอดิจิตอลสำหรับบอกระยะทางรวมของรถคันนี้ และนาฬิกา ฝั่งขวาจะเป็นรอบของเครื่องยนต์ และสัญญาณต่าง ๆ อาทิ ไฟบอกสถานะเกียร์ว่าง , ไฟเตือนไฟสูง , ABS , ไฟเตือนระดับน้ำมันเชื้อเพลิง และสัญญาณไฟเลี้ยว 2025 Kawasaki W230 และ Meguro S1 สเปค และรายละเอียด Kawasaki W230 Meguro S1 เครื่องยนต์ เครื่องยนต์สูบเดียว 4 จังหวะ SOHC ระบายความร้อนด้วยอากาศ เครื่องยนต์สูบเดียว 4 จังหวะ SOHC ระบายความร้อนด้วยอากาศ ปริมาตรกระบอกสูบ 233 ซีซี 233 ซีซี แรงม้า (เคลม) 17 แรงม้าที่ 7,000 รอบต่อนาที 17 แรงม้าที่ 7,000 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 18.6 นิวตันเมตรที่ 5,800 รอบต่อนาที 18.6 นิวตันเมตรที่ 5,800 รอบต่อนาที ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 67.0 x 66.0 มม. 67.0 x 66.0

2025 Kawasaki Ninja 1100 SX ยักษ์เขียว ล้อหมุนเปิดรุ่นใหม่

ยักษ์เขียว ล้อหมุนเปิดรุ่นใหม่ 2025 Kawasaki Ninja 1100 SX หลังจากที่ Kawasaki Versys 1100S เปิดตัวแล้วในประเทศออสเตรเลีย ก็มีข่าวเพิ่มเติมออกมาเกี่ยวกับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ 2025 Kawasaki Ninja 1100 SX ที่ใช้เครื่องยนต์แบบเดียวกัน รวมไปถึงรุ่นย่อยที่ใส่ของแต่งสายทัวร์ริ่งมาให้ เครื่องยนต์ 1100 เจนใหม่ เพิ่มขนาดแต่ม้าตาย เครื่องยนต์ใหม่ ในโมเดลนี้มีขนาด 1,099 ซีซี 4 สูบเรียง โดยเป็น เครื่องยนต์ที่ถูกพัฒนามาจากรุ่น Ninja 1000SX เดิม ซึ่งขาววงในบอกสเปคคร่าวๆมาว่า จะสามารถส่งกำลัง 134 แรงม้าที่ 9,000 rpm แรงบิด 112.6 นิวตันเมตร ที่ 7,600 rpm เทียบกับตัวเก่าเครื่องยนต์ตัวใหม่เหมือนจะโดนตอนม้ามา แต่ได้แรงบิดที่เพิ่มหน่อยนึง เพราะจากสเปคเดิม Ninja 1000SX ที่มีพละกำลังอยู่ที่ 140 แรงม้าที่ 10,000 rpm แรงบิดอยู่ที่ 111.2 ที่ 8,000 rpm ที่ม้าล้มตายไปฝูงนึง น่าจะมีสาเหตุจาก กฎ Euro 5+ ที่ไม่ใช่แค่คาวาที่โดน แต่ ตัวพันรุ่นใหม่ โดนแทบทุยี่ห้อ ต้องมาดูอีกทีว่า Kawasaki ให้โหมดแบบไม่ตอนมารึเปล่า หรือต้องซื้อท่อฟูลซักเส้น เพิ่มท็อปสปีดกับอัตราทดเกียร์ใหม่ ถึงแม้ว่าเครื่องยนต์ใหม่นี้จะมีกำลังแรงม้าที่น้อยกว่า และมีน้ำหนักที่ใกล้เคียงกัน แต่เจ้า Ninja 1100SX มีการปรับอัตราทดเกียร์ใหม่ จึงทำให้มีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 251 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่ง 1000SX ทำได้ที่ 249 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รุ่น SE เพื่อสายทัวร์ริ่งโดยเฉพาะ ในส่วนของรายละเอียดรุ่นย่อยของ Kawasaki Ninja 1100SX จะไม่ได้มาเพียงแค่รุ่นธรรมดา (โมเดลต่อท้ายด้วย SX) แต่จะมีรุ่น SE ที่เป็นรุ่นอัพเกรดเพิ่มเติมขึ้นมา โดยในรุ่น SE จะมาพร้อมอุปกรณ์เสริมเช่นกล่องสัมภาระด้านข้าง และเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ รวมถึงระบบความปลอดภัยที่มีความทันสมัยมากขึ้น และรวมไปถึงสีพิเศษที่อาจจะมีเฉพาะในรุ่นนี้  สรุป รถจักรยานยนต์รุ่นนี้จะเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่สไตล์สปอร์ต-ทัวร์ริ่ง โดยมุ่งเน้นไปที่ความสมดุลระหว่างสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีล้ำสมัย โดยการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของรุ่นนี้คาดว่าจะเปิดตัวขี้นในเดือนตุลาคม 2024​ นี้ และคาดว่าจะมีคันจริงให้สาวกยักษ์เขียว ลูบไล้สัมผัสที่งาน EICMA 2024 ที่ประเทศอิตาลี ในเดือนพฤศจิกายนนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Suzuki GSX-8R เจนสองออกสีใหม่ ยังไม่เข้าไทยเหมือนเดิม

