SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าว MotoGP อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • MOTOGP
MotoGP 2024 ไลน์อัพ แต่ละทีม ตอนนี้เป็นยังไงบ้างไปดู

MotoGP 2024 ไลน์อัพ แต่ละทีม ตอนนี้เป็นยังไงบ้างไปดู ตอนนี้การแข่งขันโมโตจีพี 2023 ก็เข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลแล้ว ตลาดนักแข่งก็เปิดกว้างถึงการแข่งขันในฤดูกาลหน้ากันแล้วหลายคนเริ่มมีการย้ายทีม แต่หลายคนก็ยังไม่แน่นอน วันนี้เรามาอัปเดตสถานการณ์ MotoGP 2024 ไลน์อัพของแต่ละทีมกันครับ คนที่ยังไม่ไปไหนแน่ ๆ เริ่มต้นกับคนที่ยังไม่ได้ย้ายไปทีมไหนยังอยู่ที่ทีมเดิม ก็จะมีแชมป์โลกคนปัจจุบันอย่าง Francesco Bagnaia ที่ยังอยู่กับ Ducati Lenovo Team ถัดมาก็จะเป็น Aleix Espargaro และ Maverick Vinales ที่ยังอยู่ใต้สังกัดเดิมอย่าง Aprilia Racing ต่อมาก็จะเป็นทีม Red Bull KTM Factory Racing ที่ก็ยังมี Brad Binder และ Jack Miller เป็นนักบิดให้ต่อไป และ Team Gresini Racing ก็จะยังมีนักบิดอย่าง Alex Marquez แข่งให้ต่อ ย้ายมาที่ฝั่งค่ายรถแดนตะวันออกกันบ้าง Monster Energy Yamaha มีเพียง Fabio Quartararo ที่ยังคงอยู่ครับ ทีนี้เรามาดูกันแต่ละค่ายกันบ้างว่าตามข่าวที่ออกมานั้นมีการเปลี่ยนแปลงย้ายค่ายกันอย่างไรบ้าง Ducati ดูเหมือนว่า Enea Bastianini เองก็จะยังคงอยู่กับทีมโรงงานและ Bagnania ต่อไปอีกปี ส่วนทางด้าน Johann Zarco ก็จะออกจากทีม Prima Pramac Racing ไปอยู่กับ Honda กับทีม LCR Honda Castrol Team ส่วน Marco Bezzecchi (Mooney VR46 Racing Team) นั้นก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะไปอยู่ทีมไหนต้องรอการแข่งขันที่สเปนอีกครั้ง Luca Marini คาดกันว่าน่าจะยังอยู่กับ Mooney เหมือนเดิม เช่นเดียวกับ Jorge Martin ที่จะยังอยู่กับ Prima Pramac สรุปทีมที่ใช้รถดูคาติตอนนี้ คือ Ducati Lenovo Team: Francesco Bagnaia & ยังไม่ชัดเจน Prima Pramac Racing: ยังไม่ชัดเจน Mooney VR46 Racing Team: ยังไม่ชัดเจน Gresini Racing MotoGP™: Alex Marquez & ยังไม่ชัดเจน KTM หลังจากจบ Austrain GP ทางค่ายสีส้มก็คอนเฟิร์มได้ว่า Binder ยังอยู่จนถึง 2026 แต่สำหรับทีม GASGAS Factory Racing Tech3 นั้นไม่ชัดเจนว่าจะเป็นใครระหว่าง Pol Espargaro (GASGAS Factory Racing Tech3), Augusto Fernandez (GASGAS Factory Racing Tech3) และ Pedro Acosta (Red Bull KTM Ajo) สรุปทีมที่ใช้รถเคทีเอ็มตอนนี้ คือ Red Bull KTM Factory Racing: Brad Binder & Jack Miller GASGAS Factory Racing Tech3: ยังไม่ชัดเจน APRILIA สำหรับแคมป์จากเมือง Noale นั้นง่าย ๆ ตรง ๆ และชัดเจนกว่าค่ายอื่น ๆ โดยคอนเฟิร์มชัดเจนหมดแล้วว่า Miguel Oliveira และ Raul Fernandez จะยังได้ไปต่อในปีหน้า สรุปทีมที่ใช้รถอะพริเลียตอนนี้ คือ Aprilia Racing: Aleix Espargaro

Marc มีแต้มกับเขาแล้ว

Marc มีแต้มกับเขาแล้ว ในศึก Austria GP ในที่สุดการขับขี่ที่จบลงด้วยการไม่มีแต้มของพ่อหนุ่มมาร์เกวซก็จบลงเสียทีหลังจากที่เขาเข้าเส้นที่ Austrian Grand Prix ในอันดับที่ 12 ทำให้ Marc มีแต้มกับเขาแล้ว สักที แต่สนามนี้กลับกลายเป็นว่า Joan Mir เป็นคนที่โช้คร้ายและแข่งไม่จบไปซะอย่างนั้น วันอาทิตย์ที่สนาม Red Bull Ring ท้องฟ้าก็สดใส แดดก็เป็นใจ เหมาะแก่การแข่งขันจะระเบิดขึ้นที่แทร็กยาว 4.32 กม. พอไฟดับลงการแข่งขันก็ดำเนินไปได้อย่างปลอดภัยไม่เหมือนกับที่เกิดขึ้นตอนสปรินต์เรซ   นักบิดชาวสเปนสามารถรักษาตำแหน่งของเขาไว้ได้ในช่วงต้น และเริ่มที่จะไล่ล่าหาคะแนน เขาเป็นคนเดียวที่เลือกใช้ยางหลังแบบซอฟต์ แต่เขาก็สามารถรักษาตำแหน่งไว้ได้ และเข้าร่วมศึกแย่งท็อป 10 พอการแข่งขันเข้าสู่ช่วงท้าย เลือกอีกไม่กี่แล็ปก็จะจบการแข่งขัน เขารั้งอยู่อันดับที่ 12 ตามหลัง Bastianini และ Morbidelli ก็เริ่มนิ่งและคำนวณความเป็นไปได้ แต่สุดท้ายเขาก็รักษาอันดับนั้นไว้จนจบ แต่เพื่อร่วมทีมของเขากลับไม่จบการแข่งขัน และนี่เองทำให้เขาได้มีแต้มกับเขาบ้างแล้วหลังจากแข่งไม่จบมาหลายเรซ และไม่ได้แข่งอีกหลายเรซ โดยทางด้าน Joan Mir นั้นล้มระหว่างการแข่งขันที่โค้ง 3 โดยไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร แต่น่าเสียดายที่ฟอร์มกำลังดีในสัปดาห์นี้แต่ก็ต้องอดแต้มไป สนามนี้ทีม Repsol Honda Team จะมุ่งหน้าไปยังบาร์เซโลนา ไปสนาม Gran Premi de Catalunya แน่นอนว่าทั้งสองคนตั้งเป้าที่จะทำผลงานที่ดีขึ้นกว่านี้เพื่อเอาใจแฟน ๆ ที่บ้านเกิด อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

KTM ค้านแนวคิด ช่วยเหลือค่ายรถญี่ปุ่นในศึก MotoGP

KTM ค้านแนวคิด ช่วยเหลือค่ายรถญี่ปุ่นในศึก MotoGP   หลาย ๆ ท่านน่าจะได้ยินข่าวเรื่องที่ทางผู้จัด MotoGP จะทำการปรับกติกา Concession ที่เป็นกติกาสำหรับช่วยให้ทีมใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาแข่งขันในศึกนี้ได้อย่างทัดเทียมกับทีมอื่น ๆ ในรายการ โดยจะมีสิทธิพิเศษที่เหนือกว่าทีมที่แข่งขันมานานอยู่แล้วหลายข้อด้วยกัน และตอนนี้ทางผู้จัดก็พยายามจะปรับกติกาเพื่อช่วยให้แบรนด์อย่าง Honda และ Yamaha กลับมาแข่งขันกับทีมอื่น ๆ ได้ดีขึ้น แต่ทั้งนี้ยังมี KTM ค้านแนวคิด ที่จะช่วยเหลือค่ายรถญี่ปุ่นนี้ครับ Carlos Ezpeleta ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาของ Dorna เคยออกมากล่าวในทำนองว่าอยากที่จะเปลี่ยนกติกาทางเทคนิคเกี่ยวกับสิทธิพิเศษเพื่อช่วยเหลือค่ายรถจากญี่ปุ่นที่กำลังตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบค่ายรถยุโรปอยู่ในตอนนี้ แต่ทางเคทีเอ็มไม่เห็นด้วยเนื่องจากไม่เห็นด้วย Pit Beirer ผู้อำนวยการฝ่ายมอเตอร์สปอร์ตของค่ายสีส้มในเชิงว่า ความได้เปรียบนั้นเดิมทีแล้วตั้งอยู่บนสิทธิพิเศษที่สืบเนื่องมาจากการเป็นแบรนด์ที่เพิ่งเข้ามาใหม่ไม่กี่ปี และเราไม่สนับสนุนแนวคิดที่จะปรับกติการเพื่อช่วยเหลือค่ายญี่ปุ่น เพราะมันมีเหตุผลของมัน แน่นอนว่าปี 2020 และ 2022 ยามาฮ่ายังมีดีกรีเป็นรองแชมป์อยู่เลย แถมปี 2021 ยังเป็นแชมป์โลก ซึ่งหากคิดตามพื้นฐานคะแนนกติกา Consession แล้วเกินไปเยอะ ส่วนทางด้านค่ายปีกนกเองก็ใช่ว่าจะไม่มีคะแนนเกิน Marc Marquez และ Pol Espargaro เองก็เคยได้โพเดียมมาหลายครั้ง ส่วน Alex Rins ก็ชนะในเรซด้วยซ้ำ นั่นทำให้สองค่ายนี้ไม่ควรได้รับการเพิ่มสิทธิพิเศษใด ๆ และก็เชื่อว่าทางแบรนด์จะหาวิถีทางอื่นให้กลับมาสู้กันได้อย่างสูสี ค่ายอื่น ๆ เขาก็ต้องดิ้นรนเหมือนกันเช่น Ducati ที่กว่าจะกลับมาก็นานมาก ย้อนไปปี 2007 เลย แถม Aprilia เองก็เช่นกัน ทว่าบอสของ Ducati กับ Aprilia นั้นไม่ได้ออกมากล่าวคัดค้านอะไร กลับรออย่างเงียบ ๆ และเปิดใจมากกว่าทางค่ายสีส้มที่มีผลงานดีขึ้นเรื่อย ๆ งานนี้เพื่อน ๆ แฟน ๆ ที่ชื่นชอบ MotoGP มีความเห็นกันอย่างไรกันบ้างครับ แชร์กันได้เลยครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

Bautista เตรียมกลับไปลุย MotoGP

Bautista เตรียมกลับไปลุย MotoGP ที่เซปังด้วยไวลด์การ์ด สุดสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนพฤศจิกายนนี้เราจะได้เห็นบทบาทที่แตกต่างออกไปของแชมป์โลก WorldSBK ชาวสเปนอย่าง Bautista เตรียมกลับไปลุย MotoGP กลับทางทีม Aruba.it Racing ที่สนามเซปัง ประเทศมาเลเซีย ก่อนจะกลับไปปิดฉากสนามสุดท้ายกับศึก Superbike World Championship ช่วงปลายเดือนตุลาคมที่บ้านเกิดอย่าง Jerez ประเทศสเปน สำหรับทางค่ายแดงนั้นครั้งนี้จะเป็นไวลด์การ์ดครั้งที่ 3 แล้วสำหรับฤดูกาลนี้หลังจากที่ส่ง Michele Pirro เข้าร่วมในศึกโมโตจีพีที่ Mugello และจะไปลุยต่อที่ Misano ประเทศอิตาลี ซึ่งถือเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างทาง Ducati และทาง Aruba.it โดยการลงแข่ง MotoGP ทั้ง 3 ครั้งทางค่ายก็ทำรถให้เป็นลวดลายแบบเดียวกันกับ Panigale V4R ของทีม Aruba.it Racing ที่ใช้แข่งในศึก WorldSBK หากคุณตามข่าววงการคุณจะรู้ว่าก่อนหน้านี้พ่อหนุ่มแดนกระทิงดุได้ลองมาทดสอบ Desmosedici GP ไปเมื่อไม่นานมานี้ และได้ผลตอบรับที่ดีและจะกลับมาลงแข่งโมโตจีพีอีกครั้งหลังจากหายหน้าหายตาไปจากเวทีนี้ตั้งแต่ปี 2018 Alvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati #1) ให้สัมภาษณ์ว่า “ผมดีใจมาก ๆ ที่จะได้แข่ง MotoGP ด้วยสิทธิ์ไวลด์การ์ดที่เซปัง ที่นั่นเป็นแทร็กที่ผมชอบมากและผมก็ดีใจที่จะได้กลับไปด้วย เนื่องจากตอนนั้นไม่มีแข่ง WorldSBK พอดี ตอนที่ไปลองขี่ Desmosedici GP เองก็ได้ผลตอบรับที่ดี ฟีลลิ่งดีมากและผมก็สนุกกับมันด้วย ผมอยากจะขอบคุณดูคาติและ Aruba.it จริง ๆ เพราะถ้าไม่มีพวกเขา มันคงเป็นไปไม่ได้เลยที่ผมจะมีโอกาสแบบนี้ ขณะเดียวกันผมก็อยากจะบอกว่าการแข่งโมโตจีพีเรซนี้เปรียบเสมือนโบนัสสำหรับผม และไม่ใช่ได้สลักสำคัญอะไร เพราะผมควรจะต้องโฟกัสกับการแข่ง WorldSBK มากกว่า ซึ่งคือสิ่งเดียวที่สำคัญในตอนนี้ ผมต้องโฟกัสช่วงท้ายของฤดูกาลนี้ให้ดีซึ่งต้องจัดการให้ดี เพราะมันมีการแข่งขันหลายเรซในช่วงเวลาสั้น ๆ ฟีลลิ่งที่ได้จาก Panigale V4R ก็ดีอยู่แล้ว และผมหวังว่าผมจะลุยต่อไปในรายการนี้ จากนั้นเมื่อจบฤดูกาลเราจะคิดเกี่ยวกับการไปที่มาเลเซียและไปสนุกกัน ตอนนี้ผมมีช่วงวันหยุดสั้น ๆ และผมจะกลับไปลุยต่อที่ Magny-Cours” ก็เรียกว่ายังคงไม่ย้ายไปแข่ง MotoGP เต็มตัวเลยแน่ ๆ นะครับสำหรับพ่อหนุ่มสเปนแชมป์โลก WorldSBK คนปัจจุบันคนนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Pirelli เซ็นสัญญา ซัพพอร์ตยางแข่ง Moto2 และ Moto3

Pirelli เซ็นสัญญา 3 ปี ซัพพอร์ตยางแข่ง Moto2 และ Moto3 ข้อตกลงใหม่ยืนยันคอนเฟิร์มแล้วหลัง Pirelli เซ็นสัญญา ซัพพอร์ตยางแข่ง Moto2 และ Moto3กับทาง Dorna Sports แล้ว งานนี้เราก็จะได้เห็นยางอิตาเลียนระดับตำนานแบรนด์นี้ไปเข้าร่วมแพ็ดด็อกของรายการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่าง MotoGP ตั้งแต่ปี 2024 ถึงปี 2026 พีเรลลี่จะได้กลายเป็นผู้สนับสนุนยางรายการ Moto2 และ Moto3 อย่างเป็นทางการเพียงหนึ่งเดียว โดยสัญญาสามปีนี้ได้รับการสรุปแล้ว และเราจะได้เห็นยางอิตาเลียนแบรนด์นี้ได้กลายเป็นส่วนนึงในการแข่งขันในรุ่นเล็กและรุ่นกลางในการแข่งขันกรังด์ปรีซ์ ทั้งนี้ Pirelli เองได้เป็นผู้สนับสนุนยางรายเดียวของการแข่งขันทุกคลาสในศึก MOTUL FIM Superbike World Championship และตอนนี้ได้ขยายไปยังรายการแข่งขันสองล้ออื่น ๆ ซึ่ง Moto2 และ Moto3 ซึ่งเป็นคลาสที่คอยป้อนนักแข่งส่งสู่เวทีมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก ซึ่งทางพีเรลลี่จะซัพพอร์ตยางสลิก DIABLO™ Superbike ทั้ง 2 คลาส ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปรัชญาสำคัญของทาง Pirelli ที่ว่า ‘We sell what we race, we race what we sell’ ซึ่งหมายความว่า “เราขายยางที่เราใช้แข่ง เราแข่งด้วยยางที่เราขาย” และด้วยสัญญาในครั้งนี้จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการพัฒนาของทางพีเรลลี่ทั้งในแง่ของการเติบโตทางการค้าและการพัฒนาทางเทคโนโลยี ซึ่งแพ็ดด็อกของ MotoGP เปรียบเสมือนแล็ปทดลองทางการแข่งขันที่ดีที่สุดของโลกสองล้อ และยังส่งเสริมผลักดันในเรื่องของนวัตกรรมด้านความปลอดภัย สมรรถนะและความยั่งยืนที่จะถ่ายทอดต่อไปยังลูกค้าตัวจริงบนท้องถนน ข้อตกลงนี้ยังรวมไปถึงรายการอื่น ๆ ที่มุ่งหน้าสู่การแข่งขัน MotoGP ซึ่งจะทำให้พีเรลลี่กลายเป็นผู้สนับสนุนยางเพียงรายเดียวให้กับทุกคลาส ไม่ว่าจะเป็นรายการ Finetwork FIM JuniorGP World Championship รายการ Idemitsu Asia Talent Cup รายการ Northern Talent Cup และ Red Bull MotoGP Rookies Cup รวมไปถึง FIM MiniGP World Series ซึ่งเป็นรายการสร้างนักแข่งหน้าใหม่อายุน้อยป้อนสู่รายการระดับสูงสุดอย่าง MotoGP หรือรายการแข่งขันอื่น ๆ ทั่วโลก อย่างไรก็ดีรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับประเภทยางที่จะใช้ยังไม่เปิดเผย Aldo Nicotera รองประธานอาวุโสและหัวหน้าแผนกมอเตอร์ไซค์และจักรยานของ Pirelli กล่าวว่า “เรายินดีที่ Dorna เลือกเราเป็นซัพพลายเออร์ยาง Moto2 และ Moto3 สำหรับ 3 ฤดูกาลถัดไป นี่จะเป็นการยืนยันถึงพลังของเราในโลกมอเตอร์สปอร์ตที่มากขึ้นและยังเป็นสัญญาณอันชัดเจนของการเห็นคุณค่าในงานที่เราทุ่มเทกับศึก Superbike World Championship มาตลอด 20 ปี และด้วยสัญญาใหม่นี้ เราจะร่วมมือกับอนาคตใหม่ของวงการมอเตอร์ไซค์เพื่อไปสู่การแข่งขันระดับท็อปอย่าง WorldSBK และ MotoGP รวมไปถึงการซื่อสัตย์กับปรัชญาของเราที่เป็นแรงผลักดันเรามาโดยตลอด เราจะยังดำเนินต่อไปด้วยการใช้ยางที่เราขายในท้องตลาดและนักบิดทั่วไปหาซื้อได้” Carlos Ezpeleta ประธานฝ่ายกีฬาจาก Dorna Sports กล่าวว่า “เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อนรับ Pirelli เข้าสู่แพ็ดด็อกในฐานะผู้สนับสนุนยางรายเดียวสำหรับ Moto2 และ Moto3 รายการแข่งขันเหล่านี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดในโลกมอเตอร์สปอร์ต ยังเป็นคลาสผลิตนักแข่งที่แข็งแกร่งและยังเป็นการแข่งขันในระดับสูงทั้งในด้านการกีฬาและคุณค่าทางการตลาด เราดีใจมากที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากทาง Pirelli และได้ทำข้อตกลงร่วมกัน การได้ต้อนรับพาร์ทเนอร์ใหม่ ๆ ยังช่วยสร้างสายสัมพันธ์และมิตรภาพที่ดีในอุตสาหกรรมสองล้อด้วย และเราตั้งหน้าตั้งตารอที่จะได้ทำงานร่วมกับพีเรลลี่ในหลาย ๆ ด้าน ซึ่งรวมไปถึงด้านของสมรรถนะ ความเชื่อมโยงกับรถขี่ถนนตลอดไปจนถึงเรื่องของความยั่งยืน” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Pirelli-เตรียมรุก-MotoGP

Pirelli เตรียมรุกรายการ MotoGP ปี 2024 Pirelli เตรียมรุกรายการ MotoGP ปี 2024 เป็นที่แน่นอนแล้ว โดยเป็นผลจากการเจรจาของ Giorgio Barbier  แต่จะยังเป็นแค่ผู้สนับสนุนยางเพียงผู้เดียวสำหรับรายการ Moto2 และ Moto3 ก่อน หลังจากที่ทาง Dunlop หมดสัญญากับทางผู้จัดอย่าง Dorna Sports แล้ว การรุกในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพ ความตั้งใจและเป้าหมายที่จะเป็นสุดยอดยางของทางแบรนด์ยางอิตาลี ในการพยายามที่จะเข้ามามีส่วนในการแข่งขันจักรยานยนต์ในระดับโลกที่มีผู้ชมมากที่สุด โดยจะเป็นการเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนยางรถแข่งในรุ่น Moto2 และ Moto3 ตั้งแต่ฤดูกาล 2024 หรือฤดูกาลหน้าเป็นต้นไป ซึ่งก่อนหน้านี้ทางค่ายตัว P ยาวค่ายนี้ก็เคยสนับสนุนรายการ WorldSBK มาอย่างยาวนาน และหากท่านติดตามวงการมอเตอร์สปอร์ตท่านก็น่าจะรู้ว่าพีเรลลี่ยังสนับสนุนการแข่งขันอย่าง Formula 1 ที่เทคโอเวอร์ต่อมาจากยางญี่ปุ่นมาตั้งแต่ปี 2011 ทั้งยังสนับสนุนรายการเวิล์ดแรลลี่อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีรายการอื่น ๆ ที่รอง ๆ ลงมาไม่น้อยกว่า 30 รายการ ในกว่า 40 ประเทศทั่วโลก รวมไปถึงซัพพอร์ตทีมใหญ่ ๆ ใน MXGP เรียกว่าหลากหลายประเภทจริง ๆ อย่างไรก็ดีการสนับสนุนน่าจะยังจำกัดแค่เพียงรุ่น Moto2 และ Moto3 เท่านั้น เนื่องจากสัญญากับทาง Michelin นั้นยังไม่หมด เพราะยางฝรั่งเศสก็เพิ่งจะได้สิทธิ์ต่อมาจากยางบริดจสโตนเมื่อปี 2016 และดีลกันยาวไปถึงปี 2026 ดังนั้นในปี 2027 เราก็คงจะต้องไปลุ้นกันอีกทีว่าจะเป็นอย่างไร การเข้ามาสนับสนุนยางในรุ่น Moto3 ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงทางเทคนิคครั้งใหญ่นับตั้งแต่ปี 2012 เลยทีเดียว ส่วนใน Moto2 จะนับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นับตั้งแต่มีการเข้ามาสนับสนุนเรื่องเครื่องยนต์ของทาง Triumph นับตั้งแต่ปี 2019 เรียกได้ว่าเป็นการรุกคืบ แต่ก็เป็นการรุกที่กระทบทั้งวงการมอเตอร์ไซค์เลยทีเดียว การที่ Pirelli ได้ไปซัพพอร์ตรายการแข่งรถโปรโตไทป์นอกเหนือไปจากรถโปรดักชันเท่ากับว่าค่ายยางอิตาลีจะมีข้อมูลและประสบการณ์ที่มากขึ้น ทำให้สามารถพัฒนายางรุ่นใหม่ ๆ ออกมาได้ดีมากขึ้น และแน่นอนว่าผู้ใช้อย่างเราก็จะได้ประโยชน์มากขึ้นไปด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

LCR Honda เปิดตัวทีมแข่ง พร้อมลุยศึกโมโตจีพี

LCR Honda เปิดตัวทีมชุดใหญ่ “รินส์-นาคากามิ” เสริมทัพทวงความยิ่งใหญ่ LCR Honda ยอดทีมในศึก โมโตจีพี เปิดตัวทีมแข่งประจำฤดูกาล 2023 อย่างเป็นทางการ ด้วยการดึงตัว อเล็กซ์ ริน นักบิดบิ๊กเนมชาวสแปนิช จับคู่ ทาคาอากิ นาคากามิ ทีมเมทชาวญี่ปุ่นร่วมโปรเจกต์ทวงความยิ่งใหญ่ให้ “ฮอนด้า” ก่อนเปิดฉากซีซั่นใหม่ปลายเดือนมีนาคมนี้ ฮอนด้า อยู่ระหว่างการทวงคืนความสำเร็จในศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โดยใน โมโตจีพี 2023 มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อย่างมากภายใต้ เอชอาร์ซี (HRC) โดยเฉพาะการดึงตัวนักบิดระดับแชมป์โลกอย่าง โจอัน เมียร์ มาร่วมงานกับ มาร์ค มาร์เกซ ในทีมโรงงาน เรปโซล ฮอนด้า นอกจากนี้ ยังได้ตัว เคน คาวาอูชิ ผู้อำนวยการด้านเทคนิคคนใหม่ของ เอชอาร์ซี มาร่วมพัฒนารถแข่ง RC213V คันใหม่ โดยหนึ่งในนักบิดบิ๊กเนมที่ย้ายมาร่วมงานกับ ฮอนด้า ในฤดูกาลนี้คือ อเล็กซ์ รินส์ เจ้าของหมายเลข 42 ที่เพิ่งเปิดตัวเป็นทางการกับ แอลซีอาร์ ฮอนด้า เมื่อวันอังคารที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา พร้อมด้วยทีมเมทชาวญี่ปุ่นอย่าง ทาคาอากิ นาคากามิ หมายเลข 3 รินส์ และ นาคากามิ ถือเป็นกำลังสำคัญอย่างมากในการพัฒนารถแข่ง RC213V เพื่อยกระดับให้มีความดุดันมากขึ้น ซึ่งทั้งคู่จะใช้รถแข่งสเป็กเดียวกันกับนักบิดทีมโรงงานอย่าง มาร์เกซ และ เมียร์ โดยเป้าหมายคือ พาฮอนด้า กลับคืนสู่ระดับท็อปใน โมโตจีพี รินส์ กล่าวว่า “นี่จะเป็นฤดูกาลที่ 7 สำหรับผมในโมโตจีพี และในแต่ละปีผมได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมได้เรียนรู้การทำงานภายใต้ความกดดัน ใจเย็น และรักษาความเร็วในสนามแข่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผมได้ก้าวที่ยิ่งใหญ่ในด้านจิตใจ ใจเย็น และรับมือกับสถานการณ์ที่แตกต่างกัน ผมจะเริ่มต้นปี 2023 ด้วยการทำงานและความมุ่งมั่น มีศักยภาพที่ดี” ด้าน นาคากามิ กล่าวว่า “เป้าหมายของผมในปี 2023 คือการแข่งขัน เรามีรูปแบบการแข่งขันที่แตกต่างกันในช่วงสุดสัปดาห์ และเรามีการแข่งขันรอบ สปรินต์ เรซ มันจะเป็นการแข่งขันที่ค่อนข้างยุ่งยาก แต่เราพร้อมที่จะแข่งขัน ต่อสู้ และหวังว่าเราจะสามารถรวมตัวกัน และสร้างฤดูกาลที่ประสบความสำเร็จได้ ผมพร้อมและหวังว่าเราจะได้แข่งขันที่ยอดเยี่ยมในอนาคต”  สำหรับศึก โมโตจีพี 2023 มีคิวทดสอบอย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันที่ 11-12 มีนาคมนี้ ที่ อัลการ์ฟ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เมืองปอร์ติเมา ประเทศโปรตุเกส ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนเลือกสเป็กรถแข่งในปีนี้ ก่อนจะดวลความเร็วสนามแรกในวันที่ 24-26 มีนาคมนี้ ในรายการ โปรตุกีส กรังด์ปรีซ์ แฟนความเร็วชาวไทยสามารถติดตามข่าวสารของนักบิดฮอนด้า ในศึก โมโตจีพี ตลอดทั้งฤดูกาล พร้อมส่งกำลังใจเชียร์ยอดนักบิดไทย และติดตามความเคลื่อนไหวของนักบิดฮอนด้าได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม www.facebook.com/HondaRacingTeamTH #WhatStopsYou #มุ่งไปอย่าให้อะไรมาหยุด #MotoGP #RepsolHonda #HRC #SC35 #Moto2 #RaceToTheDream #HondaRacingThailand #HondaTeamAsia อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ducati Lenovo Team เปิดตัวทีมแข่ง

Ducati Lenovo Team เปิดตัวทีมแข่ง MotoGP 2023 แล้ว เผยโฉมรถและนักแข่งประจำทีมกันไปแล้วกับ Ducati Lenovo Team ทีมโรงงานของทางค่ายแดงในศึก MotoGP 2023 ต่อหน้าผู้ชมทั่วโลก ตลอดไปจนถึงพาร์ทเนอร์ สปอนเซอร์ และสื่อมวลชนจากนานาประเทศ พร้อมยืนยันว่าแชมป์โลกคนล่าสุดอย่าง Francesco Bagnania จะใช้เบอร์ 1 ลงแข่ง ซึ่งไม่มีใครใช้มานานนับสิบปีแล้ว ก็อย่างที่เคยการเผยโฉมยานแข่งอย่าง Desmosedici GP 2023 นั้นเป็นช่วงเวลาที่ตื่นเต้นเสมอ แน่นอนว่ามี Francesco Bagnania และ Enea Bastianini มาร่วมเผยโฉมรถด้วย ซึ่งในปีนี้ยังคงใช้สีแดงคลาสสิกแบบเดิม เพิ่มเติมด้วยการโชว์ชิ้นส่วนคาร์บอนในบางชิ้น และเฉดสีแดงอ่อน Claudio Domenicali (ซีอีโอของ Ducati Motor) กล่าวว่า “วันนี้เราได้ถ่ายทอดสดช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับทางดูคาติอีกครั้งนึงแล้ว นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของทางบริษัทเลยที่เราได้เปิดตัวทีมแข่ง MotoGP และ WorldSBK พร้อมกัน การเริ่มต้นใหม่พร้อมกันทั้งหมดเป็นหนทางที่ดีที่จะเฉลิมฉลองคุณค่าและทักษะของแผนก Ducati Corse ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา แผนกที่ทำงานทุกวันไม่เคยหยุดเพื่อที่จะพาเรามาถึงจุดสูงสุดของโลก หลังจากความสำเร็จอันน่าทึ่งในการแข่งขันเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ความท้าทายที่จะได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งนั้นมันตรึงตราใจเรา ผมดีใจมากที่เราได้เริ่มต้นจากที่นี่ที่ Madonna di Campiglio มันเหมาะกับวลีที่ว่า “Made in Italy” ที่เราเป็นเสมือนตัวแทนที่สุดแสนจะภูมิใจ Ducati เป็นแบรนด์ที่โดดเด่นด้วยสไตล์ สมรรถนะและเทคโนโลยี ขณะเดียวกันความหลงใหลในการแข่งขันก็คือหัวใจหลักของเรา การได้ทำงานแล้วสนุกไปด้วยคือส่วนนึงในปรัชญาของเรา มันเพิ่มมูลค่าให้กับสิ่งที่เราทำและช่วยให้เรารับมือกับความเหน็ดเหนื่อยได้ดีขึ้น ความสวยงามและโอกาสบนยอดเขาที่คอยต้อนรับเรานั้นเป็นโอกาสที่เหมาะเหม็งที่สุดที่เราจะรวมงานนำเสนอเข้ากับช่วงเวลาที่น่ายินดียิ่งซึ่งจะสร้างพลังให้กับเราเริ่มต้นฤดูกาลได้เป็นอย่างดี ” Luigi Dall’Igna (ผู้จัดการทั่วไป Ducati Corse) กล่าวว่า “การเริ่มต้นฤดูกาลใหม่มักจะน่าตื่นเต้นเสมอ และปีนี้จะยิ่งกว่าเดิมถ้าอยากจะคงชื่อไว้ในประวัติศาสตร์ การจะทำให้ได้เหมือนกับปีที่แล้วนั้นเป็นเรื่องที่ท้าทายนัก แต่เป้าหมายของเราคือการเอาชนะตัวเองและพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ในการแข่งขัน MotoGP นอกจากแชมป์โลกอย่าง Pecco Bagnaia เราเองก็จะพึ่งพา Enea Bastianini ที่ได้อันดับสามในปีที่แล้วด้วย และยังมีทีม Gresini Racing ด้วย เราเชื่อมั่นว่าในปีนี้นักแข่งของเราจะเป็นดาวเด่นในการแข่งขันอีก สิ่งที่แน่นอนเลยก็คือการแข่งขันจะสูงมากยิ่งขึ้นไปอีก มีนักแข่งเก่ง ๆ หลายคนในกริดสตาร์ท และค่ายอื่น ๆ เองก็จะต้องทำงานอย่างหนักในช่วงฤดูหนาวนี้ อย่างไรก็ตามเราจะไม่ยอมแพ้ เราเองก็ตั้งตารอคอยการเปิดฤดูกาลใหม่นี้เช่นกัน และเราจะป้องกันแชมป์ทั้งสามตำแหน่งที่เราได้มาเมื่อปีที่แล้วให้ได้”   Luca Rossi (ประธาน Intelligent Devices Group ที่ Lenovo) กล่าวว่า “หลังจากมีปีที่ประสบความเร็จอันเยี่ยมยอดแล้ว เราก็ยังคงตื่นเต้นที่จะได้เริ่มต้นฤดูกาลใหม่นี้ด้วยกัน เรายินดีกับความสำเร็จที่เราพบพานมาตลอด 5 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่เริ่มต้นการเป็นพาร์ทเนอร์ทางเทคโนโลยีของเรากับทางดูคาติ และเราตื่นเต้นที่จะได้ร่วมกันต่อไปอีกเพื่อเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีและช่วยพัฒนาสมรรถนะในแทร็กอย่างต่อเนื่อง เทคโนโลยีนั้นมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการแข่งขันในรายการมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก นับตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI และการจำลองเพื่อให้เกิดการร่วมมือกันแบบอัจฉริยะตลอดไปจนถึงความเป็นจริงเสริมหรือ AR ทาง Lenovo เองก็ทำงานกับดูคาติอย่างใกล้ชิดเพื่อที่จะแสดงให้เห็นความคุ้มค่าของการเปลี่ยนแปลงการทำงานมาในรูปแบบดิจิทัลและประสบผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น โดยสร้างมันขึ้นมาบนพื้นฐานค่านิยมของเราซึ่งก็คือ ความเร็ว ความละเอียดอ่อน ทีมสปิริต และการโฟกัสไปที่ผลลัพธ์ เราจะก้าวไปข้างหน้าให้เร็วขึ้น ปลอดภัยขึ้นและทำให้กีฬานั้นตื่นเต้นยิ่งขึ้น ” Francesco Bagnaia (#1, Ducati Lenovo Team) กล่าวว่า “ช่วงพักฤดูหนาวของผมนั้นสั้นกว่าปกติ เพราะคำมั่นของผมหลังจากที่ผมคว้าแชมป์โลกมาได้ แต่ตอนนี้ผมชาร์จแบตมาเต็มที่แล้วพร้อมที่จะออกสตาร์ทฤดูกาลใหม่แล้ว ผมคิดถึงเจ้า  Desmosedici GP และทีมของผมเหลือเกิน แถมผมยังอดใจรอที่จะกลับลงแทร็กไม่ไหวแล้ว นอกจากนี้ในตอนแรกผมเองก็ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะใช้เบอร์ 63 ต่อไปหรือจะเปลี่ยนไปใช้เบอร์ 1 ดี แต่ในที่สุดผมก็เลือกใช้อย่างหลัง การได้เห็นเบอร์ 1 บนรถนั้นมันสวยมาก ๆ และตอนนี้เป้าหมายของผมก็คือทำทุกอย่างที่จะรักษามันไว้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเพราะว่าผมคาดไว้ว่าการแข่งขันมันจะยากขึ้นกว่าปีที่แล้ว คู่แข่งหลายคนก็พร้อมที่จะท้าชิงตำแหน่ง อย่างไรก็ตามผมก็ตระหนักได้ว่าผมมีรถและทีมที่ดีที่สุดที่จะตั้งเป้าหมายในปี 2023 ไว้สูงอีกเช่นเดิม สุดท้ายนี้ผมก็ต้องขอบคุณทุกคนจาก Ducati และทีมงานของผม! ผมพร้อมที่จะกลับไปผจญภัยกับทุกคนอีกครั้งแล้วครับ” Enea Bastianini (#23, Ducati Lenovo Team):  “การได้ใส่ชุดสีของทีมออฟฟิเชียลมันให้ความรู้สึกสุดยอด และตอนนี้มันขึ้นอยู่กับผมแล้วว่าผมจะพิสูจน์ว่าผมสมควรที่จะได้รับโอกาสนี้หรือเปล่า ผมตื่นเต้นมากกับฤดูกาลใหม่นี้! โชคดีที่ผมได้ขี่เจ้า Desmosedici GP สีแดงของผมโดยที่ไม่ต้องรอนานนัก อีกไม่กี่สัปดาห์เราจะได้ไปเซปังเพื่อทดสอบรถครั้งแรกของปีนี้ และมันจะเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่จะได้รู้จักทุกคนในทีมได้ดียิ่งขึ้น และยิ่งไปกว่านั้นคือการได้เริ่มต้นทำงานกับรถ มันจะต้องเป็นปีที่โหดหินมาก ๆ แน่นอน และมันจะต้องมีช่วงเวลาที่ง่ายและยากลำบากให้เราต้องเผชิญ แต่ผมพร้อมแล้วสำหรับทุกอย่าง

Prima Pramac Racing พร้อมบุก MotoGP

Prima Pramac Racing เปิดตัวทีมแข่ง MotoGP 2023 อัพเดตข่าวสาร MotoGP อีกครั้งในฤดูกาล 2023 สำหรับการเปิดตัวทีมแข่งอิสระอย่าง Prima Pramac Racing ที่มากับชุดสีแดง สีม่วงและสีขาว พร้อมนักแข่งคู่บุญของทีมอย่าง Jorge Martin และ Johann Zarco โดยดีกรีผลงานของนักแข่งทั้งสอง จาก Zarco ที่เคยทำผลงานคว้าแชมป์โลก Moto2 ถึง 2 สมัย และ Martin เจ้าของดีกรีแชมป์โลก Moto3 โดยปีนี้ ทั้งคู่จะกลับมาอีกครั้งกับโฉมรถ Ducati Desmosedici GP23 ซึ่งเป็นสเปคเดียวกันกับทีมแข่งโรงงานอีกด้วย จากการขึ้นโพเดียมถึง 8 ครั้งและตำแหน่งโพลโพซิชั่นถึง 7 รายการในฤดูกาลที่ผ่านมา สำหรับฤดูกาลนี้ นักแข่งทั้งสองกำลังเตรียมเซอร์ไพรส์ให้ทีมและแฟน ๆ ทุกคน ด้วยติด 1 ใน 3 อันดับแรกในตารางคะแนนรวม , ทีมอิสระที่ได้ตำแหน่งดีที่สุด และตำแหน่งนักแข่งทีมอิสระยอดเยี่ยม Paolo Campinoti หัวหน้าทีม กล่าวว่า “สำหรับเป้าหมายในปีนี้ เราตั้งเหมือนกับเคยตั้งในช่วงต้นฤดูกาลของการแข่งขันทุก ๆ ปี คือการเป็นทีมอิสระที่ดีที่สุด และไม่ยอมให้ใครชนะง่าย ๆ เมื่อไม่กี่ฤดูกาลที่ผ่านมา เราได้แสดงถึงศักยภาพของทีมในการแข่งขัน MotoGP อย่างแท้จริง และนักแข่งของเราพยายามคว้าอันดับสูงสุดให้ได้อย่างต่อเนื่อง และความพร้อมของสมาชิกในทีมทุกคนได้สร้างทีมของเราให้เป็นทีมที่ดีที่สุดใน Paddock, ในฐานะหัวหน้าทีม ผมไม่อาจขออะไรได้อีก เราภูมิใจในตัวเพื่อน ๆ ในสิ่งที่เราเป็น และการร่วมมือกับ Prima ทำให้เราได้รับแรงผลักดันเพิ่มเติมอย่างแน่นอน เราจะเข้าสู่สนามเร็ว ๆ นี้ สำหรับการทดสอบในช่วงต้นฤดูกาล ผมแทบรอไม่ไหวแล้ว สำหรับฤดูกาลนี้มันจะสนุกสุดมันส์ขนาดไหน” George Ottathycal ซีอีโอของ Prima Assicurazioni กล่าวว่า “ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสเปิดฤดูกาล MotoGP 2023 ร่วมกับ Paolo นักแข่ง และทีมงานทั้งหมด พวกเรารู้สึกพอใจเป็นอย่างมากในฤดูกาลที่ผ่านมา นอกเหนือจากเป้าหมายที่สำคัญ ขอขอบคุณสำหรับการทำงานเป็นทีม ปีนี้เป็นปีแรกที่พิสูจน์แล้วว่าเป็นโอกาสที่คุ้มค่า ที่เราได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ทั้งเรื่องเทคโนโลยีและพรสวรรค์ของนักแข่ง ประหนึ่งเพื่อนคู่หูที่เติบโตมาด้วยกัน ซึ่งเราเป็นแฟนวงการ 2 ล้อตัวจริง ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์กว่า 1 ใน 10 คนในอิตาลีที่ทำประกันกับ Prima เรามาที่นี่ เพื่อให้กำลังใจนักแข่งและทีม และมั่นใจว่าพวกเขาจะได้ชูธง” Gino Borsoi ผู้จัดการทีม กล่าวว่า “พวกเราตั้งตารอฤดูกาลนี้ด้วยความกระตือรือร้นอย่างมาก สำหรับผมแล้ว มันจะเป็นการผจญภัยครั้งใหม่ และผมจะบอกว่ามันเป็นปีที่สำคัญ ในฤดูกาล 2023 นี้ จะเป็นครั้งแรกที่ผมได้เข้าร่วมทีม Prima Pramac Racing สำหรับหมายเลข 23 นั้น สำคัญกับผมมาก และไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แม้แต่ตอนที่ผมลงเล่น หวังว่ามันจะเป็นสัญญาณที่ดี สำหรับการทดสอบที่  Valencia ผมรู้จักทุกคนและคนขี่อยู่แล้ว ความประทับใจแรก ๆ ของผมเป็นกำลังใจมาก ๆ และพอใจมาก ๆ ผมไม่รู้หรอก ว่าในอนาคตจเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ฉันเชื่อว่าเราจะทำให้ดีที่สุด” Johann Zarco “3 ปีติดต่อกันแล้ว ที่ผมจะอยู่กับทีม Prima Pramac ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สวมชุดสีเหล่านี้ในฤดูกาลต่อไป เรามีทีมที่ยอดเยี่ยม รถแข่งที่ยอดเยี่ยม และผมกับ Jorge เข้ากันได้ดีมาก ผมจะบอกว่าเรามีส่วนผสมทั้งหมดสำหรับฤดูกาลที่ยอดเยี่ยม และบางที ใครจะรู้ ชัยชนะอาจจะมาหาเราก็ได้” Jorge Martin “ผมแทบรอไม่ไหวที่จะได้ร่วมงานกับทีมของผมอีกครั้ง ปีที่แล้วเป็นปีที่พิเศษ และมีช่วงเวลาที่ยากลำบากมาก แต่มันก็ช่วยให้ผมเติบโตและแข็งแกร่งขึ้น ผมมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่และความทะเยอทะยานอย่างแท้จริง และผมรู้ว่าเราสามารถทำสิ่งที่ยอดเยี่ยมร่วมกับทีมของผมได้ที่ Sepang เมื่อผมคร่อมรถดูคาติ ผมจะรู้ว่าความพยายามทั้งหมด ในการซ้อมช่วงหน้าหนาวก่อนเปิดฤดูกาลนั้นคุ้มค่าหรือไม่” เราพร้อมแล้ว! ผมพร้อมแล้ว!!” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

Gresini Racing เผยโฉม รถแข่ง MotoGP 2023

Gresini Racing เผยโฉม รถแข่ง MotoGP 2023 Gresini Racing เผยโฉมรถแข่ง MotoGP 2023 พร้อมดึงนักแข่ง Alex Marquez ร่วมทีมกับ Fabio Di Giannantonio หลังจากจบฤดูกาล 2022 สิ่งเดียวที่สามารถยกระดับมาตรฐานเพื่อเตรียมความพร้อมในฤดูกาล 2023 เริ่มขึ้นแล้ว ด้วยการเปิดตัวทีมแข่งชุดใหม่ในศึก MotoGP พร้อมกับการอัปเกรดเครื่องยนต์ของ Ducati Desmosedici ด้วยสีใหม่ที่มีความทันสมัยบวกกับสีฟ้าอ่อนเงา (ออกสีมุก) ที่ทรงพลังและมีความสวยงามกับรถแข่งใหม่ของฤดูกาลนี้ Gresini Racing เผยโฉม รถแข่งแล้ว อีกข่าวที่ต้องเซอร์ไพรส์ กับการคว้านักแข่งชาวสเปนอย่าง Alex Marquéz (จากทีมฮอนด้าในฤดูกาลที่ผ่านมา) ที่ได้รับการทาบทามจาก Donatello Giovanotti (วิศวกรสนามแข่ง) และ Andrea Mattioli (วิศวกรข้อมูล) เพื่อสืบทอดช่วงต่อจากทีมที่เคยคว้าชัย 4 ครั้งร่วมกับ Bastianini ในปีที่แล้ว  มากันที่นักแข่งอีกหนึ่งคนนั่นก็คือ Fabio Di Giannantonio และข่าวดีกับการคว้า Frankie Carchedi อดีตวิศวกรสนามแข่งจากทีมซูซูกิ มาร่วมในฐานะหัวหน้าทีม ความรู้สึกในการทดสอบรถ Valancia Test ครั้งล่าสุดค่อนข้างน่าสนใจ และอีกไม่นานที่จะได้เห็นทั้งทีมลงทำการทดสอบอย่างเป็นทางการในเดือนกุมภาพันธ์ ที่ Sepang ก่อนเปิดฤดูกาลใหม่อย่างเป็นทางการ Fabio Di Giannantonio #49  เราเริ่มต้นในปี 2023 ด้วยสีแดงที่สื่อถึงความมุ่งมั่น ความหลงใหล และมีไฟในการกระตือรือร้นที่จะเติบโตและสร้างผลงานที่ดี เราอยากแข่งขันในฤดูกาลใหม่นี้ และคิดว่ามันเป็นเวลาที่เหมาะสม สิบอันดับแรกคือเรื่องปกติ แต่เรามีเป้าหมายคือ TOP 5 เท่านั้น และในตอนนี้ทีมพร้อมแล้วและผมซ้อมหนักเพิ่มขึ้น 300% เพื่อฤดูกาลปีนี้ เราพร้อมแล้ว ! Alex Marquez #73 วันนี้เป็นวันพิเศษจริง ๆ กับการได้เห็นทีมนี้รวมตัวกันอย่างเหนียวแน่น และพร้อมเพรียงกัน อีกทั้ง เป็นสิ่งที่สร้างความรู้สึกที่ดี การได้มาร่วมงานกับทีม Gresini เป็นสิ่งที่พิเศษมาก ได้เห็นความกระตือรือร้นและความตื่นเต้นภายในทีม และผู้คนที่มาชมเราเป็นสิ่งที่ผมชอบมาก ตอนนี้งานเริ่มต้นขึ้นแล้วสำหรับช่วงพรีซีซั่นที่หวังว่าจะช่วยให้เราพร้อม 100% สำหรับการแข่งขันครั้งแรกที่ Portimão เป้าหมายคือการออกสตาร์ทฤดูกาลได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะมันจะเป็นตัวกำหนดทิศทางสำหรับช่วงเวลาที่เหลือของปี 2023 เรามีเครื่องมือและความตั้งใจที่จะทำผลงานให้ดี แน่นอนว่ามันจะไม่ง่าย แต่แนวทางที่ถูกต้องจะช่วยได้มากในสถานการณ์เหล่านี้ Nadia Padovani หัวหน้าทีม  เรารู้สึกตื่นเต้นมากกับการผจญภัยครั้งใหม่นี้ สำหรับปี 2022 เป็นปีที่น่าเหลือเชื่อในทุก ๆ ด้าน แต่ความคิดของเราคือการปรับปรุงและพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น เราเป็นเพียงทีมอายุน้อยที่มีความทะเยอะทะยานในการคว้าชัยสูง ทั้ง Fabio จะมีโอกาสแสดงศักยภาพทั้งหมดของเขาในปีที่ 2 และ Alex จะหวนกลับมาผงาดบนเวทีอีกครั้ง เราจะพยายามให้ดีที่สุดเพื่อให้แน่ใจว่าทั้งคู่จะประสบความสำเร็จ และขอบคุณผู้สนับสนุนและทีมงานทั้งหมดที่ทำงานกันอย่างหนักเพื่อเตรียมความพร้อมในฤดูกาลนี้   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

v21l

Ducati พร้อมแล้ว เตรียมส่ง “V21L” ลงศึก MotoE 2023 หลังจาก 1 ปีกว่าๆ กับการทดสอบรถแข่งไฟฟ้ารุ่น “V21L” ซึ่งทำการเทสโดยนักบิดอย่าง Michele Pirro ที่สนาม Misano World Circuit Marco Simoncelli สำหรับรถไฟฟ้า “V21L” รุ่นนี้ จะเป็นตัวหลักจากค่าย Ducati ที่จะลงทำการแข่งขันในรายการ FIM Enel MotoETM World Championship ฤดูกาล 2023 ที่กำลังจะเกิดขึ้น ถือว่าเป็นเรื่องราวใหม่ๆ ในวงการแข่งขันรถ 2 ล้อที่จะมีรถแข่งไฟฟ้าเข้ามามีบทบาทในรายการแข่งขันระดับโลก ผู้คนจะให้ความสนใจกันมากน้อยเพียงใดไปรับชมกัน  โดยเจ้าตัว “V21L” เริ่มผลิตขึ้นในเดือนธันวาคม จำนวน 23 คัน แล้วเสร็จในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ โดยแบ่งเป็น รถที่ใช้แข่งในสนามจำนวน 18 คัน และสำรองไว้อีกจำนวน 5 คันด้วยกัน ซึ่งรถไฟฟ้าในแต่ละคัน จะถูกผลิตโดยผู้เชี่ยวชาญจากทีม Ducati MotoE Racing ซึ่งผลิตด้วยกระบวนการที่มีประสิทธิภาพ แม่นยำ และเป็นมาตรฐานเดียวกับการผลิตรถแข่ง MotoGP  สำหรับรถไฟฟ้า “V21L” ถือเป็นการเริ่มต้นบทใหม่ในประวัติศาสตร์ของ Ducati โดยโครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะ และรักษาแนวทางในการขับเคลื่อน DNA ของ Ducati มาโดยตลอด จนกระทั่งการทดลองโซลูชั่นทางเทคนิคที่นำมาใช้สำหรับการแข่งขัน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกสิ่งที่พัฒนาขึ้น สามารถนำมาพัฒนารถ 2 ล้อในรุ่นอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง และเพื่อที่จะทำเช่นนั้น Ducati จึงได้สร้างรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่มีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ประณีต และทันสมัยที่สุดในโลก ซึ่งเป็นผลมาจากการทำงานร่วมกันของวิศวกรฝ่ายวิจัยและพัฒนา Ducati และทีม Ducati Corse สำหรับรถบิ๊คไบค์ไฟฟ้า “V21L” คือรถไฟฟ้าในโมเดลรถแข่ง MotoGP ที่ผสมผสานเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และโครงรถ ที่พัฒนาโดยทีม Ducati Corse เข้ากับการออกแบบตามฉบับรถบิ๊กไบค์อย่าง Panigale V4  จึงเป็นการผสมผสานกันระหว่างสุดยอดวงการรถแข่งกับวงการรถ Production รถแข่งไฟฟ้ารุ่นโปรโตไทป์ ต้นแบบของ Ducati ที่ยังไม่มีใครเห็น Claudio Domenicali, CEO Ducati กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการผลิตของ Ducati MotoE ถือเป็นช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ของธุรกิจเรา ซึ่งโครงการนี้จะเป็นการศึกษาเทคโนโลยีสำหรับอนาคตของวงการสองล้อและยังเป็นพื้นที่สำคัญของการทดลอง และในครั้งนี้ เรากำลังลงทุนเพื่อสร้างความรู้ และเตรียมความพร้อมเมื่อเทคโนโลยีแบตเตอรี่เอื้อต่อการสร้างรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยน้ำหนัก ประสิทธิภาพ และระยะทางสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเป็นไปตามมาตรฐานที่คาดหวังจาก Ducati และในครั้งนี้ Ducati พร้อมแล้วที่จะเริ่มการผจญภัยครั้งใหม่ โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาบุคลากร และทักษะภายในบริษัทเพื่อกำหนดคุณสมบัติรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า Ducati ในอนาคต สำหรับโครงการ MotoE ถือเป็นก้าวสำคัญ และ Ducati พร้อมแล้ว ที่มีส่วนร่วมในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ควบคู่ไปกับการวิจัยเกี่ยวกับเชื้อเพลิงสังเคราะห์ (efuel) ที่สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งหมดของเครื่องยนต์สันดาปภายในให้เหลือศูนย์ หากจะรักษาสมดุลที่ละเอียดอ่อนของโลก บุคลากรทั้งหมดและทุกบริษัทจะต้องให้ความสําคัญกับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ Ducati ยังมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายนี้ในระดับอุตสาหกรรม และพื้นที่ Finitura e Delibera Estetica แห่งใหม่ที่ถูกจัดอันดับให้เป็น “อาคารที่ใช้พลังงานเกือบเป็นศูนย์” เป็นเพียงตัวอย่างล่าสุด หลังจาก 1 ปีที่ผ่านมา กับการทดสอบการพัฒนา Michele Pirro, Alex De Angelis and Chaz Davies ผลัดกันขี่รถไฟฟ้า “V21L” โครงการ Ducati MotoE เข้าใกล้ช่วงเวลาแข่งขันมากขึ้น โดยกำหนดการทดสอบครั้งแรกของนักบิดและทีมที่จะลงแข่งขันชิงแชมป์โลกปี 2023 ที่เมือง Jerez ในวันที่ 6, 7 และ 8 มีนาคม ตามด้วยการทดสอบอีก 3 วัน ในวันที่ 3, 4และ 5 เมษายน ที่สนาม Montmelò circuit  เมืองบาร์เซโลนา Ducati พร้อมแล้ว ที่จะเริ่มลงประเดิมการแข่งขัน French Grand Prix ในวันเสาร์ที่ 13

สนามช้าง สนามแข่งรถ

สนามช้าง สนามแข่งรถ ที่ทั่วโลกต่างยอมรับ รายการแข่งขันรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ที่ยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะระดับประเทศ หรือระดับโลก ก็มักจะมีหลายครั้งที่จัดขึ้นที่ประเทศไทยของเรา ณ สนามบุรีรัมย์อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต (Buriram International Circuit : BRIC) หรือ จะเรียกอีกอย่างว่า สนามช้างฯ ด้วยความที่สนามมีมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับจากองค์กรระดับโลกอย่าง FIA Gade1 และ FIM  ต้องบอกเลยว่า สนามช้างฯ มีการแข่งขันรถที่หลากหลาย และมีสนามที่รองรับการแข่งประเภทอื่น ๆ อีกด้วย เรียกได้ว่าครอบคลุมมาก ๆ ในวงการมอเตอร์สปอร์ต มาดูกันว่าทำไม สนามช้าง ถึงดีที่สุดในไทย เมื่อการมาเยือนของรายการแข่งขันรถระดับโลกอย่าง MotoGP, WorldSBK, Super GT, WTCC, World Touring Car Cup และ TCR International Series และอื่น ๆ อีกหลายรายการ แน่นอนว่าการแข่งขันระดับโลกเกิดขึ้นที่นี่ สนามช้างฯ ของไทยเรานั่นก็มีมาตรฐานดีพอที่จะรองรับเหล่าบรรดาแฟนคลับที่มาเข้าชม มากถึง 50,000 ที่นั่ง และจุดเด่นของแกรนด์สแตนด์สนามนี้ บอกเลยว่าสามารถมองเห็นแทร็กของสนามได้อย่างชัดเจน ผู้ชมจะรับรู้การเคลื่อนไหวทั้ง 12 โค้งแน่นอน ส่วนระยะทางความยาวของสนาม อยู่ที่ 4.554 กม. ต่อรอบ และแทร็กมีความกว้าง 12 เมตร มีพิตรองรับมากถึง 40 พิต นอกจากสนามแข่งรถแล้ว ยังมีสนามอื่น ๆ ที่อยู่ภายใต้พื้นที่เดียวกัน เช่น – สนามโกคาร์ท (Buriram United Racing School & Go-kart) ที่มีมาตรฐานระดับสากล แถมยังมี แทร็คเลย์เอาท์เหมือนกับสนามช้าง ที่จะทำให้รู้สึกสนุกในการขับขี่ – สนามโมโตครอส (BIRC Supercross) มีการสร้างสนามขึ้นมาแบบถาวร แต่จุดเด่นของสนามนี้ คือ สามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบของสนามได้ รับรองว่าโหด มันส์อย่างแน่นอน และยังมีแกรนด์สแตนด์ถึง 40,000 ที่นั่งให้กับผู้เข้าชม – สนามดริฟต์ (BRIC Wet Handling and DRIFT TRACK) สำหรับนักขี่ที่ชื่นชอบการดริฟท์ สนามนี่ก็ตอบโจทย์เช่นกัน – สนามแดร็ก (Buriram United DRAG TRACK) การแข่งขันทางตรง ถ้าอยากซัดกันยาว ๆ ต้องลองมาสนามนี้เลย – กระทั่งสนามยิงปืน (Buriram United Shooting) ก็มีให้บริการด้วยเช่นกัน หรือถ้าบุคคลทั่วไปที่อยากจะเที่ยวสถานที่สวยงามที่นอกเหนือจากสนามแข่ง ยังมีบุรีรัมย์คาสเซิล ตั้งอยู่ระหว่าง สนามช้างอารีน่า และ สนามช้างเซอร์กิต สถานที่รวมความบันเทิง ร้านอาหาร ร้านของที่ระลึก และสินค้าอีกมากมาย ที่สามารถเข้าไปเที่ยวได้ตลอดทั้งปี รู้อย่างนี้แล้ว ก็คงต้องยอมรับว่าครบเครื่องของจริง ไม่ว่าจะวงการมอเตอร์สปอร์ต หรือสถานที่ท่องเที่ยว บอกเลยว่ามีครบ จบในที่เดียว หากสนใจก็สามารถไปเยี่ยมชมสนามได้ การเดินทางจากกรุงเทพ-บุรีรัมย์  ประมาณ 300 กว่ากิโล และสามารถขึ้นเครื่องสนามบินสุวรรณภูมิ-สนามบินบุรีรัมย์ สนามตั้งอยู่ที่ ต.อิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ หากใครที่เดินทางมาไกลแล้วอยากพักผ่อนเต็มที่ ทางสนามช้าง ก็ยังมีโรงแรม BRIC Box Hotel Buriram  เปิดให้บริการ แถมคุ้มสุด ๆ ถ้าเทียบกับวิวที่มองเห็นได้ทั่วสนาม เรียกได้ว่าติดขอบสนามของแท้ แต่ถึงจะเป็นสนามที่มีมาตรฐานยอมรับ แต่นักแข่งระดับโลกก็ต่างมีทั้งคนชอบและไม่ชอบเช่นกัน อย่าง มาร์ค มาร์เกซ (Marc Márquez) นักบิดที่ชื่นชอบสนามช้าง เพราะชอบการเข้าโค้งที่ต้องใช้เบรกหนัก ๆ จากการทำความเร็วทางตรงด้วยความเร็วสูง แต่ถึงกระนั้นก็ยังบอกว่าอีกว่าสนามช้าง มีความท้าทาย ซึ่งต่างจาก วาเลนติโน รอสซี่  (Valentino Rossi) ที่เคยบอกว่าไว้ไม่ค่อยชอบสนามที่บุรีรัมย์สักเท่าไหร่ เพราะแทร็กสนามนี้ไม่ค่อยมีความท้าทาย และน่าเบื่อมีจุดโค้งน้อย มีแต่ทางตรง และไม่ค่อยยินดีนักที่จะเดินทางไป เพราะจังหวัดบุรีรัมย์ห่างไกลความเจริญนั่นหมายความว่าต้องใช้เวลาในการขับรถไปดูการแข่งขันถึง 5 ชั่วโมง ซึ่งมันไม่สะดวกสำหรับการเดินทางของกลุ่มคนที่จะมาดูการแข่งขัน แต่ปัจจุบันนี้กลับพูดอีกอย่างแล้วว่า สนามช้างก็ไม่ได้แย่สักเท่าไหร่ บอกว่าโค้งช่วงกลางเป็นโค้งต่อเนื่อง เป็นคาแร็กเตอร์ของสนามที่ตนเองชอบกับการเดินคันเร่งแบบต่อเนื่อง

YZR-M1 2023

YZR-M1 2023 ม้าศึกจากทีม Monster Energy Yamaha เผยโฉมแล้ว วันนี้ทาง Monster Energy Yamaha MotoGP Team ได้ทำการเผยโฉมม้าศึกประจำปีนี้ของพวกเขาแล้วซึ่งก็คือเจ้า YZR-M1 2023 ที่มาพร้อมกับลวดลายกราฟิกใหม่ โดยงานนี้ไปเปิดตัวกันที่โรงงานยามาฮ่าของอินโดนีเซียในระหว่างงานมีตติ้งตัวแทนจำหน่ายมอเตอร์ไซค์ยามาฮ่าประจำปีที่ใหญ่ที่สุดในโลก Yoshihiro Hidaka ประธานบริษัท Yamaha Motor Co., Ltd. Takahiro Sumi ผู้จัดการทั่วไปแผนกพัฒนามอเตอร์สปอร์ตของทาง Yamaha Motor Co., Ltd. และประธาน Yamaha Motor Racing, Lin Jarvis ผู้จัดการทีม Monster Energy Yamaha MotoGP Team Principal และกรรมการผู้จัดการ Dyonisius Beti ประธาน Yamaha Indonesia Motor Manufacturing, Massimo Meregalli ผู้อำนวยการทีม Monster ตลอดไปจนถึง Fabio Quartararo และ Franco Morbidelli สองนักแข่งประจำทีมได้มาขึ้นเวทีในงาน ‘3S Dealer Meeting’ เพื่อแชร์ความคิดเกี่ยวกับยุคใหม่ของความร่วมมือของทาง Yamaha กับ Monster Energy Yamaha เป็นพันธมิตรระยะยาวกับ Monster Energy ที่เป็นไตเติลสปอนเซอร์บนพื้นฐานการมีแพชชันเรื่องการแข่งรถเหมือนกัน ข้อตกลงการเป็นไตเติลสปอนเซอร์ระยะยาวหลายปีกับทางทีม Yamaha Factory Racing MotoGP นั้นเกิดขึ้นครั้งแรกในช่วงฤดูร้อนปี 2018 และกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว เนื่องจากทาง Monster Energy ได้สนับสนุนทีมแข่งของยามาฮ่ามาแล้วหลายทีม รวมไปถึงการสนับสนุนตัวนักแข่งในหลาย ๆ รุ่นการแข่งขัน ซึ่งรวมไปถึง Quartararo และ Morbidelli ด้วย และเมื่อปีที่แล้วในช่วงการแข่งขัน Catalan GP ทาง Monster Energy ก็ได้มีการต่อสัญญาระยะยาวกับทางทีม Yamaha MotoGP ประจวบเหมาะกับสนามนั้นทาง Fabio Quartararo ได้ชัยในเรซนั้นด้วย เสมือนการเฉลิมฉลองร่วมกันด้วยกันพอดี สำหรับตัวรถในปีนี้มีการอัปเดตไปพร้อม ๆ กันกับการตกแต่งพิทและชุดหนัง ตลอดไปจนถึงชุดของทางทีมด้วย ลวดลายกราฟิกแบบลายพรางแบบใหม่นั้นดูผสมกลมกลืนไปกับสีของทางยามาฮ่าพร้อมมีการเพิ่มสีเทาเข้ามา และสีของทางมอนสเตอร์เอเนอร์จี และโลโก้กรงเล็บสัตว์ร้ายที่ใครเห็นต่างก็จดจำได้ทันทีอีกด้วย แน่นอนว่าชุดแข่ง ตลอดไปจนถึงการตกแต่งพิทก็เป็นไปในทางเดียวกันอีกด้วย Monster Energy Yamaha MotoGP ยังได้ประกาศว่าตลอดการแข่งขันในปี 2023 นี้ทางค่ายจะนำเสนอสโลแกนของทาง Yamaha Motor Philippines และ PT Yamaha Indonesia Motor Manufacturing ต่อไป โดยจะเริ่มจากการทดสอบในช่วงก่อนเปิดฤดูกาล (IRTA MotoGP Official Pre-Season Tests) ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 5 – 7 กุมภาพันธ์และ 10 – 12 กุมภาพันธ์ที่เซปัง ประเทศมาเลเซีย และวันที่ 11 – 12 มีนาคมที่ Portimão ประเทศโปรตุเกส ยิ่งไปกว่านั้นคือทางทีมยังยินดีที่จะยืนยันความสัมพันธ์กับทางผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการหลายรายที่ยังคงสนับสนุนตลอดมา รวมไปถึงสปอนเซอร์ใหม่อย่าง Beta Tools ที่เริ่มเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องและสนับสนุนทีมแข่งรถ MotoGP อีกด้วย อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Algarve International Circuit

 Algarve International Circuit สนามเปิดฤดูกาลศึก MotoGP 2023  Algarve International Circuit สนามแข่งขันเรซแรกของศึก MotoGP 2023 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 24-26 มีนาคมนี้ ผมเชื่อว่าหลายๆคน คงอดใจรอไม่ไหว อยากจะรับชมการแข่งขันกันอย่างเต็มทีซะแล้วสิ ดังนั้น เพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อย ผมขอเปิดประเดิมรายละเอียดสนามแข่งเปิดฤดูกาลในปีนี้คร่าวๆ อัปเดตให้ผู้ชมได้รับชมกันครับ  สำหรับสนามแห่งนี้ ตั้งอยู่ในเมือง Portimão ประเทศโปรตุเกส ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี 2008 ถูกออกแบบโดยสถาบันออกแบบ Ricardo Pina Arquitectos รวมทั้ง ยังได้รับการรับรองมาตรฐานสนามแข่ง FIA,FIM และสามารถรองรับผู้ชมได้ถึง 100,000 คน รวมถึงรูปแบบของแทร็กได้ถึง 3 รูปแบบกันเลยทีเดียว ในสนามนี้เคยผ่านศึกการแข่งขันในรายการใหญ่อย่าง MotoGP, Moto2, Moto3, WorldSBK, A1 Grandprix, FIA GT Championships, FIA World Endurance Championship, GT2 European Series และรายการแข่งขันอื่นๆอีกมากมาย โดยรายละเอียดของสนาม มีระยะทางรวมทั้งหมด 4.59 กม. ซึ่งตัว  แทร็กกว้าง 18 ม. มีจำนวนโค้งทั้งหมด 15 โค้ง แบ่งเป็นโค้งซ้าย 6 โค้งและโค้งขวา 9 โค้ง และช่วงทางตรงที่ยาวสุดยาวถึง 970 ม. และแน่นอนสนามแข่งก็ต้องคู่กับความเร็ว เรามาดูกันว่าใครกันที่เป็นคนเจ้าแห่งความเร็วแห่งวงการมอเตอร์สปอร์ต ทำสิถิติที่ดีที่สุดของสนาม อัลการ์วึ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศโปรตุเกส คนที่ทำผลงานดีที่สุด…!! คนนั้นก็คือ Fabio Quartararo #20 ดาวเด่นจากฝรั่งเศส ในสังกัด Monster Energy Yamaha MotoGP โดยทำสถิติอยู่ที่ 01’39.435 นาที และยังคว้าชัยมากที่สุดถึง 2 ครั้งอีกด้วย สำหรับผู้ชมชื่นชอบหรือเชียร์นักแข่งคนไหน ก็สามารถติดตามชมการแข่งขันศึก MotoGP ปี 2023 ได้ ทั้งในรายการแข่งขันที่ สนามอัลการ์วึ อินเตอร์เนชั่นแนล และสนามอื่นๆตลอดทั้งฤดูกาล แล้วมาลุ้นกันว่าใคร!! จะคว้าชัยปีนี้ไปครอง… อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สปรินท์เรซ คืออะไร

สปรินท์เรซ ในการแข่งขัน MotoGP คืออะไร หลาย ๆ คนที่ติดตามการแข่งขัน MotoGP มาโดยตลอดน่าจะคุ้นเคยกับการแข่งขันชิงชัยกันในวันอาทิตย์เพียงเรซเดียวเท่านั้น แต่หลาย ๆ คนก็น่าจะได้ยินข่าวการปรับเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันเพิ่มเติมเข้ามาอีก 1 รูปแบบนั่นก็คือ สปรินท์เรซ นั่นเอง ซึ่งหลาย ๆ คนก็เชื่อกันว่าการแข่งขันในรูปแบบใหม่นี้จะช่วยสร้างสีสันและความตื่นเต้นให้การแข่งขันระดับโลกรายการนี้ให้น่าติดตามมากยิ่งขึ้นไปอีก การแข่งขันสปรินท์เรซนั้นจะมีรูปแบบการแข่งขันคล้ายกับการแข่งเรซแบบปกติในวันอาทิตย์ แต่จะแข่งเพียงครึ่งเดียวของการแข่งขันปกติ เช่น ถ้าสมมติว่าสนามนั้น การแข่งขันในเรซปกติแข่งทั้งหมด 20 แล็ป สปรินท์เรซก็จะเหลือแค่ 10 แล็ปเท่านั้น โดยจะแข่งขันกันในบ่ายสามโมงของวันเสาร์ ในส่วนของคะแนนก็จะลดลงเช่นกัน โดยอันดับที่ 1 ก็จะได้ 12 คะแนน อันดับ 2 ได้ 9 คะแนน อันดับ 3 ได้ 7 คะแนน อันดับ 4 ได้ 6 คะแนน อันดับ 5 ได้ 5 คะแนน อันดับ 6 ได้ 4 คะแนน อันดับ 7 ได้ 3 คะแนน อันดับ 8 ได้ 2 คะแนน และอันดับ 9 ได้ 1 คะแนน ซึ่งการแข่งขันแบบนี้ไม่ได้เป็นแนวคิดใหม่ มันเกิดขึ้นแล้วกับการแข่งขัน WorldSBK ในปี 2019 แต่เรียกการแข่งขันในลักษณะเดียวกันนี้ว่าซูเปอร์โพลเรซ กระทั่งในรายการแข่งรถ F1 เองก็เริ่มมีการแข่งขันแบบเดียวกันนี้ แต่ก็ไม่ได้มีในทุก ๆ สนามก็ตามที นอกจากนี้การแข่งขันในรูปแบบใหม่นี้จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับการแข่งขันอย่างมาก โดยเฉพาะการวางแผนกลยุทธ์ต่าง ๆ ในทุก ๆ ด้านเลยทีเดียว เพราะทีมงานจะต้องใช้เวลาปรับเซ็ตรถให้เหมาะกับการแข่งขันที่สั้นลง ตารางการแข่งขันในแต่ละวันก็จะมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย รูปแบบการแข่งขันทั้งหมดของ MotoGP 2023 ก็จะเป็นดังนี้ คือ จะมีการฝึกซ้อมสองช่วงในวันศุกร์ และมีเวลายาวนานขึ้นเมื่อรวมกันสองช่วง และเวลาของสองช่วงนี้จะเป็นตัวกำหนดว่าใครได้สิทธิ์เข้าไปในรอบควอลิฟาย 2 โดยตรง ทำให้นักแข่งจะต้องใส่ใจกับการซ้อมในวันศุกร์มากขึ้น ขณะเดียวกันในเช้าวันเสาร์ก็จะมีช่วงซ้อมอิสระ 30 นาที (คล้ายกับช่วงซ้อมอิสระ 4 ของรูปแบบเดิม) จากนั้นก็จะต่อด้วยควอลิฟาย 1 และ ควอลิฟาย 2 และจะมีรอบสปรินท์เรซตอน 15.00 น. ส่วนวันอาทิตย์ตารางกิจกรรมต่าง ๆ ก็จะยังคงเดิม โดยที่การแข่ง MotoGP จะเป็นช่วงสุดท้ายสุดเพื่อให้มีโอกาสได้มีพิธีรับรางวัลบนโพเดียมได้ดียิ่งขึ้น ฉลองกันได้นานขึ้น รวมไปถึงรับมือกับการบุกรุกแทร็กจาก ๆ แฟน ๆ สายฮาร์ดคอร์ได้ดีขึ้นด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Sokol สนามแข่งใหม่ในศึก MotoGP

Sokol International Circuit สนามแข่งใหม่ในศึก MotoGP 2023 ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนที่เป็นแฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตและติดตามการแข่งขัน MotoGP มาโดยตลอดน่าจะพอรู้แล้วว่าปี 2023 นี้มีหลาย ๆ อย่างเปลี่ยนแปลงไป แน่นอนว่าสนามแข่งเองก็เป็นสิ่งนึงที่เปลี่ยนแปลง มีทั้งเรื่องของปฏิทินการแข่งขัน และที่สำคัญเลยคือ สนามแข่งแห่งใหม่นั่นเอง และสนามแรกในบทความนี้ที่เราจะพาไปส่องกันก็คือสนาม Sokol International Circuit สนามแข่งใหม่ที่ตั้งอยู่ในประเทศคาซัคสถาน ทวีปเอเชียเรานี่เอง สนามแห่งนี้มี Hermann Tilke วิศวกรชาวเยอรมันและอดีตนักแข่งรถเป็นผู้ออกแบบเลย์เอาท์สนามให้ ถ้าคุณไม่รู้ว่าเขาเจ๋งแค่ไหน หรือเป็นใครยังไง ให้จำไว้ว่าสนามช้างฯ บ้านเราก็คนนี้แหละออกแบบ สำหรับสนาม Sokol นั้นได้รับการประเมินและให้เกรดแล้ว โดยผ่านมาตรฐาน FIM Grade A ซึ่งก็คือสามารถจัดการแข่งขัน MotoGP ได้นั่นเอง รายละเอียดของสนามแห่งนี้มีความยาวรวมทั้งหมด 4.495 กม. ตัวแทร็กกว้าง 15 เมตร มีโค้งทั้งหมด 13 โค้งแบ่งเป็นโค้งซ้าย 8 โค้งและโค้งขวา 5 โค้ง มีทางตรงยาวหลายช่วง แต่ช่วงทางตรงที่ยาวที่สุดมีความยาว 750 ม. ทั้งนี้สนามแห่งนี้ยังไม่เคยเปิดใช้มาก่อนจึงไม่มีตัวเลขเรื่องสถิติเวลาแต่อย่างใด โดยจะเปิดใช้ในปี 2023 นี้ และจะมีอีเวนต์ใหญ่ครั้งแรกกับ MotoGP ในรอบ Kazakhstan motorcycle Grand Prix นี่เอง สุดท้ายนี้สนามแห่งนี้จะจัดการแข่งขัน MotoGP ทั้งหมด 6 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2023 – 2028 นอกจากนี้ตัวสนามจะมีสนามสำหรับแข่งรถประเภทอื่น ๆ อีกด้วย พร้อมกับสิ่งก่อสร้างเพื่ออำนวยความสะดวกอื่น ๆ เพื่อรองรับทั้งตัวนักแข่งทีมงาน ผู้จัด สื่อมวลชน ตลอดไปจนถึงผู้ชมอีกครบถ้วนตามมาตรฐานของทาง FIA อีกด้วยครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

โค้งสุดท้าย "โมโตจีพีประเทศไทย"

โค้งสุดท้าย “โมโตจีพีประเทศไทย” เดินหน้าจัดเต็มเข้มทุกภาคส่วน รองรับเกมสองล้อระดับโลก รัฐ-เอกชน-สนามช้างฯ เร่งระดมกำลังอย่างหนักในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนถึงสัปดาห์ประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ตไทยในการเป็นเจ้าภาพสุดยอดการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกอย่าง “MotoGP” ซึ่งจะดวลความเร็วสนาม 17 ปลายเดือนนี้ที่ จ.บุรีรัมย์ พร้อมถ่ายทอดเอกลักษณ์ความเป็นไทยสู่ผู้ชม 800 ล้านคนทั่วโลก ขณะ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ซ้อมเข้มกรรมการภาคสนามและทีมแพทย์รองรับเรซสุดยิ่งใหญ่ ประเทศไทยเตรียมรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก MotoGP 2022 รายการ โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ ระหว่างวันที่ 30 กันยายน- 2 ตุลาคมนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ภายใต้การรอคอยของแฟนความเร็วทั่วโลก ล่าสุดสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ซึ่งถูกใช้เป็นสังเวียนสำหรับการแข่งขัน ก็เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับศึกมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกอย่าง “MotoGP” อย่างเต็มร้อยแล้ว ทั้งพื้นที่จัดงาน, กรรมการภาคสนาม และการบริการด้านต่างๆ สำหรับนักท่องเที่ยว พร้อมเผยแพร่การแข่งขันและสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามของประเทศไทย ไปกว่า 207 ประเทศ สู่ผู้ชมราว 800 ล้านคนทั่วโลก ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ขบวนรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์บางส่วนของทีมงานโมโตจีพี ได้เดินทางมาถึงสนามเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคอนเทนเนอร์ล็อตแรกเป็นการขนส่งอุปกรณ์สำคัญสำหรับการจัดการแข่งขัน เพื่อติดตั้งล่วงหน้า รวมทั้งการติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ สแตนด์ผู้ชม พาวิลเลียน และบูธกิจกรรมต่างๆ ด้านความพร้อมในส่วนของกรรมการภาคสนามและทีมกู้ภัย (Marshall) ก็มีการฝึกอบรมและซ้อมอย่างหนัก ฝึกซ้อมให้สัญญาณธงและการกู้ภัยเมื่อเกิดอุบัติเหตุเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นในการแข่งขัน เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและเพิ่มความมั่นใจให้กับนักแข่ง ทีมแข่ง รวมไปถึงผู้จัดการแข่งขัน นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมการของ “ทีมแพทย์” และศูนย์การแพทย์ใน สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ในการซ้อมรับมือเคสฉุกเฉิน ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของสนามแข่งขันในเรซระดับโลก ขณะเดียวกันการขนส่งผู้ชมเข้าออกสนาม นอกจากจะมีรถ City Transfer และ Shuttle Service ให้บริการแล้ว ยังมี “ชัตเติลแต๋น” รถอีแต๋นภูมิปัญญาไทย ซึ่งถูกปรับมาเป็นรถรับส่งที่เป็นเอกลักษณ์โด่งดังไปทั่วโลกในโมโตจีพี 2 ครั้งแรก ปีนี้จะยังคงมีให้บริการเช่นเคย ถือเป็นอีกหนึ่งมนต์เสน่ห์ในการแข่งขันครั้งนี้ โดยนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาด้วยรถส่วนตัว หรือใช้บริการ City Transfer สามารถมาขึ้นรถได้ที่จุดบริการ Shuttle Service บริเวณประตู 1 เพื่อเข้าสู่พื้นที่การจัดงาน มีให้บริการทั้งหมด 3 เส้นทาง เส้นทางที่ 1 (สีฟ้า) จากประตู 1 สู่ลานกิจกรรม (ไป-กลับ) แวะรับ-ส่งที่ไซด์ สแตนด์ D เส้นทางที่ 2 (สีส้ม) จากประตู 2 สู่ลานกิจกรรม (ไป-กลับ) เส้นทางที่ 3 (สีชมพู) จากลานกิจกรรม สู่ไซด์ สแตนด์ A (ไป-กลับ) สำหรับทัพนักบิดระดับโลกกว่า 100 คน ในศึก โมโตจีพี, โมโตทู และ โมโตทรี อยู่ระหว่างการเดินทางไปแข่งขันสนาม 16 ที่ประเทศญี่ปุ่นในสุดสัปดาห์นี้ ก่อนเดินทางต่อมายังประเทศไทยเพื่อดวลความเร็วในศึก “โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์” ระหว่างวันที่ 30 กันยายน- 2 ตุลาคม 2565 โดยจะมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย ผ่านรูปแบบการท่องเที่ยวและกีฬา โดยดอร์น่าสปอร์ต เจ้าของสิทธิ์การแข่งขัน ยกทีมงานมาถ่ายทำวีดีโอโปรโมตประเทศไทยและการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก “MotoGP” โดยมี “นักบิดโมโตจีพี” เป็นตัวชูโรง ร่วมกับ “2 นักบิดไทย” ในรุ่น Moto2 อย่าง “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย และ “เคเค” เขมินท์ คูโบะ จาก ยามาฮ่า วีอาร์46 มาสเตอร์ แคมป์ โดยมีคณะผู้บริหารจากการกีฬาแห่งประเทศไทย, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ภาคเอกชนที่ร่วมสนับสนุน อาทิ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์

Andrea Dovizioso เผยเตรียมรีไทร์

Andrea Dovizioso เผยเตรียมรีไทร์ หลังจบศึกที่ Misano ก่อนการแข่งขันรอบ Monster Energy British Grand Prix จะระเบิดศึกขึ้น Andrea Dovizioso (WithU Yamaha RNF MotoGP Team) ก็ได้ประกาศว่าจะรีไทร์จากการแข่งขัน MotoGP หลังจากแข่งขันรอบ San Marino Grand Prix เสร็จสิ้น เขาคนนี้คือนักแข่งที่มีสถิติชนะการแข่งขันในระดับสูงสุดทั้งหมด 24 ครั้ง แชมป์โลกรุ่น 125 ซีซีเมื่อปี 2004 และยังเป็นรองแชมป์โลก MotoGP อีก 3 สมัย และกลับเข้ามาแข่งอีกครั้งกับ Yamaha ในปี 2021 ก่อนจะเซ็นสัญญากับทางค่ายรถจากเมืองอิวาตะเพื่อลงแข่งกับทีม WithU Yamaha RNF MotoGP Team ในปี 2022 หลังจากผ่านครึ่งฤดูกาลแรกที่แสนยากลำบากไป นักแข่งอิตาเลียนผู้มากประสบการณ์คนนี้กลับมีคะแนนเพียงแค่ 10 คะแนนจากการแข่งขันไปทั้งหมด 11 สนาม เขาจึงได้ตัดสินใจที่จะรีไทร์ก่อนที่จะจบฤดูกาลหลังจากที่ลงแข่งที่บ้านเกิดตัวเองที่สนาม Misano World Circuit Marco Simoncelli ช่วงต้นเดือนกันยายน ทั้งนี้ Cal Crutchlow นักทดสอบรถทางการของ Yamaha จะมาลงแข่งแทนใน 6 สนามที่เหลือคู่กับ Darryn Binder เริ่มตั้งแต่การแข่งขันรอบ Aragon GP เป็นต้นไป ด้าน Lin Jarvis ผู้อำนวยการด้านการแข่งขันจาก Yamaha Motor กล่าวว่า “ผมอยากจะเริ่มต้นด้วยการบอกว่า เราเสียใจที่ Andrea จะเลิกแข่งก่อนที่เราเคยคาดไว้ เขาเป็นนักแข่ง MotoGP ที่มีชื่อเสียง และหลาย ๆ คนในแพ็ดด็อกจะต้องคิดถึงเขา” “โชคไม่ดีนัก เขาต้องพยายามอย่างมากที่จะรีดศักยภาพสูงสุดของ M1 ออกมา แต่ว่าผลลัพธ์ของการพยายามนั่นไม่ออกผล ซึ่งทำให้เกิดความผิดหวังสำหรับ Andrea ในที่สุดช่วงที่กำลังพักฤดูกาลในหน้าร้อน เขาก็คอนเฟิร์มกับเราว่าเขาอยากจะรีไทร์ก่อนที่จะจบฤดูกาล” “หลังจากได้ร่วมพูดคุยกันก็สรุปได้ว่า Andrea จะขี่เรซสุดท้ายที่ Misano ที่บ้านเกิดของเขา ซึ่งทาง Yamaha จะให้การซับพอร์ตกับ Dovi อีก 3 เรซอย่างเต็มที่เช่นเดิม ในระหว่างนั้นก็ขอให้พวกเราสนุกกับการแข่งขัน 3 เรซสุดท้ายและเฉลิมฉลองให้กับเขาที่ Misano เรซสุดท้ายในการแข่งอาชีพที่ยิ่งใหญ่ของเขา” Andrea Dovizioso กล่าวว่า: “ผมขอบคุณ Lin ที่เขากล่าวถึงผม ผมเห็นด้วยกับเขา 100% เลย ในปี 2012 ประสบการณ์ที่ผมมีกับทางค่ายรถจากอิวาตะใน MotoGP นั้นดีมาก ๆ สำหรับผม และจากนั้นมาผมก็คิดมาตลอดว่าไม่เร็วก็ช้า ผมจะต้องเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการกับยามาฮ่า และความเป็นไปได้นี้ก็เกิดขึ้นจนได้ในแบบที่ท้าทายหน่อยในปี 2021 นั่นเอง ผมตัดสินใจที่จะลองดูเพราะว่าผมเชื่อในโปรเจ็กต์นี้และเชื่อในความเป็นไปได้อย่างมาก” “เราพิจารณาตัวเองแล้วว่าเมื่อปีที่แล้วเราโชคดีมาก ๆ ที่เขาพร้อมและอยากที่จะร่วมแข่ง MotoGP กับเรา ตอนที่ Franky ย้ายไปแข่งให้ทีม Yamaha Factory Team จนทำให้จำเป็นจะต้องหานักแข่งมาแทนในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ในฤดูกาล 2021 ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ และการเป็นคนมีระเบียบวินัยของ Andrea เป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับ Yamaha และทีม RNF และโปรเจ็กต์นี้ก็ยาวไปถึงจนจบฤดูกาล 2022” “โชคไม่ดีเท่าไหร่ที่หลัง ๆ มานี้ MotoGP นั้นเปลี่ยนไปมาก สถานการณ์นั้นแตกต่างไปมากนับจากตอนนั้น ผมไม่เคยรู้สึกดีกับรถเลย และผมก็สามารถที่จะรีดสมรรถนะของรถออกมาได้อย่างเต็มที่ ทั้ง ๆ ที่มีการช่วยเหลือที่ยอดเยี่ยมและต่อเนื่องจากทางทีมและยามาฮ่า แต่ผลลัพธ์กลับออกมาแย่ แต่นอกเหนือไปจากนั้น ผมยังคิดว่ามันเป็นประสบการณ์ชีวิตที่สำคัญมาก ๆ ตอนที่เราเจอความยากลำบากมาก ๆ หลาย ๆ เรื่อง คุณจะต้องมีความสามารถที่จะจัดการสถานการณ์ต่าง ๆ และอารมณ์ของคุณให้ดี” “เราไปไม่ถึงเป้าหมายที่เราวาดหวังไว้ แต่การหารือกับทีมช่างของนั้นดีและช่วยสร้างเสริมมาตลอดทั้งสองฝ่าย ความสัมพันธ์จะยังคงดีอยู่และยังคงให้ความสนใจผมในแบบมืออาชีพเสมอแม้ว่าจะอยู่ในช่วงที่วิกฤติที่สุด มันไม่มีท่าทีเลยว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้น” “สำหรับทั้งหมดนี้และสำหรับการช่วยเหลือของพวกเขาทั้งหมด ผมขอขอบคุณยามาฮ่า ทีมของผม และทาง WithU ตลอดไปจนถึงสปอนเซอร์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ผมไม่ได้ทำได้อย่างที่เราหวัง

Razgatlıoğlu

Razgatlıoğlu เผยพอใจที่ได้ลองขี่ YZR-M1 ที่ Aragon มาก ๆ  เมื่อเร็ว ๆ นี้แชมป์โลกคนล่าสุดจากฝั่ง Superbike World Championship อย่าง Toprak Razgatlıoğlu เผย ว่าพอใจกับผลที่ได้ทดลองขับขี่ Yamaha YZR-M1 ในการทดสอบ MotoGP Test แบบไพรเวตที่สนาม MotorLand Aragón ซึ่งอาจจะเป็นเค้าลางของการย้ายมาทำการแข่งเวทีใหญ่ขึ้นก็เป็นได้ หลังจากที่เขาได้ชัยชนะครั้งแรกในศึก WorldSBK ฤดูกาล 2022 ที่ Misano นักแข่งสัญชาติตุรกีก็ได้ทดลองเปลี่ยนรถจาก Yamaha R1 มาเป็น Yamaha YZR-M1 ทั้งหมดรวม ๆ 40 แล็ป ที่ Aragon ซึ่งเต็มไปด้วยโค้งไฮสปีดและโค้งยาก ๆ กับความยาว 5.078 กม. บวกกับทางตรงยาว ๆ ระหว่างโค้ง 15 และ 16 ช่วยให้เขาได้รับและสัมผัสประสบการณ์และสมรรถนะในทุก ๆ มุม ทุก ๆ ด้านของ เจ้า YZR-M1 ได้เป็นอย่างดี นักแข่งหนุ่มวัย 25 เริ่มต้นวันด้วยการลองขี่ไปก่อน 12 แล็ปเพิ่มสร้างความคุ้นเคยกับรถและยาง จากนั้นก็วิ่งเป็นรัน รันละไม่กี่แล็ป โดยมีทีมทดสอบของทาง Yamaha MotoGP มาช่วยปรับจูนรถให้เข้ากับฟีดแบ็กของทาง Toprak รวมไปถึงนำข้อมูลไปวิเคราะห์อีกด้วย นอกจากนี้ยังมี Cal Crutchlow เทสต์ไรเดอร์ของ Yamaha MotoGP มาช่วยแนะนำเพิ่มความมั่นใจและความเร็วให้กับเขาอีกด้วย โดยนำเอาเวลาแล็ปในการแข่ง WorldSBK มาเปรียบเทียบ อย่างไรก็ดีโชคไม่ดีนักการทดสอบนั้นจบลงเร็วเกินไปเนื่องจากฝนถล่มลงมาอย่างหนักในช่วงบ่ายแก่ ๆ ซึ่งทำให้เขาไม่มีโอกาสที่จะฝึกซ้อมต่อ   “นี่เป็นครั้งแรกของผมกับ Yamaha YZR-M1 รถแข่ง MotoGP และผมรู้สึกว่ามันแตกต่างจาก R1 ของผมไปโดยสิ้นเชิงเลย มันมีแรงม้ามากกว่า ระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่แตกต่างออกไป ชุดเกียร์บ็อกซ์ที่ไร้รอยต่อ ซึ่งสำหรับผมแล้วถือว่ามันเป็นอะไรที่ใหม่ไปหมดเลย ทุก ๆ แล็ปที่ได้ขี่ ผมได้เรียนรู้อะไรมากมาย เพราะหลังจากที่แข่ง WSBK มา มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะมาปรับตัวเพื่อให้ขี่รถแข่ง MotoGP โชคดีที่ผมมี Cal Crutchlow มาให้คำแนะนำและเขาก็ช่วยผมได้มากจริง ๆ รถมันดีมาก ๆ โดยเฉพาะทางตรงที่มันขี่ได้เร็วโคตร ๆ และมันน่าสนใจที่เราได้ลองเบรกคาร์บอน” “วันนี้อากาศร้อนมากจริง ๆ เราก็เลยต้องขี่กันรันละ 5 – 6 แล็ปหลังจากที่ลองขี่รอบแรก 12 แล็ปเพื่อให้ได้คุ้นเคยกับรถ ตอนที่ผมดูการแข่ง MotoGP ผ่านทีวีที่นี่ คุณจะเห็นได้ว่ามันมีบัมพ์อยู่บ้าง และวันนี้ผมก็ได้สัมผัสมันแล้ว มันไม่ได้แย่อะไรนัก แต่คุณต้องเปิดคันเร่งใส่มันเข้าไปเลย เพราะถ้าคุณผ่อนล่ะก็มันจะยิ่งทำให้รถมันออกอาการ โดยรวมแล้วผมคิดว่าการทดสอบครั้งนี้ดีมาก ๆ เลย ถึงแม้ว่ามันจะสั้นไปหน่อยจากการที่มีฝนตกลงมาในช่วงบ่าย ซึ่งทำให้ผมไม่ได้ขับขี่ทดสอบมากเท่าที่ผมต้องการ แต่ผมก็สนุกกับการขับขี่รถแข่ง MotoGP มากจริง ๆ ขอบคุณทางยามาฮ่ามาก ๆ ที่เปิดโอกาสให้ผมครับ” งานนี้ปีหน้าเราอาจจะได้เห็นเขาเปลี่ยนเวทีการแข่งขันไปสู่เวทีที่ใหญ่ขึ้นอีกก็เป็นได้นะครับเนี่ย ก็ต้องมารอติดตามกันต่อไปครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร แชมป์ซัคเซนริง 2 เรซติด โกยแต้มนำโด่ง MotoGP

ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร แชมป์โลกเฟรนช์แมน สังกัดมอนสเตอร์ เอเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี ยังคงอยู่ในผลงานอันร้อนแรง บิดนำม้วนเดียวจบคว้าแชมป์เป็นสนามที่ 2 ติดต่อกัน จากการชิงชัยที่ ซัคเซนริง เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โกยแต้มนำโด่งบนตารางแชมเปี้ยนชิพ หลังผ่านครึ่งทางฤดูกาล 2022 การแข่งขันในสนามที่ 10 ศึกโมโตจีพี 2022 ดวลความเร็วระหว่างวันที่ 17-19 มิถุนายน ที่ผ่านมา ณ ซัคเซนริง ประเทศเยอรมนี ระยะทางต่อรอบ 3.671 กิโลเมตร ชิงชัยทั้งสิ้น 30 รอบสนาม ในรายการลิควิ โมลี มอเตอร์ราด กรังด์ปรีซ์ ดอยช์ลันด์ โดย ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร #20 ผู้นำบนตารางแชมเปี้ยนชิพ จาก มอนสเตอร์ เอเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี ได้เริ่มเกมจากกริดที่ 2 ส่วน อันเดรีย โดวิซิโอโซ #04 จาก วิธยู ยามาฮ่า อาร์เอ็นเอฟ โมโตจีพี ทีม ประจำการในกริดที่ 19 ตามด้วย ฟรังโก มอร์บิเดลลี #21 ในกริดที่ 20 ขณะที่ ดาร์ริน บินเดอร์ #40 อยู่ในกริด 23 ออกสตาร์ทเรซด้วยตำแหน่งจ่าฝูงของ กวาร์ตาราโร #20 ที่ทะยานขึ้นรั้งหัวขบวนตั้งแต่โค้งแรก หลังจากนั้น แชมป์โลกคนปัจจุบัน บิดด้วยความมั่นใจและเร่งเครื่องเพิ่มช่องว่างระหว่างคู่แข่งออกไปเรื่อยๆ ก่อนจะจัดการคว้าชัยเป็นสนามที่ 2 ติดต่อกัน ทิ้งห่างอันดับ 2 กว่า 5 วินาที ด้าน มอร์บิเดลลี #21 และ โดวิซิโอโซ #04 บิดจบเกมในอันดับ 13 และ 14 ด้วยฟอร์มอันร้อนแรงส่งผลให้ กวาร์ตาราโร เก็บแต้มนำโด่งบนตารางแชมเปี้ยนชิพประเภทนักบิด มีทั้งสิ้น 172 คะแนน ทิ้งห่างอันดับ 2 ถึง 34 คะแนน หลังผ่านครึ่งทางของฤดูกาล 2022 ลดช่องว่างระหว่างผู้นำบนตารางแชมเปี้ยนชิพประเภททีมเหลือเพียง 2 คะแนน ศึกโมโตจีพี 2022 สนามถัดไป มีคิวดวลความเร็วระหว่างวันที่ 24-26 มิถุนายน นี้ ณ ทีที เซอร์กิต แอสเซน ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในรายการโมตุล ทีที แอสเซน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

กวาร์ตาราโร่ ทะยานขึ้นโพเดียม มูเจลโล่ ครองจ่าฝูง MotoGP

กวาร์ตาราโร่ ทะยานขึ้นโพเดียม มูเจลโล่ ครองจ่าฝูง MotoGP ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ #20 ดาวบิดเฟรนช์แมน สังกัด Monster Energy Yamaha MotoGP คว้าโพเดียมที่ 4 ในฤดูกาลให้กับตนเอง จากการชิงชัยในสนาม 8 ที่ มูเจลโล่ เก็บแต้มครองจ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพประเภทนักบิด หลังผ่านเรซสุดเข้มข้นเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ศึก MotoGP 2022 สนามที่ 8 ของฤดูกาล ดวลความเร็วเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ณ ออโตโดรโม อินเตอร์นาซินาเล่ เดล มูเจลโล่ ประเทศอิตาลี ระยะทางต่อรอบ 5.245 กิโลเมตร กำหนดชิงชัยทั้งสิ้น 23 รอบสนาม ในรายการกราน พรีมิโอ ดิ’อิตาเลีย โอ๊คลีย์ โดยนักบิดแดนน้ำหอมเริ่มเกมจากกริดที่ 6 ขณะที่ ดาร์ริน บินเดอร์ #40 รุกกี้สังกัดวิธยู ยามาฮ่า อาร์เอ็นเอฟ โมโตจีพี ทีม ประจำการกริดที่ 20 ส่วน ฟรังโก้ มอร์บิเดลลี่ #21 และ อันเดรีย โดวิซิโอโซ่ #04 ออกสตาร์ทจาก กริดที่ 23 และ 26 ตามลำดับ สำหรับการแข่งขันในเรซดังกล่าวเป็นการคว้าโพเดียมที่ 4 ในฤดูกาลของกวาร์ตาราโร่ไล่แซงคู่แข่งไต่จากกริดที่ 6 ขึ้นมารั้งอันดับ 2 ในรอบที่ 11 สร้างโอกาสลุ้นคว้าแชมป์ ก่อนจะทำได้ดีที่สุดด้วยการบิดเข้าเส้นชัยในอันดับ 2 ขณะที่บินเดอร์และมอร์บิเดลลี่ จบการแข่งขันด้วยอันดับ 16 และ 17 ด้าน โดวิซิโอโซ่บิดจบเกมในอันดับ 20 จากผลงานที่คงเส้นคงวาของกวาร์ตาราโร่ส่งผลให้แชมป์โลกชาวฝรั่งเศสยังคงรั้งจ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพประเภทนักบิด หลังเก็บไปแล้วทั้งสิ้น 122 คะแนน ส่วนมอร์บิเดลลี่, โดวิซิโอโซ่ และ บินเดอร์ รั้งอยู่ในอันดับ 19, 21 และ 22 ตามลำดับ ศึกโมโตจีพี 2022 สนามถัดไปมีคิวดวลความเร็วในวันที่ 3-5 มิถุนายน นี้ ณ เซอร์กิต เดอ บาร์เซโลน่า-คาตาลุนญ่า ประเทศสเปน ในรายการกราน พรีมี่ มอนสเตอร์ เอเนอร์จี้ เดอ คาตาลุนญ่า อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก