SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
ZXmoto 500rr จ่อประกอบและวางจำหน่ายในไทย

หากพูดถึงกระแสรถมอเตอร์ไซค์สปอร์ตแฟริ่งในพิกัดมิดเดิลเวทที่ร้อนแรงที่สุดในช่วงเวลานี้ คงหนีไม่พ้นข่าวมอเตอร์ไซค์ของค่ายรถหน้าใหม่จากแดนมังกรที่ทำเอาค่ายรถญี่ปุ่นถึงกับต้องมองค้อน เพราะล่าสุดมีกระแสข่าววงในหลุดรอดออกมาว่

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
เบรกหนึบแถมได้ขิง! Brembo Racing  ของแต่งชิ้นแรกของไบค์เกอร์ที่ควรมี

Brembo Racing ระบบเบรกจากสัญชาติอิตาลี โดยผู้แทนนำเข้าในไทยอย่าง Maverix Group ก็พร้อมที่จะบุกตลาดสองล้อเต็มสูบกับโปรดักท์ใหม่ให้เลือกมากมาย

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Buell SuperTouring 1190 2025

Buell SuperTouring 1190 เผยโฉมพร้อมให้พรี คาดส่งมอบ 2025 เผยโฉมมาอีกหนึ่งโมเดลสำหรับค่ายรถสัญชาติมะกันอย่างบูเอล ครั้งนี้เป็นเจ้า Buell SuperTouring 1190 ที่แค่ได้ยินชื่อรุ่นแล้วก็รู้ได้ทันที่ว่าเป็นมอเตอร์ไบค์ประเภทไหน ซึ่งครั้งนี้ไม่ใช่แค่โมเดลโปรโตไทป์หรือรถต้นแบบแต่เป็นโมเดลที่พร้อมที่จะผลิตเพื่อส่งขายแล้วนั่นเอง แม้ว่าตัวแฟริ่ง รูปลักษณายนอกจะยังคงเดิมไม่เปลี่ยนไปเสียเป็นส่วนมาก แต่ด้านหน้ารถใหม่เปลี่ยนรถแทบจะเปลี่ยนภาพลักษณ์เดิมไปเลย ซึ่งโมเดลนี้มีการพัฒนาร่วมกับทาง J. Ruiter ที่เป็นดีไซเนอร์ที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย แฟริ่งด้านหน้าทำให้โมเดลนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงจากตัวรถต้นแบบอย่างชัดเจน จะเห็นได้จากปีกหรือวิงก์เล็ตที่ทำให้โมเดลซูเปอร์ทัวริ่งคันนี้ดูทันสมัยยิ่งขึ้น ภายใต้แฟริ่งลงมาก็คือขุมพลังเดิมที่เป็นเหมือนหัวใจหลักของทางค่ายในตอนนี้ ซึ่งก็คือเครื่อง ET-V2 ขนาด 1,190 ซีซี ที่เป็นเครื่องวีทวินขนาด 72 องศา ที่มีกำลังอัดสูงจากการใช้ลูกสูบขนาดใหญ่ โดยตัวเครื่องให้กำลังสูงสุดที่ 185 แรงม้าที่ 10,600 รอบ และแรงบิดที่ 138.3 นิวตันเมตรที่ 8,200 รอบ ก็เรียกได้ว่าไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ กับค่ายรถอเมริกันค่ายนี้ โดยค่อย ๆ เริ่มกอบกู้ชื่อเสียงขึ้นมาทีละเล็กละน้อย ด้วยการผลิตรถขึ้นมาตามสั่งและส่งมอบประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครให้กับผู้ใช้ ซึ่งโมเดลนี้ก็เช่นกัน มีการเปิดให้พรีออเดอร์ก่อน และจะเริ่มส่งมอบภายในปี 2025 โดยที่ทางแบรนด์ไม่ลืมที่จะใส่ DNA ความเป็นตัวตนของทางบูเอลเข้าไปและปรุงให้มันเข้ากับเซ็กเมนต์ของรถ จนได้เป็นทัวริ่งระดับท็อปของทางค่ายที่จะพาตลาดรถอเมริกันให้มันมีความเร็ว มันคล่องตัว และมันมีสมรรถนะที่ดี อย่างไรก็ดีตอนนี้ทางค่ายยังไม่ได้ระบุสเปกเต็ม ๆ แต่ได้ประกาศแล้วว่าราคาจะเริ่มต้นที่ 21,995 ดอลลาร์หรือราว ๆ 760,000 บาท โดยพร้อมเปิดให้พรีออเดอร์ด้วยการจ่ายเงินจองเพียง 25 ดอลลาร์เท่านั้น และสำหรับโมเดลนี้ถ้ามีอัปเดตอะไรเราก็จะนำมานำเสนอต่อให้ทุกท่านได้รับทราบกันครับผม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Shark Skwal i3

Shark Skwal i3 หมวกอัจฉริยะที่มาพร้อมระบบไฟเบรก หมวกกันน็อคสัญชาติฝรั่งเศสแต่ผลิตไทยล่าสุดโชว์เทคโนโลยีเสริมความปลอดภัยให้กับหมวกกันน็อกของตัวเอง เปิดตัว Shark Skwal-i3 หมวกเต็มใบที่มาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะ ซึ่งก็คือระบบไฟเบรกในตัวที่ไม่จำเป็นต้องต่อสายหรือเชื่อมต่ออะไรกับรถ ซื้อมาก็สามารถใช้ได้เลย เดิมทีหมวกรุ่นนี้เคยเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2015 และมาพร้อมกับไฟ LED 4 ตำแหน่งที่ด้านหน้าตัวหมวกซึ่งสามารถปรับให้ติดค้างหรือกระพริบได้ ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยให้กับผู้ใช้ถนนคนอื่น ๆ มองเห็นเจ้าของหมวกได้ชัดเจนยิ่งขึ้นซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้เป็นอย่างดี แต่สำหรับเจ้าหมวกที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้เป็นเจเนอเรชันที่ 2 ที่มาพร้อมกับไฟเบรก 2 จุดซึ่งติดตั้งที่ด้านหลังส่วนบนของช่องลม ซึ่งตรงจุดนี้ทางค่ายบอกว่าตั้งใจให้ท้ายดูปราดเปรียวเหมือนกับไฮเปอร์คาร์ ทว่าสิ่งที่เจ๋งที่สุดคือระบบนี้ไม่ต้องการการเชื่อมต่ออะไรทั้งนั้น ไม่ว่าจะแอพพลิเคชันหรือจะต้องโยงสายอะไรมาจากรถเลย ระบบจะตรวจจับแรงเบรกผ่านเซ็นเซอร์ตรวจจับความเร่งแบบสามแกน ซึ่งจะตรวจจับการเคลื่อนไหวของรถทั้งสามแกน ผลที่ได้คือระบบอัจฉริยะที่จะกระพริบไฟเบรก 3 ครั้งต่อวินาทีเวลาเบรกปกติ และ 5 ครั้งต่อวินาทีเมื่อเบรกหนัก ๆ หรือเบรกฉุกเฉินนั่นเอง ซึ่งช่วยเตือนให้ผู้ใช้ถนนคนอื่น ๆ ที่ตามมารู้ได้ว่าผู้ที่ใส่หมวกใบนี้นั้นเบรกหนักอยู่นะ ผู้ใช้หมวกสามารถปรับแต่งไฟ LED ด้านหน้าได้ 3 โหมดเช่นเดียวกับเจ็นฯ ก่อนหน้า ขณะที่ไฟเบรกจะไม่สามารถปรับแต่งได้ ทั้งนี้ระบบไฟทั้งหมดจะใช้แหล่งพลังงานจากแบตเตอรี่ที่สามารถชาร์จได้ผ่านพอร์ต USB และใช้งานได้นาน 12 ชม.เมื่อชาร์จเต็ม 3 ชม. และโหมด Sleep จะเริ่มทำงานหลังจากไม่เคลื่อนที่ใด ๆ 2 นาที และหลังจากครบ 24 ชม.จะปิดระบบทั้งหมดเพื่อประหยัดแบตเตอรี่ นอกจากระบบอัจฉริยะดังกล่าวแล้วหมวกใบนี้ยังมีลูกเล่นดี ๆ อย่าง การถอดชิลด์หน้าได้ไวโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือใด ๆ เพียงแค่ยกชิลด์หน้าขึ้นและกดปุ่มสองปุ่มเท่านั้น รองรับมาตรฐาน ECE 22:06 ซึ่งจะช่วยลดอาการบาดเจ็บเวลาเกิดอุบัติเหตุได้มากขึ้นอีกด้วย สุดท้ายนี้หมวกวางจำหน่ายด้วยราคาประมาณ 11,000 บาทเท่านั้น (ราคาต่างในยุโรป) ราคาไทยยังไม่เปิดเผย เรียกได้ว่าฟีเจอร์อย่างล้ำ แต่ราคาไม่แพง ถือว่าน่าคบหา และน่าจะเป็นแบบอย่างให้ค่ายอื่นทำอะไรล้ำ ๆ มาแข่งขันกันบ้างนะครับเนี่ย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Solar Proud 125 ราคา สเปค แฟมิลี่ไบค์คลาสสิก 

Solar Proud 125 ราคา สเปค แฟมิลี่ไบค์คลาสสิก     Solar Proud 125 แฟมิลี่ไบค์รุ่นใหม่จากค่าย Solar ในพิกัด 125 ซีซี. พร้อมการดีไซน์แบบคลาสสิก เรียบหรู ดูดีอย่างลงตัว ในคอนเซ็ปต์ PAVE YOUR OWN WAY ใช้ชีวิตให้ PROUD ในแบบคุณ ราคาแนะนำ 42,900 บาท ​ เรือนไมล์ดิจิทัล LCD แสดงผลฟังก์ชันครบครัน พร้อมลูกเล่นกับสีหน้าจอในเวลาเปลี่ยนเกียร์ ระบบไฟส่องสว่าง Full LED ช่องเก็บของอเนกประสงค์   โช้คน้ำมัน ฝั่งประกับซ้าย เบาะชิ้นเดียวตอนยาว ที่แขวนหมวกด้านข้าง Solar Proud 125 ราคา สเปค และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยอากาศ ปริมาตรกระบอกสูบ 123.7 ซีซี แรงม้า (เคลม) 8.16 แรงม้าที่ 8,000 รอบ แรงบิด (เคลม) 8.8 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบ ระบบวาล์ว SOHC 2 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 54 x 54 ม.ม. อัตราส่วนการอัด 8.4 : 1 ระบบเกียร์ ธรรมดา แบบ 4 เกียร์วน ระบบจุดระเบิด CDI ระบบจ่ายเชื้อเพลิง คาบูเรเตอร์ ระบบสตาร์ท สตาร์ทมือและสตาร์ทเท้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 60/90-17 แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 70/90-17 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คคู่ เทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คสปริงคู่ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรก เบรกหลัง ดรัมเบรก กว้าง X ยาว X สูง 785 X 1,930 X 1,220 ม.ม. ระยะฐานล้อ NA ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ NA ความสูงเบาะ NA น้ำหนักรถ 93 ก.ก. ความจุถังน้ำมัน 3.5 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ 91,95 และ E10 เทคโนโลยี ไฟหน้า LED เรือนไมล์ดิจิตอล   สีสันที่มีจำหน่าย รุ่น Solar Proud 125   อ่านบทความรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ รีวิว Solar Proud 125 แฟมิลี่ไบค์ เรียบหรู ดูดีอย่างลงตัว อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Kawasaki Versys 650 2023  สเปคและราคา สปอร์ตทัวริ่งโฉมใหม่

Kawasaki Versys 650 2023  สเปคและราคา สปอร์ตทัวริ่งโฉมใหม่     Kawasaki Versys 650 ทัวริ่งไบค์โฉมใหม่ไซส์กลาง ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Versys 1000 โดดเด่นด้วยไฟ LED ใหม่ที่ทันสมัย กับขุมพลัง 2 สูบเรียง 649 ซีซี ให้การขับขี่ สนุก เร้าใจ ราคาแนะนำ 329,500 บาท ​ หน้าจอสี TFT ระบบส่องสว่าง LED รอบคัน   ชิลล์หน้าปรับง่าย ได้ถึง 4 ระดับ ระบบเบรก ABS Kawasaki Versys 650 2023 สเปค ราคาและรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 649 ซีซี แรงม้า (เคลม) NA แรงบิด (เคลม) NA ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 83.0 x 60.0 มม. อัตราส่วนการอัด 10.8 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง Fuel injection ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70 ZR17M/C ยางหลัง 160/60 ZR17M/C ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ ปรับระดับได้ ขนาด 41 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยวปรับพรีโหลดได้ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกคู่ ขนาด 300 มม. พร้อมคาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกขนาด 250 มม.คาลิเปอร์ลูกสูบเดียว กว้าง X ยาว X สูง 2,165 x 840 x 1,400 มม. ระยะฐานล้อ 1,415 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 170 มม. ความสูงเบาะ 845 มม. น้ำหนักรถ 219 กก ความจุถังน้ำมัน 21 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี หน้าจอ TFT ขนาด 4.3 นิ้ว ระบบไฟส่องสว่าง LED ระบบเบรก ABS  แทร็คชั่นคอนโทรล   สีสันที่มีจำหน่าย  รุ่น Versys 650     อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

รีวิว Eliminator 400 ครูเซอร์ตัวเท่ เครื่องยนต์แจ่ม จาก Kawasaki

รีวิว Eliminator 400 เซอร์ตัวเท่ เครื่องยนต์แจ่ม จาก Kawasaki พบกันอีกครั้งกับคอลัมน์ รีวิวและทดสอบรถมอเตอร์ไซค์ ครั้งนี้ทางทีมงาน SuperBikeThailand ก็ได้มีโอกาสจับตัวโมเดลครูเซอร์รุ่นใหม่อย่าง Eliminator 400 จากค่ายคาวาซากิ มาทดสอบความเร็ว การเลี้ยวทางโค้ง ระบบเบรกและฟีลลิ่งช่วงล่าง บนสนามแข่ง พีระ เซอร์กิต เดี๋ยวมาดูกันว่า โมเดลรุ่นนี้จะมีสมรรถนะเครื่องยนต์ เทคโนโลยีและช่วงล่าง ฟีลลิ่งการขับขี่ ตอบโจทย์ได้มากน้อยแค่ไหน ไปดูกันครับ ก่อน รีวิว Eliminator 400 เรามาทำความรู้จักกับเจ้าโมเดลรุ่นนี้กันก่อน สำหรับเจ้า Eliminator มีสตอรี่เรื่องราวมาอย่างยาวนานกันเลยทีเดียว โดยถูกผลิตและจัดจำหน่ายครั้งแรกในปี 1985 จนกระทั่งปัจจุบัน ซึ่งมีด้วยกันถึง 9 โมเดล โดยมีขนาดเครื่องยนต์ให้เลือกตั้งแต่ 125 ซีซี ไปจนถึง 1,000 ซีซี สำหรับรุ่นแรกที่ถูกผลิตขึ้นมาก็คือ ZL900 ที่ใช้เครื่องยนต์แบบเดียวกันกับรถที่เร็วที่สุดในโลกในขณะนั้นอย่างเจ้า GPZ900 และรุ่นสุดท้ายคือ Eliminator 125  สำหรับโมเดลล่าสุดที่เปิดตัวมานั้น มีการออกแบบมาในสไตล์รถครูเซอร์ย้อนยุค แต่เปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย กับโฉมสีดำที่ให้ความ เท่ สุขุม พร้อมด้วยไฟหน้าทรงกลม ระบบไฟส่องสว่างแบบ LED รอบคัน เรือนไมล์ดิจิทัล LCD ถังน้ำมันทรงหยดน้ำความจุ 13 ลิตร บวกกับเฟรมโครงเหล็กกล้า ที่ได้รับการออกแบบมาจาก Ninja400 ผสมกับการออกแบบ Long and Low ที่มี Geometry ที่ทำให้รู้สึกว่าเบาและนั่งสบายในเวลาขับขี่ ด้านขุมพลังเครื่องยนต์จะเป็นพื้นฐานเดียวกันกับ Ninja400 กับ 2 สูบเรียง 399 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้พละกำลังแรงม้าสูงสุด 48 แรงม้า ที่ 10,000 รอบต่อนาที และแรงบิดที่ 37 นิวตันเมตรที่ 8,000 รอบต่อนาที ถือว่าให้ความเร็วมาได้ดี ในโมเดลพิกัดนี้ ต่อกันที่ช่วงล่าง โช้คหน้าแบบเทเลสโคปิก ขนาด 41 มม. โช้คหลังสตรัทสปริงคู่ สามารถปรับระดับให้เหมาะกับกับตัวผู้ขับขี่อีกด้วย ส่วนเบรกหน้า-หลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 310 มม.และ 240 มม. ล้อหน้า 18 นิ้ว ล้อหลัง 16 นิ้ว และเสริมด้วยยางหน้า-หลังขนาด 130/70 และ 150/80 ตามลำดับ  ส่วนฟีเจอร์ตัวรถ เริ่มด้วยหน้าจอเรือนไมล์ LCD ที่แสดงผลฟังก์ชันครบครัน ระบบเทคโนโลยีกับหน้าจอ LCD Full Digital พร้อมฟังก์ชันการใช้งานครบครัน พร้อมกันนี้ยังสามารถเชื่อมต่อผ่านแอพพลิเคชั่น “RIDELOGY” ซึ่งประกอบไปด้วยฟังก์ชั่น Vehicle Info, Riding Log, Telephone Notice, Tuning-General Setting  รวมถึงระบบไฟส่องสว่าง LED รอบคัน พร้อมระบบกระจายแรงเบรก ABS ที่จะมาช่วยลดระยะการเบรกได้นุ่มนวลมากยิ่งขึ้น ฟีลลิ่งการขับขี่ ท่านั่งการขับขี่ หลังจากที่ได้ทดสอบการขับขี่กันไปแล้ว ฟีลลิ่งที่รู้สึกอย่างแรกเลยก็คือ ท่านั่งการขับขี่ โดยความยาวระหว่างแฮนด์กับเบาะผู้ขับขี่ไม่ห่างมากจนเกินไป ที่พักเท้าอยู่นตำแหน่งที่พอดี ทำให้นั่งแล้วรู้สึกหลังตรง นั่งสบาย ไม่งอเข่า บวกกับระยะแฮนด์ที่ไม่กว้างมาก ทำให้ตำแหน่งการวางแขนเป็นธรรมชาติ ความสูงเบาะรู้สึกได้ว่าพอดี นั่งคร่อมแล้วขาไม่ลอยเลยกับส่วนสูงที่ 170 -175 ซม. แต่ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะเบาะผู้ขับสามารถปรับระดับได้นั่นเอง หายห่วง ขี่แล้วสนุก ให้ความสปอร์ตในสไตล์ย้อนยุค ส่วนเครื่องยนต์ อย่างที่กล่าวมาว่าโมเดลรุ่นนี้ ออกแบบพื้นฐานเครื่องยนต์ตัวเดียวกับโมเดล Ninja 400 พอขับขี่แล้วให้ฟีลลิ่งของความเป็นรถสปอร์ตในตัวครูเซอร์ ในความเร็วสูงสุดที่สัมผัสได้ในสนามแข่งเกือบ ๆ 150 กม./ชม. ซึ่งเหมาะสมกับการออกทริป เดินทางไกลในระยะ 200 – 300 กม. ได้สบาย ๆ ถือว่าตอบโจทย์ ช่วงล่างนุ่มนวล ปลอดภัย ส่วนช่วงล่างโช้ค ดิสก์เบรกหน้า-หลัง กับล้อหน้า 18 นิ้ว ล้อหลัง 16

Tough Cafe คอมมูนิตี้แห่งใหม่ ของคนรักรถมอเตอร์ไซค์

Tough Cafe คอมมูนิตี้แห่งใหม่ ของคนรักรถมอเตอร์ไซค์ ถ้าให้พูดถึงศูนย์บริการเซอร์วิสรถจักรยานยนต์คุณภาพอันดับต้น ๆ ของประเทศ “Club moto” คงเป็นหนึ่งในนั้นอย่างแน่นอน กับศูนย์บริการอะไหล่ของแต่งและเซอร์วิสรถจักรยานยนต์ครบวงจร ที่เปิดให้บริการลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง ครั้งนี้ มีข่าวดีเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ กับการเปิดตัวคอมมูนิตี้สไตล์ไบค์เกอร์ เอาใจคนรัก 2 ล้อ ที่จะเข้ามารับประทานอาหารหรือจิบกาแฟชิล ๆ ชมบรรยากาศภายในร้าน ที่มีกลิ่นอายของความเป็นคาเฟ่ไบค์เกอร์ พร้อมของประดับตกแต่งอย่างรถมอเตอร์ไซค์คัสตอม ที่เรียกได้ว่าหายากที่สุด มารวมอยู่ที่เดียวกันในที่แห่งนี้ กับ “Tough Cafe (ทัฟ คาเฟ่)”  และในโอกาสนี้ทีมงาน SuperBike Thailand จะพามาส่องสำรวจ Tough Cafe แห่งนี้ ไปพร้อมกับการสัมภาษณ์พูดคุยแบบเป็นกันเอง สบาย ๆ กับบอสใหญ่ หัวใจไบค์เกอร์อย่าง ดร.อรรถพงษ์ สกุลศรีประเสริฐ หรือดร.ป๊อป ที่จะมาเล่าถึงที่มาที่ไปและความพิเศษอันเป็นเอกลักษณ์ของเคเฟ่แห่งนี้ ว่ามีความพิเศษอย่างไรบ้าง ไปชมกัน  ดีไซน์ที่มีกลิ่นอายความเป็นคาเฟ่ไบค์เกอร์     สำหรับคอมมูนิตี้แห่งนี้ มีการดีไซน์ออกมาในสไตล์ Factory Loft กับโทนสีเข้ม รวมไปถึงวัสดุตกแต่งและรถคัสตอม ที่ให้บรรยากาศกลิ่นอายของความเป็นคาเฟ่ไบค์เกอร์สไตล์เมืองนอก ที่จะสื่อถึงผู้ที่ชื่นชอบมอเตอร์ไซค์หรือคนที่ไม่ค่อยขับขี่รถ 2 ล้อ ได้เข้ามาทำความรู้จักกับสังคม “มอเตอร์ไซต์” ขอบอกเลยว่ามีเสน่ห์ ลงตัวสุด ๆ เมนูคุณภาพ พร้อมเสิร์ฟ  นอกจากนี้ ทัฟ คาเฟ่ ยังคัดสรรเมนูสุดพิเศษพร้อมเสิร์ฟลูกค้า โดยเมล็ดกาแฟทางร้านได้คัดเกรดระดับท็อบของประเทศจาก Bottomless รวมไปถึงเครื่องดื่มต่าง ๆ เบเกอรี ในราคาที่ถือว่าตอบโจทย์ ไม่แพง และในอนาคตเร็ว ๆ นี้ ทางร้านจะมีเมนูอาหารที่เป็นซิกเนเจอร์กับเมนูสุดพิเศษ Off The Day อิมพอร์ตจากท้องถื่น ซึ่งจะเป็นรายการอาหารภูมิปัญญาชาวบ้าน อาทิ เครื่องแกงสมุนไพร เมนูเห็ดโคน ฉู่ฉี่ห่อหมก ประมาณ 2-3 เมนู เป็นต้น         อีกทั้ง ทางร้านยังให้บริการเช่าพื้นที่จัดเพื่ออีเว้นท์ต่าง ๆ สำหรับลูกค้าที่ทำกิจกรรมมีตติ้งสนุก ๆ รวมไปถึง กิจกรรมคอนเสิร์ตดนตรีในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งดนตรีสด, แทร็ป, EDM ให้ลูกค้าสามารถเข้ามาใช้บริการได้อีกด้วย โปรโมชั่นสุดพิเศษ สำหรับโปรโมชั่นจากร้าน สำหรับลูกค้าที่เข้ามาบริการเซอร์วิสที่คลับโมโต เช่น เอารถมาเช็คระยะ ทางร้านมีเมนูเครื่องดื่มให้ฟรี นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชั่นบริการล้างรถฟรีสำหรับลูกค้าอีกด้วย เมื่อรู้จักคอมมูนิตี้แห่งนี้กันพอสมควรแล้ว ตอนนี้เรามาดูบทสัมภาษณ์ของ ดร.ป๊อป กันบ้าง ว่าคาเฟ่สุดชิคแห่งนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร ก่อนจะมาเป็น Tough Cafe  สำหรับ ทัฟ คาเฟ่ เรามีความคิดที่จะเริ่มทำเมื่อ 8-9 ปีที่แล้ว ซึ่งเดิมสถานที่แห่งนี้ ก่อนมาเป็นเซอร์วิส เซ็นเตอร์ ในตอนนั้นเราอยากจะทำรถคัสตอม ทำร้านคาเฟ่แบบแนวสุดโต่ง แต่ทว่าช่วงนั้นเรายังไม่ได้ศึกษาตลาด จึงคิดว่ายังไม่น่าคุ้มที่จะลงทุน อีกอย่างหนึ่งก็คือ ตัวแบบของร้านคาเฟ่ที่อยากจะทำ อยากจะทำคาเฟ่แนวคล้าย ๆ ร้าน Deus, Ace Cafe สไตล์อังกฤษ ซึ่งเป็นคาเฟ่ที่มีทั้งรถคัสตอม แอกเซสเซอรี่ เสื้อผ้า คาเฟ่ ร้านอาหาร ครบจบหมดที่เดียว รวมไปถึง อยากจะทำคาเฟ่ให้เป็นสไตล์ของการเป็น Cafe Racer ให้เป็นสถานที่ของการรวมพลเหล่าไบค์เกอร์หลากหลายกลุ่มมาทำกิจกรรมร่วมกัน อย่างเช่น การแข่งรถมอเตอร์ไซค์ที่มีการเดิมพันอย่างสนุกสนาน มันเป็นความสนุกที่อยากจะหยิบยื่นเอามาทำในประเทศไทย โดยทั้งหมดนี้ เป็นแพลนที่เราจะทำเมื่อ 8-9 ปีที่แล้ว แต่ต้องพับโปรเจกต์ไปก่อน เพราะว่าทำแล้วกลัวไม่เกิด  แต่ปัจจุบัน พอเป็นเซอร์วิส เซ็นเตอร์ ขึ้นมาแล้ว เราก็อยากทำร้าน ทัฟ คาเฟ่ แห่งนี้ขึ้นมา ซึ่งตอนแรกผมจะทำเป็นสเกลขนาดเล็ก แต่ด้วยความชื่นชอบที่จะใส่กลิ่นอายความเป็นไบค์เกอร์เข้าไป จึงออกมาเป็นรูปแบบคอมมูนิตี้อย่างที่เห็น  จะมีการขยับขยายสาขาเพิ่มเติมอีกหรือไม่ ? สำหรับการขยับขยายในอนาคตคิดว่าไม่มี เพราะหัวใจหลักของการเปิดร้านคาเฟ่แห่งนี้ขึ้นมาก็คือ การพบปะกับลูกค้า หรือคนไม่ค่อยรู้จักมอเตอร์ไซค์ มาสัมผัสกับสไตล์คาเฟ่ไบค์เกอร์ มาสัมผัสกับสังคมแห่งนี้ ว่ามันมีอะไรที่พิเศษ มันมีความสนุก มันมีสไตล์ของมัน ตามเป้าหมายของเรานั่นก็คือการเนรมิตที่แห่งนี้ให้เป็นคอมมูนิตี้ของคนรักมอเตอร์ไซค์ครับ “ส่วนตัวไม่ได้ต้องการให้ลูกค้ามาเพื่อนั่งคาเฟ่อย่างเดียว อย่างคอนเซ็ปต์ที่กล่าวมาข้างต้น ว่าคาเฟ่แห่งนี้จะเป็นศูนย์รวมของคนรักมอเตอร์ไซค์ หรือคนที่สนใจในเรื่องมอเตอร์ไซค์ สร้างสังคมสำหรับคนรักรถ 2 ล้อ ได้มาพบปะพูดคุย

Honda Wave 110i 2023 เปิดตัวใหม่ล่าสุด

Honda Wave 110i 2023 กับการเปิดตัวครั้งใหม่ ในลุคสปอร์ตพรีเมียม พร้อมเครื่องยนต์ Honda Smart Engine ประหยัด แรง ทนทาน ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นที่ 1 ของ Honda Wave 110i 2023 โมเดลที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในทุกภาคทั่วประเทศตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทั้งยังครองใจคนไทยมายาวนานกว่า 2 ทศวรรษ ด้วยการเปิดตัว New Honda Wave110i ซึ่งมาพร้อมคอนเซปต์ “ทุกทิศทั่วไทย เชื่อใจที่ 1” New Honda Wave110i มาพร้อมกับการออกแบบดีไซน์ใหม่ เด่นสะดุดตาด้วยลายเส้นกราฟิกใหม่รอบคัน ไม่ว่าจะเป็นลายด้านข้าง หรือด้านหน้า ที่ให้ความรู้สึกสปอร์ต ทั้งเพิ่มความโดดเด่นด้วยเบาะสีแดง (เฉพาะรุ่นล้อแม็กสีขาว) สะท้อนรูปลักษณ์ความเป็นสปอร์ตพรีเมียมได้อย่างลงตัว หน้าปัดเรือนไมล์ดิจิทัล ระบบไฟส่องสว่าง ถังน้ำมัน ความจุ 5 ลิตร กล่อง U Box ขนาดใหญ่ 10 ลิตร อีกทั้งยังมาพร้อมกับความประหยัด แรง ทนทาน กับขุมพลัง Honda Smart Engine เทคโนโลยีที่ดีที่สุดของรถครอบครัว ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 110 ซีซี ระบบหัวฉีด PGM – FI ให้อัตราประหยัดน้ำมันสูงถึง 76.9 กม./ลิตร วิ่งได้ไกลอย่างต่อเนื่องด้วย Fuel Tank ความจุ 5 ลิตร ให้ทุกการเดินทางไม่ว่าจะเป็นภาคไหนก็เป็นเรื่องง่าย สบายใจเสมอ ทั้งยังใช้งานสะดวกด้วยหน้าปัดเรือนไมล์แบบดิจิทัล และกล่อง U-box ขนาดใหญ่ 10 ลิตรเก็บของได้อย่างจุใจ New Honda Wave110i พร้อมให้คนไทยเลือกเป็นเจ้าของแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยมีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่น ได้แก่ 1.รุ่นล้อแม็ก สตาร์ตมือ ดิสก์เบรก มี 4 สี ได้แก่ สีขาว-แดง สีดำ-แดง สีน้ำเงิน-เทา และสีแดง ราคาแนะนำที่ 46,400 บาท           2.รุ่นล้อซี่ลวด สตาร์ตมือ ดิสก์เบรก มี 3 สี ได้แก่ สีดำ-แดง สีน้ำเงิน-ดำ และสีแดง-ดำ ราคาแนะนำที่ 44,400 บาท 3.รุ่นล้อซี่ลวด สตาร์ตเท้า ดิสก์เบรก มี 3 สี ได้แก่ สีดำ-แดง สีน้ำเงิน-ดำ และสีแดง-ดำ ราคาแนะนำที่ 41,500 บาท     4.รุ่นล้อซี่ลวด สตาร์ตเท้า ดรัมเบรก มี 2 สี ได้แก่ สีดำและสีแดง ราคาแนะนำที่ 37,100 บาท หากใครที่สนใจ สามารถไปชมรถ New Honda Wave110i ได้ที่ Honda Wing Center ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand #NewWave110i #ทุกทิศทั่วไทยเชื่อใจที่1 #Honda #HondaMotorcycle #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Sondors-Metabeast

Sondors Metabeast เอ็นดูโร่ไฟฟ้าจากเมืองลุงแซมเผยภาพเรนเดอร์แล้ว Sondors Metabeast เปิดให้พรีออเดอร์แล้วแม้จะยังมีแค่เพียงภาพเรนเดอร์ก็ตาม สำหรับใครที่ยังรู้จักค่ายนี้นั้น ก็บอกให้สั้น ๆ ว่านี่คือค่ายรถจักรยานไฟฟ้าสัญชาติอเมริกาที่หันมาเปิดไลน์ผลิตมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอีกด้วย โดยโมเดลแรกก็จะเป็นในสไตล์ของออฟโร้ดหรือดูอัลสปอร์ต หรือที่บ้านเรานิยมเรียกกันว่าสไตล์เอ็นดูโร่นั่นเอง โดยเจ้าเมต้าบีสต์คันนี้ให้กำลัง 6 กิโลวัตต์หรือเทียบเท่ากับแรงม้าประมาณ 8 แรงม้า พร้อมแรงบิดที่ 40 นิวตันเมตร โดยสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่ราว ๆ 80 กม./ชม. ระยะการทำการได้ที่ราว ๆ 70 กม.ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งและวิ่งที่ความเร็วเฉลี่ย 40 กม./ชม. โดยอาศัยพลังงานจากแบตเตอรี่ขนาด 30 แอมป์ชั่วโมง 72 โวลต์ โดยมีน้ำหนักตัวรถที่เบาเพียง 55.8 กก.เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีรุ่นอัปเกรดโดยการเพิ่มรหัส X ต่อท้ายซึ่งจะให้กำลังมากกว่า โดยมีกำลังขนาด 18 กิโลวัตต์หรือราว ๆ 24 แรงม้ากับแรงบิดสูงถึง 60 นิวตันเมตร โดยเคลมความเร็วสูงสุดมาที่ 120 กม./ชม. และสามารถใช้งานได้ที่ 125 กม.ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งและวิ่งที่ความเร็วเฉลี่ย 50 กม. โดยอาศัยพลังงานจากแบตฯ ขนาด 55 แอมป์ชั่วโมง 96 โวลต์ ซึ่งใหญ่กว่าและนั่นทำให้มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น 90.7 กก. โดยรูปลักษณ์ภายนอกแทบจะไม่แตกต่างกันเลย ทั้งนี้ทางค่ายประเมินว่าทั้งสองโมเดลจะพร้อมส่งมอบได้ช่วงเดือนตุลาคม 2023 นี้ แต่ก็อาจจะไม่ตรงตามนั้นก็ได้ อย่างไรก็ตามทั้งสองโมเดลนี้จะจำหน่ายในอเมริกาและประเทศใกล้เคียง ส่วนประเทศอื่น ๆ คงต้องรอไปก่อนนะครับ    สุดท้ายนี้การขายแบบพรีออเดอร์ไว้ก่อนนี้ทางค่ายเคยทำสำเร็จมาแล้ว และตอนนี้ก็กำลังเปิดให้พรีออเดอร์ทั้งสองโมเดลนี้ในเว็บไซต์ โดยราคาอยู่ที่ 4,500 เหรียญหรือราว ๆ 155,000 บาท และรุ่น X จะอยู่ที่ 8,000 เหรียญหรือราว ๆ 275,000 บาท ทั้งนี้ราคายังไม่รวมภาษีและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ส่วนผู้ที่สนใจในบ้านเราอาจจะต้องนำเข้ามาเองซึ่งราคาก็คงจะเอาเรื่องเลยล่ะครับ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

รถไฟฟ้า BMW

รถไฟฟ้า BMW ในร่างของ G310R มีสิทธิบัตรออกมาแล้ว สำหรับค่ายใบพัดสีฟ้านั้นถือว่าเป็นค่ายรถที่ยืนอยู่แถวหน้าของวงการสองล้อไฟฟ้าเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นเจ้าที่บุกเบิกเรื่องนี้มาก่อนใครนานหลายปี จะเห็นได้จากเจ้า C-Evolution รถไฟฟ้า BMW คันแรก ซึ่งก็เปิดตัวมานานนับสิบปีแล้ว แต่เราก็ยังไม่ได้เห็นว่าทางค่ายจะทำรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจริง ๆ นอกเหนือไปจากสกู๊ตเตอร์สักทีนึง แต่ในอนาคตอันใกล้นี้เราอาจจะได้เห็นคันจริงแล้วก็ได้ครับ ตอนนี้มีภาพพิมพ์เขียวสำหรับใช้จดสิทธิบัตรที่เผยให้เห็นภาพลักษณะของมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ใช้ชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้วของทางค่ายผสมเข้ากับระบบขับเคลื่อนแบบไฟฟ้าที่นำมาจากสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าโมเดลล่าสุดของทางค่ายซึ่งก็คือเจ้า CE-04 นั่นเอง โดยนำมอเตอร์ไฟฟ้าย้ายมาใส่ในแพ็กเกจใหม่อย่าง G310R โดยมีการวางเพลาขับของมอเตอร์ในแนวยาวตามตัวรถแทนที่จะวางแนวขวางตามปกติ ซึ่งทำให้สามารถวางมอเตอร์ขนาดใหญ่ได้โดยที่ตัวรถยังคงมีมิติที่แคบพอที่จะทำให้คนขับนั่งคร่อมขี่รถได้  แบตเตอรี่เองก็สามารถวางในตำแหน่งที่อิสระมากขึ้น ซึ่งก็จะเป็นตำแหน่งเดิมที่เคยเป็นเครื่องยนต์ อย่างไรก็ดีในภาพไม่มีการระบุส่วนของเฟรม แต่เนื่องจากโมเดล G310R นั้นวางเครื่องแตกต่างจากค่ายอื่น ๆ ดังนั้นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันใหม่นี้น่าจะใช้เฟรมและช่วงล่างเดิมของ G310R ไม่ได้ ชิ้นส่วนสำคัญอย่าง ตัวแพ็คแบตเตอรี่ มอเตอร์  และชุดไฟที่เชื่อมต่อทั้งสองส่วนเข้าด้วยกัน ซึ่งยังดูเหมือนว่าจะยกมาจาก CE-04 มาเลย แต่มีการสับเปลี่ยนตำแหน่งให้ลงตัวกับรถใหม่ ซึ่งเดิมแบตจะติดตั้งในแนวขนานไปกับพื้น ขณะที่มอเตอร์ก็จะวางแนวขวางกับตัวรถอยู่ด้านหลัง และชุดควบคุมจะซ้อนกันอยู่ภายใต้เบาะนั่งคนขับซึ่งมันเหมาะกับสกู๊ตเตอร์ แต่ไม่เหมาะกับมอเตอร์ไซค์ปกติ ดังนั้นจึงต้องมีการปรับตำแหน่งและองศาของการติดตั้งชิ้นส่วนเหล่านี้ เนื่องจากฐานล้อของรถนั้นสั้นกว่ามากและตัวจุดศูนย์ถ่วงของรถที่สูงกว่า อย่างที่เห็นในภาพพิมพ์เขียวตัวแบตเตอรี่และมอเตอร์นั้นนำมาจาก CE-04 ดังนั้นสมรรถนะก็น่าจะไม่ต่างกันกับตัว CE-04 ซึ่งก็คือ 42 แรงม้าและแรงบิด 62.36 นิวตันเมตร ซึ่งในเวอร์ชันสกู๊ตเตอร์จะถูกระบบล็อกความเร็วไว้ที่ 120 กม./ชม.เท่านั้น แต่สำหรับมอเตอร์ไซค์น่าจะไม่ถูกจำกัด ส่วนระยะการใช้งานน่าจะอยู่ที่ราว ๆ 1280 กม.ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง จุดแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดคือตำแหน่งของการวางมอเตอร์จากแนวขวางมาเป็นวางตามแนวยาว และขับเคลื่อนผ่านชุดเกียร์ใหม่เพื่อถ่ายทอดกำลังไปสู่เฟืองหน้า และเลือกใช้ระบบขับสายพานส่งกำลังไปยังล้อหลัง เพื่อลดการดูแลรักษาและเสียงเมื่อเทียบกับแบบขับโซ่  ตัวเลย์เอาท์ใหม่นี้ยังคงไว้ซึ่งพื้นที่เก็บของที่กว้างขวางอีกด้วย เนื่องจากบริเวณที่เป็นถังน้ำมันเดิมนั้นสามารถใช้เป็นที่เก็บของได้ และใหญ่พอที่จะใส่หมวกกันน็อกได้ ถ้าภาพวาดดังกล่าวใช้สัดส่วนตรงตามจริง นอกจากนี้ยังสามารถใช้ชิ้นส่วนเดียวกันนี้ทำออกมาได้หลากหลายโมเดลแบบเดียวกับรถในตระกูล G อีกด้วย ซึ่งในภาพร่างจะเห็นได้ว่าล้อหน้ามีขนาดใหญ่แบบ GS ที่เป็นแอดเวนเจอร์ ขณะที่ไฟหน้านำมาจากรหัส R ที่เป็นเน็กเก็ดไบค์ นอกจากนี้รหัส RR ก็ยังเป็นไปได้ เพราะแฟริ่งที่มาช่วยเรื่องแอโรไดนามิกก็น่าจะช่วยให้รีดระยะทางการใช้งานได้มากขึ้นอีกด้วย งานนี้สาวกก็คงได้แต่เฝ้ารอล่ะครับว่าโมเดลไฟฟ้าคันใหม่จากค่ายใบพัดสีฟ้าค่ายนี้จะทำออกมาได้ดี ได้น่าสนใจมากน้อยแค่ไหนก็คงต้องติดตามกันต่อไปครับ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda Adventure Mania 2023

Honda Adventure Mania 2023 กับ 5 ความเฟี้ยวที่ไม่เหมือนใคร ก็ต้องบอกเลยว่าแทบจะห่างหายกันไปนานกับงานที่รวมเหล่าไบค์เกอร์ไม่ว่าจะเป็นสายแอดเวนเจอร์หรือเอ็นดูโร่ไว้มากที่สุด ครั้งนี้กลับมายิ่งใหญ่กว่าเดิมกับงาน Honda Adventure Mania 2023 เรามาดูจุดเด่นกันดีกว่าว่างานนี้มันเฟี้ยวไม่เหมือนใครยังไงกันบ้างดีกว่าครับ!! 1 สเตจสุดอลังการ ครั้งนี้ Honda Adventure Mania จัดขึ้นที่ Sam Canyon Lagoon สามร้อยยอด อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ท่ามกลางบรรยากาศงานที่บ่งบอกถึงสายลุยได้อย่างชัดเจน ด้วยสถานที่เต็มไปด้วยภูเขา หิน ทราย และบ่อน้ำ รวมไปถึงเลย์เอาท์สนามเเข่งขันในงานที่ให้กลิ่นอายความเป็นแอดเวนเจอร์ และฮาร์ดเอ็นดูโร่ซึ่งเหมาะเเก่การประลองฝีมือของสายลุยจริง ๆ  2 กิจกรรมจัดหนักจัดเต็ม ภายในงานก็จัดเต็มทั้งวัน กิจกรรมสำหรับ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั่วไปเเละผู้เข้าเเข่งขัน ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวม กว่า 200,000 บาท  ซึ่งแบ่งกิจกรรมออกเป็น 4 ส่วน คือ Race, Ride, Meeting และ Party  Race : แน่นอนว่าก็ตรงตามชื่อ นี่คือกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้สาวกฮอนด้าได้มาประลองฝีมือการขับขี่ของสายลุยแบบสุดดุเด็ดเผ็ดมันส์ ทั้งในแบบแอดเวนเจอร์และเอ็นดูโรกันเลย Ride : สำหรับกิจกรรมนี้ก็จะเป็นการเอาใจสายขับขี่ท่องเที่ยวเเบบสายลุย สำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั่วไป โดยเปิดโอกาสให้ขับขี่กันเเบบจุใจกับระยะทาง 20 กม. ซึ่งมีทั้งแบบออนโร้ดเเละเส้นทางแบบเทรล พร้อมลุ้นรับรางวัลเเละของที่ระลึกต่าง ๆ มากมาย Meeting : ไม่ใช่ว่าจะมีแต่เรื่องของการแข่งขันและการขับขี่ ตัวงานยังมีกิจกรรมให้ผู้เข้าร่วมงานสายลุยได้พบปะพูดคุยเเละร่วมกิจกรรมสุดมันส์อื่น ๆ ทั้ง ยิงธนู ปั่นจักรยาน พายซับบอร์ด เเละอื่น ๆ รวมไปถึงมีบูธจากแบรนด์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสายลุยมาออกงานให้ผู้คนที่ได้เข้าร่วมกิจกรรม  Party : และสำหรับกิจกรรมสุดท้ายก็เป็นกิจกรรมที่เปิดให้สนุกสนานแบบสุด ๆ ไปกับกิจกรรม Camping Party พร้อมทั้งวงดนตรีเเละเหล่า DJ ที่มาเสิร์ฟความมันส์ให้กับผู้ร่วมงานพร้อมทั้งร่วมลุ้นผลการเเข่งขันรอบไฟนอลไปพร้อม ๆ กัน เรียกได้ว่ามีกิจกรรมที่หลากหลายและไม่ได้จำกัดกับเฉพาะคนที่ไปแข่งเท่านั้น แต่ยังมีกิจกรรมให้กับคนที่ไปชมและไปเชียร์ได้สนุกกันด้วย 3 ครบรสสายลุย งานครั้งนี้ถือว่าครบรสชาติสำหรับสายลุยที่อยากปลดปล่อยความมันส์เพราะเส้นทางเเข่งขันมีทั้งแบบแอดเวนเจอร์และแบบเอ็นดูโร่ โดยมีการเปิดรุ่นการเเข่งขันถึง 6 รุ่นหลัก ได้แก่ Africa Twin, 750 Series, CB500X, CRF450RL, CRF L, CRF Rally เเละอีก 4 รุ่นย่อย ได้แก่ Adventure 50+, Adventure Lady, Enduro 50+ และ Enduro Lady  บอกได้เลยว่า หลากหลายเเละอัดเเน่นความดุเดือด ปลดปล่อยความมันส์ ไปกับการแข่งขันกันได้อย่างเต็มที่ไปเลย 4 Night Race สุดท้าทาย นี่คือไฮไลท์สำคัญสำหรับงาน Adventure Mania 2023 นี้เลยก็ว่าได้ การเเข่งขันรอบชิงจะเป็นไปในรูปแบบ Night Race ทั้งประเภทแอดเวนเจอร์ เเละเอ็นดูโร่ บอกเลยว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผู้เข้าร่วมงานเเละผู้เเข่งขันจะได้สัมผัสสนามที่ทางทีมงานได้จัดไว้ในแบบตอนกลางคืน ซึ่งทำให้การเเข่งมีสีสันเเละเพิ่มความท้าทาย ด้วยความมืด ทั้งสเตจต่าง ๆ ที่มีทั้งหิน โดดเนิน หลุมทราย ข้ามขอนไม้ เเละซุ้มประตูป่า ช่วยเพิ่มความยากให้กับการเเข่งขัน ซึ่งผู้เเข่งขันต้องต่อสู้กับความมืดเเละเอาชนะไปให้ได้   5 ใจกว้างไม่จำกัดค่ายรถ กิจกรรมครั้งนี้ก็ไม่ได้จำกัดเเค่เพียงค่าย Honda เท่านั้นผู้ร่วมกิจกรรมที่ใช้รถแบรนด์อื่นก็สามารถเข้าร่วมเเละทำกิจกรรมภายในงานได้ซึ่งถือว่าเป็นข้อดีเลยทีเดียว โดยภายในงานเปิดโอกาสให้สายลุยที่แม้จะต่างค่ายก็สามารถมาร่วม Meeting เเละขับขี่ในงานนี้ได้อีกทั้งยังมีกิจกรรมรองรับ ทั้งการขับขี่ท่องเที่ยวแบบออนโร้ดและออฟโร้ด ซึ่งนำทีมโดยครูฝึกจาก Honda Sefety Thailand รวมไปถึงกิจกรรมสันทนาการ Party เเละเเจกของรางวัลในงาน เว้นก็แต่งการกิจกรรมการแข่งขันเท่านั้น ซึ่งก็ถือว่ากิจกรรมครั้งนี้ ตอบโจทย์คนที่ชื่นชอบการผจญภัยจริง ๆ ครับ กิจกรรมHonda Adventure Mania ครั้งต่อไปจะจัดขึ้นอีกเมื่อไหร่ ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเเละข่าวสาร  ได้ทางเพจ Facebook : HondaBigBikeTH , hondamotorcyclethailand  หรือติดตามได้ทางเพจ Facebook : SuperBikeMagazineTH   เว็บไซต์  https://www.superbikemag.com อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ

น้ำมันสังเคราะห์ eFuels คืออะไร

น้ำมันสังเคราะห์ eFuels ทางเลือกใหม่ของรถสันดาปเพื่ออนาคต Image by Freepik เนื่องจากโลกในยุคปัจจุบันนั้นกำลังเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตที่ตั้งเป้ากันว่าจะลดปริมาณคาร์บอนที่จะปล่อยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ เชื้อเพลิงหมุนเวียน พลังงานหมุนเวียน หรือพลังงานทดแทนกลายเป็นส่วนนึงของทางเลือกที่กำลังมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้น และอีกสิ่งนึงที่เป็นเหมือนความหวังซึ่งกำลังพัฒนาขึ้นก็คือ น้ำมันสังเคราะห์ eFuels ซึ่งก็คือน้ำมันที่ถูกผลิตขึ้นโดยอาศัยแหล่งพลังงานหมุนเวียน น้ำมันสังเคราะห์คืออะไร น้ำมันสังเคราะห์มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า eFuels หรือ อีฟิวส์ หรือเชื้อเพลิงสังเคราะห์ คือน้ำมันสังเคราะห์ประเภทนึงที่ผลิตขึ้นด้วยกระบวนการทางเคมี เป็นการผสมเอาคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เข้ากับไฮโดรเจนที่ได้มาจากวิธีอิเล็กโทรไลสิสซึ่งใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ ซึ่งกระบวนการนี้สร้างน้ำมันสังเคราะห์ที่สามารถนำมาใช้กับเครื่องยนต์สันดาปที่มีอยู่ในตอนนี้ได้โดยต้องดัดแปลงใด ๆ แล้วมันสำคัญยังไง? กระบวนการผลิตและการใช้น้ำมันสังเคราะห์สามารถลดคาร์บอนที่ถูกปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศได้อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมที่ยากต่อการหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เช่น การบิน การขนส่งหนัก การขนส่งทางเรือ นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นสต็อกวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมเคมี ใช้แทนเชื้อเพลิงฟอสซิลแบบเดิม ๆ และยังช่วยลดมลภาวะได้มาก เท่านั้นยังไม่พอน้ำมันสังเคราะห์ที่ว่านี้ยังใช้แก้ปัญหาการเก็บสำรองพลังงานที่ได้จากแหล่งพลังงานหมุนเวียนอื่นอย่างพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ ที่มักจะมีปัญหาในเรื่องของความไม่ต่อเนื่อง ซึ่งพลังงานหมุนเวียนส่วนเกินที่ได้มาสามารถนำไปผลิตน้ำมันสังเคราะห์ซึ่งสามารถเก็บไว้ได้และนำมาใช้เมื่อพลังงานหมุนเวียนนั้นไม่พร้อมใช้งาน ทำให้เกิดความมั่นคงทางพลังงานมากยิ่งขึ้น อะไรคือความท้าทายในการผลิต? ความท้าทายหลัก ๆ ของการผลิตน้ำมันสังเคราะห์นั้นคือต้นทุน ณ ปัจจุบันนี้การผลิตน้ำมันสังเคราะห์นั้นแพงกว่าการกลั่นน้ำมันแบบเดิม ๆ อยู่มาก และจำเป็นต้องใช้เงินทุนจำนวนมากเพื่อที่จะผลิตและกระจายน้ำมันสังเคราะห์ในสเกลใหญ่ ๆ อย่างไรก็ตามต้นทุนที่ใช้ผลิตพลังงานหมุนเวียนหรือพลังงานทดแทนนั้นก็เริ่มที่จะลดลงและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีก็ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตน้ำมันสังเคราะห์ ซึ่งต่างก็คาดกันว่าในอนาคตต้นทุนส่วนนี้จะลดลงอย่างมาก ความท้าทายอย่างเรื่องก็คือปริมาณของคาร์บอนไดออกไซด์ แม้ว่าคาร์บอนไดออกไซด์นั้นจะมีอยู่บนชั้นบรรยากาศมากมาย แต่การจะดักจับและขนส่งมันในปริมาณมาก ๆ เพื่อนำมาใช้ผลิตน้ำมันสังเคราะห์นั้นต้องอาศัยกระบวนการที่ซับซ้อนซึ่งจำเป็นต้องมีการลงทุนเรื่องโครงสร้างพื้นฐานขนานใหญ่เลยทีเดียว สรุป Image by Freepik น้ำมันสังเคราะห์นั้นเป็นทางแก้ที่น่าสนใจยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมบางชนิดที่ยากต่อการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ขณะเดียวกันการผลิตน้ำมันสังเคราะห์ที่ว่านี้ก็ยังต้องใช้ค่าใช้จ่ายแพงกว่าน้ำมันแบบเดิม ๆ แต่ข้อดีที่มีต่อสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงทางพลังงานนั้นทำให้มันเป็นอะไรที่ควรจะต้องวิจัยและพัฒนา และในอนาคตน้ำมันสังเคราะห์นี้ก็อาจจะกลายเป็นส่วนสำคัญในอนาคต อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

Burgman Street 125EX

Burgman Street 125EX เบิร์กแมนไซส์เล็กที่คนไทยได้แต่ดูเฉย ๆ Burgman Street 125EX จัดเป็นสกู๊ตเตอร์ในสไตล์ลักชัวรีคันใหม่ล่าสุดของทางค่ายคนซ่าสัญชาติญี่ปุ่นอย่าง Suzuki ที่ตั้งใจว่าจะเพิ่มยอดขายของกลุ่มรถขนาดเล็กในปี 2023 นี้ สำหรับโมเดลนี้รูปโฉมดูหรูหรา ดูพรีเมียมมีสไตล์ด้วยเส้นสายที่โดดเด่นและแฟริ่งที่สวยงามดึงดูดทุกสายตา พร้อมรายละเอียดปราณีตและใส่ใจ เช่น ตะเข็บเบาะสีแดง ไฟหน้าที่สวยงามโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ที่ผนวกเอาไฟเลี้ยวไว้ในตัวอีกด้วย ตัวรถมาพร้อมกับเครื่องยนต์สุดรักษ์โลก สูบเดียวระบายความร้อนด้วยอากาศขนาด 125 ซีซี ที่ใช้ในรถซูซูกิทั่วโลกมาแล้วกว่า 5 ล้านคัน โดยมีกำลังสูงสุดที่ 8.6 แรงม้าที่ 6,500 รอบและแรงบิดสูงสุดที่ 10 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบ ยังประหยัดน้ำมันด้วยระบบออโต้สตาร์ท-สต็อป และไฟแจ้งเตือนว่ากำลังขับขี่แบบประหยัดน้ำมันบนหน้าจอ LCD สุดเนี้ยบที่ช่วยชักจูงให้ขับแบบประหยัดมากขึ้น เจ้าเบิร์กแมนน้องเล็กคันนี้เหมาะกับการเป็นรถของคนสมาร์ท ๆ ที่มีไลฟ์สไตล์แบบคนเมือง ใช้รถขับขี่เดินทางในทุก ๆ วัน เนื่องด้วยตัวรถมีสไตล์ที่หรูหราสวยงาม ขณะเดียวกันมีสมรรถนะดี สะดวกสบาย และใช้งานได้จริง เด่นด้วยช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ถึง 21.5 ลิตรพร้อมตะขอแขวนหมวก 2 ชุด รวมไปถึงตะขออเนกประสงค์สำหรับแขวนของเพิ่มเติมอีก 2 ชุดเช่นกัน ด้านหน้าตัวรถยังมีช่องใส่ของที่มาพร้อมช่องจ่ายไฟแบบ USB และยั้งมีช่องเก็บของที่ใช้งานได้สะดวกถัดจากช่องกุญแจที่สามารถปิดช่องได้ด้วยกลไกระบบแม่เหล็กที่เข้าคู่กันกับกุญแจรถโดยเฉพาะ ตัวรถยังนั่งขับขี่ได้สบายด้วยเบาะนั่งแบบยาวบุด้วยฟ้องน้ำอย่างดี ที่วางเท้าคนขี่เองก็กว้างขวางอีกทั้งยังยาวไปทางด้านหน้าให้สามารถเหยียดขาไปวางเท้าคลายเมื่อยได้ด้วย สนนราคาวางจำหน่ายที่อังกฤษนั้นอยู่ที่ 2999 ยูโร แพงกว่า Avenis 125 อยู่ 300 ยูโร ซึ่งถ้าเจ้า Burgman Street 125EX เปิดราคาแล้วก็น่าจะมีราคาแพงกว่า แต่คาดว่าน่าจะอยู่ไม่เกินหกหมื่นกลาง ๆ โดยประมาณ ซึ่งทางซูซูกิประเทศไทย เปิดให้จองในงานมอเตอร์โชว์ ซึ่งก็มีคนจองไปค่อนข้างเยอะ คนที่ไม่จองในงานแล้วอยากเป็นเจ้าของอาจจะต้องรอรถกันนานจนเหงือกแห้งก็เป็นได้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก