SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าว MotoGP อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • MOTOGP
Pirelli ส่งยางซ้อมให้นักแข่ง Moto2/3 ใช้

Pirelli ส่งยางซ้อมให้นักแข่ง Moto2 Moto3 ใช้ ข่าวล่าสุด จาก Pirelli โดย Giorgio Barbier เป็นผู้ตัดสินใจฟันธงส่งยางซ้อมเป็นตัวเลือกให้นักแข่งทั้งในรุ่น Moto2™ และ Moto3™ ใช้ในการแข่งขันเป็นครั้งแรก บนสนาม Sachsenring (ซัคเซนริง) ที่เยอรมันในสุดสัปดาห์นี้ เหตุผลในการเลือกยาง จาก บทสัมภาษณ์ ของ Giorgio Barbier “ซัคเซนริงเป็นสนามแข่งที่เรามีความรู้เพียงเล็กน้อย เพราะเราไม่เคยแข่งที่นั่น หมายถึงความรู้ในรุ่น Moto2™ และ Moto3™ รวมถึงการแข่งขันชิงแชมป์ระดับนานาชาติอื่นๆ เราไม่มีข้อมูลที่หนักแน่นพอเพื่อใช้เป็นมาตรฐาน เราเพียงแต่มีข้อมูลคอมเม้นท์จากนักแข่งที่เคยลงแข่งในฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งบอกเราว่าสนามนี้เป็นสนามที่มีความต้องการยางเป็นพิเศษเนื่องจากรูปแบบของสนาม โดยมีโค้งซ้ายความเร็วสูงจำนวนมาก พื้นสนามที่หยาบทำให้การยึดเกาะต่ำ และมักมีสภาพอากาศที่ไม่แน่นอน นั่นเป็นเหตุผลที่เราตัดสินใจขยายการจัดสรรยาง โดยเสริมด้วยคอมปาวด์ยางที่ทนการสึกหรอมากขึ้น” จากข้อความข่าววงใน คอมปาวด์ยางที่เป็นตัวเลือกเพิ่มเติม คือยาง Hard รหัสยาง SC3 หรือที่รู้จักในนาม “ยางซ้อม” จากเหตุผลที่พอสรุปจากบทสัมภาษณ์คือ สนามหยาบ เลยเอาติดไปเผื่อไว้ก่อน ในสนามซัคเซนริงปีนี้จะเป็นครั้งแรกที่เราจะอาจจะได้เห็น คอมปาวด์ SC3 ลงแข่งขันจากทั้งสองรุ่น และเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นยางโปรโตไทป์ตัวใหม่ SC3 C0196 ในยางหลังของรุ่น Moto3 แถมในรุ่น Moto2 จะมียางหลัง SC0 D0532 ที่เป็นโปรโตไทป์เช่นกัน ยางจาก Pirelli SC3 ที่เพิ่มขึ้นมาเป็นแค่ตัวเลือกไม่ได้บังคับ เราจะได้เห็นผลทดสอบในเร็วๆ นี้ว่า Free Practice จะมีทีมไหนทดลองเอายางตัวนี้มาเล่น แต่ถ้าเอาชัวร์ ก็มียางสเปคเดิมจากสนามที่แล้วให้เลือกอยู่แล้ว แน่นอนว่าเกมการแข่งขันจะต้องมีลุ้นมากกว่าเดิม เพราะปัจจัยยางไม่เหมือนสนามที่แล้ว ส่วนเรื่องสถิติ Pirelli จะทุบยาง Dunlop ได้รึเปล่า ต้องมาดูกันอีกที

สนามสุดท้ายของRaul Fernandez!?

ยืนยันแล้ว ราอูลจะได้ขี่ RS-GP23ที่สนามเยอรมันสัปดาห์นี้เป็นครั้งสุดท้าย! ”สำหรับราอูลแล้ว มันจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เจ้าหนุ่มคนนี้ได้ควบรถ RS-GP2023 “ Davide Brivio บอสใหญ่ได้กล่าวไว้ หลังจากที่ ตอนนี้ ราอูล เฟอร์นันเดซ เป็นหนึ่งเดียวในทีมAprilia ที่ยังขี่รถ RS-GP ตัวเก่าอยู่ แต่เวลานี้ทางทีมรับประกันให้แล้ว ว่า เดี๋ยวอัพให้ไปขี่RS-GP 24 แน่นอน หลังจากผลงานโดดเด่น โดยตอนนี้ราอูลอยู่ในอันดับที่12บนอันดับคะแนนสะสม และทางทีมตั้งใจจะปรับไปให้ขี่รถSpec2024 ให้พร้อมกับการอัพเดทแฟริ่งระหว่างฤดูกาลแข่งขัน พร้อมกันไปเลยทีเดียว หลังจากช่วงSummer break ซึ่งคือสนามSilverstone ของอังกฤษ ในเดือนถัดไป หมายความว่า ราอูลจะได้ขี่รถSpecใหม่ หลังจากจบSachsenring หลังจากโชคไม่ค่อยดีตั้งแต่ต้นฤดูกาล เจ็บทั้งเซปังTest อดแข่งไป2สนาม แต่ก็กลับมาทำผลงานได้ดีที่คาตาลุนย่าในSprint race อันดับ6 และหลังการผ่าตัด Arm pump ก็กลับมาติดtop ten ที่Assenอีก (P8) “ผมแฮบปีนะ กับผลงานที่Assen เราทำได้ดี แต่ผมก็อยากจะสดกว่านี้ เพราะหลังจากล้มหนัก มันก็เจ็บจริงแหละ และคงจะดีขึ้นหลังจากได้พักสัก2-3วัน สำหรับสนามSachsenring ผมจะพยายาม ไม่กดดันมาก จะรีแลกซ์หน่อย พยายามเข้าไปQ2ให้ได้ก่อน หลังจากนั้นก็ดูกันไปวันต่อวัน และนี่น่าจะเป็นแผนที่ดี เพราะรู้สึกได้ว่า ถ้าเรารีแลกซ์ให้มากขึ้น และสนุกกับมัน เราก็เร็วขึ้นจริงๆ นี่เป็นเป้าหมายของเราในสนามนี้“ หนุ่มสเปนกล่าว ในขณะที่ทีมโรงงานAprilia จับคู่นักแข่งใหม่ได้แล้ว อย่าง Jorge Martin และ Marco Bezzecchi แต่ทีม Trackhouse กลับยังไม่มีการยืนยัน นักแข่งของทีมในปีหน้าเลย แต่ที่แน่ๆคือ ต้องมีคนหนึ่งอยู่คนหนึ่งไป และตอนนี้ฟอร์มของราอูล ก็กำลังมา ถูกที่ถูกเวลาซะด้วย ขณะที่ เพื่อนร่วมทีมอย่างอดีตนักแข่งKTM ผู้เคยขึ้นโพเดี้ยมมา5ครั้ง มิเกล โอลิเวียร่านั้น ฟอร์มกำลังออกทะเล ทั้งๆที่ได้ขี่รถตัวล่าสุดตั้งแต่เริ่มฤดูกาล และตอนนี้อยุ่อันดับที่16 ในตาราง ”Sachsenring เป็นสนามที่มีเอกลักษณ์ ทั้งสั้น และหนักไปทางโค้งซ้าย ซึ่งผมค่อนข้างถนัดเป็นพิเศษ และก็หวังว่าจะทำผลงานได้ดีในสนามนี้ก่อน เบรคครึ่งฤดูกาลนี้ ซึ่งหวังว่า จะหาจุดลงตัวในSetting ได้ไว และทำผลงานได้ดีมีแต้มกับเจ้า RS-GP24” มิเกลทิ้งท้าย มารอชมกันนะ GermanGPสนามก่อนSummerBreak หนึ่งเดือน ว่าTrackhouse Aprilia จะมีอะไรSurpriseเราไหม? 😉🏁

ทำไม Marc Marqurez ถึงถูกเลือกจาก DUCATI

ทำไม Marc Marqurez ถึงถูกเลือก..? “ฝีมือ กระแสความนิยม หรือ มูลค่าการตลาด อะไรคือปัจจัยหลักสำคัญที่ทำให้ DUCATI ทีมโรงงานถึงเลือกแชมป์โลก 8 สมัยอย่าง Marc Marqurez” หลังจากที่เป็นข่าวครึกโครมอยู่พักใหญ่ ของการคัดเลือกนักบิดเข้าสู่ทีม Ducati โรงงานใน MotoGP ฤดูกาล 2025 กับบทสรุปของเก้าอี้ที่ใคร ๆ ต่างใฝ่ฝัน นั้นได้ตกเป็นของนักบิดแชมป์โลก 8 สมัยอย่าง Marc Marquez ที่พึ่งย้ายจากบ้านเก่าจาก ฮอนด้า เรปโซล มาขี่รถดูคาติ ให้เกรซซินี ทีม ได้ไม่ถึงปีเสียด้วยซ้ำ แต่ในทางกลับกัน ชายผู้ที่ขี่ดูคาติมานาน แถมยังฟอร์มร้อนแรงต่อเนื่องอย่าง Jorge Martin ที่ใคร ๆ ยอมรับในฝีไม้ลายมือและอยากให้ขึ้นทีมโรงงานนั้น ที่ในฤดูกาลนี้มีคะแนนนำทิ้งห่างแชมป์โลกมากถึง 50 แต้มกลับไม่ถูกเลือกในครั้งนี้   ทำไม Marc Marqurez ถึงถูกเลือก นั่นอาจเป็นเพราะด้วย “ประสบการณ์” ที่สามารถสร้าง “ปรากฎการณ์” ในแบบของมาร์ค ไล่หวดคู่แข่งและสามารถคว้าโพเดี้ยมมาหลายสนามด้วยรถดูคาติในเวอร์ชันทีมรอง (GP23) จนทำให้เกิดกระแสความนิยม #93 กลับมาหึกเหิมอีกครั้ง บวกกับลีลาความเก๋าในสนามที่น่าตึงตราตึงใจทั้งความคม เบรกลึก เสียบใน ทำเอาใจเสียวไปตาม ๆ กัน นี่แหล่ะมาร์คที่ใครต่างก็รู้ ๆ กันนั่นเอง  ส่งผลให้ทาง Ducati ทีมโรงงานได้เล็งเห็นถึงศักยภาพในตัวมาร์ค ที่สามารถเข้ามาสร้างผลงานแชมป์โลก และเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาตัวแข่ง GP25 บวกกับมูลค่าการตลาด สปอนเซอร์ที่พร้อมสนับสนุนมากมายนั้น ย่อมสร้างเม็ดเงินลงทุนได้อย่างมหาศาล Simon Crafar ผู้สัมภาษณ์นักแข่งชื่อดังจากดอร์น่า ได้คอมเม้นต์เกี่ยวกับประเด็นนี้ว่า “ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ ไม่ว่าคุณจะคิดว่ามันไม่แฟร์สำหรับ Jorge Martin มันถูกต้อง ไม่ว่าคุณจะคิดว่ามันสมควรเป็นของมาร์ค มันถูกต้อง ผมไม่คิดจะแซะ Ducati นะ แต่มาร์คสามารถจุดกระแสตรงนี้ได้ เขาเป็นมุ่งมั่น และทำมันได้ เห็นตอนแข่งไหม ? เขาใช้รถเวอร์ชันปีที่แล้วนะ”  “มาร์คมาอยู่ดูคาติเมื่อไม่นานนี้เอง Gigi ก็ได้เห็นฟอร์มมาร์คที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ แล้วมีเหตุผลอะไรที่ไม่เลือกเขา รวมถึงภาพลักษณ์ สปอร์เซอร์มากมาย รวมทั้งทางบอร์ดบริหารก็อยากที่จะทำการตลาดด้วยเช่นกัน” นี่คงเป็นเหตุผลที่ทาง Ducati ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของนักแข่งที่สามารถเข้ามาพัฒนาทีมแข่งได้ในอนาคต บวกกับกระแส ความนิยม และมูลค่าทางการตลาดในระดับที่ใคร ๆ ต่างยอมรับ ทั้งหมดนี้ถือเป็นข้อที่สามารถชั่งน้ำหนักแล้ว “วินวิน” ทั้งสองฝ่าย ยังไงก็มาดูกันในฤดูกาล 2025 ว่าจะเป็นอย่างไร อาจพลิกโฉมปฏิวัติศาสตร์แชมป์โลกกับรถดูคาติครั้งแรกก็เป็นได้ หรืออาจเซอร์ไพรส์กว่าด้วยการเป็นแชมป์ในปีนี้ก็เป็นไปได้นะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Pirelli ทุบทุกสถิติที่ TT Assen

Pirelli ทุบทุกสถิติที่ TT Assen Pirelli ทุบทุกสถิติที่ TT Assen ทั้งสถิติเวลาแล็ปตลอดกาล สถิติเวลาแข่งขัน และเวลาการแข่งขันโดยรวม เร็วกว่าสถิติเดิมทั้งหมด โดยสถิติใหม่นี้ทำได้ด้วยยาง Diablo Superbike สูตรมาตรฐาน Moto2 การแข่งขันในพิกัดนี้นักแข่งเกือบทั้งหมดเลือกที่จะใช้ยางหน้า SC1 และยางหลัง SC0 และเป็นอีกเรซที่ Ai Ogura จากทีม MT Helmets-MSI คว้าชัยชนะอีกครั้งหลังจากที่เขาคว้าชัยที่ Catalunya มา Sergio Garcia (MT Helmets-MSI-Boscoscuro) ส่วนสถิติเวลาที่พีเรลลี่มีส่วนในการช่วยนักแข่งทำลายในคลาสนี้ก็คือ สถิติเวลาแข่งขันด้วยฝีมือของ Sergio Garcia จากทีม MT Helmets-MSI อยู่ที่ 1’35.977 นาที ในแล็ปที่ 8 ซึ่งเร็วกว่าสถิติเดิมในปี 2021 ถึง 0.7 วินาที และยังทำลายสถิติเวลาในการแข่งขันโดยรวมของพิกัดนี้อีกด้วย โดยเร็วกว่าเดิมถึง 16 วินาที เมื่อเทียบกับสถิติเดิมเมื่อปี 2023 ขณะที่สถิติเวลาแล็ปตลอดกาลในพิกัดนี้มี Fermin Aldeguer จากทีม  Folladore SpeedUp ทำลายสถิติด้วยเวลา 1’35.269 นาที เร็วกว่าสถิติเดิมเกือบ 0.8 วินาที Moto3 สำหรับการแข่งขันคลาสเล็กสุดนี้นักแข่งส่วนใหญ่ เลือกใช้ยางหน้า SC2 และยางหลัง SC1 โดยชัยชนะในเรซนี้ตกเป็นของ Ivan Ortolá MT Helmets-MSI ด้วยการแซงเจ้าถิ่น Collin Veijer จากทีม Liqui Moly Husqvarna Intact GP ในแล็ปสุดท้าย   โดยสถิติที่ถูกทำลายในคลาสนี้ก็คือสถิติเวลาแข่งขัน ด้วยฝีมือของ Adrian Fernandez จากทีม Leopard Racing ในแล็ปที่ 3 ด้วยสถิติ 1’40.405 นาที เร็วกว่าสถิติเดิมเมื่อปี 2022 เกือบ 0.8 วินาที และยังทำลายสถิติเวลาการแข่งโดยรวมมากกว่า 28 วินาทีเมื่อเทียบกับสถิติเดิมเมื่อปี 2023 ขณะที่สถิติเวลาแล็ปตลอดกาลในคลาสน้องเล็กนี้มี Collin Veijer จากทีม Liqui Moly ทุบสถิติด้วยเวลา 1’39.703 นาที เร็วกว่าสถิติเดิมเกือบ 1.5 วินาทีเลยทีเดียว เรียกได้ว่า Pirelli ประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม สามารถทำลายสถิติได้ทั้งหมด โดยที่ไม่ต้องใช้ยางสูตรพิเศษแต่อย่างใด โดยใช้แต่เพียงยางสูตรมาตรฐานที่ใคร ๆ ก็สามารถหาซื้อได้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

MotoGP Assen 2024 สรุปผลการแข่งขัน และเรื่องราวดราม่า

MotoGP Assen 2024 สรุปผลการแข่งขัน และเรื่องราวดราม่า เรียบร้อย!🏁🤩 Pecco จัดไป 3 สนามติด! สำหรับ MotoGP Assen 2024 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ไฮไลท์ยังตกเป็นของ Francesco Bagnania win 3 สนามติดกัน และยังเป็นชัยชนะครั้งที่ 23 ในชุดฟอร์มทีมโรงงานDucati เทียบเท่า อดีตแชมป์โลก ชาวออสซี่ Casey Stoner เรียบร้อย ตามมาด้วย Jorge Martin แห่ง Prima Pramac ใช้ยาง Medium หน้าหลังรักษาตำแหน่งตามมาได้ แต่ไล่แซงไม่ไหว ส่วน อันดับ3 ‘The Beast’ Enea Bastianini ไล่แซงเพื่อนเรียบ เข้าวินอันดับ3สวยๆ และเป็น Ducati Desmosedici GP24 ทั้ง3คัน ส่วนมาร์คนั้น คงไม่ค่อยถูกใจสุดสัปดาห์นี้จริงๆนั่นแหละ ทั้งล้ม ทั้งไม่ค่อยมีอะไรเป็นใจ ล่าสุด โดนปรับโทษ เวลาลง16วินาที อันดับร่วงกราวไป10อันดับ ข้อหาลมยางอ่อน 0.01psi เพียงรอบเดียว กฎใหม่ปีนี้ยังโดนแฟนๆกับCrew Chief แต่ละทีม อวยพรกันยกใหญ่ แต่กฎก็ต้องเป็นกฎ ขนาดมาร์คยังโดน แล้วคนอื่นจะเหลืออะไร Ai Ogura คว้าชัยในรุ่น Moto2 เป็นสุดสัปดาห์แห่งดราม่าไปอีก สำหรับ Assen ปีนี้ แต่ก็นั่นแหละ This is racing! Moto2 สนุกมากๆ เจ้าไอค์ Ai Oguraใช้ความได้เปรียบจากความผิดพลาดของFermin Alderguer ที่โดนโทษ Long laps penalty ขึ้นนำแล้ว รักษาอันดับ และบริหารยาง จนเข้าที่1 อย่างงดงาม เหนือการไล่ตามอย่างไม่คิดชีวิตของอันดับที่2อย่างFermin และ โพเดี้ยมอันดับ3 เพื่อนร่วมทีม MT Helmet MSI Sergio Garsia ปีหน้าจะได้เจอไหมนะ กับ Ai Ogura ในMotoGP ต้องรอชม แต่ที่แน่ๆ Fermin เด่วเก็บกระเป๋า ย้ายบ้าน ไปเข้าโรงเรียนMotoGP ค่อนข้างแน่นอน สมเกียรติ จันทรา ทำได้! คว้า TOP 5 ในสนามนี้ และที่ต้องกรี้ดสิครับ กรี้ดมันออกมา 🤩 คือ คุณก้อง สมเกียรติ จันทรา ของพวกเรา โชว์ฟอร์ม เปิดอัลติ ไล่แซงเพื่อนๆจากอันดับ17! ขึ้นมาอยุ่ Top5 เข้าอันดับที่5 อย่างงดงาม ใจฟูทั้งแผ่นดิน ขอให้ผลงานดีขึ้นเรื่อยๆ แล้วรอไปกรี้ดกันให้คอระเบิดที่บ้านเรา ตุลาคมนะ! (!) มาถึง พลังวัยรุ่น วัยฮอร์โมน Moto3 Ivan Ortora ดับฝันเจ้าถิ่น!ไล่แซง Collin Veijer เจ้าถิ่นชาวดัตช์ ในโค้งสุดท้ายเฉือนเอาชนะไปแบบสุดติ่งกระดิ่งแมว แค่เสี้ยว0.012วินาที ทำเอาวัยรุ่นกับกองเชียร์เจ้าถิ่นแอบเซ็งไปตามๆกัน แต่ก็เรียกว่าเป็นRace ที่เยี่ยมยอดทั้งสองคน ได้ใจผู้ชมเลยทีเดียว ตามมาด้วย David Monoz ในโพเดี่ยมอันดับสาม       ้้เป็นสุดสัปดาห์ที่มีร้อยเรื่องราวให้ติดตามทั้ง 3 วันติด สำหรับ‘The Cathredal of Speed’ Assen TTให้โอกาสพักกันนิดหน่อย แล้วไปเห็นเธอที่เยอรมันกันต่อที่ Sachsenring 🇩🇪สัปดาห์หน้า5-7กรกฎาคม เดือดๆๆๆๆๆๆๆ สุมไฟรอเลย ❤️‍🔥🤩🏁                           สรุปผลคะแนนรวม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่

Joe Roberts ไหแตก! บอกลาAssenTT

Joe Roberts พ่อเทพบุตร Moto2 แห่งOnlyFans American Racing ไหแตกไปแล้ว ในการซ้อมวันศุกร์ จากอาการHighside ทำให้ไหปลาร้าขวาหัก ตำแหน่งยอดฮิตของนักบิดที่ไม่มีใครอยากได้ ทำให้ยกยอดสนามนี้ไปค่อนข้างแน่นอน น่าเสียดาย ฟอร์มกำลังร้อนแรงเอามากๆ คะแนนรวมก็นำอยู่ แต่ไม่เป็นไร รีบไปเสริมไทเทเนี่ยม แล้วคัมแบ็คในเร็ววันและขอให้recoverทันสนามหน้านะโจ สำหรับP1 และNew time Laps record เป็นของFermin Aldeguer ว่าที่MotoGP Riderปีหน้า แต่ทีมอะไร ไม่บอกหรอก ปล่อยให้งง 😄 (เพราะเราก็ไม่รู้ )🤣  

Prima Pramac Racing ย้ายค่าย เปลี่ยนใช้ Yamaha

Prima Pramac Racing ย้ายค่าย เปลี่ยนใช้ Yamaha ข่าวด่วนจากฝากฝั่ง MotoGP สื่ออิตาลีเผย Prima Pramac Racing ย้ายค่าย เปลี่ยนใช้ Yamaha แทน ดูเหมือนว่าสถานการณ์ความไม่แน่นอน ความคลุมเครือในการแข่งขัน MotoGP จะคลายลงไปอีกเรื่อง เมื่อมีรายงานว่า Pramac ได้ตัดสินใจแล้วว่าจะใช้รถแข่งจากค่ายไหน ซึ่งในท้ายที่สุดแล้วก็เป็นค่ายส้อมเสียง Yamaha นั่นเอง ข้อมูลนี้มาจากทาง Sky Sport Italia ซึ่งมีข้อมูลว่าโครงการและเงื่อนไขนี้เป็นทางค่ายรถจากเมืองอิวาตะนั้นไปนำเสนอและโน้มน้าวกับทางทีมของ Paolo Campinoti ให้ตัดสินใจแยกทางกับ Duicati หลังจากร่วมมือกันมานานกว่า 2 ทศวรรษ การตัดสินใจครั้งนี้เหลือเพียงการประกาศอย่างเป็นทางการเท่านั้น ซึ่งอนาคตของทาง Pramac จะส่งผลต่อตลาดซื้อขายนักแข่งอย่างมาก เนื่องจากจะทำให้การแข่งขัน MotoGP นั้นมีรถแข่งของ Ducati น้อยลงไป 2 คัน และมีรถแข่งจาก Yamaha เพิ่มเข้ามา 2 คันแทน ตอนนี้ทาง Franco Morbidelli ที่สังกัดทีมนี้อาจจะต้องมองหาทีมอื่น แม้ว่าเขาจะเริ่มได้รับความไว้วางในกับทางทีมแล้วก็ตาม ซึ่งเขาเองเคยเจอกับปัญหากับทาง Yamaha YZR-M1 มาแล้วในช่วงปี 2021 ถึง 2023 ขณะที่ทางฝั่งของ Fermín Aldeguer จะเหลือโอกาสความเป็นไปได้น้อยลง เหลือเพียง 4 ที่นั่งเท่านั้นคือ Gresini หรือไม่ก็ VR46 ซึ่งทาง Morbidelli เองก็อาจจะย้ายไป VR46 อีกด้วย และอนาคตก็ยังไม่รู้ว่าทาง Ducati เองจะสนับสนุนรถแข่งตัวล่าสุดให้กับทีมใด เพราะปีนี้มีเพียงทีม Pramac เท่านั้นที่ได้รถปี 2024 ถ้าคอนเฟิร์มตามนี้แล้ว Yamaha จะกลับมามีทีมอิสระอีกครั้งหลังจากที่มีเพียงแต่ทีมโรงงานอย่างเดียวมา 2 ปี และตอนนี้ Alex Rins ก็น่าจะอยู่เป็นทีมเมทกับทาง Fabio Quartararo ต่อไป ที่สำคัญคือการมีรถ M1 ในการแข่งขันเพิ่มอีก 2 คัน จะช่วยให้การพัฒนารถนั้นเป็นไปได้รวดเร็วมากขึ้นจากเรื่องของกฎสัมปทานนั่นเอง อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

MotoGP อาจจะเปลี่ยนแบรนด์ยาง

MotoGP อาจจะเปลี่ยนแบรนด์ยาง สำนักข่าวมอเตอร์สปอร์ต Moto Sprint ของอิตาลี่ ได้ปล่อยข่าวลือวงใน ถึงการปรากฏตัวแบบได้นัดหมายของผู้บริหารระดับสูงหาตัวจับยาก 4 ฝ่าย ของ Pirelli มารวมตัวกันที่สนาม Mugello เพื่อดูงาน MotoGP เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา ณ ปัจจุบัน Pirelli เป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ ของยางที่ใช้ในการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก อย่าง F1, WorldSBK มาเป็นเวลาอย่างยาวนาน และได้เริ่มก้าวเข้าวงการ MotoGP ในต้นปีที่ผ่านมา การพบปะครั้งนี้ นำทีมโดย Giorgio Barbier ผู้บริหารแผนกยางสำหรับแข่งขันมอเตอร์ไซค์ ได้พาผู้บริหารท่านอื่นๆ เข้าชมความสำเร็จของการใช้ยาง Pirelli ที่ได้ใช้เป็นยางในการแข่งขันล่าสุดที่ได้เซ็นสัญญา คือ Moto 2 และ Moto 3 เป็นไปได้ว่าอาจะมีการเซ็นสัญญาใหม่ในรุ่น MotoGP ด้วยเหตุที่ว่าสัญญาผู้สนับสนุนรายการ MotoGP ปัจจุบันของ “มิชลิน” จะหมดลงในปี 2569 หรือในอีก 2 ปีข้างหน้า และ Pirelli สามารถเข้าเสียบแทนได้ในปี 2570 ส่วนข่าวจะจริงหรือไม่ เวลาเท่านั้นคือผู้กำหนด

ซื้อบัตร ThaiGP 2024 ยังไงให้ถูกที่สุด

ซื้อบัตร ThaiGP 2024 ยังไงให้ถูกที่สุด แฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตหลาย ๆ คนที่ติดตามการแข่งขัน MotoGP ในบ้านเรามาโดยตลอดน่าจะรู้กันดีว่าบัตร MotoGP นั้นหมดไวมาก ๆ และที่สำคัญราคาเต็มก็เอาเรื่องเลยทีเดียว ดังนั้นวันนี้เราจะมาบอกวิธี ซื้อบัตร ThaiGP 2024 ยังไงให้ถูกที่สุด ให้คุณเตรียมตัวเตรียมพร้อมก่อนที่จะไปซื้อบัตรให้ทันกันในวันที่ 18 มิถุนายนนี้ เวลา 14.00 น. สถิติเดิมของการขายบัตรแบบหมดเกลี้ยงเมื่อปีที่แล้วคือ 2.29 นาที และมาปีนี้ก็น่าจะหมดไวยิ่งกว่านี้ สำหรับการแข่งขัน MotoGP ที่ไทยเราจะเป็นเจ้าภาพรือว่า ThaiGP 2024 นั้นจะจัดขึ้นวันที่ 25 – 27 ตุลาคมนี้ ในชื่อเต็ม ๆ ว่า PT Grand Prix of Thailand ได้เคาะราคาจำหน่าย บัตรเข้าชม แบบ 3 วันแล้ว โดยจะมีแบ่งออกเป็น 4 ประเภท 4 ราคาด้วยกัน ได้แก่   1.แกรนด์ สแตนด์  5,000 บาท (เห็นทุกโค้งทั่วสนาม) ราคาหลังหักส่วนลดสูงสุด 25 % เหลือเพียง 3,750 บาท 2.ไซด์สแตนด์ 2,000 บาท (ราคาสบายกระเป๋า) หักส่วนลดสูงสุด 25 % เหลือเพียง 1,500 บาท 3.ไรเดอร์ สแตนด์  สำหรับกองเชียร์นักแข่ง 3 คน ได้แก่ มาร์เกซ สแตนด์, กวาร์ตาราโร สแตนด์, จันทรา สแตนด์ สำหรับแฟน ก้อง-สมเกียรติ จันทรา ราคา 3,000 บาท หลังหักส่วนลดสูงสุดเหลือเพียง 2,250 บาท พร้อมของที่ระลึก ลิขสิทธิ์แท้จากนักแข่งที่ชื่นชอบ 4.แบรนด์ สแตนด์ (Brand Stand) ในปีนี้พิเศษสุด มีสแตนด์สำหรับกองเชียร์จากค่ายรถจักรยานยนต์ชั้นน้ำพร้อมรับของรางวัลจากผู้สนับสนุน และรับสิทธิ์ลุ้นรางวัลจากผู้สนับสนุนมากมายได้แก่ ฮอนด้า สแตนด์, ยามาฮ่า สแตนด์ ราคา 2,000 บาท ราคาหลังหักส่วนลดสูงสุด 25 % เหลือเพียง 1,500 บาท  ส่วน “ดูคาติ สแตนด์“ รับส่วนลดสูงสุด 20% จากราคา 2,000 บาท  เหลือเพียง 1,600 บาท สำหรับบางคนอาจจะมองว่าแพง แต่จริง ๆ แล้วบัตรในไทยจัดว่าถูกและคุ้มค่าที่สุดในโลกแล้ว เนื่องจากทุกภาคส่วนจัดเต็มมหกรรมความบันเทิงทั้งในและนอกสนาม คอนเสิร์ต มวย ช้อป ชิม วิธีการซื้อให้ถูกที่สุดคือ 1.รับส่วนลดทันที 25% เพียงคุณเป็นสมาชิก PT Max Card Plus เพียงแค่แสดงบัตรก็ใช้สิทธิ์นี้ได้ทันที หรือรับส่วนลด 20% เมื่อแสดงบัตร PT Max Card Prestige หรือ บัตร PT Max Card 2.รับส่วนลด 20% เมื่อคุณเป็นสมาชิก Chang International Circuit Friend Club 3.รับส่วนลด 20% เพียงโชว์กุญแจรถจักรยานยนต์ Honda 4.รับส่วนลด 20% เพียงโชว์กุญแจรถจักรยานยนต์ YAMAHA รับส่วนลด 20% สำหรับแสตนด์ Ducati เพียงโชว์กุญแจรถจักรยานยนต์ DUCATI ใช้เป็นส่วนลด 20% หมายเหตุ สงวนสิทธิ์เลือกใช้ส่วนลดได้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีข่าวดีสำหรับยามาฮ่า สแตนด์ ซื้อบัตรทุกที่นั่ง ลุ้นรับ รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า R15M Connected-ABS รุ่นปี 2024

ThaiGP 2024 กำหนดขายบัตรแล้ว 18 มิ.ย.นี้

ThaiGP 2024 กำหนดขายบัตรแล้ว 18 มิ.ย.นี้ เฮต่อเนื่อง! ThaiGP 2024 กำหนดขายบัตรแล้ว 18 มิ.ย.นี้ ตั้งแต่เวลา 14.00 น.เป็นต้นไป การกีฬาแห่งประเทศไทย เคาะวันแถลงข่าวและเปิดจำหน่ายบัตรชมการแข่งขัน “MotoGP” สนามประเทศไทย อย่างเป็นทางการในวันที่ 18 มิ.ย. เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป คาดกระแสตอบรับท่วมท้น สามารถสร้างสถิติใหม่ ทำลายสถิติเดิมที่บัตรแกรนด์สแตนด์จำหน่ายหมดภายใน 2.29 นาที พร้อมเผยส่วนลด พิเศษสุดจากสปอนเซอร์ใหม่สุดปัง ความเคลื่อนไหวการจัดการแข่งขัน รายการ PT Grand Prix of Thailand ความภาคภูมิใจของคนไทยในการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก ซีรีส์ศึกสองล้อสุดยิ่งใหญ่มีผู้ติดตามชมมากที่สุดของโลก ที่จะจัดในวันที่ 25-27 ตุลาคม 2567 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพปีที่ 5 แล้ว เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ สะเทือนวงการมอเตอร์สปอร์ต กับข่าวการผงาดคว้าสิทธิ์ “ไตเติ้ล สปอนเซอร์” ของบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG  รู้จักกันดีในฐานะเจ้าของสถานีบริการน้ำมัน PT ผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ PT Maxnitron และยังมีธุรกิจอื่นในเครือ เช่น แบรนด์ร้านกาแฟ พันธุ์ไทย คอฟฟี่เวิล์ด รวมถึงศูนย์บริการรถยนต์ Autobacs  กับการจรดปากกาเซ็นต์สัญญาในฐานะไตเติ้ล สปอนเซอร์ 3 ปีต่อเนื่อง มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท ล่าสุดได้มีการเผยจาก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)  ในฐานะเจ้าภาพหลักฝ่ายจัดการแข่งขันว่า คณะทำงานได้กำหนดจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวการแข่งขัน โมโตจีพี อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมเปิดตัวผู้สนับสนุนใหม่ ภายใต้ชื่อ “PT Grand Prix of Thailand” โดยมี ดอร์น่า สปอร์ต เจ้าของลิขสิทธิ์ นำโดย มร.เฟร์ราน จุงก้า  ผู้อำนวยการอาวุโสด้านผู้สนับสนุนระดับโลก บินลัดฟ้าจากสำนักงานใหญ่ในกรุงมาดริด ประเทศสเปน มาร่วมงานและแสดงความยินดี  ภายในงานยังมีพิธี “จำหน่ายบัตรชมการแข่งขันโมโตจีพี สนามประเทศไทย” อย่างเป็นทางการ โดยงานจัดขึ้นในวันที่ 18 มิถุนายน 2567 ที่ห้องประชุมชั้น 25 การกีฬาแห่งประเทศไทย เปิดจำหน่ายบัตร เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต สถานที่จัดการแข่งขัน สนามประเทศไทย เปิดเผยว่า “กระแสความนิยมโมโตจีพีในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างมาก มีกระแสเสียงเรียกร้องจากแฟนความเร็วในส่วนการเปิดจองบัตรแข่งขันในโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง กกท.และคณะทำงาน ร่วมกับ “ออลทิกเก็ต” จึงได้กำหนดวันจำหน่ายบัตรเร็วขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา รวมทั้งเตรียมการระบบต่างๆ เพื่อรองรับและอำนวยความสะดวกให้แฟนๆ ที่จะจองบัตรในวัน เวลาดังกล่าวอย่างดีที่สุด โดยในปีที่ผ่านมาบัตรแกรนด์สแตนด์จำหน่ายหมดภายใน 2.29 นาที เท่านั้น  โดยในปีนี้คาดว่าจะมีกระแสตอบรับท่วมท้นเช่นเดิม ทำให้บัตรจำหน่ายหมดไว สามารถสร้างสถิติใหม่ขึ้นได้” ทั้งนี้ ราคาจำหน่ายบัตรในประเทศไทย จัดว่าถูกและคุ้มค่าที่สุด เนื่องจากทุกภาคส่วนจัดเต็มมหกรรมความบันเทิงทั้งในและนอกสนาม  รวมทั้งมีส่วนลดผู้จากสนับสนุนมากมาย อาทิ ลูกค้าที่เป็นสมาชิกปั๊มน้ำมัน PT แสดงบัตร Max Card Plus บัตรสุดปังที่ให้คุณมากกว่าใคร รับส่วนลดทันที 25% หรือรับส่วนลดทันที 20% สำหรับสมาชิก Max Card ผู้สนับสนุนอื่นๆ ได้แก่ Chang International Circuit Friend Club, กุญแจรถจักรยานยนต์ HONDA และ กุญแจรถจักรยานยนต์ YAMAHA รับส่วนลดทันที 20% โดยเลือกใช้ส่วนลดได้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น แฟนความเร็วหาซื้อบัตรได้ที่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ www.allticket.com เริ่มจำหน่ายตั้งแต่ วันอังคารที่ 18 มิถุนายน

Marquez ย้ายซบทีมโรงงาน Ducati แล้วพร้อมสัญญา 2 ปี

Marquez ย้ายซบทีมโรงงาน Ducati แล้วพร้อมสัญญา 2 ปี ยืนยันนอนยันคอนเฟิร์มแล้วกับเจ้า Marc Marquez ย้ายซบทีมโรงงาน Ducati แล้วพร้อมสัญญา 2 ปี หลังก่อนหน้านี้มีข่าวการย้ายตัวของ Enea Bastiannini ไปยัง Redbull KTM Factory Racing นั่นทำให้ที่นั่งข้าง ๆ Francesco Bagnaia ว่างลง และตอนนี้ทาง Ducati ได้ออกมาประกาศยืนยันแล้วว่าแชมป์โลก 8 สมัย ผู้ใช้หมายเลข 93 และได้กลายเป็นทีมเมทของแชมป์โลก MotoGP 2 สมัยคนล่าสุดในตอนนี้แล้ว พร้อมกับระบุว่าจะลงแข่งในปี 2025 – 2026 อีกด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

PTG ทุ่ม 300 ล้าน!! ผงาดคว้าสิทธิ์ไตเติ้ลสปอนเซอร์ ThaiGP 3 ปีรวด

PTG ทุ่ม 300 ล้าน!! ผงาดคว้าสิทธิ์ไตเติ้ลสปอนเซอร์ ThaiGP 3 ปีรวด  PTG ทุ่ม 300 ล้าน ผงาดคว้าสิทธิ์ไตเติ้ลสปอนเซอร์ “ThaiGP” 3 ปีรวด ภายใต้ชื่อ “PT Grand Prix of Thailand” ยาวถึงปี 2026 พร้อมเผยเตรียมเปิดขายบัตรกลางมิ.ย.นี้ แฟนมอเตอร์สปอร์ตได้เฮกันอีกยาว กลายเป็น “ทอล์ค ออฟ เดอะทาวน์” ชั่วข้ามคืน สำหรับศึกสองล้อที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก รายการ “โมโตจีพี” ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นอีกครั้ง ในวันที่ 25-27 ต.ค.นี้ ที่ จ.บุรีรัมย์ ข่าวใหญ่ไทยแลนด์ ก้าวสำคัญครั้งใหญ่ของ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการสถานีบริการน้ำมัน PT ผงาดคว้าสิทธิ์เป็นไตเติ้ลสปอนเซอร์ของรายการต่อเนื่อง 3 ปี ตั้งแต่ 2024-2026 เชื่อโมโตจีพี ฝีมือคนไทย จะสร้างปรากฏการณ์ความประทับใจมากขึ้น ยิ่งใหญ่ อลังการ ยิ่งกว่าที่เคยแน่นอน ความเคลื่อนไหวของการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบ ชิงแชมป์โลก รายการ “โมโตจีพี” สนามประเทศไทย ประจำปี 2567 ระหว่างวันที่ 25-27 ต.ค.2567 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เตรียมแถลงข่าวเปิดตัวไตเติ้ล สปอนเซอร์ อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมทั้งเตรียมเปิดขายบัตรกลาง มิ.ย.นี้ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG รู้จักกันดีในฐานะเจ้าของสถานีบริการน้ำมัน PT, ผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ PT Maxnitron และยังมีธุรกิจอื่นในเครือ เช่น แบรนด์ร้านกาแฟ พันธุ์ไทย, คอฟฟี่เวิล์ด รวมถึงศูนย์บริการรถยนต์ Autobacs สร้างปรากฎการณ์ สะเทือนวงการมอเตอร์สปอร์ต กับการจรดปากกาเซ็นต์สัญญาในฐานะไตเติ้ล สปอนเซอร์ กรังด์ปรีซ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่จะระเบิดศึกบนแผ่นดินไทย “โมโตจีพี” ซีรีส์การแข่งขันสองล้อที่ดีที่สุด แข่งขันกว่า 20 สนาม ใน 5 ทวีป รายการมอเตอร์สปอร์ตอันดับหนึ่งของโลกที่มีผู้ติดตามชมทั่วโลก ทั้งนี้ ยังมีความเคลื่อนไหวการแถลงข่าวและเปิดจำหน่ายบัตร “โมโตจีพี” สนามประเทศไทย ประจำปี 2567 ช่วงกลางเดือนมิถุนายน ภายในงานจะมีการเปิดตัวไตเติ้ล สปอนเซอร์ใหม่อย่างสุดยิ่งใหญ่ อลังการ โดยมี Dorna Sports เจ้าของลิขสิทธิ์ บินลัดฟ้ามาร่วมแสดงความยินดี พร้อมผนึกกำลังกับตัวแทนภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ “PT Grand Prix of Thailand” สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ นำเสนออัตลักษณ์ความงดงามแบบไทย รองรับผู้ชมในสนามหลายแสนคน ถ่ายทอดสดความยิ่งใหญ่ 200 ประเทศทั่วโลก สู่ผู้ชม 800 ล้านคน ตั้งเป้าเป็นโมโตจีพีที่ดีที่สุด และน่าประทับใจที่สุดเท่าที่เคยมีมา อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Kazakhstan GP

Kazakhstan GP กำหนดวันแข่งใหม่แล้ว ในที่สุดก็สรุปวันแข่งขันใหม่ได้แล้วสำหรับรายการ Kazakhstan GP ที่ประเทศคาซัคสถาน หลังจากเกิดเหตุอุทกภัยหรือน้ำท่วมทำให้การแข่งขันที่กำลังจะมีขึ้นในเดือนมิถุนายนนั้นต้องเลื่อนออกไปก่อน โดยกำหนดเวลาใหม่จะเป็นวันที่ 20 – 22 กันยายนนี้ โดยจะกลายเป็นการแข่งขันเรซแรกสำหรับภูมิภาคอาเซียนในปี 2024 นี้ โดยจะทำการแข่งขันในสนาม Sokol International Racetrack และจะเป็นการแข่งขัน MotoGP ครั้งแรกที่สนามแห่งนี้ด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Repsol ยุติการสนับสนุนทีมแข่ง Honda MotoGP

Repsol ยุติการสนับสนุนทีมแข่ง Honda MotoGP หลังจบปี 2024 บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่สัญชาติสเปนอย่าง Repsol ยุติการสนับสนุนทีมแข่ง Honda ในการแข่งขัน MotoGP หลังจากจบฤดูกาล 2024 กลายเป็นการจบความร่วมมือกันสองแบรนด์ยักษ์ใหญ่ในวงการมอเตอร์สปอร์ตที่ยาวนานและโดดเด่นที่สุดครั้งนึงในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว หากจะย้อนประวัติศาสต์กันไปแล้วล่ะก็ Repsol นั้นกลายเป็นมาเป็นชุดสีนึงของ Honda ตั้งแต่ Honda NSR500 ในการแข่งขันชิงแชมป์โลกในระดับสูงสุดมาตั้งแต่ปี 1995 โดยมี Mick Doohan และ Alex Criville เป็นคนควบให้ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็เป็นเวลากว่า 30 ปีแล้วที่ความสัมพันธ์ของสองแบรนด์นั้นต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน ความร่วมมือกันของคู่ก่อให้เกิดแชมป์โลกทั้งหมด 15 สมัย ชัยชนะในเรซแข่งขันมากถึง 183 เรซ และอีก 455 โพเดียม อย่างไรก็ตามหลังจากที่ Marc Marquez แยกทางออกไปหลังจบฤดูกาล 2023 บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ก็เริ่มการกระชับสัญญาเพื่อลดค่าใช้จ่ายทางการเงิน และนั่นส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงกับชุดสีของ RC213V รถแข่งในปี 2024 ที่มี Luca Marini และ Joan Mir เป็นนักแข่งให้ ซึ่งสังเกตได้ว่าโลโก้ของ Honda นั้นใหญ่กว่าของ Repsol กว่าปีที่ผ่าน ๆ มา การเคลื่อนไหวในครั้งนี้น่าจะเกิดขึ้นเพราะการจากไปของแชมป์โลก 8 สมัย ที่เคยอยู่ร่วมกันมานานกว่า 12 ปี ไปยัง Gresini Ducati และเมื่อเขาออกไป Honda ยังเสียการสนับสนุนจากทาง Red Bull ไปด้วย ขณะนี้ทางค่ายรถเองก็น่าจะมีข้อเสนอจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับผู้สนับสนุนในปี 2025 แต่ทาง Repsol เองต้องการที่จะโฟกัสในเรื่องของการโปรโมตน้ำมันเชื้อเพลิงทางเลือกแทน ซึ่งทางเรปโซลเองเชื่อว่าจะยังสามารถเชื่อมโยงภาพลักษณ์ของตัวเองเข้ากับการแข่ง MotoGP ในอนาคตได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่จะได้เป็นผู้สนับสนุนเรื่องน้ำมันทางเลือกใหม่ที่ยั่งยืนกว่า เรื่องน้ำมันเชื้อเพลิงทางเลือกใหม่นั้นเป็นกติกาใหม่ที่ถูกบังคับใช้ขึ้นในปีนี้ โดยจะต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงทางเลือกที่ไม่ได้มาจากเชื้อเพลิงฟอสซิล 40% และในปี 2027 ตัวเลขนี้จะกลายเป็น 100% หรือจะไม่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอีกต่อไปนั่นเอง งานนี้ก็ต้องดูกันต่อไปล่ะครับว่า Honda จะมีสปอนเซอร์รายใหญ่เป็นใคร และจะส่งผลต่อรูปลักษณ์ของรถแข่งในฤดูกาลหน้าอย่างไรบ้าง และแน่นอนว่าคนธรรมดาอย่างเรา ๆ ก็อาจจะได้รุ่นรถสปอร์ตในลวดลายทีมแข่ง MotoGP ใหม่ ๆ ที่ไม่ใช่ Repsol บ้าง โดยเฉพาะคนที่อาจจะไม่ชอบสีส้ม อ่านข่าวอื่นๆ จาก Honda คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Marc เผย “ยังขาดบางอย่าง” ในการลุ้นแชมป์ MotoGP 2024

Marc เผย “ยังขาดบางอย่าง” ในการลุ้นแชมป์ MotoGP 2024   ล่าสุด Marc เผย “ยังขาดบางอย่าง” ในการลุ้นแชมป์ MotoGP 2024  กับทางทีม Gresini Ducati ที่เขาสังกัดอยู่ในตอนนี้ แม้ว่าล่าสุดเขาจะรั้งอยู่ที่อันดับ 3 ของตารางคะแนนรวมก็ตาม หลังจากการแข่งขันผ่านพ้นไปได้ 5 สนามด้วยกัน Marquez คว้าไปแล้ว 2 โพเดี้ยมกับ 3 โพเดี้ยมในรอบสปรินท์เรซ โดยโพเดี้ยมล่าสุดที่ฝรั่งเศสได้มาด้วยการไล่แซงจากการออกสตาร์ที่อันดับ 13 จนมาจบที่อันดับ 2 ได้ในทั้งสปรินท์เรซและในเรซจริงที่สนาม Le Mans โดยในเรซเขาช้ากว่า Jorge Martin เพียง 0.446 วินาทีเท่านั้น และคะแนนในเรซนี้ทำให้เขาขยับขึ้นสู่อันดับที่ 3 และมีคะแนนห่างจาก Martin ที่รั้งอยู่หัวตารางเพียงแค่ 40 คะแนนเท่านั้น ขณะเดียวกันแชมป์โลก 2 สมัยอย่าง Francesco Bagnaia เชื่อว่านักแข่ง 3 อันดับแรกในการแข่งที่ Le Mans จะกลายเป็นผู้ท้าชิงแชมป์โลกหลักสำหรับปี 2024 แม้ว่าทาง Marc จะคิดว่าเขายังไม่ถึงขั้นนั้นก็ตามที “ผมแค่สนุกไปกับมัน คุณจะเห็นมันได้จากสีหน้าของผม” เขาบอกกับสื่อหลังจากที่แข่งเสร็จ “คุณได้เห็นแล้วว่าเรามีอะไรอยู่ในพิท บรรยากาศที่ผ่อนคลายไง เราออกสตาร์ทจากอันดับที่ 13 แต่เราไม่ตื่นตระหนก แน่นอนเรารู้ว่าการจะคว้าแชมป์มาให้ได้นั้นเราจะต้องอยู่ในระดับเดียวกับ Martin และ Pecco ให้ได้ก่อน” “พวกเขาซ้อมและอยู่ในระดับหัวแถวเสมอ แต่เรายัง…ยกตัวอย่างเช่น สุดสัปดาห์นี้เราได้เรียนรู้อะไรบางอย่างในช่วงบ่ายของวันศุกร์ทีผ่านมาว่าเราได้เลือกทางผิด (การเซ็ตรถ) เพราะงั้นเราก็เลยได้เรียนรู้อะไรบางอย่างและนำไปใช้ได้ในอนาคต แต่เราจำเป็นจะต้องเข้าใจว่าเรายังขาดอะไรบางอย่างในการคว้าแชมป์” “แต่สำหรับผม ผมรู้สึกแฮปปี้มาก ๆ ที่ได้ดวลกับสองนักแข่งระดับท็อปกับรถ Ducati” ทีนี้กลับมามองทางด้านของค่ายแดงกันบ้าง ซึ่งตอนนี้ทางค่ายกำลังอยู่ในช่วงที่กำลังตัดสินใจว่าจะเลือกใครมาขี่ในทีมโรงงานทีมที่ 2 ในปีหน้าหรือปี 2025 นี้อยู่ด้วย ดังนั้นผลงานของเจ้าเด็กระเบิดในฤดูกาลนี้ก็เห็นได้ชัดว่ามีแนวโน้มที่ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ทางตัวนักแข่งหนุ่มจากแดนกระทิงเองก็เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อใหญ่ของอิตาลีที่ฝรั่งเศสไว้ว่าเขากำลังมองหารถที่ดี ๆ สำหรับปี 2025 และยังบอกอีกด้วยว่าค่ายไหนก็ไม่เกี่ยง “ตอนที่ผมตัดสินใจ ผมรู้ว่าดูคาติคือรถที่แรงที่สุด” เขาบอกตอนที่เขาออกจากฮอนด้า “ผมตัดสินใจที่จะแข่งด้วยรถที่แรงที่สุดเพื่อที่จะได้เห็นว่าผมทำอะไรได้บ้าง เพราะกระทั่งผมเองก็ยังสงสัยเลยว่าผมจะเจ๋งหรือจะจอด” “ตอนนี้ผมสู้ได้แล้ว เพราะงั้นปีหน้าผมก็อยากจะลองอะไรที่มันใหม่ล่าสุดกับเขาบ้าง คันไหนก็ได้ สีไหน แบรนด์ไหนก็ได้ไม่เกี่ยง” “เพราะการแข่งขันเพื่อให้ได้แชมป์โลกมา คุณอาจจะมีโอกาสที่มากกว่าผม แต่สำหรับผมนั้น ผมมีแนวคิดที่ชัดเจน” ก็เรียกได้ว่าทิ้งท้ายเหมือนขายของ ตามสไตล์ของคนที่กำลังจะกลายเป็นมือปืนไร้สังกัด แถมมือปืนคันนี้ก็ไม่ได้มีแค่ราคาคุยซะด้วย เพราะผลงานของเขาตอนนี้ก็ทำเอาทั้งแชมป์โลกและหัวแถวแนวหน้าต้องสะดุ้ง นอกจากนี้ผลงานของเขายังสะท้อนให้เห็นอีกว่ารถของค่ายเดิมที่เขาขี่นั้นมีปัญหาจริง ๆ แต่ยังไงก็ตามตอนนี้ก็เพิ่งจะเริ่มแข่งไปได้ไม่กี่สนามเท่านั้น อะไรก็เกิดขึ้นได้ถ้ามีปาปริก้า เอ้ย ถ้ายังมีการแข่งขันเหลืออีกหลายสนามรออยู่ แฟน ๆ มาร์กก็คงต้องตามเชียร์กันต่อไป แต่ที่แน่ ๆ แฟน ๆ ดูคาติยิ้มหวานอีกฤดูกาลเป็นแน่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ก้อง สมเกียรติ ลุยโมโตทู เลอ มองส์ 2024 ยกระดับรถแข่ง เพิ่มความมั่นใจ

ก้อง สมเกียรติ ลุยโมโตทู เลอ มองส์ 2024 ยกระดับรถแข่ง เพิ่มความมั่นใจ  ด้าน ก๊องส์ ธัชกร ลุยล่าแต้ม โมโตทรี ก้อง สมเกียรติ ลุยโมโตทู เลอ มองส์ 2024 ในศึก โมโตจีพี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ สนาม 5 ในสุดสัปดาห์นี้ ที่ฝรั่งเศส ซึ่งนับเป็นสนามที่นักบิดไทยอย่าง สมเกียรติ จันทรา สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเสมอ รวมถึงเคยคว้าโพเดียมในคลาส โมโตทู มาครองได้ในปี 2022 โดยนักบิดขวัญใจชาวไทยเจ้าของหมายเลข 35 กล่าวว่า “ผมตั้งตารอคอยการแข่งขันที่ เลอ มองส์ ในสุดสัปดาห์นี้ หลังจากที่เรามีผลการทดสอบที่ดีใน เฆเรซ มีทิศทางบวกเกี่ยวกับรถแข่ง เราทำงานกันอย่างหนักในการปรับปรุงประสิทธิภาพ รวมถึงใส่ใจฟีลลิ่งของผมว่ารู้สึกอย่างไรกับการพัฒนานี้ ผมหวังว่ามันจะได้ผลลัพธ์ที่ดีและผมตั้งเป้าหมายที่จะทำให้ทุกคนที่สนับสนุนมีความสุข” สมเกียรติ ทิ้งท้าย ขณะที่ “ก๊องส์” ธัชกร นักบิดดาวรุ่งชาวไทยเจ้าของหมายเลข 5 ในรุ่น โมโตทรี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ กล่าวว่า “ตอนนี้ผมมีฟีลลิ่งที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องกับรถแข่ง หลังผ่านสุดสัปดาห์ที่ยอดเยี่ยมใน เฆเรซ เราขยับเข้าหานักบิดในกลุ่มกลางได้มากขึ้น ซึ่งเรามีการทดสอบหลังจากนั้น 1 วัน และตอนนี้ก็ตั้งตารอที่จะได้ลงสนามอีกครั้งที่ เลอ มองส์ หวังว่าจะสามารถลดช่องว่างจากนักบิดคนอื่นเข้าไปได้อีก เพื่อลุ้นแต้มแรกใน โมโตทรี ผมจะทุ่มเทอย่างสุดความสามารถครับ” ทั้งนี้ ศึก เฟรนช์ กรังด์ปรีซ์ จะเข้าสู่โปรแกรมการซ้อมอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคมนี้ ก่อนจะจับเวลารอบควอลิฟายเพื่อจัดอันดับสตาร์ตในวันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคมนี้ และดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคมนี้ เริ่มต้นในรุ่น โมโตทรี 16.00 น. ต่อด้วย โมโตทู 17.15 น. และปิดท้ายด้วย โมโตจีพี 19.00 น. ถ่ายทอดสดทาง PPTVHD36 และ True Vision SPOTV แฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของนักบิดไทยในโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” ได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม :www.facebook.com/HondaRacingTeamTH อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เจาะลึก กติกาทางเทคนิค MotoGP ปี 2027 ปรับอะไรบ้าง ไปดู

เจาะลึก กติกาทางเทคนิค MotoGP ปี 2027 ปรับอะไรบ้าง ไปดู แฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตหลาย ๆ คนน่าจะได้รับรู้ข่าวสารเรื่องการปรับเปลี่ยนกติกาทางเทคนิคเกี่ยวกับรถแข่งในรายการ MotoGP กันไปแล้ว มาวันนี้เราจะไป เจาะลึก กติกาทางเทคนิค MotoGP ปี 2027 กันครับว่ามีอะไรบ้าง – เครื่องยนต์ในคลาส MotoGP จะถูกลดขนาดความจุลงเหลือเพียง 850 ซีซี โดยขนาดกระบอกสูบจะลดจาก 81 ม.ม.เหลือเพียง 75 ม.ม. โดยจะต้องเป็นเครื่องยนต์ 4 สูบและ 4 จังหวะเช่นเดิม – ค่ายผู้ผลิตที่ลงแข่งในปี 2026 จะเริ่มต้นฤดูกาล 2027 ในแรงค์ B ซึ่งแรงค์ดังกล่าวจะมีการปรับเปลี่ยนอีกในช่วงกลางฤดูกาล 2027 โดยอิงจากผลงานในช่วงแรกของฤดูกาล 2027 เพียงอย่างเดียว ผลงานก่อนหน้านี้ไม่นับ และแรงค์ปกติจะกลับมาใช้อีกครั้งหลังจากจบฤดูกาล 2027 ส่วนค่ายรถใดที่ไม่ได้ทำการแข่งขันในปี 2026 แต่เริ่มแข่งในปี 2027 จะนับเป็นแรงค์ D และจะมีการปรับเปลี่ยนแรงค์อีกครั้งแบบเดียวกันนี้ – จำนวนเครื่องยนต์สำหรับนักแข่งที่เซ็นสัญญายาวจะถูกลดเหลือเพียง 6 เครื่องต่อ 1 ฤดูกาลในกรณีที่การแข่งมีทั้งหมด 20 สนาม และเป็น 7 เครื่องในกรณีมีการแข่งทั้งหมด 21 – 22 สนาม – ค่ายรถที่อยู่ในแรงค์ D จะมีสิทธิ์พิเศษ ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องยนต์ได้มากขึ้น 2 เครื่องต่อ 1 ฤดูกาล ต่อนักแข่ง 1 คน – ทุกทีมจะสามารถเข้าถึงข้อมูล GPS ของนักแข่งทุกคนได้เมื่อจบเซสชันแต่ละเซสชัน – ในพิกัด MotoGP จะถูกปรับลดเรื่องจำนวนอัตราทดเกียร์ได้ไม่เกิน 16 ชุดจากเดิม 24 ชุด (อัตราทดเกียร์ทั้งหมด 6 เกียร์ ใช้ชุดเฟืองเกียร์ทั้งหมด 6 ชุด ดังนั้นจะต้องเลือกใช้ชุดอัตราทดเกียร์อย่างชาญฉลาดและให้เกิดประโยชน์มากที่สุดกับทุก ๆ สนาม เพราะถูกจำกัดจำนวน) บวกกับเฟืองเพลาขับได้อีก 4 ชุดต่อ 1 ฤดูกาล – น้ำหนักรถขั้นต่ำจากเดิมจะต้องไม่เบาไปกว่า 157 กิโลกรัมจะกลายเป็น ไม่เบาไปกว่า 153 กิโลกรัมแทน – ไม่อนุญาตเรื่องอุปกรณ์ปรับความสูงของตัวรถอีกต่อไป (Ride Height Device) รวมถึงอุปกรณ์ช่วยออกตัวที่จะทำงานตอนเริ่มการแข่งขันด้วย (Holeshot Device) – มีการลดความจุของถังน้ำมันลงเหลือ 20 ลิตรสำหรับการแข่งขันปกติ และเติมน้ำมันได้แค่ 11 ลิตรสำหรับการแข่งสปรินต์เรซ   – จำกัดเรื่องความกว้างของแฟริ่งแอโรด้านหน้าหรือวิงเล็ตด้านหน้าเหลือ 550 ม.ม.จากเดิม 600 ม.ม. หรือแคบลง 5 ซม.นั่นเอง จำกัดเรื่องความสูงของด้านท้ายรถเหลือ 1,150 ม.ม.จากเดิม 1,250 ม.ม.หรือท้ายรถเตี้ยลง 10 ซม. จำกัดเรื่องส่วนที่ยื่นออกไปด้านหน้าสุด (จมูกแฟริ่งหน้า) ให้สั้นลง 50 ม.ม. นอกจากนี้ชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับแอโรไดนามิกส์ที่อยู่ด้านหลังนักแข่ง หรือวิงก์เล็ตที่ด้านท้าย จะต้องยื่นขอรับรองว่าเป็นชิ้นส่วนนึงของแอโรบอดี้ก่อน และจะอนุญาตให้มีการอัปเดตได้เพียงแค่ 1 ครั้งต่อฤดูกาลเท่านั้น – น้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้จะต้องเป็นน้ำมันที่ไม่ได้มาจากฟอสซิล หรือก็คือต้องใช้น้ำมันแบบยั่งยืนที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการขุดเจาะแล้วมากลั่นแบบที่เราใช้กันปกติในทุกวันนี้นั้นเอง อาจจะเป็นน้ำมันไบโอฟิว หรือไม่ก็เป็นน้ำมันสังเคราะห์ โดยผู้สนับสนุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะต้องชี้แจงรายละเอียดทางเทคนิคทั้งหมดในการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับ TWG1 ที่เป็นผู้รับผิดชอบและชี้แจงกับตัวแทนของทาง Dorna และทีมงานที่เกี่ยวข้องด้วย ก็เรียกได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ จุด โดยเฉพาะเรื่องของตัวรถ ซึ่งทางดอร์น่าเองระบุว่าเพื่อความปลอดภัย ความสนุกสนาน ความตื่นเต้นเร้าใจจากการที่การแข่งขันจะแซงกันได้ง่ายขึ้น สูสีกันมากขึ้น ใกล้เคียงกับรถทั่วไปมากขึ้น และนี่ถือเป็นเรื่องใหญ่ระดับเปลี่ยนแปลงวงการเลยทีเดียว ซึ่งอนาคตก็อาจจะส่งผลต่อรถบ้าน ๆ หรือรถโปรดักชันด้วยอย่างแน่นอนทีเดียวครับ ซึ่งก็คงอีกหลายปีทีเดียว หรืออนาคตอาจจะเปลี่ยนเป็นไฟฟ้าแทนไปเลยก็ได้ ถ้าเทคโนโลยีแบตเตอรี่มันพัฒนาได้เร็วจนสามารถทำระยะทางได้ไกล ชาร์จได้เร็ว โดยที่แบตเตอรี่ไม่ได้มีขนาดใหญ่จนเกินไป จุดนั้นโลกก็จะเปลี่ยนอีกแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ก้อง สมเกียรติ คว้า Top 10 โมโตทู สนาม 4 เฆเรซ

ก้อง สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดไทยจากโครการ “Race to the dream” คว้าท็อปเท็นในศึก โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2024 สนาม 4 รายการ สแปนิช กรังด์ปรีซ์ เก็บเพิ่ม 6 แต้มจากเรซสุดหินที่ เซอร์กิโต เด เฆเรซ ประเทศสเปน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ขณะนักบิดรุ่นน้องชาวไทยอย่าง “ก๊องส์” ธัชกร บัวศรี ปรับตัวยอดเยี่ยมบิดคว้าอันดับ 24 ในรุ่น โมโตทรี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ นักบิดไทยเจ้าของรถแข่งหมายเลข 35 เริ่มจากกริดที่ 12 และออกตัวได้อย่างยอดเยี่ยม ทะยานขึ้นมารั้งอันดับ 10 อย่างรวดเร็ว ทว่าจากความผิดพลาดเล็กน้อยในรอบแรก ทำให้ร่วงลงไปถึงอันดับ 18 แต่บิดสู้ไล่ทำอันดับคว้าท็อปเท็นได้สำเร็จ ด้วยเวลา 35 นาที 56.009 วินาที เก็บ 6 แต้มจากเรซสุดหิน รั้งอันดับ 14 บนตารางแชมเปี้ยนชิพหลังผ่าน 4 สนามแรก ด้าน “ก๊องส์” ธัชกร บัวศรี นักบิดดาวรุ่งชาวไทยเจ้าของหมายเลข 5 จาก ฮอนด้า ทีม เอเชีย เดินหน้าปรับตัวกับการแข่งขันใน โมโตทรี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ได้อย่างต่อเนื่อง บิดคว้าอันดับ 24 ด้วยเวลา 34 นาที 16.570 วินาที ทั้งนี้ สองนักบิดไทยอย่าง ก้อง สมเกียรติ และ “ก๊องส์-ธัชกร” มีคิวดวลความเร็วในศึก เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ สนามต่อไป ระหว่างวันที่ 10-12 พฤษภาคมนี้ ที่ เลอมองส์ เซอร์กิต ประเทศฝรั่งเศส ในรายการ เฟรนช์ กรังด์ปรีซ์ แฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของนักบิดไทยในโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” ได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม :www.facebook.com/HondaRacingTeamTH อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

จบทุกข่าวลือ Fabio ต่อสัญญากับ Yamaha

จบทุกข่าวลือ Fabio ต่อสัญญากับ Yamaha ถึง 2026 ยามาฮ่า มอเตอร์ จำกัด รู้สึกยินดีเป็นอย่างที่จะประกาศว่า Fabio Quartararo จะยังคงอยู่กับทีม Yamaha Factory Racing MotoGP ไปอีก 2 ปี เรียกว่า จบทุกข่าวลือ Fabio ต่อสัญญากับ Yamaha ยาวถึงปี 2026 การเหนี่ยวรั้งนักแข่งแดนน้ำหอมมากพรสวรรค์เป็นพิเศษผู้นี้ถือเป็นเป้าหมายสำคัญสูงสุดของโรงงานอิวาตะ โดยพวกเขาพยายามอย่างเต็มที่เพื่อที่จะสนับสนุนหรือว่าซัพพอร์ต Quartararo การตัดสินใจของเขาที่จะอยู่ต่อกับทีมสีน้ำเงินน่าจะได้รับอิทธิพลจากความมุ่งมั่นของยามาฮ่าที่จะกลับมาคว้าชัยอีกครั้งผ่านการพัฒนา YZR-M1 อย่างต่อเนื่อง แม้ว่านี่จะเป็นเพียงแค่ 4 ปีที่อยู่ด้วยกัน แต่ส่วนผสมระหว่าง Quartararo-Yamaha ก็กลายเป็นที่ยอมรับในหมู่แฟน ๆ MotoGP ว่าเป็นส่วมผสมที่ลงตัว ความสำเร็จของการร่วมมือในครั้งนี้ทำให้เขาคว้าแชมป์โลกครั้งแรกได้ในปี 2021 ตั้งแต่ฤดูกาลแรกของเขากับทีมโรงงาน และรองแชมป์โลกในปี 2022 ไม่เพียงเท่านั้น ผลงานอันโดดเด่นของเขายังรวมไปถึงชัยชนะ 8 ครั้ง และโพเดียม 21 ครั้งกับทีมโรงงานตลอดปี 2021 – 2024 และยังมีชัยชนะอีก 3 ครั้งกับอีก 10 โพเดียมกับทีมอิสระ 2 ปีก่อนหน้านั้นอีกด้วย ยิ่งไปกว่านี้เขายังสามารถออกสตาร์ทจากตำแหน่งโพลได้มากถึง 16 ครั้ง จากแถว 41 ครั้ง จากการลงแข่งขันในระดับสูงสุด 93 ครั้งกับเจ้า YZR-M1 ด้วยความสำเร็จเหล่านี้ ประกอบกับฝีมือที่ไม่อาจจะปฏิเสธได้ แรงจูงใจที่หาใครเทียบยาก และบุคลิกภาพที่ร่าเริงแจ่มใส ทำให้ยามาฮ่ามั่นใจเต็มเปี่ยมกับการร่วมมือของนักแข่งวัย 24 ปีผู้นี้นั่นมีให้ ความเห็นจาก #20 Fabio Quartararo ผมดีใจมาก ๆ ที่จะประกาศว่าผมจะผจญภัยในชุดสีน้ำเงินต่อไป! “เมื่อฤดูหนาวที่แล้ว ยามาฮ่าได้พิสูจน์ให้ผมเห็นแล้วว่าพวกเขามีแนวทางใหม่ และแนวคิดที่ดุดัน ความมั่นใจของผมจึงสูงมาก เราจะกลับไปยืนยังแถวหน้าด้วยกันอีกแน่นอน!” “6 ปีก่อน พวกเขาให้โอกาสผมข้าวขึ้นมาแข่ง MotoGP และนับแต่นั้นมาเราก็ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ด้วยกัน เรายังมีเส้นทางยาวไกลรออยู่ข้างหน้าให้เรากลับไปสู้เพื่อชัยชนะอีกครั้ง ผมจะตั้งใจทำงานให้จงหนัก และผมมั่นใจว่าเราจะทำความฝันของเราให้สำเร็จด้วยกันอีกครั้ง” อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ยางซอฟต์จาก Pirelli หนุนนักแข่ง Moto2, Moto3 ทุบสถิติ

ยางซอฟต์จาก Pirelli หนุนนักแข่ง Moto2, Moto3 ทุบสถิติ   นับเป็นเครื่องการันตีคุณภาพและสมรรถนะของยางแบรนด์อิตาลีอย่างพีเรลลีที่ปีนี้ได้เป็นผู้ซัพพอร์ตยางสำหรับการแข่งขันในรายการ Moto2 และ Moto3 ได้เป็นอย่างดี หลังจากการแข่งขัน MotoGP 2024 ที่โปรตุเกสจบลง โดย ยางซอฟต์จาก Pirelli มีส่วนช่วยหนุนนักแข่งทั้งในพิกัด Moto2 และ Moto3 ทำลายสถิติเวลาของสนามนี้ทั้งสถิติเวลาสนามและสถิติเวลาแข่ง ทุบสถิติสนาม สำหรับรอบควอลิฟาย Manuel Gonzalez (QJMOTOR Gresini Moto2/Kalex) เป็นคนที่เร็วที่สุดในคลาส โดยทำเวลาได้ที่ 1’41.514 นาที จัดเป็นสถิติสนามใหม่ในรุ่นนี้ และได้ตำแหน่งโพลไปครอง เช่นเดียวกันกับ Jose Antonio Rueda (Red Bull KTM Ajo/KTM) ได้ตำแหน่งโพลในรุ่น Moto3 ด้วยสถิติเวลาใหม่ของสนามเช่นกัน โดยทำเวลาได้ที่ 1’46.379 นาที ซึ่งทั้งสองรุ่นดังกล่าวนักแข่งล้วนมั่นใจในยางซอฟต์ โดยรุ่น Moto2 นิยมเลือกยางหน้า SC1 และยางหลัง SC0 ขณะที่รุ่น Moto3 เลือกใช้ SC1 ทั้งในยางหน้าและยางหลัง สถิติที่ว่านี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วยหรือได้มาโดยง่าย โดยในช่วงเช้าวันศุกร์นั้นแทร็กค่อนข้างจะสกปรกเนื่องจากฝนและทรายผสมปนเปกันในตอนกลางคืน และทำให้ต้องมีการยกเลิกช่วงซ้อมอิสระของทาง Moto3 ไป แต่หลังจากที่นักแข่งค่อย ๆ ขี่ไปได้สักแล็ปสองแล็ป แทร็กก็ดีขึ้นเป็นลำดับ ทำให้สามารถที่จะรีดเวลาแล็ปได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งในช่วงของการควอลิฟาย ในรอบของการควอลิฟาย Moto3 จัดขึ้นขณะที่มีอุณหภูมิอากาศอยู่ที่ 23 องศา ส่วนผิวแทร็กอยู่ที่ราว ๆ 32 – 35 องศา โดยเริ่มแรกมี Joel Kelso (BOE Motorsports/KTM) เป็นคนแรกที่ประเดิมการทำลายสถิติสนามที่ Ayumu SASAKI ทำไว้ในปี 2023 และเมื่อจบการควอลิฟาย นักแข่งที่มีชื่ออยู่ใน 4 อันดับแรก Rueda, Kelso, Alonso, และ Holgado ตามลำดับล้วนแล้วแต่ ทำเวลาทะลุสถิติเดิม โดย Jose Antonio Rueda (Red Bull KTM Ajo/KTM) โพลแมน ทำสถิติเวลาดีที่สุดในแล็ปที่ 7 ทำสถิติสนามใหม่ โดยดีกว่าสถิติเดิมเกือบ ๆ 0.4 วินาที แน่นอนว่าทุกคนใช้ยางหลังแบบซอฟต์หรือ SC1 แต่ตัวเลือกยางหน้านั้นต่างกันออกไป มาดูรุ่น Moto2 กันบ้าง นักแข่งหัวแถวทั้ง 4 คน เลือกยางเหมือนกันคือเลือกยางซอฟต์ที่สุดเท่าที่มีให้ โดยเลือกยางหน้าเป็น SC1 และยางหลัง SC0 แม้ว่าใน Q1 จะเลือกยางต่างกันก็ตาม โดย สมเกียรติ, Angius และ Ogura ใช้ยางหน้าเป็น SC2 แต่ต่อมาก็เปลี่ยน โดยในการควอลิฟายเป็น Manuel Gonzalez (QJMOTOR Gresini Moto2/Kalex) ที่เซ็ตสถิติของสนามในพิกัดนี้เสียใหม่ในแล็ปที่ 7 ด้วยเวลา 1’41.514 คว้าตำแหน่งโพลไปครอง นอกจากนี้แล้วทั้ง 4 คนนี้ยังทำเวลาทะลุสถิติสนามเดิมที่ Aron Canet เคยทำไว้ในปี 2023 ทุบสถิติเวลาแข่ง และเมื่อการแข่งขันจริงของทั้งสองรุ่นภายใต้การซัพพอร์ตของพีเรลลี่จบลง ผลออกมาก็คือสองนักแข่งจากสเปน ทั้ง Aron Canet (Fantic Racing/Kalex) ในรุ่น Moto2 และ Daniel Holgado (Red Bull GASGAS Tech3/GASGAS) ในรุ่น Moto3 เป็นผู้ที่โชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมและคว้าชัยชนะในพิกัดของตัวเองไป ในรุ่น Moto2 นั้นการเลือกยางหลังนั้นทุกคนใจตรงกันหมด โดยทุกคนเลือกใช้ยางหลังเป็น SC0 ยางซอฟต์ที่สุดที่มีให้ใช้ในสนามแห่งนี้ ในขณะที่รุ่น Moto3 ยาง SC1 เป็นยางที่นักแข่งเลือกใช้มากที่สุด 17 คนจาก 27

Pirelli เปิดตัวกับการแข่ง GP ที่กาตาร์ได้สวย

Pirelli เปิดตัวกับการแข่ง GP ที่กาตาร์ได้สวย ผู้ชนะการแข่งขันในรุ่น Moto2 และ Moto3 ในเรซแรกที่มียางพีเรลลี่เป็นผู้ซัพพอร์ต ก็คือ Alonso Lopez (Sync SpeedUP / Boscoscuro) ในรุ่น Moto2 และ David Alonso (CFMOTO Aspar Team) ในรุ่น Moto3 ซึ่งเป็นผู้ที่คว้าชัยชนะไปในศึก Qatar Grand Prix ซึ่งเป็นสนามแข่งของรายการ MotoGP 2024 ถือว่า Pirelli เปิดตัวกับการแข่ง GP ที่กาตาร์ได้สวย เลยทีเดียว ผลลัพธ์ที่ได้จากยางถือว่าออกมาในแง่บวกและก็เป็นพึงพอใจมากสำหรับทางพีเรลลี่กับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งนี้ สถิติเวลาแล็ปมากมายถูกทำลายกันตั้งแต่เซสชันแรกเมื่อวันศุกร์ และประสิทธิภาพยางที่คงเส้นคงวาก็เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของทุกคนแล้วกับการแข่งขันในสนามแรกบนสนามที่ต้องการยางคุณภาพดีมากที่สุดสนามนึง เราพอใจกับผลลัพธ์ที่เราได้มาภายใต้สถานการณ์ที่ไม่ง่ายนัก   “เมื่อพิจารณาจากความจริงที่ว่านี่คือการแข่งขันระดับกรังปรีซ์ครั้งแรกของทางเรา และสนามแห่งนี้ยังเป็นสนามที่ท้าทายสำหรับยางรถแข่งมากที่สุดสนามนึงในฤดูกาลนี้ ในรุ่น Moto3 เราได้เห็นการแข่งขันที่เร็วมาก ๆ โดยมีเวลาแล็ปเร็วขึ้นเกือบ 2 วินาทีเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ดังนั้นจึงไม่ต้องตั้งคำถามอะไรอีกเลยว่าผลลัพธ์ออกมาดีแค่ไหน และในคลาส Moto2 นี้เรายังได้เห็นการเลือกยางแข่งที่แปลกมาก ๆ แม้ว่าเราจะไม่ได้เห็นการพัฒนาอย่างชัดเจนในรุ่น Moto2 แต่อย่างที่เราแจงไปเมื่อวาน นักแข่งมีเวลาฝึกซ้อมน้อย โดยมีแค่ตอนทดสอบที่ Portimão และการซ้อมในรอบ Practise แรกในวันศุกร์ช่วงเย็นแค่นั้น พวกเขาได้ขี่กันไม่กี่แล็ปเนื่องจากสภาพอากาศ และยังทำให้การเลือกยางนั้นเต็มไปด้วยความยากลำบาก ส่งผลให้มียางหลากหลายสูตรผสมถูกเลือกใช้ในการแข่งขัน ใครที่ใช้ยางหลัง SC1 ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการแข่งขันเมื่อวันก่อน กลับกลายเป็นยางที่ไม่ดีสำหรับการแข่งขันในวันอาทิตย์ และเสียเปรียบให้กับนักแข่งที่เลือกยาง SC0 ซึ่งนักแข่งที่ได้ขึ้นโพเดียมเลือกใช้กันทุกคน แต่ไม่ว่าจะอย่างไร เราตระหนักดีว่ายังมีช่องว่างที่จะพัฒนาให้ดีขึ้นได้สำหรับรุ่น Moto2 มันอาจจะต้องใช้เวลาซักสองหรือสามสนามเพื่อที่จะเซ็ตอัปรถให้ลงตัว และให้นักแข่งได้ปรับตัวเข้ากับยางใหม่สักหน่อย ผมเองอยากจะบอกว่าพวกเขาสามารถปรับตัวให้เข้ากับสไตล์การขับขี่ที่ดุดันมากขึ้นกว่าแต่ก่อนได้แล้ว และนี่คือสัญญาณที่ดี และสำหรับการแข่งขัน Asia Talent Cup ผลการแข่งขันก็ได้พูดแทนตัวมันเองแล้ว แถมยังมีรอยยิ้มของนักแข่งในช่วงท้ายของการแข่งขันให้เราเห็นอีกด้วย มันเหมือนเป็นดั่งของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับพวกเราเลย การเลือกยางและการแข่งขัน การแข่งขันในรุ่น Moto2 เป็นรุ่นที่มีการเลือกยางที่หลากหลายมากที่สุด มีการผสมกันระหว่างยางหน้าและยางหลังออกมาหลายรูปแบบ แม้ว่ายาง SC1 จะเป็นตัวเลือกหลัก มีนักแข่งหลายคนเลือกใช้ (ทั้งในยางหน้าและยางหลัง) แต่ SC0 กลับเป็นยางที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นยางหลังที่ได้รับชัยชนะ โดยมีนักแข่งบนโพเดียทั้ง 3 คนเลือกใช้ ซึ่งได้แก่ Lopez (อันดับ 1) และ Garcia (อันดับ 3) ที่ใช้ยางหน้าเป็น SC1 ขณะที่ Baltus (อันดับ 2) เลือกใช้ยางหน้าเป็น SC2 ขณะที่การเลือกยางในรุ่น Moto3 นั้นค่อนข้างชัดเจนและเป็นเอกฉันท์มากกว่า โดยนักแข่งเกือบทุกคนเลือกใช้ยาง SC2 + SC2 กัน มีเพียง Matteo Bertelle (Rivacold Snipers Team / Honda), Nicola Carraro (LEVELUP – MTA / KTM) และ ก๊อง ธัชกร บัวศรี (Honda Team Asia / Honda) เลือกใช้ SC1 ในส่วนของยางหลัง ยังมีนักแข่งผู้แปลกแยกอย่าง Joel Kelso (BOE Motorsports / KTM) ที่พอใจเลือกใช้ SC1 ทั้งในยางหน้าและยางหลัง นอกจากนี้ในรุ่น Moto3 นักแข่งนั้นทำเวลาได้เร็วขึ้นมาก โดยเวลาแข่งนั้นจบลงเร็วกว่าฤดูกาลที่แล้ว 2023 ถึงครึ่งนาที โดย Tatsuki Suzuki (Liqui Moly Husqvarna Intact GP / Husqvarna) เป็นคนที่ทำสถิติเวลาแล็ปเร็วที่สุดในแล็ปที่ 3 ของเขา โดยได้เวลา 2’03.135 นาที ทำลายสถิติเวลาแล็ปในการแข่งขันเดิมมากกว่า 2 วินาที งานนี้เราก็ต้องดูกันต่อไปว่าสนามต่อ ๆ ไป เมื่อนักแข่งทั้งหลายได้มีเวลาซ้อมและเซ็ตรถมากเพียงพอแล้ว ผลงานจะดีขึ้นมากน้อยแค่ไหน ยางพีเรลลี่จะสามารถพิสูจน์ตนเองในรุ่น Moto2 ได้ชัดเจนมากขึ้นมั้ย

Moto3 เดือด ทุบสถิติสนามตั้งแต่รอบซ้อม ด้วยยาง Pirelli

Moto3 เดือด ทุบสถิติสนามตั้งแต่รอบซ้อม ด้วยยาง Pirelli การแข่งขัน MotoGP 2024 สนามแรกเริ่มเปิดฉากขึ้นแล้วที่สนาม Lusail Internation Circuit ประเทศกาตาร์ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ และเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาก็จะเป็นช่วงของการซ้อม และที่น่าจับตามองคือการแข่งขันในพิกัดเล็กอย่าง Moto3 เดือด ทุบสถิติสนามตั้งแต่รอบซ้อม ด้วยยาง Pirelliหลาย ๆ ท่านที่ติดตามข่าวสารการแข่งขันรายการ MotoGP มาตลอด น่าจะพอทราบกันดีว่าปี 2024 ปีนี้จะเป็นปีแรกที่การแข่งขันในรุ่น Moto2 และ Moto3 นั้นมีการเปลี่ยนผู้สนับสนุนยางมาเป็น Pirelli เป็นครั้งแรก และสนามนี้จะเป็นการเดบิวต์ยาง Pirelli ในการแข่งขันรายการนี้อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกเลย และเมื่อสถิติเวลาการฝึกซ้อมออกมาก็ออกมายืนยันคอนเฟิร์มว่าการเปลี่ยนยางนั้นส่งผลต่อเวลาอย่างแท้จริง โดย Daniel Holgado นักแข่งจากแดนกระทิงสังกัดทีม Red Bull GASGAS Tech3 หมายเลข 96 สามารถกดเวลามาเป็นอันดับ 1 ด้วยเวลา 02:03.606 เร็วกว่าสถิติสนามที่ทาง Daryn Binder เคยทำไว้ด้วยเวลา 2:04.075 นาที เมื่อปี 2021 กับรถ Honda ซะอีก โดยเร็วกว่าถึง 0.469 วินาที ขณะเดียวกันถ้าเทียบกับ Deniz Öncü นักแข่งชาวตุรกีจากทีม Red Bull KTM Ajo ที่เคยทำสถิติเวลาในรอบ Practise 1 ได้เป็นอันดับ 1 เมื่อปี 2023 ด้วยเวลา 2:09.404 นาที ซึ่งต่างจากสถิติของทาง Holgado มากถึง 5.798 วินาที เลยทีเดียว ทั้ง ๆ ที่สภาพแทร็กของปี 2024 นี้มีอุณหภูมิที่เย็นกว่ามากถึง 16 องศา โดยอุณหภูมิแทร็กปี 2023 อยู่ที่ 44 องศา ขณะที่ปี 2024 อยู่ที่ 28 องศาเท่านั้น ด้วยตัวเลขดังกล่าวจะเห็นได้ว่าเวลานั้นดีขึ้นกว่าเดิมมากหากเทียบกับเวลาที่ดีที่สุดในช่วงการซ้อมเหมือนกัน แม้ว่าอุณหภูมินั้นเย็นกว่ามาก แสดงให้เห็นว่ายาง Pirelli ที่เข้ามาซัพพอร์ตให้นั้นมีผลช่วยให้นักแข่งสามารถทำเวลาได้ดีขึ้นอย่างแท้จริง ทั้งนี้นักแข่งได้ใช้ยาง Pirelli Diablo Superbike ขนาด 110/70 R17 และ 120/70 R17 โดยมีสูตรยางให้เลือกตามภาพด้านบนเลยครับ งานนี้รอติดตามกันอีกทีหลังจบการแข่งขัน มาดูกันว่าเวลาจริงที่ทำได้ตอนแข่งขันนั้นจะดีแค่ไหน มารอลุ้นไปด้วยกันครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก