
ารเดินทางข้ามจังหวัดของคนไทยกำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อปั๊มน้ำมันที่เป็นเพียงจุดแวะพักเติมพลังงาน เติมเสบียง และเข้าห้องน้ำ กำลังจะถูกยกระดับให้กลายเป็นสถานที่พักผ่อนข้ามคืนอย่างเต็มรูปแบบ
SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ารเดินทางข้ามจังหวัดของคนไทยกำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อปั๊มน้ำมันที่เป็นเพียงจุดแวะพักเติมพลังงาน เติมเสบียง และเข้าห้องน้ำ กำลังจะถูกยกระดับให้กลายเป็นสถานที่พักผ่อนข้ามคืนอย่างเต็มรูปแบบ

Ducati พระราม 4 แฟล็กชิพสโตร์ครบวงจรย่านใจกลางเมืองกรุง Grand Opening เป็นทางการภายใต้การบริหารของ AAS Group พร้อมบริการลูกค้าแล้ว

Triumph SuperBikeMag Trackday 2025 โชว์ความเหนือไม่ธรรมดา ซิ่วชัยนอกคลาสในงาน SuperBikeMag Trackday 2025 ที่สนามพีระ พัทยา

เบาติสต้า คว้าแฮตทริกอีกที่สเปน ในศึก WSBK 2023 สนามที่ 4 การแข่งขัน WorldSBK 2023 ดำเนินมาถึงสนามที่ 4 ที่สนาม Barcelona-Catalunya แล้ว ทว่าชัยชนะส่วนใหญ่แทบจะไม่เปลี่ยนไปจากมือของ Álvaro Bautista (Aruba.It Racing – Ducati) เลย ยิ่งสนามนี้ด้วยแล้ว เบาติสต้า คว้าแฮตทริกอีก กับสนามบ้านเกิดของเขาอีกครั้ง Superpole แม้ว่าจะมีธงแดงตีขึ้นในรอบซูเปอร์โพล แต่ Bautista กลับยังทำสถิติเวลาสนามใหม่ด้วยเวลา 1’40.264 นาทีคว้าตำแหน่งโพลในเรซแรกไปก่อน โดยมี Dominique Aegerter (GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team) ทำผลงานได้โดดเด่นออกจากสตาร์ทจากเส้นเป็นอันดับ 2 รองจากแชมป์โลกคนล่าสุด และปิดท้ายกริดสตาร์ทแถวแรกด้วย Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ส่วนทางด้าน Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) กลับตกไปถึงอันดับแปด โดยนักแข่งทุกคนล้วนเลือกใช้ยางหลังสูตร SCQ ขณะที่ยางหน้านั้นนักแข่งที่ออกสตาร์ทจากกริดแถวหน้าต่างเลือกใช้ยาง SC1 ซึ่งในรอบควอลิฟายนี้จัดขึ้นท่ามกลางแสงแดดพร้อมกับอุณหภูมิแทร็กค่อนข้างสูงที่ 40 องศา Race 1 บนกริดสตาร์ทของเรซแรก นักแข่งส่วนใหญ่เลือกที่จะใช้ยางหลังสูตรกำลังพัฒนา SCX B0800 และยางหน้าสูตร SC2 แต่อย่างไรก็ตามนักแข่งดูคาติก็เลือกยางต่างกันออกไป ซึ่งรวมไปถึง Bautista ที่เลือกใช้ SC1 ในส่วนของยางหน้า ระหว่างการแข่งขันแล็ปที่ 4 มีธงแดงสะบัดขึ้น จนต้องออกสตาร์ทกันใหม่และลดรอบลงเหลือ 17 แล็ป อย่างไรก็ดี Bautista ก็ยังคงฉายเดี่ยวนำม้วนเดียวจนจบ ทั้งยังทิ้งห่างอันดับ 2 ถึง 8 วินาที ยังไม่พอทำสถิติเวลาแล็ปอีกด้วย ถัดมาเป็นการดวลแย่งที่สองกันระหว่าง Razgatlioglu และ Rea แต่สุดท้ายเป็นฝ่ายยามาฮ่าที่เข้าเส้นได้ก่อนตามมาด้วยนักแข่งจากค่ายเขียว Superpole Race การแข่งขันในรอบซูเปอร์โพลเรซมีการเลือกยางที่ค่อนข้างซับซ้อนไปกว่าการแข่งขันปกติเนื่องจากมีฝนโปรยลงมาเบา ๆ ทำให้แทร็กชื้นในช่วงราว ๆ ครึ่งชั่วโมงก่อนการแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้น นักแข่งบางคนออกไปขี่ในแล็ปไซติ้งด้วยยางกึ่งหรือยางฝน แต่พอเห็นแทร็กครบแล็ปแล้วว่ามันแห้งเกือบทั้งหมด พอจะแข่งก็รีบเปลี่ยนเป็นยางสลิกกันทั้งหมด โดยนักแข่งส่วนใหญ่เลือกใช้ SC1 ในยางหน้า แต่ก็มีนักแข่ง 7 คนที่เลือก SC0 ส่วนยางหลังนักแข่งส่วนใหญ่เลือก SCX กลับมาเป็นดาวเด่นอีกครั้ง แทนที่จะเป็น B0800 เหมือนอย่างในเรซแรก ชัยชนะในเรซนี้ตกเป็นของ Bautista ทำยังสถิติเวลาแล็ปอีกแล้ว ส่วนอันดับที่ 2 และอันดับที่ 3 เป็นของ Razgatlioglu และ Andrea Locatelli เพื่อนร่วมทีมของ Toprak ส่วน Rea กลับเองพลาดล้มไปในแล็ปสุดท้ายเมื่อฝนกลับมาตกอีกครั้ง Race 2 การแข่งขันในเรซที่ 2 ยางหลังสูตรพัฒนา SCX B0800 กลับมาเป็นยางตัวฮิตอีกครั้ง ส่วนยางหน้ากลับเป็น SC2 ที่ได้รับความนิยม แต่อย่างไรก็ตามนักแข่งดูคาติทุกคนกลับเลือก SC1 สูตรมาตรฐาน และเป็นอีกครั้งที่ Bautista เดินเกมเร็วขึ้นนำเดี่ยวตั้งแต่ต้นจนจบ โดยทิ้งระยะห่างคู่แข่งกว่า 8 วินาที โดย Toprak Razgatlioglu แย่งที่ 2 มาจาก Rinaldi ได้ในช่วงทางตรง ทำลายการยืนอันดับ 1 – 2 ของดูคาติไปได้ และเป็นอีกครั้งที่ Bautista ทำสถิติเวลาแล็ปในการแข่งเร็วที่สุดที่ 1’41.730 นาที จบการแข่งขันสนามที่ 4 เบาติสต้า คว้าแฮตทริกอีกที่สเปน ทำให้มีคะแนนนำโด่งที่ 236 คะแนน ทิ้งห่างจาก Razgatlioglu ที่มี 167 คะแนนอยู่มากถึง ส่วนอันดับ 3 เป็น Andrea Locatelli จากยามาฮ่าอีกเช่นกันที่ 133 คะแนน

Yamaha มุ่งพัฒนาระบบอัจฉริยะ หวังช่วยลดอุบัติเหตุ เมื่อปีที่แล้วยามาฮ่ามอเตอร์ได้ประกาศวิสัยทัศน์ด้านความปลอดภัยที่มีชื่อเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า Jin-Ki Kanno x Jin-Ki Anzen ซึ่งมีเป้าหมายที่จะสร้างโลกที่ไร้ซึ่งอุบัติเหตุร่วมกันกับลูกค้าของตัวเอง ซึ่งกล่าวได้ว่า Yamaha มุ่งพัฒนาระบบอัจฉริยะ หวังช่วยลดอุบัติเหตุนั่นเอง สำหรับการที่จะมุ่งหน้าไปตามวิสัยทัศน์ที่ทางยามาฮ่าได้วางแผนเอาไว้นั้นอาศัยหลักการสำคัญ 3 ประการด้วยกัน ประการแรกคือเทคโนโลยีที่จะช่วยเสริมการรับรู้ของผู้ขับขี่ การตัดสินใจ การขับขี่ และการลดความเสียหาย ประการที่ 2 คือทักษะซึ่งทางยามาฮ่าจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาทักษะการขับขี่ของผู้ใช้รถ และประการที่ 3 การเชื่อมโยง ซึ่งใช้ระบบคลาวด์เพื่อคอยให้คำแนะนำต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมความปลอดภัย ซึ่งจะมีเทคโนโลยีนึงที่เป็นส่วนสำคัญของหลักการประการแรก ซึ่งก็คือเจ้าระบบ Advanced Motorcycle Stabilization Assist System (AMSAS) หรือแปลเป็นไทยได้ว่าระบบช่วยเสริมเสถียรภาพของมอเตอร์ไซค์ขั้นสูง ช่วยเหลือผู้ขับขี่ตอนเริ่มต้นและที่ความเร็วต่ำ อุบัติเหตุที่มีมอเตอร์ไซค์เกี่ยวข้องนั้นมีสาเหตุหลักเกี่ยวข้องกับการรับรู้ผิดพลาดคลาดเคลื่อน (10%) การตัดสินใจผิดพลาด (17%) และการขับขี่ที่ผิดพลาด (17%) ซุ้งสาเหตุเหล่านี้เป็นส่วนที่เกิดขึ้นจากผู้ขับขี่ ข้อมูลยังระบุอีกว่าเกือบ ๆ 70% ของอุบัติเหตุที่มีมอเตอร์ไซค์เกี่ยวข้องมักจะเกิดขึ้นภายใน 2 วินาทีหลังจากมีปัจจัยที่เป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุ และจากการวิเคราะห์สาเหตุของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ทางค่ายจึงได้พัฒนาระบบที่จะมาช่วยเหลือผู้ขับขี่ 4 ด้านด้วยกัน คือ ช่วยพยากรณ์อันตรายล่วงหน้า ป้องกันความเสียหายด้วยการขับขี่แบบระมัดระวัง ช่วยขับขี่หลบหลีก และลดทอนความเสียหาย เจ้าระบบ AMSAS ซึ่งทางยามาฮ่าพัฒนาขึ้นมานั้นจะช่วยรักษาเสถียรภาพของรถที่ความเร็วต่ำด้วยการควบคุมแรงขับเคลื่อนและแรงบังคับเลี้ยว “มันเป็นฟังก์ชั่นที่โดดเด่นมากที่สุด ซึ่งระบบนี้สามารถนำมาใช้กับรถทั่วไปได้ง่ายเนื่องจากไม่ต้องทำอะไรกับเฟรมรถ โดยระบบต้นแบบนั้นติดตั้งอยู่ในรถ YZF-R25 โดยมีการติดตั้งระบบหน่วยประมวลผลแบบ 6 แกนควบคู่ไปกับอุปกรณ์ควบคุมการขับขี่และบังคับเลี้ยว AMSAS คือระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่จะมาช่วยรถเวลาออกตัวหรือเวลาขับขี่ที่ความเร็วต่ำที่มักจะไม่ค่อยมีความเสถียร โดยจะช่วยเพิ่มความเสถียรในช่วงนี้ เวลาที่รถกำลังจะออกตัวและเวลาจะหยุดตัวขับเคลื่อนที่ติดตั้งที่ล้อหน้าจะทำงานเพื่อเพิ่มเสถียรภาพทันทีจากจุดนั้นจนถึงความเร็วประมาณ 5 กม./ชม. ส่วนตัวบังคับเลี้ยวที่ติดที่แฮนด์บาร์ก็จะเข้ามาควบคุมบังคับแฮนด์ ทำให้รถคันนี้สามารถเคลื่อนที่ในระดับความเร็วแบบเท่าคนเดินนี้ได้โดยไม่ล้ม โดยไม่เกี่ยงว่าผู้ขับขี่จะมีทักษะมากน้อยแค่ไหน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Triumph Speed Twin 900 โมเดิร์นคลาสสิกไบค์ แดนเมืองผู้ดี หลังจากเปิดตัวไปได้ซักพักแล้ว สำหรับโมเดลสุดฮ็อตจากค่ายเมืองผู้ดี อย่าง Triumph Speed Twin 900 โดยครั้งนี้ ทาง SuperBike Thailand ขออนุญาติหยิบโมเดลมาโชว์ ตามคำเรียกร้องแฟน ๆ สาวกรถ 2 ล้อคลาสสิก เดี๋ยวเราจะพามาชมกันว่า โมเดลนี้จะมีดีเทลอะไรที่น่าสนใจกันบ้างครับ โดยโมเดลสุดพิเศษรุ่นนี้ ได้รับการดีไซน์ ที่คงความเอกลักษณ์เฉพาะตัวในสไตล์รถโมเดิร์นคลาสสิก โดยยึด DNA ต้นแบบอย่าง Triumph Bonneville รุ่นแรกเมื่อปี 1959 โดยนำมาปรับปรุง ปรับเปลี่ยน และพัฒนาใหม่ให้เข้ากับรถในยุคปัจจุบัน ในสไตล์การแต่งคัสตอมแบบท้ายเปลือย รวมทั้งฟีเจอร์ใหม่ที่มากับตัวรถ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการขับขี่มากยิ่งขึ้น ไฟทรงกลม ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 310 มม. พร้อมคาลิเปอร์ Breambo 4 ลูกสูบ (ABS) โครงสร้างเบาะโฟมหนาขึ้น ท่อไอเสียคู่โลหะปัดเงาแบบใหม่ โช้คหลังปรับพรีโหลดได้ รวมทั้ง ยังถูกยกระดับการออกแบบ โดยมีส่วนเสริมแต่งในการดีไซน์ใหม่ ๆ มากมาย ทั้งล้อหล่อขึ้นรูป ตกแต่งรายละเอียดด้วยลายกลึงบนซี่ล้อ ขาจับไฟหน้าอลูมิเนียมปัดเงา คิ้วเรือนปีกผีเสื้อแบบใหม่ และเบาะนั่งดีไซน์ใหม่ที่ใช้โครงสร้างโฟมหนาเพิ่มขึ้นกว่าเดิม 10 มม. ยังรวมไปถึง ท่อไอเสียคู่โลหะปัดเงาแบบเฉียง บ่งบอกถึงกลิ่นอายของสไตล์รถคลาสสิกเท่ ๆ แบบผู้ดีเลยครับ ในขณะที่ขุมพลังเครื่องยนต์เป็นแบบสูบคู่ Bonneville ขนาด 900 ซีซี ระบายความร้อนด้วยของเหลว กับระบบเกียร์แบบ 5 สปีด ให้กำลังสูงสุด 65 แรงม้าที่ 7,500 รอบ และแรงบิดที่ 80 นิวตันเมตรที่ 3,800 รอบ ซึ่งสามารถส่งกำลังแรงบิดได้อย่างนุ่มนวล และทันใจตั้งแต่ช่วงรอบต่ำจนถึงรอบกลาง ๆ ส่วนรอบปลายคงไม่ต้องพูดถึง อีกทั้งเครื่องยนต์ยังผ่านการปรับปรุงให้ได้มาตรฐาน Euro 5 ด้วยการปล่อยไอเสียที่น้อยลงและสะอาดมากยิ่งขึ้น เสริมด้วยระบบคันเร่งไฟฟ้าที่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว และคลัตช์ระบบผ่อนแรงที่ใช้งานได้ง่ายและสะดวก สำหรับช่วงล่าง กับระบบกันสะเทือนในรุ่นนี้ จะใช้โช้คอัพหน้าแบบคาร์ทริดจ์ ขนาด 41 มม.แถมมากับยางหุ้มโช้ค และโช้คอัพสตรัทสปริงคู่ด้านหลัง สามารถปรับพรีโหลดได้ พร้อมระเบรก กับดิสก์เบรกเดี่ยวแบบลอยตัวขนาด 310 มม. คาลิเปอร์ Brembo แบบ 4 ลูกสูบ และดิสก์เบรกหลังขนาด 255 มม. คาลิเปอร์ลูกสูบเดียวจาก Nissin แถมมากับระบบเบรก ABS ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ต่อมาที่ล้อหน้า-หลังขนาด 18 นิ้วและ 17 นิ้ว และยางหน้า 110/90 และยางหลัง 150/70 โดยน้ำหนักตัวรถทางโรงงานเคลมมาให้ที่ 217 กก. และถังน้ำมันขนาด 12 ลิตร นอกจากนี้ ไทรอัมพ์ สปีด ทวิน 900 ยังมีฟีเจอร์การใช้งานที่ครบครัน เพื่อเสริมความสามารถในการขับขี่ และมิติการควบคุมรถที่ดียิ่งขึ้น ทั้งโหมดการขับขี่ 2 โหมด ( Road, Rain) ระบบคันเร่งไฟฟ้า ช่วยให้การควบคุมรถสเถียรภาพมากยิ่งขึ้น ระบบเบรก ABS ระบบคลัตช์ช่วยผ่อนแรง ระบบป้องกันการโจรกรรมซึ่งซ่อนอยู่ภายในกุญแจ รวมทั้งไฟท้าย LED และช่องชาร์จไฟ USB ใต้เบาะที่นั่ง ที่ให้มาในรุ่นนี้อีกด้วย สมกับเป็นโมเดลคลาสสิกเมืองผู้ดี จริง ๆ เลยครับ ทั้งการออกแบบ เครื่องยนต์ ช่วงล่าง และเทคโนโลยีที่ให้มาแบบเต็มพิกัด มีให้ใช้แบบเหลือเฟือ สำหรับราคารุ่นนี้ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 407,000 บาท และรุ่นลิมิเต็ด อิดิชัน (Chrome Edition) ราคาเปิดตัวที่ 422,000 บาท โดยสามารถติดต่อขอดูรถตัวจริงได้ที่ ตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ทุกสาขา ทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและทดลองขับขี่ได้ที่ https://www.triumphmotorcycles.co.th/ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Leonart Rigger รถไฟฟ้าสไตล์นีโอเรโทรสุดเท่จากสเปน Leonart Rigger คือรถไฟฟ้าคันแรกจากแบรนด์สเปนแบรนด์นี้ซึ่งกำลังจะเข้าสู่ตลาดโดยมีคู่แข่งจากหลายค่ายรออยู่ก่อนแล้ว สำหรับใครที่ไม่รู้จักก็ต้องบอกเลยว่าแบรนด์นี้เป็นแบรนด์เล็ก ๆ สัญชาติสเปนที่ก่อนหน้านี้ก็ผลิตมอเตอร์ไซค์อยู่แล้ว และโมเดลนี้ก็เป็นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันแรกและคันล่าสุดของทางค่าย ซึ่งเปิดตัวมาในสไตล์นีโอเรโทรพร้อมภาพลักษณ์ที่ดูลุย ๆ ด้วยล้ออัลลอย 5 ก้านขนาด 18 นิ้วและ 17 นิ้วตามลำดับหน้าหลังรัดด้วยยางแบบกึ่งทางดำทางฝุ่น ตัวรถมาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าที่สามารถรีดกำลังได้มากถึง 4.5 กิโลวัตต์หรือเทียบเท่า 6.11 แรงม้า ซึ่งเพียงพอต่อการทำท็อปสปีดที่ 102 กม./ชม. โดยอาศัยพลังงานจากแบตเตอรี่ 4.3 กิโลวัตต์ชั่วโมง โดยเคลมระยะทางการใช้งานมาที่ 150 กม.