SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
  • All Posts
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
สองล้อฝันสลาย Nürburgring ห้ามมอเตอร์ไซค์ลงขับขี่ด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภัย

สองล้อฝันสลาย Nürburgring ห้ามมอเตอร์ไซค์ลงขับขี่ด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภัย Nürburgring (นูร์เบอร์กริง) สนามที่ได้รับตำแหน่ง ‘โหดสุด’ แห่งวงการรถซิ่ง โดยสนามนี้ตั้งอยู่ที่เมืองเนือร์บวร์ค ประเทศเยอรมนี เป็นสนามที่เหล่าผู้หลงใหลในความเร็วทั้งสี่ล้อ และสองล้อเองก็ต่างที่จะใฝ่ฝันนำรถของตัวเองเข้าเหยียบพื้นที่นั่นสักครั้ง แต่สำหรับชาวไบค์เกอร์น่าจะทำได้แค่จินตนาการแล้ว เพราะประกาศล่าสุดของสนามแข่งในตำนานแห่งนี้จะเปิดให้เฉพาะรถยนต์เท่านั้น โดยให้เหตุผลด้านความปลอดภัย นูร์เบอร์กริงออกกฎใหม่ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ที่คาดว่าน่าจะสะเทือนชาวสองล้อไม่น้อย โดยเป็นครั้งแรกที่สนามแข่งขันชื่อดังของเยอรมนีแห่ง ‘สั่งห้ามมอเตอร์ไซค์เข้าร่วมการแข่งขันด้วยรถสาธารณะ’ หรือ Touristenfahrten Touristenfahrten คืออะไร Touristenfahrten (อ่านว่า “ทัวริสเทนฟาร์เทน”) เป็นคำในภาษาเยอรมันแปลตรงตัวว่า การขับขี่ของนักท่องเที่ยว โดยกิจกรรมนี้คือการที่สนามแข่งแห่งนี้จะมีช่วงเวลาที่เปิดให้บุคคลทั่วไปสามารถนำรถส่วนตัวมาขับบนสนามได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องเป็นนักแข่งมืออาชีพ โดยการวิ่งต่อรอบจะไม่มีการจับเวลาอย่างเป็นทางการ ซึ่งหมายความว่าผู้ขับขี่ที่เข้ามาร่วมกิจกรรมนี้สามารถขับขี่ได้อย่างไม่ต้องรีบร้อนอะไร เก็บประสบการณ์ในสนามได้เต็มที่ หรือจะอยากทดลองการทำเวลาต่อรอบก็ย่อมทำได้ แต่ก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัย อาทิ ไม่ขับขี่แบบอันตราย หรือการแซงแบบผิดกฎ  ซึ่งการเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวนี้สามารถร่วมได้ทั้งรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ เพียงแค่เสียค่าธรรมเนียมต่อรอบเพียง 30 ยูโร ตีเป็นเงินไทยราว ๆ 1,1000 บาท (ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ก็สามารถร่วมสร้างตำนานบนสนามแข่งแห่งนี้ได้แล้ว และที่สำคัญต้องปฏิบัติตามกฎของสนามแข่ง สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมของกิจกรรมนี้ได้ที่นี่ (คลิ๊ก) สั่งห้ามมอเตอร์ไซค์ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย จากคลิปวิดีโอด้านบน  ถ้าดูแล้วก็คงไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรต่อ และกิจกรรมนี้สำหรับชาวสองล้อคงต้องสิ้นสุดไว้เพียงเท่านี้เนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัยที่สนามมีต่อนักท่องเที่ยวทุกคน เพราะการลงขับขี่ในสนามแต่ละรอบ รถยนต์ และรถจักรยานยนต์จะลงสนาม และขับขี่พร้อมกัน และแน่นอนว่าเกิดอุบัติเหตุนับครั้งไม่ถ้วนสำหรับรถยนต์ และรถยนต์จักรยานยนต์ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นเหตุให้ต้องยกเลิกในการให้รถจักรยานยนต์ลงขับขี่ในกิจกรรมนี้ “พลวัตการขับขี่ที่แตกต่างกันระหว่างรถสองล้อและสี่ล้อ อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดและเพิ่มความเสี่ยง โดยเฉพาะสำหรับนักบิดมอเตอร์ไซค์ เพื่อให้ประสบการณ์ขับขี่ปลอดภัยขึ้นสำหรับทุกคน ตั้งแต่นี้ไป รถยนต์และมอเตอร์ไซค์จะถูกแยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง” ซึ่งหมายความว่าหลังจากนี้เป็นต้นไปการขับขี่ด้วยรถสาธารณะภายในสนามจะถูกเปิดให้เฉพาะรถยนต์เพียงเท่านั้น แต่ถึงอย่างไรก็ตามแต่เหล่าไบค์เกอร์ทั้งหลายก็ยังสามารถขับขี่บนสนามได้ แต่จะถูกจำกัดให้เข้าร่วมเฉพาะการขับขี่แบบ ‘Guided Rides’ หรือการขับขี่แบบมีผู้ดูแลภายใต้การฝึกอบรมที่จัดขึ้นโดยมืออาชีพเท่านั้น อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Jorge Martin คิดว่าการแข่ง 4 สนามแรกแค่น้ำจิ้ม

Jorge Martin คิดว่าการแข่ง 4 สนามแรกแค่น้ำจิ้ม Jorge Martin นักแข่งแชมป์โลกสมัยล่าสุดที่ย้ายไปเข้าร่วมทีมโรงงานค่าย Aprilia Racing โดยปัจจุบันเจ้าตัวนั้นอยู่ช่วงระหว่างพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บ หลังจากที่เขาได้เกิดอุบัติเหตุระหว่างการซ้อมที่สนามเซปัง ประเทศมาเลเซียในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังจากที่ทดสอบได้เพียง 13 รอบเท่านั้น อาการบาดเจ็บอย่างรุนแรงของ ‘มาร์ติเนเตอร์’ ทำให้เจ้าตัวต้องเข้ารับการผ่าตัด และพลาดการสอบอย่างเป็นทางการในรอบสุดท้ายที่สนามจังหวัดบุรีรัมย์ แต่ก็เหมือนได้อย่างเสียอย่าง ขณะที่ทีมเมทของมาร์ตินอย่าง ‘Marco Bezzecchi’ สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมได้รอบ FP4 ด้วยเวลาต่อรอบดีสุดที่ 1:29.060 นาที จบด้วยอันดับ 1 ของตาราง โดยผู้จัดการทีมของ Aprilia อย่าง Paolo Bonora เผยว่า หลังจากที่ฆอร์เก้ มาร์ตินได้รับบาดเจ็บที่สนามเซปัง ทำให้ทางทีมต้องมีการปรับแผนการซ้อมใหม่ทั้งหมด แต่ก็โชคดีที่เบซเซคคี่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และนักทดสอบก็ยังเค้นประสิทธิภาพเพื่อปรับแต่งบางอย่างเพื่อให้เข้ากับสไตล์การขี่ของมาร์ตินได้อีกด้วย  “หลังจากที่ Jorge ได้รับบาดเจ็บที่เซปัง เราต้องปรับแผนใหม่ทั้งหมด เรามีหลายอย่างที่ต้องทดสอบ และโชคดีที่เราสามารถทำงานทั้งหมดเสร็จสิ้นตามแผน เราผ่านรายการทดสอบที่ยาวนานของเราได้สำเร็จ” “Marco ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เขาสามารถกำหนดเซ็ตอัพพื้นฐาน ทั้งในส่วนของอิเล็กทรอนิกส์และแชสซีได้เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ การมี Lorenzo Savadori (นักบิดทดสอบของ Aprilia) มาช่วย ยังทำให้เราสามารถปรับแต่งทุกอย่างให้กับ Jorge ได้อีกด้วย” “ตอนนี้เรากำลังรอ Jorge กลับมา เพราะจำเป็นที่เขาจะต้องได้รับเซ็ตอัพพื้นฐานที่เราค้นพบในช่วงฤดูหนาว เราหวังว่าในสนามแรก เขาจะสามารถปรับตัวและสร้างความมั่นใจกับตัวรถได้อย่างรวดเร็ว” “ขณะนี้ แผนการฟื้นตัวทางการแพทย์ของเขาอยู่ภายใต้การควบคุมทั้งหมด อาการของเขาดีขึ้นทุกวัน และเราตั้งตารอที่จะได้เขากลับมาร่วมทีมโดยเร็วที่สุด” และผู้จัดการทีมของ Aprilia เองก็ยอมรับว่าการที่พลาดการทดสอบไปหลายร้อยรอบสนามนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะเอากลับมาได้ง่าย ๆ ดังนั้นทางทีมจะยึดถือว่าการแข่งในนัดเปิดสนามทั้ง 4 สนาม (สนามประเทศไทย, สนามอาร์เจนติน่า, สนามประเทศสหรัฐอเมริกา และสนามประเทศการ์ตาร์) จะถือว่าเป็นสนามสำหรับทดสอบของแชมป์โลกคนล่าสุด “พูดตามตรง เรามองว่าสี่สนามแรกที่แข่งนอกยุโรปเป็นเหมือนการทดสอบสำหรับ Jorge เพราะเขาพลาดโอกาสทดสอบที่เซปังและบุรีรัมย์” “ใน MotoGP เมื่อนักแข่งเปลี่ยนจากรถคันหนึ่งไปสู่อีกคันหนึ่ง พวกเขาต้องใช้เวลาในการสร้างความมั่นใจ มันจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เราจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อช่วยเขา” “เราสังเกตเห็นว่า Marco สามารถปรับตัวเข้ากับรถได้อย่างรวดเร็วที่บุรีรัมย์ ซึ่งทำให้เรามั่นใจยิ่งขึ้นว่าเราจะสามารถส่งมอบรถที่ดีให้กับ Jorge ได้” การแข่งขัน MotoGP ประจำฤดูกาล 2025 จะเริ่มเปิดฉากการแข่งขันอย่างเป็นทางการในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2568 นี้ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

GP24 มันมีของ ! Marc Marquez กดเวลาดีสุดซ้อมบุรีรัมย์ 2025 วันแรก

GP24 มันมีของ ! Marc Marquez กดเวลาดีสุดซ้อมบุรีรัมย์ เทสต์ 2025 วันแรก เปิดฉากอย่างเป็นทางการ กับการซ้อมในรอบ บุรีรัมย์ เทสต์ 2025 เรียกได้ว่าเข้มข้น ดุเดือด สมกับเป็นการซ้อมรอบสุดท้ายก่อนเปิดการแข่งขันในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยนักแข่งเจ้าของหมายเลข 73 จากทีม Gresini Racing อย่าง Alex Marquez ที่ควงตัวขี่ Ducati Desmosedici GP24 สามารถกดเวลาได้ดีสุดในการซ้อมวันแรกที่ 1:29.184 นาที  ทางด้านของอันดับที่สองตกเป็นของ ‘มาร์เกซผู้น้อง’ Alex Marquez นักบิดจากทีม Gresini Racing ที่งัดฟอร์มเก่ง สามารถทำเวลาต่อรอบได้ดีที่สุดที่ 1:29.649 และอันดับที่สามได้แก่ Franco Morbidelli นักแข่งจากทีม VR46 Racing Team ที่สามารถกดเวลาต่อรอบดีสุดอยู่ที่ 1:29.683 นาที ทางด้านของฮีโร่ชาวไทย อย่าง ‘ก้อง-สมเกียรติ’ ที่ได้ควบ RC213V ลงซ้อมในการซ้อมรอบ Buriram Test สามารถทำเวลาต่อรอบได้ที่สุดอยู่ที่ 1:31.208 รั้งอันดับที่ 20 ของตาราง ตารางเวลาหลังจบการทดสอบวันแรก ชื่อนักแข่ง สังกัด เวลาที่สามารถทำได้ (นาที) Marc Marquez Ducati Lenovo Team 1:29.184 Alex Marquez Gresini Racing 1:29.649 Franco Morbidelli VR46 Racing Team 1:29.683 Marco Bezzecchi Aprilia Racing 1:29.794 Pedro Acosta Redbull KTM Factory Racing 1:29.904 Luca Marini Honda HRC Castrol 1:29.928 Johann Zarco LCR Honda 1:29.961 Pecco Bagnaia Ducati Lenovo Team 1:30.028 Brad Binder Redbull KTM Factory Racing 1:30.041 Jack Miller Prima Pramac Yamaha 1:30.047 Joan Mir Honda HRC Castrol 1:30.067 Alex Rins Monster Energy Yamaha MotoGP 1:30.206 Fabio Quartararo Monster Energy Yamaha MotoGP 1:30.233 Fermin Aldeguer Gresini Racing 1:30.373 Ai Ogura Trackhouse Racing MotoGP 1:30.453 Enea Bastianini KTM Tech3 1:30.461 Miguel Oliveira Prima Pramac Yamaha 1:30.738 Maverick Vinales KTM Tech3 1:30.827 Raul Fernandez Trackhouse Racing MotoGP 1:30.975 Somkiat Chantra LCR Honda 1:31.208   รอบซ้อมอย่างเป็นทางการของบุรีรัมย์ เทสจะลงซ้อมอีกครั้งในวันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 ตั้งแต่เวลา 10.00 น.เป็นต้นไป โดยการซ้อมในรอบนี้จะไม่มีการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการ หากไม่อยากพลาดข่าวสารก็ติดตาม SuperBike Thailand

2025 Buriram Test ครั้งสุดท้ายก่อนเปิดการแข่งขัน MotoGP25

2025 Buriram Test ครั้งสุดท้ายก่อนเปิดการแข่งขัน MotoGP25 2025 Buriram Test การทดสอบอย่างเป็นทางการครั้งสุดท้ายก่อนเริ่มการแข่งขันฤดูกาล 2025 อย่างเป็นทางการในช่วงปลายกุมภาพันธ์นี้ ซึ่งการทดสอบครั้งนี้จะเป็นโอกาสสุดท้ายสำหรับทีม และนักแข่ง MotoGP ในการทดสอบรถแข่งก่อนที่การแข่งขันสนามแรกของฤดูกาลกำลังจะเริ่มขึ้น หลากหลายค่ายเองก็มีเรื่องต่าง ๆ ให้คิด และพิจารณาต่าง ๆ ค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง ‘Ducati’ ที่ตอนนี้กำลังคิดว่าจะใช้เครื่องยนต์ปี 2024 หรือ 2025 สำหรับการลงแข่งฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น เพราะต้องยอมรับว่าเครื่องยนต์ของทาง Ducati เองก็มีพละกำลัง และเทคโนโลยีที่ค่ายอื่นยากที่จะตามทัน อีกทั้งยังการันตีความสำเร็จมากมายในการแข่งขันฤดูกาลที่ผ่านมา และมีข่าวจากวงในมาว่าตอนนี้เครื่องยนต์ของโมเดล GP25 ยังขาดอะไรบางอย่าง ซึ่งอาจจะหมายถึงความไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์ก็เป็นได้ ทางด้านของค่ายรถ Yamaha เองนั้นก็สามารถสร้างความประหลาดใจได้ในการทดสอบในรอบเซปัง เทสที่ผ่านมา นักบิดเจ้าของหมายเลข 20 อย่าง ‘แฟ้บ’ ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ สามารถกดเวลาได้ติดอันดับ Top 3 ตลอดการซ้อมในวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งหลายคนมองว่ามีความเป็นไปได้ที่ทีมจากค่ายส้อมเสียงนี้จะมาเป็นม้ามืดของฤดูกาล 2025 ที่กำลังจะเปิดฉากในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ วันที่ลงทำการซ้อม เวลาที่สามารถทำได้ดีที่สุด รอบการซ้อมเซปัง เทสในวันที่ 1 01:57.5550 นาที (อันดับที่ 1) รอบการซ้อมเซปัง เทสในวันที่ 2 01:57.3240 นาที (อันดับที่ 2) รอบการซ้อมเซปัง เทสในวันที่ 3 01:56.7240 นาที (อันดับที่ 3)   ทางฝั่งของทีม Aprilia จะไม่มีแชมป์โลกคนล่าสุดอย่าง ‘ฆอร์เก้ มาร์ติน’ ร่วมลงทดสอบอย่างเป็นทางการครั้งสุดท้าย ทีม VR46 จะไม่มี ‘ดิเจีย’ ฟาบิโอ ดิ จิอันนันโตนิโอ และ Trackhouse Racing จะไม่มี ราอูล เฟอร์นันเดซ ซึ่งทั้งสามคนที่ได้กล่าวไปนั้นได้รับอาการบาดเจ็บจากการซ้อมในรอบเซปัง เทสที่ผ่านมา ตารางเวลาการทดสอบรอบ Buriram Test วันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568 10.00 – 18.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 10.00 – 18.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น)   โดยการซ้อมในรอบนี้จะไม่มีการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการ หากแฟน ๆ ถ้าไม่อยากพลาดข่าวสารก็ติดตาม SuperBike Thailand ไว้ได้เลยจะรายงานให้ทราบในทุกเหตุการณ์แน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เปโดร อคอสต้า เชื่อ ไลน์อัพปีนี้จะพา KTM กลับสู่ความยิ่งใหญ่

เปโดร อคอสต้า เชื่อ ไลน์อัพปีนี้จะพา KTM กลับสู่ความยิ่งใหญ่ เปโดร อคอสต้า นักบิดจากทีมโรงงานของ KTM อย่าง ‘Redbull KTM Factory Racing’ ออกมาเผยว่า การที่ทีมเก่าของเจ้าตัวอย่าง ‘KTM Tech3’ ที่มีการดึงนักแข่งประสบการณ์สูงสองรายเข้ามาร่วมทีมอย่าง ‘The beats’ เอเนีย บาสเตียนินี่ และ มาร์เวอริค บีญาเลส เชื่อว่าจะเป็นการสร้างไลน์อัพที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ให้กับแบรนด์จากออสเตรียรายนี้  ในการแข่งขันฤดูกาล 2025 ทีมแข่ง KTM ทั้งทีมโรงงาน และทีมรองมีการเผยไลน์อัพนักแข่งที่มีความน่าสนใจไม่น้อย โดยทีมโรงงานมีสองนักบิดอย่าง แบรด บินเดอร์ และเปโดร อคอสต้า และในส่วนของทีมรองอย่าง Redbull KTM Tech3 ได้แก่เอเนีย บาสเตียนินี่ และมาร์เวอริค บีญาเลส ซึ่งไลน์อัพถ้าดูจากชื่อชั้นก็ต้องยอมรับว่าไม่ธรรมดา เพราะนักแข่งแต่ละคนก็มีประสบการณ์การแข่งมาแล้วมากมาย มาเวอริค บีญาเลส คว้าชัยในการแข่งขันแต่ละสนามมาแล้วถึง 26 ครั้ง ทางด้านของ ‘The Beast’ หรือเอเนีย บาสเตียนินี่ ก็สามารถคว้าชัยในการแข่งขันแต่ละสนามมาได้ถึง 13 ครั้ง อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของทีม Ducati ที่ครองความยิ่งใหญ่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลเหล่านี้จึงทำให้ ‘BabyShark’ มั่นใจว่าประสบการณ์ต่าง ๆ ของพวกเขาจะสามารถช่วยทีมได้  “พวกเขาจะช่วยเราได้แน่นอน” “เรามีไลน์อัพที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของ KTM และผมจะบอกว่าเราเป็นไลน์อัพที่แข็งแกร่งที่สุดในการแข่งขันฤดูกาลนี้ มันเป็นความจริงที่พวกเขายังไม่มีประสบการณ์มากนักกับ KTM แต่ในอีกแง่หนึ่ง ตัวอย่างเช่น มาเวอริค (บีญาเลส) ชนะการแข่งขันกับสามผู้ผลิตมาแล้ว ส่วน (เอเนีย) บาสเตียนินี มีข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับ Ducati อยู่ในหัวของเขา และเขาก็สามารถทำเวลาได้ดีมากในช่วงสองปีที่ผ่านมา” “ดังนั้นผมคิดว่า ด้วยประสบการณ์และความรู้ทั้งหมดของพวกเขา พวกเขาจะช่วยชี้แนวทางให้เราว่าต้องปรับปรุงอะไร และเราต้องทำอะไรเพื่อก้าวกระโดดครั้งใหญ่ และเมื่อเราปรับแนวทางตามสิ่งที่เขาแนะนำ เราก็น่าจะสามารถพัฒนาไปได้อย่างก้าวกระโดด ผมคิดว่ามันจะเป็นผลดีสำหรับเรามาก” Redbull KTM Factory Racing และ Redbull KTM Tech3 จะลงทดสอบอย่างเป็นทางการครั้งสุดท้ายในการทดสอบ Buriram Test ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ และจะลงแข่งขันในนัดเปิดสนามกับการแข่งขัน ThaiGP25 ที่สนามเดียวกันในระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคมนี้ เหล่าสาวก KTM ห้ามพลาด อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Jack Miller รู้สึกว่าเข้ากันกับรถ Yamaha แล้ว

Jack Miller รู้สึกว่าเข้ากันกับรถ Yamaha แล้ว Jack Miller นักบิดจากทีม Prima Pramac Yamaha ได้ออกมาเผยว่า ตัวแข่งของทางค่ายอย่าง Yamaha YZR-M1 เหมือนเป็นรถของเขาแล้ว หลังจากที่เจ้าตัวต้องเผชิญกับความยากลำบากในการปรับตัวเข้ากับรถของค่ายส้อมเสียงที่บาร์เซโลนาเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยผลงานการลงทดสอบรถรอบล่าสุดในการทดสอบที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซียนักบิดสัญชาติออสเตรเลียรายนี้สามารถทำเวลาจนติด 10 อันดับของหัวตารางได้ในการทดสอบสองวันแรก และจบการซ้อมในวันสุดท้ายด้วยอันดับที่ 12 ซึ่งหลังจากที่เสร็จสิ้นในโปรแกรมการทดสอบที่ประเทศมาเลเซีย เขาได้ออกมาเผยว่า ตัวเขานั้นรู้สึกดีกับรถ จริงที่เมื่อเปลี่ยนรถก็ต้องใช้เวลาปรับตัวกับมัน แต่ตอนนี้เขารู้สึกดีกับรถ และคิดว่าตัวแข่งคันนี้เหมือนเป็นรถของเจ้าตัวแล้ว “ผมรู้สึกดี ตอนนี้ผมนั่งบนรถและออกตัวในตอนเช้า บางครั้งโดยเฉพาะเมื่อคุณเปลี่ยนผู้ผลิต มันอาจต้องใช้เวลาสักหน่อย เพราะเมื่อคุณออกจากพิทส์ ถังน้ำมันอาจติดขา แฮนด์อาจแตกต่างไป และต้องใช้เวลาปรับตัวให้เข้ากับสิ่งที่เป็นปกติ “แต่นี่เป็นสิ่งที่ปรับตัวเข้ากับได้ค่อนข้างง่าย เมื่อผมตั้งแฮนด์ในตำแหน่งที่ถูกต้อง และปรับพักเท้าให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม “ถังน้ำมันให้ความรู้สึกดีมาก มันไม่มีส่วนที่นูนหรือขรุขระอะไรเลย ขาของผมไม่รู้สึกเจ็บ ซึ่งในอดีตเคยเป็นปัญหาเมื่อคุณนั่งในท่าที่ไม่เข้ากับตัวรถ ขาของคุณอาจไม่แนบสนิท และอาจเกิดจุดกดทับที่สร้างความไม่สบายได้ ตอนนี้ร่างกายของผมรู้สึกดีกับตัวรถ และเมื่อผมออกตัวในตอนเช้า ผมรู้สึกว่า ‘อ่า นี่คือรถของผม’ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมหลังจากเพียงแค่ห้าวันของการขี่” “เมื่อคุณไปยังสนามใหม่ ๆ มันย่อมต้องใช้เวลามากกว่าปกติในการปรับตัว เมื่อเทียบกับการมีประสบการณ์มาก่อนบนรถคันเดิม แต่ผมไม่ได้รู้สึกกดดันอะไร” แจ็ค มิลเลอร์ และทีม Prima Pramac Yamaha จะลงทดสอบอย่างเป็นทางการครั้งสุดท้ายในรอบ Buriram Test ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 12-13 กุมพาพันธ์ และต่อด้วยการแข่งขันในนัดเปิดสนามในการแข่งขัน ThaiGP25 ที่สนามเดียวกัน ในช่วงระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคมนี้ แฟน ๆ แจ็ค มิลเลอร์ และทีม Yamaha ห้ามพลาด อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 LCR Honda เปิดตัว ‘ก้อง-ซาร์โก้’ ลุย MotoGP 2025

2025 LCR Honda เปิดตัว ‘ก้อง-ซาร์โก้’ ลุย MotoGP 2025 2025 LCR Honda เผยโฉมทีมแข่งอย่างเป็นทางการเมื่อวันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งการเปิดตัวทีมทำการเปิดที่ ศูนย์ขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า Honda Safety Riding Park Bangkok ถนนรามคำแหง ประเทศไทย บรรยากาศเต็มไปด้วยเหล่าแฟนคลับที่มาต้อนรับแสนอบอุ่น พร้อมรอชมการเปิดตัวสองนักบิดอย่าง ‘ก้อง-สมเกียรติ จันทรา’ นักบิดชาวไทยคนแรกที่ได้แข่งขันในเมเจอร์สูงสุด และจอมเก๋าอย่างโยฮันน์ ซาร์โก้ ซึ่งการเข้ามาร่วมทีม LCR Honda ของสมเกียรติ จันทราในฤดูกาลนี้ จะเข้ามาแทนที่ของ ‘พ่อนาค’ ทาคาอากิ นาคากามิ ที่ได้ประกาศรีไทร์จากการแข่งขัน แล้วขยับบทบาทของตัวเองขึ้นไปเป็นเทสไรเดอร์ให้กับทีมโรงงาน Honda ที่จะทำงานร่วมกับอดีตแชมป์โลก Moto2 สองสมัย ‘โยฮันน์ ซารโก้’ ในการแย่งชิงโพเดียมเพื่อทวงความยิ่งใหญ่กลับสู่ทีมฮอนด้าอีกครั้ง RC213V ลวดลายใหม่ เป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่ทางอิสระอย่าง LCR จะควบเจ้า RC213V ในการไล่ล่าโพเดียมในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาล 2025 ซึ่งตัวแข่งของทั้งสองนักบิดอย่าง ‘โยฮันน์ ซาร์โก้’ และ ‘สมเกียรติ จันทรา’ ก็จะมีสีสัน และลวดลายของแต่ละคันที่มีความแตกต่างกันออกไป RC213V ของโยฮันน์ ซาร์โก้ ในฤดูกาลนี้ก็จะคงเน้นไปที่สีขาว และสีเขียวตามปกติ แต่จะมีเฉดสีแดงที่เพิ่มเติมขึ้นมาในบริเวณส่วนหน้าของตัวรถ พร้อมวิงก์เล็ตที่มีการปรับขนาดให้ดูเล็กลง ด้านข้างมาพร้อมโลโก้แบรนด์น้ำมันเครื่อง Castrol ที่เป็นสปอนเซอร์ให้กับทางซาร์โก้ และด้านท้ายมีการปรับบางส่วนเพื่อให้สามารถขับขี่ได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ถัดมากับตัวแข่งของ ‘สมเกียรติ จันทรา’ รูปแบบของตัวถังมีความคล้ายคลึงกับของซาร์โก้ทุกประการ จะแตกต่างกันเพียงแค่สีสัน และลวดลายกราฟิกเท่านั้น ซึ่งตัวแข่งของ ‘เจ้าก้อง’ ตัวรถจะเน้นไปที่สีแดง และสีขาวเป็นหลัก ด้านข้างมาพร้อมกับโลโก้แบรนด์น้ำมันเครื่อง Idemitsu ที่จะเข้ามาเป็นสปอนเซอร์ให้กับก้อง สมเกียรติ ก้อง สมเกียรติพร้อมสู้เพื่อแฟน ๆ นักบิดชาวไทยออกมาเผยว่าเจ้าตัวนั้นรู้สึกตื่นเต้น พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าในการแข่งขันฤดูกาล 2025 ที่กำลังใกล้จะเปิดฉากในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ เจ้าตัวจะทำผลงานให้เต็มที่ที่สุด และขอบคุณแฟน ๆ ชาวไทยที่สนับสนุนเจ้าตัวมาโดยตลอด ยอมรับว่าในช่วง Shakedown Test ลงซ้อมหนักมาก แต่ก็เพื่อที่จะได้นำข้อมูลมาบอกกับทีมงานให้ได้มากที่สุด  รู้สึกตื่นเต้น กับการที่ทีม LCR ได้เปิดตัวในบ้านเรา ในปีนี้ผมจะสู้และทำผลงานให้ดีที่สุด อยากขอบคุณแฟนๆ ชาวไทยที่สนับสนุน และเป็นกำลังใจในทุกๆ เรซ ยอมรับช่วงเช็คดาวน์เทสต์ร่างกายหนักมาก หลังไม่ได้จับรถมานาน ทำให้ร่างกายดาวน์ลง แต่มาในช่วงออฟฟิเชียลเทสต์ มาปรับตัวเก็บรายละเอียดได้และมาบอกทีมงานให้มากที่สุด โยฮันน์ ซาร์โก้ และก้อง สมเกียรติ จะลงทดสอบอย่างเป็นทางการครั้งสุดท้ายในการทดสอบ ‘Buriram Test’ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนลเซอร์กิต ระหว่างวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์นี้ ก่อนที่จะลงแข่งขันในสนามแรกกับการแข่งขัน ThaiGP25 ในสนามเดียวกัน ซึ่งจะทำการแข่งขันระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคมนี้ แฟน ๆ ก้อง สมเกียรติ และผู้รักในกีฬามอเตอร์สปอร์ตบอกเลยห้ามพลาด อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ก้อง สมเกียรติรับ ยังต้องพัฒนาการขี่ให้มากกว่านี้

ก้อง สมเกียรติรับ ต้องพัฒนาการขี่ให้มากกว่านี้ ก้อง สมเกียรติ จันทรา นักบิดจากทีม LCR Honda ได้ออกมาเผยว่าเขานั้นต้องพัฒนา และเรียนรู้ในการขับขี่เจ้า RC213V ให้มากกว่านี้ เพราะการขับขี่ในระดับ MotoGP นั้นแตกต่างกับตอนขี่ Moto2 โดยสิ้นเชิง เพราะมันมีความแตกต่างกันอยู่หลายจุด  “พวกเรามีเวลาสามวันสำหรับการทดสอบในรอบ Shakedown Test แต่ผมนั้นได้มีโอกาสลงซ้อมแค่สองวันเท่านั้น และรถของผมที่ใช้ซ้อมเป็นรถใหม่ทั้งหมดเมื่อเทียบกับการซ้อมที่บาร์เซโลน่า เนื่องจากทีมของผมอยากให้ผมได้เริ่มทดสอบกับรถปี 2025 และเปรียบเทียบว่ามันแตกต่างกับรถปี 2024 อย่างไรบ้าง” ในการทดสอบวันแรกในรอบ Shakedown Test ก้อง สมเกียรติก็ได้ทำการเช็ครายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวรถ เรียนรู้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ของตัวรถ รวมไปถึงการทดลองในการใช้ตัวช่วยต่าง ๆ โดยเจ้าตัวยังบอกอีกว่าสิ่งที่ยากที่สุดตอนนี้คือการควบคุมความเร็ว และการคำนวนในจุดที่ต้องหยุดรถด้วย เพราะมันมีความแตกต่างจากตอนขี่ Moto2 โดยสิ้นเชิง “ในการทดสอบวันแรกที่ผมได้พบกับรถใหม่ ผมก็เริ่มจากการตรวจเช็ครายละเอียดต่าง ๆ และพยายามเรียนรู้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ของตัวรถ” “ผมพยายามใช้ตัวช่วยของรถในจุดที่จำเป็น เพราะเมื่อผมเทียบกับทาคา (ทาคาอากิ นาคากามิ) เมื่อปีที่แล้ว ยังมีบางจุดที่ผมช้ากว่าเขาในการใช้ตัวช่วยที่ล้อหลัง แต่ผมคิดว่าตอนนี้พวกเรากำลังก้าวไปในทิศทางที่ดีขึ้น” “สำหรับผมตอนนี้ สิ่งที่ยากที่สุดคือการใช้ความเร็ว รวมไปถึงจุดที่ต้องหยุดรถด้วย เพราะตอนนี้ผมเปลี่ยนมาใช้เบรกคาร์บอน ทำให้จุดเบรกของผมแตกต่างจาก Moto2 และความเร็วในการเข้าโค้งนั้นก็แตกต่างจากตอนที่ขี่ Moto2 ด้วย” เวลาที่ทำได้ดีที่สุดต่อรอบของ ก้อง สมเกียรติ ใน Shakedown Test2025 การซ้อมวันที่ 2 2:01.028 การซ้อมวันที่ 3 2:00.550   ก้องจะลงทดสอบ RC213V อย่างเป็นทางการอีกครั้งในการทดสอบรอบ Sepang Test ที่ประเทศมาเลเซีย ในระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ ก่อนที่จะแข่งขันในโฮมเรซเป็นสนามแรกระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคมนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda HRC Castrol โรงงานฮอนด้า พร้อมล่าโพเดียมแล้ว

Honda HRC Castrol โรงงานฮอนด้า พร้อมล่าโพเดียมแล้ว Honda HRC Castrol ทีมจากค่ายฮอนด้าเปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการ โดยการเปิดตัวทีมแข่งหนนี้ มาพร้อมกับภารกิจสำคัญคือการไล่ล่าความสำเร็จให้กับทางฮอนด้าอีกครั้ง หลังจากที่พวกเขาห่างคำว่าแชมป์โลกตั้งแต่ฤดูกาล 2019  การเปิดตัวทีมแข่งประจำฤดูกาล 2025 มาพร้อมกับสองนักบิดคู่ขวัญอย่างโจอัน เมียร์ และลูก้า มารินี่ ที่พร้อมเค้นฟอร์มเก่งในการพาทีมโรงงานฮอนด้ากลับสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง หลังจากที่มาร์ก มาร์เกซได้ออกจากทีมไป RC213V ที่ไม่มี Repsol อาจจะแปลกหูแปลกตาไม่น้อยสำหรับลายของ ‘ตัวแข่ง’ ที่จะใช้แข่งขันในฤดูกาล 2025 ที่กำลังจะมาถึง เมื่อแบรนด์น้ำมันเครื่องจากประเทศสเปนอย่าง ‘Repsol’ ได้ออกมาประกาศยุติการสนับสนุนทีมโรงงานฮอนด้า หลังจากที่ทั้งสองแบรนด์ร่วมงานกันมานานกว่า 30 ปีตั้งแต่ปี 1995 เมื่อแยกทางไปทีมก็ต้องเดินหน้าไปต่อ โดยทางฮอนด้าได้ประกาศความร่วมมือร่วมแบรนด์น้ำมันเครื่องจากสหราชอาณาจักร อย่าง ‘Castrol’  โดยตัวแข่งอย่าง ‘RC213V’ มาพร้อมกับลวดลาย และสีสันใหม่ชนิดที่ว่าทิ้งลวดลายเก่าแบบหมดจด ซึ่งลวดลายใหม่ในครั้งนี้มาพร้อมกับสีแดงที่เป็นเอกลักษณ์จากทางฮอนด้าพร้อมคาดตัวอักษรสีขาว มาพร้อมกับโลโก้แบรนด์น้ำมันเครื่อง Castrol บริเวณแฟริ่งด้านล่างของตัวรถ ด้านบนบริเวณถังน้ำมันมีสีน้ำเงินมาตัดสลับบ้างเล็กน้อย บริเวณวิงก์เล็ตด้านหน้ามีขนาดที่ลดลงจากฤดูกาลก่อน พร้อมกับด้านท้ายที่มีการปรับดีไซน์ใหม่เพื่อการขับขี่ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น Joan Mir และ Luca Marini พร้อมสู้เพื่อฮอนด้า สองนักแข่งของทีมอย่างโจอัน เมียร์ และลูก้า มารินี่ ก็ออกมาเผยว่าพวกเขาประทับใจในลวดลายใหม่ของรถแข่ง RC213V ที่จะใช้ในฤดูกาล 2025 ที่จะมาถึงนี้พร้อมทั้งบอกว่าพวกเขานั้นตั้งเป้าในฤดูกาลใหม่ พร้อมทุ่มเทการซ้อมมากยิ่งขึ้น Joan Mirr : “ก่อนอื่นเลย ผมต้องบอกว่ารถจักรยานยนต์ดูน่าทึ่งมาก สีใหม่ดูแตกต่างจากที่เราเคยเห็นในอดีต แต่ก็มีความแข็งแกร่งและมันจะเป็นความสุขที่ได้สวมใส่ ผมเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ด้วยเป้าหมายที่ชัดเจนในการทำงานต่อไปเพื่อพัฒนารถจักรยานยนต์ ทีมงาน และตัวเราเอง มันจะเป็นการเริ่มต้นปีที่เข้มข้น ทันทีที่มีการทดสอบสองครั้งหลังจากฤดูหนาว แต่สิ่งนี้จะช่วยให้เรากลับมาอยู่ในจังหวะได้อย่างรวดเร็ว ผมรอคอยที่จะได้เห็นสิ่งที่วิศวกรของเราและพันธมิตรใหม่ของเราที่ Castrol ได้ทำงานร่วมกันในช่วงฤดูหนาว” Luca Marini : “มันยอดเยี่ยมมากที่ได้มาที่จาการ์ตา, อินโดนีเซีย เพื่อเปิดเผยสีใหม่เหล่านี้ – คนที่นี่มีความหลงใหลในมอเตอร์ไซค์, MotoGP และ Honda อย่างมาก ตั้งแต่ฤดูกาล 2024 เราได้เรียนรู้มากมาย และเราสามารถจบฤดูกาลได้ดีขึ้น การพัฒนาต่อไปยังคงเป็นเป้าหมายหลักของฤดูกาล 2025 นี้ ผมรู้ดีว่าทุกคนในโครงการนี้ทำงานหนักแค่ไหน และผมมุ่งมั่นที่จะทำให้ดีที่สุดบนแทร็กเพื่อช่วยเหลือ ทุกๆ ปีที่แล้วเราก็ได้เห็นความก้าวหน้า และผมมั่นใจว่าเราจะทำได้เช่นเดียวกันในปีนี้ในสีสันที่สวยงามเหล่านี้” มุมอื่น ๆ ของ RC213V   สองนักแข่งอย่างโจอัน เมียร์ และลูก้า มารินี่ จะลงทดสอบ RC213V กับทางฮอนด้าในการซ้อมรอบ Shakedown Test จนถึงวันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ ก่อนที่จะลงทดสอบอีกครั้งในรอบ Sepang Test ในระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์นี้ RC213V จะกดเวลาได้ดีขนาดนั้น แฟน ๆ ฮอนด้าห้ามพลาด อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Shakedown Test วันแรก Pol Espargaro กดเวลาดีสุด

2025 Shakedown Test วันแรก Pol Espargaro กดเวลาดีสุด 2025 Shakedown Test ผ่านพ้นวันแรกไปเป็นที่เรียบร้อย เหล่านักทดสอบรถของแต่ละค่ายก็ได้ทำการตั้งใจขับขี่กันอย่างเข้มข้น เพราะต้องการที่จะหาจุดที่จะต้องแก้ไข และปรับปรุงให้ได้มากที่สุด เพื่อที่ต้องการให้ ‘ตัวแข่ง’ ของแต่ละทีมสามารถรีดประสิทธิภาพขณะแข่งขันให้ออกมายอดเยี่ยมอย่างมากที่สุด  โดยเหล่านักทดสอบรถในแต่ละคนก็สามารถกดเวลาได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะในรายของอดีตแชมป์โลก Moto2 ในปี 2013 อย่าง ‘ Pol Espagaro’ จากค่ายไร่ส้ม KTM ที่สามารถกดเวลาได้ดีสุดที่ 1:59.691 นาทีต่อรอบ ตารางเวลาดีที่สุด Shakedown Test วันแรก (รอบเวลา 18.00 นาฬิกา) ผู้ขับขี่ ทีม (รถที่ใช้ทดสอบ) เวลาที่ทำได้ Pol Espargaro KTM Test Rider (RC16) 1:59.691 Ai Ogura Trackhouse Aprilia (RS-GP25) 1:59.862 Takaaki Nakagami Honda Test Rider (RC213V) 1:59.888 Dani Pedrosa KTM Test Rider (RC16) 1:59.926 Fermin Aldeguer Gresini Ducati (GP24) 2:00.053 Andrea Dovizioso Yamaha Factory Racing (YZR-M1) 2:00.881 Andrea Dovizioso Yamaha Factory Racing (YZR-M1) 2:01.207 Michele Pirro Ducati Test Rider (GP25) 2:01.383 Andrea Dovizioso Yamaha Factory Racing (YZR-M1) 2:02.330 Lorenzo Savadori Aprilia Test Rider (RS-GP25) 2:03.782   ตารางเวลาดีที่สุด Shakedown Test วันแรก (รอบเวลา 17.00 นาฬิกา) ผู้ขับขี่ ทีม (รถที่ใช้ทดสอบ) เวลาที่ทำได้ Pol Espargaro KTM Test Rider (RC16) 1:59.691 Takaaki Nakagami Honda Test Rider (RC213V) 1:59.888 Dani Pedrosa KTM Test Rider (RC16) 1:59.926 Ai Ogura Trackhouse Aprilia (RS-GP25) 2:00.524 Fermin Aldeguer Gresini Ducati (GP24) 2:00.583 Andrea Dovizioso Yamaha Factory Racing (YZR-M1) 2:00.881 Andrea Dovizioso Yamaha Factory Racing (YZR-M1) 2:01.207 Michele Pirro Ducati Test Rider (GP25) 2:01.383 Andrea Dovizioso Yamaha Factory Racing (YZR-M1) 2:02.983 Lorenzo Savadori Aprilia Test Rider (RS-GP25) 2:03.782   ตารางเวลาดีที่สุด Shakedown Test วันแรก (รอบเวลา 16.00 นาฬิกา) ผู้ขับขี่ ทีม

Monster Energy Yamaha MotoGP2025 ส้อมเสียงมาแล้ว !

Monster Energy Yamaha MotoGP2025 ส้อมเสียงมาแล้ว ! Monster Energy Yamaha MotoGP2025 เผยโฉมแล้วอย่างเป็นทางการ อีกหนึ่งทีมที่แฟน ๆ หลายคนต่างรอคอยไม่แพ้ค่ายใหญ่ในอีกหลาย ๆ ค่ายใน MotoGP ซึ่งในหนนี้ยังคงนำทัพโดยเจ้าของแชมป์โลกหนึ่งสมัยอย่าง ‘ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่’ ควงคู่มากับทีมเมทคนเดิมอย่าง อเล็กซ์ รินส์ ที่ในฤดูกาลนี้พร้อมทวงความยิ่งใหญ่กลับคืนสู่ทีมโรงงานอีกครั้ง  โดยการไล่ล่าโพเดียมประจำฤดูกาลนี้ ทั้งคู่จะควบรถแข่ง Yamaha YZR-M1 ที่ยังคงคลุมโทนสีสันเดิม สวยงามตระกาลตา โดดเด่นด้วยสัญลักษณ์จากเครื่องดื่มชูกำลัง ‘Monster Energy’ พร้อมสีน้ำเงินตัดสลับสีดำเพื่อเพิ่มความดุดัน ด้านหน้ารถมาพร้อมหมายเลขคู่ใจจากฤดูกาลก่อน ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ ยังคงมากับหมายเลข 20 และอเล็กซ์ รินส์ มากับรถหมายเลข 42  แต่ในเรื่องของผลงานการแข่งขันที่ต้องยอมรับว่าค่ายส้อมเสียงกับฤดูกาล 2024 ในการแข่งขัน MotoGP นั้นไม่มีโอกาสได้กลับไปยืนบนโพเดียมเลย ซึ่งผลงานที่ดีที่สุดของฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่คือการจบในอับดับที่ 6 และอเล็กซ์ รินส์ จบในอันดับที่ 8 ที่สนามประเทศอินโดนีเซียในฤดูกาล 2024 ที่ผ่านมา แม้การจับคู่ของดูโอ้ทีมโรงงานในฤดูกาลที่สอง จะยังคงสามารถดึงความน่าสนใจในวงการมอเตอร์สปอร์ตได้ไม่น้อย แฟน ๆ ค่ายส้อมเสียงสามารถเอาใจช่วย แล้วลุ้นว่าในฤดูกาล 2025 ที่กำลังจะเปิดฉากนี้ นักบิดจากทีมโรงงานค่ายส้อมเสียงจะสามารถโชว์ผลงานให้แฟน ๆ ประทับใจได้หรือไม่ ต้องมาลุ้นกัน โดยทีมโรงงานยามาฮ่าจะลงทดสอบในรอบ Shakedown Test ในระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ ก่อนที่จะลงซ้อมอีกครั้งในรอบเซปัง เทส ระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์นี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Brad Binder มองว่า KTM ไม่ได้ห่างจาก Ducati มากขนาดนั้น

Brad Binder มองว่า KTM ไม่ได้ห่างจาก Ducati มากขนาดนั้น Brad Binder นักบิดจอมเก๋าจากทีมโรงงาน KTM ได้ออกมาเผยหลังจากงานเปิดตัวทีมแข่งจากแบรนด์ KTM เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมาว่า ช่องว่างในช่วงเวลาต่อรอบที่ KTM ตามหลัง Ducati ในการแข่งขัน MotoGP ไม่ได้ห่างมากขนาดนั้น  ถึงแม้ว่ารถจากค่าย Ducati จะมีช่วงเวลาที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขัน MotoGP เมื่อฤดูกาล 2024 ด้วยการคว้าชัยได้ถึง 19 สนามจากการแข่งขันทั้งหมด 20 สนาม พร้อมกับการคว้าแชมป์ประเภททีม และแชมป์ผู้ผลิตด้วยคะแนนที่ขาดลอย “ผมคิดว่ามันแตกต่างกันไปในแต่ละสนาม ซึ่งในบางสนามผมคิดว่าเราสามารถสู้ได้ และเราเองก็มีโอกาสในการคว้าโพเดียม แต่ในบางสถานการณ์ผมก็มองว่าเราก็เจอโจทย์ที่ยากอยู่พอสมควร แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ถ้าคุณลองดูตัวเลข และวิเคราะห์ช่องว่างต่อรอบในเวลาที่ทำได้ ผมรู้สึกว่าเราก็ไม่ได้ห่างจาก Ducati มากขนาดนั้น”  “จริงที่แต่ก่อนอาจจะดูห่างกันมากในเรื่องของช่องว่าง และประสิทธิภาพ แต่ถ้ามองในความเป็นจริงถ้าพวกเราทำการปรับปรุงเล็ก ๆ น้อย ๆ ในแต่ละจุดสุดท้ายแล้วช่องว่างตรงนั้นก็จะหายไปเอง” ตารางคะแนนทีมแข่งประจำฤดูกาล 2024 ทีม คะแนน Ducati Lenovo Team 884 คะแนน Prima Pramac Racing 681 คะแนน Gresini Racing MotoGP 565 คะแนน Aprilia Racing 353 คะแนน Pertamina Enduro VR46 Racing Team 318 คะแนน Red Bull KTM Factory Racing 304 คะแนน Red Bull GASGAS Tech3 242 คะแนน Monster Energy Yamaha MotoGP Team 144 คะแนน Trackhouse Racing 141 คะแนน LCR Honda 86 คะแนน Repsol Honda Team 35 คะแนน   จากตารางคะแนน ‘รูปแบบทีม’ ด้านบน ทางด้านของ Ducati Lenovo Team สามารถทำคะแนนได้ถึง 884 คะแนน และทางด้านของทีมโรงงาน KTM สามารถทำคะแนนได้เพียง 304 คะแนนเท่านั้น ทีม คะแนน Ducati 722 คะแนน KTM 327 คะแนน Aprilia 302 คะแนน Yamaha 124 คะแนน Honda 75 คะแนน   และตารางนี้คือตารางคะแนนของ ‘ผู้ผลิต’ ซึ่งก็ยังคงเป็นแบรนด์รถจากค่ายอิตาลีที่สามารถคว้าแชมป์ได้อีกเช่นเคยด้วยคะแนนรวม 722 คะแนนจากคะแนนเต็ม 728 คะแนน คิดเป็น 99% และอันดับที่สองตกเป็นของ KTM สะสมคะแนนได้ 327 คะแนน คิดเป็น 44% โดยช่องว่างระหว่างอันดับที่ 1 และอันดับที่ 2 ห่างกันถึง 395 คะแนนซึ่งก็ถือว่าเป็นช่องว่างที่มีความห่างไม่น้อยเลยทีเดียว จากนั้นนักบิดสัญชาติแอฟฟริกาใต้รายนี้ยังเผยอีกว่าในการแข่งขัน ThaiGP25 ที่จะเปิดฉากในช่วงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ เขาหวังว่าตัวเขาจะมีฟอร์มที่ดีที่สุดในช่วงชีวิตของเขา  “เมื่อเราลงแข่งที่ไทย ผมอยากฟอร์มการแข่งอยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดในชีวิตของผม” “พวกเขาทุกคนรวมไปถึงทีมงานเร่งทำงานอย่างหนักให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะได้ไต่อันดับขึ้นไป และสามารถต่อสู้กับกลุ่มหัวตารางให้ได้อย่างมากที่สุด” ผลงานที่ดีที่สุดของ KTM ในการแข่งขัน MotoGP 2024 สนามที่ทำการแข่งขัน นักแข่ง อันดับที่ทำได้ สนามลูเซลอินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศกาตาร์ Brad Binder 2 สนามมันดาลิกาอินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศอินโดนีเซีย Pedro Acosta 2

ข่าวการแข่งขัน MotoGP

  • All Posts
  • MOTOGP
  • All Posts
  • MOTOGP
2027 Fabio Quartararo

กวาร์ตาราโร ตัดสินใจอนาคตปี 2027 เรียบร้อยแล้ว ท่ามกลางข่าวลือย้ายค่ายหนีวิกฤต Yamaha ที่ผลงานยังดิ่งเหวในการทดสอบที่ไทย

Marc Marquez Ducati Corse MotoGP 2026

มาร์ค มาร์เกซ แชมป์โลก MotoGP เปิดใจถึงความยากลำบากในการเตรียมตัวฤดูกาล 2026 เผยอาการบาดเจ็บสะสมทำให้ร่างกายฟื้นตัวช้าลง ไม่ใช่เรื่องของอายุ

ข่าวการแข่งขัน WSBK

  • All Posts
  • WSBK
Bimota KB998 2025 ซูเปอร์ไบค์อิตาลี เครื่องคาวา เปิดจองแล้วที่ยุโรป

Bimota KB998 2025 รถซูเปอร์ไบค์อิตาลี เครื่องคาวา เปิดให้จองแล้วในยุโรป สำหรับใครที่เป็นสาวกแฟน ๆ ค่ายนี้ ติดตามให้ดีเผื่อมาขายในไทย

  • All Posts
  • WSBK
SBK เตรียมเปิดรุ่นการแข่งขันใหม่ในปี 2026

SBK เตรียมเปิดรุ่นการแข่งขันใหม่ในปี 2026 ตอนนี้ทาง SBK Comission หรือคณะกรรมการการแข่งชิงแชมป์โลกซูเปอร์ไบค์กำลังทำงานและหารือกันก่อนที่ทาง SBK เตรียมเปิดรุ่นการแข่งขันใหม่ในปี 2026 โดยการแข่งขันในคลาสใหม่นี้จะมาแทนที่การแข่งขันในรุ่น WorldSSP300 ซึ่งเริ่มแข่งขันและเสิร์ฟความมันในพิกัดอัตรานี้มาตั้งแต่ปี 2017 แล้ว ทั้งนี้การแข่งขันในรุ่น WorldSSP300 ได้ทำตามเป้าหมายที่ได้ตั้งใจไว้ในฐานะที่จะเป็นฐานสำหรับการสร้างนักแข่งผู้มีพรสวรรค์หรือดาวเด่นเพื่อเข้าสู่รายการแข่งขันระดับโลกในอนาคต และด้วยพื้นฐานความสำเร็จนี้เองทางคณะฯ จึงมีความตั้งใจที่จะเปิดตัวคลาสใหม่โดยมีเป้าหมายไกลยิ่งกว่า โดยจะช่วงเสริมวงการทั้งในด้านมอเตอร์สปอร์ตและด้านการพาณิชย์ของรถในคลาสใหม่นี้ทั้งระดับ เป้าหมายสำคัญของการริเริ่มที่จะทำคลาสใหม่นี้คือการทำให้เส้นทางการก้าวหน้าของนักแข่งอายุน้อยค่อย ๆ เติบโตและขยับไปแข่งขันในพิกัดที่สูงกว่าได้ราบลื่นมากขึ้น ด้วยการลดช่องว่างระหว่างคลาสเริ่มต้นและคลาสระดับกลาง เพื่อให้มีการเปลี่ยนผ่านของระดับการแข่งขันของนักแข่งได้ง่ายมากขึ้น เป็นการช่วยฟูมฟักนักแข่งวัยเยาว์ให้เติบโตและพร้อมไปสู้ระดับสูงที่ต้องการนักแข่งมีฝีมืออย่างมาก และการปรับเปลี่ยนในครั้งนี้จะช่วยสร้างความน่าสนใจจากค่ายรถด้วยการเปิดโอกาสให้พวกเขาสามารถโชว์สมรรถนะรถของพวกเขาได้อย่างเต็มที่และสอดคล้องกับการเติบโตของตลาดรถในพิกัดเริ่มต้น ซึ่งการแข่งขันคลาสใหม่นี้จะนำเสนอรถแข่งที่มีความแรงมากขึ้น ด้วยเครื่องยนต์ในระดับกลาง และยังมีความแม่นยำมาก ทั้งนี้รายละเอียดจะประกาศให้ทราบในโอกาสต่อไป จากข่าวนี้คาดว่าจะปรับให้รถให้มีซีซีมากขึ้นคาดว่าน่าจะอาจจะได้เห็นตัวเลข 500 ซีซีกันในคลาสเริ่มต้นนี้เลยก็ได้ เพราะคลาสกลางอย่าง WorldSSP เองก็มีรถพิกัดสูง ๆ อย่าง Ducati Panigale V2 ที่มีซีซีมากถึง 955 ซีซี ดังนั้นเราจะเห็นการแข่งขันในพิกัดเริ่มต้นที่ 500 ซีซีก็ไม่น่าแปลกใจแล้วล่ะ งานนี้บอกเลยว่าการแข่งขันจะต้องถูกใจแฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตมากขึ้นอย่างแน่นอนครับ แต่คงต้องอดใจรอหน่อย เพราะทางผู้จัดเองก็อยากจะให้ค่ายรถเตรียมตัวและผลิตรถออกมารับในปี 2026 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

WorldSBK ยกเลิกการแข่งที่ฮังการี

WorldSBK ยกเลิกการแข่งที่ฮังการี แล้วเพิ่มสนามที่โปรตุเกสแทน เกิดเหตุการเปลี่ยนแปลงปฏิทินการแข่งขันกันอีกแล้ว ครั้งนี้เป็นทางฝั่ง WorldSBK ยกเลิกการแข่งที่ฮังการี และเพิ่มการแข่งขันที่โปรตุเกสเข้ามาแทน เพื่อให้ยังมีการแข่งขันครบ 12 สนามตามเดิม แต่จะมีผลเปลี่ยนแปลงเรื่องปฏิทินการแข่งขันด้วย โดยกำหนดการเดิมที่สนามที่ 8 ที่ Balaton Park Circuit ประเทศฮังการี ที่จะแข่งในวันที่ 23 – 25 สิงหาคม ยกเลิกไปเลย เนื่องมาจากสถานที่จัดเสร็จสมบูรณ์ไม่ทันตามกำหนดการณ์ สนามที่ 8, 9 และ 10 ก็จะกลายเป็นที่ฝรั่งเศส อิตาลี และสเปน เลื่อนขึ้นมาแทน แล้วแทรกสนาม Autódromo do Estoril ประเทศโปรตุเกส มาเป็นสนามที่ 11 โดยจะแข่งกันในวันที่ 11 – 13 ตุลาคม ส่วนสนามสุดท้าย สนามที่ 12 จะแข่งขันกันที่ Circuito de Jerez – Ángel Nieto ประเทศสเปนตามเดิม โดยสามารถดูได้ตามภาพด้านบนดังนี้ งานนี้แฟน ๆ ที่ติดตามการแข่งขัน WorldSBK ต้องไปปรับวันที่แจ้งเตือนของตัวเองกันให้ดีนะครับ เพราะสนามที่ 8 เดิมยกเลิกไป แล้วต้องไปเพิ่มวันที่แจ้งเตือนใหม่ในวันที่ 11 – 13 ตุลาคม ซึ่งเป็นสนามใหม่ที่เพิ่มเข้ามา ไม่งั้นละก็พลาดชมการแข่งขันไปได้ และจะหาว่าเราไม่เตือน! อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

WorldWCR Test 2024 ประเดิมอุ่นเครื่อง ก่อนลุยศึกที่อิตาลี

WorldWCR Test 2024 ประเดิมอุ่นเครื่อง ก่อนลุยศึกที่อิตาลี ถึงเวลาอุ่นเครื่องแล้วว..!! ก่อนลงเดบิวต์แข่งขันรอบจริงในศึก FIM Women’s Circuit Racing World Championship ที่จะจัดขึ้นขึ้นครั้งแรกในเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งคราวนี้ หนุ่ม ๆ อย่างพวกเราคงครึกครื้น ได้ชิมลางฝีไม้ลายมือของบรรดานักแข่งสาว ๆ ทั้ง 23 คน ควบ Yamaha R7 พร้อมยาง Pirelli ลงทำการซ้อมที่ Cremona Circuit ประเทศอิตาลี DAY 1 สำหรับบรรยากาศการซ้อมในวันแรกค่อนข้างสมบุกสมบันเล็กน้อย โดยสภาพอากาศช่วงเช้าค่อนข้างแจ่มใส แต่พอตกบ่ายฝนดันตก ทำเอาสาว ๆ ต้องรีบแก้สถานการณ์ด้วยการเปลี่ยนยางสลิกมาใช้เป็นยาง Wet แทน โดยผลการซ้อมวันแรก อันดับหนึ่งตกเป็นของตัวเต็งอย่าง Ana Carrasco #22 นักบิดสาวฝีมือดีจาก Evan Bros Racing Yamaha Team ที่เคยเฉิดฉายและเคยคว้าแชมป์ในรายการ WorldSSP300 มาแล้ว โดยรอบนี้ทำเวลาดีสุด 1’45.949 นาที ตามด้วย Lucy Michel #16 สาวน้อยวัย 19 ปี จาก TSL-Racing ในอันดับสอง และอันดับสามได้แก่ Adela Ourednickova #19 จาก DafitMotoracing สามารถทำเวลาไปได้ 1’47.250 นาที และเป็นคนแรกที่ได้เจิมสนามเป็นที่เรียบร้อยในเซสซั่นที่ 4  ในขณะที่ Ran Yochay #10 จาก 511 Terra & Vita Racing Team พลาดท่าตกจากอันดับท็อป 3 โดยทำเวลา 1’47.455 นาที เฉียดฉิวจากอันดับสามเพียง 0.2 วินาที ตามด้วยอันดับ 5 อย่าง Mallory Dobbs #14 (Sekhmet Motorcycle Racing Team) และอันดับ 6 อย่าง Tayla Relph #8 (Tayco Motorsport) ผู้ที่โชว์ฟอร์มดีที่สุดในช่วงวอร์มอัพ 10 นาทีแรก และเป็นสนามแรกที่เธอได้ลงขี่อีกด้วย  อันดับ 7 – 10  Chun Mei Liu (WT Racing Team Taiwan) #33 Jessica Howden (Team Trasimeno) #52 Roberta Ponziani (Yamaha Motoxracing WCR Team) #96 Nicole Van Aswegen (Andalaft Racing) #21 Ana Carrasco เผยว่า “รู้สึกแฮปปี้กับการซ้อมวันแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รู้สึกว่าการแข่งขันนั้นจะเริ่มใกล้เข้ามาทุกที ซึ่งปีที่ผ่านมานั้นไม่ได้ลงแข่งขันนานถึง 6 เดือน เนื่องด้วยอาการเจ็บขา สำหรับครั้งนี้ก็ได้ตั้งตารอกลับมาอยู่บนกริดอีกครั้งโดยรวมแล้วพอใจกับการซ้อมในวันนี้ แม้ว่าจะขี่ได้ไม่มากเนื่องด้วยสภาพฝน เพราะฉะนั้นจึงใช้เวลาทั้งวันเพื่อทำความคุ้นชินกับสภาพสนามแข่ง ซึ่งยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับตนเอง อีกทั้งยังได้พัฒนารถแข่งร่วมกับทีมอีกด้วย ซึ่งเราคิดว่าเราคงร่วมงานกันได้เป็นอย่างดี” DAY 2  ต่อด้วยการเทสในวันที่ 2 กับสภาพอากาศและผิวแทร็กค่อนข้างเป็นใจมากขึ้น และรอบนี้แต่ละคนทำได้ดีกว่าเมื่อวานอย่างเห็นได้ชัดและแน่นอนผลการซ้อมในวันที่สอง อันดับแรกคงไม่พ้น Ana Carrasco ที่สามารถทำสถิติการซ้อมครั้งใหม่ด้วยการทำเวลาไป 1’41.446 นาที ในเซสซันสุดท้าย ดีกว่าเมื่อวานถึง 4 วินาที ตามด้วย Roberta Ponziani’s #96 ทำเวลาไป 1’42.121 นาที ส่วนอันดับ 3 Sara Sanchez #ุ64 (511 Terra&Vita Racing Team)  รั้งอันดับ

Cremona Circuit ประกาศเดบิวต์ พร้อมเปิดบ้านรับศึก WSBK 2024

Cremona Circuit ประกาศเดบิวต์ พร้อมเปิดบ้านรับศึก WSBK 2024 ประกาศเดบิวต์อย่างเป็นทางการ สำหรับสนาม Cremona Circuit พร้อมเปิดบ้านต้อนรับศึกการแข่งขันใน WorldSBK ฤดูกาล 2024 รอบ Round 10 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 20-22 ก.ย.นี้  นับเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในรายการแข่งขันระดับโลก ซึ่งที่ตั้งของสนามดังกล่าวอยู่ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี โดยหลังจากที่ได้มีการปรับปรุงครั้งใหญ่เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทั้งเสริมผิวแทร็กใหม่ โดยเฉพาะช่วงทางโค้งที่ 5,6 โค้ง 11-13 และขยายทางเข้าใหม่เพื่อเพิ่มความสะดวกมากยิ่งขึ้น รวมถึงขยายพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ และสามารถรองรับผู้เข้าชมได้มากถึง 2 หมื่นคน  และไม่ใช่เพียงการปรับปรุงสนามใหม่ที่ทำให้เข้าตากรรมการเท่านั้น ยังมีปัจจัยในด้านอื่น ๆ ทั้งการปรับเปลี่ยนโลโก้สนามใหม่ ดูทันสมัยและเป็นมาตรฐานสากลมากยิ่งขึ้น การออกแบบดีไซน์รูทแข่งที่ให้เหล่าบรรดานักบิดได้สามารถใช้ศักยภาพได้เต็มพิกัดทั้งการใช้ความเร็วสูงสุด การเข้าโค้งและการเบรก และความเป็นเอกลักษณ์ในสไตล์ดั้งเดิมของ Cremona ที่โดดเด่นด้วยสีแดงและสีเทาเข้ม จนทำให้สนามแห่งนี้ มีศักยภาพเพียงพอที่จะรองรับในรายการแข่งขันระดับโลก ซึ่งข้อมูลเบื้องต้นมีความยาวของแทร็กทั้งหมด 3.768 กม. มีโค้งทั้งหมด 13 โค้ง แบ่งเป็นโค้งซ้ายจำนวน 7 โค้ง โค้งขวาจำนวน 6 โค้ง  Alessandro Canevarolo CEO ของเกรโมนา เซอร์กิต กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เผยภาพลักษณ์ใหม่ ๆ สู่สายตาของสาธารณชนทั่วโลก และการเข้าถึงระหว่างคนในพื้นที่ คนรักมอเตอร์ไซค์และแฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตจากทุกมุมทั่วโลกได้มาสัมผัสกับบรรยากาศในสนามแห่งนี้ เราได้เลือกสรรสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ รองรับมากมาย ให้แฟน ๆ ได้สนุกกับการแข่งขัน โดยเฉพาะโซนบริเวณโค้ง 10 ที่ต้องบอกว่าเป็นจุดไฮไลท์สำคัญของการแข่งขันที่แฟน ๆ ห้ามพลาด” สุดท้ายนี้เราอาจได้เห็นบทบาทของการแข่งขันในรายการต่าง ๆ ในสนามแห่งนี้มากยิ่งขึ้น และสร้างฐานแฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตให้มากขึ้นอีกด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bimota 2025 ประกาศลุยศึก WorldSBK ในฤดูกาลหน้า

Bimota 2025 ประกาศลุยศึก WorldSBK ในฤดูกาลหน้า นับเป็นข่าวดีสำหรับแฟน ๆ ในวงการมอเตอร์สปอร์ต สำหรับค่ายรถมอเตอร์ไซค์สัญชาติอิตาลีอย่าง Bimota ประกาศคัมแบคสู่วงการมอเตอร์สปอร์ตอีกครั้งในศึก Motul FIM Superbike World Championship (WorldSBK) ฤดูกาล 2025 ซึ่งการกลับมาครั้งนี้ นอกจากจะเข้ามาสร้างสีสันความมันส์ในวงการมอเตอร์สปอร์ตแล้ว ก็ถือเป็นการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ใหม่จากฝั่งญี่ปุ่นอย่าง คาวาซากิ โดยใช้ชื่อทีมแข่ง Bimota by Kawasaki Racing Team สำหรับรถแข่งจะพัฒนาร่วมกันทั้งสองค่าย โดย Bimota จะดูในส่วนของพาร์ทของแชสซี ชิ้นส่วนและของตกแต่งภายนอก ส่วนทางคาวาซากิดูในเรื่องของเครื่องยนต์และระบบเทคโนโลยีต่าง ๆ ซึ่งรุ่นที่จะใช้ลงการแข่งขันในฤดูกาลหน้า จะใช้บล็อกเครื่องยนต์ของ Ninja ZX-10RR นั่นเอง  หากใครเป็นแฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตคงจะรู้ดีว่าทางค่ายนั้นเคยประสบความสำเร็จในเวทีระดับโลกมากมาย ทั้งชัยชนะในการแข่งขันชิงแชมป์โลกเมื่อปี 1980 ในรุ่น 350 ซีซี กับนักบิดอย่าง Jon Ekerold พร้อมโมเดลตำนานสองสูบสองจังหวะอย่าง Bimota YB3  ในปี 1987 กับตำแหน่งแชมป์ในรายการ TT Formula 1 โดยนักบิดระดับตำนานอย่าง Virginio Ferrari บนรถ YB4R อีกทั้งยังคว้าชัยชนะในการแข่งขันไม่ต่ำกว่า  7 รายการใน WorldSBK เมื่อปี 1988 จากนักแข่งที่สร้างผลงานให้กับทางค่ายทั้ง Davide Tardozzi และ Stephane Mertens หรือแม้กระทั่งในปี 2000 กับความสำเร็จครั้งใหญ่ด้วยการคว้าโพเดียมในสนาม ฟิลิปส์ ไอซ์แลนด์ ด้วยนักบิดผู้ที่ล่วงลับไปแล้วอย่าง Anthony Gobert (SB8R)  คุณ Hiroshi Ito ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ คาวาซากิ มอเตอร์กล่าวว่า “Bimota มีชื่อเสียงในการออกแบบและผลิตรถจักรยานยนต์ สำหรับส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ของเราในการพัฒนาแบรนด์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกนี้ เราเชื่อว่าการแข่งขันจะเป็นก้าวที่สำคัญในการพัฒนาโมเดลใหม่ ๆ และสร้างชื่อเสียงของแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น เรายังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างผลงานใน WorldSBK เหมือนเช่นเคย และหวังว่าโปรเจ็กต์ใหม่ของเราจะสร้างความพอใจให้กับเหล่าสาวกทั้ง Bimota และ Kawasaki” คุณ Pierlugi Marconi Coo Bimota กล่าวว่า “เราได้รับการซัพพอร์ตทั้งในด้านวิศวกรรม เทคโนโลยีและธุรกิจจากทาง Kawasaki ทำให้ Bimota กลับมามีพื้นที่ในสื่อและกลุ่มลูกค้าที่เหนียวแน่นอีกครั้ง ตอนนี้ถึงเวลาก้าวไปอีกขั้น Bimota มีทีมแข่งขันใน WorldSBK พร้อมทั้งควบคู่ไปกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ และขยายเครือข่ายดีลเลอร์ในยุโรปและทั่วโลก ด้วยประสบการณ์ที่ไม่มีใครเทียบได้ของผู้เชี่ยวชาญทีม Kawasaki Racing Team บวกกับการสนับสนุนและความร่วมมืออย่างเต็มที่จากคาวาซากิ มอเตอร์ในญี่ปุ่น ทำให้เราเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและ Bimota by Kawasaki Racing Team จะสร้างรากฐานเรื่องราวบทต่อไปของ Bimota อย่างแน่นอน” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Pirelli Dutch Round ศึกไม่คาดฝัน..อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้

Pirelli Dutch Round ศึกไม่คาดฝัน..อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้ จบการแข่งขันไปแล้วสำหรับศึก Pirelli Dutch Round ใน WorldSBK 2024 ที่แอซเซ่น ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเชื่อว่าหลาย ๆ คน ที่ได้รับชมการแข่งครั้งนี้ คงลุ้นระทึกจนถึงวินาทีสุดท้ายกันเลยทีเดียว และครั้งนี้ก็นับได้ว่าสนุก มันส์ ครบทุกรสชาติ รวมถึงชัยชนะครั้งนี้ก็เป็นที่คาดเดาได้ยากสำหรับแฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตเลยไม่น้อย Race 1 อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้ สำหรับในช่วง Race 1 ชัยชนะตกเป็นของนักบิดหน้าใหม่อย่าง Nicholas Spinelli สังกัดทีม Barni Racing ซึ่งเจ้าตัวนั้นได้มาขี่แทน Danilo Petrucci ที่บาดเจ็บหนักจากการซ้อมรถวิบากในช่วงวีคก่อนการแข่งขัน และแน่นอนว่าได้ทำการเดบิวต์ตัวเองเป็นที่เรียบร้อย จากการเก็บชัยชนะไปได้ใน Race 1 แซงเจ้าของโพล โพลซิชัน รวมไปถึงแชมป์โลกทั้งสองคน ซึ่งในช่วงออกสตาร์ทอยู่ ๆ ฝนตก ทำให้เขาออกตัวแซงคู่แข่งทิ้งห่างนำโด่งถึง 25 วินาที (เลือกใช้ยางได้เหมาะเจาะ) บวกกับเหตุการณ์รถแข่งของ Locatelli นั้นเครื่องยนต์เกิดปัญหา น้ำมันเครื่องกระจายเป็นทางยาว จนเจ้าหน้าที่ในสนามประเมินแล้วว่า ถ้าแข่งต่อ..ไม่เวิร์คแน่นอน จึงยุติการแข่งขันซึ่งทำให้เจ้าตัวนั้นเก็บชัยใน Race 1 ไปแบบชิว ๆ ถือว่ามาพร้อมดวงจริง ๆ ส่วนอันดับที่ 2 และ 3 ตกเป็นของแชมป์โลกทั้งสองคนอย่าง โทปรัค และ เบาติสต้า สรุปผลการแข่งขันรอบ Race 1 1 Nicholas Spinelli (Barni Spark Racing Team) 2. Toprak Razgatlioglu (ROKiT BMW Motorrad WorldSBK Team) +1.979s 3. Alvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) +2.089s Superpole Race ต่อด้วยรอบ Superpole Race ออกสตาร์ทนำโดย Nicolo Bulega (Aruba.it Racing – Ducati) น้องใหม่ฝีมือไม่ธรรมดาโดยบิดทิ้งห่างนำคู่แข่งเกือบ 3 วินาทีในช่วงแรก ขณะที่แชมป์โลกอย่างเบาติสต้า เกิดพลาดท่าร่วงตกลงมาอยู่อันดับ 8 ส่วนโทปรัค ก็หนีไม่พ้นพลาดท่าเช่นเดียวกัน ตกจากอันดับ 2 มาอยู่ที่ 4 ทำให้เจ้าตัวต้องทำงานหนักมากยิ่งขึ้น โดยในสิบรอบหลังของซูเปอร์โพลเรซ เบาติสต้ากลับโชว์ความเก๋า บิดไล่แซงคู่แข่ง ตีตื้นขึ้นมาเป็นอันดับสอง ก่อนผงาดขึ้นแซงทีมเมทน้องใหม่ในแล็ปสุดท้าย และวิ่งเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกได้อย่างสวยงาม สรุปผลการแข่งขันรอบ Superpole Race 1. Alvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) 2. Nicolo Bulega (Aruba.it Racing – Ducati) +2.686 3. Alex Lowes (Kawasaki Racing Team WorldSBK) +7.403 Race 2 สำหรับโพล โพลซิชัน ในครั้งนี้ตกเป็นของเบาติสต้า บิดสตาร์ทขึ้นนำคู่แข่งยาว ๆ ซึ่งผ่านไปครึ่งรอบแรกในช่วง Race 2 เกิดฝนตกหนักจนต้องสะบัดธงแดงในระหว่างการแข่งขัน ขณะที่ราซกัตลิโอกลูอาศัยจังหวะดังกล่าวในการพยายามตีตื้น แต่เบาติสต้าก็ขึ้นนำอีกครั้ง ก่อนที่ Remy Gardner (GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team) และ Andrea Locatelli (Pata Prometeon Yamaha) ไล่บี้ตีเสมอจนสำเร็จ อย่างไรก็ตามนักบิดชาวตุรกียังคงขึ้นนำคู่แข่งภายใต้ความกดดันในช่วงหกรอบสุดท้ายก่อนปิดฉากการแข่งขันด้วยการเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก ต่อด้วยนักบิดแชมป์โลกชาวสเปนที่ไล่บี้ตามมาติด ๆ ไม่ถึงวินาที (+0.625) และอันดับที่ 3 เป็นของ Remy