Skip to main content

SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

อัปเดตข่าวมอเตอร์ไซค์ล่าสุด 2026 รุ่นใหม่ ราคา รีวิวครบทุกสไตล์

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
คนขับ GrabFood ใช้ Ducati Hypermotard ในการส่งอาหาร

เชื่อว่าหลายๆ คนนั้นคงเคยได้ใช้บริการของทาง GrabFood มาก่อนซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกหรือพิเศษอะไรแต่ทว่าเมื่อไม่นานมานี้นั้นได้มีคนขับ GrabFood จากประเทศมาเลเซียใช้ Ducati Hypermotard ในการขนส่งอาหารซึ่งถือเป็นเรื่องที่พบได้ไม่บ่อยนักกับเหตุกรณ์แบบนี้ หากเทียบเป็นรถยนต์ก็คงจะอรมณ์ประมาณว่าเอา Lamborghini มาทำเป็น Taxi ยังไงยังงั้นเลย โดยทางคนขับ Grab คนนี้นั้นได้โพสต์วีดีโอของตัวเขาเองบนทวิตเตอร์ส่วนตัวในระหว่างที่กำลังจะส่งเลอมัง (ข้าวหลามแบบท้องถิ่นของมาเลเซีย) ให้แก่ลูกค้าโดยมีกล่องส่งอาหารสีเขียวพร้อมกับโลโก้ Grab Food อันเป็นเอกลักษณ์วางอยู่บนเบาะท้ายของเจ้า Ducati Hypermotard คันนี้ คนที่ได้รับเลอมังไปนั้นคงจะได้รับเร็วเป็นพิเศษแน่เลยเมื่อเจอความเร็วของเจ้า Ducati Hypermotard คันนี้เข้าไป อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

5 ข้อแนะนำสำหรับการดูแลรักษาหมวกกันน็อค

เมื่อพูดถึงหมวกกันน็อคแล้วถือเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่สำคัญสำหรับชาวไบค์เกอร์ โดยหมวกกันน็อคนั้นมีราคาตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักหมื่น และหลายๆ ท่านคงจะรู้สึกไม่ดีแน่หากเกิดรอยบนหมวกกันน็อคสุดรักสุดหวงของท่านวันนี้เราจะมาแนะนำ 5 ข้อสำหรับการดูแลรักษาหมวกกันน็อคของท่านกันครับ เลือกผ้าที่เหมาะสมสำหรับการทำความสะอาดหมวกกันน็อคของท่าน– เมื่อท่านกำลังทำความสะอาดหมวกกันน็อคของท่าน เราขอแนะนำให้ทุกท่านใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ในการทำความสะอาดหมวกกันเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดรอยขนแมว พยายามอย่าเอามือสัมผัสกับชิลด์บังลมหมวกกันน็อค– ชิลด์บังลมที่ติดตั้งมากับหมวกกันน็อคหลายๆ ใบนั้นมาพร้อมกับสารกันฝ้าหากท่านเอามือสัมผัสด้านในบริเวณชิลด์บังลมอาจทำให้สารกันฝ้าหลุดลอกออกไปได้ อย่ากลัวที่จะล้างหมวกกันน็อคของท่าน– ใช้สบู่เหลวและน้ำเพียงเล็กน้อยเพื่อทำความสะอาดทั้งสองด้านของหมวกกันน็อค หมวกกันน็อคนั้นสามารถใช้สบู่กับน้ำในการล้างได้แม้จะมาพร้อมกับสารกันฝ้าหรือมี Pinlock ติดอยู่ด้วยก็ตาม ล้างให้สะอาดอย่างถี่ถ้วนแล้วทิ้งไว้ให้แห้งตามธรรมชาติ เลอะคราบที่ไม่ยอมออกสักที่? ให้ใช้กระดาษชุบน้ำวางลงไปตรงจุดที่เปรอะเปื้อนแล้วรอจนน้ำซึมเข้าไป หากใช้วีธีนี้แล้วท่านสามารถเช็ดคราบที่สกปรกออกได้อย่างเบาๆ โดยที่ไม่จำเป็นตองถูแรงๆ เลย เตรียมอะไหล่ชิลด์บังลมให้พร้อม– หากท่านมีอะไหล่ชิลด์บังลมหน้าอยู่แล้วท่านสามารถเปลี่ยนชิ้นส่วนชิลด์หน้าได้ทันทีหากเกิดรอยขูดโดยที่ท่านไม่จำเป็นต้องหยุดการขับขี่ของท่าน   อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

แบบนี้ก็มี!! Motoball กีฬาที่เอามอเตอร์ไซค์กับฟุตบอลมารวมกัน

ท่านผู้อ่านเคยสังสัยกันไหมครับว่าอะไรจะเกิดขึ้นหากมีทั้งมอเตอร์ไซค์และลูกฟุตบอลในเวลาเดียวกัน เชิญพบกับ Motoball กีฬาที่รวมเอา กีฬาอันเป็นที่รักอย่างฟุตบอลมารวมเข้ากับมอเตอร์ไซค์ที่ชาวสองล้ออย่างเรานั้นทั้งรักและชื่นชอบ โดย Motoball นั้นเป็นกีฬาที่ผู้เล่นทุกคน(ยกเว้นผู้รักษาประตู)จะขึ้นไปขับอยู่บนมอเตอร์ไซค์คลาส 250 cc และใช้เท้าข้างใดข้างหนึ่งเลี้ยงลูกฟุตบอลไปมาเพื่อทำประตู และนอกจากการขึ้นไปขับขี่บนมอเตอร์ไซค์แทนการวิ่งแบบธรรมดาแล้วสิ่งที่แปลกไปจากฟุตบอลปกติทั่วไปคือขนาดของลูกฟุตบอลที่มีขนาดใหญ่โตมโหฬารและจำนวนผู้เล่นที่มีเพียง 5 คน (รวมผู้รักษาประตู) ต่อทีม ลูกฟุตบอลที่มีขนาดใหญ่นี้มีเส้นผ่าศูนย์กลางที่ 40 ซม. และมีน้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม และหากถามว่ากีฬานี้เป็นกีฬาใหม่หรือไม่ต้องบอกเลยครับว่าไม่เพราะกีฬานี้นั้นมีมาตั้งแต่ช่วงยุคปี ค.ศ. 1930 แล้วและค่อนข้างจะได้รับความนิยมในยุโรปแถมยังได้รับการรับรองในเรื่องของกฏและกติกาจากทาง สหพันธ์จักรยานยนต์ระหว่างประเทศ (FIM) อีกด้วย Motoball นั้นค่อนข้างจะเป็นกีฬาที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักกันเท่าไหร่นักรวมถึงผมเองด้วย หากว่านำกีฬานี้มาแข่งในบ้านเราคงจะบันเทิงไม่น้อยเลยนะครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

นักแข่งทีม Yamaha Factory Racing ที่จะลงแข่งในการแข่งขัน Suzuka 8 Hours 2019

การแข่งขันประเภท Endurance หรือที่เราเรียกกันว่า Suzuka 8 Hours นั้นใกล้เข้ามาทุกที่แล้วโดยในครั้งนี้นั้นจะจัดขึ้นในวันที่ 26 กรกฎาคมจนถึงวันที่ 28 กรกฎาคม และวันนี้เราจะมาแนะนำชื่อและประวัติของนักแข่งทีม Yamaha Racing กันครับ โดยคนแรกนั้นก็คือ Katsuyuki Nakasuga เกิดเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ปี 1981 สัญชาติญี่ปุ่น และเป็นอดีตผู้แข่งขันรายการ MFJ All Japan Road GP250 Champioship ระหว่างปี 1999 ถึง ปี 2005 และย้ายไปแข่ง All Japan Superbike Championship และคว้ารางวัลในปี 2008, 2009, 2012, 2013, 2014, 2015, 2016 และปี 2018 นอกจากนี้ Katsuyuki Nakasuga ยังเป็น แชมป์ในรายการ Suzuka 8 Hours ติดต่อกันถึงสี่สมัย คนต่อไปนั้นก็คือ Alexander Thomas “Alex” Lowes ซึ่งเกิดเมื่อ 14 กันยายน 1990 เป็นนักบิดชาวอังกฤษและยังเคยเป็นแชมป์ British Superbike Championship โดยขี่เจ้า Honda CBR1000RR สำหรับ Samsung Honda ในปี 2013 แถมยังเป็นฝาแฝดกับนักแข่งอย่าง Sam Lowes อีกด้วย ส่วนคนสุดท้ายนั้นคือคนที่ไม่ได้มาซ้อมในการทดสอบครั้งนี้ด้วยเนื่องจากเกิดอาการบาดเจ็บจาก Misano SBK คือนักบิดชาวเนเธอร์แลนด์อย่าง Michael van der Mark นั้นเองครับโดย Michael van der Mark นั้นเกิดเมื่อ 26 ตุลาคม 1992 และเคยคว้าแชมป์ในรายการ European Superstock เมื่อปี 2012 และชนะในรายการ Suzuka 8 Hours กับ Takumi Takahashi และ Leon Haslam ในปี 2013 และ 2014 มาแล้ว เป็นไงบ้างครับประวัติของแต่ละคน…เก่งกันแบบนี้มาติดตามเอาใจช่วยพวกเค้ากันครับว่าจะสามารถคว้าแชมป์ในรายการ Suzuka 8 Hours ในครั้งนี้กันไปได้ไหม อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้  

Suzuki GSX-R150 เหมาโพเดี้ยมศึกชิงแชมป์ประเทศไทย สนาม 3

ทัพ Suzuki ท็อปฟอร์มก้าวขึ้นสู่โพเดี้ยมในศึก FMSCT Thailand Road Racing สนาม 3 จากผลงาน 3 นักแข่งในสังกัดทีม Suzuki Ecstar Yoshimura Motul IRC D.I.D NGK Racing Boy KYT YSS Aracer J.S. Racing Team โดยในรุ่น Production 150 “เจ้าเค้ก” พันธุ์ชนะ กุลโรจน์ชลาลัย #78 ควงแขน “เดอะปาร์ค” พาทิศ ชูประเทศ #98 ควบ GSX-R150 ขึ้นโพเดี้ยมแบบแพ็คคู่ บวกกับความสำเร็จของ Gun Mie #43 ระเบิดฟอร์มคุมบังเหียน GSX-R150 คว้าแชมป์แรกสำเร็จในรุ่น Production 150 อายุไม่เกิน 18 ตอกย้ำเจ้าความเร็วอย่างยิ่งใหญ่ กลับมาสร้างความยิ่งใหญ่อีกครั้งในศึกชิงเจ้าความเร็วในรายการ FMSCT Thailand Road Racing ของทัพ Suzuki จากเหล่าขุนพลบนอาน GSX-R150 ในรุ่นเดือดที่สุดของการแข่งขันกับ Production 150 ที่มีการขับเคี่ยวกันตั้งแต่ออกสตาร์ท และกับ 2 ขุนพลอย่าง “เจ้าเค้ก” พันธุ์ชนะ กุลโรจน์ชลาลัย #78 และ “เดอะปาร์ค” พาทิศ ชูประเทศ #98 2 ทีมเมทเปิดเกมการแข่งขันสู้ได้อย่างดุเดือดตั้งแต่ต้นเกม กับการแข่งขันทั้งหมด 12 รอบสนาม และ 2 คู่หูทีมเมทสามารถเก็บชัยชนะได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยที่แชมป์ตกอยู่ในมือของ “เจ้าเค้ก” พันธุ์ชนะ กุลโรจน์ชลาลัย #78 พร้อมกับทำเวลา Best Lap ไว้ 1:31.316 นาที ในรอบที่ 9 เช่นเดียวกับทาง “เดอะปาร์ค” พาทิศ ชูประเทศ #98 ที่ทำเวลา Best Lap เอาไว้ 1:31.225 นาที ในรอบที่ 6 เก็บแต้มรองแชมป์อันดับ 1 ได้สำเร็จ และผลจากการเก็บชัยชนะได้ในสนามนี้ส่งผลให้ “เดอะปาร์ค” พาทิศ ชูประเทศ #98 มีคะแนนสะสมขึ้นเป็นจ่าฝูงด้วยคะแนน 51 แต้ม ส่วนรองจ่าฝูงก็เป็นของคู่หูอย่าง “เจ้าเค้ก” พันธุ์ชนะ กุลโรจน์ชลาลัย #78 ที่เก็บแต้มไล่คันเร่งมาแบบหายใจรดต้นคอด้วยคะแนน 50 แต้ม สำหรับในรุ่น Production 150 อายุไม่เกิน 18 เป็นอีกรุ่นหนึ่งของทัพ Suzuki ที่ประสบความสำเร็จในสนามนี้เช่นเดียวกัน โดยการคุมบังเหียนของ Gun Mie #43 นักแข่งสายเลือดแดนอาทิตย์อุทัย ที่พร้อมลุยศึกชิงแชมป์ไทยแลนด์ในปี้นี้แบบเต็มฤดูกาล สนามนี้มาพร้อมกับความตั้งใจเกินร้อย กับการแข่งขันทั้งหมด 10 รอบสนามที่ต้องแหวกกลุ่มตู่แข่งขึ้นมาอยู่หัวแถว ก่อนที่จะเก็บชัยชนะไปได้อย่างสวยงามเช่นเดียวกัน กับเวลา Best Lap 1:33.575 ในรอบที่ 4 และนั่นก็เร็วพอที่จะคว้าโพเดี้ยมในสนามที่ 3 ไปได้อย่างสวยงาม ส่งผลให้มีคะแนนเก็บอยู่ 28 แต้ม จากผลงานทำให้เห็นถึงความพร้อมของทีม Suzuki ที่จะสร้างผลงานให้ได้เห็นกันอีกครั้งในศึกชิงเจ้าความเร็วในปี 2019 กับรถรหัสสปอร์ต Suzuki GSX-R150 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าสารผ่าน Facebook คลิกทีนี้

Yamaha Factory Racing ช่วงซ้อมทำเวลาได้ดี Suzuka 8 Hour

    ทีม Yamaha Factory Racing ได้สิ้นสุดการทำทดสอบร่วมของสามผู้ผลิตบนสนามแข่ง Suzuka โดยมี Katsuyuki Nakasuga และ Alex Lowes เป็นผู้ทดสอบ ทั้งสองคนนั้นสามารถผ่านพ้นโปรแกรมนี้ไปได้ด้วยเป้าหมายอันแน่วแน่ที่จะชนะ โดยการทดสอบนี้นั้นเน้นไปที่การทดสอบชิ้นส่วนใหม่ที่มีรอบๆ ตัวรถ และผลที่ออกมานั้นค่อนข้างดีทีเดียว โดย Nakasuga นั้นทำเวลาได้ดีเป็นอันดับ 3 ที่ดีที่สุดของวันไปด้วยเวลา 2’06.698 และ Alex Lowes ที่ทำเวลาได้ 2’07.391 นั้น คว้าอันดับ 5 ที่ดีที่สุดของวันไป นอกจากนี้ทั้งสองนักแข่งยังได้แสดงความเสียใจต่อเพื่อนร่วมทีมอย่าง Michael van der Mark ที่ไม่สามารถเข้าร่วมในครั้งนี้ได้เนื่องจากการบาดเจ็บจาก Misano SBK ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก Yamaha อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

ก้อง สมเกียรติ สุดปลื้ม แชมป์โลกโมโตจีพี ติวเข้มถ่ายทอดเทคนิคเคล็ดลับการขับขี่

  “ก้อง”สมเกียรติ สุดปลื้ม! “มาร์ค มาร์เกซ” แชมป์โลกโมโตจีพี ติวเข้ม ถ่ายทอดเทคนิคเคล็ดลับการขับขี่ ขณะที่ร่างกายกลับมาฟิตเต็มร้อย พร้อมลงบิดล่าแต้มโมโตทูสุดสัปดาห์นี้ “คิงคองก้อง” สมเกียรติ จันทรา หมายเลข 35 นักบิดหนึ่งเดียวของไทย ในสนามระดับโลกจากโครงการ“เรซ ทู เดอะ ดรีม” ของ “เอ.พี.ฮอนด้า” เผยกลับมาฟิตเต็มร้อยอีกครั้ง หลังอาการเจ็บที่แขนและเท้าหายแล้ว โดยเฉพาะอาการ “อาร์ม ปั๊ม” หายสนิท ทำให้ขี่ได้มั่นใจมากขึ้น ลั่นจะทำผลงานให้ดีที่สุดเพื่อคว้าแต้มมาฝากชาวไทยให้ได้ พร้อมเผยแอบขอเทคนิคการขี่มาจาก มาร์ค มาร์เกซ แชมป์โลกชาวกระทิงดุเตรียมนำมาปรับใช้ในศึกโมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2019 สนามที่ 8 “ดัตช์ กรังด์ปรีซ์” ระหว่างวันที่ 28-30 มิถุนายนนี้ ความเคลื่อนไหวของ “คิงคองก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดดาวรุ่งหนึ่งเดียวของไทยในสนามระดับโลกเจ้าของหมายเลข 35 จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ลงแข่งขันแบบเต็มฤดูกาลเป็นปีแรกในศึก โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2019 ภายใต้โครงการ เรซ ทู เดอะ ดรีม ของ เอ.พี.ฮอนด้า ในการผลักดันนักบิดไทยไปสู่สนามระดับโลกโมโตจีพีภายในปี 2025 ล่าสุด เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา สมเกียรติ จันทรา พร้อมทีมงานอิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ได้เดินทางออกจากที่พักในประเทศสเปน ถึงประเทศเนเธอร์แลนด์เป็นที่เรียบร้อยเพื่อเตรียมความพร้อมลงทำศึกโมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2019 สนาม 8 ที่ ทีที เซอร์กิต แอสเซน ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในรายการ ดัตช์ กรังด์ปรีซ์ ระหว่างวันที่ 28-30 มิถุนายน 2562 สมเกียรติ จันทรา กล่าวว่า “ตอนนี้สภาพร่างกายนั้นกลับมาแข็งแรง 100 เปอร์เซนต์เต็มแล้ว โดยเฉพาะอาการ “อาร์ม ปั๊ม” หลังจากเข้ารับการผ่าตัดก็หายเป็นปกติ ไม่มีอาการเกิดขึ้นอีกแล้ว ทำให้ขี่ด้วยความมั่นใจไร้กังวลมากขึ้น ลุยได้ตั้งแต่รอบแรกของการแข่งขัน ส่วนอาการนิ้วเท้าหักตอนนี้ก็ไม่มีปัญหาแล้ว สำหรับในสนาม ทีที เซอร์กิต แอสเซน เป็นสนามที่ต้องใช้ความเร็วและต้องระวังโค้งหักศอก คล้ายๆ กับสนามในอาร์เจนตินา ทำให้ต้องขี่ระมัดระวังเป็นพิเศษ ผมหวังว่าในสนามนี้จะทำผลงานให้ดีที่สุดเพื่อเก็บคะแนนมาฝากแฟนๆ ชาวไทยให้ได้” นอกจากนั้นนักบิดดาวรุ่งชาวไทย ยังพูดถึง มาร์ค มาร์เกซ แชมป์โลกจากแดนกระทิงดุของเรปโซล ฮอนด้า ที่ได้ลงซ้อมรถวิบาก (Dirt Bike) ที่เซอร์กิต อัลคาร์ราส ในประเทศสเปน ร่วมกันเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า “มาร์ค มาเกซ” เป็นคนที่อัธยาศัยดี ผมก็ได้พูดคุยกับเขาและก็ขอเทคนิคต่างๆ ในการขับรถวิบากมาบ้าง ซึ่งตอนผมขับใหม่ๆ ก็ขับไม่ค่อยเร็วเท่าไร จนได้คุยกับ มาร์ค และก็ได้เทคนิคต่างๆ จนทำให้ผมเข้าใจและขับได้ดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งผมจะนำเทคนิคบางอย่างที่ มาร์เกซ สอนไปปรับใช้ในการแข่งสนามจริงเพื่อพัฒนาฝีมือให้เก่งมากขึ้นกว่านี้” สำหรับโปรแกรมการแข่งขันศึกโมโตทูเวิลด์แชมเปี้ยนชิพ 2019 ศึกดัตช์ กรังด์ปรีซ์ ที่ ทีที เซอร์กิต แอสเซน วันที่ 28 มิถุนายน จะลงทำการฝึกซ้อมครั้งที่ 1 และ 2 วันที่ 29 มิถุนายน จะลงทำการฝึกซ้อมครั้งที่ 3 ในช่วงเช้า ก่อนจะทำการคลอลิฟาย จัดอันดับกริดสตาร์ทเวลา 20.00 น. ตามเวลาประเทศไทย และวันที่ 30 มิถุนายน จะทำการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ เวลา 17.20 น. ตามเวลาประเทศไทย ช่อง FOX Sports และ PPTVHD36 ทำการถ่ายทอดสด แฟนๆ ความเร็วชาวไทยสามารถติดตามผลการแข่งขันและข่าวความเคลื่อนไหวของสมเกียรติจันทรานักบิดหนึ่งเดียวของไทยในศึกโมโตทูเวิลด์แชมเปี้ยนชิพได้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจรถจักรยานยนต์ฮอนด้า (Honda Motorcycle Thailand) www.facebook.com/hondamotorcyclethailand/ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

Spyshot New Royal Enfield Classic 500 ย้ายชุดขับเคลื่อนขวาไปซ้าย

หลังจากที่ Royal Enfield ประสบความสำเร็จในการขาย Bigbike ที่มีขนาด 650cc อย่าง Interceptor 650 และ Continental GT 650 ไปแล้วนั้น ก็ถึงคิวการปรับปรุงของรถขนาด 500cc กันบ้าง โดยในตอนนี้โมเดลที่จะได้รับการปรับปรุงโฉมนั้นก็คือรุ่น Classic 500 นั้นเอง ซึ่งตอนนี้เราก็ได้เห็นภาพ Spyshot ของเจ้า New Royal Enfield Classic 500 โฉมใหม่จากทางอินเดียที่เป็นทั้งเจ้าของแบรนด์และผู้ผลิตกันไปแล้ว โดยในเรื่องของการออกแบบนั้นจากภาพที่เห็น เจ้า New Royal Enfield Classic 500 นั้นพอมองดูแบบเผินๆ แล้วแทบหาความแตกต่างจาก Royal Enfield Classic 500 ที่เห็นกันบนท้องถนนไม่ได้เลย โดยสิ่งที่แตกต่างจากเดิมที่เราสามารถสังเกตุเห็นได้ในตอนนี้นั้นก็คือ เบาะนั่งที่ถอดสปริงด้านล่างออกและชุดไฟเลี้ยวหน้าหลังที่ถูกออกแบบใหม่เล็กน้อยซึ่งไม่ใช่เรื่องที่แปลกนักเพราะรถทรงคลาสสิคจะให้เปลี่ยนแบบให้ดูทันสมัยก็คงไม่ใช่รถคลาสสิค ส่วนในเรื่องของความเปลี่ยนแปลงที่เราสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนนั้นก็คือระบบส่งกำลังที่มีการกลับฝั่งระบบคลัทช์/เกียร์ กับชุดโซ่ขับเคลื่อนที่ย้ายจากด้านขวามาด้านซ้ายแบบที่มอเตอร์ไซค์ส่วนใหญ่เขาทำกันซึ่งแปลว่าจุดที่เปลี่ยนเยอะที่สุดของเจ้า Royal Enfield Classic 500 คันนี้นั้นไม่ใช่การออกแบบภายนอกแต่เป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลงพวกภายในต่างๆ โดยการเปลี่ยนไส้ในของ Classic 500 คันนี้นั้นมีจุดประสงค์คือลดอาการสั่นสะทานตอนรอบบิดสูง ปรับเรื่องของการเผาไหม้เชื้อเพลิงให้สะอาดมากขึ้นเพื่อให้เข้ากับมาตรฐานไอเสียในหลายๆ ประเทศ และยังเพิ่มพละกำลังของเครื่องยนต์อีกด้วย ส่วนเรื่องของวันเปิดตัวนั้นยังไม่แน่ชัดแต่ทางเราคาดว่ามันจะได้ถูกนำไปจัดในงาน EICMA Show 2019 ใครเป็นแฟนของรถมอเตอร์ไซค์สไตล์คลาสสิคอย่าง Royal Enfield ก็ติดตามกันต่อไปนะครับสำหรับเจ้า Royal Enfield Classic 500 คันนี้ ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจากทาง Rushlane อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารผ่าน Facebook คลิกทีนี้

เผยภาพ Render New Yamaha MT-03

New Yamaha MT-03 ใกล้เปิดตัวเข้าไปทุกทีแล้ว โดยในตอนนี้นั้นเราได้มีภาพ Render ของเจ้า MT-03 ให้เพื่อนๆ ได้ชมกันแล้วครับ โดยหากใครสงสัยว่าเจ้า New Yamaha MT-03 นั้นมีหน้าตาเป็นอย่างไรละก็มาชมภาพนี้ให้หายสงสัยกันได้เลยครับ! เรื่องหน้าตาของมันนั้นเมื่อมองจากด้านหน้าแล้วจะสังเกตุได้ว่าในส่วนของโคมไฟหน้านั้นค่อนข้างเหมือนหรือแทบจะเรียกได้ว่ายกเอามาจาก MT-15 เลยก็ว่าได้ครับ ด้านกาบข้างนั้นก็มีดีไซน์ที่ดูเหมือนกับ MT-15 เช่นกันครับ ส่วนโช๊คนั้นได้มีการหันไปใช้แบบหัวกลับอัพไซด์ดาวน์อีกด้วย ส่วนครึ่งท้ายลำตัวรถนั้นยังคงเป็นชุดเดิมอยู่ ในเรื่องของวันเปิดตัวนั้นหน้าจะไม่เกินสิ้นปีนี้ครับ ใครที่มีแพลนจะสอยเจ้า Naked Bike คันนี้ก็เก็บเงินรอซื้อกันได้เลยครับผม ขอขอบคุณภาพจากทาง TMC Blog อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารผ่าน Facebook คลิกทีนี้

BMW เผยคอนเซ็ปต์ มอตอร์ไซค์ไฟฟ้าใหม่ Vision DC Roadster

ถือเป็นช่วงที่บูมจริงๆ สำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเพราะมีข่าวการพัฒนามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามาให้เราได้เห็นกันเรื่อยๆ แบบไม่ขาดสาย โดยครั้งนี้นั้นเป็นคิวของทาง BMW Motorrad ที่ได้เผยโฉมคอนเซ็ปต์รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ใหม่ให้ทางเราได้เห็นกันคือเจ้า Vision DC Roadster นั้นเอง   หากถามว่า BMW Motorrad เล่นเกมนี้ช้าเกินไปไหมคงต้องตอบเลยว่าไม่เพราะก่อนหน้านี้ทาง BMW Motorrad ได้เคยพัฒนาสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าอย่างเจ้า BMW C Evolution ที่มีท็อปสปีดสูงสุดอยู่ที่ 129 กม/ชม มาแล้ว และในต้อนนี้นั้นดูเหมือนว่าทาง BMW Motorrad จะจริงจังกับตลาดมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามากขึ้นเมื่อทาง BMW Motorrad ได้เผยคอนเซ็ปต์ของมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันนี้ ในส่วนของการดีไซน์ภายนอกตัวรถคันนี้นั้นถูกออกแบบมาให้มีสไตล์แต่ปลอดภัย โดยเจ้า Vision DC Roadster นั้นใช้ยางของทาง Metzeler ที่สามารถเรืองแสงได้ นอกจากการเปิดเผยคอนเซ็ปต์ของมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันนี้แล้วนั้นทาง BMW Motorrad ยังได้เผยถึงแผนในอนาคตการผลิตรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้าที่มีจำนวนมากถึง 25 โมเดลภายในปี 2023 และยังได้บอกว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าภายในปี 2021 และจะโดดขึ้นมากกว่า 30% ภายในอีกหกปี ถือเป็นข่าวดีสำหรับใครหลายๆ คนที่อยากลองรถที่ใช้พลังงานใหม่ๆ แบบนี้ที่นอกจากจะดูดีมีสไตล์แล้วยังเป็นการรักโลกอีกด้วย อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารผ่าน Facebook คลิกทีนี้  

Ernie Vigil โหด!! ใช้ Triumph Scrambler 1200 คว้าอันดับ 5 ในการแข่งขันรายการ Norra Mexican 1000

ภาพลักษณ์ของเจ้า Triumph Scrambler 1200 XE นั้น หลายๆ คนหน้าจะมองเห็นเป็นรถที่เอาไว้ขับชิลล์ๆ กินลมบนถนนแต่ทว่า Ernie Vigil นั้นก็ได้แหกกฏทั้งหมดนั้นด้วยการนำเจ้า Triumph Scrambler 1200 XE คันนี้ไปใช้ในการแข่งขันรายการ  Norra Mexican 1000 ที่เป็นการแข่งขันรถออฟโรดอันหน้าตื่นเต้นบนระยะทาง 1349 ไมล์ที่ต้องผ่านทะเลทรายที่เต็มไปด้วยอุปสรรคต่างๆ เช่นทางทะเลทรายที่ขรุขระ ทรายดูด และอื่นๆ อีกมากมาย Vigil กล่าวว่า “หลังจากการซ้อมมาตลอด 9 เดือนที่มีทั้งการบาดเจ็บและการขับขี่บนทาง off-road จำนวน 6,000 ไมล์ ผมรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่จะได้เข้ามาแข่งในการแข่งขัน off-road ที่ท้าทายที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้” นอกจาก Vigil จะได้ใช้รถ Scrambler คันนี้ลงแข่งบนทางทะเลทรายแล้วเขายังสามารถคว้าอันดับ 5 มาได้อีกด้วย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่หน้าประทับใจมากๆ เมื่อวัดกับคู่แข่งอื่นๆ ที่มีเจ้ารถประเภท off-road อย่างเจ้า Honda XR650R ปนอยู่ในการแข่งขันนี้เป็นจำนวนหลายคันเลยทีเดียว โดยส่วนตัวแล้วสำหรับผม Triumph เป็นรถที่หล่อเหลาอยู่แล้วพอมาเห็นมันวิ่งได้ดีขนาดนี้บนทาง off-road นั้นทำให้ผมมองว่าเจ้ารถคันนี้นั้นนอกจากจะดูเป็นรถที่ขับแล้วหล่อแล้วยังสามารถเอามาขับเท่ๆ ลุยๆ แบบนี้ได้อีกเช่นกัน อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารผ่าน Facebook คลิกทีนี้

Harley Davidson จดลิขสิทธิ์ชื่อ “Bareknuckle” คาดเตรียมไปใช้กับรุ่นที่เป็น Streetfighter

ปีที่แล้วทาง Harley Davidson ได้เปิดตัวมอเตอร์ไซค์รุ่นต้นแบบไปสามตัวที่ประกอบไปด้วย แอดเวนเจอร์ไบค์ โมเดลคัสต้อม และ Streetfighter แนว Sporty โดยรุ่นที่เป็น แอดเวนเจอร์ไบค์นั้นมีชื่อว่า Pan America ส่วนอีกสองตัวนั้นยังคงไม่มีชื่อ แต่ทว่ามีคำใบเกี่ยวกับชื่อที่ทาง Harley หน้าจะใช้โดยเมื่อปีที่แล้วนั้นในระหว่างที่ Harley ได้จดลิขสิทธิ์ชื่อ Pan America นั้น ทาง Harley เองได้ส่งคำยื่นจดชื่อลิขสิทธิ์อื่นๆ เช่น “Bronx” และ “48X” โดยในตอนนี้นั้นทาง Harley ได้ใส่อีกชื่อลงไปสำหรับการตัดสินใจ แต่เป็นชื่อ “Bareknuckle” โดยเมื่อเราดูจากชื่อรุ่นแล้วคำว่า “Bareknuckle” ที่แปลว่า “การต่อยด้วยมือเปล่า” นั้นดูจะเหมาะกับการใช้กับมอเตอร์ไซค์ที่เป็นรุ่น Streetfighter อย่างยิ่ง โดยเจ้า Streetfighter จากทาง Harley Davidson คันนี้นั้นหน้าจะออกมาให้เราได้เห็นในช่วงปี 2020 ส่วนชื่อจะเป็นไปตามนี้ไหมต้องมาคอยติดตามกันครับผม อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารผ่าน Facebook คลิกทีนี้

ยามาฮ่า ร่วมสนับสนุน เชียร์ลีดดิ้งชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทาน

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ร่วมสนับสนุน การแข่งขันเชียร์ลีดดิ้งชิงแชมป์ประเทศไทย ครั้งที่ 15 (Thailand National Cheerleading Championship) ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และถ้วยประทานพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เฟ้นหาตัวแทนประเทศไทยเพื่อก้าวสู่การชิงชัยในเวทีระดับนานาชาติ โดยการแข่งขันเชียร์ลีดดิ้งชิงแชมป์ประเทศไทยถือเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้ร่วมแสดงความสามารถในกีฬาเชียร์ลีดดิ้ง อีกทั้งยังเป็นการสร้างจิตสำนึกและเรียนรู้การทำงานร่วมกันเป็นทีม เสริมสร้างความอดทน ความทุ่มเท และความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเอง ซึ่งจัดต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ 15 แล้ว นางสรวงสุดา มนัสบุญเพิ่มพูล ผู้จัดการทั่วไปอาวุโสฝ่ายสื่อสารการตลาดกลุ่มรถออโตเมติก และตราสินค้า บริหารลูกค้าสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ และสื่อดิจิทัล บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ได้กล่าวถึงการเข้าร่วมให้การสนับสนุนการแข่งขันเชียร์ลีดดิ้งชิงแชมป์ประเทศไทยว่า “ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ เล็งเห็นถึงความสำคัญของการแข่งขันเชียร์ลีดดิ้งชิงแชมป์ประเทศไทย และพร้อมให้การสนับสนุนเพื่อร่วมผลักดันให้เยาวชนไทยได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ผ่านกีฬาเชียร์ลีดดิ้งที่เป็นกีฬาระดับสากล ซึ่งเด็กไทยได้ไปสร้างชื่อเสียงและคว้ารางวัลในระดับโลกมาแล้วอย่างมากมาย อีกทั้งยังเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจในกีฬาประเภทดังกล่าวให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยามาฮ่ายังได้จัดบูธกิจกรรมให้เหล่าเชียร์ลีดเดอร์และผู้ร่วมงานได้ร่วมสนุก พร้อมพบกับโปรโมชั่นจากยามาฮ่ารุ่นออโตเมติกมากมาย อย่าลืมมาร่วมเชียร์และให้กำลังน้องๆที่เข้าร่วมแข่งขันกันนะคะ” สำหรับการแข่งขันเชียร์ลีดดิ้งชิงแชมป์ประเทศไทย ครั้งที่ 15 นี้ เปิดโอกาสให้กับบุคคลทั่วไปที่มีอายุระหว่าง 7-21 ปี ได้เข้าร่วมการแข่งขัน โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทเชียร์ลีดดิ้ง ทั้งแบบ Full team ทีม 16 คน ที่ประกอบด้วย การเต้น, ต่อตัว, ยิมนาสติก และการเชียร์ กับ Small Group ทีม 5 คน ที่ประกอบด้วย การต่อตัว กับการโยนตัว และประเภทเชียร์แดนซ์ ทีม 16 คน ประกอบด้วย การเน้นทักษะ, การเต้น และการทำท่าทางเป็นทีม กับทีมคู่ 2 คน ประกอบด้วย การเน้นความพร้อมเพรียง และทักษะทางด้านการเต้น นอกจากกิจกรรมในส่วนของการแข่งขันแล้ว ยังมีกิจกรรม TNCC Orientation Workshop เวิร์คช็อป 4 ครั้ง ที่จัดขึ้นทั่ว 4 ภาคของประเทศไทย เพื่อสร้างความเข้าใจและให้ความรู้เกี่ยวกับกีฬาเชียร์ลีดดิ้ง รวมถึงเปิดโอกาสให้ทีมนักกีฬาที่จะเข้าร่วมการแข่งขันได้ประเมินความสามารถของทีม และรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญจากกรมพละศึกษาก่อนเข้าร่วมแข่งขันจริง สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมแข่งขัน การแข่งขันเชียร์ลีดดิ้งชิงแชมป์ประเทศไทย สามารถเข้าร่วมกิจกรรมเวิร์คช็อปได้ โดยเริ่มครั้งแรกที่ภาคกลางในวันที่ 3 สิงหาคม ที่ เซ็นทรัล พลาซ่า เวสต์เกต, ครั้งที่ 2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือในวันที่ 10 สิงหาคม ที่ เซ็นทรัล พลาซ่า นครราชสีมา, ครั้งที่ 3 ภาคเหนือ ในวันที่ 17 สิงหาคม ที่ เซ็นทรัล พลาซ่า เชียงใหม่ แอร์พอร์ต และครั้งที่ 4 ภาคใต้ ในวันที่ 24 สิงหาคม ที่ เซ็นทรัล พลาซ่า สุราษฎร์ธานี ก่อนจะคัดเลือกผู้เข้ารอบมาแข่งขันชิงแชมป์เพื่อเฟ้นหาสุดยอดเชียร์ลีดดิ้งประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และถ้วยประทานพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ในวันที่ 19-20 ตุลาคม ที่ สนามกีฬานิมิบุตร นอกจากนี้ยังมีรางวัลพิเศษสำหรับทีมชนะเลิศทุกรุ่น ซึ่งจะได้เข้าค่ายอบรมพิเศษเพื่อเพิ่มทักษะในระดับสำกลกับร่วมกับทีมจากสมาพันธ์ IFC ประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารผ่าน Facebook คลิกทีนี้ 

เปิดตัว CBR1000RRW รถแข่ง Suzuka 8 Hour

เปิดตัวอย่างเป็นทางการจาก  HRC – Honda Racing Corporation รถแข่ง CBR1000RR ที่พร้อมลงการแข่งขัน Suzuka 8 hour เป็นรายการแข่งขัยรถจักรยานยนต์ แบบต่อเนื่อง 8 ชั่วโมงไม่มีพัก เพื่อที่จะพิสูจน์ความอึด ถึก ทน ทั้งตัวรถแข่งและคนแข่งขัน ที่จะเป็นหนึ่งเดียวกันในการแข่งขัน โดยรถคันนี้มีพื้นฐานคือ Honda CBR1000RR SP 2 โดยคันนี้จะถูกดูแล ปรับแต่งโดยทีม Red bull Honda  และทาง HRC ได้ใสรหัสเป็น CBR1000RRW เตรียมแข่งขันเร็วๆนี้… ติดตามกันต่อไป อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารใน Facebook คลิกทีนี้ 

พบสิทธิบัตรใหม่ CF Moto 650X Neo-Scrambler

ถือเป็นข่าวดีสำหรับแฟนๆ ของทางค่าย น้องใหม่อย่าง CF Moto ที่มีภาพสิทธิบัตรใหม่ๆ แบบนี้ออกมา โดยจากรายงานเบื้องต้นนั้นทางเราทราบเพียงว่าเจ้า CF Moto 650X Neo-Scrambler นั้นอ้างอิงโครงสร้างพื้นฐานเดียวกันกับรุ่นพี่อย่างเจ้า 650NK เพียงแค่เครื่องยนต์ 2 สูบเรียงขนาด 649cc เท่านั้น โดยชิ้นส่วนอื่นๆ อาทิเช่นชุดเฟรมถัก ระบบกันสะเทือนหน้าแบบหัวกลับ ชุดล้อ ระบบเบรก และหลังสวิงอาร์มที่ทำงานร่วมกับโช้คแก๊สเดี่ยวและมีซับแทงค์ยึดกลางลำตัวรถ นั้นถูกดีไซน์และทำขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ในเรื่องของหน้าตาโดยรวมนั้นดูจะเน้นดีไซน์ที่มีความคลาสสิคแต่เสริมในเรื่องความทันสมัยเข้าไปด้วยทำให้ตรงกับชื่อรุ่น Neo-Scrambler และหากอิงจากรูปที่เราเห็นนั้นตัวรถจะประกอบไปด้วยชิ้นส่วนต่างๆ เช่นไฟหน้ากลมเรือนไมล์กลมกับ เบาะนั่งขนาดใหญ่ที่เป็นตอนเดียวที่ทำให้รถคันนี้เป็นสไตล์ Scrambler แถมยังเสริมด้วยตัวอักษร X ด้านข้างของตัวรถ เส้นสายรอบๆ ไฟหน้าที่เป็นดวงกลม กระจกมองข้าง และล้อหลังที่แลดูทันสมัยเพื่อเสริมความเป็น Neo หลอมรวมกันเป็น Neo-Scrambler ให้สมกับชื่อรถจริงๆ ในส่วนของวันและเวลาการเปิดตัวนั้นยังคงไม่แน่ชัดว่าเจ้า CF Moto 650X จะเปิดตัวเมื่อไหร่ ต้องรอติดตามชมกันต่อไปครับผม!! ขอขอบคุณข้อมูลข่าวสารและภาพจากทาง 2Banh อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารผ่าน Facebook คลิกทีนี้  

Harley Davidson เตรียมบุกตลาดจีน!! ด้วยการผลิตรถขนาด 300cc

Harley Davidson หลายๆ ท่านที่ได้ยินชื่อนี้อาจจะจินตนาการและนึกถึงมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ๆ พร้อมกับชายตัวมหึมาที่ไว้หนวดใส่เสื้อกั๊กและส่วมแว่นดำขับบนถนนแบบเท่ๆ แต่ผมอยากให้ทุกท่านลบภาพนั้นออกไป เพราะวันนี้ทาง Harley Davidson ได้เปลี่ยนแนวการออกแบบมอเตอร์ไซค์ที่เหมาะสำหรับคนเอเชียอย่างเราๆ มากขึ้น โดย Harley Davidson นั้นได้ร่วมมือกับทาง Qianjiang Motorcycle ในการผลิตรถมอเตอร์ไซค์ขนาด 338cc เพื่อเตรียมบุกตลาดจีนและมีเป้าหมายที่จะส่งมอบรถให้กับตัวแทนต่างๆ ในประเทศจีนภายในปี 2020 Matt Levatich ประธาน และ CEO ของทาง Harley Davidson ได้กล่าวว่า Harley Davidson คือรถที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับไบค์เกอร์ทั่วทั้งโลกมาโดยตลอด และแผนของเราคือการนำผู้คนจากหลายๆ พื้นที่ให้สามารถเข้าถึงแบรนด์ของเราได้มากขึ้นนอกจากนี้ทางเราตื่นเต้นเป็นอย่างมากสำหรับโอกาสในการนำผู้คนจากปนะเทศจีนซึ่งถือเป็นหนึ่งในตลาดมอเตอร์ไซค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกให้เข้าถึงแบรนด์ของเราได้มากขึ้น ส่วนประเทศไทยเรานั้นคงต้องรอกันอีกนิดนะครับสำหรับคนที่อยากครอบครอง Harley Davidson ที่ควบคุมได้ไม่ยากแถมสบายกระเป๋าแบบนี้แต่เชื่อว่าคงจะไม่นานเกินรอ…ใครที่อยากได้เจ้า Harley Davidson คันนี้ก็เตรียมเก็บเงินรอสอยกันได้เลยครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารผ่าน Facebook คลิกทีนี้

ขายหมดเกลี้ยงในอังกฤษ!! Triumph Rocket 3 TFC

หากท่านกำลังอยากเป็นเจ้าของเจ้ายักษ์ใหญ่อย่าง Triumph Rocket 3 TFC ก็สายเกินไปแล้วล่ะครับเพราะว่าเจ้า Triumph รุ่นนี้ได้ขายออกหมดเกลี้ยงเป็นที่เรียบร้อยในประเทศอังกฤษแม้ว่าจะมีราคาสูงถึง 25,000 ปอนด์ หรือประมาณ 980,000 บาท นอกจากนี้ในบางประเทศนั้นเจ้า Triumph Rocket 3 TFC ยังมียอดขายที่เหนือกว่าจำนวนรถที่พร้อมส่งมอบเสียอีก โดยเจ้า Triumph Rocket 3 TFC นั้นมาพร้อมกับขุมพลังติดตั้งเครื่องยนต์ 3 สูบเรียง ขนาด 2,500 ซีซี ที่มีกำลังแรงม้าถึง 179.5 bhp ที่ 7000rpm และ มีแรงบิดมากถึง 165.9ftlb ที่เพียง 4000rpm และยังมี Dry weight ที่ 290 กิโลกรัมซึ่งน้อยลงกว่า Rocket ตัวเก่าถึง 44.5 กิโลกรัมเลยทีเดียว!! โดยน้ำหนักที่ลดลงมามากขนาดนี้นั้นเป็นผลจากการเปลี่ยนมาใช้เฟรมแบบอลูมิเนียม ในระหว่างที่ระบบกันสะเทือนนั้นใช้ Showa ขนาด 47mm แบบหัวกลับและใช้กันสะเทือนด้านหลังแบบโมโนโช้กที่สามารถปรับได้และเบรกของ Brembo โดยส่วนตัวแล้วผมมองว่าเจ้า Triumph Rocket 3 TFC คันนี้นั้นค่อนข้างสวยเลยทีเดียวครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารผ่าน Facebook คลิกทีนี้

Spyshot New Yamaha MT-07 Naked Bike ตัวแรง!!

จาก spyshot ที่เห็นนั้น ดูเหมือนว่าทาง Yamaha กำลังเตรียมพร้อมที่จะอัพเดตรุ่นสุดฮิตอย่าง เจ้า MT-07 ที่กำลังแข่งขันในเรื่องของความทันสมัยกับคู่แข่งอื่นๆ อยู่ Yamaha MT-07 นั้นถูกเผยโฉมครั้งแรกเมื่อปี 2014 และได้โขมยหัวใจของใครหลายๆ คนไปในช่วงนั้น โดยจากภาพที่เห็นนั้นภายนอกของเครื่องยนต์ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง แต่เป็นไปได้ว่าภายในนั้นถูกเปลี่ยนไปตามมาตรฐาน ยูโร 5 ในเรื่องของการปล่อยไอเสีย แถมยังมีความเป็นไปได้ด้วยที่ทาง Yamaha จะใช่ ระบบวาล์วแบบเดียวกับที่ใช้ใน รุ่น R125 หากเป็นเช่นนั้น Yamaha อาจเพิ่มความเร็วใหกับเจ้าคันนี้ในช่วง Midrange แถมในด้านของท่อไอเสียนั้นยังได้มีการถูกปรับแต่งเล็กน้อยอีกด้วยซึ่งหน้าจะด้วยเหตุผลในเรื่องของ มาตรฐาน ยูโร 5 อีกเช่นกัน นอกจากนี้ดูเหมือนว่าทาง Yamaha จะเพิ่มขนาดของจอ LCD และอาจเป็นไปได้ว่าเราจะได้ หน้าปัดที่มีแสงสีอีกด้วย ในเรื่องของระบบไฟส่องสว่างนั้นทาง Yamaha ได้ใส่ไฟหนาแบบใหม่ โดยทางเราคาดว่ามอเตอร์ไซค์คันนี้นั้นจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2021 เนื่องจากรุ่นล่าสุดของโฉมปัจจุบันเพิ่งถูกวางจำหน่ายเมื่อปีที่แล้ว และปี 2021 ยังเป็นปีที่ทางค่ายต่างๆ ต้องทำตามมาตรฐานยูโร 5 อีกด้วย   ขอบคุณแหล่งข่าวและภาพจาก MCN อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารผ่าน Facebook คลิกทีนี้

มาแรงแซงทางโค้ง!! งานคัสต้อมจาก Deus Ex Machina

การแข่ง PIKES PEAK นั้นใกล้เข้ามาทุกทีโดยในตอนนี้เหลือเวลาอีกเพียงสองอาทิตย์ทำให้หลายๆ ค่ายหันมาฟัดกันโดยการเผยโฉม เน็คเก็ตไบค์ใหม่ๆ เช่น Zero SR/F และทาง Ducati เองก็ได้เผยโฉม รุ่นต้นแบบของ Streetfighter V4 แต่ว่ารถทั้งสองที่กล่าวมาข้างต้นนั้นมีโอกาศที่จะโดนบดบังรัศมีทั้งหมดเมื่อเจอเจ้าปีศาจพ่นไฟจาก Deus Ex Machina คันนี้   เจ้าอสูรตัวนี้ที่ปรับแต่งโดย Deus Ex Machina นั้นมาพร้อมกับเครื่องยนต์ Ducati 1198 R ที่ให้กำลัง 200 แรงม้า โดยรุ่นแรกของมอเตอร์ไซค์คันนี้นั้นเปิดตัวไปที่งานแข่ง Pikes Peak เมื่อปีที่แล้ว แถมยังได้ที่สองในคลาส Exhibition ที่เวลา 11:40.742 ที่มีวูลลี่เป็นคนขับ โดยคัสต้อมคันแรกนั้นมีเบสโมเดลเป็น Hypermotard SP แต่ครั้งนี้นั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเพราะครั้งนี้วูลลี่ใช้เฟรมของสตรีทไฟเตอร์และเชื่อมชุดหน้าของ Ducati 999 ที่สามารถปรับได้เข้าไป โช๊คถูกปรับแต่งโดยการใส่โอริงที่ถูกปรับแต่งเข้าไปที่คอหน้าที่เอามาจาก 1198S โดยสิ่งที่หน้าช็อคคือ โอริงของ TTX วูลลี่กล่าว มันถูกโหลดมาให้เตี้ยลงแถมยังมีวาล์วที่แตกต่างสำหรับสวิงอาร์มที่ยาวขึ้นกับลิ้งค์ที่แตกต่าง โดยวูลลี่ได้ใช้มอเตอร์ใหม่และเกียร์บอกซ์ของ Nova นอกจากนี้สวิงอาร์มยังอยู่ในตำแหน่งที่แตกต่างจากเดิม แรมแอร์ที่ถูกโมดิฟายอยู่ติดกับแผงคอด้านหน้าทำให้สามารถอัดอากาศเข้าไอดีได้มากขึ้นโดยจะทำให้รถคันนี้ยิ่งแรงขึ้นอีก! นอกจากนี้ถังน้ำมันยังใหม่โดยตกแต่งมาจาก อลูมิเนียม 1100-O โดยวูลลี่บอกว่าเขาเน้นในเรื่องของการปรับแต่งอัตราส่วนน้ำหนักต่อแรงม้าโดยการตัดน้ำหนักออกไป 39 กิโลกรัมด้วยการปรับแต่งชิ้นส่วนเดิมที่มาจากโรงงานให้เป็นชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ซะส่วนใหญ่   โดยส่วนตัวแล้วผมมองว่างานคัสต้อมเป็นอะไรที่หน้าสนใจไม่แพ้รถเดิมๆ ที่วางขายกันเลยครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารผ่าน Facebook คลิกทีนี้

Ducati ปล่อยคลิปวีดีโอ Streetfighter V4 2020 (VDO Clip)

Ducati ได้ออกมาคอนเฟิร์มชัดเจนแล้วว่า Streetfighter V4 จะทำการเปิดตัวในปี 2020 และจะมีการทดสอบรถโปรโตไทป์ที่ Pikes Peak ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้ ล่าสุดปล่อยคลิปวีดีโอเมื่อวานนี้ ลองดูกันว่าพริ้วขนาดไหน.. อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้  

MV Agusta Brutale 1000 Serie Oro เปิดราคา 2.4 ล้านบาทไทย!!

MV Agusta Brutale 1000 Serie Oro เปิดราคามาแล้วที่ 45,998 ดอลลาร์ในตลาดสหรัฐอเมริกา และ 42,990 ยูโรสำหรับตลาดยุโรป ส่วนในบ้านเรานั้นจะมีราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 2.4 ล้านบาท ในด้านของสเปคนั้นเจ้า MV Agusta Brutale 1000 Serie Oro มาพร้อมกับกำลังเครื่องยนต์ 205 แรงม้า และสามารถทำ ท็อปสปีดได้สูงสุดถึง 187 ไมล์/ชั่วโมง หรือมากกว่า 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว! ใครที่เป็นแฟนของบิ๊กไบค์สายอาร์ต ค่ายนี้ก็พลาดไม่ได้นะครับเพราะคันนี้มีให้พรีออเดอร์เพียง 300 คันเท่านั้น!! ส่วนสำหรับใครที่ชอบ MV Agusta Brutale 1000 Serie Oro คันนี้สามารถสั่งจองได้กับทาง MV Agusta Thailand เลยครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวทาง Facebook คลิกทีนี้  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ MV Agusta Thailand. ● Opening hours : Mon – Sat / 10 a.m. – 7 p.m. ● Showroom & Service : Vibhavadi soi 20 ● Mobile : 06 3265 3996 ● Line : vsahadol ● Facebook : MV Agusta TH by Motorcycle Kingdom ● IG : mvagusta.thailand  

เปิดค่าตัว MV Agusta Superveloce 800 Serie Oro 

MV Agusta Superveloce 800 Serie Oro Superveloce 800 Serie Oro นั้นเป็นสปอร์ตไบค์ไสตล์เรโทรที่ชวนให้นึกถึงช่วงยุค 1970 ในหลายๆ ด้าน นอกจากนี้ Superveloce 800 Serie Oro คันนี้ยังมาพร้อมกับการดีไซน์ท่อแบบแหวกแนวด้วยการใส่ท่อมาให้สามทาง เพื่อความสมมาตรและไม่เหมือนใครเป็นเอกลักษณ์ของตัวรถเลยทีเดียว โดย MV Agusta Superveloce 800 Serie Oro คันนี้มาพร้อมกับราคา 34,990 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1 ล้านกว่าๆ และ 27,990 ยูโรหรือประมาณ เกือบๆ 1 ล้านบาท และเช่นกันกับ MV Agusta Brutale 1000 Serie Oro เจ้า Superveloce 800 Serie Oro คันนี้จะมีให้พรีออเดอร์เพียง 300 คันเท่านั้นเช่นกัน จัดไปครับ สายสะสม.. อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารใน Facebook คลิกที่นี้

Yamaha M1 คาตาลุนญ่า เทสต์ “บีญาเลส” ซิ่งคว้า Best Lap

Yamaha M1 สุดฮ็อต คาตาลุนญ่า เทสต์ “บีญาเลส” ซิ่งคว้าเบสต์แล็บ “มอร์บิเดลลี” บิดรั้งจ่าฝูงทีมอิสระ มาเวริค บีญาเลส #12 ดาวบิดสแปนิช สังกัดทีม มอนสเตอร์ เอเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี ควบรถแข่งยามาฮ่า YZR-M1 ทำเวลาต่อรอบได้เร็วที่สุดในการทดสอบระหว่างฤดูกาล ศึกโมโตจีพี ที่ คาตาลุนญ่า ตามด้วย ฟรังโก้ มอร์บิเดลลี่ #21 นักบิดอิตาเลียน จากทีม ปิโตรนาส ยามาฮ่า เอสอาร์ที ที่บิดทำเวลาเข้ามาเป็นอันดับ 2 รั้งจ่าฝูงในกลุ่มทีมอิสระ โดยการทดสอบระหว่างฤดูกาลครั้งที่ 2 ศึกโมโตจีพี 2019 มีขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน ที่ผ่านมา ณ เซอร์กิต เดอ บาร์เซโลน่า คาตาลุนญ่า ประเทศสเปน หลังสิ้นสุดการแข่งขันในสนามที่ 8 ของฤดูกาล สำหรับการทดสอบดังกล่าวจบลงด้วยผลงานระดับท็อปของรถแข่งค่ายยามาฮ่า โดย มาเวริค บีญาเลส #12 นักบิดเจ้าถิ่นสังกัดทีม มอนสเตอร์ เอเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี ควบ YZR-M1 กดเวลาในรอบสุดท้ายก่อนจะคว้าเบสต์แล็บมาครองด้วยเวลา 1 นาที 38.967 วินาที เร็วกว่า ฟรังโก้ มอร์บิเดลลี่ #21 ดาวบิดอิตาเลียน สังกัดทีม ปิโตรนาส ยามาฮ่า เอสอาร์ที ทีมแซทเทิลไลต์จากค่ายยามาฮ่า ที่ทำเวลาเข้ามาเป็นอันดับ 2 ด้วยเวลาที่ห่างเพียง 0.047 วินาที ซึ่งรั้งจ่าฝูงในกลุ่มทีมอิสระ ขณะที่เพื่อนร่วมสังกัดอย่าง ฟาบิโอ การ์ตาราโร่ #20 บิดจบการทดสอบในอันดับ 5 ส่วน วาเลนติโน่ รอสซี่ #46 ยอดนักบิดสังกัดมอนสเตอร์ เอเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี ทำเวลาเข้ามาเป็นอันดับ 14 โดยศึกโมโตจีพี 2019 สนามถัดไป จะดวลความเร็วที่ ทีที เซอร์กิต แอสเซ่น ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในวันที่ 30 มิถุนายน นี้ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้ 

ลือ!! Kawasaki Ninja 250 4 สูบแรงม้า 60 ตัวมีเรดไลน์ 20,000 รอบ!!

ลือ!! Kawasaki Ninja 250 4 สูบ มาพร้อมแรงม้า 60 ตัวและมีเรดไลน์ถึง 20,000 รอบ!!สื่อดังของญี่ปุ่นอย่าง Young Machine ได้ออกมาให้ข้อมูลว่า ทางค่าย Kawasaki นั้นมีแผนจะออก โมเดลใหม่ของรุ่น Ninja 250cc 4 สูบเรียงซึ่งจะใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า ZX-25R และจะมีขุมพลังที่แรงมากสำหรับรถบิ๊กไบค์ในรุ่น 250cc เพื่อเป็นการต่อกรกับคู่แข่งในคลาสเดียวกัน โดย เจ้า ZX-25R ตัวนี้นั้นจะสามารถรีดแรงม้าได้มากสุดถึง 60 ตัวเลยทีเดียวเชียว ซึ่งถ้าเป็นจริงดังนี้เจ้า ZX-25R จะมีแรงม้ามากกว่ารุ่นพี่อย่างเจ้า Ninja 400 ที่มีแรงม้าเพียง 45 ตัว หรือ CBR500R ของทางค่ายคู่แข่งที่มีแรงม้าเพียง 49.6 ตัวเท่านั้น ในส่วนของรอบเครื่องนั้นจะสามารถทำเรดไลน์ได้มากสุดถึง 20,000 ต่อนาที ซึ่งหากถามว่าสามารถทำได้จริงไหมตามข่าวลือ ก็คงต้องตอบเลยว่าสามารถทำได้จริง แต่ว่าการจะลากรอบเครื่องไปให้สูงถึง 20,000 รอบต่อนาทีนั้น จำเป็นต้องใช้ชิ้นส่วนและวัสดุในการประกอบเครื่องยนต์ โดยเฉพาะหัวลูกสูบและชุดกระบอกสูบที่มีความแข็งแรงและทนทานเป็นอย่างมากเพื่อรองรับการชักที่มีความถี่ถึง 166 ครั้งต่อวินาทีและยังรวมถึงวาล์วด้วย ดังนั้นต้นทุนในการผลิตหน้าจะต้องสูงเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ดีเรายังไม่สามารถคอนเฟิร์มได้ว่าตัวเลขแรงม้า 60 ตัวนั้นมีจริงหรือไม่เนื่องจากทั้งหมดที่กล่าวมายังคงเป็นเพียงข่าวลือในเวลานี้ที่รอการคอนเฟิร์มอีกที ส่วนท่านที่สงสัยว่าข่าวลือนี้จะจริงหรือไหมคงต้องรอกันอีกนิดจนกว่าจะถึงช่วงปลายเดือนตุลาคมของปีนี้ซึ่งเราหน้าจะได้เห็นเจ้า ZX-25R ตัวเป็นๆ กันในงาน Tokyo Motor Show ขอบคุณแหล่งข่าวและภาพจากทาง Young Machine อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารผ่าน Facebook คลิกทีนี้