2025 Suzuki GSX-8R เพิ่มความหล่อด้วยสีใหม่ เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการกับ 2025 Suzuki GSX-8R ที่ยังคงคอนเซปต์เดิม นั่นคือการที่ให้รถจักรยานยนต์คันนี้สามารถขี่ใช้งานได้ในชีวิตประจำวัน และแข่งขันในสนามได้ ซึ่งการเปิดตัวในโมเดลนี้จะมีเพียงสีใหม่ที่เปิดตัวเพิ่มเข้ามา คือสี เหลือง-ดำ Pearl Ignite Yellow เพื่อเพิ่มความสดใสให้กับผลิตภัณฑ์ อีกทั้งในเจ้าโมเดลที่เปิดตัวใหม่ ก็มีจุดเด่นไฮไลท์ที่น่าสนใจ ดังนี้ สปอร์ตฟลูแฟริ่ง ออกแบบตามหลักพลศาสตร์ ทาง Suzuki ได้เปิดตัววางจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ GSX-8R MY2025 โดยรูปแบบตัวรถมาในทรงของรถสปอร์ตฟลูแฟริ่งแบบเต็มพร้อมบังลม ซึ่งทุกรายละเอียดของการออกแบบจะมุ่งเน้นไปที่ประสิทธิภาพ และผ่านการทดสอบในอุโมงค์ลม อีกทั้งยังออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ รูปทรงเพรียวบางช่วยให้ลมไหลผ่านได้เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด โดยขนาดตัวรถมีขนาดอยู่ที่ (กว้าง x ยาว x สูง) 770 x 2,115 x 1,135 มม. ความยาวของช่วงล้ออยู่ที่ 1,465 มม. ตัวรถมีระยะห่างจากพื้น 145 มม. และความสูงของเบาะนั่งอยู่ที่ 810 มม. ล้อรถแบบแม็กซ์มีขนาดด้านหน้า 17 x 3.5 นิ้ว และล้อหลังขนาด 17 x 5.5 นิ้ว พร้อมกับขนาดยางหน้าขนาด 120/70-ZR17 และขนาดยางหลังขนาด 180/55-ZR17 Dynamic ABS LINEAR STOPPING POWER ระบบเบรกคู่หน้แบบดิสก์เบรกคู่ 4 พอตปั้มเบรก Nissin ขนาด 310 มม. และระบบเบรกล้อหลังเป็นแบบดิสก์เบรกเดี่ยว 1 พอต ขนาด 240 มม. ที่มาพร้อมกับระบบ ABS ช่วยให้เบรกได้มั่นใจมากยิ่งขึ้น ERGONOMIC CHASSIS การควบคุมและความสะดวกสบายที่ไม่เหมือนใคร แชสซีที่ถูกออกแบบมาเพื่อความเสถียรในการขับขี่ทางตรงอันยอดเยี่ยม พร้อมทั้งยังคงการขับขี่ที่สปอร์ต ให้ผู้ขับขี่รู้สึกตื่นเต้น สนุกทุกครั้งที่ได้ร่วมทางกับคันนี้ โดยระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นโช้คอัพหัวกลับ Showa SFF-BP ขนาดแกน 41 มม. มีระยะยุบตัว 130 มม. ระบบกันสะเทือนด้านหลังโช้คอัพเดี่ยว Showa Link-type มีระยะยุบตัว 130 มม. สามารถปรับตั้งค่าพรีโหลดได้ ที่สามารถปรับแต่งเพื่อความคล่องตัวและการควบคุมที่มั่นใจขณะขับขี่มากยิ่งขึ้น PARALLEL-TWIN ENGINE ทํางานได้อย่างราบรื่น เครื่องยนต์ 2สูบ มาในขนาด 776 ซีซี 4 จังหวะ ข้อเหวี่ยงแบบ 270° DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ โดยเคลมกำลังแรงม้าสูงสุดที่ 82.9 แรงม้าที่ 8,500 รอบและแรงบิดที่ 78 นิวตันเมตรที่ 6,800 รอบ และติดตั้งระบบ Cross Balancer เอกสิทธิ์เฉพาะของ Suzuki เพื่อการทำงานของเครื่องยนต์ที่ราบรื่นมากยิ่งขึ้น QUICK SHIFTER ให้การเปลี่ยนเกียร์เป็นเรื่องง่าย The Suzuki Clutch Assist System (SCAS) ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ และการเบรกเครื่องยนต์เป็นไปอย่างนุ่มนวล ขณะที่ระบบ Quick Shift แบบสองทิศทางช่วยให้เปลี่ยนเกียร์ได้ง่ายกว่าที่เคย SUZUKI INTELLIGENT RIDE SYSTEM GSX-8R ใช้ระบบ Suzuki Intelligent Ride System (SIRS) พร้อมตัวเลือกโหมดขับขี่ Suzuki 3 โหมด ได้แก่ โหมด A (แอคทีฟ) ซึ่งให้การตอบสนองของคันเร่งที่เฉียบคมที่สุด โหมด B และโหมด C ที่สามารถเลือกใช้การตอบสนองความนุ่มนวลของคันเร่งได้ตามระดับ และระบบควบคุมการยึดเกาะถนนขั้นสูง 4 โหมด พร้อมด้วยระบบ Easy Start สตาร์ทเครื่องง่าย ๆ ด้วยการกดปุ่มเพียงครั้งเดียว และ Low RPM Assist ระบบช่วยป้องกันรถดับเมื่อขับขี่ในรอบต่ำ สีสันที่วางจำหน่าย 2025 Suzuki GSX-8R 

13 อันดับ มอเตอร์ไซค์สปอร์ต แรงสุดของปี 2024

บทความนี้เราได้สืบหา มอเตอร์ไซค์ท่าขี่แบบสปอร์ต หรือเข่าหนีบถัง เท้าไม่ยื่นไปข้างหน้า นั่นหมายถึงว่าจะตัดรถกลุ่มมอเตอร์ไซค์ครูซเซอร์ออกเกือบทั้งหมด แต่มีหลงๆมาอยู่ เพราะท่าขี่นะแหละ โดยความแรงจะเรียงตามอัตราส่วน ของแรงม้าต่อน้ำหนัก เพื่อความแฟร์ เหมือนเทียบมวยตามน้ำหนักตัวเพื่อทำการจัดอันดับ มอเตอร์ไซค์สปอร์ตแรงสุดของปี2024 อันดับที่ 13.Triumph Rocket 3 Storm Rocket 3 Storm ความภาคภูมิใจของวิศวกร Triumph ที่สร้างเครื่องยนต์ 3 สูบ ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยทำมา ในพิกัด 2,458 ซีซี ใหญ่กว่า Honda Civic แถมแรง และทอร์คก็ใกล้เคียงกันด้วย เวลาขี่ก็เหมือนคร่อมเครื่องรถยนต์อยู่นั่นเอง เครื่องยนต์ 2,458 ซีซี, Inline 3 (3 สูบเรียง) กำลังสูงสุด 165 แรงม้า แรงบิด 225 นิวตันเมตร น้ำหนักรวมน้ำมันเต็มถัง  320 กิโลกรัม Power to weight Ratio 0.51 hp/kg ราคา 1,079,000 บาท    อันดับที่ 12. Ducati Diavel V4 Ducati Diavel V4 เครื่องรถแข่งใส่รถทรงลุง ใครบอกว่ารุ่นนี้เกิดมาขี่ชิวๆ คิดให้ดีก่อนนะ เทียบกับครูซเซอร์รุ่นอื่นแล้วน้ำหนักเบากว่าเกือบครึ่ง รับรองคนขี่ไม่ปวดหลัง แถมแรงพร้อมแซงสปอร์ตตัวพัน ถ้าเผลอ เครื่องยนต์ 1,183 ซีซี, V4 (4 สูบวี) กำลังสูงสุด 168 แรงม้า แรงบิด 126 นิวตันเมตร น้ำหนักรวมน้ำมันเต็มถัง  236 กิโลกรัม Power to weight Ratio 0.71 hp/kg ราคา 1,309,000 บาท   อันดับที่ 11. Suzuki Hayabusa Suzuki Hayabusa ตำนานที่ยังมีลมหายใจ อดีตที่เคยแรงที่สุดในทางตรง ปัจจุบันอาจจะโดนดันได้ แต่บอกเลยว่ายาก เพราะถึงแม้ว่าจะอัดเกรดมาแค่บางส่วนแต่ก็ยังมีความเก๋าอยู่พอสมควรในทางตรง  เครื่องยนต์ 1,340 ซีซี, Inline 4 (4 สูบเรียง) กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิด 150 นิวตันเมตร น้ำหนักรวมน้ำมันเต็มถัง  264 กิโลกรัม Power to weight Ratio 0.72 hp/kg ราคา 899,000 บาท   อันดับที่ 10. KTM SuperDuke 1390 แรง ดิบ เถื่อน คือนิยามของ KTM ค่ายเดียวที่ไม่ยอมเป็นรองเรื่อง King of Naked ไม่เพียงแค่พละกำลังแต่ดีไซน์การออกแบบของ KTM เองก็เป็นเอกลักษณ์ เครื่องยนต์ 1,350 ซีซี, LC8 (2สูบวี) กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิด 145 นิวตันเมตร น้ำหนักรวมน้ำมันเต็มถัง  212 กิโลกรัม Power to weight Ratio 0.89 hp/kg ราคา 1,XXX,XXX บาท   อันดับที่ 9. Triumph Speed Triple 1200 RR Triumph Speed Triple 1200 RR สปอร์ตตัวแรงของค่ายผู้ดี เครื่อง 3 สูบ หนึ่งเดียวในกลุ่มตัวพัน และเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่ไม่เป็นรองค่ายไหนๆ แถมราคาน่าสอยที่สุดในกลุ่มนี้ เครื่องยนต์ 1,160

2025 Suzuki V-Strom 650 ลุยเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือสีใหม่

2025 Suzuki V-Strom 650   เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการกับรถจักรยานยนต์สายแอดเวนเจอร์ได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่นพี่ Suzuki DR-Big อย่าง 2025 Suzuki V-Strom 650 ที่ขนมาทั้ง V-Strom 650, 650XT และ 650XT Adventure โดยรุ่นนี้มีความโดดเด่นในการดีไซน์ สะดุดตาทุกมุมมอง มาพร้อมกับเครื่องยนต์ และเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อทำให้ผู้ขับขี่มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น สามารถขับขี่ใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างไม่มีปัญหา ไม่ว่าจะขับขี่เดินทางไปท่องเที่ยว หรือขับไปทำงาน ก็ตอบโจทย์เหล่าไบค์เกอร์สายลุยอย่างลงตัว โดยเจ้า Suzuki V-Strom 650 มาพร้อมกับเครื่องยนต์สองสูบ V-twin 90 องศา มีปริมาตรกระบอกสูบอยู่ที่ 645 ซีซี พร้อมระบบเกียร์ 6 สปีด ระบายความร้อนด้วยน้ำ โดยมีพละกำลัง 66.2 แรงม้าที่ 8,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 62 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ/นาที  ที่สำคัญในทุกรุ่นย่อยให้ระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นโช้คอัพหน้าแบบเทเลสโกปิก ระบบเบรกด้านหน้าเป็นแบบ ดิสก์เบรกคู่ พร้อมคาลิเปอร์เบรก 2 พอตขนาด 310 มม.มาพร้อมระบบ ABS  ระบบกันสะเทือนด้านหลัง จะให้มาเป็นโช้คอัพเดี่ยวแบบ Link Type, Oil Damped พร้อมคอยล์สปริง ปรับระดับได้ และระบบเบรกด้านหลังเป็นแบบดิสก์เบรกเดี่ยว พร้อมคาลิเปอร์เบรก 1 พอตขนาด 260 มม. มาพร้อมระบบ ABS  ในส่วนของเทคโนโลยี และระบบความปลอดภัย ทางซูซูกิไม่ได้ให้เพียงแค่ระบบความปลอดภัย ABS ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรคกระทันหัน แต่ยังก็ยังมี Suzuki’s Advanced Traction Control System หรือระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และยังมีระบบ LOW RPM ASSIST ช่วยเร่งรอบเครื่องยนต์ขณะรถออกตัว ซึ่งเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยต่าง ๆ ที่ให้มา ก็เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้รับประสบการณ์ที่ดีมากยิ่งขึ้น  หน้าจอกลางของรุ่นนี้มีความผสมความเป็นอนาล็อก และดิจิตอลเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยมีมาตรวัดความเร็วรอบเครื่องยนต์แบบอนาล็อก ในส่วนของตำแหน่งบอกความเร็ว ตำแหน่งเกียร์ และโหมดการเลือกระบบ Traction control จะเป็นแบบดิจิตอล และด้านข้างมีช่องจ่ายไฟแบบ DC Outlet เพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ขับขี่ไปอีกขั้นด้วยช่องจ่ายไฟสำรองขนาด 12 โวลต์รองรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกรูปแบบ Suzuki V-Strom 650 มาในโทนสี Glass Sparkle Black เช่นเดียวกับตัว V-Strom 650 Adventure แต่จะมาเป็นล้อแม็กขนาดล้อขอบ 19 นิ้วพร้อมยางแบบ Tubeless ขนาด 110/80 และล้อหลังขอบ 17 นิ้วพร้อมยางแบบ Tubeless ขนาด 150/70 โดยในรุ่นเริ่มต้นนี้จะไม่มีแฮนด์การ์ด และฝาครอบเครื่องยนต์ด้านล่าง ราคารุ่นย่อย Suzuki V-Strom 650 มีราคาอยู่ที่ $9,299 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือตีเป็นเงินไทยราว ๆ 314,000 บาท Suzuki V-Strom 650XT มาในโทนสี Pearl Vigor Blue / Pearl Brilliant White บนขอบล้ออลูมิเนียมอโนไดซ์สีน้ำเงินบนล้อแบบซี่ล้อขอบ 19 นิ้วขนาด 110/80 รัดด้วยยางแบบ Tubeless และล้อหลังขอบ 17 นิ้วขนาด 150/70 รัดด้วยยางแบบ Tubeless แต่ในรุ่นนี้จะมีเพิ่มในส่วนของแฮนด์การ์ด และฝาครอบเครื่องยนต์ด้านล่างเพื่อป้องกันการกระแทก  ราคารุ่นย่อย Suzuki V-Strom 650XT มีราคาอยู่ที่ $9,799 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือตีเป็นเงินไทยราว ๆ 331,000 บาท Suzuki V-Strom 650XT Adventure มาพร้อมโทนสี Glass Sparkle Black มาพร้อมวงล้ออะลูมิเนียมชุบอโนไดซ์สีทองบนล้อแบบซี่ลวด ขอบ 19 นิ้วขนาด

Vespa รุ่นพิเศษ “Monaco Edition” สำหรับเวสปิสตี้ติดแกลม

Vespa Elettrica Monaco Edition สำนักแต่งรถชื่อดังจากประเทศเยอรมนีอย่าง Mansory ที่ผลิตชุดแต่งระดับไฮเอนด์ออกมาใส่กับรถยนต์แบรนด์ดังมากมาย อาทิ Rolls-Royce Cullinan, Lamborghini Urus, Mercedes-AMG G-Class และ Bentley Bentayga โดยครั้งนี้สำนักแต่งรถชื่อดังได้นำรถจักยานยนต์เวสป้าที่เป็นโมเดลไฟฟ้าอย่าง Vespa Elettrica มาทำการปรับปรุงใหม่เป็น vespa elettrica Monaco Edition ซึ่งมีจำนวนจำกัดเพียง 99 คันทั่วโลกเท่านั้น   โดยแนวคิดของ Mansory ที่นำ Vespa Elettrica มาใส่ชุดแต่ง มาจากแนวคิดที่ต้องการนำเสนอสกู๊ตเตอร์ที่เน้นความคล่องตัว มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และให้อารมณ์มีความกลมกลืนกับธรรมชาติ แต่ก็แฝงไปด้วยความทันสมัย  ซึ่ง Mansory เท่านั้นที่จะมอบให้ได้ เพื่อรถคันนี้ให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น Mansory จึงได้นำมาตกแต่งด้วยสีประจำชาติของโมนาโก ทำให้มีสีแดงและสีขาวที่ดูสปอร์ต โฉบเฉี่ยว นอกจากนี้ รถเวสป้าคันนี้ยังใส่วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์อีกมากมาย รวมถึงบังโคลนและแผงข้าง และสุดท้ายคือเบาะหนังเย็บไขว้พร้อมกับอุปกรณ์เสริมอื่นๆ มากมายที่มีโลโก้ Mansory เพื่อเพิ่มความพรีเมียม และในส่วนของเครื่องยนต์จะเป็นเครื่องยนต์เดิมจากทางเวสป้า มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 5 แรงม้า 200 นิวตันเมตร ที่ติดตั้งไว้ด้านหลัง ทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 70 กม./ชม. (45 ไมล์ต่อชั่วโมง) โหมดการขับขี่แบบ Eco และ Power สามารถเดินทางได้ไกลถึง 100 กม. (62 ไมล์) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 4.2 kWh สามารถชาร์จเต็มได้ภายใน 4 ชั่วโมงโดยใช้ปลั๊กไฟขนาด 220V แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยราคาอย่างเป็นทางการออกมาสำหรับเวสป้าในรุ่นพิเศษนี้ แต่ราคาของเจ้า Vespa Elettrica ในเวอร์ชันปกติ อยู่ที่ 8,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 271,196 บาท และเมื่อรวมกับชุดแต่งของทาง Mansory ราคาอาจจะโดดไปที่ 9,500 ดอลล่าสหรัฐ หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 322,064.25 บาท Vespa Elettrica  Vespa Elettrica Mansory   สำหรับชาวเวสปิสตี้ที่ชื่นชอบในการแต่งเจ้าเวสป้า แล้วอยากให้ดูมีความพรีเมียม ติดแกลมหน่อย ๆ ให้ชุดแต่งของ Mansory เป็นอีกหนึ่งทางเลือก   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2024 BigScooter เทียบสเปค คันไหนคือที่สุด?

2024 BigScooter เทียบสเปค คันไหนคือที่สุด? หลังจากที่มีข่าวลือหลุดออกมากันอย่างหนาหูว่า Honda Forza 750 บิ๊กสกู๊ตเตอร์ระดับเรือธงจากค่ายปีกนกกำลังจะนำมาถูกวางขายในประเทศไทยในปีนี้ ด้วยสเปค และราคาที่น่าสนใจ ศึก 2024 BigScooter ถ้าเข้าไทยมาจะต้องชนกับใครบ้าง ?   ตลาดรถจักรยานยนต์บิ๊กสกู๊ตเตอร์ขนาด 750 ซีซี ที่วางขายในประเทศไทยก็มีตัวเลือกให้ผู้ขับขี่ได้เลือกสรรอยู่หลากหลายแบรนด์ อาทิ Honda X-ADV 750 ที่เปรียบเสมือนเป็นเพื่อนร่วมห้อง หรือจะเป็นทาง TMAX 560 เพื่อนซี้ห้องข้าง ๆ หรือจะจากค่ายใบพัดอย่าง BMW C650 GT ถึงแม้มือหนึ่งจะไม่มีผลิตออกมาแล้ว แต่ก็ยังมีในส่วนของรถมือสองให้ได้ขับขี่กัน หรือจะเป็น Suzuki Burgman 650 ที่มีศักยภาพไม่น้อยหน้า และ Italjet Dragster 700 น้องใหม่ในตลาดนี้ โดยในแต่ละรุ่นก็จะมีจุดเด่นที่น่าสนใจ 2024 BigScooter หากต้องเลือกสักคัน เอาคันไหนดี? สำหรับรายละเอียดของรถจักรยานยนต์ทั้ง 6 รุ่น สามารถเข้าไปอ่านได้ที่บทความเดิมก่อนหน้านี้ ซึ่งในบทความนี้จะเปรียบเทียบข้อมูลทางเทคนิคสำคัญที่ควรทราบเท่านั้น เรามาชมตารางเทียบสเปค Honda Forza 750 vs Yamaha TMAX 560 vs Honda X-ADV 750 vs BMW C650 GT vs Suzuki Burgman 650 vs Italjet Dragster 700 แต่ละรุ่นจะมีอะไรโดดเด่นบ้าง  2024 BigScooter  Honda Forza 750 Yamaha TMAX 560 Honda X-ADV 750 BMW C650 GT Suzuki Burgman 650 Italjet Dragster 700 เครื่องยนต์ 2 สูบระบายความร้อนด้วยน้ำ 2 สูบระบายความร้อนด้วยน้ำ 2 สูบระบายความร้อนด้วยน้ำ 2 สูบระบายความร้อนด้วยน้ำ 2 สูบระบายความร้อนด้วยน้ำ 2 สูบระบายความร้อนด้วยน้ำ  ปริมาตรกระบอกสูบ 745 ซีซี 562 ซีซี 745 ซีซี 647 ซีซี  638 ซีซี   692 ซีซี แรงม้า 57.8 แรงม้าที่ 6,750 รอบ/นาที 47 แรงม้าที่ 7,500 รอบ/นาที 57.8 แรงม้า ที่ 6750 รอบ/นาที 60 แรงม้า ที่ 7,750 รอบ/นาที 54 แรงม้า ที่ 7,000 รอบ/นาที 68 แรงม้าที่ 8,500 รอบ/นาที  แรงบิด 69 นิวตันเมตรที่ 4,750 รอบ 55.7 นิวตันเมตร ที่ 5,250 รอบ 69 นิวตันเมตร ที่ 4,750 รอบ 63 นิวตันเมตร ที่ 6,000 รอบ 61.78 นิวตันเมตรที่ 5,000 รอบ  70 นิวตันเมตร ระบบวาล์ว SOHC 4 วาล์วต่อสูบ DOHC 4 วาล์วต่อสูบ SOHC 4 วาล์วต่อสูบ DOHC 4 วาล์วต่อสูบ DOHC 4 วาล์วต่อสูบ  DOHC 4

2024 Honda Forza 750 สเปก รายละเอียด คาดเข้าไทยปีนี้

2024 Honda Forza 750 สเปก รายละเอียด คาดเข้าไทยปีนี้ 2024 Honda Forza 750 บิ๊กสกูตเตอร์ระดับเรือธงมาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 750 ซีซี 2 สูบเรียง ควบคู่มาด้วยระบบขับเคลื่อนอย่าง DCT หรือ Dual Clutch Transmission ลิขสิทธิ์เฉพาะสำหรับรถจักรยานยนต์จากค่ายฮอนด้า และไม่เพียงแค่เครื่องยนต์ หรือระบบส่งกำลังที่มีความน่าสนใจ แต่ระบบต่าง ๆ ของเจ้าคันนี้ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน ราคา : รออัปเดตอีกครั้ง   ดิสก์เบรกคู่ขนาด 310มม. พร้อมกับคาลิปเปอร์เบรก 4 พอตที่มาพร้อมกับระบบ ABS หน้าจอ TFT ขนาด 5 นิ้ว แสดงผลชัดเจนแสดงข้อมูลการขับขี่อย่างครบถ้วน พร้อมระบบทัชสกรีน Dual Clutch Transmission หรือ DCTระบบส่งกำลังเอกสิทธิ์เฉพาะฮอนด้า สมาร์ทคีย์ 2024 Honda Forza 750 สเปก และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 745 ซีซี แรงม้า (เคลม) 57.8 แรงม้าที่ 6,750 รอบ แรงบิด (เคลม) 69 นิวตันเมตรที่ 4,750 รอบ ระบบวาล์ว SOHC 8 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 77.0 x 80 มม. อัตราส่วนการอัด 10.7 : 1 ระบบเกียร์ DCT 6 สปีด ระบบจุดระเบิด Electronic ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด PGM-FI ระบบสตาร์ท สตาร์ทมือ ระบบคลัตช์ คลัตซ์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70-17 ยาง Tubeless ยางหลัง 160/60-15 ยาง Tubeless ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพหัวกลับขนาดแกน 41 มม. ระยะยุบ 120 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง สวิงอาร์มแบบโปรลิ้ง พร้อมโช้คอัพเดี่ยว ระยะยุบ 120 มม. เบรกหน้า ดิสเบรกคู่ ขนาด 310 มม. พร้อมปั้มเบรค 4 พอต เบรกหลัง ดิสเบรกเดี่ยว ขนาด 240 มม. พร้อมปั้มเบรค 2 พอต กว้าง X ยาว X สูง 790 x 2,200 x 1,485 มม. ระยะฐานล้อ 1,580 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 135 มม. ความสูงเบาะ 790 มม. น้ำหนักรถ 235 กก. ความจุถังน้ำมัน 13.2 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ระบบเบรก ABS กุญแจสมาร์ทคีย์ หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว ระบบทัชสกรีน แอปพลิเคชัน Honda Road Sync ระบบไฟส่องสว่าง Full LED รอบคัน ช่องเสียบ USB-C ชิลด์หน้าปรับไฟฟ้า คันเร่งไฟฟ้า โหมดการขับขี่ 3 โหมด (Standard, Sport, Rain) สีสันต่าง

จากถนน สู่ทะเลทราย คนบ้าขี่ซู ของแทร่!

จากถนน สู่ทะเลทราย คนบ้าขี่ซู ของแทร่! รถจักรยานยนต์ ซูซูกิ ฮายาบูสะ เป็นอีกหนึ่งโมเดลอีกที่ขึ้นแท่นรถมอเตอร์ไซค์ระดับตำนาน กับสมญานาม มอเตอร์ไซค์ที่เร็วที่สุดในโลกในช่วงเวลาหนึ่ง เพราะซูซูกิ ฮายาบูสะ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1340 ซีซี พร้อมกับพละกำลัง 190 แรงม้า โดยปกติแล้วฮายาบูซะจะโลดแล่นอยู่บนสนามแข่ง หรือไม่ก็ท้องถนน แต่จะเป็นอะไรไหมถ้าอยากให้ตำนานคันนี้เปลี่ยนจากซิ่งในสนามกลายร่างเป็น Hayabusa Off Road เพื่อมาลุยทะเลทรายดูบ้าง เจ้าของยูทูบช่อง Matt Spears ได้จัดการทำสิ่งที่น้อยคนจะทำ หรือแม้แต่ผู้ที่ชื่นชอบในการขับขี่ออฟโรดก็ไม่คิดที่จะทำ นั่นคือการนำ ซูซูกิ ฮายาบูสะ มาจัดการเปลี่ยนร่างเป็น Hayabusa Off Road เกือบทั้งคัน โช้คอัพหน้า-หลัง สวิงอาร์ม ล้อ และยางเอ็นดูโร่ เหลือไว้เพียงแฟริ่ง และเครื่องยนต์ที่ยังคงความเป็นฮายาบูสะเอาไว้  แล้วทำการเปิดคันเร่งซิ่งบนทะเลทราย โดยเขาไม่ได้นำฮายาบูสะมาซิ่งเพียงแค่คันเดียว แต่ยังมีมอเตอร์ไซค์วิบากไฟฟ้ารุ่น STARK VARG 80 แรงม้า มาร่วมจอยความมันส์ ซึ่งเจ้าฮายาบูสะก็สามารถซิ่งได้อย่างไร้ปัญหา เพราะไม่มีอะไรที่ฮายาบูสะทำไม่ได้ และเขาก็ไม่ได้นำมาซิ่งแค่บนทะเลทราย แต่ Matt Spears ก็ยังเคยนำเจ้าฮายาบูสะไปจัดการเปลี่ยนล้อออก แล้วทำการแปลงเกือบยกคัน เหลือไว้เพียงแฟริ่งกับเครื่องยนต์ แล้วติดตั้งตัว CMX Snow bike เพื่อทำการเปลี่ยน ‘พญาเหยี่ยว’ ให้กลายเป็นสโนว์โมบิลมาแล้วอีกด้วย ไม่เพียงแค่ ซูซูกิ ฮายาบูสะ ที่ Matt Spears นำไปบุกตะลุยในทุกพื้นที่ เพราะเขายังเคยนำเจ้าฮอนด้า Goldwing ไปขี่ลุยทราย ขึ้นเขามาแล้ว เรียกว่าใช้รถได้อย่างสมบุกสมบัน หลังจากที่คลิปวิดีโอซิ่งลุยทะเลทรายได้ถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีคอมเมนต์ต่าง ๆ มากมาย อาทิ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฮายาบูสะยังแซงเจ้าสองคันนั้นได้, ฮายาบูสะบ้าไปแล้ว, ฮายาบูสะยังคงเป็นมอเตอร์ไซค์แนวผจญภัยที่น่าตื่นเต้นที่สุด ฯลฯ หลวงปู่เค็มยังลุยไฟ แล้วทำไม HAYABUSA จะลงทรายไม่ได้ล่ะ ? อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

วินเทจซุปเปอร์ไบค์ : Suzuki GP 50 Racer

วินเทจซุปเปอร์ไบค์ : Suzuki GP 50 Racer สองสูบเครื่อง 50 cc เสียงหวาน ควันท่วมทุ่ง   โพรเจกต์สร้างมอเตอร์ไซค์เพื่อการแข่งขัน ของ Suzuki ที่เริ่มสร้างขึ้นในช่วงยุค 1960 ซึ่งเป็นการแข่งขันในคลาส 50-250cc ซึ่งจุดมุ่งหมายของ Suzuki ในเวลานั้นคือล้มช้าง Honda ในรายการ Isle of Mann TT ให้ได้ Suzuki ได้ใช้เวลาพัฒนาเกือบ 5 ปี ถึงได้ลืมตาอ้าปากสร้างซื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักในฝั่งยุโรป และ 1 นั้นก็คือ GP 50 หรือ รหัส KR67 ตัวแรงไซส์เล็กที่เกิดมาเพื่อเอาแชมป์ กับเครื่อง Square Engine โคตรโกง 2 จังหว่ะ 2 สูบ รอบเครื่อง 17,000+ แรงม้า 17.5 ตัว พิกัดน้ำหนัก 1 คนอุ้ม 58 กก.   เครื่องยนต์ 2 จังหว่ะ 2 สูบ, ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 32.5x 30มม. อัตราส่วนการอัด 8.8:1 แรงม้า 17,5 @ 17,250 ระบบเกียร์ 14 สปีด ระบบจ่ายเชื้อเพลิง Carburettor : Mikuni 22mm ระบบสตาร์ท แม่เหล็ก ระบบคลัตช์ คลัตช์แห้ง หลายแผ่น ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโกปิค ระบบกันสะเทือนหลัง สวิงอาร์ม โช๊คคู่ เบรคหน้า ดรัม เบรคหลัง ดรัม ยางหน้า 2.00 x 18 ยางหลัง 2.25 x 18 น้ำหนัก 58 กก. เท่าที่ขุดข้อมูลมา น่าจะเหลือไม่กี่คันในโลกที่สามารถวิ่งได้ ถ้าได้เห็นตัวเป็น นับว่าเป็นบุญตายิ่งนัก ส่วนใครที่ไม่เคยเห็น ก็นี่เลย ไปหาคลิปมาจนเจอเสียงก็แสบแก้วหู รอบสูงสะใจ   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

GPX DZ3 2024 สเปค ราคาและรายละเอียด

GPX DZ3 2024 สเปค ราคาและรายละเอียด New GPX DZ3 2024 สปอร์ตออโตเมติกพรีเมียมรุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมกับความโฉบเฉี่ยว และเฉียบคมด้วยเส้นสายลายกราฟิก รวมทั้งบล็อกเครื่องยนต์ใหม่อย่าง GPX Hyper-i ที่ให้สมรรถนะแรงเต็มพิกัด รวมถึงฟีเจอร์สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่มีมาให้ครบครันในราคาที่โดนใจ รุ่น Sport เปิดราคาแนะนำ 105,800 บาท (ราคาพิเศษ 99,8000 บาท ถึง 30 ก.ย.67) รุ่น Standard เปิดราคาแนะนำ 100,800 บาท (ราคาพิเศษ 94,800 บาท ถึง 30 ก.ย.67   ไฟหน้าดีไซน์สปอร์ตแบบ LED เก๊ะด้านหน้า 2 ช่องพร้อมใช้งาน กุญแจ IP67 กันน้ำได้ หน้าจอ Reverse Digital LCD ขนาดใหญ่ จุใจ ช่องเสียบ USB Type C แบบใหม่ เบาะนั่งดีไซน์สปอร์ต ช่องเก็บของใต้เบาะ (1 Helmets) ถังน้ำมันด้านหน้าขนาด 10.3 ลิตร โช้ค YSS พร้อมซับแทงค์ตรงรุ่น (เฉพาะรุ่น DZ3) สมาร์ทคีย์เลท ทันสมัย ใช้งานง่าย GPX DZ3 2024 สเปค และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 278.2 ซีซี แรงม้า (เคลม) 24.1 แรงม้าที่ 8,250 รอบ แรงบิด (เคลม) 24.5 นิวตันเมตรที่ 6,250 รอบ ระบบวาล์ว SOHC 4 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก NA อัตราส่วนการอัด 11.5 : 1 ระบบเกียร์ ออโตเมติก ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด  ระบบสตาร์ท สตาร์ทมือ ระบบคลัตช์ คลัตช์แห้งอัตโนมัติแบบแรงเหวี่ยง ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน ยางหน้า 110/70-14 แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 130/70-13 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คสปริงคู่ (รุ่น Sport ได้โช้คสปริงคู่พร้อมซับแทงค์จาก YSS) เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกขนาด 250 มม. (ABS) เบรกหลัง ดิสก์เบรกขนาด 220 มม. (ABS) กว้าง X ยาว X สูง 733 x 7,977 x 1,160 มม. ระยะฐานล้อ 1,385 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ NA ความสูงเบาะ 780 มม. น้ำหนักรถ 161 กก. ความจุถังน้ำมัน 10.3 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ 91,95 และ E20 เทคโนโลยี ระบบเบรก ABS Dual Channel ระบบไฟ Full LED รอบคัน ช่องเสียบ USB Type C หน้าจอ Reverse LCD Meter  กุญแจรีโมทอัจฉริยะ / สมาร์ทคีย์ ระบบแทร็คชันคอนโทรล สีสันที่มีจำหน่าย รุ่น Sport สีขาว สีแดง