ที่ความเร็ว 50 กม./ชม. หรือจะไปเร็วกว่านี้ก็ได้แต่ต้องแลกมากับระยะการใช้งานที่น้อยลงลดหลั่นไปตามลำดับ โดยใช้เวลาการชาร์จนาน 6 ชั่วโมง ส่วนช่วงล่างนั้นก็ถือว่าให้มาเหลือเฟือ โดยด้านหน้าจะมีโชคแบบหัวกลับร่วมกับระบบเบรกดิสก์เบรกเดี่ยว ส่วนด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวร่วมกับสวิงอาร์มเดี่ยวและดิสก์เบรกเดี่ยว ซึ่งถือว่าเหลือเฟือกับรถพิกัดนี้ สำหรับการจำหน่ายตัวรถเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าหรือพรีออเดอร์ซึ่งจะลดราคาให้ก่อน 500 ยูโร จากราคาเต็ม 5,999 ยูโรหรือราว ๆ 225,000 บาท ซึ่งก็ถือว่าราคาค่อนข้างแรงเลยทีเดียวสำหรับผู้ใช้งานบ้านเรา อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

New Honda Wave110i 2023 มาพร้อมกับการออกแบบดีไซน์ใหม่ เด่นสะดุดตาด้วยลายเส้นกราฟิกใหม่รอบคัน

PCX160 2023 สีใหม่ พร้อมรุ่นพิเศษ Midnight Race Edition เรียกว่าเอาใจวัยรุ่นอย่างไม่หยุดพักเลยทีเดียว กับค่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ปล่อยโมเดล New PCX160 2023 พร้อมกับอัปเดตสีใหม่ล่าสุด ทั้งรุ่น Standard, รุ่น ABS และรุ่นพิเศษลิมิเต็ดอิดิชันอย่าง New Pcx160 Midnight Race Edition มาให้ชม ได้เลือกกันแบบจุใจทีเดียว สำหรับโมเดลล่าสุด เมื่อเทียบกับรุ่นเจ็นก่อน ๆ ยังคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก นอกจากชุดสีแฟริ่งและสีล้อที่ให้มาใหม่ พร้อมเสริมลุคสปอร์ตพรีเมียม ด้วยเพลทโลโก้ PCX สี Copper และเบาะสี Two Tone ในสไตล์เท่ ไม่ซ้ำใคร (รุ่น ABS) พร้อมกันนนี้ โมเดลลิมิเต็ดอิดิชัน มาพร้อมลวดลายใหม่ เร้าใจยิ่งขึ้น ในสี Blue-Black (น้ำเงินดำ) สะท้อนความสปอร์ต มาดเท่ สุขุมอย่างเต็มระดับ ที่จะพาคุณโลดแล่นบนท้องถนนในยามค่ำคืน เอาหล่ะ เกริ่นมามากพอแล้ว เดี๋ยวไปดูรายละเอียดว่าเจ้า PCX160 มีความพิเศษอย่างไรบ้าง และแน่นอน เจ้าโมเดลรุ่นนี้ กลับมาพร้อมขุมพลังใหม่ล่าสุดอย่าง eSP+ 4 วาล์ว พร้อมระบบ Piston Oiljet หรือระบบฉีดน้ำมันเครื่องใต้ลูกสูบ ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้มีประสิทธิภาพ พร้อมส่งกำลังอัดได้อย่างต่อเนื่อง สมูท ลื่นไหล ควบคู่ความประหยัดแบบเต็มขั้น สำหรับเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 157 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบจ่ายน้ำมันหัวฉีด PGM-FI แบบซิงเกิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ ให้กำลังการอัด 12 : 1 โดยมีแรงม้าสูงสุดที่ 15.8 แรงม้าที่ 8,500 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 15 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ กับน้ำหนักตัวรถที่ 131 กก. เรียกได้ว่าเครื่องแรงและเบาด้วยในพิกัดนี้ เสริมระบบกันสะเทือนด้วยโช้คหน้าเทเลสโคปิก โช้คหลังยูนิตสวิง ดิสก์เบรกหน้าที่แถมมากับระบบ CBS และ ดรัมเบรกหลัง รุ่น (Standard) และดิสก์เบรกหน้า-หลัง พร้อมระบบเบรก ABS (รุ่น ABS) พร้อมกับทำงานร่วมกับล้อแม็กหน้า 14 นิ้ว ล้อหลัง 13 นิ้ว และยางขนาด 110/70 และ 130/70 ต่อกันที่ฟีเจอร์ไฮไลท์ของโมเดลนี้กันบ้างในพิกัดนี้ พอส่องรอบคันก็ถือว่าทางค่ายให้มาเยอะเลยทีเดียว ทั้ง เบาะชิ้นเดียวดีไซน์ 2 ระดับ พื้นเก็บของใต้เบาะขนาดความจุ 30 ลิตร เรือนไมล์ดิจิทัล แสดงผลครบทุกฟังก์ชัน เช่น มาตรวัดความเร็ว นาฬิกา ความจุน้ำมัน เลขไมล์ และระบบ HSTC (ระบบป้องกันล้อหน้ายก) ช่วยในเรื่องของการทรงตัวรถและป้องกันไถลในเวลาขับขี่อีกด้วย อีกทั้งระบบส่องสว่างตัวรถเป็น LED รอบคัน ด้วยไฟหน้าดีไซน์เฉียบคม และไฟท้าย LED 3 มิติ สวย ล้ำสมัย พร้อมไฟเลี้ยวและระบบไฟฉุกเฉิน รวมถึงช่องเสียบ USB Type-C และ กุญแจรีโมทอัจฉริยะ ควบคุมการทำงานที่สั่งง่าย เพียงบิดสวิตช์ ยังรวมไปถึง กิมมิกเล็ก ๆ กับไฟสวิตซ์ที่ออกแบบให้น่าดู น่าสนใจมากยิ่งขึ้น สำหรับ PCX160 2023 มีจำหน่ายทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่รุ่น Standard (WW160P TH) มีจำหน่าย 3 สีคือ สีดำ สีขาว-ดำ และ สีน้ำเงิน-ดำ เปิดราคาแนะนำที่ 87,400 บาท รุ่น Standard ราคา 87,400 บาท รุ่น ABS (WW160AP TH) มีจำหน่าย 2

Scoopy Minions กับลวดลายสุดพิเศษ เพียง 6,000 คัน ในราคา 5.5 หมื่นบาท ไทยฮอนด้าเอาใจกระแสตอบรับที่ล้นหลาม หลังเปิดตัวรถรุ่น Limited Edition ไปหมาด ๆ เมื่อต้นปีที่ผ่านมากับ Scoopy Minions Limited Edition โมเดลใหม่ล่าสุด ที่พร้อมวางจำหน่ายให้ทุกท่านได้เป็นเจ้าของแล้ววันนี้ เพียง 6,000 คัน พร้อมหมวกกันน็อกดีไซน์สุดพิเศษ ด้วยราคาแนะนำที่ 55,000 บาทเท่านั้น ปลดปล่อยความสนุก ความน่ารัก ไปกับรุ่นลิมิเต็ด อิดิชันกับดีไซน์ที่มาในคอนเซปต์ Finding the Iconians โชว์ความเป็นตัวป่วนผ่านตัวการ์ตูน “มินเนียน” คาแรคเตอร์จอมกวนชวนจั๊กจี้ชื่อดังระดับโลก ที่จะลากออกไปสนุกซ่า พาไปป่วนเมืองแบบฉบับ Iconians ทั้งนี้ ตัวรถยังถ่ายทอดความป่วนปนความน่ารัก ด้วยลวดลายที่สะดุดตา พร้อมให้ฟีลลิ่งสนุกทุกการขับขี่ พร้อม Soft Emblem ชื่อรุ่น Scoopy สีฟ้าสดใส และนอกจากนี้ โมเดลรุ่นี้นี้ยังมาพร้อมกับหมวกกันน็อกดีไซน์พิเศษ สีดำคาดเหลือง ลายดวงตามินเนี่ยน โดดเด่นทุกครั้งที่สวมใส่ มิกซ์กับตัวรถได้ลงตัวสุด ๆ นอกจากลวดลายที่สะดุดตาแล้ว ยังมาพร้อมกับ ไฟหน้า LED ที่เป็น ICONIC เฉพาะ พร้อมการเชื่อมต่อได้ไม่มีสะดุดกับ USB Socket ช่องชาร์จไฟสำรอง Type A และ Helmet In U-Box ช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ พร้อมถังน้ำมันขนาด 4.2 ลิตร ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ใหม่ eSP New Generation หัวฉีด PGM-FI ให้ขับขี่สนุกยิ่งกว่าที่เคย ออกไปซ่า มันส์ป่วนเมืองได้แล้ววันนี้ กับสกูปี้ มินเนียนรุ่นลิมิเต็ด อิดิชัน (สีดำ-เทา) รุ่น Prestige ล้อแม็ก พร้อม Minions Helmet หมวกกันน็อกดีไซน์พิเศษสีดำคาดเหลืองลายดวงตามินเนี่ยนด้วยราคาแนะนำที่ 55,500 บาท ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th เฟสบุ๊ครถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

YSS D.C. โชว์รูมโช้คอัพ ใหญ่ที่สุดในไทย วาย.เอส.เอส. ทุ่มงบกว่า 400 ล้านบาท เนรมิตศูนย์บริการและกระจายสินค้า ภายใต้ชื่อ “YSS D.C.” แฟลกชิพสโตร์แห่งแรกที่ยิ่งใหญ่และทันสมัยที่สุดในประเทศไทย พร้อมตอกย้ำแบรนด์โช้คอัพคนไทยอันดับ 1 ในตลาดอะไหล่ยนต์ทั่วโลก คุณชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานกรรมการ และคุณภิญโญ พานิชเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เป็นประธานในงาน พร้อมด้วย คุณฮาร์รี เอสเซ้นส์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนารวมถึงพันธมิตรจากทั่วโลกมาร่วมงานบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีพ คุณชาญศิลป์ กล่าวต่อว่า “บริษัทฯ ได้เปิดศูนย์ YSS D.C. ซึ่งเป็นทั้งสำนักงานใหญ่ ศูนย์บริการและศูนย์กระจายสินค้าแบบครบวงจร ที่มุ่งตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า โดยรวมเอาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่มีความทันสมัยที่สุดมาเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดส่งสินค้าให้ถึงมือลูกค้าอย่างรวดเร็ว” ภายในแฟลกชิพสโตร์แห่งนี้มีอะไรบ้าง ไปดู โชว์รูม ส่วนแสดงสินค้าของ YSS และพาร์ทเนอร์ เป็นสถานที่แสดงสินค้า YSS ที่ใหญ่ ครบ และทันสมัยที่สุดในโลก มีสินค้าที่หลากหลายให้บริการครบทุกรุ่น พิพิธภัณฑ์ YSS Museum และ YSS Hall of Fame ที่รวมเรื่องราว YSS ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเรื่องราวของถ้ายรางวัลระดับแชมป์ จากรายการแข่งขันระดับโลก ที่นักแข่ง-ทีมแข่ง เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ วาย.เอส.เอส. จนประสบความสำเร็จ และยังเป็นส่วนจัดแสดงรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ รุ่นใหม่และรถรุ่นเก่าอายุมากกว่า 60 ปี รวมถึงรถที่คว้าแชมป์จากรายการระดับโลกก็ถูกนำมาจัดแสดงที่แห่งนี้ด้วย ศูนย์บริการ ส่วนงานติดตั้งผลิตภัณฑ์ YSS ทั้งรถยนต์และจักรยานยนต์ที่มีมาตรฐานระดับสูง พร้อมให้บริการปรับเซ็ตโช้คอัพ ให้ถูกต้องเหมาะสมกับการใช้งานของลูกค้ามากที่สุด โดยส่วนนี้จะมีห้องพักรับรองสำหรับลูกค้าที่จะมองเห็นการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตลอดเวลา ระบบบริหารคลังสินค้า (Warehouse Management System หรือ WMS) ที่ทันสมัย มีการออกแบบการจัดส่ง การลำเลียงสินค้า การเติมเต็มสินค้าในรูปแบบใหม่ ซึ่งจะทำให้การบริหารสินค้าคงคลังมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงการจัดส่งสินค้าให้ลูกค้าทำได้เร็วและแม่นยำ Automated Storage & Retrieval System (ASRS) ระบบจัดเก็บและจายสินค้าอัตโนมัติ ระบบเก็บสินค้าเต็ม Pallet โดยใช้ระบบเครนอัตโนมัติทำงานร่วมกับ WMS เพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดในการบริการพื้นที่ มีความแม่นยำ และปลอดภัยต่อพนักงาน พื้นที่คอมมูนิตี้ พื้นที่รองรับการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมสำหรับตัวแทนจำหน่าย กลุ่มคลับ หรือกลุ่มลูกค้าที่ใช้ผลิตภัณฑ์ วาย.เอส.เอส. รวมถึงยังเป็นจุดรวมพลก่อนออกทริปอีกด้วย พื้นที่ไลฟ์สไตล์ นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่ในส่วนของโซนร้านอาหารระดับพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้ เปิดรับทั้งลูกค้าที่มาใช้บริการ ในศูนย์บริการแห่งนี้ ยังรวมไปถึงผู้บุคคลทั่วไป ที่มาเที่ยวหรือชมพิพิธภัณฑ์สินค้าของ วาย.เอส.เอส. สามารถเข้ามารับประทานอาหารได้อีกด้วย ทั้งนี้จะมีเมนูที่หลากหลายให้บริการ อาทิ ก๋วยเตี๋ยวเรือยอร์ช ร้านเขียง พัฟแอนด์ พาย และชาตรามือ เป็นต้น โดยปัจจุบัน วาย.เอส.เอส มีสินค้ารองรับทั้งกลุ่มรถยนต์และรถจักรยานยนต์ รวมไปถึงยานพาหนะประเภทอื่น ๆ อีกหลากหลายประเภทมากกว่า 8,200 รายการ ครอบคลุมกว่า 3,100 โมเดลทั่วโลก โดยมียอดขายเป็นอันดับ 1 ในตลาดโลก ประเภทกลุ่มสินค้าประเภทมีประสิทธิภาพสูง (High Performance) และมีกำลังการผลิตมากกว่า 1.5 ล้านชิ้นต่อปี รวมถึง ยังมีศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Center) มากถึง 6 แห่งทั่วโลก โดยเริ่มจากประเทศไทย ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ ฮอลแลนด์ สเปนและประเทศอิตาลี ส่งออกจำหน่ายมากกว่า 40 ประเทศ และยังมีตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศมากถึง 60 ราย นอกจากนี้ ยังมีศูนย์บริการฯ 134 แห่งทั่วโลก โดยยังวางแผนขยายไปยังประเทศอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ เยอรมันนี อิตาลี อังกฤษ สเปน ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ กรีก ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน อินโนนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม มาเลเซียและจีน ฯลฯ อีกทั้งยังเป็นโช้คอัพอันดับหนึ่งของประเทศไทย และยังเป็น 1 ใน 5 แบรนด์จากทั่วโลกที่รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพระดับสูง ABE จากประเทศเยอรมันที่ทั่วโลกให้การยอมรับ

KLX230SM 2023 สเปค ราคา ซูเปอร์โมโตตัวจี๊ด เอาใจสายทางเรียบ KLX230SM 2023 โมเดลซูเปอร์โมโตค่ายเขียวกับโฉมสีดำตัดกับสายลายกราฟิกสีทองสวยงาม พร้อมเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 233 ซีซีที่ถูกติดตั้งบนเฟรมทรงเลขาคณิตขนาดกระทัดรัด ให้น้ำหนักเบา ควบคุมง่าย ถูกใจสายบิดทางเรียบอย่างแน่นอน ราคาแนะนำ รุ่นธรรมดา 156,600 บาท รุ่น ABS 165,600 บาท ไฟ LED ล้อซี่ลวดแบบใช้ยางใน พร้อมระบบเบรก ABS (เฉพาะรุ่น ABS) เรือนไมล์ดิจิทัล LCD โช้คอัพหน้าหัวกลับจาก Showa สเปค KLX230 SM ข้อมูล และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยอากาศ ปริมาตรกระบอกสูบ 233 ซีซี แรงม้า (เคลม) 19 แรงม้าที่ 7,600 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 19 นิวตันเมตรที่ 6,100 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว SOHC 2 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 67.0 x 66.0 มม. อัตราส่วนการอัด 9.4 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด ดิจิทัล ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 110/70 ล้อซี่ลวดขนาด 17 นิ้ว แบบใช้ยางใน ยางหลัง 120/70 ล้อซี่ลวดขนาด 17 นิ้ว แบบใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับขนาด 37 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว ปรับพรีโหลดได้ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยวแบบ Semi-floating ขนาด 300 มม. พร้อมคาลิเปอร์ 2 สูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 220 มม. พร้อมคาลิเปอร์ 1 สูบ กว้าง X ยาว X สูง 940 x 2,050 x 1,145 ม.ม. ระยะฐานล้อ 1,375 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 230 มม. ความสูงเบาะ 845 มม น้ำหนักรถ 138 กก. ความจุถังน้ำมัน 7.5 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ 91,95 และ E10 เทคโนโลยี ระบบส่องสว่าง LED รอบคัน ระบบเบรก ABS (เฉพาะรุ่น ABS) เรือนไมล์ดิจิทัล LCD สีสันที่มีจำหน่าย รุ่น KLX230SM 2023 สี EBONY (รุ่นธรรมดาและ ABS) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

หาไซซ์หมวกกันน็อก ง่าย ๆ เพียงขั้นตอนเดียว หากคุณกำลังประสบปัญหาอยากซื้อหมวกกันน็อกออนไลน์ แต่ไม่รู้ไซซ์ และไม่รู้ว่าจะเลือกไซซ์ไหนดี ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป วันนี้ทางซูเปอร์ไบค์ ไทยแลนด์ จะมาเผยทริค เล็ก ๆ สำหรับวิธีการวัดไซซ์หมวกกันน็อกง่าย ๆ เพียงคุณทำตามเราในขั้นตอนเดียว !! วิธีการวัด สำหรับวิธีการวัดง่าย ๆ เพียงใช้สายวัด วัดรอบศีรษะเหนือคิ้วเพียงเล็กน้อย ตามนี้เลยจ้า แล้วนำขนาดที่ได้ไปเทียบกับตาราง Size ขนาดหมวกกันน็อกตามนี้เลย เราได้นำตารางไซซ์มาให้ทุกคนได้เปรียบเทียบกัน เพื่อความสะดวกสบาย เราจัดให้ หรือถ้าหากได้หมวกกันน็อกมาแล้ว สามารถเช็คได้ว่าเหมาะสมกับศีรษะของเราหรือไม่ โดยลองใส่แล้วลองขยับศีรษะไปมา ว่าหมวกยึดติดกับศีรษะดี ไม่ส่ายไปมาตามแรง และนวมตรงแก้มกระชับดี ไม่บีบจนเกินไป ข้อควรระวัง ไม่ควรสวมใส่หมวกกันน็อกที่คับแน่นจนปวดขมับเกินไป เพราะอาจทำให้เสียสมาธิในการขับขี่ได้ เพียงแค่นี้ เราก็จะได้ไซซ์ที่เหมาะสมในการเลือกซื้อหมวกกันน็อกแล้วจ้า เพื่อไม่ให้พลาดสาระน่ารู้ หรือเทคนิคดี ๆ จากทางซูเปอร์ไบค์ ไทยแลนด์ สามารถกดติดตามได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Aprilia เปิดตัว 2 โมเดลพิเศษบุกตลาดอเมริกาเหนือ ล่าสุดระหว่างการแข่งขัน MotoGP 2023 ที่สนาม Austin ที่ผ่านมา ค่ายรถจากเมือง Noale อย่าง Aprilia เปิดตัว 2 โมเดลพิเศษบุกตลาดอเมริกาเหนือ เป็นการทำเซอร์ไพรส์ โดยสองโมเดลพิเศษดังกล่าวคือโมเดลระดับเรือธงอย่าง RSV4 Factory และ Touno V4 Factory รุ่นพิเศษจำนวนจำกัดที่โดดเด่นด้วยเฉดสีขาว ตัดแต่งด้วยสีแดง น้ำเงิน และตัวอักษรบอกชื่อค่ายเป็นสีเงิน โดยพื้นฐานของ RSV4 Factory นี้ยังคงเป็นเครื่องยนต์ V4 65 องศา ขนาด 1,099 ซีซีที่เคลมแรงม้ามามากถึง 217 แรงม้า ส่วน Tuono V4 Factory ก็จะปรับลดดีกรีความแรงลงมาเล็กน้อย โดยจะมีเครื่องยนต์ขนาด 1,077 ซีซีที่ให้กำลังแรงม้าที่ 175 แรงม้าแทน เพื่อความสุดยอดสมกับเป็นโมเดลพิเศษทั้งสองคันจึงมาพร้อมช่วงล่างไฟฟ้าระดับท็อปอย่าง Öhlins Smart EC 2.0 และระบบเบรกจาก Brembo โดยด้านหน้าจะได้เป็นคาลิเปอร์เบรก Stylema ด้วย ปิดท้ายด้วยล้ออลูมิเนียมฟอร์จที่รัดมาด้วยยาง Pirelli Diablo Supercorsa SP สุดหนึบ ในส่วนของระบบอิเล็กทรอนิกส์นั้นทั้ง 2 