Skip to main content

SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

อัปเดตข่าวมอเตอร์ไซค์ล่าสุด 2026 รุ่นใหม่ ราคา รีวิวครบทุกสไตล์

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
เริ่มทดสอบบนถนนจริงแล้ว!! Ducati Streetfighter V4

หลังจากทางเราได้รายงานข่าวไปมากมายเกี่ยวกับเจ้า Ducati Streetfighter V4 ไม่ว่าจะเป็นข่าว การทดสอบ Prototype ของเจ้ารุ่นนี้ หรือการที่ Carlin Dunne เอาเจ้า Ducati Streetfighter V4 ลงแข่งบนสนาม  Pikes Peak และอื่นๆ อีกมากมายนั้นล่าสุดทางเราได้ข้อมูลมาว่าเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานั้นได้มีคนพบเห็นเจ้า Ducati Streetfighter V4 รุ่น Prototype ที่เตรียมวางขายจริงแล้ว โดยเจ้า Ducati Streetfighter V4 รุ่น Prototype คันนี้นั้นจะมาพร้อมกับกระจกมองข้าง ไฟเลี้ยว พักเท้าคนซ้อน และบังโคลนท้ายที่ถูกติดตั้งมาให้เรียบร้อย เจ้า V4 คันนี้นั้นถูกพบทดสอบอยู่บนถนนสาธารณะ โดยตัวรถนั้นจะเป็นรุ่นพื้นฐานที่จะมาพร้อมกับชุดโช้กยี่ห้อ Showa และสามารถปรับเซ็ทได้ ด้านโช้กหลังนั้นจะใช้เป็นของ Sachs โดยทางเราคาดว่าพวกอุปกรณ์ที่กล่าวมาข้างต้นนั้นจะถูกนำไปใช้กับ Panigale V4 ที่เป็นรุ่น Standard เช่นกัน นอกจากนั้นแล้วตัวรถคันนี้จะถุกอำพรางเพียงแค่ช่วงครึ่งหน้าเท่านั้น โดยส่วนของแฟริ่งนั้นจะถูกปิดเอาไว้ไม่หมดส่วนไฟหน้านั้นก็ได้มีการใช้ชิ้นพลาสติกเสริมเข้าไปด้านบนเพื่อหลอกตาคนดู ส่วนเรื่องของช่วงเวลาเปิดตัวนั้นหากเราคาดการณ์ไม่ผิดเราคงได้เห็นมันแน่ในงาน EICMA Show 2019 ที่จะจัดขึ้นในเมืองมิลาน ณ ประเทศอิตาลี อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสารในเพจ Facebook คลิกทีนี้ 

Marquez บอก Quartararo ยังไม่รู้จักความกดดันที่แท้จริง

Fabio Quartararo นั้นถือได้ว่าเป็น Rookie หน้าใหม่ไฟแรงที่มาแรงไม่น้อยเลยทีเดียวในตอนนี้ ด้วยวัยเพียง 20 ปี นักบิดชาวฝรั่งเศสจากทีม Petronas Yamaha SRT คนนี้ก็สามารถเก็บคะแนนและยืนบนโพเดียมได้อย่างสง่างามและเต็มภาคภูมิ Marc Marquez เด็กระเบิดที่ได้สร้างผลงานเอาไว้มากมายตั้งแต่ปี 2013 ที่ล่าสุดนั้นก็สามารถครองแชมป์โลกในฤดูกาลแรกของ MotoGP ไว้ได้ก็ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับ Quartararo ว่า “Quartararo นั้นเป็น Rookie ในรายการ MotoGP ซึ่งการที่เขาเป็นเพียงแค่ Rookie นั้นก็ทำให้ความคาดหวังมีไม่มากเช่นกัน เช่นเดียวกับสมัยที่ตัว Marquez เองยังเป็น Rookie อยู่ซึ่งเมื่อไม่มีความกดดันจากความคาดหวังมากนักก็ทำให้สามารถสร้างผลงานออกมาได้ดีเกินกว่าที่คิดเอาไว้เพราะการที่ไม่ถูกกดดันจากทีมและสื่อนั้นมีส่วนช่วยให้สามารถทำงานได้อย่างราบรื่นอย่างไรก็ตามนั้น Quartaro จะได้เจอกับบททดสอบครั้งสำคัญในฤดูกาลหน้าอย่างแน่นอน” อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสารในเพจ Facebook คลิกทีนี้ 

Shoei เปิดตัวหมวก Shoei X-14 Marquez Motegi 3

ทาง Shoei ได้ทำการเปิดตัวหมวก Shoei X-14 ลาย MARQUEZ MOTEGI 3 ที่เป็นการจำลองหมวกของ Marc Marquez โดยหมวกใบนี้นั้นได้เปิดตัวให้เราเห็นครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วในรายการแข่งขัน MotoGP 2018 ที่สนาม Twin Ring Motegi ณ ประเทศญี่ปุ่น โดยมีเสียงเรียกร้องจากแฟนๆ จำนวนมากในตอนนั้นว่าอยากได้เจ้าหมวกใบนี้เนื่องจากความสวยงามในเรื่องของลวดลายที่หมวกใบนี้มี หมวกใบนี้นั้นจะมีความแตกต่างจากหมวกที่ Marquez ใช้เพียงเล็กน้อยที่จะมีการปรับในเรื่องการใส่สปอนเซอร์ต่างๆ เข้าไปแต่ในเรื่องของลวดลายนั้นจะยังคงเหมือนเดิม โดยหมวกใบนี้จะตกแต่งด้วยลวดลายอันสวยงามต่างๆ เช่นซามูไรบนปุยเมฆ สัญลักษณ์คำอวยพรเรื่องโชคลาภ แมวกวัก และสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดของ Marc Marquez อย่างเจ้ามดแดงสีทองที่แปะอยู่ด้านบนตรงกลางหมวกของ MM93 ในส่วนของราคาค่าตัวเจ้าหมวกใบนี้นั้นจะอยู่ที่ 76,000 เยน หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 21,700 บาท นอกจากนี้ทาง Shoei ยังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่าหมวกใบนี้นั้นจะเป็นหมวกที่ผลิตตามจำนวนออเดอร์เท่านั้น โดยหากท่านผู้อ่านสนใจเจ้าหมวกใบนี้ ท่านสามารถสั่งเจ้าหมวกใบนี้ได้จนกว่าจะหมดปี 2019 นี้ ส่วนตัวผมมองว่าหมวกใบนี้ค่อนข้างที่จะสวยใช้ได้เลยทีเดียวครับด้วยความที่หมวกใบนี้ใส่ความเป็นสไตล์ญี่ปุ่นเข้าไปแถมยังดูเข้ากันดีกับพื้นที่เป็นสีน้ำเงินอีกหากใครสนใจหมวกใบนี้ก็รีบไปสั่งจองกันก่อนจะหมดปีนะครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสารในเพจ Facebook คลิกทีนี้ 

เปิดแล้ว!! ราคา Honda ADV 150 ที่ อินโดนีเซีย

หลังจากที่เราได้รายงานข่าวการเปิดตัวเจ้า ADV 150 ไปเมื่อวานนี้นั้นวันนี้เราจะมาพาท่านผู้อ่านไปชมราคาค่าตัวเจ้า ADV 150 ในประเทศอินโดนีเซียกันครับ โดยเจ้า ADV 150 คันนี้นั้นถือเป็นรถมอเตอร์ไซค์จากค่ายปีกนก Honda ที่มีกระแสแรงและฮ็อตมากในช่วงนี้ ราวกับว่าพร้อมที่จะมาเป็นที่หนึ่งในวงการสกู๊ตเตอร์กันเลยทีเดียวครับ ด้วยความที่มันเป็นรถสกู๊ตเตอร์ที่ค่อนข้างจะโดดเด่นและมีความเป็นตัวเองสูง เจ้า ADV 150 คันนี้นั้นจัดอยู่ในคลาสรถพรีเมี่ยมสกู๊ตเตอร์แบบอเนกประสงค์ Dual Purpose ที่จะรวมพื้นฐานที่มาจาก Honda PCX และผสมผสานเข้ากับแนวการดีไซน์ที่ได้มาจากรุ่นพี่อย่าง X-ADV นั้นเองครับ และในเรื่องของราคาที่ถูกเปิดไปในประเทศอินโดนีเซียนั้นถูกกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีกโดยรุ่น CBS จะสนนราคาอยู่ที่ 33,500,000 รูเปียห์ หรือเมื่อตีเป็นเงินไทยจะอยู่ที่ประมาณ 73,915 บาท ส่วนรุ่น ABS นั้นจะสนนราคาอยู่ที่ 36,500,000 รูเปียห์หรือเมื่อตีเป็นเงินไทยจะอยู่ที่ประมาณ 80,500 บาทค เท่านั้นเองครับ ส่วนบ้านเรานั้นก็อดใจรอกันหน่อยรอทาง Honda ประกาศข่าวดีเปิดตัวเจ้า ADV 150 คันนี้ครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสารในเพจ Facebook คลิกทีนี้   

เชิญชม Hades มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าดีไซน์สุดล้ำคันล่าสุดจาก Curtiss

ผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์สัญชาติอเมริกันอย่าง Curtiss ได้ประกาศมอเตอร์ไซค์คันล่าสุดจากทางค่ายอย่างเจ้า Hades ออกมาแล้ว โดยเมื่อไม่นานมานี้นั้นเราพึ่งได้รายงานข่าวไปว่าทาง Curtiss นั้นได้สร้างเจ้า Zeus มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่มีดีไซน์สุดแหวกแนวพร้อมเครื่องยนต์แบตเตอรี่ไฟฟ้า V8 ขึ้นมาและล่าสุดนั้นก็ดูเหมือนว่าทาง Curtiss นั้นยังคงดำเนินการสร้างมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่มีความเป็นเอกลักษณ์และความเป็นตัวเองสูงอยู่ โดย Hades คันนี้นั้นเมื่อมองจากภาพที่เราเห็นกันในรูปจะเห็นว่าจะมีดีไซน์สุดล้ำที่ดูราวกับว่าเป็นปืนยังไงยังงั้นเลยครับโดยปลอกด้ามจับของแฮนด์รถนั้นจะเป็นสีน้ำตาล ส่วนครึ่งบนของตัวรถจะตกแต่งด้วยสีน้ำตาลโดยด้านท้ายรถตรงส่วนเบาะนั่งนั้นจะให้อรมณ์ราวกับว่าเป็นไกปืนยังไงยังงั้นเลยครับ ด้านครึ่งล่างของตัวรถตรงส่วนพักเท้าและใต้เครื่องยนต์นั้นทำออกมาให้ดูเหมือนกับว่าเป็นที่บรรจุกระสุนของปืนลูกโม่เลย ในด้านสเปคของเจ้ารถคันนี้นั้นจะมาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 16.8kWh และจะวิ่งด้วยแรงโวลท์ถึง 399 แรงโวลท์ แถมมาพร้อมกับกำลังแรงม้าถึง 217 bhp และแรงบิดถึง 200 นิวตันเมตร ทำให้เจ้ามอเตอร์ไศค์คันนี้นั้นเป็นหนึ่งในมอเตอร์ไซค์ที่อรงที่สุดที่มีจำหน่าย ณ ตอนนี้เลยทีเดียวครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสารในเพจ Facebook คลิกทีนี้ 

คาลิปเปอร์เบรคของคนไทยถูกโขมยในประเทศมาเลเซีย

สื่อจากมาเลเซียได้รายงานว่ามีเหล่านักบิดชาวไทยกลุ่มนึงถูกโขมยคาลิปเปอร์เบรคไปจากมอเตอร์ไซค์สุดรักขณะที่จอดอยู่ โดยเหตุการณ์นี้นั้นได้เกิดขึ้นที่โรงแรมหรูระดับ 5 ดาวในประเทศมาเลเซีย อย่าง Gurney Hotel ที่ปีนัง โดยกลุ่มนักบิดคนไทยได้ค้างอยู่ที่นั่นช่วงกลางคืนทว่ากลับตื่นมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ในเช้าวันต่อมา และมอเตอร์ไซค์ที่ถูกถอดคาลิปเปอร์เบรคไปนั้นได้แก่ Ducati Multistrada 1200 และ BMW R 1200 GS Adventure โดยเจ้า Ducati Multistrada 1200 นั้นได้ถูกโจรถอดและโขมย ชุดคาลิปเปอร์หน้า ของ Brembo ออกไปเรียบร้อยแถมน้ำมันเบรคยังรั่วไหลกระจายออกมาเต็มไปหมดอีก ทางด้านเจ้า BMW R 1200 GS นั้นก็เหมือนจะโดนเล่นเหมือนกันเพียงแต่ว่าดูเหมือนว่าโจรจะไม่สามารถขันน็อตออกมาได้ตัวนึงจึงไม่ได้ถูกโขมยชุดคาลิปเปอร์ไป https://www.facebook.com/chunwei.lim.9638/videos/467219524055231/?t=0 นอกจากนี้นั้นยังได้เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับชายชาวฝรั่งเศสที่ขับขี่มอเตอร์ไซค์ของเขาท่องโลกอีกด้วย หากใครมีแพลนจะไปมาเลซียเพื่อไปขี่ Bigbike ก็ระวังตัวกันด้วยนะครับเพราะเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นไปแล้วแม้จะอยู่ในโรงแรมห้าดาวก็ตามครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสารในเพจ Facebook คลิกทีนี้ 

BMW R1250GS และ R1250GSA เปิดอย่างเป็นทางการในไทย!!

บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย เปิดตัว BMW R1250GS และ R1250GSA อย่างเป็นทางการพร้อมกับเปิดราคาที่สายแอดเวนเจอร์ต้องเตรียมควักประเป๋าเงินรอซื้ออย่างแน่นอน กับสเปครถตัวใหม่ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ที่มีเทคโนโลยี Shift Cam เพิ่มแรงบิดให้กับเครื่องยนต์อีกด้วยในครั้งนี้ ราคา BMW R1250 GS Limited Edition เปิดราคาที่ 1,085,000 บาท  BMW R1250 GS HP Style Limited Edition เปิดราคาที่ 1,105,000 บาท  BMW R1250 GS Adventure Exclusive Style, HP Style เปิดราคาที่ 1,174,000 บาท (ถังใหญ่) ข้อมูลและสเปค BMW R1250GS R1250GSA เครื่องยนต์แบบ Boxer 2 สูบนอน ขนาด 1,254 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศและน้ำ เทคโนโลยี BMW Shift Cam ที่เสริมการทำงานของแคมเครื่องยนต์ ทำให้เครื่องยนต์มีแรงบิดมากขึ้น แรงม้า 136 แรงม้าที่ 7,750 รอบ/นาที แรงบิดที่ 143 นิวตันเมตรที่ 6250 รอบ/นาที  หัวฉีดคู่ พร้อมกับระบบไอเสียใหม่ ผ่าน Euro 4  โช้คหลังสามารถปรับความหนืดและการยุบตัวของสปริงได้ด้วยระบบไฮดรอลิค ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้าหรือ Dyanamic ESA ตอบสนองผู้ใช้อย่างมีประสิทธิภาพแน่นอน  Riding Mode มีสองแบบคือ Rain และ Road Riding Mode Pro โหมดสำหรับมือโปร คือ Dynamic , Dynamic Pro, Enduro , Enduro Pro เสริมด้วยระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ASC ระบบออกตัวบนทางลาดชัน Hill Start Control ระบบ Dynamic Traction Control มั่นใจในโค้งไม่มีลื่น พร้อมกับ ระบบ ABS Pro ที่ช่วยทำให้มั่นใจมากขึ้น ระบบ Dynamic Brake Control เบรคฉุกเฉิน แรงเบรคจะถูกกระจายออกสองล้อเท่ากัน พร้อมตัดกำลังของเครื่องยนต์ลงพร้อมกัน จอแสดงผล เรือนไมล์ TFT ขนาด 6 นิ้วมาพร้อมกับ BMW motorrad Multi-Controller สามารถเชื่อต่อได้อย่างสะดวก ไฟหน้าเป็นเอกลักษณ์ LED สว่างไกล สวยสะดุดตา ล้อซี่ลวด หน้าหลัง แข็งแรง ทนทาน แบบ Tubeless (ไม่มียางใน) Aluminum Panniers(กล่องท้าย) 3 ใบ ส่วนเพิ่มเติมในตัวรุ่น BMW R1250 GSA (1,174,000 บาท) ขนาดตัวที่กว้างขึ้นกว่ารุ่นธรรมดาอย่างชัดเจน ขยายตัวชิวหน้าให้กว้างขึ้นและปรับได้ เสริมการ์ดแฮนด์ป้องกันการกระแทรก ชุดแครชบาร์ด้านข้างเพื่อป้องกันการกระแทก ถังน้ำมันมีขนาดใหญ่ขึ้น มีความจุ 30 ลิตร อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสารในเพจ Facebook คลิกทีนี้ 

เราอาจไม่ได้เห็นการแข่งขัน Pikes Peak International Hill Climb อีกต่อไป

ใช่แล้วครับท่านผู้อ่านอ่านไม่ผิดหรอกครับเราอาจจะไม่ได้เห็นการแข่งขัน Pikes Peak International Hill Climb อีกต่อไปแล้วหลังจากนี้ โดยได้มีรายงานจากสื่อฝั่งอเมริกันอย่าง Colorado Springs Gazette ว่า Megan Leatham ผู้อำนวยการบริหาร Pikes Peak ได้ส่งอีเมลไปบอกกับทาง US Forest Service ว่าเธอคิดว่าการแข่ง Pikes Peak ในครั้งที่ผ่านมานั้นจะเป็นครั้งสุดท้าย โดยเราอาจไม่ได้เห็นอีเว้นที่มีมอเตอร์ไซค์มาวิ่งบนภูเขาลูกนี้อีกแล้วและเรื่องนี้เป็นสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้แถมยังค่อนข้างจะมีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นจริงอีกด้วย อย่างไรก็ตามนั้นเรายังไม่ได้บทสรุปของเรื่องการยุติการแข่งในตอนนี้ และแน่นอนว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดประเด็นนี้ขึ้นมานั้นก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องการตายของ Carlin Dunne ที่เสียชีวิตก่อนที่เขาจะถึงเส้นชัยเพียงนิดเดียวเท่านั้น โดย Carlin Dunne นั้นเป็นผู้ที่ชำนาญการขับขี่บนเส้นทางของ Pikes Peak เป็นอย่างมาก การตายของเขาจึงเป็นเรื่องที่หน้าตกใจอย่างมากสำหรับใครหลายๆ คน แถมการตายของเขานั้นยังเกิดขึ้นในรายการแข่งขันที่โด่งดังอย่าง “Race to the Clouds” อีก อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้ 

เปิดก่อนเลย Honda ADV 150 Mini Adventure ชุดแรก!!

เปิดภาพหลุดชุดแรกเลย สำหรับ Honda ADV 150 Mini Adventure ที่กำลังเปิดตัวที่ประเทศอินโอนีเซียเรียบร้อยแล้ว ทางค่ายไทยยังขออุ๊ปส์ ไว้ก่อนเรื่องวางขายเมื่อไรในไทย ครั้งนี้เรามาดูกันคราวๆในส่วนของภาพหน้าตา อันหล่อเหล่าเอาการของเจ้าคันนี้กันหน่อย ไฟหน้าเป็นแบบ LED มีส่วนที่คล้ายคลึงกับรุ่นพี่สายลุยอย่าง Africa twin CRF 1000L  มีชิวไสทรง Adventure สามารถที่จะปรับได้ สูง-ต่ำ มาดูในส่วนของช่วงล่าง ADV 150 คันนี้ ที่ให้โช้คหน้าแบบธรรมดา มีระยะ ยืดยุบค่อนข้างจะเยอะพอสมควร ร่วมไปถึงโช้คหลังที่ให้มา แบบมี Sub tank ของ Showa และ ระบบเบรคแบบ ดิสเบรค หน้า – หลัง ล้อที่ให้มาเป็นล้อแม็กซ์ที่ให้ยาง หนามไว้ลุยมาพร้อมเลย ด้านหลังยังให้ความรู้สึกแบบ Honda X-ADV อย่างรุ่นพี่ที่ให้ แร็คบาร์มือจับมีที่ทรงคล้ายกัน ไฟท้ายที่อวบยาว ดูลุยๆ เหมาะสำหรับ รถ Adventure และยังมีปลายท่อไอเสียที่ยกสูงไว้เพื่อที่จะ ลุยข้ามลำธารได้อย่างสบายๆ สำหรับคนไทยก็รอหน่อยนะครับ เพราะว่าจะมีไม่วี่แววจะเปิดตัวที่ไหนเลย แต่ถ้ามีเมื่อไรก็สัญญาว่าจะเอามารีวิวให้ชมเป็นที่แรกๆอย่างแน่นอนครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้ 

“เอ.พี. ฮอนด้า” ส่งทีมไทย 100% ลุยศึกบิดทรหด Suzuka เอ็นดูรานซ์ 4 ชั่วโมง

“เอ.พี. ฮอนด้า” ผู้นำแห่งวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ประกาศเดินหน้าตามแผน “เรซ ทู เดอะ ดรีม” ส่งทีมแข่งสายเลือดไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ลุยศึกสองล้อมาราธอนนานาชาติสุดหฤโหด รายการ “ซูซูกะ เอ็นดูรานซ์ 4 ชั่วโมง” ปลายเดือนกรกฎาคมนี้ นำทีมโดย “มุกข์” มุกข์ลดา สารพืช ยอดนักบิดสาวแกร่ง ผนึกพลังทีมดาวรุ่งอย่าง “ฟิล์ม” ปิยวัฒน์ ประทุมยศ และ “บิว” วริทธิ์ ทองนพคุณ ตั้งเป้าล่าแชมป์ฝากแฟนชาวไทย พร้อมเปิดรับสมัคร “นักบิดยุวชน” เข้าร่วมโครงการคัดเลือกนักบิดล่าฝันสู่ฮอนด้าอะคาเดมี่ ปีที่ 3 เพื่อเฟ้นหาจอมยุทธ์น้อยก้าวสู่นักบิดอาชีพ ตามโร้ดแม็ปสร้างนักแข่งไทยสู่โมโตจีพีภายในปี 2025 มร.ชิเกโตะ คิมูระ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด เปิดเผยว่า “เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาเราได้ประกาศแผนงานมอเตอร์สปอร์ตประจำปี 2019 ภายใต้แนวคิด Race to the Dream โดยมีเป้าหมายที่จะยกระดับวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยไปสู่ระดับโลก นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราถึงส่งนักแข่งไทย ช่างไทย และทีมบริหารชาวไทย เข้าร่วมการแข่งขัน Suzuka 4 Hours Endurance ตั้งแต่ปี 2017 ในฐานะทีมคนไทย 100% ทีมแรกและทีมเดียว ซึ่งตลอด 2 ปีที่ผ่านมา เราได้รับประสบการณ์ที่ประเมินค่ามิได้ และปีนี้เราได้ตั้งเป้าหมายที่ท้าทายกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา นั่นก็คือการคว้าแชมป์ให้ได้ ด้วยการผสมผสานที่ลงตัวของนักแข่งที่มีประสบการณ์กับนักแข่งดาวรุ่ง และทีมงานที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี” ในปี 2019 เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ มุ่งสานต่อความสำเร็จด้วยการส่งทีมแข่งเข้าร่วมการแข่งขัน Suzuka 4Hours Endurance Race เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน โดยมี “มุกข์” มุกข์ลดา สารพืช ยอดนักบิดสาวแกร่งเป็นนักบิดตัวหลักของทีม ผนึกกำลังกับ “ฟิล์ม” ปิยวัฒน์ ประทุมยศ นักบิดดาวรุ่งจากโครงการ “เรซ ทู เดอะ ดรีม” และ “บิว” วริทธ์ิ ทองนพคุณ อีกหนึ่งดาวรุ่งในฐานะนักบิดสำรองของทีม เพื่อล่าแชมป์ให้กับทีมในปีนี้ ทั้งนี้ กองทัพทีมแข่งไทย “เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” จะออกเดินทางสู่ประเทศญี่ปุ่นเพื่อเก็บตัวฝึกซ้อมในช่วงต้นสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนกรกฎาคมนี้ ก่อนจะเข้าสู่โปรแกรมซ้อมแบบเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม พร้อมจับเวลารอบคัดเลือกในวันเดียวกัน จากนั้นจะแข่งขันรอบชิงชนะเลิศของศึก ซูซูกะ เอ็นดูรานซ์ 4 ชั่วโมง ในวันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคมนี้ พร้อมกันนี้ เอ.พี.ฮอนด้า ยังได้เปิดโครงการคัดเลือกนักบิดล่าฝันสู่ฮอนด้าอะคาเดมี่ ปีที่ 3 อย่างเป็นทางการ โดยจะเปิดรับสมัครนักบิดยุวชนจากทั่วประเทศ สำหรับน้องๆ ที่มีอายุระหว่าง 9-14 ปี หรือผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2554 ถึง 31 ธันวาคม 2548 เข้าสู่โครงการ เรซ ทู เดอะ ดรีม โดยมีกำหนดการคัดเลือดรอบแรก 3 สนาม ได้แก่ สนาม 1 วันที่ 28-29 กันยายนนี้ ที่ ศูนย์ฝึกอบรมขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า (รามคำแหง), สนาม 2 วันที่ 26-27 ตุลาคมนี้ ที่ ฮอนด้า เซฟตี้ ไรดิ้ง พาร์ค เชียงใหม่ และสนาม 3 วันที่ 9-10 พฤศจิกายนนี้ ที่ พีระคาร์ท เซอร์กิต (พัทยา) ก่อนจะคัดตัวรอบชิงชนะเลิศในวันที่ 7-8 ธันวาคมนี้ ที่ ศูนย์ฝึกอบรมขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า (รามคำแหง) ผู้สนใจสมัครเข้าร่วมแข่งขันในโครงการคัดเลือกนักบิดล่าฝันสู่ฮอนด้าอะคาเดมี่ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมทางออนไลน์ได้ที่ www.facebook.com/aphondaracingTH ติดตามรีวิวรถเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารบน Facebook คลิกทีนี้

ชมวีดีโอ MV Agusta ร่วมทำ Bottle Cap Challenge!!

จะมีอะไรหน้าตื่นเต้นไปกว่าการมีส่วนร่วมในการทำ Challenge ที่กำลังไวรัลอยู่ในตอนนี้ หากย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ปีก่อนหลายๆ ท่านยังจำกันได้ไหมที่คนทำ Challenge สุดไวรัลอย่าง Ice Bucket Challenge กันเพื่อเป็นการบริจากเงินให้แก่ผู้ป่วยโรค ALS โดยล่าสุดนั้นมี Challenge ที่กำลังฮิตกันอยู่เรียกว่า Bottle Cap Challenge โดยการทำ Challenge นี้นั้นง่ายนิดเดียวเพียงคุณหาวีธีในการทำให้ฝาขวดของเครื่องดื่มหมุนและเปิดออกมาด้วยไอเดียสุดเจ๋งและโพสต์ลงโซเชี่ยลมีเดียก็ถือว่าคุณได้เข้าร่วมทำ Challenge นี้แล้ว และล่าสุดนั้นทาง MV Agusta ได้คิดแผนการทำตลาดสุดเจ๋งขึ้นมาด้วยการเข้าร่วม Challenge นี้ด้วย ติดตามรีวิวรถเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารบน Facebook คลิกทีนี้

Suzuki เปิดตัว E-Ready Scooter ไฟฟ้าที่ประเทศไต้หวัน

ทาง Suzuki ได้เปิดตัว E-Ready Scooter ไฟฟ้าอย่างเป็นทางการแล้วที่ประเทศไต้หวัน โดยเจ้า E-Ready คันนี้นั้นจะเป็นรุ่นที่เอามาทำตลาดแข่งกับ Scooter ไฟฟ้าอย่าง Yamaha EC-05 ที่ได้ทำตลาดไปก่อนหน้านี้แล้วในประเทศไต้หวัน โดยเจ้า E-Ready คันนี้นั้นจะมีจุดเด่นในเรื่องของการใช้งานในเมืองและ ราคาที่ถูกกว่า EC-05 ของทาง Yamaha และในด้านของแบตเตอรี่นั้นเจ้า E-Ready จะมาพร้อมกับ แบตเตอรี่แบบ Lithium Ternary Battery ที่มีขนาด 1,350 W/ 750W โดยแบตเตอรี่ั้นจะมีน้ำหนักอยู่ที่ 9.5 กิโล ส่วนตัวรถั้นจะมีน้ำหนักโดยรวมอยู่ที่ 68.5 กิโลเท่านั้น!! ตัวรถมาพร้อมระยะประกัน 3 ปี หรือ 30,000 กิโล ในส่วนของการชาร์จแบตเตอรี่นั้นสามารถชาร์จร่วมกับไฟบ้านที่มีกำลังไฟ 240v/360w และจะใช้เวลาชาร์จให้เต็มจาก 0-100 % ด้วยเวลา 4 ชั่วโมงครับ ส่วนในเรื่องของการใช้งานนั้นเจ้า Suzuki E-Ready สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 45 กม./ชม. และสามารถวิ่งได้ในระยะ 33 กม./ชม. แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะขึ้นอยู่กับน้ำหนักของตัวผู้ขับขี่เองด้วย ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกนั้นเจ้า E-Ready คันนี้จะมาพร้อมกับที่เก็บของใต้เบาะนั่งที่มีขนาด 15 ลิตร และ จอ LCD แบบดิจิตอลที่จะบอกความเร็วของตัวรถและสถานะของแบตเตอรี่ ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก Warungasep ติดตามรีวิวรถเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารบน Facebook คลิกทีนี้  

Honda ADV150 อาจเปิดตัวในงาน GIIAS 2019 ที่ประเทศอินโดนีเซีย

ถือเป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่มีกระแสแรงจริงๆ กับเจ้า Honda ADV 150 โดยหลังจากที่เราได้เคยทำข่าว ว่า Honda จะใช้ชื่อ Honda ADV 150 แทนชื่อ Honda X-ADV 150 ที่ตอนแรกเราคิดว่าจะใช้กันนั้นล่าสุดได้มีรายงานจากสื่อฝั่งอินโดนีเซียอย่าง Warungasep มาว่ามีผู้สังเกตุเห็นกองถ่ายมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ของทาง Honda ในที่แห่งนึง โดยตัวรถมอเตอร์ไซค์ที่กำลังถูกบันทึกภาพอยู่นั้นมีหน้าตาเหมือนกับเจ้า ADV 150 ที่หลายๆ คนคาดคิดกันไว้ หากอ้างอิงจากคำพูดของผู้สังเกตเห็นตัวรถนั้นเจ้า ADV 150 นั้นมีหน้าตาที่เหมือนกับภาพ render แบบเป๊ะๆ เลยทีเดียวครับ ในส่วนของโครงสร้างตัวรถนั้นเจ้า ADV 150 จะใช้พื้นฐานเดียวกันกับ PCX 150 แต่จะมีการปรับในเรื่องของหน้าตาให้ดูเหมือนกับ X-ADV เวอร์ชั่นย่อส่วนลงมานั้นเองครับ นอกจากนี้แล้วจากแหล่งข่าวที่เราได้มานั้นมีความเป็นไปได้สูงว่าเจ้า ADV 150 จะเปิดตัวในงาน GIIAS (Gaikindo Indonesia International Auto Show) 2019 ที่ประเทศอินโดนีเซียซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-28 กรกฎาคมปีนี้นั้นเองครับ อย่างไรก็ดีที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเป็นเพียงแค่ข่าวลือเท่านั้นเราต้องมาคอยลุ้นกันอีกทีว่าจะได้เห็นเจ้า ADV 150 ในงาน GIIAS 2019 กันหรือไม่ เปิดแล้ว ลองคลิกดู   ติดตามรีวิวรถเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารบน Facebook คลิกทีนี้

ฮอนด้า ฉลองครบรอบ 60 ปี ร่วมสังเวียนความเร็วระดับโลกโมโตจีพี

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในประวัติศาสตร์ของการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน “ฮอนด้า” คือทีมแข่งระดับแนวหน้าที่ได้รับการยอมรับจากแฟนๆให้เป็นเบอร์ 1 แห่งวงการมอเตอร์สปอร์ตของโลก จากผลงานความสำเร็จที่พวกเขาสร้างขึ้นมาตลอด 6 ทศวรรษ พร้อมสร้างนักบิดซูเปอร์สตาร์ขึ้นมาประดับวงการอย่างไม่ขาดสาย ฮอนด้า ซึ่งเป็นทีมแข่งสัญชาติญี่ปุ่น ส่งทีมเข้าร่วมสังเวียนรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลกครั้งแรก วันที่ 3 มิถุนายน ปี 1959 รายการแรกของพวกเขาคือ ดิ ไอเซิล ออฟ แมน กับรถแข่งที่ใช้เครื่องยนต์ 125 ซีซี. ก่อนต่อยอดพัฒนาความแรงและดึงนักแข่งฝีมือดีมาร่วมทีม จนกลายเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จได้แชมป์โลกทั้งประเภทบุคคลและทีมผู้สร้างมากมายตลอด 6 ทศวรรษ สำหรับปี 2019 ฮอนด้า เดินทางสู่หลักไมล์สำคัญในวงการมอเตอร์สปอร์ต นั่นคือวาระครบรอบ 60 ปีในการส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันรถจักรยานยนต์ระดับโลก ซึ่งได้มีการจัดงานเฉลิมฉลองกันในศึกโมโตจีพี สนามล่าสุดที่ แอสเซน ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยมีนักบิดระดับตำนานและซูเปอร์สตาร์รุ่นใหม่มาร่วมงานและรำลึกช่วงเวลาพิเศษของพวกเขากับ ฮอนด้า อย่างคับคั่งเช่น มาร์ค มาร์เกซ แชมป์โลก 5 สมัยขวัญใจแฟนๆ รุ่นใหม่, มิค ดูฮาน ตำนานนักบิดจากออสเตรเลีย, เฟรดดี สเปนเซอร์ ตำนานนักบิดจากสหรัฐอเมริกา รวมถึง คุนิมิตสึ ทาคาฮาชิ นักบิดชาวญี่ปุ่นคนแรกที่คว้าแชมป์สนามด้วยรถของ ฮอนด้า งานเฉลิมฉลอง 60 ปีบนสังเวียน เวิลด์ กรังด์ ปรีซ์ ของ ฮอนด้า ยังได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญในการแข่งขันประกอบด้วย เทตสึฮิโระ คุวาตะ ประธานบริหารของ เอชอาร์ซี ฮอนด้า, คาร์เมโล เอซเปเลต้า ซีอีโอของ ดอร์น่า, ฆอร์เก้ บิเอกาส ประธานของสหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ (FIM) พร้อมทั้งแขก VIP และสื่อมวลชนสายมอเตอร์สปอร์ตจากทั่วทุกมุมโลก มร.เทตสึฮิโระ คุวาตะ ประธานบริหารของ เอชอาร์ซี ฮอนด้า (HRC Honda) เผยว่า “คงไม่มีใครคาดคิดว่าผ่านมาแล้ว 60 ปี ฮอนด้า ยังคงเข้าร่วมการแข่งขันและคว้าชัยชนะมาทั่วโลก ฮอนด้า คือบริษัทแห่งเดียวที่ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตรายการชั้นนำมากมาย ตั้งแต่ โมโตจีพี ถึง ฟอร์มูล่า วัน, โมโตครอส สู่ อินดี้คาร์, จาก ดาการ์ ถึง ไทรอัลส์ และ เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ สู่ เอ็นดูโร่ การแข่งขันคือส่วนหนึ่งในปรัชญาสำคัญของ ฮอนด้า และเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมที่สุดในการคิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเรา” ขณะที่ มาร์ค มาร์เกซ แชมป์โลก โมโตจีพี ขวัญใจแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตยุคใหม่ที่ใช้รถ RC213V คว้าแชมป์โลกมาแล้ว 5 สมัยจาก 6 ฤดูกาลที่ขึ้นมาบิดในรุ่นใหญ่ เผยว่า “รถจักรยานยนต์ที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ระดับโลกนั้นล้วนแต่เป็นผลงานของ “ฮอนด้า” ผมภูมิใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ความสำเร็จของ ฮอนด้า และมองถึงการร่วมกันเก็บเกี่ยวความสำเร็จให้มากกว่านี้ในอนาคต” มิค ดูฮาน ตำนานนักแข่งชาวออสเตรเลีย คืออีกหนึ่งนักบิดที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในช่วงเวลาที่เป็นนักแข่งของ ฮอนด้า ยุค 1990 หลังแสดงฝีมือความเร็วบนรถแข่ง NSR500 ทะยานคว้าแชมป์โลกมาถึง 5 สมัยติดต่อกัน (1994-1998) และร่วมงานกับ ฮอนด้า มาตลอด 25 ปี นับตั้งแต่วันที่ขึ้นสู่จุดสูงสุดของโลก “ผมยังจำวันแรกที่เข้ามาพบกับทีม HRC ในช่วงปลายปี 1988 ก่อนเซ็นสัญญาร่วมงานกับทีมลงแข่งชิงแชมป์โลกรุ่น 500 ซีซี. ในปี 1989 ผมรู้สึกประทับใจกับความมุ่งมั่นของทีมงานทุกคน รวมถึงปรัชญาของพวกเขาก็ทำให้ผมกลายเป็นบุคลากรของ ฮอนด้า โดยสมบูรณ์” ด้าน เฟรดดี สเปนเซอร์ อีกหนึ่งนักแข่งที่ประสบความสำเร็จเป็นแชมป์โลกกับ ฮอนด้า ในปี 1983 และมีโอกาสพบกับ โซอิจิโร่ ฮอนด้า ผู้ก่อตั้งบริษัทรถจักรยานยนต์อันยิ่งใหญ่แห่งนี้ กล่าวเช่นกัน “ผมได้แชมป์โลกรุ่น 500 ซีซี. ครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 กันยายน ปี 1983 กับทีมฮอนด้าในการแข่งขันที่ อิโมล่า วันนั้นผมได้พบกับคุณฮอนด้า เขายกมือมาแตะที่หัวไหล่ผมแล้วบอกว่าขอบคุณ การได้แชมป์โลกคือสิ่งที่เติมเต็มความฝันให้แก่ผม และผมก็ทำสิ่งนั้นให้ฮอนด้าได้เห็น” ส่วน คุนิมิตสึ ทาคาฮาชิ

Luca Colombo ทำลายสถิติใหม่เหนือน้ำโดยใช้ Honda CRF

Luca Colombo ใช้ CRF 450R ทำสถิติใหม่เหนือน่านน้ำด้วยความเร็ว 64 ไมล์ต่อชั่วโมง โดยก่อนหน้านี้นั้น Luca ได้เคยใช้ Suzuki RMZ 450 ที่ปรับแต่งสำหรับวิ่งบนน้ำทำลายสถิติมาแล้วที่ทะเลสาบโคโม ณ ประเทศอิตาลี และในครั้งนี้นั้นมอเตอร์ไซค์ที่ทาง Colombo ใช้ทำสถิติใหม่คือเจ้า Honda CRF 450R ที่ปรับแต่งมาสำหรับการวิ่งบนน้ำโดยเฉพาะแถมยังมี Hydrofoils และล้อหลังแบบคัสต้อมที่จะช่วยขับเคลื่อนบนน่านน้ำที่แสนจะอันตรายนี้ได้ Colombo กล่าวว่า “ผมพอใจเป็นอย่างมากและต้องการสถิตินี้เพราะมันเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะแตะอีกเพียงหนึ่ง กิโลเมตรต่อชั่วโมงและเราไม่สามารถที่จะรู้ได้เลยว่าอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อผมเอามอเตอร์ไซค์ไปอยู่บนน่านน้ำ” และในวันนี้เรามีสเปคของเจ้ารถ Honda CRF 450R คัสต้อมที่ทาง Luca Colombo ใช้ในการแข่งขันครั้งนี้ให้ท่านผู้อ่านได้รับชมกันครับ 2019 CRF450R Specs Engine Hide Bore × Stroke (mm)     96.0mm x 62.1mm Carburation     Fuel injection Compression Ratio     13.5 : 1 Engine Displacement (cc)     449.7cc Engine Type (cm³)     Liquid-cooled 4-stroke single cylinder uni-cam Starter     Self-Starter Wheels Hide Brakes Front     Single 260mm disk Brakes Rear     Single 240mm disk Suspension Front     Showa 49mm USD fork Suspension Rear     Showa monoshock using Honda Pro-Link Tyres Front     Dunlop MX3SF Tyre Size Front     80/100-21-51M Tyre Size Rear     120/80-19-63M Tyres Rear     Dunlop MX3S Wheels Front     Aluminium spoke Wheels Rear     Aluminium spoke Dimensions and Weights Hide Caster Angle     27.4° Dimensions (L×W×H) (mm)     2,183mm x 827mm x 1,260mm Frame type     Aluminium twin tube Fuel Tank Capacity (Litres)     6.3 litres Ground Clearance (mm)     328mm Kerb Weight (kg)     112.3kg Seat Height (mm)     960mm Trail (mm)     116mm Wheelbase (mm)     1,482mm Transmission Hide Clutch     Wet type multi-plate Final Drive   

การ์ฟิวส์ กด Best lab คว้าชัย Honda Thailand Talent Cup 2019 Round 3

Honda Thailand Talent Cup 2019 Round 3 : @ Chang International Circuit, BURIRAM “การ์ฟิวส์” วัชรินทร์ ทับทิมอ่อน คว้าชัยHonda Thailand Talent Cup สนาม 3 พร้อมกดเวลา BestLab การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบ รายการฮอนด้า ไทยแลนด์ ทาเลนต์ คัพ 2019 ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางปั้นดาวรุ่งนักบิดชาวไทยสู่การเป็นนักแข่งระดับโลก “โมโตจีพี” สนามเปิดฤดูกาลถูกจัดร่วมเป็นซับพอร์ตเรซในศึกพี ที ที ซุปเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 12-14 กรกฎาคมนี้ เอ.พี.ฮอนด้า สานฝันให้กับเยาวชนไทยต่อเนื่อง เริ่มต้นด้วยความยอดเยี่ยมของสองดาวบิดอนาคตไกล บุญชัย ประยูรญาติ ควบรถคู่ใจ Honda NSF250 หมายเลขใหม่ 3 คว้าตำแหน่งโพลโพซิชั่นและ วัชรินทร์ ทับทิมอ่อน หมายเลข 4 จากโครงการ “เรซ ทู เดอะดรีม” สปิริตไทยท้าทายสู่ฝัน ซึ่งคว้ากริดออกตัวได้ในแถวที่ 3 การแข่งขัน Race1 แข่งขันทั้งสิ้น 15 รอบสนาม การลุ้นตำแหน่งยืนโพเดียมในเรซนี้ยังคงเป็นกลุ่มนักแข่งสองแถวหน้า เรียงตามตำแหน่งสตาร์ทโพล บุญญชัย ประยูรญาติ, คชพาญฆ์ภนธ์ กะลันตานนท์, Herlian Dandi, Azryan Wahyumaniadi และ Troy Alberto รถแข่ง Honda NSF250 จำนวน 19 คัน เข้าสู่กริดสตาร์ท เมื่อสัญญาณไฟแดงดับ NSF250 ทะยานชิงโค้งแรกเป็นรถหมายเลข 16 ของ Azryan Wahyumaniadi ตามมาด้วย Troy Alberto จากกริดสตาร์ทที่ 5 ส่วน วัชรินทร์ ทับทิมอ่อน จากกริดสตาร์ทที่ 9 รถมีปัญหาต้องออกจาก PitLen รถแข่งในกลุ่มที่ชิงที่ 1 มีกว่า 6 คัน รอบแรกในโค้ง 3 รถแข่งหมายเลข 16 17 20 เป็นนักแข่งต่างชาติ ส่วนนักบิดจากไทย วัชรินทร์ ทับทิมอ่อน ที่จะสตาร์ทออกจาก PitLen ได้ไล่เก็บนักบิดและยังสามารถทำเวลา Bestlab 1.49.659 ที่ดีที่สุดในบรรดานักแข่งทั้งหมด เกมเข้าสู่รอบสุดท้าย โค้งสุดท้าย Azryan Wahyumaniadi ออกโค้งได้ก่อนใคร คว้าแชมป์ไปครอง อันดับที่ 2 Troy Alberto อันดับที่ 3 Herlian Dandi ส่วนนักบิดจากประเทศไทย วัชรินทร์ ทับทิมอ่อน ไล่ขึ้นมาจบอันดับที่ 6 เข้าสู่เรซที่ 2 หลังจากที่ผ่านรอบแรกไป กลุ่มผู้นำได้เริ่มแยกออกมา โดยที่คู่ชิงจ่าฝูงที่เกาะกลุ่มกันมาทั้ง 3 คัน ระหว่าง วัชรินทร์ ทับทิมอ่อน กับ Troy Alberto และ Herlian Dandi ก็เริ่มฉีกระยะห่างจากอันดับที่สี่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่วัชรินทร์ ทับทิมอ่อน ก็ไม่สามารถสลัดTroy Alberto ที่พยายามชิงตำแหน่งที่หนึ่งมาแบบหายใจลดต้นคอ ขณะที่ตลอดเกมชิงจ่าฝูงส่วนใหญ่จะเป็น Troy Alberto ขึ้นนำ แต่จะมาถูก วัชรินทร์ ทับทิมอ่อน ยกลึกไหลแซงเข้าโค้งสุดท้ายได้ก่อนบ่อยๆ โดยเฉพาะในรอบที่ 14 และในรอบที่ 15 ซึ่งเป็นรอบสุดท้าย วัชรินทร์ ทับทิมอ่อน ใช้ความถนัดในการเข้าโค้งสุดท้ายได้ลึกกว่าไหลแซงเข้าโค้งได้ก่อนTroy Alberto และสามารถผ่านธงตราหมากรุกได้ก่อน ดับฝันTroy Alberto ที่หวังจะคว้าชัยเรซสอง อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตาม ข่าวสาร Facebook คลิกที่นี้

เผยภาพ Spyshot Ducati Panigale V2 2020

หลังจากที่เราพึ่งทำข่าว Ducati V4 รุ่นพิเศษฉลองครบ 25 ปีให้กับ 916 ไปเมื่อไม่นานนี้นั้นล่าสุดได้มีภาพ Spyshot ของรุ่นน้องอย่างเจ้า Ducati Panigale V2 หรือ Ducati Panigale 959 ออกมาให้เราได้เห็นกันครับ โดยหากสังเกตุจากในภาพแล้วนั้นเจ้า Panigale V2 รุ่น Facelift คันนี้นั้นเรียกได้ว่าหยิบยืมดีไซน์ของรุ่นพี่อย่าง Panigale V4 มาแบบเต็มๆเลยก็ว่าได้ครับ และนอกจากดีไซน์ที่เหมือนรุ่นพี่แล้วสิ่งที่หน้าสนใจเกี่ยวกับเจ้า V2 คันนี้อีกอย่างก็คือสวิงอาร์มที่เปลี่ยนมาใช้แบบแขนเดี่ยวเช่นเดียวกับรุ่นพี่จากที่เคยใช้แบบแขนคู่มาก่อน ในส่วนของเครื่องยนต์นั้นคาดว่าจะถูกปรับเปลี่ยนมาให้มีแร้งม้าที่มากขึ้นกว่าเดิมจาก 157 แรงม้าเป็น 170 แรงม้าและคาดว่าจะรองรับมาตรฐานไอเสีย Euro5 อีกด้วย โดยทางเราคาดว่าจะได้เห็นเจ้า Ducati Panigale V2 คันนี้อย่างเป็นทางการครั้งแรกในงาน EICMA 2019 ที่ประเทศอิตาลี อย่างไรก็ดีหากมีข่าวสารเกี่ยวกับเจ้า V2 คันนี้มาเพิ่มทางเราจะรีบรายงานให้ท่านผู้อ่านทันทีครับ ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก morebikes ติดตามรีวิวรถเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารบน Facebook คลิกทีนี้

Yamaha YZF-R1M 2020 ข้อมูลและสเปคล่าสุด

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทางเราได้นำเสนอข่าวที่ว่าทาง Yamaha นั้นได้เปิดตัวเจ้า All-New Yamaha YZF-R1 2020 และ YZF-R1M ไปนั้นวันนี้เราจะพาคุณผู้อ่านไปชมสเปคแบบเดี่ยวๆ เน้นๆ ของเจ้ามอเตอร์ไซค์ Flagship ของทางค่าย Yamaha อย่างเจ้า YZF-R1M กันครับ เจ้า Yamaha YZF-R1M 2020 คันนี้นั้นได้มีการปรับเปลี่ยนในเรื่องของหน้าตาและออฟชั่นให้มีความุดันและทันสมัยมากยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับโฉมก่อนหน้านี้ที่เปิดตัวไปตั้งแต่เมื่อปี 2015 โดยเจ้า YZF-R1M คันนี้นั้นได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากรถที่ใช้แข่งในรายการ MotoGP อย่างเจ้า YZR-M1 นอกจากรูปทรงของตัวรถที่ดูโฉบเฉี่ยวและดุดันมากยิ่งขึ้นแล้วนั้นเจ้ามอเตอร์ไซค์คันนี้ยังมีแฟริ่งที่ถูกออกแบบมาให้มีการแหวกอากาศทำ Aerodynamics ได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมถึง 5% อีกด้วย และในส่วนของเครื่องยนต์นั้นจะมีขนาด 998cc แบบ 4 สูบเรียงให้กำลังแรงม้าสูงสุดถึง 13,500 รอบต่อนาทีและมีแรงบิด 113.3 นิวตันเมตรที่ 11,500 รอบต่อนาที มีเอกลักษณ์การจุดระเบิดแบบ Crossplane Crankshaft ที่มีการจุดระเบิดแบบไม่สม่ำเสมอกันแถมยังรองรับในเรื่องของมาตรฐานการปล่อยไอเสีย Euro 5 แล้วอีกด้วย นอกจากนี้ตัวเครื่องยนต์ลูกนี้ยังได้มีการปรับหัวลูกสูบใหม่ ระบบการกระจายน้ำมันใหม่ เพลาลูกเบี้ยวใหม่และกระเดื่องกดวาล์วแบบใหม่ แถมยังได้ระบบเซ็นเซอร์คันเร่งไฟฟ้าแบบใหม่ที่เรียกว่า APSG (Accelerator Position Sensor Grip) ที่ทำให้ความแม่นยำและนุ่มนวลมากขึ้นอีกด้วย มีการปรับระบบ Brake Control และการจัดการ Engine Brake ใหม่ โดยสามารถปรับระดับได้อิสระถึง 7 ระบบ และมาพร้อมกับระบบกันสะเทือนหน้าแบบหัวกลับรุ่น ERS (Electronic Racing Suspension) NPX ที่เป็นของ Ohlins โดยจะทำงานคู่กับระบบแก้ส นอกจากนี้ยังมีการเซ็ทอัพระบบกันสะเทือนหลังใหม่อีกด้วยครับ เจ้า R1M ตัวนี้นั้นจะใช้ชิ้นส่วนแบบคาร์บอนเพื่อการทำ Aerodynamics ที่ดีขึ้นในระหว่างที่ยางนั้นจะใช้เป็นของ Bridgestone รุ่น RS11 Battlax และมาพ้อมกับผ้าใบเบรกแบบใหม่เพื่อทำให้เบรกนั้นมีประสิทธิภาพมากที่สุด แถมทาง Yamaha ยังจัดเต็มยัดฟีเจอร์อำนวยความสะดวกมาให้แบบเรียกได้ว่าครบครันกันเลยทีเดียว โดยฟีเจอร์อำนวยความสะดวกต่างๆ นั้นจะประกอบไปด้วย ระบบควบคุมแกน IMU แบบ 6 แกนที่มาพร้อมกับระบบ Yamaha Ride Control ที่ควบคุมการขับขี่ Assist and Slipper Clutch ที่เอาไว้ป้องกันล้อหลังล็อคและท้ายปัด Traction Control System ที่ป้องกันล้อหมุนฟรี Launch Control System ที่ควบคุมรอบเครื่องยนต์ในการออกตัว Lift Control System ที่เอาไว้ป้องกันรถยกหน้า Slide Control System ที่ไว้ป้องกันรถสไลด์ Quick Shift System ระบบอำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนเกียร์โดยไม่ต้องกำคลัทช์ และ Power Mode Selection System ระบบโหมดการขับขี่ที่เน้นการปล่อยพลังที่แตกต่างกัน ทางด้านราคานั้นจะอยู่ที่ 26,099 ดอลลาร์หรือประมาณ 800,000 กว่าบาทเมื่อตีเป็นเงินไทยใครที่เป็นเเฟนของเจ้า R1M คันนี้ก็เตรียมเก็บเงินรอกันได้เลยครับเพราะมันมาแน่!! ติดตามรีวิวรถเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารบน Facebook คลิกทีนี้

เปิดตัว BMW G310R กับ G310GS 2020

BMW Motorrad ได้ทำการเปิดตัว BMW G310R กับ G310GS สีใหม่สำหรับปี 2020 อย่างเป็นทางการโดยเจ้า G310R กับ G310GS นั้นถือเป็นรถรุ่นเล็กที่สุดของทางค่ายที่จะใช้ประเทศอินเดียเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกไปขายทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยเราด้วยโดย G310R นั้นจะเป็นรถแนว Sport Naked ที่เน้นการใช้งานในเมืองเป็นหลักส่วน G310GS นั้นจะเป็นรถแนว Touring กึ่ง Adventure   โดยเจ้า G310R นั้นจะมาในสี Cosmic Black ในระหว่างที่เจ้า G310GS นั้นจะมาในสี Strato Blue Metallic โดยในส่วนของการอัปเดตสี Cosmic Black ในครั้งนี้นั้นจะเป็นไปตาม feedback ที่ได้จากลูกค้าในคราวก่อนที่ทาง BMW นั้นเคยใส่สีขาวเข้าไปในส่วนอื่นๆ ของตัวรถโดยครั้งนี้จะเปลี่ยนเป็นใช้สีดำหมด โดยสีดำนั้นจะตัดกับดีคอลสีแดงที่ด้านหน้าและด้านท้ายของตัวรถ ในด้านของสเปคนั้นเจ้า G310R และ G310GS 2020 จะใช้พื้นฐานเครื่องยนต์ขนาด 312cc 1 ลูกสูบ 4 จังหวะ และในเรื่องของแรงม้านั้นรถทั้งสองคันจะให้แรงม้าสูงสุดที่ 34 แรงม้า (PS) ที่ 9,500 รอบต่อนาทีและมีแรงบิดสูงสุดที่ 28 นิวตันเมตรที่ 7,500 รอบต่อนาทีและยังมีระบบฟังก์ชั่นพื้นฐานอย่าง ABS ที่เป็นแบบ Dual Channel ติดตามรีวิวรถเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารบน Facebook คลิกทีนี้    

เปิดตัว All-New Yamaha R1M และ R1 2020

ทาง Yamaha ได้ทำการเปิดตัว All New Yamaha R1M และ R1 รุ่นปี 2020 ในรายการ WSBK หรือ World Super Bike ที่สนาม Laguna Seca ณ ประเทศอเมริกา ซึ่งเจ้า R1 คันนี้นั้นเป็นการถ่ายทอด DNA มาจากรถแข่งรายการ MotoGP อย่าง M1 นั้นเองครับ และจุดเด่นหลักๆ ของเจ้า Yamaha R1 และ R1M รุ่นใหม่รุ่นนี้ก็มีหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นชุดแฟริ่งแบบใหม่ที่มีการปรับเส้นสายให้มีความโค้งมนมากขึ้นแต่ก็มีความแหลมคมมากขึ้นด้วย แถมยังมีส่วนไฟหน้า LED วินชิลด์ทรงสูง บังโคลนหน้า กาบแฟริ่งข้าง และช่องแรมแอร์ที่มีผลทำให้ aerodynamics ของรถคันนี้ดีขึ้นกว่าเดิมถึง 5.3 % นอกจากเรื่องของ aerodynamics แล้วทั้งเจ้า R1 และ R1M นั้นจะมีล้อกับถังน้ำมันแบบอลูมิเนียมและแม็กรถที่เป็นแม็กนีเซียมอีกด้วย โดยสำหรับรุ่น R1M นั้นจะมีการใช้ชินส่วนแบบคาร์บอนในระหว่างที่ยางนั้นจะใช้เป็นของ Bridgestone RS11 Battlax และมาพร้อมผ้าเบรกที่ใช้วัสดุแบบใหม่ที่ทำให้เบรกมีประสิทธิภาพมากที่สุด นอกจากนั้นแล้วในส่วนของเครื่องยนต์ของเจ้า R1 และ R1M จะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 998cc ที่เป็นแบบ 4 สูบเรียงและมีเอกลักษณ์ในการจุดระเบิดแบบ Crossplane Crankshaft ที่จะจุดระเบิดแบบไม่สม่ำเสมอกัน ในส่วนของฟีเจอร์อำนวยความสะดวกต่างๆ ที่รถคันนี้มีมาให้นั้นพูดได้เลยว่าจัดเต็มให้แบบสุดๆ ไม่ว่าจะเป็น ระบบควบคุมแกน IMU แบบ 6 แกนที่มาพร้อมกับระบบ Yamaha Ride Control ที่ควบคุมการขับขี่ Assist and Slipper Clutch ที่เอาไว้ป้องกันล้อหลังล็อคและท้ายปัด Traction Control System ที่ป้องกันล้อหมุนฟรี Launch Control System ที่ควบคุมรอบเครื่องยนต์ในการออกตัว Lift Control System ที่เอาไว้ป้องกันรถยกหน้า Slide Control System ที่ไว้ป้องกันรถสไลด์ Quick Shift System ระบบอำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนเกียร์โดยไม่ต้องกำคลัทช์ และ Power Mode Selection System ระบบโหมดการขับขี่ที่เน้นการปล่อยพลังที่แตกต่างกัน ส่วนทางด้านของราคาค่าตัวนั้นเจ้า R1 จะสนนราคาอยู่ที่ 17,399 ดอลลาร์ ส่วน R1M นั้นจะมีราคาอยู่ที่ 26,099 ดอลลาร์ ซึ่งพอตีเป็นเงินไทยแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 537,977 บาท และ 806,981 บาท ครับ ส่วนบ้านเรานั้นก็ต้องรอติดตามกันไปก่อนว่าทาง Yamaha ประเทศไทยจะมีการเอามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการเมื่อไหร่ ติดตามรีวิวรถเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารบน Facebook คลิกทีนี้  

Suzuki ญี่ปุ่นเผยโฉม GSX-250R สีใหม่

ในระหว่างที่ทางบ้านเรานั้นยังไม่มีวี่แววว่าเมื่อไหร่กันแน่ที่ทาง Suzuki จะบุกตลาด Bigbike ที่เป็น Entry Class อย่างรุ่น 250cc-400cc แบบค่ายอื่นๆ กันบ้างนั้นในญี่ปุ่นเองก็ได้ทำการขายเจ้า Suzuki GSX-250R ไปแล้วเป็นเวลาเกือบ 4 ปี และในตอนนี้นั้นทาง Suzuki ที่ญี่ปุ่นเองก็ได้เผยโฉมสีใหม่ของรุ่น GSX-250R ออกมาแล้วครับ   โดยสีใหม่ของเจ้า Suzuki GSX-250R นั้นจะยังคงเน้นไปที่โทนเดิมที่เคยเปิดตัวไปก่อนหน้านี้ในตอนแรกโดยจะประกอบไปด้วยสีโปรโมทหลักอย่างสีของ Suzuki Ecstar MotoGP Team ในส่วนของสเปคของเจ้า Suzuki GSX-250R นั้นก็ยังคงเหมือนเดิมที่มีมาตั้งแต่ปี 2016 โดยยังคงใช้เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 248 cc ระบายความร้อนด้วยน้ำสร้างกำลังได้ 24.7 แรงม้าที่ 8,000 รอบต่อนาที มีแรงบิด 23.3 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาทีและมาพร้อมระบบกันะเทือนหน้าตะเกียบคู่หัวตั้ง มาตรวัดแบบ Digital Full LCD โช้กอัพหลังเดี่ยวปรับพรีโหลดได้จับคู่กับสวิงอาร์มเหล็กกล่อง แต่ก็หน้าเสียดายหน่อยที่เจ้ามอเตอร์ไซค์รุ่นนี้นั้นไม่หน้าจะมีโอกาศเข้าไทยเพราะหากมันจะเข้ามันคงจะเข้ามานานแล้วเพราะในยุโรปเองก็มีขายเจ้ามอเตอร์ไซค์รุ่นนี้กันไปนานแล้วเช่นกันครับ ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก Youngmachine ติดตามรีวิวรถเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารบน Facebook คลิกทีนี้

เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว!! Ducati Panigale V4 25° Anniversario 916!!

หลังจากที่ก่อนหน้านี้เราได้รายงานข่าวว่าทาง Ducati นั้นเตรียมเปิดตัวเจ้า Panigale V4 เวอร์ชั่นพิเศษไปนั้น ล่าสุดทาง Ducati ได้เปิดตัวเจ้ามอเตอร์ไซค์สุดไฮโซรุ่นนี้อย่างเป็นทางการแล้ว!! โดยเจ้า Ducati Panigale V4 เวอร์ชั่นพิเศษคันนี้นั้นมีพื้นฐานมาจาก Panigale V4S และถูกทำออกมาเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 25 ปีของตัวแข่งรายการ WSBK ในตำนานอย่าง Ducati 916 นอกจากนี้รุ่นพิเศษรุ่นนี้นั้นจะผลิตออกมาเพียง 500 คันเท่านั้น!! และตัวรถแต่ละตัวนั้นจะมาพร้อม Serial number ประจำตัวรถอีกด้วย ในด้านของอุปกรณ์ของแต่งนั้น เจ้า Ducati Panigale V4 เวอร์ชั่นพิเศษคันนี้จะมาพร้อม ชิลด์สูงแบบ WSBK บังโคลนหน้าและหลังแบบคาร์บอน ที่พักเท้าที่สามารถปรับระดับได้ การ์ดส้นเท้าแบบคาร์บอน ครอบสวิงอาร์มแบบคาร์บอน และ ชุดแผงคอที่ทำการเลเซอร์ Serial number ของตัวรถ โดยราคาค่าตัวของเจ้า Ducati สุดไฮไซคันนี้จะอยู่ที่ 41,900 ยูโร หรือตีเป็นเงินไทยจะอยู่ที่ประมาณ 1,461,120 บาท หากใครที่เป็นแฟนค่ายแดง Ducati และชื่นชอบความหรูหราไฮโซอย่างนี้ก็พลาดไม่ได้แล้วล่ะครับเพราะของมีจำนวนจำกัดอย่างนี้ช้าหมดอดนะ!! ติดตามรีวิวรถเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารบน Facebook คลิกทีนี้

เผยสเปคแบบเต็มๆ ของ Harley Davidson Livewire

หลังจากที่ทาง Harley Davidson ได้เผยโฉมเจ้า Livewire รถไฟฟ้าคันแรกของทางค่ายไปนานพอสมควรแต่ทางเราก็ยังไม่ได้ข่าวคราวข้อมูลและสเปคของมันสักทีนึงทว่าในที่สุดวันนี้ทาง Harley Davidson ก็ได้เผยข้อมูลและสเปคของเจ้า Livewire แบบเต็มๆ มาให้เราได้รับชมกันแล้วครับ และแม้ว่ามันจะยังไม่มีมาขายในบ้านเราแต่เจ้ารถคันนี้นั้นก็เริ่มมีมาวางจำหน่ายและมีรถให้ทางสื่อได้เริ่มทดสอบกันแล้วในโซนอเมริกาและยุโรป โดยวันนี้เราจะมาเผยข้อมูลและสเปคแบบเต็มๆ ของเจ้ารถคันนี้ให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบกันครับ โดยเจ้ารถคันนี้นั้นจะมีแรงม้าถึง 103.5 bhp และมีแรงบิดที่ 86 ftlbs และมีขนาดความจุแบตเตอรี่ขนาด 15.5kWh ซึ่งทาง Harley Davidson นั้นเคลมเอาไว้ว่าสามารถวิ่งได้ 146 ไมล์ในเมืองและสามารถวิ่งได้ 70 ไมล์บนทางด่วน โดยแบตเตอรี่นั้นจะใช้เวลาในการชาร์จให้เต็มเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้นครับ และนี้คือสเปคแบบละเอียดของเจ้า Harley Davidson วัสดุและโครงสร้าง เฟรม: เป็นเฟรมแบบอลูมิเนียมหล่อขึ้นรูป สวิงอาร์ม: เป็นอลูมิเนียมแบบหล่อขึ้นรูป โช้กหน้า: ใช้ของ Showa ระยะยุบโช้กหน้า: 115 มิลลิเมตร โช้กหลัง: ใช้ของ Showa ระยะยุบโช้กหลัง: 115 มิลลิเมตร ชุดล้อหน้าและล้อหลัง: อลูมิเนียมหล่อ 5ก้านสีดำ ระบบเบรกหน้า: เป็นแบบดิสก์เบรกคู่ 300 มิลลิเมตร ระบบเบรกหลัง: ดิสก์เบรกคู่ 260 มิลลิเมตร ระบบความปลอดภัย: ABS ระบบไฟ แบตเตอรี่: แบตเตอรี่ลิเที่ยมไอออนแรงดัน 12.8 โวลท์, 24 วัตต์ชั่วโมง, 120 แอมป์ ชุดไฟส่องสว่าง: Full-LED รอบคัน มาตรวัด: จอ TFT มีความชัดระดับ WQVGA 480×272 พิกเซล ในส่วนของค่าตัวเจ้ารถคันนี้นนั้นจะอยู่ที่ 28,995 ปอนด์ หรือเมื่อตีเป็นเงินไทยจะอยู่ที่ 1,126,939.5 บาทครับ ใครที่เป็นแฟน Harley Davidson และอยากหล่อด้วยการรักโลกแบบนี้ก็เตรียมตัวกันให้ดีเพราะคิดว่ามันต้องเข้าไทยแน่ๆ ครับ ติดตามรีวิวรถเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารบน Facebook คลิกทีนี้

BMW HP4 Race เบา แรง 750 คันทั่วโลก ราคา 2.9 ล้าน!!

ในครั้งนี้เราจะพามาดู BMW HP4 Race ของดีค่ายใบพัดฟ้าขาว ที่วางจำหน่ายจริงพร้อมกับเปิดราคาที่ 2.9 ล้านบาทเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งรถคันนี้ถูกออกแบบให้ใช้สำหรับแข่งขันเท่านั้น แต่งเต็มทั้งคัน รวมไปถึงเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเข้าไปอยู่ภายในคันนี้ด้วย เรามาดูกันครับภาพจริง คันจริง มีอะไรบ้าง แฟริ่งฟูลคาร์บอนทั้งคัน ออกแบบสีและสวดลายคุมโทนแบบ tri-color ขาว น้ำเงิน แดง เพิ่มเติมความดุจากสีดำคาร์บอนเคฟล่า ช่วงหน้าโดดเด่นด้วยโช้ค Ohlins Sub-tank FGR ประกบด้วยระบบเบรค Brembo MonoBlock  จานเบรค Brembo T-Drive คันนี้ต้องบอกก่อน เฟรมทั้งคันก็เป็นคาร์บอนน้ำหนักเบาอีกเช่นกันโดยรวมแล้วเฟรมมีน้ำหนักไม่ถึง 8 กิโลกรัม ส่วนแท่งๆอันเล็กนั้นคือ กันสะบัด Ohlins ที่ติดมาให้ใต้แผงคอรถด้านหน้า จอเรือนไมล์แสดงผลแบบ 2D ที่จะแสดงค่ามาตรฐานทั้งหมดของคันนี้เป็นอุปกรณ์ที่จะเห็นได้ในเฉพาะรถแข่งเท่านั้น ที่เห็นตัวเลขบนแผงคอ 502/750 นั้นก็คือ คันที่ 502 จาก 750 คันทั่วโลก เท่ากับว่าคันนี้มีเจ้าของแล้ว ช่วงล่างหลังโช้คที่ใส่ Ohlins TTX GP เห็นแต่คาร์บอนทั้งคัน เครื่องยนต์คันนี้มีความจุ 1000 ซีซี พ่วงแรงม้าที่ 212 แรงม้า น้ำหนักรวมของเหลวอยู่ที่ 177 กิโลกรัม ถือว่าเบามากๆ ถ้าเทียบต่อแรงม้าที่ให้มา ท่อ Full Akrapovic ไทเทเนี่ยมทั้งใหม่ ระบายไอเสียได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญเบา แฟริ่งที่เป็นแบบฟูลคาร์บอนไม่พอ ยังใส่ตัวล้อที่เป็นคาร์บอนมาให้ด้วยจากโรงงานทำให้ มีน้ำหนักนั้นเบาลงไปอีกพร้อมกับรัดด้วยยาง pirelli diablo superbike slick ที่ใช้แข่งในรายการ WSBK BMW HP4 Race คันนี้เหมาะสำหรับลงแข่งเป็นอย่างมาก ทั้งเบา ทั้งแรง จัดเต็มด้วยระบบเทคโนโลยีที่ใส่เข้ามาให้ ทั้งระบบควบคลุมกันล้อหน้าลอย การปรับเอ็นจิ้นเบรคได้ 15 ระดับ และยังมีระบบ แทร้คชั่นอีก 15 ระดับ ค่อนข้างที่จะให้มาละเอียดกว่ารถ BMW s1000RR ทั่วไป ส่วนใครที่เอื้อมไม่ถึงคันนี้ก็อดใจรออีกหน่อย BMW S1000RR 2019 น่าจะใกล้เข้ามาแล้วพร้อมกับถอดแบบเทคโนโลยี อะไรมาบ้างก็ต้องรอดุกันต่อไป ส่วนราคาที่พรายกระซิบมา ไม่น่าจะเกิน 900,000 บาท ยังไงก็ติดตามกันต่อไปครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวบน Facebook คลิกที่นี้