
มอเตอร์ไซค์ดับทาวน์อินทาวน์ ไขปริศนาขณะขับผ่านย่านทาวน์อินทาวน์ กสทช. ตรวจพบคลื่นรบกวนจากอุปกรณ์บนตึกสูง กระทบระบบกุญแจรีโมทและวงจรไฟฟ้า
SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

มอเตอร์ไซค์ดับทาวน์อินทาวน์ ไขปริศนาขณะขับผ่านย่านทาวน์อินทาวน์ กสทช. ตรวจพบคลื่นรบกวนจากอุปกรณ์บนตึกสูง กระทบระบบกุญแจรีโมทและวงจรไฟฟ้า

Suzuki GSX500R 2026 ซูเปอร์สปอร์ตสองสูบด้มีข่าวแว่ว ๆ มาว่าจะเปิดตัวในเร็ว ๆ นี้ หลังลุยทดสอบขับขี่ไปแล้วที่จีน

Thai Honda ร่วมลงนาม มาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ารอบ 2 (EV 3.5) เดินหน้าพัฒนาจักรยานยนต์ไฟฟ้า สู่เป้าหมาย Carbon Neutrality ปี 2593

PCX160 2023 สีใหม่ พร้อมรุ่นพิเศษ Midnight Race Edition เรียกว่าเอาใจวัยรุ่นอย่างไม่หยุดพักเลยทีเดียว กับค่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ปล่อยโมเดล New PCX160 2023 พร้อมกับอัปเดตสีใหม่ล่าสุด ทั้งรุ่น Standard, รุ่น ABS และรุ่นพิเศษลิมิเต็ดอิดิชันอย่าง New Pcx160 Midnight Race Edition มาให้ชม ได้เลือกกันแบบจุใจทีเดียว สำหรับโมเดลล่าสุด เมื่อเทียบกับรุ่นเจ็นก่อน ๆ ยังคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก นอกจากชุดสีแฟริ่งและสีล้อที่ให้มาใหม่ พร้อมเสริมลุคสปอร์ตพรีเมียม ด้วยเพลทโลโก้ PCX สี Copper และเบาะสี Two Tone ในสไตล์เท่ ไม่ซ้ำใคร (รุ่น ABS) พร้อมกันนนี้ โมเดลลิมิเต็ดอิดิชัน มาพร้อมลวดลายใหม่ เร้าใจยิ่งขึ้น ในสี Blue-Black (น้ำเงินดำ) สะท้อนความสปอร์ต มาดเท่ สุขุมอย่างเต็มระดับ ที่จะพาคุณโลดแล่นบนท้องถนนในยามค่ำคืน เอาหล่ะ เกริ่นมามากพอแล้ว เดี๋ยวไปดูรายละเอียดว่าเจ้า PCX160 มีความพิเศษอย่างไรบ้าง และแน่นอน เจ้าโมเดลรุ่นนี้ กลับมาพร้อมขุมพลังใหม่ล่าสุดอย่าง eSP+ 4 วาล์ว พร้อมระบบ Piston Oiljet หรือระบบฉีดน้ำมันเครื่องใต้ลูกสูบ ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้มีประสิทธิภาพ พร้อมส่งกำลังอัดได้อย่างต่อเนื่อง สมูท ลื่นไหล ควบคู่ความประหยัดแบบเต็มขั้น สำหรับเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 157 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบจ่ายน้ำมันหัวฉีด PGM-FI แบบซิงเกิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ ให้กำลังการอัด 12 : 1 โดยมีแรงม้าสูงสุดที่ 15.8 แรงม้าที่ 8,500 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 15 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ กับน้ำหนักตัวรถที่ 131 กก. เรียกได้ว่าเครื่องแรงและเบาด้วยในพิกัดนี้ เสริมระบบกันสะเทือนด้วยโช้คหน้าเทเลสโคปิก โช้คหลังยูนิตสวิง ดิสก์เบรกหน้าที่แถมมากับระบบ CBS และ ดรัมเบรกหลัง รุ่น (Standard) และดิสก์เบรกหน้า-หลัง พร้อมระบบเบรก ABS (รุ่น ABS) พร้อมกับทำงานร่วมกับล้อแม็กหน้า 14 นิ้ว ล้อหลัง 13 นิ้ว และยางขนาด 110/70 และ 130/70 ต่อกันที่ฟีเจอร์ไฮไลท์ของโมเดลนี้กันบ้างในพิกัดนี้ พอส่องรอบคันก็ถือว่าทางค่ายให้มาเยอะเลยทีเดียว ทั้ง เบาะชิ้นเดียวดีไซน์ 2 ระดับ พื้นเก็บของใต้เบาะขนาดความจุ 30 ลิตร เรือนไมล์ดิจิทัล แสดงผลครบทุกฟังก์ชัน เช่น มาตรวัดความเร็ว นาฬิกา ความจุน้ำมัน เลขไมล์ และระบบ HSTC (ระบบป้องกันล้อหน้ายก) ช่วยในเรื่องของการทรงตัวรถและป้องกันไถลในเวลาขับขี่อีกด้วย อีกทั้งระบบส่องสว่างตัวรถเป็น LED รอบคัน ด้วยไฟหน้าดีไซน์เฉียบคม และไฟท้าย LED 3 มิติ สวย ล้ำสมัย พร้อมไฟเลี้ยวและระบบไฟฉุกเฉิน รวมถึงช่องเสียบ USB Type-C และ กุญแจรีโมทอัจฉริยะ ควบคุมการทำงานที่สั่งง่าย เพียงบิดสวิตช์ ยังรวมไปถึง กิมมิกเล็ก ๆ กับไฟสวิตซ์ที่ออกแบบให้น่าดู น่าสนใจมากยิ่งขึ้น สำหรับ PCX160 2023 มีจำหน่ายทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่รุ่น Standard (WW160P TH) มีจำหน่าย 3 สีคือ สีดำ สีขาว-ดำ และ สีน้ำเงิน-ดำ เปิดราคาแนะนำที่ 87,400 บาท รุ่น Standard ราคา 87,400 บาท รุ่น ABS (WW160AP TH) มีจำหน่าย 2

Scoopy Minions กับลวดลายสุดพิเศษ เพียง 6,000 คัน ในราคา 5.5 หมื่นบาท ไทยฮอนด้าเอาใจกระแสตอบรับที่ล้นหลาม หลังเปิดตัวรถรุ่น Limited Edition ไปหมาด ๆ เมื่อต้นปีที่ผ่านมากับ Scoopy Minions Limited Edition โมเดลใหม่ล่าสุด ที่พร้อมวางจำหน่ายให้ทุกท่านได้เป็นเจ้าของแล้ววันนี้ เพียง 6,000 คัน พร้อมหมวกกันน็อกดีไซน์สุดพิเศษ ด้วยราคาแนะนำที่ 55,000 บาทเท่านั้น ปลดปล่อยความสนุก ความน่ารัก ไปกับรุ่นลิมิเต็ด อิดิชันกับดีไซน์ที่มาในคอนเซปต์ Finding the Iconians โชว์ความเป็นตัวป่วนผ่านตัวการ์ตูน “มินเนียน” คาแรคเตอร์จอมกวนชวนจั๊กจี้ชื่อดังระดับโลก ที่จะลากออกไปสนุกซ่า พาไปป่วนเมืองแบบฉบับ Iconians ทั้งนี้ ตัวรถยังถ่ายทอดความป่วนปนความน่ารัก ด้วยลวดลายที่สะดุดตา พร้อมให้ฟีลลิ่งสนุกทุกการขับขี่ พร้อม Soft Emblem ชื่อรุ่น Scoopy สีฟ้าสดใส และนอกจากนี้ โมเดลรุ่นี้นี้ยังมาพร้อมกับหมวกกันน็อกดีไซน์พิเศษ สีดำคาดเหลือง ลายดวงตามินเนี่ยน โดดเด่นทุกครั้งที่สวมใส่ มิกซ์กับตัวรถได้ลงตัวสุด ๆ นอกจากลวดลายที่สะดุดตาแล้ว ยังมาพร้อมกับ ไฟหน้า LED ที่เป็น ICONIC เฉพาะ พร้อมการเชื่อมต่อได้ไม่มีสะดุดกับ USB Socket ช่องชาร์จไฟสำรอง Type A และ Helmet In U-Box ช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ พร้อมถังน้ำมันขนาด 4.2 ลิตร ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ใหม่ eSP New Generation หัวฉีด PGM-FI ให้ขับขี่สนุกยิ่งกว่าที่เคย ออกไปซ่า มันส์ป่วนเมืองได้แล้ววันนี้ กับสกูปี้ มินเนียนรุ่นลิมิเต็ด อิดิชัน (สีดำ-เทา) รุ่น Prestige ล้อแม็ก พร้อม Minions Helmet หมวกกันน็อกดีไซน์พิเศษสีดำคาดเหลืองลายดวงตามินเนี่ยนด้วยราคาแนะนำที่ 55,500 บาท ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th เฟสบุ๊ครถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

YSS D.C. โชว์รูมโช้คอัพ ใหญ่ที่สุดในไทย วาย.เอส.เอส. ทุ่มงบกว่า 400 ล้านบาท เนรมิตศูนย์บริการและกระจายสินค้า ภายใต้ชื่อ “YSS D.C.” แฟลกชิพสโตร์แห่งแรกที่ยิ่งใหญ่และทันสมัยที่สุดในประเทศไทย พร้อมตอกย้ำแบรนด์โช้คอัพคนไทยอันดับ 1 ในตลาดอะไหล่ยนต์ทั่วโลก คุณชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานกรรมการ และคุณภิญโญ พานิชเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เป็นประธานในงาน พร้อมด้วย คุณฮาร์รี เอสเซ้นส์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนารวมถึงพันธมิตรจากทั่วโลกมาร่วมงานบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีพ คุณชาญศิลป์ กล่าวต่อว่า “บริษัทฯ ได้เปิดศูนย์ YSS D.C. ซึ่งเป็นทั้งสำนักงานใหญ่ ศูนย์บริการและศูนย์กระจายสินค้าแบบครบวงจร ที่มุ่งตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า โดยรวมเอาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่มีความทันสมัยที่สุดมาเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดส่งสินค้าให้ถึงมือลูกค้าอย่างรวดเร็ว” ภายในแฟลกชิพสโตร์แห่งนี้มีอะไรบ้าง ไปดู โชว์รูม ส่วนแสดงสินค้าของ YSS และพาร์ทเนอร์ เป็นสถานที่แสดงสินค้า YSS ที่ใหญ่ ครบ และทันสมัยที่สุดในโลก มีสินค้าที่หลากหลายให้บริการครบทุกรุ่น พิพิธภัณฑ์ YSS Museum และ YSS Hall of Fame ที่รวมเรื่องราว YSS ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเรื่องราวของถ้ายรางวัลระดับแชมป์ จากรายการแข่งขันระดับโลก ที่นักแข่ง-ทีมแข่ง เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ วาย.เอส.เอส. จนประสบความสำเร็จ และยังเป็นส่วนจัดแสดงรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ รุ่นใหม่และรถรุ่นเก่าอายุมากกว่า 60 ปี รวมถึงรถที่คว้าแชมป์จากรายการระดับโลกก็ถูกนำมาจัดแสดงที่แห่งนี้ด้วย ศูนย์บริการ ส่วนงานติดตั้งผลิตภัณฑ์ YSS ทั้งรถยนต์และจักรยานยนต์ที่มีมาตรฐานระดับสูง พร้อมให้บริการปรับเซ็ตโช้คอัพ ให้ถูกต้องเหมาะสมกับการใช้งานของลูกค้ามากที่สุด โดยส่วนนี้จะมีห้องพักรับรองสำหรับลูกค้าที่จะมองเห็นการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตลอดเวลา ระบบบริหารคลังสินค้า (Warehouse Management System หรือ WMS) ที่ทันสมัย มีการออกแบบการจัดส่ง การลำเลียงสินค้า การเติมเต็มสินค้าในรูปแบบใหม่ ซึ่งจะทำให้การบริหารสินค้าคงคลังมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงการจัดส่งสินค้าให้ลูกค้าทำได้เร็วและแม่นยำ Automated Storage & Retrieval System (ASRS) ระบบจัดเก็บและจายสินค้าอัตโนมัติ ระบบเก็บสินค้าเต็ม Pallet โดยใช้ระบบเครนอัตโนมัติทำงานร่วมกับ WMS เพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดในการบริการพื้นที่ มีความแม่นยำ และปลอดภัยต่อพนักงาน พื้นที่คอมมูนิตี้ พื้นที่รองรับการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมสำหรับตัวแทนจำหน่าย กลุ่มคลับ หรือกลุ่มลูกค้าที่ใช้ผลิตภัณฑ์ วาย.เอส.เอส. รวมถึงยังเป็นจุดรวมพลก่อนออกทริปอีกด้วย พื้นที่ไลฟ์สไตล์ นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่ในส่วนของโซนร้านอาหารระดับพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้ เปิดรับทั้งลูกค้าที่มาใช้บริการ ในศูนย์บริการแห่งนี้ ยังรวมไปถึงผู้บุคคลทั่วไป ที่มาเที่ยวหรือชมพิพิธภัณฑ์สินค้าของ วาย.เอส.เอส. สามารถเข้ามารับประทานอาหารได้อีกด้วย ทั้งนี้จะมีเมนูที่หลากหลายให้บริการ อาทิ ก๋วยเตี๋ยวเรือยอร์ช ร้านเขียง พัฟแอนด์ พาย และชาตรามือ เป็นต้น โดยปัจจุบัน วาย.เอส.เอส มีสินค้ารองรับทั้งกลุ่มรถยนต์และรถจักรยานยนต์ รวมไปถึงยานพาหนะประเภทอื่น ๆ อีกหลากหลายประเภทมากกว่า 8,200 รายการ ครอบคลุมกว่า 3,100 โมเดลทั่วโลก โดยมียอดขายเป็นอันดับ 1 ในตลาดโลก ประเภทกลุ่มสินค้าประเภทมีประสิทธิภาพสูง (High Performance) และมีกำลังการผลิตมากกว่า 1.5 ล้านชิ้นต่อปี รวมถึง ยังมีศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Center) มากถึง 6 แห่งทั่วโลก โดยเริ่มจากประเทศไทย ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ ฮอลแลนด์ สเปนและประเทศอิตาลี ส่งออกจำหน่ายมากกว่า 40 ประเทศ และยังมีตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศมากถึง 60 ราย นอกจากนี้ ยังมีศูนย์บริการฯ 134 แห่งทั่วโลก โดยยังวางแผนขยายไปยังประเทศอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ เยอรมันนี อิตาลี อังกฤษ สเปน ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ กรีก ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน อินโนนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม มาเลเซียและจีน ฯลฯ อีกทั้งยังเป็นโช้คอัพอันดับหนึ่งของประเทศไทย และยังเป็น 1 ใน 5 แบรนด์จากทั่วโลกที่รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพระดับสูง ABE จากประเทศเยอรมันที่ทั่วโลกให้การยอมรับ

KLX230SM 2023 สเปค ราคา ซูเปอร์โมโตตัวจี๊ด เอาใจสายทางเรียบ KLX230SM 2023 โมเดลซูเปอร์โมโตค่ายเขียวกับโฉมสีดำตัดกับสายลายกราฟิกสีทองสวยงาม พร้อมเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 233 ซีซีที่ถูกติดตั้งบนเฟรมทรงเลขาคณิตขนาดกระทัดรัด ให้น้ำหนักเบา ควบคุมง่าย ถูกใจสายบิดทางเรียบอย่างแน่นอน ราคาแนะนำ รุ่นธรรมดา 156,600 บาท รุ่น ABS 165,600 บาท ไฟ LED ล้อซี่ลวดแบบใช้ยางใน พร้อมระบบเบรก ABS (เฉพาะรุ่น ABS) เรือนไมล์ดิจิทัล LCD โช้คอัพหน้าหัวกลับจาก Showa สเปค KLX230 SM ข้อมูล และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยอากาศ ปริมาตรกระบอกสูบ 233 ซีซี แรงม้า (เคลม) 19 แรงม้าที่ 7,600 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 19 นิวตันเมตรที่ 6,100 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว SOHC 2 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 67.0 x 66.0 มม. อัตราส่วนการอัด 9.4 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด ดิจิทัล ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 110/70 ล้อซี่ลวดขนาด 17 นิ้ว แบบใช้ยางใน ยางหลัง 120/70 ล้อซี่ลวดขนาด 17 นิ้ว แบบใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับขนาด 37 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว ปรับพรีโหลดได้ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยวแบบ Semi-floating ขนาด 300 มม. พร้อมคาลิเปอร์ 2 สูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 220 มม. พร้อมคาลิเปอร์ 1 สูบ กว้าง X ยาว X สูง 940 x 2,050 x 1,145 ม.ม. ระยะฐานล้อ 1,375 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 230 มม. ความสูงเบาะ 845 มม น้ำหนักรถ 138 กก. ความจุถังน้ำมัน 7.5 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ 91,95 และ E10 เทคโนโลยี ระบบส่องสว่าง LED รอบคัน ระบบเบรก ABS (เฉพาะรุ่น ABS) เรือนไมล์ดิจิทัล LCD สีสันที่มีจำหน่าย รุ่น KLX230SM 2023 สี EBONY (รุ่นธรรมดาและ ABS) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

หาไซซ์หมวกกันน็อก ง่าย ๆ เพียงขั้นตอนเดียว หากคุณกำลังประสบปัญหาอยากซื้อหมวกกันน็อกออนไลน์ แต่ไม่รู้ไซซ์ และไม่รู้ว่าจะเลือกไซซ์ไหนดี ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป วันนี้ทางซูเปอร์ไบค์ ไทยแลนด์ จะมาเผยทริค เล็ก ๆ สำหรับวิธีการวัดไซซ์หมวกกันน็อกง่าย ๆ เพียงคุณทำตามเราในขั้นตอนเดียว !! วิธีการวัด สำหรับวิธีการวัดง่าย ๆ เพียงใช้สายวัด วัดรอบศีรษะเหนือคิ้วเพียงเล็กน้อย ตามนี้เลยจ้า แล้วนำขนาดที่ได้ไปเทียบกับตาราง Size ขนาดหมวกกันน็อกตามนี้เลย เราได้นำตารางไซซ์มาให้ทุกคนได้เปรียบเทียบกัน เพื่อความสะดวกสบาย เราจัดให้ หรือถ้าหากได้หมวกกันน็อกมาแล้ว สามารถเช็คได้ว่าเหมาะสมกับศีรษะของเราหรือไม่ โดยลองใส่แล้วลองขยับศีรษะไปมา ว่าหมวกยึดติดกับศีรษะดี ไม่ส่ายไปมาตามแรง และนวมตรงแก้มกระชับดี ไม่บีบจนเกินไป ข้อควรระวัง ไม่ควรสวมใส่หมวกกันน็อกที่คับแน่นจนปวดขมับเกินไป เพราะอาจทำให้เสียสมาธิในการขับขี่ได้ เพียงแค่นี้ เราก็จะได้ไซซ์ที่เหมาะสมในการเลือกซื้อหมวกกันน็อกแล้วจ้า เพื่อไม่ให้พลาดสาระน่ารู้ หรือเทคนิคดี ๆ จากทางซูเปอร์ไบค์ ไทยแลนด์ สามารถกดติดตามได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Aprilia เปิดตัว 2 โมเดลพิเศษบุกตลาดอเมริกาเหนือ ล่าสุดระหว่างการแข่งขัน MotoGP 2023 ที่สนาม Austin ที่ผ่านมา ค่ายรถจากเมือง Noale อย่าง Aprilia เปิดตัว 2 โมเดลพิเศษบุกตลาดอเมริกาเหนือ เป็นการทำเซอร์ไพรส์ โดยสองโมเดลพิเศษดังกล่าวคือโมเดลระดับเรือธงอย่าง RSV4 Factory และ Touno V4 Factory รุ่นพิเศษจำนวนจำกัดที่โดดเด่นด้วยเฉดสีขาว ตัดแต่งด้วยสีแดง น้ำเงิน และตัวอักษรบอกชื่อค่ายเป็นสีเงิน โดยพื้นฐานของ RSV4 Factory นี้ยังคงเป็นเครื่องยนต์ V4 65 องศา ขนาด 1,099 ซีซีที่เคลมแรงม้ามามากถึง 217 แรงม้า ส่วน Tuono V4 Factory ก็จะปรับลดดีกรีความแรงลงมาเล็กน้อย โดยจะมีเครื่องยนต์ขนาด 1,077 ซีซีที่ให้กำลังแรงม้าที่ 175 แรงม้าแทน เพื่อความสุดยอดสมกับเป็นโมเดลพิเศษทั้งสองคันจึงมาพร้อมช่วงล่างไฟฟ้าระดับท็อปอย่าง Öhlins Smart EC 2.0 และระบบเบรกจาก Brembo โดยด้านหน้าจะได้เป็นคาลิเปอร์เบรก Stylema ด้วย ปิดท้ายด้วยล้ออลูมิเนียมฟอร์จที่รัดมาด้วยยาง Pirelli Diablo Supercorsa SP สุดหนึบ ในส่วนของระบบอิเล็กทรอนิกส์นั้นทั้ง 2 โมเดลจะได้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของทางค่าย ไม่ว่าจะเป็นหน่วยประมวลผลแบบ 6 แกนจากทาง Marelli คันเร่งไฟฟ้าเต็มระยย ระบบช่วยเหลือในการขับขี่อย่าง Aprilia Performance Ride Control (APRC) ก็มาครบชุด โดยจะมีโหมดการขับขี่ 6 โหมด แบ่งเป็น 3 โหมดสำหรับขับขี่ในสนามและสามโหมดสำหรับขับขี่บนถนน โดย 3 โหมดจากทั้งหมดนี้สามารถปรับแต่งได้ตามใจชอบ และยังสามารถปรับแต่งแทร็คชันคอนโทรล ระบบควบคุมการลอยตัวของล้อ ระบบควบคุมเอ็นจิ้นเบรก และระบบเบรก ABS ได้อีกด้วย สุดท้ายเรื่องของการจำหน่ายนั้นจะมีจำหน่ายในทวีปอเมริกาเหนือหรือก็คืออเมริกาและแคนาดา โดยจะจำหน่ายในราคาแนะนำที่ 26,499 ดอลลาร์หรือราว ๆ 913,000 บาทสำหรับเจ้าซูเปอร์ไบค์เรือธงของทางค่าย และสำหรับเจ้าเน็กเก็ดพิกัดเรือธงล่ะก็จะมีราคาที่ถูกลงมาอยู่ที่ 20,099 ดอลลาร์หรือราว ๆ 692,000 บาท ซึ่งถ้าหลุดมาจำหน่ายไทยได้ล่ะก็ราคาคงดีดไปอีกไกลเลยทีเดียวล่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

New Nmax 2023 กับสีใหม่ พร้อมรับประกัน 5 ปี อีกหนึ่งโมเดลจากค่ายยามาฮ่า ที่เปิดตัวเมื่องานมอเตอร์โชว์ 2023 ที่ผ่านมา กับรถสกู๊ตเตอร์ออโตเมติกอย่าง New Nmax 2023 ที่มาพร้อมกับสีใหม่ (สีน้ำเงิน Dull Blue) เอาใจสาวกออโต้ตระกูล Max Series ซึ่งไหน ๆ สีใหม่ได้เปิดตัวมาแล้ว แอดมินขอพาไปทำความรู้จักกับโมเดลนี้กันซักนิดนึงครับ Nmax 2023 สกู๊ตเตอร์ออโตเมติกสปอร์ตพรีเมียม พร้อมการดีไซน์ที่ให้ความสปอร์ต เท่ ดุดัน ตามต้นฉบับรถตระกูล Max Series เริ่มด้วยระบบส่องสว่างรอบคัน Full LED ทั้งหมด ไฟหน้าแยกเป็นสองชั้น พร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ รวมถึงไฟเลี้ยวบิลต์อินอยู่ในตัวแฟริ่ง และไฟท้ายออกแบบออกมาได้สวยงาม ลงตัวสุด ๆ หน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัล LCD สัญลักษณ์ Y-Connect ถัดต่อมาจะเป็นในส่วนของหน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัล LCD ดีไซน์ทรงสปอร์ต ที่แสดงผลฟังก์ชัน ข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างครบครัน รวมไปถึงสวิตช์เปลี่ยนโหมดที่แฮนด์ ถัดลงมาจะเป็นในส่วนของสวิตช์กดสตาร์ทเครื่องยนต์ และช่องเสียบ USB และช่องของด้านหน้า ในส่วนของคอนโทรลกลางนั้น มีที่พักเท้าขนาดกว้าง ให้ผู้ขับขี่สามารถปรับตำแหน่งการวางเท้าได้สบาย ๆ พร้อมกับเบาะดีไซน์ออกแบบมาชิ้นเดียวขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถนั่งได้สบายทั้งผู้ขับขี่และคนซ้อน พร้อมช่องเก็บใต้เบาะขนาดใหญ่ ใส่หมวกกันน็อกเต็มใบได้ ด้านขุมพลังเครื่องยนต์รุ่นนี้ เป็นเครื่องยนต์บลูคอร์ 1 สูบ 155 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบวาล์วแปรผัน VVA ตอบสนองทุกแรงบิดทั้งรอบต่ำและรอบสูง ทันใจทั้งออกตัว เร่งแซงขึ้นเนินและเข้าโค้ง พร้อมถังน้ำมันขนาด 7.1 ลิตร พร้อมกับระบบช่วงล่าง โช้คหน้าเทเลสโคปิก โช้คหลังยูนิตสวิง ระบบเบรกกับดิสก์เบรก หน้า-หลัง พร้อมระบบเบรก ABS ล้อแม็ก 13 นิ้ว ยางหน้า 110/70 ยางหลัง 130/70 สำหรับเทคโนโลยีในโมเดลนี้ มองรวม ๆ แล้วถือว่าเยอะเลยทีเดียว เริ่มด้วยระบบไฟส่องสว่าง Full LED รอบคัน หน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัล LCD ระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติ Stop & Start System พร้อมระบบ SMART MOTOR GENERATOR ช่วยให้สตาร์ทเครื่องยนต์ได้เร็วยิ่งขึ้น ระบบเบรก ABS ช่องชาร์จไฟ USB และแอปพลิเคชัน Y-Connect เชื่อมต่อข้อมูลรถจักรยานยนต์ผ่านสมาร์ทโฟน เสริมความสะดวกสบายในการขับขี่ได้อีกด้วย สำหรับรุ่นนี้เปิดราคาแนะนำอยู่ที่ 95,000 บาทพร้อมรับประกัน 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร ถือว่าคุ้มค่าสุด ๆ กับสมรรถนะเครื่องยนต์ ช่วงล่างและฟีเจอร์ของโมเดลรุ่นนี้ หากใครที่สนใจ สามารถรับชมคันจริงได้ที่ศูนย์บริการ ยามาฮ่า สแควร์ ทุกสาขาทั่วประเทศ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha SR400 ราคา สเปค เรโทรไบค์พิกัด 400 ซีซี Yamaha SR400 รถโมเดลคลาสาสิกจากค่ายยามาฮ่า มาพร้อมกับการดีไซน์ย้อนยุค เอกลักษณ์ด้วยไฟทรงกลม เรือนไมล์อนาล็อก ถังน้ำมันทรงหยดน้ำ เสริมขุมพลังแบบสูบเดียวขนาด 399 ซีซี ที่ตอบโจทย์การขับขี่อย่างมีสไตล์ ราคาแนะนำ 285,000 บาท ไฟหน้าทรงกลมขนาดใหญ่ ท่อชุปโครเมี่ยม เครื่องยนต์คลาสสิกสูบเดียวลูกโต ขนาด 399 ซีซี เรือนไมล์อนาล็อก Yamaha SR400 สเปค ข้อมูล และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยอากาศ ปริมาตรกระบอกสูบ 399 ซีซี แรงม้า (เคลม) 23.2 แรงม้าที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 27.4 นิวตันเมตรที่ 3,000 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว SOHC 2 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 87.0 x 67.2 มม. อัตราส่วนการอัด 8.5 : 1 ระบบเกียร์ 5 สปีด ระบบจุดระเบิด TCI ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทเท้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 90/100-18 ล้อซี่ลวดแบบใช้ยางใน ยางหลัง 110/90-18 ล้อซี่ลวดแบบใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คคู่ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 298 มม. เบรกหลัง ดรัมเบรก กว้าง X ยาว X สูง 750 x 2,085 x 1,095 ม.ม. ระยะฐานล้อ 1,410 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 130 มม. ความสูงเบาะ 785 มม. น้ำหนักรถ 174 กก. ความจุถังน้ำมัน 12 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี สีสันที่มีจำหน่าย รุ่น Yamaha SR400 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

KTM 390 Adventure X รุ่นเสริมเอาใจคนงบน้อย KTM 390 Adventure X เพิ่งเปิดตัวมาใหม่ที่ประเทศอินเดีย หลังจากที่รุ่นไร้รหัส X ต่อท้ายนั้นทำตลาดมาแล้วหลายปี ซึ่งแม้ว่าจะเป็นรถไซส์เล็กและกำลังอาจจะไม่มาก แต่มันก็ได้ชื่อว่าเป็นรถแอดเวนเจอร์ที่ดี นักบิดที่ได้ลองขับขี่ต่างก็ประทับใจเรื่องความคล่องตัว การควบคุม และความสามารถในการบุกตะลุย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับราคาที่เป็นมิตรมากกว่ารุ่นใหญ่ ๆ อย่างไรก็ดีโมเดลรหัสเอ็กซ์ที่ว่านี้ดูเหมือนว่าจะเป็นรุ่นเสริมที่เปิดตัวมาเอาใจคนงบน้อยให้มีโอกาสได้ลองรถเจ๋ง ๆ ดูบ้าง ไอ้เจ้ารหัสเสริม X ที่ว่านี้ยังคงมีพื้นฐานหลาย ๆ จุดร่วมกันกับรุ่นปกติ ซึ่งถ้ามองจากภายนอกผ่านไม่ต่างอะไรกันเลย โดยจะไปแตกต่างกันในส่วนของระบบกันสะเทือน หน้าจอแสดงผลและเทคโนโลยีอื่น ๆ แทน ซึ่งตัวระบบกันสะเทือนนั้นจะได้เกรดต่ำลงมา แต่จะเป็นที่ส่วนของโช้คหน้าเท่านั้น โดยจะได้เป็นโช้คหน้าหัวกลับเช่นเดิม แต่เป็นคนละรุ่น เป็น WP APEX Big-Piston Fork ขนาด 43 ม.ม. ส่วนโช้คหลังก็จะเป็นโช้คเดี่ยว WP APEX ที่สามารถปรับพรีโหลดได้ 10 ระดับ ในเรื่องของหน้าจอแสดงผลนั้นก็จะเปลี่ยนมาใช้จอ LCD แทนหน้าจอ TFT ซึ่งก็จะช่วยให้ราคาของรถถูกลงอีก และในส่วนสุดท้ายที่แตกต่างคือเทคโนโลยีที่หายไปเยอะเลยทีเดียว โดยจะเหลือแค่ระบบเบรก ABS แบบ Offroad สลิปเปอร์คลัตช์ และช่องจ่าย USB เท่านั้น จากเดิมที่มีทั้งแทร็คชันคอนโทรล โหมดการขับขี่ ระบบเบรก ABS แบบใช้งานในโค้งได้ คันเร่งไฟฟ้า และควิกชิฟเตอร์ ซึ่งถ้าไม่คิดอะไรมากระบบต่างที่หายไปก็ถือว่าไม่ได้จำเป็นอะไรมากนัก ซึ่งไม่ได้จำเป็นกับการขับขี่แบบแอดเวนเจอร์มากนัก แต่ถ้ามีไว้ก็ดีกว่าอีกนั่นแหละครับ ส่วนในจุดอื่น ๆ ยังคงเดิม ไม่ว่าจะเป็นขุมพลังสูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาด 373.27 ซีซีที่ให้แรงม้าสูงสุดที่ 43.5 แรงม้าที่ 9,000 รอบและแรงบิด 37 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบ ระบบเบรกแบบดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลังเช่นเดิม สุดท้ายนี้ราคาก็จะตกลงมาอยู่ที่ 280,000 รูปี หรือราว ๆ 117,000 บาท ประหยัดกว่าเดิม 57,000 รูปีหรือราว ๆ 24,000 บาทเลยทีเดียว งานนี้ก็เรียกได้ว่าเป็นรุ่นสำหรับคนที่มีงบจำกัดแต่ก็อยากได้แอดเวนเจอร์ไบค์ที่มีกำลังโอเค ความคล่องตัวที่ดีจากน้ำหนักที่เบา ก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียวครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Lexmoto SRT 125 สกู๊ตเตอร์ไซส์เล็กสำหรับคนเมือง และนี่คือสกู๊ตเตอร์ไซส์เล็กคันใหม่ที่ชื่อว่า Lexmoto SRT 125 จากแบรนด์สัญชาติจีนที่เชี่ยวชาญเรื่องรถพิกัดเล็ก ๆ แบบนี้ โดยผ่านมาตรฐาน Euro5 และสนนราคาก็แค่ราว ๆ 93,000 บาท (ราคาคำนวณจากเงินปอนด์) สำหรับดีไซน์ของเจ้าคันนี้ก็ถือว่าทำออกมาได้ดี มีกลิ่นอายของความเป็นสปอร์ต ตัวรถมีมิติที่ปราดเปรียวมาพร้อมเครื่องยนต์สูบเดียวระบายความร้อนด้วยอากาศขนาด 124 ซีซี ที่มีกำลังสูงถึง 8.6 แรงม้าที่ 7,500 รอบ โดยมีถังน้ำมันจุได้ถึง 6 ลิตร และแน่นอนว่าขับขี่ง่ายขี่สะดวกเพียงแค่บิดก็พร้อมทะยาน ซึ่งเคลมมาว่าสามารถทำความเร็วสูงสุดที่ 105 กม./ชม. ฟังดูอาจจะเวอร์ไป แต่มันไม่แปลกเลยหากคุณรู้ตัวเลขน้ำหนักซึ่งรถนั้นหนักเพียง 115 กิโลกรัมเท่านั้น มาดูกันต่อที่ด้านหน้าจะมีโช้คอัพแบบเทเลสโคปิก ส่วนด้านหลังจะเป็นโช้คหลังคู่ ขณะที่ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนล้อจะเป็นขนาด 13 นิ้วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และแน่นอนว่าจุดเด่นของสกู๊ตเตอร์คือการมีช่องเก็บของใต้เบาะ ซึ่งมีขนาดใหญ่พอสมควร เพียงพอต่อการใส่ข้าวของจำเป็น แม้ว่าทางค่ายจะไม่ได้ระบุว่าจุกี่ลิตรก็ตาม สุดท้ายนี้ตัวรถมีให้เลือก 2 เฉดสี โดยจะมีสีแดงกับเทา และสีเหลืองสะท้อนแสงกับเทา อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bonneville T120 Black DGR Limited Edition รุ่นพิเศษสำหรับลูกผู้ชายแท้ ๆ เมื่อราวต้นเดือนที่ผ่านมาทางค่ายรถเมืองผู้ดีอย่าง Triumph ก็ได้ฤกษ์เฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีของการร่วมเป็นผู้สนับสนุนในกิจกรรม The Distinguished Gentlemen’s Ride (DGR) ซึ่งเป็นกิจกรรมขับขี่รถเพื่อการรณรงค์เพื่อให้ตระหนักถึงโรคร้ายอย่างมะเร็งอัณฑะของเหล่าลูกผู้ชายและยังมีการบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนองค์กรที่ทำงานในด้านนี้ ด้วยการเปิดตัว ที่แน่นอนว่ามีจำนวนจำกัด โดยจะจำหน่ายแค่เพียง 250 คันเท่านั้น สำหรับโมเดลสุดพิเศษนี้โดดเด่นสะดุดตาด้วยการตกแต่งภายนอกอันเป็นเอกลักษณ์ แต่ไม่มีการปรับแต่งในส่วนภายใน โดยตัวรถจะมาในเฉดสีดำเมทัลลิคตัดกับสีขาว พร้อมกับการใส่โลโก้ The Distinguished Gentlemen’s Ride บนถังน้ำมันและด้านข้างตัวรถและเสริมความหรูหราลงตัวด้วยเส้นสายสีทอง เติมเอกลักษณ์อีกจุดด้วยเบาะนั่งหนังสีน้ำตาลธรรมชาติได้กลิ่นอายความวินเทจมากยิ่งขึ้น และสุดท้ายแต่ละคันจะมีเลขนัมเบอร์รถของตัวเองและเซอร์ติฟิเคตหรือเอกสารรับรองว่าเป็นของแท้ ทั้งนี้หมายเลข 001 จะเป็นของผู้ที่สามารถระดมทุนได้มากที่สุดสำหรับงานขับขี่ของลูกผู้ชายในปี 2023 นี้ ส่วนเรื่องของพื้นฐานเครื่องยนต์ก็จะยังคงเดิมอย่างที่เกริ่นไว้ตอนต้น โดยจะเป็นเครื่องไฮทอร์ค 2 สูบเรียงขนาด 1,200 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ซึ่งให้กำลังแรงม้าที่ 80 แรงม้าที่ 6,550 รอบ และให้แรงบิดสูงที่ 105 นิวตันเมตรที่รอบต่ำเพียง 3,500 รอบ สมชื่อจริง ๆ นอกจากนี้ยังทนทานจนต้องไปเช็คระยะใหญ่กันทุก ๆ 16,000 กิโลเมตรกันเลยทีเดียว ขณะที่ช่วงล่างก็จะมาพร้อมโช้คหน้าแบบเทเลสโคปิก ด้านหลังจะเป็นโช้คคู่ปรับพรีโหลดได้ ส่วนระบบเบรกก็จะเป็นดิสก์เบรกหน้าคู่พร้อมคาลิเปอร์เบรก Brembo แบบ 2 ลูกสูบ ด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยว คาลิเปอร์เบรก Nissin 2 ลูกสูบ แน่นอนว่ามี ABS มาทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ปิดท้ายด้วยเรื่องของล้อและยางจะเป็นล้อซี่ลวดอลูมิเนียมรัดด้วยยางขนาด 100/90 – 18 และ 150/70 – R17 หน้าหลังตามลำดับ สุดท้ายนี้ราคาแนะนำจะอยู่ที่ราว ๆ 465,000 บาทโดยประมาณ งานนี้ใครเป็นสาวกรถจากแดนผู้ดีและชื่นชอบในกิจกรรมนี้ก็ควรมีเจ้าคันนี้ไว้สะสมจริง ๆ นะเออ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Lead 4 วาล์ว เครื่อง eSP+ แต่งยังไงให้แรง นับว่าเป็นกระแสรถจิ้งหลีดที่กำลังร้อนแรงสุด ๆ ในตอนนี้ กับรถจักรยานยนต์ Honda Lead 125 4 วาล์ว สกู๊ตเตอร์ออโตเมติกรุ่นแรกในพิกัด 125 ซีซี กับสุดยอดเครื่อง eSP+ 4 วาล์ว เทคโนโลยีความแรงใหม่ล่าสุดจากทาง Honda นำมาปรับแต่งเครื่องยนต์ให้มีประสิทธิภาพ ขับขี่สนุก มันส์ เทียบกับรถรุ่นใหญ่ได้เลยทีเดียว หลังจากเกิดกระแสไม่นาน ทาง SuperBike Thailand ก็ไม่นิ่งรอช้า เดินทางมาเยือนถึงถิ่น TSP Motorsport สำนักแต่งรถที่เรียกได้ว่า ฮอตที่สุดกับการโมดิฟายรถจิ้งหลีด 4 วาล์ว มากที่สุดอันดับต้นของประเทศ และขึ้นชื่อสำหรับการทำรถเล็กสเปคซิ่ง งบไม่แพง ทำเครื่องแล้วขี่สนุกขึ้นแบบทันตาทีเดียว และในโอกาสนี้ เราจะมาสัมภาษณ์คุณธีรพล สุศิลาภรณ์ หรือคุณตุ้ม เจ้าของสำนักแต่ง T-Speed ตัวเป็น ๆ ที่จับหลัก จับทาง รถโมเดลรุ่นนี้ได้ว่า ควรปรับเพิ่มอะไร แต่งเพิ่มตรงไหน ที่ทำให้แรงได้ขนาดนี้ พร้อมกับนำรถมาแต่งให้ดูกันเห็น ๆ ว่าโมดิฟายแล้ว จะแรงแค่ไหน มีสเต็ปอะไรบ้าง ไปติดตามดูกันครับ พูดถึงกระแสรถ Honda Lead 125 กันซักนิด อยู่ดี ๆ มาได้อย่างไร เต็มอู่ขนาดนี้ ? ตอนแรกไม่ได้คาดหวัง กับการโมดิฟายรุ่นนี้อยู่ในหัวเลย บังเอิญลูกน้องช่างที่อู่ ได้ชักชวนให้ซื้อรุ่นนี้มาอยู่ซักระยะหนึ่ง ก็เลยจัดนำมาปรับแต่ง และด้วยประสบการณ์การแต่งรถ โมดิฟายเครื่องยนต์รถรุ่นเล็กมาหลายรุ่น หลังจากโมดิฟาย ปรับแต่ง และรีแมพรอบเครื่องยนต์แล้ว ซึ่งสามารถทำความเร็วได้สูงสุดมากกว่า 140 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งถือว่าค่อนข้างตกใจ สำหรับโมเดลพิกัด 125 ซีซี ที่รีดประสิทธิภาพออกมาได้ดีขนาดนี้ หรืออาจจะเป็นเพราะด้วยเครื่องยนต์ eSP+ 4 วาล์วในโมเดลนี้ด้วยครับ หลังจากปรับแต่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงนำไปเทสความเร็วเทียบกับรุ่นอื่น ๆ ในสนามแข่ง ปรากฎว่าผลลัพธ์ออกมาได้ดีเลยทีเดียว และผู้คนเริ่มหันมาสนใจในโมเดลนี้กันมากขึ้น หลังจากกระแสหลีด 4 วาล์วเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น ก็มีลูกค้าส่งรถมาให้เราทำเยอะขึ้นเช่นเดียวกัน แค่นั้นยังไม่พอลูกค้าบางท่านใจปล้ำ ถอยรถออกมาแล้ว ส่งมาให้เราทำเลยก็มี สำหรับเหตุการณ์ที่พีคสุด ๆ คือในช่วงเวลาหนึ่งอาทิตย์ เราโมดิฟาย Lead 4 วาล์ว เยอะที่สุดถึง 100 คันเลยในช่วงนั้น ซึ่งถือว่ากระแสรถจิ้งหรีดกำลังมาแรงเลยทีเดียวครับ สำหรับเครื่องยนต์ eSP+ และ Piston Oil Jet มีส่วนไหมที่ทำให้ Honda Lead 4 วาล์ว นั้นแรงยิ่งขึ้น ? สำหรับเครื่องยนต์ และเทคโนโลยี eSP+ รุ่นนี้ มีส่วนช่วยได้มากครับ ทั้งกระบอกสูบที่กว้างขึ้น ก้านสูบขนาดใหญ่และเพลาข้อเหวี่ยงใหม่ ทั้งยังมีการนำเพลาบาลานซ์เซอร์ (เทคโนโลยีที่ใช้ใน Honda Goldwing) มาช่วยลดการสั่นในเครื่องยนต์รุ่นนี้อีกด้วย รวมไปถึงเทคโนโลยี Piston Oil Jet ที่ทำให้เครื่องยนต์ลื่นขึ้นด้วย ระบบฉีดน้ำมันหล่อลื่นใต้ลูกสูบ สามารถแก้ไขปัญหาในเรื่องของลูกสูบติดในช่วงเครื่องยนต์ฮีทหรือร้อนจัด ๆ ได้เป็นอย่างดี และเป็นเรื่องที่ดี ที่ทางค่าย Honda ออกแบบโมเดลรถมาได้ตอบโจทย์ ซึ่งถือว่าเป็นคาแรคเตอร์ตัวรถเลย ก็คือถ้ายิ่งเร่งรอบขึ้นไป แรงม้าจะเพิ่มขึ้นแบบทันที ไม่ต้องรีดนาน สเต็ปการแต่งรถ มีกี่สเต็ป อะไรบ้าง สำหรับโมเดลนี้ เดิม ๆ วิ่งความเร็วได้ไม่เกิน 110 กม/ชม. ถือว่าค่อนข้างอืดพอสมควร ฉะนั้น สเต็ปแรก (ชุดจมหน้าไมล์) ทำเลยก็คือ ปรับองศาชาม ไล่น้ำหนักเม็ด ปรับแต่งให้รถออกมาให้มีแรงต้นที่ดีก่อน พอรอบต้นได้ รอบกลางได้ ทีนี้มาทำรอบปลาย ปรับองศาชามให้ได้รอบตามที่วางเป้าไว้ เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้ สำหรับความเร็วที่ทำได้ ของการแต่งสเตปเริ่มต้น คือ 135 – 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สเต็ป 2 (ชุดลูกเดิม ข้างโอเพ่น แคมป์) พอไล่รถให้ความเร็วจมหน้าไมล์แล้ว เราก็เริ่มอัพสเต็ปมาเป็นการทำ ข้างโอเพ่น