โมเดลจะได้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของทางค่าย ไม่ว่าจะเป็นหน่วยประมวลผลแบบ 6 แกนจากทาง Marelli คันเร่งไฟฟ้าเต็มระยย ระบบช่วยเหลือในการขับขี่อย่าง Aprilia Performance Ride Control (APRC) ก็มาครบชุด โดยจะมีโหมดการขับขี่ 6 โหมด แบ่งเป็น 3 โหมดสำหรับขับขี่ในสนามและสามโหมดสำหรับขับขี่บนถนน โดย 3 โหมดจากทั้งหมดนี้สามารถปรับแต่งได้ตามใจชอบ และยังสามารถปรับแต่งแทร็คชันคอนโทรล ระบบควบคุมการลอยตัวของล้อ ระบบควบคุมเอ็นจิ้นเบรก และระบบเบรก ABS ได้อีกด้วย สุดท้ายเรื่องของการจำหน่ายนั้นจะมีจำหน่ายในทวีปอเมริกาเหนือหรือก็คืออเมริกาและแคนาดา โดยจะจำหน่ายในราคาแนะนำที่ 26,499 ดอลลาร์หรือราว ๆ 913,000 บาทสำหรับเจ้าซูเปอร์ไบค์เรือธงของทางค่าย และสำหรับเจ้าเน็กเก็ดพิกัดเรือธงล่ะก็จะมีราคาที่ถูกลงมาอยู่ที่ 20,099 ดอลลาร์หรือราว ๆ 692,000 บาท ซึ่งถ้าหลุดมาจำหน่ายไทยได้ล่ะก็ราคาคงดีดไปอีกไกลเลยทีเดียวล่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

New Nmax 2023 กับสีใหม่ พร้อมรับประกัน 5 ปี อีกหนึ่งโมเดลจากค่ายยามาฮ่า ที่เปิดตัวเมื่องานมอเตอร์โชว์ 2023 ที่ผ่านมา กับรถสกู๊ตเตอร์ออโตเมติกอย่าง New Nmax 2023 ที่มาพร้อมกับสีใหม่ (สีน้ำเงิน Dull Blue) เอาใจสาวกออโต้ตระกูล Max Series ซึ่งไหน ๆ สีใหม่ได้เปิดตัวมาแล้ว แอดมินขอพาไปทำความรู้จักกับโมเดลนี้กันซักนิดนึงครับ Nmax 2023 สกู๊ตเตอร์ออโตเมติกสปอร์ตพรีเมียม พร้อมการดีไซน์ที่ให้ความสปอร์ต เท่ ดุดัน ตามต้นฉบับรถตระกูล Max Series เริ่มด้วยระบบส่องสว่างรอบคัน Full LED ทั้งหมด ไฟหน้าแยกเป็นสองชั้น พร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ รวมถึงไฟเลี้ยวบิลต์อินอยู่ในตัวแฟริ่ง และไฟท้ายออกแบบออกมาได้สวยงาม ลงตัวสุด ๆ หน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัล LCD สัญลักษณ์ Y-Connect ถัดต่อมาจะเป็นในส่วนของหน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัล LCD ดีไซน์ทรงสปอร์ต ที่แสดงผลฟังก์ชัน ข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างครบครัน รวมไปถึงสวิตช์เปลี่ยนโหมดที่แฮนด์ ถัดลงมาจะเป็นในส่วนของสวิตช์กดสตาร์ทเครื่องยนต์ และช่องเสียบ USB และช่องของด้านหน้า ในส่วนของคอนโทรลกลางนั้น มีที่พักเท้าขนาดกว้าง ให้ผู้ขับขี่สามารถปรับตำแหน่งการวางเท้าได้สบาย ๆ พร้อมกับเบาะดีไซน์ออกแบบมาชิ้นเดียวขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถนั่งได้สบายทั้งผู้ขับขี่และคนซ้อน พร้อมช่องเก็บใต้เบาะขนาดใหญ่ ใส่หมวกกันน็อกเต็มใบได้ ด้านขุมพลังเครื่องยนต์รุ่นนี้ เป็นเครื่องยนต์บลูคอร์ 1 สูบ 155 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบวาล์วแปรผัน VVA ตอบสนองทุกแรงบิดทั้งรอบต่ำและรอบสูง ทันใจทั้งออกตัว เร่งแซงขึ้นเนินและเข้าโค้ง พร้อมถังน้ำมันขนาด 7.1 ลิตร พร้อมกับระบบช่วงล่าง โช้คหน้าเทเลสโคปิก โช้คหลังยูนิตสวิง ระบบเบรกกับดิสก์เบรก หน้า-หลัง พร้อมระบบเบรก ABS ล้อแม็ก 13 นิ้ว ยางหน้า 110/70 ยางหลัง 130/70 สำหรับเทคโนโลยีในโมเดลนี้ มองรวม ๆ แล้วถือว่าเยอะเลยทีเดียว เริ่มด้วยระบบไฟส่องสว่าง Full LED รอบคัน หน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัล LCD ระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติ Stop & Start System พร้อมระบบ SMART MOTOR GENERATOR ช่วยให้สตาร์ทเครื่องยนต์ได้เร็วยิ่งขึ้น ระบบเบรก ABS ช่องชาร์จไฟ USB และแอปพลิเคชัน Y-Connect เชื่อมต่อข้อมูลรถจักรยานยนต์ผ่านสมาร์ทโฟน เสริมความสะดวกสบายในการขับขี่ได้อีกด้วย สำหรับรุ่นนี้เปิดราคาแนะนำอยู่ที่ 95,000 บาทพร้อมรับประกัน 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร ถือว่าคุ้มค่าสุด ๆ กับสมรรถนะเครื่องยนต์ ช่วงล่างและฟีเจอร์ของโมเดลรุ่นนี้ หากใครที่สนใจ สามารถรับชมคันจริงได้ที่ศูนย์บริการ ยามาฮ่า สแควร์ ทุกสาขาทั่วประเทศ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก