SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทางเราได้เคยรายงานข่าวเกี่ยวกับ Teaser ของเจ้า New Triumph Street Triple 765 RS ไปแล้วนั้นล่าสุดทาง Triumph ได้เปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์แนว Naked ที่ถือเป็น King of Naked อย่างเจ้า New Triumph Street Triple 765 RS ออกมาแล้วอย่างเป็นทางการแล้ว และแน่นอนว่าด้วยความที่มันเป็นโฉมของปี 2020 ทำให้มันมาพร้อมกับเครื่องยนต์ใหม่ที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน Euro 5 เรียบร้อยแล้วแต่จะยังคงมาพร้อมกับเครื่องยนต์ 3 สูบเรียง DOHC 12 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาด 765 CC อย่างไรก็ดีตัวเครื่องยนต์ไม่ได้ด้อยลงแต่อย่างใดแถมยังมาพร้อมแรงบิดที่เพิ่มขึ้นจาก 77 นิวตันเมตรที่ 10,800 รอบต่อนาทีเป็น 79 นิวตันเมตร ที่ 9,350 รอบต่อนาที ชุดโซ่ สเตอร์ถูกเปลี่ยนจาก โซ่ O-Ring มาเป็น โซ่ X-Ring ตัวรถมีความกว้างขึ้นจากเดิมที่ 735 มิลลิเมตรเป็น 775 มิลลิเมตรเมื่อวัดจากปลายแฮนด์ ส่วนระยะฐานล้อนั้นเตี้ยลง 5 มิลลิเมตร อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีข่าวเกี่ยวกับรถ เน็คเกท ตระกูล Z ที่จะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ Supercharge นั้น มาวันนี้ทาง Kawasaki ก็ได้ออกมายืนยันแล้วว่ารถเน็คเกทที่จะมาพร้อมกับเครื่องยนต์แบบ Supercharge ดังที่ใส่มาให้กับรุ่น Ninja H2 นั้นจะมีชื่อว่า Kawasaki Z H2 โดยทาง Kawasaki ได้ปล่อยคลิป Teaser อันใหม่ออกมายั่วน้ำลายเราเพียงแค่ชื่อของมันเท่านั้นในคลิปนี้ ส่วนเรื่องของรูปโฉมคร่าวๆ ของมันนั้นทาง Kawasaki ได้เผยออกมาให้เราได้เห็นกันไปแล้วใน คลิป ก่อนหน้านี้ ส่วนในตอนนี้เรายังคงต้องมารอลุ้นกันไปก่อนจนถึงวันที่ 23 ตุลาคมนี้ว่าเจ้า Kawasaki Z H2 จะมีอะไรที่น่าสนใจให้ทางเราได้รับชมกันบ้างครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

เปิดตัวกันเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ สเปก Kawasaki Ninja 650 2020 ที่แฟนๆชาวไทยต่างก็อดใจรอกันอยู่พักใหญ่ๆสำหรับรถ บิ๊กไบค์ สายสปอร์ตขนาดกลาง เครื่องยนต์ 650 ซีซี ที่จะมีลูกเล่นอะไรใหม่มาให้สายเขียวได้ลอง ได้ชมกันบ้าง สำหรับ สเปก Kawasaki ninja 650 2020 มาดูกันที่รูปร่างหน้าตา ที่มีการอัพเกรดไฟหน้าคู่แบบใหม่เป็น LED ทั้งคู่สว่างกว่าเดิมอย่างแน่นอน รวมไปถึงหน้าจอเรือนไมล์ที่เป็น TFT จอสีแสดงมาตรวัดทุกอย่างแบบดิจิทัลทั้งหมด ที่แสดงผลรอบเครื่องยนต์ ความเร็ว ตำแหน่งเกียร์ ความร้อนเครื่องยนต์ มาตรวัดน้ำมันเชื้อเพลิงชัดเจนทั้งกลางวันและกลางคืน และยังสามารถเชื่อมต่อกับ สมาร์ทโฟนได้ผ่านทาง Bluetooth โดยสามารถควบคุมทั้งหมดผ่านทางแอฟพลิเคชั่น RIDEOLOGY นั้นเรามาดูกันที่เครื่องยนต์กันต่อ เพราะน่าจะเป้นหัวใจหลักที่สำคัญสำหรับการเลือกซื้อรถคันนี้ เครื่องยนต์ ขนาด 2 สูบ 649 ซีซี DOCH 4 วาว์ล ระบายความร้อนด้วยน้ำ เกียร์ 6 Speed ตัวรถคันนี้จะสามารถบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงได้ 15 ลิตร ช่วงล่างด้านหน้าแบบ เทเลสโคปิค ยังคงไม่อัพเกรดเป็นแบบ Up-side down แต่มีแกนโช้คอัพที่มีขนาดใหญ่ 41 มิลลิเมตร ไม่สามารถปรับตั้งค่าความหนืดได้ ส่วนโช้คอัพด้านหลังเป็นแบบเดี่ยว สามารถที่จะปรับค่าพรีโหลดได้ มาพร้อมกับยางสายสปอร์ตที่ติดมาให้จากโรงงาน อย่าง Dunlop Sportmax Roadsport2 ที่มีขนาดยางหน้า 120/770 17 และยางหลัง 160/60 17 สร้างความมั่นใจในการขับขี่ได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงระบบเบรคคาลิปเปอร์หน้าอย่าง nissin จับกับจานเบรคแบบดิสคู่ ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 300 มิลลิเมตร เบรคหลังคาลิบเปอร์เบรค จับกับจานดิสเส้นผ่านศูนยืกลางขนาด 220 มิลลิเมตร พร้อมระบบความปลอดภัย ABS จาก Kawasaki ทางด้านน้ำหนักรวม 419 ปอนด์หรือราว 190 กิโลกรัมและสำหรับรุ่นที่มี ABS จะมีน้ำหนักรวมที่ 423 ปอนด์หรือราวๆ 192 กิโลกรัม ซึ่งก็ถือเป็นน้ำหนักที่รวมของเหลวภายในตัวรถแล้วมีน้ำหนักที่ไม่มากจนเกินไป สำหรับสีที่เพิ่งจะเปิดตัวไปนั้นมี 3 สี ได้แก่ สีดำ,สีขาว,และสีพิเศษ ลวดลายตัวแข่งอย่าง Kawasaki Racing Team KRT สำหรับทั้งหมดทั้งมวลที่เขียนมานั้นคือสเปกที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการ จากฝั่งยุโรป ส่วนประเทศไทยคงจะรออีกไม่นานนี้อาจจะได้เห็นตัวเป็นๆกันในงานใหญ่ปลายปีรึป่าวก็ต้องรอชมกันต่อไป ส่วนใครสาวกสายเขียว กำเงินรอได้เลย มาแน่!! อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

ดูคาติจัดทริปแบบ Be Safe, Be Cool พาสาวกดูคาทิสต้าออกไปท้าความมันส์กับกิจกรรมการแข่งขัน MotoGP พร้อมแท็กทีมภูริ และเป้-อารักษ์ ขี่ดูคาติไปร่วมเชียร์ นักแข่ง Ducati MotoGP Team แบบติดขอบสนามช้างฯ อีกหนึ่งประสบการณ์พรีเมียม ร่วม Meet & Greet สองนักแข่งใน Ducati Fan Zone อย่างใกล้ชิด พร้อมจุดเซอร์วิสความสะดวกสบายแบบครบครัน คุณสมรรถ รอบบรรเจิด กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดูคาทิสติ จำกัด หรือดูคาติไทยแลนด์ กล่าวถึงกิจกรรมของดูคาติในงาน MotoGP 2019 ว่า “ดูคาติมีการจัดทริปเพื่อพาลูกค้าไปสัมผัสประสบการณ์ระดับพรีเมียมทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นประจำทุกปี ทำให้กลุ่มคอมมิวนิตี้ของดูคาติมีความแน่นแฟ้น จนกลายเป็นครอบครัวใหญ่มากยิ่งขึ้น สำหรับในปีนี้ดูคาติได้มีการจัดทริปเพื่อพาลูกค้าขี่รถไปชมการแข่งขัน MotoGP 2019 ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ซึ่งการออกทริปทุกครั้งเราเน้นย้ำด้านการขับขี่ปลอดภัยบนท้องถนน และเพิ่มความมั่นใจให้แก่ลูกค้าได้ขี่รถดูคาติอย่างสนุก รวมถึงมีความปลอดภัยตลอดทุกเส้นทาง ตามคอนเซปต์ Be Safe, Be Cool และในทริปครั้งนี้ เรามีทีมงานมาร์แชล รถเซอร์วิส และรถพยาบาลดูแลลูกค้าตลอดขบวน”ทั้งนี้ ดูคาติได้จัด Tribuna Ducati Package มอบความเอ็กซ์คลูซีฟตลอดงาน โดยจุดให้บริการและอำนวยความสะดวกจุดแรกเริ่มที่ดูคาติ บุรีรัมย์ ที่สามารถรับชุดของที่ระลึก Ducati Tribuna Kit ได้แก่ เสื้อ หมวก สายคล้องคอ พัด ถุงผ้า และมีจุดจอดรถจักรยานยนต์, จุดรับฝากอุปกรณ์ป้องกันการขับขี่, รถรับส่งไปกลับ ดูคาติบุรีรัมย์-สนาม และ สนาม-ดูคาติบุรีรัมย์ นอกจากนี้ ดูคาติยังอำนวยความสะดวกจุดจอดรถจักรยานยนต์ Ducati Parking Area ในสนามช้างฯ พร้อมเจ้าหน้าที่และจุดรับฝากอุปกรณ์ป้องกันการขับขี่ไว้ด้วยเช่นกันสำหรับกิจกรรมเชียร์การแข่งขัน MotoGP 2019 เป็นการรวมตัวของสาวกดูคาทิสต้าจากทั่วโลกที่เดินทางมาร่วมส่งแรงใจเชียร์สองนักแข่ง รวมถึงสองนักแสดงและพิธีกรชื่อดังอย่าง คุณภูริ หิรัญพฤกษ์ และคุณเป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ ที่ขี่ดูคาติมาร่วมกิจกรรมเชียร์ MotoGP แบบติดขอบสนาม นอกจากนี้ แฟนดูคาติยังได้เข้าร่วมกิจกรรม Meet & Greet สองนักแข่ง ดูคาติ MotoGP Team ทั้ง Andrea Dovizioso (อังเดร โดวิซิโอโซ่) #04 และ Danilo Petrucci (ดานิโย่ เปตรุคชี่) #9 อย่างใกล้ชิด ในบริเวณ Ducati Fan Zone ที่จัดไว้ให้เฉพาะสาวกดูคาทิสต้าแบบเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมช้อปปิ้งสินค้าโซน Ducati Apparel คอลเลคชั่นพิเศษและส่วนลดอีกมากมายเฉพาะในงาน MotoGP 2019 เท่านั้น #TribunaDucati #DucatiThailand #MotoGP2019 #ThaiGP #SharichHolding อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

นางสาวจินตนา อุดมทรัพย์ ที่ปรึกษาคณะผู้บริหาร พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ร่วมกับ นายไพศาล เวชวนิชสนอง ประธานกรรมการ บริษัท รวมพงศ์มอเตอร์ จำกัด ทำการส่งมอบรถจักรยานยนต์บิ๊กสกู๊ตเตอร์ YAMAHA TMAX บิ๊กล็อตจำนวน 30 คัน ให้กับ มร.จูเลียน วินเซนต์ ผู้บริหารร้าน PRESTIGE BIG BIKE ศูนย์เช่ารถบิ๊กไบค์ชั้นนำใน อ.ป่าตอง จ.ภูเก็ต ที่มีความเชื่อมั่นเลือกใช้รถบิ๊กสกู๊ตเตอร์ ยามาฮ่า ทีแม็ก ไว้คอยบริการให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติ ทั้งนี้ ยามาฮ่ายังได้ได้ทำการส่งมอบ YAMAHA MT-10, TRACER 900GT, MT-09, MT-07 และ YZF-R6 ภายในงานครั้งนี้ด้วย สำหรับ YAMAHA TMAX เป็นรถจักรยานยนต์บิ๊กสกู๊ตเตอร์สไตล์สปอร์ตขนาดเครื่องยนต์ 530 ซีซี ถูกออกแบบมาอย่างลงตัวในแบบ Premium เรือนไมล์ดิจิตอลหน้าจอ LED ดีไซน์รูปทรงสปอร์ตแบบ MULTI-FUNCTION METERS แสดงรายละเอียดครบทุกฟังก์ชัน 45.33 แรงม้า ที่ 6,750 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 53.0 นิวตันเมตร ที่ 5,250 รอบ/นาที ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบหัวฉีด ระบบจุดระเบิดแบบ T.C.I (Transistor Controlled Ignition) ส่งกำลังแบบออโตเมติก แบบสายพานตัววี ความจุน้ำมันเชื้อเพลิง 15 ลิตร ขับขี่ได้อย่างสบายและนุ่มนวล ระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบ Upside Down ด้านหลังแบบ Mono Shock เบรกได้อย่างมั่นใจด้วยระบบ ABS โดยการส่งมอบในครั้งนี้มีขึ้น ณ YAMAHA RIDERS’ CLUB จ.ภูเก็ต เมื่อเร็วๆ นี้ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

Triumph Motorcycle เตรียมแสดงให้เห็นถึงพละกำลัง และความเร็วของเครื่องยนต์ไทรอัมพ์ Moto2 แบบ 3 สูบ ขนาด 765 ซีซี ในการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกรายการ Moto2 ประจำฤดูกาล 2019 ครั้งแรกในประเทศไทย ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 – 6 ตุลาคม ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ หลังจากเมื่อปี 2017 ที่ ไทรอัมพ์ได้รับสิทธิ์ในการเป็นผู้ผลิตเครื่องยนต์สำหรับการแข่งขัน Moto2 ตั้งแต่ฤดูกาล 2019 เป็นต้นไปแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เครื่องยนต์ไทรอัมพ์ Moto2 ได้แสดงให้ผู้คนทั้งโลกได้เห็นถึงวิวัฒนาการตั้งแต่เริ่มต้น จนถึงพละกำลังและความเร็ว ตลอดจนเสียงของเครื่องยนต์อันทรงพลังได้อย่างน่าทึ่ง โดยสามารถทำลายทุกสถิติของ Moto2 ที่ได้บันทึกไว้ในการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็น สถิติต่อรอบการแข่งขัน (Race Lap Record) สถิติความเร็วที่สุด (Highest Top speed) รอบสถิติสนาม (Circuit Best lap) และตำแหน่งโพลโพสิชั่นใหม่ (New Pole Position Record) ไปพร้อม ๆ กับการเดินหน้าสร้างสถิติใหม่อย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อค้นหาว่านักแข่งใดจะเป็นผู้คว้าชัยชนะการแข่งขันที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ไทรอัมพ์เป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ Moto2 มร.สตีฟ ซาร์เจนท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ Triumph Motorcycle เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2017 ที่ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ ได้ลงนามในสัญญากับ ดอร์น่า (Dorna) เป็นระยะเวลา 3 ปี ในการเป็นผู้ผลิตเครื่องยนต์แต่เพียงผู้เดียวให้กับการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกรายการ Moto2 ตั้งแต่ฤดูกาล 2019 เป็นต้นไป นับเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับ ไทรอัมพ์ที่ได้เริ่มปฐมบทแห่งความตื่นเต้นใหม่ ๆ มาสู่ประวัติศาสตร์การแข่งขันที่ยาวนานของบริษัทฯ จากการสร้างสรรค์เครื่องยนต์สามสูบที่ชนะเลิศแข่งขันในรายการซูเปอร์สปอร์ต ไอส์ล ออฟ แมน ทีที (Isle of Man Tourist Trophy) ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง สู่การแข่งขันรายการ Moto2 ฤดูกาล 2019 โดยตลอดระยะที่ผ่านมา ไทรอัมพ์ได้เผยให้เห็นถึงวิวัฒนาการของเครื่องยนต์ไทรอัมพ์ Moto2 แบบ 3 สูบ 765 ซีซี ตั้งแต่ความร่วมมือสนับสนุนการทดสอบการพัฒนากล่อง ECU ร่วมกับ “แม็กเนติ มาเรลลี่” (Magneti Marelli) ซึ่งเป็นโปรแกรมการพัฒนาที่มุ่งเน้นการใช้งานในสนามแข่ง โดยความร่วมมือดังกล่าวไทรอัมพ์ได้เป็นผู้ให้การสนับสนุนข้อมูลพื้นฐาน และจัดหาเครื่องยนต์เพื่อการทดสอบอย่างเต็มรูปแบบ ตลอดจนทีมสนับสนุนด้านเทคนิคของไทรอัมพ์ อีกทั้งการทดสอบการพัฒนาโครงรถ (Chassis) ที่ไทรอัมพ์ได้ให้การสนับสนุนการพัฒนาเครื่องยนต์กับผู้ผลิตโครงรถ โดยร่วมมือกับ เอ็กซ์เทินโปร (Externpro) เพื่อใช้ในการทดสอบ โดยในการทดสอบที่ผ่านมาเหล่านี้มีนักแข่ง Moto2 ทั้งในอดีตและปัจจุบันเข้าร่วมทำการทดสอบ รวมทั้งยังได้ให้การสนับสนุนการพัฒนากล่อง ECU กับบรรดาผู้ผลิตโครงรถ จนถึงการที่เครื่องยนต์ไทรอัมพ์ Moto2 แบบ 3 สูบ 765 ซีซี ได้เผยโฉมและแสดงให้ผู้คนทั้งโลกได้เห็นถึงพละกำลังความเร็วของเครื่องยนต์มากกว่า 140 แรงม้า ตลอดจนเสียงของเครื่องยนต์อันทรงพลังได้อย่างน่าทึ่ง ซึ่งตั้งแต่การเริ่มการแข่งขันรายการ Moto2 ฤดูกาล 2019 เป็นต้นมา เครื่องยนต์ดังกล่าวสามารถทำลายทุกสถิติของ Moto2 ที่ได้บันทึกไว้ในการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็น สถิติต่อรอบการแข่งขัน (Race Lap Record) สถิติความเร็วที่สุด (Highest Top speed) รอบสถิติสนาม (Circuit Best lap) และตำแหน่งโพลโพสิชั่นใหม่ (New Pole Position Record) ทั้งนี้เพื่อให้เข้าใจถึงที่มาของการพัฒนารูปแบบเครื่องยนต์ไทรอัมพ์ Moto2 แบบ 3 สูบ 765 ซีซี เครื่องยนต์ดังกล่าวถูกรังสรรค์ขึ้นตามแบบของเครื่องยนต์รุ่น สตรีท ทริปเปิล อาร์เอส 765 ซีซี สร้างขึ้นเพื่อส่งต่อพละกำลัง และแรงบิดที่มากขึ้นกว่าเดิม รวมถึงได้รับการออกแบบให้มีรอบที่สูงขึ้นและวิ่งได้ด้วยความเฉื่อยต่ำ ซึ่งติดตั้งอยู่ในชุดเดียวกันและมีน้ำหนักเบา ในขณะที่เครื่องยนต์ไทรอัมพ์ Moto2 แบบ 3 สูบ 765 ซีซี ได้มีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อให้เหมาะสมกับการแข่งขัน อันประกอบไปด้วย ปรับแต่งช่องไอดีและช่องไอเสียบนกระบอกฝาสูบใหม่ เพื่อให้การไหลเวียนของทั้งอากาศและเชื้อเพลิงในท่อไอดีและท่อไอเสียดียิ่งขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพอัตราส่วนกำลังอัด วาล์วไทเทเนียมและสปริงวาล์วที่มีความแข็งแรงกว่าเดิมเพื่อเพิ่มความเร็วรอบเครื่องยนต์ ระบบหัวฉีดพลังสูง ระบบ Alternator ลดความเฉื่อย ปรับอัตราระหว่างทดเกียร์ 1 ถึง 2 สลิปเปอร์คลัทช์แบบปรับได้ที่พัฒนาขึ้นสำหรับการแข่งขันโดยเฉพาะ กล่องอีซียู (ECU) สำหรับการแข่งขันโดยเฉพาะ ซึ่งพัฒนาร่วมกับ “แม็กเนติ มาเรลลี่” ปรับแต่งฝาครอบเครื่องยนต์ใหม่เพื่อลดขนาดความกว้างของตัวเครื่อง ปรับแต่งอ่างน้ำมันเครื่องใหม่ให้สอดรับกับท่อไอเสียประสิทธิภาพสูงได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ในการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกรายการ Moto2 ฤดูกาล 2019 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 – 6 ตุลาคม ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่ทุกคนจะได้เห็นถึงพละกำลัง ความเร็วของเครื่องยนต์ไทรอัมพ์ Moto2 อย่างใกล้ชิด นับเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยม ไปพร้อม ๆ กับการลุ้นสถิติใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในการแข่งขัน

ทางค่ายส้อมเสียง Yamaha ได้ทำการเปิดตัว New Yamaha MT-03 ให้เราได้เห็นกัน โดยเจ้า New Yamaha MT-03 คันนี้ยังมาพร้อมกับ Concept สุดเท่ อย่าง Dark Lightning หรือ สายฟ้าทมิฬอีกด้วย และจุดเด่นของเจ้า New MT-03 นั้นคือจะมาพร้อมกับเปลือกนอกที่ในครั้งนี้มีการเปลี่ยนแปลงให้ดูดุดันและเหมือนกับรถใน MT-Series มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้า LED แบบมีแถบ DRL ไฟเลี้ยวถูกเปลี่ยนเป็นแบบ LED เช่นกัน ส่วนแฮน์บาร์ก็ได้มีการปรับใหม่เพื่อให้ตัวผู้ขี่มีท่านั่งที่กระชับเข้ากับตัวรถมากยิ่งขึ้น ชุดมาตรวัดให้มาแบบ Full Digital ส่วนในเรื่องของเครื่องยนต์นั้นจะเป็นแบบ 2 สูบเรียง 321 CC ให้กำลังสูงสุด 42 แรงม้า และ มีแรงบิดสูงสุด 39.6 นิวตันเมตร ด้านระบบกันสะเทือนมีการเปลี่ยนไปใช้แบบหัวกลับขนาดแกน 37 มิลลิเมตร และยังมีการเปลี่ยนบังโคลนใหม่ให้ดูดุดันมากยิ่งขึ้นและโช้กหลังก็ได้มีการปรับการเซ็ทใหม่ด้วยเหมือนกัน ส่วนในเรื่องของเฉดสีนั้นมีให้เลือก 2 สีด้วยกัน ได้แก่สี Ice Fluo และ สี Midnight Black ด้านวันเปิดตัวนั้นทาง Yamaha Europe ยังไม่ได้มีการบอกเอาไว้แต่น่าจะเป็นช่วงหลังจากทาง Yamaha บ้านเราได้เปิดตัวมันกันไปแล้วในงาน Motor Expo 2019 ที่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายนของเดือนนี้ครับอย่างไรก็ดีเราต้องมารอดูกันไปก่อน อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

“ยามาฮ่า” จัดมีทติ้งสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “รอสซี่ – บีญาเลส” แท็กทีม “มอร์บิเดลลี่ – การ์ตาราโร่” ใกล้ชิดกองทัพแฟนโมโตจีพีชาวไทยอย่างใกล้ชิด บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เอาใจสาวกมอเตอร์สปอร์ต ต้อนรับศึกรถจักรยานยนต์ทางเรียบอันดับ 1 ของโลก ที่มีคิวยกพลดวลความเร็วบนสังเวียนระดับโลกของประเทศไทย ระหว่างวันที่ 4 – 6 ตุลาคม 2562 นี้ ยามาฮ่าจัดหนักโหมโรงด้วยการดึงตัวนักบิดดาวดังระดับโลกนำทัพโดย วาเลนติโน่ รอสซี่ #46 และ มาเวริค บีญาเลส #12 ดูโอ้นักบิดในสังกัด มอนสเตอร์ เอเนอร์จี ยามาฮ่า โมโตจีพีพร้อมด้วย รุกกี้ทีมแซทเทิลไลท์อย่าง ฟาบิโอ การ์ตาราโร่ #20 และ ฟรังโก้ มอร์บิเดลลี่ #21 ให้แฟนๆ ชาวไทยได้กระทบไหล่อย่างใกล้ชิดก่อนเปิดศึกไทยแลนด์จีพี 2019 ท่ามกลางแฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยที่มาร่วมต้อนรับอย่างคับคั่ง สำหรับกิจกรรม Pre-MotoGP MEET & GREET ครั้งนี้ เป็นการดึงตัวนักบิดระดับโลกของทีมในสังกัดยามาฮ่าให้แฟนๆ ได้ร่วมกระทบไหล่กับนักบิดในดวงใจอย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นการต้อนรับการแข่งขันโมโตจีพีในประเทศไทยเป็นปีที่ 2 สร้างความตื่นตัวให้กับแฟนความเร็วชาวไทย และชาวต่างชาติอย่างมากที่มารอกระทบไหล่กับนักบิดซูเปอร์สตาร์ระดับโลกในดวงใจ สำหรับนักบิดระดับโลกในศึกโมโตจีพีที่มาร่วมโชว์ตัว พร้อมให้แฟนๆ ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ในครั้งนี้นำโดยคู่หูจาก มอนสเตอร์ เอเนอร์จี ยามาฮ่า โมโตจีพี อย่าง “เดอะด็อกเตอร์” วาเลนติโน่ รอสซี่ #46 นักบิดอิตาเลียนเจ้าของบัลลังก์แชมป์โลก 9 สมัย และ “ท็อปกัน” มาเวริค บีญาเลส #12 นักบิดสุดหล่อชาวสเปน รวมถึง 2 นักบิดในสังกัดปิโตรนาส ยามาฮ่า เอสอาร์ที อย่าง ฟาบิโอ การ์ตาราโร่ #20 นักบิดดาวรุ่งเฟรนช์แมนที่โชว์ฟอร์มสุดร้อนแรงในปีแรกบนเวทีพรีเมียร์คลาส พร้อมด้วย ฟรังโก้ มอร์บิเดลลี่ #21 นักบิดดาวรุ่งอิตาเลียน รวมถึงนักแข่งชาวไทยดีกรีแชมป์อีกหลายคนในสังกัด ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ที่มาร่วมสร้างสีสันในงานด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ยังเตรียมของที่ระลึกสุดพิเศษให้แฟนมอเตอร์สปอร์ตได้ลุ้นติดไม้ติดมือกลับบ้าน ด้วยกิจกรรมหลากหลายภายในงาน เช่น Lucky Draw Big -Black – Box ที่เปิดโอกาสให้ใกล้ชิดเหล่านักบิดระดับโลก พร้อมรับเสื้อที่มีลายเซ็นนักบิดในดวงใจเองกับมือ เพื่อใส่ไปร่วมเชียร์ ศึกพีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2019 นอกจากนี้ยังมีของรางวัลแจกภายในงานอีกเพียบ! อาทิ ร่วมลุ้นบัตรเข้าชม MotoGP และของที่ระลึกต่างๆ พร้อมทั้ง พบปะกับเพื่อนใหม่ ในคอมมูนิตี้สไตล์ไบค์เกอร์สายสปอร์ตอีกด้วยเช่นกัน โดยงาน Pre-MotoGP MEET & GREET ในครั้งนี้จัดขึ้นแบบสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ณ บริเวณหน้าศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา เมื่อเร็วๆ นี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมานี้ทางเรา Superbikemag.com ได้ไปร่วมงาน “Aprilia Real Team Real experience” ซึ่งเป็นงาน Meet and Greet สุด Exclusive กับนักแข่งทีม Aprilia Racing Team Gresini ที่ Motoplex Bangkok กันและภายในงานนี้ก็ได้มีนักแข่งสุดเก่งและแสนจะเฟรนด์ลี่ของทางทีมอย่าง Andrea Iannone ที่ได้เข้ามาพูดคุยและตอบคำถามพร้อมทั้งแจกลายเซ็นให้แก่แฟนๆ ที่เป็นลูกค้าของทาง Aprilia รวมถึงพี่น้องสื่อมวลชนที่ได้มาเข้าร่วมงานนี้ด้วยเช่นกัน โดย Andrea Iannone ได้กล่าวเริ่มต้นการสัมภาษณ์ ด้วยการกล่าวทักทายพร้อมกับความรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง และ เขามีความสุขมากที่ได้มาที่นี่ ได้รับการสนับสนุนอย่างอบอุ่นจากแฟนๆชาวไทย ถึงแม้ว่าผลการแข่งขันครั้งที่ผ่านมายังไม่เป็นที่น่าพอใจมากนัก แต่ทาง Andrea Iannone เองก็ไม่เคยยอมแพ้ พยายามพัฒนาและปรับปรุงมาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะประสบปัญหาเรื่องอุณหภูมิของอากาศเมืองไทย ส่วนเรื่องการแข่งที่สนามช้างนั้นเขาบอกเอาไว้ว่ามันก็ไม่ง่ายแต่ก็โชคดีที่เขาค่อนข้างสมบูรณ์ จากการออกกำลังกายและการวิ่ง โดยไม่ได้มีการบาดเจ็บแต่อย่างใดและเขาเองก็จะเต็มที่และเตรียมพร้อมสำหรับสนามนี้ โดย Andrea ยังได้กล่าวเพิ่มว่าได้ออกมาบอกว่าสนามช้างถือว่าเป็นสนามที่ดี มีเส้นทางที่ท้าทายตั้งแต่ต้นจนจบ สามารถขับขี่ไปได้จนจบ แต่โดยส่วนใหญ่จะเป็นทางตรง เมื่อถูกถามว่าส่วนไหนของสนามที่จะได้โชว์ศักยภาพออกมาได้เต็มที่เพื่อที่จะไล่แซงคู่แข่ง Iannone ก็ได้ตอบว่าส่วนที่เขาชอบมากที่สุดโดยรวมจะเป็นเส้นทางโค้ง โดยหลังจากออกตัวในโค้งที่ 3 เป็นต้นไป ซึ่งทำให้เขาได้สามารถแสดงศักยภาพในการเอาชนะคู่แข่งได้อย่างเต็มที่ด้วยการเปลี่ยนท่าทางในการขับขี่ เนื่องจากทางโค้งคือทางที่สามารถใช้แซงคู่แข่งได้เป็นอย่างดี และเมื่อถูกถามว่ามีจุดแข็งอะไรที่ทำให้ทาง Iannone มาเข้าร่วมกับทีม Aprilia ซึ่งคำตอบที่ได้รับอย่างมั่นใจนั่นคือ เนื่องจาก ชัยชนะมากถึง 54 ครั้งของ Aprilia เป็นเสมือนเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าเขาเองก็น่าจะสามารถคว้าตำแหน่งที่ดีน่าพอใจกลับไปได้ เมื่อถูกถามว่าเคยใช้ Aprilia RSV4 1100 Factory หรือไม่ และมีความรู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้ลองขับขี่ ซึ่งทาง Iannone เองก็ได้บอกว่าเขาได้ใช้มันเป็นตัวซ้อมตลอดเวลาและก็รู้สึกว่ามันดีมากจริงๆ เพราะเป็นรถที่มีสมรรถนะสูงอย่างน่าเหลือเชื่อ สามารถควบคุมรถได้ดั่งใจ และถือว่าเป็นรถที่ดีมากสำหรับเขาเลยทีเดียว อะไรที่ทำให้เขาจะได้ตำแหน่งที่ดีขึ้น เขาตอบว่ามันไม่มีหลักการตายตัว แต่เป็นการผสมผสานจากประสบการณ์ก่อนหน้า อย่างเช่นการควบคุมความเร็ว โดยเขามีความพยายามปรับปรุงในการฝึกซ้อมอย่างมาก และเพื่อตำแหน่งที่ดีในปีต่อๆไป นอกจากนี้ Iannone ยังได้ทิ้งท้ายเอาไว้อีกด้วยว่า ขอขอบคุณมาก สำหรับทุกกำลังใจและกำลังสนับสนุนจากแฟนๆ ชาวไทยที่ไม่ว่าเขาจะชนะหรือไม่ก็ตาม แต่ว่าทุกกำลังใจทุกการสนับสนุนจากแฟนๆ นั้นสำคัญกับเขามากและจะทำให้ดีที่สุดในครั้งนี้ และ lannone ยังได้กล่าวตบท้ายถึงการก้าวเข้ามาร่วมทีม Aprilia ในปีนี้ด้วยว่า การย้ายมาอยู่ทีม Aprilia นั้น ตัวเขาเองก็ยังคงพัฒนาในทุกๆด้านอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันหรือการฝึกซ้อม และเขาเองก็ยังไม่หยุดในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง หลังจากนั้นเราก็ได้ไปทานอาหารที่ร้าน Meatlicious กัน โดยครั้งนี้นอกจากจะมี Andrea Iannone ไปร่วมด้วยแล้วยังมี Aleix Espargaro นักแข่งหมายเลข 41 จากทีมเดียวกัน ตามไปสมทบเพิ่มอีกด้วย เมื่อถูกถามเรื่องการเกิดอุบัติเหตที่ Misano Andrea Iannone ก็ได้บอกว่าร่างกายของเขาค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ ส่วน Espargaro เองก็ได้พูดว่าเค้ากลับไปใช้เวลากับครอบครัว 1 อาทิตย์ส่วนอีกสามอาทิตย์นั้นเค้าก็ใช้เวลากับรถและการแข่งของเขา เมื่อถูกถามเรื่องการบาลานซ์ ชีวิตนักแข่ง และ ครอบครัวส่วนครั้งนี้เขาไม่ได้พาครอบครัวมาด้วยเพราะอยู่ค่อนข้างไกล และเมื่อถูกถามว่าคิดยังไงกับ ThaiGP Espargaro ก็ได้บอกว่ามันจะยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และเขาก็อยากที่จะให้มีแฟนๆ มากขึ้นและเขาเองก็แข่งเพื่อแฟนๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และ ทาง Aleix Espargaro ก็ได้ทิ้งท้ายเอาไว้ว่าจะพยายามให้มากที่สุดที่จะส่องแสงเจิดจรัสให้แก่แฟนๆ ชาวไทย และก็จะพยายามให้มากที่สุดกับการแข่งในครั้งนี้และก็พยายามที่จะทำให้แบรนด์ Aprilia นั้นมีโด่งดังในประเทศนี้และหวังว่าทุกๆ คนจะมาเชียร์เขาในการแข่งครั้งนี้ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

Kawasaki Road Racing Championship 2019 Round 3 การแข่งขัน Kawasaki Road Racing Championship 2019 KRRC สนามที่ 3 ระหว่างวันที่ 28-29 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา ณ สนามไทยแลนด์เซอร์กิต จ.นครปฐม โดยทางคาวาซากิมีความตั้งใจอันดีเพื่อที่จะส่งมอบความสนุกสนานความตื่นเต้นและเร้าใจให้กับกลุ่มลูกค้าชาวไบค์เกอร์ผู้ชื่นชอบ และหลงใหลในเรื่องของการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบ ได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ในสนามแข่งขันชั้นนำระดับประเทศพร้อมเพิ่มทักษะและอัพสกิลการขับขี่อย่างปลอดภัยอีกด้วย บรรยากาศตอนเช้าค่อนข้างร้อนและชื้น แต่ก็ไม่มีผลต่อการแข่งขันรวมถึงกลุ่มรถของชาว Kawasaki ที่ขับขี่มาร่วมงาน Kawasaki Road Racing Championship 2019 สนามที่ 3 กันอย่างคับคั่งมากมายหลากหลายรุ่นเหมือนพี่น้องค่ายยักษ์เขียวได้มาพบปะสังสรรค์รวมกัน ทำให้บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยมิตรภาพอบอุ่นกันเองสุดๆทั้งในส่วนของลูกค้าของ Kawasaki และทีมงานของ Kawasaki เองด้วยเช่นกัน โดยการแข่งขันจะมีหลากหลายรุ่นของทางค่าย Kawasaki อาทิเช่น Kawasaki Ninja ZX-10R ST2 Kawasaki Ninja ZX-10R ST3A Kawasaki Ninja ZX-10R ST3B Kawasaki Ninja ZX-6R Kawasaki Naked 900 Kawasaki Ninja 400 Kawasaki Ninja 250/300 บรรยากาศในการแข่งขันในสนามของแต่ละรุ่นก็ดุเดือดเร้าใจไม่แพ้กัน แม้การแข่งขันเป็นไปอย่างดุเดือดขนาดไหนก็ตาม ในสนามคือการแข่งขันแต่หลังจบการแข่งขันมิตรภาพและรอยยิ้มยังมีให้กันเสมอ ทั้งนี้บรรยากาศภายในสนามยังมี ขวัญใจของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ของค่าย Kawasaki อย่าง “ติ๊งโน๊ต” ฐิติพงศ์ วโรกร นักแข่ง1เดียว ใน WORLDSBK ของทางค่าย Kawasaki ใช้เลขการแข่งขัน เบอร์ 100 มาพร้อมกับรถรุ่น Kawasaki ZX-10RR เข้ามาขับขี่ในสนามด้วยทำให้บรรยกาศในสนามคึกคักมากขึ้นพร้อมสร้างความประทับใจจากผู้เข้าร่วมการแข่งขันและกองเชียร์รอบนอกสนามได้อย่างดีโดยช่วงที่ทีมงานเรา SuperBikemag ได้ LIVE สด นั้น ได้เข้าไปสัมภาษณ์อย่างใกล้ชิด กับ“ติ๊งโน๊ต” ฐิติพงศ์ วโรกร ว่าหลังจาการขับขี่ในสนามในช่วง Race1 เป็นอย่างไรบ้าง “ติ๊งโน๊ต” ฐิติพงศ์ วโรกร ได้กล่าวว่า ในการลงสนามใน Race1 นั้นอากาศค่อนข้างร้อนแต่ไม่ใช่อุปสรรคในการขับในครั้งนี้ ครั้งนี้ถึงแม้ว่าไม่นับอยู่ในการแข่งขันแต่ทางทีมก็แอบจับเวลาอยู่ หลังพูดจบพร้อมยิ้มอย่างมีความสุข นอกเหนือจากการแข่งขันยังมีกิจกรรมพิเศษ Riders Training โดยมีการฝึกสอนของ Mr.Fujiwara ผู้จัดการทีม Kawasaki Thailand Racing Team และอดีตแชมป์ระดับเอเชีย ให้ความรู้ทักษะการขับขี่ในการแข่งขัน และเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด พร้อมด้วยกิจกรรม Circuit Fun Ride ซึ่งเป็นกิจกรรม สำหรับลูกค้าผู้ใช้จักรยานยนต์ Kawasaki สามารถนำรถจักรยานยนต์ของตัวเองลงขับขี่ในสนามแข่งขันจริงเพื่แที่จะเพิ่มประสบการณ์ความแปลกใหม่พร้อมกับรถคู่กายทำให้รู้สึกถึงลิมิตตัวเองและรถที่ใช้ โดยการขับขี่จะคำนึงถึงความปลอดภัยเป้นหลัก ในส่วนของภายในบบรรยากาศบูทร้านค้าของงาน Kawasaki Road Racing Championship 2019 Round 3 นั้นมีบูทบรรยากาศมากมายให้ผู้เข้าแข่งขันรวมถึงชาวKawasaki ที่เข้าร่วมกิจกรรมได้เดินชมและซื้อสินค้ากันอย่างมากมาย อาทิ เช่น บริษัท วาย.เอส.เอส.(ประเทศไทย)จำกัด ผู้ผลิตและพัฒนาโช้คอัพรถมอเตอร์ไซค์ คุณภาพระดับโลก บริษัท ไดโด สิทธิผล จำกัด ผู้ผลิตโซ่คุณภาพ, บริษัท อีโนเวรัเบอร์(ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและพัฒนายางรถจักรยานยนต์คุณภาพ, บริษัท โททาล ออยล์ (ประเทศไทย) จํากัด ผู้จัดจำหน่ายน้ำมันเครื่องเอลฟ์ ในส่วนของ Kawasaki Road Racing Championship ในสนามที่4 สนามต่อไป จะจัดขึ้น ในสนาม ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ในวันที่ 20-21 มกราคาม พ.ศ. 2563 ห้ามพลาดเด็ดขาดรับประกันดุเดือดไม่แพ้ KRRC สนามที่ 3 อย่างแน่นอน!! สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติม ได้ที่ เว็บไซต์ www.kawasaki.co.th แฟนเพจ https://www.facebook.com/KawasakiRoadRacing/ https://www.facebook.com/KawasakiMotorsThailand อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่

หวนกลับมาอีกครั้งกับการแข่งขันศึกรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก MotoGP ในรายการ พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ ประเทศไทยได้จัดขึ้นเป็นสนามที่ 15 ของฤดูกาลนี้ โดยจะมีการแข่งขันระหว่างวันที่ 4-6 ตุลาคม 2562 ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ซึ่ง Team Suzuki Ecstar จัดทัพ 2 คู่หูทีมเมทลงดวลล้อร่วมชิงความเร็ว ซึ่งนักแข่ง Team Suzuki Ecsatr ทั้ง อเล็กซ์ ริน หมายเลข 42 และ โจน เมียร์ หมายเลข 36 มีผลงานดีมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการคุมบังเหียนอยู่บนอานรหัสตัวแรง GSX-RR จาก ซูซูกิ เพื่อเป็นการเอาใจแฟนมอเตอร์สปอร์ตสำหรับชาว ซูซูกิ ที่จะได้ใกล้ชิดกับ 2 นักแข่งจากทีม Team Suzuki Ecstar ในกิจกรรม Team Suzuki Ecstar Fan Club Party 2019 ณ ร้านอาหารปาเต๊ะโอยั๊วะ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา บริษัท ไทยซูซูกิมอเตอร์ จำกัด ได้จัดกิจกรรมต้อนรับ 2 นักแข่งจาก Team Suzuki Ecstar ทั้ง อเล็กซ์ ริน หมายเลข 42 และ โจน เมียร์ หมาย 36 ในกิจกรรม Team Suzuki Ecstar Fan Club Party 2019 โดยมีแฟนคลับมาร่วมให้การต้อนรับกว่า 300 คน กิจกรรมคึกคักตั้งแต่ช่วงเย็นหลังจากที่ลงทะเบียนเป็นที่เรียบร้อย ก็เริ่มสตาร์ทความสนุกกันตั้งแต่หน้างาน พร้อมกับช็อปผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของซูซูกิ เพื่อร่วมลุ้นผู้โชคดี 50 ท่าน ที่จะรับลายเซ็นพร้อมเซลฟี่กับ 2 นักแข่งอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ สมาชิกจะได้ทำความรู้จักกับ 2 นักแข่งไทยที่ทำผลงานในศึกชิงแชมป์ประเทศไทยได้อย่างโดดเด่นในปีนี้คือ “ปาร์ค” พาทิศ ชูประเทศ หมายเลข 98 และทีมเมทอย่าง “เค้ก” พันธุ์ชนะ กุลโรจน์ชลาลัย หมายเลข 78 ทำการแข่งขันในรายการ FMSCT THAILAND ROAD RACING 2019 ด้วยการคุมบังเหียนเจ้า Suzuki GSX-R150 เข้าร่วมทำการแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทยในปีนี้โดยที่ “ปาร์ค” พาทิศ ชูประเทศ มีคะแนนนำอยู่หัวตารางและมีโอกาสลุ้นแชมป์ประเทศไทย จากนั้นได้รับเกียรติจาก มร.ชินจิ ฮะสึอิ President บริษัท ไทยซูซูกิมอเตอร์ จำกัด ได้ขึ้นกล่าวต้อนรับ และขอบคุณผู้มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้อย่างเป็นกันเอง และมาถึงช่วงไฮไลท์ของงานที่ทุกคนรอคอยที่จะได้พบปะกับ 2 นักแข่งโมโตจีพีทั้ง อเล็กซ์ ริน และ โจน เมียร์ จาก Team Suzuki Ecstar บรรยากาศเป็นไปคึกคักเสียงปรบมือต้อนรับนักแข่งดังกึกก้อง จากนั้นได้ร่วมพูดคุยถึงความรู้สึกของ 2 นักแข่ง Suzuki MotoGP ที่ได้มาทำการแข่งขันในประเทศไทยครั้งนี้ ต่อจากนั้นเริ่มต้นความสนุกด้วยการเล่นเกมของแฟนคลับซูซูกิกับ 2 นักแข่งโมโตจีพี เพิ่มร่วมลุ้นรางวัลอย่างสนุกสนานและเป็นกันเอง อีกทั้งยังมีการแจกรางวัล Lucky Draw จำนวนถึง 6 รางวัล ให้กับผู้โชคดีภายในงาน ก่อนที่จะส่งท้ายความประทับใจด้วยการถ่ายภาพเซลฟี่ร่วมกับครอบครัวซูซูกิอย่างเป็นกันเอง ทำเอาบรรดาแฟนคลับของ 2 นักแข่งโมโตจีพีปลื้มใจกันแบบสุดๆ หลังจากที่ได้พบปะสังสรรค์กันในงาน Team Suzuki Ecstar Fan Club Party 2019 ในครั้งนี้แล้ว ชาว ซูซูกิ จะได้ไปร่วมส่งแรงใจเชียร์ 2 นักแข่งกันอีกครั้งได้ในศึก พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ สนาม 15 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ระหว่างวันที่

เมื่อไม่นานมานี้ได้มีการเผยภาพ Spyshot ของ เจ้า Ducati Panigale V4 Superleggera มาให้เราได้เห็นกัน และในครั้งนี้นั้นตัว Superleggera เองก็ได้มีการติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ที่เพิ่มประสิทธิภาพให้กับตัวรถมากยิ่งขึ้น และเจ้ารถคันนี้จะมาพร้อมกับชุดพาร์ทแบบคาร์บอนมาให้ทั้งคันตั้งแต่หัวจรดเท้าทำให้ตัวรถมีน้ำหนักเบาซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ สำหรับรถแนว Superbike ที่ต้องการน้ำหนักที่เบาที่สุดเพื่อการทำความเร็ว นอกจากนี้ Ducati Panigale V4 Superleggera นั้นจะใช้พื้นฐานเดียวกันกับ Ducati Panigale V4R อีกด้วย อย่างไรก็ดีหากมองกันจากในภาพแล้วเรายังไม่เห็นเลยว่าทาง Ducati จะใช้ สวิงอาร์มหลังแบบคาร์บอนแต่อย่างใดแต่จะใช้เป็นแบบอลูมิเนียมแทน ส่วนเรื่องของสเปกนั้นเจ้า Ducati Panigale V4 Superleggera คันนี้จะมาพร้อมเครื่องยนต์แบบ V4 ขนาด 1,103 cc ที่ได้มีการยกมาจาก Panigale V4S นอกจากนี้ท่อไอเสียในคราวนี้นั้นมาพร้อมกับดีไซน์ที่แปลกใหม่จากปกติซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าตัวเครื่องได้ถูกปรับจูนมา ส่วนวันเปิดตัวนั้นเรายังไม่มีข้อมูลแต่ก็คาดเอาไว้ว่ามันน่าจะเปิดตัวให้เราได้เห็นกันในงาน EICMA 2019 อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

ก้อง สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดหนึ่งเดียวของไทยในสนามระดับโลก จากโครงการ “เรซ ทู เดอะ ดรีม” ของ “เอ.พี.ฮอนด้า” ทำหน้าที่ตัวแทนนักกีฬาไทย ต้อนรับ 2 นักบิดโมโตจีพี ชาวสแปนิชอย่าง jorge Lorenzo แชมป์โลก 3 สมัยจาก เรปโซล ฮอนด้า และ Cal Crutchlow นักบิดอังกฤษ จาก แอลซีอาร์ ฮอนด้า เพื่อถ่ายทำวีดีโอโฆษณาประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวประเทศไทย บริเวณชั้น 78 มหานครสกายวอล์ค จุดชมวิวกระจกลอยฟ้าที่มีขนาดใหญ่สุดในโลก ความสูง 310 เมตร โชว์ความสวยงามของกรุงเทพมหานคร ผ่านมุม 360 องศา ให้แฟนๆ โมโตจีพีทั่วโลกได้ชื่นชม ก่อนลงบิดรายการ พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ สุดสัปดาห์นี้ เมื่อวันอังคารที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา รัฐบาลไทย ร่วมกับภาคเอกชน ผู้สนับสนุนการแข่งขัน พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ และ ดอร์น่า สปอร์ต เจ้าของลิขสิทธิ์จัดการแข่งขัน โมโตจีพี ถ่ายทำภาพยนตร์โฆษณาเพื่อโปรโมทการแข่งขัน โมโตจีพี สนามที่ 15 รายการ “พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2019” ซึ่งจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 4-6 ตุลาคมนี้ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยนักบิดหนึ่งเดียวของไทยในการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก รุ่น โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ อย่าง “คิงคองก้อง” สมเกียรติ จันทรา ดาวรุ่งชาวไทยวัย 20 ปี เจ้าของหมายเลข 35 จากสังกัด อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ได้รับมอบหน้าที่นักบิดเจ้าบ้าน ในการเป็นตัวแทนถ่ายทำวีดีโอประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวไทยใน กรุงเทพมหานคร ร่วมกับนักบิดระดับโลกในคลาสโมโตจีพีอย่าง ฮอร์เก ลอเรนโซ แชมป์โลก 3 สมัย ชาวสแปนิช จากเรปโซล ฮอนด้า และ คาล ครัทช์โลว์ ยอดนักบิดอังกฤษ จากแอลซีอาร์ ฮอนด้า การถ่ายทำดังกล่าวมีขึ้นบนดาดฟ้าชั้น 78 ของดึกมหานคร ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คที่สูงที่สุดในเมืองหลวงของประเทศไทย และเป็นจุดชมวิวลอยฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยวิวอันสวยงาม โดย สมเกียรติ เป็นตัวแทนนักกีฬาไทย ต้อนรับ Lorenzo – Crutchlow อย่างอบอุ่น พร้อมด้วยการแสดงแบบไทยๆ อันวิจิตรงดงาม เพื่อถ่ายทอดความเป็นไทยสู่สายตาชาวโลก ด้วยความตื่นตาตื่นใจของวัฒนธรรมต่างๆ สมเกียรติ “ในฐานะเจ้าบ้านที่ดีผมขอทำหน้าที่ต้อนรับนักบิดเวิลด์จีพีทุกคนเข้าสู่ประเทศไทย ผมเชื่อว่านักแข่งทุกคน รวมถึงแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในเมืองไทย จะได้รับความประทับใจกลับไปอย่างแน่นอน ทั้งการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมที่งดงาม รวมถึงการต้อนรับที่อบอุ่นจากชาวไทย” “ส่วนตัวผมเองขอทำหน้าที่นักกีฬาไทยอย่างสุดความสามารถ โดยตอนนี้สภาพร่างกายนั้นพร้อมเต็มร้อย ตั้งเป้าจะคว้าท็อป 5 ในโฮมเรซให้ได้ ฝากแฟนๆ ชาวไทยเป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ” นักบิดดาวรุ่งชาวไทยเผย สำหรับ วีดีโอประชาสัมพันธ์ประเทศไทยชิ้นนี้ จะถูกเผยแพร่ไปสู่สายตาแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลกกว่า 800 ล้านคู่ ตลอดทั้งสุดสัปดาห์ของการแข่งขัน โมโตจีพี รายการ พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ ระหว่างวันที่ 4-6 ตุลาคมนี้ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ติดตามความเคลื่อนไหวและร่วมเป็นกำลังใจให้ “สมเกียรติ จันทรา” หมายเลข 35 นักบิดหนึ่งเดียวของไทยในสนามระดับโลก รายการ “โมโตทู” ได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจรถจักรยานยนต์ฮอนด้า fb.com/hondamotorcyclethailand และแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม fb.com/aphondaracingth #WhatStopsYou #มุ่งไปอย่าให้อะไรมาหยุด #Racetothedream #MotorSport #APhonda #APhondaRacingThailand #MotoGP #Moto2 #somkiat #SC35 #ThaiGP #JL99 #CC35 #idemitsuhondateamasia อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร

นักแข่งชาวไอร์แลนด์อย่าง Jonathan Rea แห่งทีม Kawasaki Racing Team หรือ KRT ได้คว้าแชมป์ WSBK 5 สมัยซ้อนหลังจากคว้าชัยชนะไปใน Race 2 ที่สนาม Magny-Cours ประเทศฝรั่งเศส นอกจากนี้การคว้าแชมป์ WSBK สมัยที่ 5 ของ Jonathan Rea ในครั้งนี้นั้นถือได้ว่าเป็นการสร้างสถิติใหม่ในรายการ WSBK เลยก็ว่าได้ครับ โดยเขานั้นสามารถคว้าแชมป์ในรายการ WSBK ด้วยจำนวนครั้งที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของรายการนี้เลยก็ว่าได้ และยังสามารถแซงหน้า Carl Fogarty อดีตแชมป์ WSBK 4 สมัยแห่ง Ducati ได้อีกด้วย โดยในการแข่งทั้งหมด 273 สนามของเขาตั้งแต่แข่งมานั้น Rea สามารถคว้าโพเดี่ยมไปได้ 161 โพเดี่ยม 22 โพล และชนะมาได้ถึง 82 ครั้งกันเลยทีเดียว นอกจากนี้ถือเป็นสิ่งที่น่ายินดีสำหรับค่ายยักษ์เขียว Kawasaki จริงๆ เนื่องจากเป็นครั้งแรกเลยที่ทีมโรงงานสามารถคว้าชัยชนะไปได้ 5 สมัยติดต่อกันแบนี้ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

Keminth Kubo #9 นักบิดดาวรุ่งสังกัด YAMAHA THAILAND RACING TEAM ซึ่งเข้าร่วมการแข่งขันศึกชิงแชมป์โลกในรุ่น CEV Moto2 ภายใต้สังกัดทีม VR46 MASTERCAMP Team ของยอดนักบิดแชมป์โลก 9 สมัยอย่าง วาเลนติโน่ รอสซี่ โชว์ฟอร์มการขับขี่ได้อย่างยอดเยี่ยมคว้าอันดับที่ 5 ในศึก FIM CEV Moto2 European Championship สนามที่ 5 ณ สนาม เซอร์กิโต เดอ เฆเรซ ประเทศสเปน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา Keminth Kubo #9 สามารถโชว์ฟอร์มการขับขี่ได้อย่างร้อนแรง โดยออกสตาร์ทในกริดที่ 6 ส่วนทีมเมท ตี-อนุภาพ ซามูล #50 ออกสตาร์ทในกริดที่ 12 ซึ่งทั้งสองสามารถโชว์ฟอร์มการแข่งขันได้อย่างร้อนแรงและดุดันขับเคี่ยวกับนักบิดระดับโลกจากหลากหลายเชื้อชาติตลอดเกมการแข่งขัน 17 รอบสนาม ก่อนที่ เค-เขมินท์ คูโบะ #9 จะสามารถปิดจ็อบได้อย่างสวยงามในลำดับที่ 5 ตามด้วย ตี-อนุภาพ ซามูล #50 ในลำดับที่ 10 สำหรับการแข่งขัน FIM CEV Moto2 European Championship สนามที่ 6 จะโยกไปดวลความเร็วกันที่สนาม Albacete Circuit ประเทศสเปน ในวันที่ 13 ตุลาคม 2562 โดยแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตสามารถร่วมติดตามและให้กำลังใจนักบิดดาวรุ่งยามาฮ่าทั้งสองได้ที่ Facebook : Yamaha Thailand Racing Team และ Yamaha Society Thailand อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

A.P. Honda ผู้บุกเบิกและผู้นำวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยชวนแฟนความเร็วชาวไทยร่วมส่งกำลังใจเชียร์ “คิงคองก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดหนึ่งเดียวของไทยลุ้นโพเดี้ยมในศึก Moto2 พร้อมจัดเต็มกิจกรรมส่งมอบประสบการณ์ระดับโลกให้คนไทยได้สัมผัสอย่างเต็มพิกัด ในศึกไทยจีพี 2019 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 4-6 ตุลาคมนี้ มร.ชิเกโตะ คิมูระ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด เปิดเผยว่า “เราตระหนักดีว่า ไทยจีพี 2019 จะยิ่งใหญ่และน่าสนใจมากขึ้นยิ่งกว่าปีที่ผ่านมา เพราะคนไทยให้ความสนใจมากขึ้น วงการมอเตอร์สปอร์ตเองก็มีความคึกคักมากขึ้น แฟน ๆ จำนวนมากกำลังมุ่งหน้าไปที่บุรีรัมย์เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ครั้งนี้” “ในฐานะที่ เอ.พี. ฮอนด้า เป็นผู้นำของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย เราหวังที่จะให้โมโตจีพีในไทยเป็นโมโตจีพีที่ดีที่สุดอีกครั้งเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน เป็นที่มาของการเตรียมกิจกรรมมากมายเพื่อให้ทั้งแฟน ๆ ชาวไทย และแฟนมอเตอร์สปอร์ตจากทั่วโลกได้สัมผัส เรามีความตั้งใจที่จะส่งมอบประสบการณ์ระดับโลกที่ทุกคนสามารถร่วมสนุกได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมมีทแอนด์กรี๊ดกับสุดยอดนักแข่งอย่างมาร์ค มาร์เกวซ รวมถึงนักแข่งโมโตจีพีจากฮอนด้า หรือสัมผัสประวัติศาสตร์ผ่านรถแข่งระดับตำนานของฮอนด้าที่แฟนชาวไทยไม่เคยเห็นมาก่อน นอกจากนี้เรายังได้จัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับแฟนมอเตอร์สปอร์ตอีกมากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งฮอนด้าแคมป์ขนาดใหญ่ให้ชาวฮอนด้าคลับได้เข้าพักอีกด้วย” “ในส่วนของการแข่งขัน ครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่เราจะได้ลุ้นมาร์ค มาร์เกวซ มาคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 8 ในประเทศไทย ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงมาก ในขณะที่นักแข่งไทยของฮอนด้าต่างก็กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อสร้างผลงานให้กับแฟน ๆ ชาวไทยได้ภาคภูมิใจ โดยเฉพาะ ก้อง สมเกียรติ จันทรา ในรุ่นโมโตทู ที่ต้องการแรงเชียร์จากพี่น้องชาวไทยในการสร้างผลงาน จึงอยากขอกำลังใจจากคนไทยมาเชียร์หนึ่งเดียวของไทยคนนี้ให้มีโอกาสลุ้นโพเดี้ยมเป็นเกียรติประวัติให้กับคนไทยให้ได้” ทางด้าน สมเกียรติ จันทรา ได้กล่าวถึงความพร้อมก่อนเข้าสู่สุดสัปดาห์ของโฮมเรซ ว่า “หลังผ่าน 14 สนามจากทั่วโลก ซึ่งเป็นปีแรกของผมกับการแข่งขัน Moto2 ก็ปรับตัวเข้ากับรถแข่งได้ดีมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ถือว่าการทำงานร่วมกับทีมดีขึ้นเป็นลำดับ ด้านสภาพร่างกายของผมหลังจากผ่าตัดรักษาอาการบาดเจ็บก็สมบูรณ์ขึ้นอย่างต่อเนื่อง และนี่คือโฮมเรซ ซึ่งผมเองมีความคุ้นเคยกับ สนามช้างฯ เป็นอย่างดี ผมเคยชนะที่นี่ได้ และในครั้งนี้ก็อยากทำให้เต็มที่เพื่อเป็นของขวัญให้แฟนๆ ความเร็วชาวไทย” อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของ แฟน ๆ Honda ทั่วโลก คือการลุ้นให้ มาร์ค มาร์เกซ นักบิดสแปนิชจาก เรปโซล ฮอนด้า ผงาดคว้าแชมป์โลก พรีเมียร์คลาส สมัยที่ 6 โดยแชมป์โลกคนปัจจุบันต้องการเก็บคะแนนเหนือกว่าคู่แข่งอย่าง อันเดรีย โดวิซิโอโซ เพียง 2 แต้ม ก็จะทะยานขึ้นบัลลังก์นักบิดที่ดีที่สุดของโลกได้อีกสมัย สำหรับปี 2019 กับไทยจีพีครั้งที่ 2 ในประเทศไทย เอ.พี. ฮอนด้า ได้เตรียมส่งมอบประสบการณ์ความมันส์ และสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับแฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยมากมายประกอบไม่ว่าจะเป็นฮอนด้า เอ๊กซ์ฮิบิชั่น ฮอลล์ (Honda Exhibition Hall) ชวนคนไทยร่วมฉลอง 60 ปี ฮอนด้าเรซซิ่ง ในการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบระดับโลก พบกับตัวจริงครั้งแรกของ Honda RC143 หมายเลข 60 อดีตรถแข่งของทอม ฟิลลิส กับสุดยอดเทคโนโลยีของฮอนด้าที่คว้าชัยชนะในการแข่งขันระดับโลกเป็นครั้งแรก และรถแข่ง Honda RC213V หมายเลข 93 ของมาร์ค มาเกซ เจ้าของแชมป์โมโตจีพี 5 สมัย แฟน ๆ Honda Club, Honda Bigbike Club, Cub House Member จะได้พบกับความตื่นตาตื่นใจในกิจกรรม Meet & Greet Party กับสุดยอดนักแข่งระดับโลกทั้งจากทีมเรปโซลฮอนด้า ไม่ว่าจะเป็น มาร์ค มาร์เกซ เจ้าของแชมป์โมโตจีพี 5 สมัย และ ฮอร์เก้ ลอเรนโซ่ แชมป์โมโตจีพี 3 สมัย รวมถึงอีกสองนักแข่งระดับโลกจากแอลซีอาร์ฮอนด้าทีม ประกอบด้วย คาร์ล ครัชโลว์ และ ทาคาอากิ นาคากามิ เช่นเดียวกับตำนานนักแข่งไทย ฟิล์ม รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ อดีตนักแข่งโมโตทูคนแรกของไทย และมุกข์ลดา สารพืช สุดยอดนักแข่งหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์รายการ Suzuka 4Hours Endurance ที่ประเทศญี่ปุ่น สำหรับแฟนๆ ที่ชื่นชอบมอเตอร์สปอร์ตคอลเลคชั่น ทางฮอนด้าได้จัดเตรียมมุมพิเศษ Honda Collection

วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปชมงาน Custom PC ที่เป็นงานฝีมือจากคนไทย Concept Yamaha R1M PC Red Edition ที่น่าจะถูกใจสายมอเตอร์ไซค์กันไม่น้อยเลยทีเดียวครับเนื่องจากว่า PC ตัวนี้นั้นเรียกได้ว่าได้รับแรงบันดาลใจมาอย่างเต็มๆ จากเจ้า Yamaha YZF-R1M กันเลยทีเดียวครับ และเจ้า PC ที่ว่าก็คือ Yamaha R1M PC Red Edition นั้นเองครับ โดย PC Custom นี้นั้นเป็นผลงานของทางสำนักแต่งจากประเทศไทยอย่าง Juggapat Modifier หรือ JMDF นั้นเองครับ และมาพร้อมกับ CPU I9-9900K GPU MSI Ventus XS OC Edition RTX 2060 6GB DDR6 MB ASROCK Z390M-ITX/AC Ram Kingston Hyper X Predator RGB 16GB (8GB 2 ตัว) 3200MHz PSU เป็น FSP Dagger 600W SFX Power Supply 80 Plus Gold SSD 240 GB WD GREEN M.2 2280 ของ Synnex ระบบ Water Cooling เป็น Liquid Cooling Cooler Master Master Liquid ML240L RGB หากใครเป็นสายแต่ง PC หรือชื่นชอบในงาน PC Custom สามารถเข้าไปดูได้ในเพจของทาง JMDF ได้เลยครับผม อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

ช่วงที่นี้ถือเป็นช่วงที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับแฟนๆ MotoGP กันเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากอีกไม่กี่วันที่จะถึงนี้นั้นก็จะมีการจัดการแข่งขัน MotoGP รอบ ThaiGP ขึ้นแล้วที่สนามช้างบ้านเราในจังหวัดบุรีรัมย์วันนี้ทางเรา superbikemag.com จึงจะพาเพื่อนๆ มาชมนาฬิกาที่สาวก MotoGP ไม่ควรที่จะพลาดเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะ แฟนๆ ของ เด็กระเบิด Marc Marquez ที่หากไม่มีอะไรผิดพลาดน่าจะได้มาฉลองแชมป์ ปีนี้ที่บ้านเรานั้นเองครับ โดยนาฬิกาที่ว่านี้นั้นก็คือ Tissot T-Race Marc Marquez Limited Edition ที่จะมีผลิตออกมาเพียง 1993 เรือนตามปี ค.ศ. เกิดของ Marc นั้นเองครับ โดยตัวนาฬิกาตัวนี้นั้นจะมาในสไตล์ของ Racing Watch ที่มาพร้อมกับตัวเรือนสแตนเลส 316L ขนาด 43 มิลลิเมตร ที่เคลือบด้วย PVD สีดำและล้อมรอบด้วยวงแหวนไฟเบอร์ ใครที่เป็นแฟนคลับของ Marc Marquez บอกเลยห้ามพลาด! อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

ได้มีสื่อมอเตอร์ไซค์จากฝั่งประเทศญี่ปุ่นที่มักจะทำภาพ Render ของมอเตอร์ไซค์ออกมาได้อย่างสวยงามอย่างทาง Young Machine ที่คราวนี้ก็ได้หยิบเอาเจ้า Suzuki Katana มา ทำเป็น Suzuki Katana 125 ให้เราได้เห็นกัน โดยภาพ Render ของ Suzuki Katana 125 ในครั้งนี้นั้นจะเหมือนกันกับทาง Suzuki Katana ที่วางจำหน่ายกันอยู่ในตอนนี้แต่จะเป็นการย่อส่วนมาเท่านั้นโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟฟิกในการทำภาพนี้ขึ้นมาไม่ใช่ตัวรถจริงแต่อย่างใด ทาง Young Machine ได้ใช้ เจ้า Suzuki GSX-R125 ที่มีเครื่องยนต์ขนาด 124.4 cc ขนาดกระบอกสูบ x ช่วงชักเท่ากับ 62 mm x 41.2 mm และจ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดมาเป็น พื้นฐานในการออกแบบเจ้ารถคันนี้ และอย่างที่เราได้กล่าวมาว่า Suzuki Katana 125 นั้นเป็นเพียงแค่การใช้เทคนิคการ Render ภาพด้วย คอมพิวเตอร์กราฟิกเท่านั้นดังนั้นเราคงไม่ต้องมารอสอยกันแต่ในอนาคตก็ไม่แน่ อย่างไรก็ดีใครที่มี Suzuki GSX-R125 ก็สามารถเอาไปแต่งให้กลายเป็น Katana ได้เช่นกันครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์เซฟตี้คาร์ BMW M8 สำหรับการแข่งขัน MOTOGP เตรียมมุ่งหน้าสู่การแข่งขันมอเตอร์ไซค์ระดับโลก ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ดร. ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (ที่ 2 จากซ้าย) ร่วมแสดงความยินดีกับ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย นำโดย มร. คริสเตียน แซมลาวสกี้ ผู้อำนวยการ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย (ซ้าย) และคุณกฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย (ที่ 2 จากขวา) พร้อมด้วยคุณศรัณย์ อรรถเวทยวรวุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ จำกัด (ขวา) ในโอกาสการ เผยโฉมทัพเซฟตี้คาร์และเซฟตี้ไบค์ที่จะรับหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี 2019 ในประเทศไทย กรุงเทพฯ. บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย พร้อมเติมสีสันสุดตื่นตาในศึกมอเตอร์ไซค์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี 2019 ด้วยทัพรถยนต์เซฟตี้คาร์สำหรับการแข่งขัน ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-6 ตุลาคมนี้ ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยมีรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู M8 บีเอ็มดับเบิลยู M5 และมอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ร่วมนำขบวน สานต่อความร่วมมือระหว่างบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป บีเอ็มดับเบิลยู M และดอร์นา สปอร์ต ผู้จัดการแข่งขันโมโตจีพี ในการจัดทัพยานยนต์สมรรถนะสูงเพื่อรับหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและความเรียบร้อยบนสนามแข่งโมโตจีพีเป็นฤดูกาลที่ 21 ติดต่อกัน ไฮไลท์ล่าสุดของทัพรถยนต์เซฟตี้คาร์ในรายการ โมโตจีพี 2019 คือรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู M8 MotoGP Safety Car ซึ่งบีเอ็มดับเบิลยู M8 นั้น ได้เผยโฉมอย่างเป็นทางการครั้งแรกไปในงาน BMW Group #NextGen งานแถลงวิสัยทัศน์ของประจำปีของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ณ BMW Welt ในเมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี เมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บีเอ็มดับเบิลยู M8 MotoGP Safety Car คันนี้ พกสมรรถนะขั้นสูงมาอย่างเต็มเปี่ยมในฐานะรถนำขบวนเซฟตี้คาร์ พัฒนาต่อยอดจากบีเอ็มดับเบิลยู M8 Competition ด้วยขุมพลัง BMW TwinPower Turbo V8 แบบรอบสูง ส่งกำลังสูงสุดที่ 460 กิโลวัตต์/625 แรงม้า ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบ M Steptronic พร้อม Drivelogic ทั้งยังคล่องตัวด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อบีเอ็มดับเบิลยู M xDrive และระบบเบรกสุดพิเศษที่พัฒนาขึ้นมาสำหรับบีเอ็มดับเบิลยู M โดยเฉพาะ ทั้งหมดนี้ช่วยให้บีเอ็มดับเบิลยู M8 MotoGP Safety Car สามารถเร่งความเร็วจากหยุดนิ่งถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 3.2 วินาทีเท่านั้น การเปลี่ยนรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู M8 ให้กลายเป็นรถยนต์เซฟตี้คาร์เต็มรูปแบบนั้น เป็นกระบวนการที่ต้องใช้งานฝีมือชั้นเลิศจากช่างผู้เชี่ยวชาญที่โรงงาน BMW M Manufaktur จากเมืองการ์คิง (Garching) ในประเทศเยอรมนี ด้วยชุดแต่งเต็มรูปแบบจาก BMW M Performance ที่ไม่เพียงมอบรูปลักษณ์ทรงสปอร์ตอันดุดันให้กับเซฟตี้คาร์คันนี้เท่านั้น แต่ยังเติมเต็มทุกโจทย์เชิงสมรรถนะด้วยรูปทรงโฉบเฉี่ยวตามหลักอากาศพลศาสตร์ ระบบทำความเย็นชั้นยอด และโครงสร้างตัวถังที่มีน้ำหนักเบาพิเศษ รถยนต์เซฟตี้คาร์ บีเอ็มดับเบิลยู M8 มาพร้อมไฟไซเรน LED ซึ่งติดตั้งบนหลังคาที่ผลิตจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ (CFRP) ส่วนกระจังหน้า โดดเด่นสะดุดตาด้วยขอบสีแดง ตัดกับสปอยเลอร์หน้าสีดำสนิท ขณะที่บริเวณไฟหน้า ยังมีไฟแฟลช LED ติดตั้งมาคู่กับไฟหน้าดวงหลักในทรงวงแหวนโคโรนา (corona rings) นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู M8 MotoGP Safety Car ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติพิเศษมากมายสำหรับสนามแข่ง และอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยสุดครบครัน

ถึงแม้ว่าทาง BMW Motorrad นั้นจะมีการผลิตรถมอเตอร์ไซค์ที่พร้อมใช้ลงแข่งขัน อย่าง รุ่น HP4 Race ไปแล้วก็ตาม แต่มันก็ไม่ได้บ่งบอกให้เราได้รับรู้กันอย่างชัดเจนเหมือนกับ รถยนต์ของ BMW ที่มี M-Series มาให้ผู้บริโภคอย่างเราๆ ได้รับรู้กันอย่างชัดเจนว่ามันคือรุ่น High Performance ที่มาพร้อมชิ้นส่วนสุดพิเศษต่างๆ ที่ทาง BMW ติดมาให้กับตัวรถ อย่างไรก็ดีมันจะไม่เป็นอย่างนั้นอีกต่อไปแล้วเมื่อทาง BMW Motorrad ได้ปรับเปลี่ยนแผนการตลาดใหม่ และถือเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่ทาง BMW Motorrad หรือ BMW มอเตอร์ไซค์จะใช้ตัวอักษร “M” ซึ่งแสดงถึงสมรรถนะและประสิทธิภาพที่มีมากของตัวรถ นำหน้ารถมอเตอร์ไซค์ของตน นอกจากนั้นแล้วในครั้งนี้ทาง BMW Motorrad ยังได้มีทางเลือก M Package ให้กับเราได้เลือกกันอีกด้วยครับ โดยรถมอเตอร์ไซค์ที่จะใช้ตัว M นำหน้านั้นจะได้แก่รุ่น M 1000 RR, M 1300 GS, และรุ่น M 1000 XR ซึ่งเราต้องมาดูกันอีกทีว่าทาง BMW Motorrad นั้นจะนำรุ่นที่เราได้กล่าวมาข้างต้นมาแทนที่รุ่นเดิมในขณะนี้อย่างเช่นรุ่น S1000 RR และ S1000 XR หรือไม่ หรืออาจเป็นแค่การนำทั้งสามรุ่นมาให้เป็นรุ่น High Performance ของรุ่นปกติ แต่ก็น่าสนใจเพราะขณะนี้ไม่มีรุ่น 1300 GS อยู่ หรืออาจเป็นไปได้ว่ารุ่น 1300 GS นี้อาจจะมาแทนที่รุ่น R 1250 GS ด้วยเครื่องยนต์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเนื่องจากกฎมาตรฐานไอเสีย Euro 5 ที่ เราเห็นกันว่าหลายๆ ค่ายแก้ปัญหานี้ด้วยการเพิ่มขนาด CC รถกัน อย่างไรก็ดีในตอนนี้เรายังไม่สามารถที่จะบอกได้ว่า รุ่น M ทั้งหลายนี้จะมาแทนที่รุ่นเดิมหรือเป็นการวางจำหน่ายในฐานะรุ่นท็อปต่างหาก คงต้องมารอดูติดตามกันไปก่อนครับ หากมีข่าวสารอะไรเพิ่มเติมทางเราจะรีบนำมารายงานในทันทีครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

ได้มีรายงานมาเมื่อไม่นานนี้ว่าทางกระทรวง คมนาคม เตรียมออกกฎหมายคุมเข้มไม่ให้บิ๊กไบค์วิ่งแทรกกลางเลนบนท้องถนนเหมือนกับมอเตอร์ไซค์คันเล็กแต่จะต้องมาต่อแถวบนช่องถนนเหมือนกับรถยนต์ทั่วไปแทน และยังจำกัดควบคุมความเร็วของบิ๊กไบค์ไม่ให้เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเขตเมืองและพื้นที่ชุมชนอีกด้วย นอกจากนั้นแล้วทางกระทรวงคมนาคมยังบอกอีกว่าจะแก้ไขใบอนุญาตขับขี่จักรยานยนต์ (Driving License) โดยจะแบ่งประเภทรถจักรยานยนต์ตามขนาดเครื่องยนต์ เช่น รถเล็กขนาดไม่เกิน 100 CC และ บิ๊กไบค์ขนาด 300-400 cc ขึ้นไป และยังต้องให้ทางค่ายรถต่างๆ ติดเครื่องหมายขนาดความจุของ CC รถให้ชัดเจนพร้อมกับติดตั้งเบรกระบบ ABS และ CBS ตามประเภทตัวรถ เพื่อเป็นการง่ายแก่การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยกฎทุกอย่างที่เรากล่าวมานี้นั้นทางกระทรวงคมนาคมได้ออกมาบอกว่าเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและแก้ปัญหาการจราจร เพื่อนๆ มีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับกฎหมายเหล่านี้กันบ้างครับ ขอบคุณแหล่งข่าวจาก Posttoday อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

ฮอนด้าเปิดตัว”นิว สกู๊ปปี้ไอ” ทั้งแบบสองล้อ12 นิ้วและ14นิ้วดีไซน์โดเด่นไม่เหมือนใคร พร้อมดึงเดอะทอยส์ และเจ้านาย-จินเจษฎ์ พรีเซนเตอร์ใหม่ร่วมถ่ายทอดคาแรคเตอร์ เอ.พี.ฮอนด้า ตอกย้ำความเป็นผู้นำวงการตลาดรถจักรยานยนต์ เอ.ที. ของเมืองไทยอีกครั้งด้วยการเปิดตัว “นิว ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ” รูปลักษณ์ใหม่ 3 สไตล์ ทั้งรุ่นล้อแม็ก 12 นิ้ว ยางจุ๊บเลส หรือ Club12 ดีไซน์โดดเด่นไม่ซ้ำใครสำหรับคนรุ่นใหม่ และรุ่นล้อ 14 นิ้ว สำหรับวัยรุ่น มีให้เลือกทั้งแบบ Prestige เรียบหรูดูแพง และแบบ Urban Team ทันสมัยโดนใจกว่าเดิม พร้อมกับดึง 2 พรีเซนเตอร์ใหม่ขวัญใจวัยรุ่น “เดอะทอยส์-ธันวา บุญสูงเนิน” และ “เจ้านาย-จินเจษฎ์ วรรธนะสิน” เป็นผู้ถ่ายทอดคาแรคเตอร์ นิวฮอนด้าสกู๊ปปี้ไอใหม่ พร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2562 ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ มร.ชิเกโตะ คิมูระ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด ผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ไทย เปิดเผยว่า “นับตั้งแต่ที่เราเปิดตัวฮอนด้าสกู๊ปปี้ไอสู่ท้องตลาดในปี 2009 รถรุ่นนี้ได้เปลี่ยนโฉมหน้าของวงการรถจักรยานยนต์ไทยสู่ยุคของรถเกียร์อัตโนมัติ หรือ เอ.ที. อย่างเต็มตัว ฮอนด้าสกู๊ปปี้ไอกลายเป็นรถที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดในกลุ่ม เอ.ที. และมียอดจำหน่ายสะสมสูงถึง 2 ล้านคัน ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จและความนิยมของรถรุ่นนี้ในหมู่วัยรุ่นอย่างไร้ข้อสงสัย” “ในปีนี้ ภายใต้แบรนด์คอนเซปต์ What Stops You? ฮอนด้ามีความตั้งใจที่จะส่งมอบความสนุกใหม่แบบไร้ขีดจำกัดด้วยฮอนด้าสกู๊ปปี้ไอโฉมใหม่ ที่ได้รับการออกแบบให้มีดีไซน์สะดุดตาโดนใจวัยรุ่น ทั้งรุ่นล้อ 12 นิ้ว คลับทเวลฟ์ ที่มาพร้อมนิยามใหม่ของความเป็นโมเดิร์นคลาสสิก ในขณะที่รุ่นสแตนดาร์ด 14 นิ้ว แบบเพรสทีจ นำเสนอแก่นแท้ของความคลาสสิกแบบเรียบหรู และแบบเออร์เบิร์นทีม ที่มาพร้อมกับการผสมผสานสีสันอย่างลงตัว กราฟิกของทุกแบบได้รับการออกแบบให้แฝงไปด้วยความสนุกในขณะที่รูปทรงและเครื่องยนต์ก็มีความสมบูรณ์แบบสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันของวัยรุ่น”นิว ฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ”ได้รับการออกแบบใหม่ให้มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร เริ่มจากรุ่นคลับทเวลฟ์ล้อ 12 นิ้ว ภายใต้คอนเซปต์ Remarkable-ME เท่ใหม่…โลกไม่ลืม กับกราฟิกใหม่ทันสมัยด้วยเทคนิคการใช้สีแบบพิเศษให้อารมณ์ 2 สี ในมุมที่ต่างกัน (Special Flip Flop Color) ทั้งสีดำ-ชมพู สีขาว-แดง สีเทา-แดง และสีน้ำเงิน-ฟ้า ตามด้วยรุ่นล้อ 14 นิ้ว ได้แก่รุ่นเพรสทีจ (Prestige) มากับคอนเซปต์ Shine Your Way เน้นความเรียบหรู ด้วยเส้นสายสีโรสโกลด์ บนตัวรถสีขาว แดง และดำ และรุ่นเออร์เบิร์นทีม (Urban Team) มาพร้อมคอนเซปต์ #โดนYOUNG สีสันสดใสโดนใจวัยรุ่นกับ 2 สีใหม่ ชมพู-เทา และ ฟ้า-เทา นิวฮอนด้าสกู๊ปปี้ไอ มาพร้อมกับฟังก์ชันที่เชื่อมต่อไลฟ์สไตล์วัยรุ่นเข้ากับตัวรถ นำโดยฟีเจอร์ AC Socket สำหรับชาร์จไฟสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ต่างๆ และกล่อง U-Box ขนาดใหญ่ที่ใส่หมวกกันน็อคแบบเต็มใบได้อย่างสบาย นิวฮอนด้าสกู๊ปปี้ไอ ให้สมรรถนะทันใจวัยรุ่นด้วยเครื่องยนต์ eSP ขนาด 110 ซีซี 4 จังหวะ ระบบหัวฉีด PGM-FI มาพร้อมระบบ Idling Stop System ช่วยหยุดและเดินเครื่องอัตโนมัติ ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 62.5 กม./ลิตร มั่นใจด้วยระบบกระจายแรงเบรค Combi Brake System เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยค่าไอเสียที่สะอาดถึงระดับ 6 อีกทั้งยังรองรับน้ำมัน E20 อีกด้วย เอ.พี. ฮอนด้าพร้อมวางจำหน่าย “นิว ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ” ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2562 เป็นต้นไป ที่ศูนย์จำหน่ายและบริการ Honda Wing Center ทั่วประเทศ ด้วยราคาแนะนำดังต่อไปนี้ Club12 ราคาแนะนำ 51,700

จากที่ก่อนหน้านี้ทางเราได้เคยรายงานไปว่ามีการพบสิทธิบัตรที่ว่าทางค่ายปีกนก Honda นั้นอาจที่จะนำวิงเล็ทแบบปรับไฟฟ้ามาใช้ให้กับรถ Superbike รุ่นใหม่อย่าง CBR 1000 RR 2020 นั้น ล่าสุดได้มีข่าวลือแว่วๆ ออกมาว่าทาง Honda นั้นเตรียมที่จะเปิดตัวมันให้เราได้เห็นกันในงาน Tokyo Motor Show ที่จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคมหรือช่วงท้ายๆ ของเดือนหน้านั้นเองครับ นอกจากนั้นแล้ว ดูเหมือนว่าในครั้งนี้นั้นทาง Honda เองก็เริ่มที่จะจริงจังกับรายการแข่งขัน World Superbike มากยิ่งขึ้นทำให้มันน่าสนใจว่าค่ายปีกนกจะทำ CBR 1000 RR ออกมาได้เจ๋งขนาดไหน เพราะขนาด Bautista เองก็ถึงขั้นย้ายมาเข้าร่วมกับ Honda เลยทีเดียว และหากใครที่ติดตามรายการ WSBK อยู่ก็จะทราบกันดีว่าทาง Honda นั้นชวดแชมป์ไปหลายปีแล้วซึ่งแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับรายการแข่งขันอื่นๆ อย่างเช่น MotoGP หรือ MXGP ที่ก็เรียกได้ว่าก็ชนะค่อนข้างจะบ่อยเลยทีเดียว นอกจากนี้สิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของข่าวลือที่ว่าทางด้านเครื่องยนต์นั้นสามารถทำออกมาให้มีความแรงมากด้วยแรงม้าที่ทะลุ 200 แรงม้า หรืออาจมาพร้อม แรงม้าถึง 220 ตัวให้เราได้เห็นกันครับ จะจริงหรือไม่เกี่ยวกับข่าวลือนี้เราคงต้องมารอลุ้นไปด้วยกันในปลายเดือนหน้าแล้วล่ะครับ หากมีข่าวสารอื่นๆ เกี่ยวกับรถใหม่เพิ่มเติมทางเราจะรีบนำมารายงานทันทีครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่