Skip to main content

SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

อัปเดตข่าวมอเตอร์ไซค์ล่าสุด 2026 รุ่นใหม่ ราคา รีวิวครบทุกสไตล์

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Aprilia RS 660

Aprilia RS 660 คือแนวคิดสปอร์ตไบค์ใหม่ของค่ายที่สร้างขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีจากสนามแข่งเพื่อให้คุณขับขี่บนท้องถนนได้อย่างสนุกสนาน จุดเด่นคือแชสซีที่ยอดเยี่ยม น้ำหนักตัวรถที่เบา เครื่องยนต์ 2 สูบใหม่กำลังแรง 100 แรงม้า พร้อมระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ยกจาก RSV4 มาใส่ กลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างนวัตกรรมและการดีไซน์ ดีไซน์ Aprilia RS 660 มีสไตล์ที่โดดเด่นมากๆ และเส้นสายลวดลายรูปร่างของมันจะกลายเป็นต้นแบบของสปอร์ตไบค์รุ่นใหม่ๆ ในอนาคตของ Aprilia การออกแบบใช้นวัตกรรม มีความซับซ้อนและให้ภาพลักษณ์สปอร์ตแท้ๆ แต่ก็ไม่สุดโต่งจนใช้งานจริงได้ไม่ดี ยังคงให้ความสบายในการขับขี่ของคนขับและซ้อนท้ายของคนซ้อน ซึ่งเป็นผลของการตั้งเป้าการออกแบบดีไซน์ของทาง Aprilia Centro Stile ด้านหน้ายังคงเอกลักษณ์ตามสไตล์ของทางค่ายกับไฟหน้า 3 ดวง การันตีเรื่องทัศนวิสัยที่ดี ซึ่งตอนนี้เป็นแบบ LED แล้ว เก็บงานสวยๆ ด้วยไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์หรือไฟเดย์ไลท์แบบที่บ้านเรานิยมเรียกกัน โดยจะมีไฟเลี้ยวในตัวไฟเดย์ไลท์ด้วย ซึ่งช่วยให้ด้านหน้ารถดูเล็กกะทัดรัดมากขึ้น ไฟต่ำพร้อมระบบออโต้ที่เปิดปิดให้เองจากเซ็นเซอร์ ไฟเลี้ยวเองก็มีระบบยกเลิกเองอัตโนมัติ รวมถึงจะกระพริบถี่ๆ เวลาเบรคฉุกเฉิน และปิดท้ายด้วยระบบ Cornering Light ที่เพิ่มเข้ามาช่วยส่องสว่างเวลาเข้าโค้ง ด้านข้างมีแฟริ่ง 2 ชุดหรือเรียกว่าดับเบิ้ลแฟริ่งที่ออกแบบโดยควบรวมเอาหลักอากาศพลศาสตร์เข้าไปด้วยในตัว ช่วยลดแรงต้านจากลมได้มาก ช่วยให้ลดนิ่งที่ความเร็วสูง ทั้งยังช่วยให้ขับขี่ได้สบายมากขึ้น แถมยังมีส่วนที่ทำอากาศเย็นไปไล่อากาศร้อนที่เครื่องยนต์อีกด้วย ขณะเดียวกันก็ไม่ปกปิดส่วนของเฟรมหลักที่มีดีไซน์สวนงาม และที่แน่นอนเรื่องความสบายก็ออกแบบมาให้มีท่านั่งที่สบาย ให้เบาะนั่งที่กว้าง แต่ส่วนท้ายเรียวลง รวมกันกับพักเท้าที่ได้ตำแหน่งพอเหมาะ ช่วยให้คนซ้อนเองก็นั่งได้สบายเช่นกัน (ในรูปที่เห็นจะเป็นตัวที่ใส่ตูดมด) แชสซี RS 660 มาพร้อมโครงสร้างแชสซีใหม่ที่มีน้ำหนักเบา เนื่องจากใช้เฟรมและสวิงอาร์มทำจากอลูมิเนียมที่แข็งแรงและน้ำหนักเบา ทั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำหนักเบา ทางค่ายยังกระจายน้ำหนักไปยังล้อหน้าและหลังได้อย่างสมดุล ช่วยให้ขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น เฟรมที่ไม่ได้ถูกแฟริ่งซ่อนไว้เผนให้เห็นว่าเครื่องยนต์เป็นส่วนหนึ่งของการรับโหลดน้ำหนักตัวรถ ซึ่งช่วยให้โครงสร้างแชสซีกะทัดรัด เบาและแข็งแรงยิ่งขึ้น เช่นเดียวกันสวิงอาร์มแบบไม่สมมาตรเองก็มีใช้เครื่องยนต์เป็นจุดหมุน โช้คหลังที่ติดตั้งเข้าไปก็เลือกจุดติดตั้งที่ช่วยให้ทำงานได้ดีโดยไม่ต้องพึ่งกระเดื่อง ซึ่งช่วยในเรื่องของการลดน้ำหนักรถได้อีกส่วนนึง ด้านหน้าติดตั้งโช้ค Kayaba ขนาด 41 มม.แบบหัวกลับปรับแต่งได้ ดิสก์เบรคหน้าคู่ขนาด 320 มม.พร้อมกับคาลิเปอร์เบรคจาก Brembo และจบด้วยยาง Pirelli Diablo Rosso Corsa II เครื่องยนต์ ขุมพลัง RS 660 เป็นเครื่องยนต์สองสูบเรียงขนาด 660 ซีซี เป็นเครื่องบล็อกใหม่ที่ผ่านมาตรฐาน Euro5 มีขนาดเล็กแต่ทรงประสิทธิภาพ ให้กำลังแรงม้าสูงถึง 100 ตัว ซึ่งเมื่อคิดคำนึงถึงอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักรถจะถือว่าค่อนข้างมากเลยทีเดียว แรงบิดเองก็สูง ซึ่งจุดนี้จะช่วยให้รถขี่ได้สนุก เร่งแซงได้ดี ตอบสนองรวดเร็วแม้จะใช้ระบบคันเร่งไฟฟ้าที่ปรับแต่งได้มากถึง 5 โหมด ท่อไอเสียแบบปลายเดียว ออกที่ด้านใต้ตัวรถช่วยในเรื่องของศูนย์ถ่วงมวลรวมของรถ ช่วยให้ควบคุมรถได้ดียิ่งขึ้น เมื่อรวมกับน้ำหนักแชสซีที่เบา เครื่องยนต์ที่แรงแล้ว ถือว่าน่าจะตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้ทั้งขี่ในสนามและในชีวิตประจำวันได้ดี ระบบช่วยเหลือ อย่างที่เกริ่นไปข้างต้นว่ามีการยกระบบอิเล็กทรอนิกส์จาก RSV4 มาใส่ ดังนั้นระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ช่วยเหลือในการขับขี่และความปลอดภัยนั้นถือว่าจัดเต็มทีเดียว นอกจากนี้ยังทำงานร่วมกับระบบเซ็นเซอร์วัดแรงเฉื่อยแบบหกแกนด้วย เรียกว่าระบบนี้มาถึงรถระดับกลางกันแล้ว ใครไม่มีเสียเปรียบเลยทีเดียว ระบบที่มีใน RS 660 ก็เช่น แทร็คชั่นคอนโทรล สามารถปรับแต่งได้ ระบบกันล้อลอยตัว สามารถปรับแต่งได้ ครูซคอนโทรล ระบบรักษาความเร็วขณะเดินทางขับขี่ทางไกล ควิกชิฟต์แบบสองทาง ช่วยให้เปลี่ยนเกียร์ได้ง่ายโดยไม่ต้องกำคลัทช์ เอ็นจิ้นเบรค คอยควบคุมเอ็นจิ้นเบรคเวลาปิดคันเร่ง เอ็นจิ้นแม็พ ช่วยปรับการส่งกำลังของเครื่องยนต์ Cornering ABS ระบบเบรค ABS ที่ใช้ในโค้งได้ หน้าจอเรือนไมล์สีพร้อมเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อควบคุมฟังก์ชั่นมัลติมีเดีย ฟังเพลง รับสาย และดูข้อมูลต่างๆ ได้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Harley-Davidson 350 ดาวน์ไซส์รุกตลาดจีนใกล้จะเผยโฉมแล้ว

Harley-Davidson 350 คือโปรเจ็กต์ที่จะพัฒนาเครื่องยนต์สองสูบเรียงขนาด 338 ซีซี ที่เปรียบเสมือนเบบี้ Harley และโปรเจ็กต์นี้เองก็มาถึงอีกหนึ่งช่วงสำคัญแล้ว นั่นก็คือ จบขั้นตอนของการออกแบบดีไซน์รถแล้ว นั่นหมายถึงก้าวถัดไปจะเป็นการขึ้นไลน์ผลิตในโรงงานในจีนที่เป็นพาร์ทเนอร์กับทาง Harley ซึ่งก็คือ Qianjiang Motorcycle ที่เคยซื้อบริษัทสัญชาติอิตาลีที่เกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์อย่าง Benelli ไปตั้งแต่ในปี 2005 โดยช่วงเวลาออกแบบเสร็จสิ้นครั้งนี้ถูกจารึกลงไปในพิธีการเซ็นสัญญาที่ประเทศจีนเพื่อเป็นการแสดงว่าทั้งสองค่ายต่างเห็นชอบกับดีไซน์ใหม่นี้อย่างเป็นทางการ ในตอนนั้นมีเพียงแค่ภาพสเก็ตช์คร่าวๆ เท่านั้น โดยดีไซน์ที่เผยให้เห็นเป็นเครื่องยืนยันว่าโมเดลใหม่จะมีพื้นฐานคล้ายคลึงกับ Benelli 302S อย่างมาก โดยตัวรถจะมีเฟรมถักเหมือนกัน เพราะ Benelli เป็นแบรนด์ที่ Qianjiang เป็นเจ้าของ ลองดูจากภาพเคลื่อนไหวก็ได้ ชิ้นส่วนกลไกต่างๆ ในภาพร่างเองก็ใกล้เคียงกับชิ้นส่วนของ Benelli มากๆ เช่นกัน เครื่องยนต์ขนาด 338 ซีซีเองก็มีการเผยออกมาให้เห็นกันแล้วตั้งแต่ช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา โดยมีการใช้ระยะชัก 45.2 มม.ที่มาจากเครื่องยนต์ขนาด 300 ซีซีของ Benelli 302S และมีความกว้างกระบอกสูบขนาดใหญ่กว่าเป็น 69 มม.จากเครื่องยนต์ 2 สูบเรียงขนาด 500 ซีซีที่ใช้กันใน Benelli TRK 502 และ Leoncino 500 จากนั้นเราก็พบว่า Benelli เปลี่ยน 302S ด้วย 350S เกือบจะใช้เครื่องยนต์เดียวกันที่จะมาใช้ในเจ้าเบบี้ Harley-Davidson คันใหม่นี้ด้วย เมื่อพูดถึงเรื่องชื่อของโมเดลใหม่ ในตอนที่เซ็นสัญญาเรื่องดีไซน์ใหม่ เจ้าเบบี้คันใหม่เนี่ยคือสื่อถึงโปรเจ็กต์ HD350 แต่จริงๆ แล้วอาจจะเปลี่ยนแปลงไปอีกก็ได้นะครับ ยังไม่มีอะไรแน่นอน ส่วนบ้านเรานั้นจะมีมาขายมั้ย ต้องลุ้นกันนะครับ เพราะหลักๆ คือ Harley-Davidson อยากที่จะใช้รถคันนี้ปลดล็อคตลาดรถในจีนและอินเดียเป็นหลัก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Pirelli Diablo Rosso Scooter SC ยางซิ่งเพื่อสกู๊ตเตอร์ของคุณ

Pirelli Diablo Rosso Scooter SC คือยางสกู๊ตเตอร์รุ่นใหม่ที่รวมเอาความชำนาญในด้านการแข่งขันของ Pirelli มาถ่ายทอดสู่โลกของสกู๊ตเตอร์ และออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อใช้ในการแข่งขันสกู๊ตเตอร์โดยเฉพาะ ด้วยการโฟกัสไปที่การยึดเกาะในแบบของเรซซิ่ง การควบคุมเข้าโค้ง สมรรถนะดีรอบด้านไปจนถึงความคงเส้นคงวาของสมรรถนะ หลังจากที่เจ้า Diablo Rosso Scooter SC ไปทำการเปิดตัวกันที่ประเทศไต้หวัน ประเทศที่มีการแข่งขันสกู๊ตเตอร์รายการใหญ่ๆ อย่างน้อย 4 รายการ ดึงดูดนักแข่งไว้มากกว่า 600 ชีวิต และจัดงานแข่งมากกว่า 20 งาน แบ่งย่อยออกไปได้มากถึง 30 รุ่น เรียกว่าไปเปิดได้ถูกที่ถูกทางจริงๆ และเมื่อทางเราได้ทราบข่าวก็นำมาโพสต์ลงแฟนเพจ ก็มีผู้ที่สนใจมาเป็นจำนวนมาก และคราวนี้เราก็ได้ข้อมูลแบบแน่นๆ เน้นๆ มาลงให้ผู้ที่สนใจได้ลองพิจารณากันดูว่า ยางสายฟ้าเวอร์ชั่นสกู๊ตเตอร์มันมีดียังไงกันบ้างครับ Diablo Rosso Scooter SC พัฒนาขึ้นมาใหม่ทั้งหมด โดยใช้ Rosso Scooter เป็นจุดเริ่มต้น แน่นอนว่า SC ที่เพิ่มเข้ามาต่อท้ายนั้นหากใครเป็นสาวกยาง Pirelli ต้องรู้ว่ามันเป็นการบ่งบอกว่ามันมีส่วนเชื่อมโยงกับสูตรคอมปาวด์ยางเรซซิ่ง และเจ้า Diablo Supercorsa ที่เป็นยางแข่ง ทั้งนี้ยาง Rosso Scooter SC เป็นยางที่ขี่ถนนได้ไม่ผิดกฎหมาย แต่ขณะเดียวกันก็สามารถใช้แข่งในสนามหรือหวดบนถนนหลวงได้แบบหายห่วง คุณสมบัติเด่น การยึดเกาะในแบบเรซซิ่ง เมื่อเกี่ยวข้องกับการแข่งขัน แน่นอนว่าการยึดเกาะเป็นสิ่งสำคัญ ตัวยางสกู๊ตเตอร์สายฟ้านี้ให้การยึดเกาะที่เหนือกว่า และให้การยึดเกาะที่ดีในทุกสภาพถนนและทุกสภาพอากาศ การควบคุมในแบบเรซซิ่ง ตัวยางสายฟ้านี้นอกจากให้การยึดเกาะที่ดีแล้ว ยังมีโปรไฟล์ที่ช่วยให้พลิกรถได้เร็ว แบนรถที่องศาสูงสุดได้ไว เปลี่ยนทิศทาง ควบคุมได้รวดเร็ว นิ่งและเสถียรมากพอ ไม่ว่าจะอยู่ในทางตรง ตอนเร่ง หรือตอนเบรค ด้วยโครงสร้างที่มั่นคงแข็งแรง สมรรถนะดีรอบด้านและความคงเส้นคงวา การที่ยางจะหนึบเพียงระยะสั้นๆ หรือช่วงแรกๆ ของการใช้งาน จากตอนเปลี่ยนใหม่นั้น เป็นเรื่องที่ไม่ดีเอาซะเลย แต่เจ้าสายฟ้าสำหรับสกู๊ตเตอร์คันนี้จะให้สมรรถนะที่ดีคงเส้นคงวาตั้งแต่เริ่มเปลี่ยนจนหมดอายุการใช้งาน นอกจากนี้ยังให้สมรรถนะดีรอบด้าน ไม่ว่าจะถนนแห้งหรือถนนเปียกก็ให้การตอบสนองที่ดี มั่นใจและเอาอยู่ ประโยชน์ทั้งหมดข้างต้นได้มาจากการผสมผสานรวมตัวกันอย่างลงตัวของคอมปาวด์ยางแบบฟูลคาร์บอนแบล็คที่ช่วยให้ยางร้อนไว หนึบและทนทาน โปรไฟล์ยางแบบเรซซิ่งที่ช่วยให้ควบคุมรถได้อย่างคล่องตัวและแม่นยำ และลายดอกยางสายฟ้าที่เป็นเอกลักษณ์ เด่นในเรื่องของการลดการสึกหรอและช่วยรีดน้ำออกจากหน้ายางได้รวดเร็ว ไซส์ของยางที่มีในตอนนี้ เจ้า Diablo Rosso Scooter SC ตอนนี้มีสองไซส์เท่านั้นคือ (ล้อขอบ 12 นิ้วเท่านั้น) 100/90 – 12” M/C 64P TL ยางหน้า 120/80 – 12” M/C 55P TL ยางหลัง ดังนั้นรถที่บ้านเราใส่ได้ก็จะเป็นพวก Vespa, Honda Scoopy i, Honda Zoomer X, Yamaha Grand Filano, Yamaha QBIX, Yamaha Freego เป็นต้น ทั้งนี้อาจจะต้องปรึกษาช่างเทคนิคอีกที สำหรับรถที่มีการปรับแต่งเพิ่มเติมในส่วนของโช้ค หรืออื่นๆ ที่อาจจะมีผลต่อการติดตั้งยางได้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก      

MV Agusta Rush 1000

MV Agusta Rush 1000 ถือเป็นเซอร์ไพรส์นึงที่ทำให้เราประหลาดใจในหลายๆ เรื่องด้วยกัน เรื่องแรกเลยคือตัวรถนั้นมาโชว์ให้เห็นโฉมหน้าก็ตอนที่ทาง MV Agusta ประกาศโมเดลใหม่สำหรับปี 2020 ไปแล้ว หลังจากนั้นก็เป็นเรื่องของตัวรถ Rush 1000 เองแล้ว เพราะสไตล์ของมันสุดจริงๆ ซึ่งเห็นได้ชัดเลยว่าเวลาที่เป็นค่ายรถที่เน้นในเรื่องดีไซน์เป็นหลัก เน้นขายรถรุ่นพิเศษแบบจำนวนจำกัด ค่ายก็จะสามารถกล้าใส่อะไรเสี่ยงๆ แต่เจ๋งมาได้ง่ายขึ้น   แต่ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ชอบเจ้า MV Agusta Rush 1000 คุณจะต้องยกนิ้วให้กับค่ายรถจากเมือง Varese ค่ายนี้ในด้านการออกแบบอยู่ดี สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับเจ้ารถคันนี้ก็คือว่าเจ้า Rush 1000 นั้นเป็นรถที่ทางค่ายทำการคัสตอมมาจากเจ้า Brutale 1000 RR ซึ่งถ้ามองลึกเข้าไปจะรับรู้ได้ว่า Brutale 1000 นั้นอยู่ในไลน์ของคลาสสิคของทางค่าย ในขณะที่ Rush 1000 คือสิ่งที่เราคาดไม่ถึง มันเป็นมอเตอร์ไซค์ที่แฟนตาซีและแปลกตาไม่น้อย สิ่งนึงที่เห็นคือทางค่ายนำเอาไฟหน้า LED ทรงกลมซึ่งเคยใช้ใน RVS #1 มาใช้อีกในโมเดลนี้ และเพิ่มครอบล้อคาร์บอนไฟเบอร์เข้าไปในส่วนของล้อหลังที่ดูลงตัวกับสวิงอาร์มเดี่ยว ส่วนท้ายของรถน่าจะเป็นส่วนที่แตกต่างจากปกติมากที่สุดผิดกับที่เป็นรถอิตาลี ท้ายใช้แฟริ่งเป็นคาร์บอนไฟเบอร์พร้อมกับไฟท้าย LED ที่ดูเหมือนกับจรวดมากกว่าจะเป็นมอเตอร์ไซค์ ราคาค่าตัวนั้นเปิดออกมาที่ 34,000 ยูโรหรือราวๆ 1.15 ล้านบาท ซึ่งแพงกว่า Brutale 1000 RR เพียง 4,000 ยูโรหรือราวๆ แสนนิดๆ ซึ่งหากคิดแล้วถือว่าไม่มากมายอะไร เมื่อเทียบกับความพรีเมียมที่ได้ และกลุ่มลูกค้าที่จะซื้อรถราคาขนาดนี้   ส่วนบ้านเราจะนำมาขายมั้ยนั้น คงต้องลุ้นหน่อย ถ้าจำเข้ามาก็คงจะเพียงคันหรือสองคันเท่านั้น กับรถพิเศษสุดๆ ขนาดนี้ รายละเอียดรถ เครื่องยนต์ 4 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ 4 จังหวะ ปริมาตรกระบอกสูบ 998 ซีซี ระบบวาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ แบบ DOHC ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 79.0 X 50.9 มม. อัตราส่วนการอัด 13.4:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัทช์ คลัทช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ยาว X กว้าง X สูง 2,080 X 805 X NA มม. ขนาดยางหน้า 120/70 – ZR17 M/C (58W) ขนาดยางหลัง 200/55 – R17  M/C (78W) ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ Ohlins Nix EC ขนาด 43 มม. ปรับไฟฟ้า ระยะยุบ 120 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง สวิงอาร์มเดี่ยวและโช้คเดี่ยว Ohlins EC TTX ปรับไฟฟ้า ระยะยุบ 120 มม. เบรคหน้า ดิสก์เบรกคู่แบบลอยตัวขนาด 320 มม. คาลิเปอร์เบรก Brembo Stylema 4 พ็อต และ ABS เบรคหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 220 มม. คาลิเปอร์เบรก Brembo 2 พ็อตและ ABS ระยะฐานล้อ 1,415 มม. ความสูงเบาะ 845 มม. น้ำหนักรถ 186 กก. ความจุถังน้ำมัน 16 ลิตร ราคา ราคายังไม่ระบุ ติดต่อ Facebook: https://www.facebook.com/MVAgustaTH/ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

รถประเภทไหน

รถประเภทไหน ที่นิยมกันในอิตาลี? รถประเภทไหน ที่นิยมกันในอิตาลี? คำถามนี้ผมนึกขึ้นมาได้หลังจากอ่านคอมเมนต์ในแฟนเพจ SuperBike Magazine ที่เข้ามาคอมเมนต์ตอบโพสต์ที่ว่า “เกิดอะไรขึ้นทำไมยอดขาย Yamaha Tenere 700 ถึงได้แซง GS ในเยอรมัน?” ผมก็นึกสงสัยขึ้นมาว่าจริงๆ แล้วฝรั่งหรือคนยุโรปนั้นเขาชอบขี่รถอะไรกัน รถอะไรขายดี อะไรทำนองนั้น และในเมื่อผมเคยเอาสถิติของประเทศเยอรมนีมาให้ดูไปครั้งนึงแล้ว คราวนี้ผมก็เลยขอไปหาข้อมูลจากฝั่งอิตาลีกันบ้างดีกว่า   หลายคนคงสงสัยทำไมผมถึงเลือกอิตาลี ผมก็ขอตอบไว้ว่า เผอิญหาข้อมูลได้พอดี เอ้ย ไม่ใช่ อิตาลีนั้นเรียกว่าเป็นดินแดนแห่งมอเตอร์ไซค์เลยก็ว่าได้ หลายๆ แบรนด์มอเตอร์ไซค์ดังๆ เด่นๆ ก็เกิดขึ้นที่อิตาลี ไม่ว่าจะเป็น Aprilia, Benelli, Beta, Bimota, Cagina, Ducati, Fantic, Gilera, Italjet, Lambretta, Moto Guzzi, Moto Morini, MV Agusta, Piaggio, SWM, Vespa และยังมีหลายแบรนด์ที่ไม่ได้กล่าวถึง บางแบรนด์อาจจะไม่คุ้นหูสักเท่าไหร่นัก   นอกจากแบรนด์มอเตอร์ไซค์แล้ว แบรนด์ของแต่งรถต่างๆ หรือไรดิ้งเกียร์คุณภาพดีก็มาจากอิตาลีอีกหลากหลายแบรนด์เช่นกัน ซึ่งถ้าให้ผมลิสต์ออกมาคงจะยาวไม่น้อย นักแข่งระดับแชมป์โลกก็เป็นคนอิตาลีหลายคนเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น Giacomo Agostini, Valentino Rossi, Carlo Ubbiali, Walter Villa, Max Biaggi เป็นต้น สุดท้าย EICMA งานมอเตอร์ไซค์ระดับโลกที่ไบค์เกอร์ควรจะไปสักครั้งนึงในชีวิตเองก็ดันไปจัดที่มิลาน ประเทศอิตาลีอีก ไม่แปลกใจเลยที่ผมจะยกให้อิตาลีเป็นแดนของมอเตอร์ไซค์ เพราะงั้นผมว่าอิตาลีจึงประเทศที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว การหยิบสถิติของประเทศอิตาลีมาจึงนับว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจเช่นกัน อย่างน้อยก็ผมคนนึง   สถิติจดทะเบียนรถแบบแยกตามประเภทของรถ (มกราคม – สิงหาคม 2019) เน็กเก็ตไบค์ 29,687 คัน แอดเวนเจอร์ไบค์ 28,905 คัน ทัวริ่งไบค์ 9,818 คัน คัสตอมไบค์ 4,119 คัน สปอร์ตไบค์ 3,626 คัน โมตาร์ด 2,281 คัน   สถิติจดทะเบียนรถแบบแยกตามขนาดความจุของเครื่องยนต์ (มกราคม – สิงหาคม 2019) 800 – 1,000 ซีซี 22,603 คัน มากกว่า 1,000 ซีซี 18,842 คัน 600 – 750 ซีซี 13,751 คัน 250 – 500 ซีซี 12,904 คัน 125 ซีซี 8,987 คัน 150 – 250 ซีซี 1,906 คัน   *หมายเหตุสถิติข้อมูลดังกล่าวนี้ยังไม่รวมสกู๊ตเตอร์ จากตัวเลขสถิติข้างตนจะพอเห็นได้ว่าคนอิตาลีในปี 2019 นั้นนิยมซื้อรถประเภทเน็กเก็ตไบค์และรถแอดเวนเจอร์มากที่สุด และก็นิยมใช้รถขนาดใหญ่พิกัดตั้งแต่ 800 ซีซีขึ้นไป หากพิจารณาดีๆ แล้วก็จะพอทำนายได้ว่าค่ายรถต่างๆ ก็น่าจะผลิตรถในสไตล์เน็กเก็ตและแอดเวนเจอร์ขนาดกลางไปถึงขนาดใหญ่มากขึ้นก็เป็นได้   แล้วไบค์เกอร์ชาวไทยล่ะชอบรถประเภทไหนกัน แล้วกี่ซีซีถึงจะดี ลองคอมเมนต์กันมาดู เผื่อว่าค่ายรถอาจจะหันมามองและใส่ใจไบค์เกอร์ชาวไทยมากขึ้นก็เป็นได้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ยามาฮ่า ฟรีโก 125 สีใหม่

ยามาฮ่า ฟรีโก 125 สีใหม่ เติมความสุขทุกเส้นทางได้มากกว่า รถออโตเมติกโมเดิร์นแฟมิลี่ 125 ซีซี ขี่ง่าย ประหยัดน้ำมัน ใช้งานสะดวก พร้อมฟังก์ชั่นเพิ่มความสบาย ตอบโจทย์ทุกความต้องการของครอบครัวยุคใหม่…ใช่สำหรับทุกคน! บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำรถจักรยานยนต์ออโตเมติกตัวจริง ของเมืองไทยอีกครั้ง!!! พร้อมส่ง ยามาฮ่า ฟรีโก 125 สีใหม่ สู่ตลาด บ่งบอกความเป็นตัวตนที่โดดเด่นชัดเจนสมกับที่เป็นรถออโตเมติก “โมเดิร์นแฟมิลี่” เครื่องยนต์พิกัด 125 ซีซี ที่เน้นการขับขี่ที่แสนง่าย ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ใช้งานสะดวกคล่องตัว และมาพร้อมฟังก์ชั่นเพิ่มความสบายอย่างครบครัน ตอบสนองทุกการขับขี่ และตอบโจทย์ทุกความต้องการของครอบครัวยุคใหม่…ใช่สำหรับทุกคน! สำหรับ ยามาฮ่า FreeGo สีใหม่ ยังคงมาพร้อมขุมกำลังยุคใหม่ของยามาฮ่าด้วยเครื่องยนต์ Blue Core 125 ซีซี ที่พร้อมตอบสนองทุกการขับขี่ได้อย่างสนุก พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ได้หมดจด ระบายความร้อนได้ดีกว่า ทำให้ประหยัดน้ำมัน และช่วยลดมลพิษ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากจะขับขี่สนุกด้วยเครื่องยนต์ Blue Core แล้วยังเพิ่มความมั่นใจในทุกการเดินทางด้วยล้อแม็กขนาด 12” เท่ถูกใจ! พร้อมให้การยึดเกาะถนนแน่นหนึบด้วยยางหลังขนาด 110/90 มม. นอกจากนี้ “ยามาฮ่า FreeGo สีใหม่” ยังมาพร้อมฟังก์ชั่นเพิ่มความสบายอย่างครบครันตั้งแต่หัวจดท้าย เริ่มตั้งแต่เรือนไมล์ LCD ดีไซน์สวยจัด พร้อมแสดงผลครบทุกฟังก์ชั่น ทันสมัย ดูง่าย สบายตา ไฟหน้า LED พร้อมไฟฉุกเฉิน Hazard Lamp เพิ่มความปลอดภัยในทุกสถานการณ์ ให้ความสว่างชัดเจนทุกเส้นทาง ช่องเติมน้ำมันด้านหน้า เติมง่าย สะดวกโดยไม่ต้องลงจากรถ พร้อมปุ่มกดเปิดฝาอัตโนมัติ ให้ความสบายกว่าเหนือระดับ ช่องต่อชาร์จไฟสำรองด้านหน้า ใช้งานสะดวกมาก สามารถต่อชาร์จแบตโทรศัพท์มือถือได้ทุกที่ ช่วยให้ไม่พลาดทุกการติดต่อ เบาะนั่งกว้างใหญ่ พื้นที่นั่งขนาดใหญ่ความยาวพอเหมาะ พร้อมที่เก็บของใต้เบาะใหญ่ 25 ลิตร ที่สามารถเก็บหมวกกันน็อกเต็มใบใต้เบาะได้แบบจุใจ รวมถึงมีพื้นที่วางเท้ากว้างขวาง พื้นเรียบแบบ Flat Foot Board วางเท้าก็ดี มีของก็วางได้สบาย     สำหรับ “ยามาฮ่า FreeGo สีใหม่” เติมความสุขทุกเส้นทางได้มากกว่า เพิ่มสีสันใหม่เพื่อความโดดเด่นตามสไตล์รถออโตเมติก “โมเดิร์นแฟมิลี่” ที่มีให้เลือกด้วยกันถึง 3 สี คือ สีน้ำเงิน ให้ความรู้สึกหรูหรามีระดับ สีดำ เพื่อความคมเข้มทุกการขับขี่ และสีแดง-ดำ ให้ความโดดเด่นเร้าใจทุกมุมมอง โดย “ยามาฮ่า ฟรีโก สีใหม่” พร้อมจำหน่ายในราคา 51,200 บาท ตั้งแต่วันนี้ที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Yamaha Call Center โทร. 02-263-9999 หรือติดตามความเคลื่อนไหว และข้อมูลข่าวสารทางออนไลน์ได้ที่ Website​: www.yamaha-motor.co.th • Facebook​: Yamaha Society Thailand • Instagram​: @yamahasocietythailand • Youtube​: Yamaha Society Thailand ติดตามข่าวสารรถแต่ง คลิกทีนี้  ติดตามผ่าน Facebook คลิกทีนี้ 

Bimota Tesi H2

Bimota Tesi H2 คือผลลัพธ์ชิ้นแรกจากค่ายรถอิตาลีในเมือง Rimini ที่ได้ทำงานร่วมกันกับผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์สัญชาติญี่ปุ่นอย่าง Kawasaki แม้ว่าตอนนี้จะเป็นคอนเซ็ปต์ไบค์อยู่ แต่มันก็มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว Tesi H2 นั้นมีพื้นฐานเป็นไฮเปอร์ไบค์ตัวแรงของ Kawasaki อย่าง Kawasaki H2 จากนั้น Bimota ก็ได้เพื่มเติมเอกลักษณ์ของทางค่ายเข้าไปอย่างระบบ Hub Center Steering ที่หน้าตาดูคล้ายกับสวิงอาร์มหลัง เมื่อบังคับเลี้ยวก็จะมีตัวก้านต่อไปหมุนแกนล้อหน้าให้เลี้ยวตาม จริงๆ ระบบบังคับเลี้ยวแบบ Hub Center Steering นี้ไม่ใช่ของใหม่อะไร และมีมานานหลายสิบปีแล้ว โดยในบางค่ายก็มีชื่อเรียกต่างกันออกไปเช่น Yamaha GTS1000 ที่ใช้ชื่อว่า Radd front steering นอกจากนี้ก็ยังจะมีเจ้า Vyrus 985 C3 และ Bimota Tesi โมเดลช่วงยุคปี 90 Kawasaki เองก็เคยมีส่วนเกี่ยวของในการพัฒนาระบบนี้ช่วงทศวรรษ 1970 เช่นกัน ตอนนั้นเป็นตอนที่เครื่องยนต์ 4 สูบของ Kawasaki ถูกใช้ในรถ Nessie รถแข่งของทีม Mead and Tomkinson ในกรณีของ Tesi H2 นั้น Tesi นั้นหมายถึงคำว่า ทฤษฎี ในภาษาอิตาลี เป็นสูตรของทางค่ายที่ในการผลิตสตรีทไบค์และทำการเพิ่มดีไซน์เข้าไปของตัวเองเข้าไป อย่างเจ้านี้ก็จะรักษาเฟรมและซูเปอร์ชาร์จที่ได้จากเจ้า Kawasaki H2 เอาไว้ แต่ด้านหน้าตอนนี้ก็ถูกจับแปลงใส่สวิงอาร์มอลูมิเนียมอัลลอยพร้อมกับระบบ Hub Center Steering เข้าไป สวิงอาร์มเดี่ยวของเดิมของเจ้า H2 หายไปกลายเป็นสวิงอาร์มคู่แบบทั่วๆ ไป แต่ท่อไอเสียปลายคู่ขนาดใหญ่ของเดิมยังคงเดิมอยู่ เฟรมถักของ Kawasaki เองก็เป็นอีกส่วนที่หายไป โดยมีเฟรมแบบบีมเข้ามาแทนที่ มีการนำชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์มาใช้ในแทบจะทั่วทั้งคัน โดยเฉพาะปีกหรือวิงขนาดใหญ่ทั้ง 2 ที่บริเวณด้านข้างของแฟริ่งหน้าและทางเดินไอดีซูเปอร์ชาร์จเจอร์ การที่ Kawasaki Motors Europe เข้ามาเป็นเจ้าของและช่วยเหลือบริษัทมอเตอร์ไซค์อิตาลีในครั้งนี้น่าจะทำให้ Kawasaki สามารถขายรถมอเตอร์ไซค์ระดับไฮเอนด์ได้มากขึ้น และบางทีอาจจะสร้างแบรนด์พิเศษขึ้นมาเพื่อขายในแบบรุ่นพิเศษจำนวนจำกัดภายใต้ชื่อ Bimota ที่ถูกฟื้นคืนขึ้นมาก็ได้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Husqvarna Norden 901

HUSQVARNA NORDEN 901 เตรียมผลิตขายจริงแล้ว หลังจากที่ทาง Husqvarna เผยโฉมให้เห็นคอนเซ็ปต์ใหม่ล่าสุดของทางค่ายอย่างเจ้า Norden 901 ในงาน EICMA ไปก็ได้รับกระแสการตอบรับดีเกิดคาด และหลังจากนั้นไม่นานนัก Husqvarna ก็ออกมาประกาศว่าทัวริ่งแอดเวนเจอร์ไบค์คัน 2 สูบที่น่าตื่นตาตื่นใจคันนี้กำลังจะผลิตขายจริงๆ โดยทางค่ายยังยืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะเน้นผลิตรถในกลุ่มขี่ถนนมากยิ่งขึ้น นับเป็นครั้งแรกเลยสำหรับงานนิทรรศการมอเตอร์ไซค์ระดับนานาชาติที่อิตาลีหรือ EICMA ที่ Husqvarna จะได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากแฟนๆ นักบิดเรือนแสนตลอดไปจนถึงสื่อมอเตอร์ไซค์ที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ โดยโมเดลที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างยิ่งก็คือเจ้า Norden 901 นั่นเอง และตอนนี้เจ้าโมเดลนี้ก็จะกลายเป็นโมเดลที่เพิ่มเข้ามาในไลน์อัพรถในกลุ่มขี่ถนนของทาง Husqvarna โดยเจ้า Norden 901 เป็นรถที่เหมาะกับการเดินทางไกลที่คล่องตัวและใช้งานได้หลากหลาย เป็นรถมอเตอร์ไซค์สมัยใหม่ที่ให้นักบิดได้สัมผัสถึงความลงตัวระหว่างความสบายและการใช้งานได้จริง นอกจากนี้ Norden 901 จะยังเป็นมอเตอร์ไซค์เครื่องสองสูบที่เน้นเรื่องการออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์หรือเออโกโนมิกส์และมีสมรรถนะสูงโดยใช้ฐานประสบการณ์จากการแข่งขันแรลลี่ที่สั่งสมมานานหลายปี รวมไปถึงมีดีไซน์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ให้สมรรถนะที่ยอดเยี่ยมทั้งบนถนนและทางฝุ่น มีน้ำหนักเบาและแรงระดับแถวหน้าของคลาสเดียวกันช่วยให้รถคล่องตัวมากขึ้น ควบคุมรถได้แม่นยำให้คุณได้ออกผจญภัยได้อย่างสบายใจ ตลอดไปถึงขี่ง่ายด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ล้ำหน้าที่จะใส่เข้ามาในตัวรถ ตอบโจทย์ทั้งชีวิตประจำวันและคนที่เดินทางไกลบ่อยครั้ง ไฮไลท์เด็ด => เป็นทัวริ่งแอดเวนเจอร์ที่เล็กและเบา • ใช้เครื่องยนต์ 2 สูบเรียงขนาด 889.5 ซีซีที่ปรับจูนให้เหมาะกับการขับขี่แบบแอดเวนเจอร์ => ให้สมรรถนะที่ดีและลงตัวทั้งในแบบของออฟโร้ดและทัวริ่ง • ล้อหน้าขนาด 21 นิ้ว หลัง 18 นิ้ว ท่านั่งที่สบายและช่วยให้ขับขี่รถได้อย่างมั่นใจ => ช่วงล่างจาก WP คุณภาพสูง   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

Lexmoto LXR 380 สปอร์ตไบค์น้องเล็กราคากันเอง

Lexmoto LXR 380 ที่เรากำลังพูดถึงอยู่นั้นคือสปอร์ตไบค์พิกัดเริ่มต้นไม่เกิน 400 ซีซี หลายๆ คนอาจจะไม่เคยได้ยิน ซึ่งจริงๆ แล้วแบรนด์ Lexmoto นั้นเป็นมอเตอร์ไซค์สัญชาติจีน แต่ก็มีเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายที่อังกฤษที่แข็งแกร่ง จึงนับว่าเป็นแบรนด์มอเตอร์ไซค์ที่น่าสนใจแบรนด์นึงเลยทีเดียว Lexmoto LXR 380 มาพร้อมเครื่องยนต์ 2 สูบเรียงขนาด 378 ซีซี ที่ได้มาตรฐานไอเสียสูงถึง Euro4 พิกัดกำลังนั้นอยู่ในระดับรถเริ่มต้น (ใช้ใบขับขี่ A2 ของอังฤษได้) ที่ถูกผลิตโดยทาง Zongshen (บ้านเราก็ Ryuka นั่นเอง) ระบบขับเคลื่อนใช้ระบบเกียร์ 6 สปีด ทางค่ายเคลมมาว่าสามารถปั่นแรงม้าออกมาได้ 40.2 แรงม้าที่ 9,000 รอบ อัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 34.31 กม./ลิตร และความเร็วสูงสุดอยู่ที่ราวๆ 144.16 กม./ชม. แม้ว่าจะน้อยกว่ารถพิกัดเดียวกันที่มาจากฝั่งแดนปลาดิบอยู่พอสมควร แต่ความเร็วเท่านี้ก็สามารถนำพาให้คุณไปถึงจุดหมายผ่านเส้นทางที่ติดขัดในเมืองได้เป็นอย่างดี ตัวรถนั้นมีดีไซน์ออกมาดูพรีเมี่ยมใช้ได้เลยทีเดียว แถมจัดเต็มดิสก์หน้าคู่แบบหยัก คาลิเปอร์เบรคแบบเรเดียลเมาท์ พร้อมระบบเบรก ABS ที่ได้มาตรฐานของฝากยุโรปเลย ไม่พอโช้คหน้ายังเป็นโช้คหัวกลับทำให้ได้ลุคที่เป็นสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ส่วนยางก็จะเป็นยางแบบไม่ใช่ยางใน หน้าขนาด 120/70 X 17 นิ้วและ 160/60 X นิ้ว ซึ่งเป็นไซส์ใหญ่ มียางหลากหลายแบรนด์รองรับอยู่ เพราะงั้นไม่ต้องคิดมากในส่วนนี้ สนนราคานั้นนั้นเปิดตัวมาที่ราคาราวๆ 148,000 บาท เรียกได้ว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว ส่วนบ้านเรานั้นทาง Ryuka จะนำเข้ามาขายหรือไม่นั้นคงต้องลุ้นกันต่อไปครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Triumph Tiger 900

Triumph Tiger 900 มีดีอะไรบ้าง Triumph Tiger 900 จัดเป็น All-New โมเดลที่น่าจับตามองไม่ใช่น้อย เพราะทางค่ายเคลมไว้ว่าจะเป็นโมเดลที่จะมายกระดับมาตรฐานให้กับโลกของแอดเวนเจอร์ไบค์ เราไปดูกันว่า Triumph Tiger 900 มีดียังไงบ้าง ก่อนอื่นเลยมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับชื่อโมเดลย่อยเล็กน้อย จากเดิมที่เป็น Tiger 800 XC และ XCx สำหรับโมเดลล้อซี่ลวดเน้นทางฝุ่นจะถูกเปลี่ยนเป็น Tiger 900 Rally และ Rally Pro ส่วนโมเดล Tiger 800 XR และ XRx ที่เป็นโมเดลล้อแม็กเน้นขี่ทางดำจะกลายเป็น Tiger 900 GT และ GT Pro นอกจากนี้จะมีโมเดลพื้นฐานเป็น Tiger 900 ที่เน้นขี่ถนน   เครื่องยนต์ใหม่ Triumph Tiger 900 ในตอนนี้ใช้เครื่องยนต์สามสูบตัวใหม่ขนาด 888 ซีซีรองรับ Euro5 เคลมมาว่ามีแรงบิดมากขึ้นกว่าโมเดลเดิม 10% มีแรงบิดสูงสุดที่ 87 นิวตันเมตรที่ 7,250 รอบ ให้กำลังแรงม้าดีขึ้นในทุกย่าน โดยเฉพาะในรอบกลางที่มากขึ้นถึง 9% เปลี่ยนแปลงลำดับการจุดระเบิดใหม่เป็น 1,3 ,2 ให้ฟีลลิ่งที่แตกต่างเป็นเอกลักษณ์ รวมไปถึงสุ้มเสียงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว   เซ็ตมาตรฐานใหม่ของแอดเวนเจอร์ไบค์ เด่นด้วยเฟรมโมดูลาร์ใหม่เพราะซับเฟรมท้ายพร้อมพักเท้าคนซ้อนซึ่งน้ำหนักเบา ทั้งนี้ด้วยแชสซีใหม่นี้ทำให้ตัวรถมีน้ำหนักเบากว่าพี่เสือ 800 อยู่ถึง 5 กก. ระบบกันสะเทือนชั้นดีเพื่อสมรรถนะที่ดีทั้งบนทางดำและทางฝุ่น ส่วนในโมเดล GT Pro จะมาพร้อมโช้คปรับไฟฟ้าอีกด้วย คาลิเปอร์เบรคถูกอัพเกรดเป็น Brembo Stylema ที่เป็นตัวโมโนบล็อก และยังเพิ่มความจุของถังน้ำมันเป็น 20 ลิตรเพื่อให้ใช้งานได้ไกลขึ้นกว่าที่เคย   ลูกเล่นเพื่อความสวยงามและการขับขี่ที่ดีขึ้น Triumph ยังยัดลูกเล่นไฮเทคมาให้แบบจัดเต็มทั้งเพื่อความงามและการขับขี่ อาทิ เรือนไมล์ TFT สีขนาด 7 นิ้ว (ไม่มีในรุ่นพื้นฐาน) สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ในรุ่น Pro ระบบเบรก Cornering ABS และแทร็คชั่นคอนโทรลที่ทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์วัดแรงเฉื่อย (ไม่มีในรุ่นพื้นฐาน)  โหมดการขับขี่ที่มากถึง 6 โหมด ได้แก่ Rain, Road, Sport, Rider, Off-Road, Off-Road Pro ควิกชิฟเตอร์ 2 ทาง (เฉพาะรุ่น Pro) ไฟ LED ทั้งระบบพร้อมไฟเดย์ไลท์ที่ออกแบบใหม่ และช่องเก็บมือถือพร้อมช่องจ่ายไฟ USB   รูปโฉมใหม่ แน่นอนว่าเจ้าเสือคันใหม่นี้มีรูปโฉมใหม่ โดยการออกแบบดีไซน์คราวนี้จะมุ่งเน้นไปในสไตล์ที่ดุดันก้าวร้าวมากขึ้นพร้อมท่าทางที่พร้อมจะลุยทุกเส้นทาง การเก็บงานและรายละเอียดต่างๆ เนี้ยบเนียน ชุดสีและลวดลายกราฟฟิกต่างๆ ดูดีพรีเมี่ยมกว่าที่ผ่านมา   เข้าถึงง่าย เบาะนั่งของ Tiger 900 ทุกโมเดลสามารถปรับระดับความสูงได้ 20 มม. ดังนั้นคนที่ไม่สูงมากหลายคนก็สามารถขับขี่ได้อย่างมั่นใจ นอกจากนี้ยังมี Tiger 900 GT รุ่นพิเศษที่มาพร้อมช่วงล่างและเบาะต่ำพิเศษอีกด้วย   Specifications โมเดล Tiger 900 Tiger 900 GT Tiger 900 GT Pro Tiger 900 Rally Tiger 900 Rally Pro เครื่องยนต์ 3 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 888 ซีซี ระบบวาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ แบบ DOHC ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 78 X 61.9 มม. อัตราส่วนการอัด 11.27:1 แรงม้าเคลม 95.2 แรงม้าที่ 8,750 รอบ แรงบิดเคลม 87 นิวตันเมตรที่ 7,250 รอบ ระบบเกียร์

Big Boxer

Big Boxer นั้นหลายๆ คนน่านะได้เห็นโฉมหน้า BMW Concept R18 คอนเซ็ปต์ไบค์ในสไตล์ของคัสตอมไบค์ที่ออกมาให้เราได้เห็นโฉมหน้ากันในงาน  Concorso d’Eleganza Villa d’Este ตอนเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ไม่พอยังมีในเจ้า BMW Concept R18 /2 อีกด้วย และนั่นเป็นเหมือนการส่งข้อความแจ้งเตือนเหล่าสาวก BMW สายคัสตอมให้เตรียมเงินเตรียมใจไว้ให้พร้อมเพราะ BMW Concept R18 นั้นมีแนวโน้มจะผลิตเป็นรถโปรดักชั่นเพื่อขายจริงสูงมาก เจ้าคอนเซ็ปต์ R18 คันที่คุณเห็นในรูปนั้นเป็นการสื่อให้เห็นถึงแก่นแท้ของรถคลาสสิคของทาง BMW Motorrad ในยุคสมัยใหม่นี้ และยังบอกใบ้ถึงหน้าตาและความเป็นไปได้ของ BMW R18 รถโปรดักชั่นที่มีแนวโน้มจะผลิตขายจริงๆ ในอนาคตอันใกล้นี้ แต่ที่เราสนใจในคราวนี้สิ่งที่เราสนใจมากกว่าก็คือเครื่องยนต์อันเป็นเอกลักษณ์ของค่ายใบพัดสีฟ้าอย่าง เครื่องยนต์บ็อกเซอร์ ที่ครั้งนี้กลับมาพร้อมชื่อว่า “Big Boxer” ซึ่งเจ้าเครื่องบิ๊กบ็อกเซอร์ถือเป็นพระเอกสำคัญของ BMW Concept R18 และ BMW Concept R18 /2  โดยเจ้าเครื่อง Big Boxer ใหม่นี้เป็นเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ โดยยังคงคอนเซ็ปต์เดิม แต่มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 1,800 ซีซี และทำให้เจ้าเครื่องบิ๊กบ็อกเซอร์นี้กลายเป็นเครื่องยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของทางค่าย BMW ไปในตอนนี้ ทั้งนี้ชื่อบิ๊กบ็อกเซอร์นั้นมีที่มา ไม่ใช่แค่เพียงในแง่ของหน้าตาตัวเครื่องที่ยื่นออกมาด้านนอก แต่ยังรวมไปถึงในเชิงเทคนิคอีกด้วย ชื่อนี้ไปพ้องกับเครื่องยนต์บ็อกเซอร์รุ่นดั้งเดิมของมอเตอร์ไซค์ที่ผลิตขึ้นในเมือง Munich และ Berlin-Spandau มากว่า 70 ปี ตั้งแต่เริ่มต้นการผลิตของ BMW Motorrad ในปี 1923 เลยทีเดียว โดยยังคงไว้ซึ่งความเป็นเอกลักษณ์ได้เป็นอย่างดี อาทิ การระบายความร้อนด้วยอากาศ ดีไซน์ที่เห็นได้ชัดเจนว่าออกแบบมาเพื่อความทนทานและบำรุงดูและรักษาง่าย แต่ก็ไม่ทิ้งเรื่องพละกำลังของเครื่องยนต์  ด้วยระบบวาล์วแบบโอเวอร์เฮดวาล์วกับเครื่องยนต์ที่แยกส่วนกับชุดระบบขับเคลื่อน เครื่องยนต์บิ็กบ็อกเซอร์ใหม่นี้ มีลักษณะทางโครงสร้างที่ต่างไปจากกับเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ตัวแรกของ BMW Motorrad ซึ่งตอนนั้นใช้วาล์วที่ถูกควบคุมในด้านข้างแทนที่จะเป็นด้านบนเหมือนตอนนี้ โดยเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 2 สูบที่มีความจุมากที่สุดที่เคยใช้ในการผลิตรถมอเตอร์ไซค์นั้นคือ 1,802 ซีซี มีขนาดกระบอกสูบใหญ่ถึง 107.1 มม.และระยะชักที่ 100 มม. ให้กำลังแรงม้าถึง 91 แรงม้าที่ 4,750 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 158 นิวตันเมตรที่รอบต่ำเพียงแค่ 3,000 รอบ และให้แรงบิดสูงถึง 150 นิวตันเมตรตั้งแต่ในช่วงรอบ 2,000 – 4,000 รอบ การันตีได้ว่ารถจะมีแรงดึงตึงๆ ตั้งแต่แรกๆ ช่วยให้รถขนาดใหญ่ออกตัวได้สบายๆ และขับขี่ได้นุ่มนวลอย่างแน่นอน ขณะเดียวกันก็มีเรดไลน์ที่ 5,750 รอบและรอบเดินเบาที่ 950 รอบ เครื่องยนต์บิ๊กบ็อกเซอร์ใหม่นี้ ตัวเสื้อสูบและกระบอกสูบมีร่องระบายความร้อนขนาดใหญ่ เพราะใช้ระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ มีน้ำหนักมากถึง 110.8 กก. เมื่อรวมเข้ากับชุดเกียร์บ็อกซ์และระบบไอดี และมีตัวเรือนวางตั้งแยก 2 สูบออกจากกันทำจากอลูมิเนียม ซึ่งจะต่างกับเครื่องบ็อกเซอร์แบบเก่า  เครื่องใหม่นี้จะมีเพลาข้อเหวี่ยงที่ฟอร์จขึ้นจากเหล็กกล้าชุบแข็ง มีแบริ่งหลักเพิ่มเข้ามาตรงกลาง ซึ่งจำเป็นสำหรับเครื่องยนต์ที่มีกระบอกสูบขนาดใหญ่เพื่อป้องกันการสั่นสะเทือนเกินความจำเป็นที่เกิดจากเพลาข้อเหวี่ยงทำงาน ก้านสูบและเพลา I-shaft จะถูกติดตั้งเข้ากับแบริ่งเช่นกัน และฟอร์จจากเหล็กกล้าชุบแข็งเหมือนกัน ทั้งคู่ทำหน้าที่ร่วมกันกับลูกสูบอลูมิเนียมพร้อมกับแหวนสูบ 2 วงและแหวนกวาดน้ำมัน โดยในส่วนของผิวกระบอกสูบจะเคลือบด้วยนิคาซิล (NiCaSil) ระบบหล่อลื่นและตัวออยคูลลิ่งใช้ระบบอ่างน้ำมันเครื่องที่ทำงานร่วมกับปั๊มน้ำมันเครื่อง 2 สเตจที่ทำงานด้วยโซ่ที่ขับด้วยเพลาข้อเหวี่ยงอีกที  วาล์วแบบโอเวอร์เฮดจะใช้ระบบขับด้วยเพลาข้อเหวี่ยง 2 ชิ้นแบบเดียวกับ R 5 และ R 51/2 ร่วมกันกับเทคโนโลยี 4 วาล์วตามแบบรถสมัยใหม่และระบบจุดระเบิดแบบหัวเทียนคู่  นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดเชิงเทคนิคลึกลงไปอีกมาก ตัวผมเองคิดว่าน่าจะเกินความจำเป็นที่จะรวบรวมมาให้อ่าน แต่หากใครสนใจจริงๆ ลองคอมเมนต์มาก็ได้นะครับ เผื่อมีโอกาสจะนำมาลงเพิ่มเติมนะครับผม  ที่มา BMW Motorrad อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ducati Panigale V4 R

Ducati Panigale V4 R ซูเปอร์ไบค์เรือธงของค่ายแดงเมืองพิซซ่าในวันนี้ได้กลายเป็นรถตำรวจเมืองอาบูดาบี ซึ่งเมืองอาบูดาบี้นั้นก็เป็นเมืองหลวงของประเทศแสนร่ำรวยอย่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  หลายๆ คนที่ตามข่าวสารในวงการรถมอเตอร์ไซค์และยานยนต์อย่างต่อเนื่องก็คงจะพอทราบกันดีอยู่ว่าตำรวจอาบูดาบีนั้นขึ้นชื่อและเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องการมีรถแรงๆ ระดับซูเปอร์คาร์ เป็นรถใช้งานในราชการ เป็นต้นว่า Mercedez-Benz AMG GT, Nissan GT-R หรือ Lykan Hypersport  และจริงๆ แล้วไม่ใช่แค่เพียงรถยนต์ 4 ล้อระดับซูเปอร์คาร์เท่านั้น ยังมีมอเตอร์ไซค์ตัวแรงระดับซูเปอร์ไบค์ที่เคยใช้เป็นรถในกรมตำรวจมาแล้วเช่นกัน อาทิ Kawasaki Ninja H2 ที่ถูกนำมาใช้เพื่อไล่ตามผู้ทำผิดที่ขับรถแรงๆ  แต่ล่าสุดดูเหมือนว่าการอวดรวย เอ้ย ความมั่งคั่งของประเทศ เอ้ย คนในประเทศอาจจะร่ำรวยจนมีซูเปอร์คาร์ขับและทำผิดกันมากเกินไป ตำรวจอาบูดาบีจึงต้องใช้ซูเปอร์ไบค์ระดับท็อปของค่ายแดงอย่าง Ducati Panigale V4 R มาใช้ ไล่กวดผู้กระทำความผิด เพราะเชื่อว่าด้วยแรงม้าขนาด 221 ตัวและน้ำหนักที่เบาของ Ducati Panigale V4 R จะสามารถใช้ไล่ตามจับคนร่ำคนรวยที่ขับรถเร็วกันอย่างบ้าระห่ำในเมืองอาบูดาบีได้อย่างแน่นอน จากในภาพจะเห็นได้ว่ารถถูกปรับแต่งให้เหมาะกับภาระหน้าที่การงานของตำรวจ โดยเฉพาะเรื่องสีสันที่ชัดเจน    งานนี้ใครคิดจะหนีตำรวจอาบูดาบีด้วยการขับรถหนีล่ะก็ ถ้าจะหนีพ้นคงต้องมีฝีมือระดับพี่ดอม โดมินิค โทเร็ตโต้ซะแล้วละมั้ง   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Kawasaki

Kawasaki เปิดโมเดลใหม่ ยิ่งใหญ่ได้ใจไบค์เกอร์ในงาน Motor Expo 2019 บริษัท คาวาซากิ มอเตอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ Kawasaki เปิดโมเดลใหม่อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมจัดโปรฯแรงกระตุ้นยอดขายส่งท้ายปี ภายในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36” The 36th Thailand International Motor Expo 2019 โดย Kawasaki เปิดโมเดลใหม่ เอาใจชาวไบค์เกอร์ ด้วยการนำทัพรถจักรยานยนต์ Kawasaki รุ่นใหม่ล่าสุดมาจัดแสดงกว่า 27 คัน เพื่อให้ไบค์เกอร์ชาวไทยได้สัมผัสสุดยอดเทคโนโลยีของ Kawasaki หลากหลายสายพันธุ์ อาทิ สายพันธุ์แห่งตระกูล Ninja / Z / Versys / KLX และ W นำทัพโดยรถจักรยานยนต์รุ่นไฮท์ไลท์ดังนี้ Kawasaki Z H2 The Ultimate Hypernaked Machine สุดยอดไฮเปอร์เน็กเก็ต ปฐมบทแห่งรถตระกูล Z ในเจนเนอเรชั่นถัดไป มาพร้อมขุมพลังซูเปอร์ชาร์จเจอร์กับรูปลักษณ์อันดุดันภายใต้การออกแบบตามหลัก SUGOMI เครื่องยนต์ที่ส่งกำลังและอัตราเร่งสุดเร้าใจได้ดั่งใจสั่ง ผสานกับอัตราประหยัดน้ำมันอันยอดเยี่ยม เทคโนโลยีมากมายที่ถูกกลั่นกรองจนออกมาเป็นนวัตกรรมใหม่ที่จะนำซีรีย์ Z ไปสู่อนาคต Z900 ใหม่ รถซูเปอร์เน็คเก็ตสุดประณีต สะกดทุกสายตา ขับขี่ง่าย และเร้าใจกว่าที่เคย ด้วยการเพิ่มฟีเจอร์ล้ำสมัย เพิ่มความปลอดภัยขึ้นไปอีกขั้นด้วยระบบแทร็คชั่นคอนโทรล และรองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน เสริมความแข็งแรงในส่วนของแกนสวิงอาร์ม เพื่อความมั่นคงและแม่นยำ ทั้งยังปรับปรุงระบบกันสะเทือนหน้า-หลังให้รับกับเฟรมใหม่ Z650 ABS / Z650 ใหม่ เน็กเก็ตไบค์สุดปราดเปรียวในคลาสมิดเดิ้ลเวทด้วยขุมพลังสองสูบเรียง ให้แรงบิดอันทรงพลังในรอบต่ำถึงกลาง ซึ่งถูกวางมาในแซสซีน้ำหนักเบา ยางติดรถใหม่ เบา เลี้ยวง่าย เสริมการควบคุม ชิปบลูทูธที่บิวท์อินมากับตัวเรือนไมล์ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมต่อกับรถจักรยานยนต์ได้แบบไร้สาย เมื่อใช้ร่วมกับแอพพลิเคชั่น “RIDEOLOGY THE APP” Ninja 1000SX ใหม่ สปอร์ตทัวร์เรอร์ที่ได้รับการอัพเกรดหลายรายการ ขุมพลังสี่สูบเรียง ที่สุดแห่งความเร้าใจ พร้อมเสริมความโฉบเฉี่ยวด้วยท่อไอเสียแบบออกข้างเดียว มาพร้อมระบบครูซคอนโทรล ควิกชิฟเตอร์ ไรดิ้งโหมด และยางสปอร์ตรุ่นใหม่ล่าสุด BATTLAX HYPERSPORT S22 ให้การควบคุมเบา เสริมประสิทธิภาพด้านการยึดเกาะถนน พร้อมรองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ไปจนถึงชิลด์หน้าใหม่ ปรับได้มากถึงสี่ระดับ Ninja650 ABS / Ninja650 ใหม่ สปอร์ตไบค์สุดเร้าใจในการขับขี่ด้วยขุมพลังสองสูบเรียงที่ให้แรงบิดอันทรงพลังในรอบต่ำถึงกลาง ขนาดกระทัดรัดตามสไตล์รถในคลาสมิดเดิ้ลเวท การส่งกำลังที่ควบคุมง่าย ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับทั้งมือใหม่และผู้ขับขี่ที่มีประสบการณ์ W800 ใหม่ วิวัฒนาการของรถบิ๊กไบค์ต้นตำรับรุ่นแรกจากญี่ปุ่น ถูกออกแบบมาให้มีรูปลักษณ์สวยงามเหนือกาลเวลา เป็นคลาสสิคไบค์ที่มีสมรรถนะการควบคุมแบบขับขี่ใช้งานง่าย และมีการเก็บรายละเอียดที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความประณีตพิธีพิถัน พิเศษไปกว่านั้นกับรถแข่งจำลองของแชมป์โลก 5 สมัย จากรายการ FIM World Superbike Championship ซึ่งมาพร้อมชุดแข่ง และหมวกกันน็อคที่ใช้ในการแข่งขันจริงของ Jonathan Rea ส่งตรงจากประเทศสเปน เพื่อนำมาจัดแสดงในงานนี้โดยเฉพาะ และแน่นอนว่าในงานก็จะมีโปรโมชั่นสุดพิเศษเอาใจแฟนกีฬามอเตอร์สปอร์ตตัวจริงกับ 5 Times World Champion Premium Set ที่ประกอบไปด้วย เสื้อยืดแชมป์โลก 5 สมัย 5 ตัว ตั้งแต่ปี 2015 – ปี 2019 / หมวกกันน็อค Arai รุ่นเดียวกันกับที่ Jonathan Rea ใช้ลงแข่งขันในฤดูกาลล่าสุด / ชุดกิ๊ฟเซ็ทน้ำมันเครื่องเอลฟ์ที่มาพร้อมกระเป๋า และน้ำมันเครื่อง 4 กระป๋อง ทั้งหมดนี้สำหรับรุ่นที่ร่วมรายการเท่านั้น!! โดยสามารถสอบถามรายละเอียดโปรโมชั่นอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่าย Kawasaki ใกล้บ้านทั่วประเทศ โอกาสนี้คาวาซากิ ขอเชิญทุกท่านร่วมชมสุดยอดเทคโนโลยีของคาวาซากิได้ภายในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36” The 36th Thailand International Motor Expo 2019 ได้ที่ บูธ G02 อาคารชาเลนเจอร์  อิมแพ็ค เมืองทองธานี

Suzuki Burgman 400

Suzuki Burgman 400 เผยโฉมพร้อมราคาพิเศษ ในงาน Motor Expo 2019 พร้อมโปรโมชั่นพิเศษสุดทุกคัน! Suzuki พร้อมนำคุณสู่ประสบการณ์สุดพิเศษในงาน Motor Expo 2019 ด้วยการผสมผสานความลงตัวแห่งเทคโนโลยี Suzuki พร้อมนำเสนอยนตรกรรมสองล้อ ด้วยแนวคิด “เดินเครื่องเต็มสูบ” หรือ “Full Throttle” ที่เป็นการดึงเอาแนวคิดจากรูปแบบของสนามแข่งในขณะที่รถกำลังทะยานออกจากโค้งด้วยพละกำลังเครื่องยนต์ พร้อมมุ่งสู่เส้นชัย เพื่อให้ทุกท่านได้เข้ามาสัมผัสถึงความเร้าใจถึงเทคโนโลยีจากการแข่งขัน MotoGP รายการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบที่ได้รับความสนใจไปทั่วโลก สู่รถจักรยานยนต์ Suzuki ทุกรุ่น นอกจากนี้ Suzuki พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย และพร้อมตอบโจทย์ความเป็นไลฟ์สไตล์ในทุกรูปแบบอย่างไร้ข้อจำกัด โดยครั้งนี้ Suzuki ได้เตรียมนวัตกรรมยานยนต์ระดับพรีเมี่ยมระดับเวิลด์คลาสแห่งยานยนต์ 2 ล้อจาก Suzuki พร้อมด้วยโปรโมชั่นสุดพิเศษมากมาย อีกทั้งรถจักรยานยนต์หลากหลายรุ่นที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดประสบการณ์การขับขี่ในแบบฉบับของตัวเองได้ทุกรูปแบบที่คุณต้องการ ตอบโจทย์ให้กับผู้ขับขี่ยุคใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์เป็นของตัวเองมากขึ้น โดยในบูธ Suzuki ได้จัดแสดงรถจักรยานยนต์ Suzuki ไม่ว่าจะเป็นรถซูเปอร์ไบค์ระดับเวิลด์คลาส อย่าง Suzuki KATANA, Suzuki GSX1300R Hayabusa, Suzuki GSX-R1000R และ Suzuki GSX-R1000 ต่อมาที่รถจักรยานยนต์สไตล์สตรีทสปอร์ต Suzuki GSX-S1000, Suzuki GSX-S1000F, Suzuki GSX-S750, Suzuki SV650X และ Suzuki SV650 ถัดมาที่รถจักรยานยนต์สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัยกับทัวร์ริ่งยอดนิยม Suzuki V-Strom 1000XT และ Suzuki V-Strom 650XTไปจนถึง Suzuki Boulevard รถจักรยานยนต์สไตล์ครูสเซอร์มาให้ทุกท่านได้สัมผัส และมาถึงไฮไลท์ก็คือ Suzuki Burgman 400 บิ๊กสกู๊ตเตอร์ระดับพรีเมี่ยมคลาส ที่จะมาอวดโฉมพร้อมเปิดจอง สนนราคาที่ 214,000 บาท และพิเศษสุด Suzuki ขอมอบของขวัญให้ลูกค้า Suzuki ด้วยราคาพิเศษ 199,000 บาท สำหรับ 100 คันแรกเท่านั้น อีกทั้งยังมีรถจักรยานยนต์ขนาดเล็กที่พร้อมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ชอบความเป็นอิสระ อาทิ Suzuki Burgman 200, Suzuki VanVan 200, Suzuki GSX-R150 และ Suzuki GSX-S150 ให้ทุกท่านได้จับจองเป็นเจ้าของได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ในส่วนของโซนของแต่งก็มีอุปกรณ์ตกแต่งรถจักรยานยนต์ รวมทั้งแอ็พพาเรลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายจาก Suzuki พร้อมของที่ระลึก มาให้ท่านได้เลือกซื้ออย่างมากมาย นอกจากนี้ Suzuki ยังมีโปรโมชั่นสุดพิเศษกับข้อเสนอดีๆ ที่เหมาะกับความต้องการของลูกค้า ให้ได้เลือกก่อนตัดสินใจเป็นเจ้าของ โดยท่านที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ที่ปรึกษาการขาย พร้อมให้คำแนะนำท่าน ขอเชิญทุกท่านร่วมมาเติมเต็มความสุขไปกับทุกเส้นทางกับSuzuki ณ บูธแสดงรถจักรยานยนต์ Suzuki บูธเลขที่ G08 อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2562 นี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

New Wave110i เปิดตัวสุดยอดรถครอบครัวตัวจริงสีทูโทนใหม่

เบอร์หนึ่งมาแล้ว! ฮอนด้าย้ำภาพลักษณ์ผู้นำตลาด เอ.พี. ฮอนด้า ตอกย้ำความเป็นผู้นำรถครอบครัวยอดนิยมอันดับหนึ่งด้วยการเปิดตัว New Wave110i สีสันทูโทนใหม่ล่าสุดภายใต้คอนเซปต์ สุขเกินคุ้ม ทุกมุมของชีวิต เน้นความสดใสอบอุ่นด้วยการจับคู่สีใหม่บนกราฟิกที่สวยงามปราดเปรียวยิ่งกว่าเดิม ทันสมัยด้วยไฟหน้าแบบ LED ลงตัวกับโคมไฟหน้ารูปหัวใจ ไฟท้ายโฉบเฉี่ยวสะดุดตาเห็นได้แต่ไกล พร้อมหน้าปัดเรือนไมล์ที่สวยเด่นมองเห็นชัดเจนทุกรายละเอียด เก็บของจุใจด้วย U-Box ขนาด 7.4 ลิตร มั่นใจกว่าด้วยกุญแจนิรภัยพร้อมม่านแบบ Key Shutter และขาตั้งคู่นิรภัย Secure Lock-Stand ล็อกง่ายเพียงคล้องแม่กุญแจ สบายใจทุกการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 110ซีซี หัวฉีด PGM-FI อัตราประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 59.9 กม./ลิตร (วัดตามมาตรฐาน EURO3 โดยสถาบันยานยนต์) พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ Honda Wing Center ทั่วประเทศ รุ่นล้อแม็กมีให้เลือก 3 สีได้แก่ ขาว-แดง, ดำ-แดง, น้ำเงิน-เทา ราคาแนะนำ 45,200 บาท และรุ่นล้อลวดมีให้เลือก 4 สีได้แก่ ดำ-เทา, น้ำเงิน-เทา, แดง-เทา, ขาว-น้ำเงิน  แบบสตาร์ทมือราคาแนะนำ 43,200 บาท และแบบสตาร์เท้า ราคาแนะนำ 40,300 บาท ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.aphonda.co.th #Honda #Wave110i #สุขเกินคุ้มทุกมุมของชีวิต #Whatstopsyou

Forza Pool Party Hua Hin ฮอนด้ายกขบวนทัพฟอร์ซ่าบุกหัวหิน

เอ.พี. ฮอนด้า ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำพรีเมี่ยม เอ.ที. ในคลาส 300 ของ Forza อย่างต่อเนื่อง หลังได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นกับสองกิจกรรมที่ผ่านมา “Forza Sky Bar Party” และ “Forza Yatch Party” ล่าสุด กิจกรรมระดับเอ็กซ์คลูซีฟที่มีให้เฉพาะสาวกฟอร์ซ่าก็ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งที่สาม ภายใต้ชื่อ Forza Pool Party Hua Hin  โดยการรวมตัวของสมาชิกผู้ใช้ฟอร์ซ่ากว่า 200 ชีวิตผ่านทางเครือข่าย Honda Wing Center ทั่วประเทศ จัดให้มีขึ้นเมื่อวันที่ 23-24 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยสมาชิกทั้งหมดรวมตัวกันที่ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้ากรุงเทพฯปักหมุดมุ่งหน้าสู่ประจวบฯ ยกขบวนขี่รถชิวๆจากกรุงเทพแวะทานอาหารกลางวันแบบพื้นบ้านอร่อยๆที่ร้านเปลญวนจังหวัดเพชรบุรี ออกเดินทางต่อ แวะเที่ยวแลนด์มาร์คชื่อดังอย่างอุทยานราชภักดิ์ เป็นที่ตั้งพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระมหากษัตริย์ในอดีต 7 พระองค์ ที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมถ่ายรูปเป็นที่ระลึกก่อนออกเดินทางเข้าพักที่โรงแรมสุดหรู Holiday Inn Resort Vana Nava Hua Hin สนุกสนานเพลิดเพลินกับที่สุดสวนน้ำระดับโลก Vana Nava ก่อนจะเข้าสู่ไฮไลท์สุดพิเศษของค่ำคืนกับ Forza Pool Party ปาร์ตี้สุดพิเศษกลางสวนน้ำที่จัดให้เพื่อคนรักฟอร์ซ่าตัวจริงเท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟพิเศษสุดๆที่ทางฮอนด้าจัดให้กับกลุ่มลูกค้า Forza ได้เต็มที่กับอาหารเครื่อมดื่มและกิจกรรมแจกของรางวัลอีกเพียบภายในงาน ก่อนแยกย้ายกันไปพักผ่อนในห้องพักที่ชมวิวสวยๆของทะเลและอำเภอหัวหินได้ทั้งเมือง ผ่านค่ำคืนที่แสนสนุกสุดสบายกันไปแล้ว ก็ถึงช่วงเวลาที่ต้องเดินทางกลับโดยเริ่มออกจากโรงแรมในช่วงเวลา 11.00 น. ไปรับประทานมื้อเที่ยงกันที่ร้านอาหาร ชมวิว ที่มีอาหารทะเลที่สดใหม่ รสเลิศ บรรยากาศริมทะเล สร้างความประทับใจแก่ชาว Forza ก่อนกลับไปได้ไม่น้อยเลยทีเดียว กับกิจกรรมดีๆแบบนี้ไลฟ์สไตล์ของชาวสองล้อที่ชอบเดินทางท่องเที่ยวกับรถคู่ใจในแบบสบายๆขี่รถแล้วไม่เหนื่อยต้องคนรัก Forza เท่านั้นจะได้สัมผัส ครั้งหน้าจะเป็นทริปเดินทางไปที่ไหนสำหรับชาว Forza รอติดตามกันกับกิจกรรมดีๆที่ทางฮอนด้าจัดให้ในทริปหน้านะครับ ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตาม Facebook SuperBike คลิกทีนี้

Honda Monkey Dragon Ball Limited Edition ตำนาน 100 คัน เท่านั้น!!

ครั้งแรกในวงการรถจักรยานยนต์ไทย CUB House by Honda จับมือ Toei Animation ผู้ถือลิขสิทธิ์ “ดราก้อนบอล” ร่วมสร้างตำนานบทใหม่ ระหว่างรถจักรยานยนต์ Monkey กับ อนิเมะยอดฮิตตลอดกาลของญี่ปุ่น เปิดตัว Honda Monkey รุ่น Dragon Ball Limited Edition ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 100 คันทั่วโลก มาเป็นเซ็ตพร้อมแจ็คเกตลาย Monkey x Dragon Ball จากแบรนด์ Naked & Famous วางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำ 119,900 บาท ที่ร้าน CUB House ทั้ง 13 สาขา และที่งานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2019 ระหว่างวันที่ 29 พ.ย. – 10 ธ.ค. 2019 มร.ชิเกโต คิมูระ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด ผู้นำวงการรถจักรยานยนต์ไทย เปิดเผยว่า “เป้าหมายของคับเฮ้าส์คือการเติมเต็มความต้องการให้กับคนรุ่นใหม่ด้วยการส่งมอบคุณค่าสามอย่าง อย่างแรกคือ Fun หรือความสนุกที่ลูกค้าสัมผัสได้จากทุกส่วนของร้าน รวมถึงสินค้าในร้าน อย่างที่สองคือ Proud หรือความภาคภูมิใจเมื่อลูกค้าได้เป็นเจ้าของรถ และอย่างที่สามคือ Me หรือสิ่งสะท้อนความเป็นตัวตนที่แท้จริงของลูกค้า ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นผ่านประสบการณ์ที่คับเฮ้าส์ส่งมอบให้กับลูกค้าซึ่งตลอดสองปีที่ผ่านมาที่นี่ได้กลายเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่สนุกสนาน และการเดินทางที่ไม่มีที่สิ้นสุด”“ล่าสุดนี้ เราขอส่งมอบความสนุกครั้งใหม่และครั้งแรกของวงการรถจักรยานยนต์ไทยกับการรวมตัวกันครั้งสำคัญของสองตำนาน นั่นคือตำนานของรถ Monkey ที่มีจุดกำเนิดตั้งแต่ปี 1961 จากการประดิษฐ์รถเพื่อขี่เล่นของพนักงานในโรงงานฮอนด้าแห่งหนึ่ง แต่ด้วยรูปลักษณ์ที่แปลกไม่เหมือนใครทำให้ Monkey กลายเป็นรถที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกโดยเฉพาะในหมู่นักสะสม และอีกตำนานเกิดขึ้นในปี 1984 เมื่อดราก้อนบอลได้ถือกำเนิดขึ้นในญี่ปุ่นและได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ได้รับการเผยแพร่ไปถึงกว่า 80 ประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย จนกลายเป็นอนิเมะยอดฮิตตลอดกาลของโลก”“ในปี 2019 นี้ เมื่อสองตำนานได้มารวมตัวกันก็ก่อให้เกิดรถจักรยานยนต์ Monkey Dragon Ball Limited Edition ภายใต้คอนเซปต์ ความสนุกในความทรงจำ กลับมาให้คุณได้ซนอีกครั้ง ซึ่งจะถูกผลิตจำนวนจำกัดเพียงแค่ 100 คันทั่วโลก โดยรถพิเศษรุ่นนี้ได้รับการออกแบบโดยทีมดีไซน์เนอร์จาก H2C ซึ่งเป็นสำนักแต่งรถของเอ.พี. ฮอนด้า ที่มีความหลงใหลใน Monkey และ Dragon Ball อย่างมากจนเกิดเป็นรถที่มีความลงตัว มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร”Monkey Dragon Ball Limited Edition เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง เอ.พี. ฮอนด้า และ Toei Animation ผู้ถือลิขสิทธิ์ดราก้อนบอลอย่างเป็นทางการ ตัวรถได้รับการออกแบบให้มีความโดดเด่นลงตัวทุกมุมมอง โดยการนำเอาเอกลักษณ์สามอย่างของดราก้อนบอลมาอยู่บนตัวรถ Monkey อย่างแรกคือลูกแก้วมังกรสี่ดาวของโงกุน อย่างที่สองคือเทพเจ้ามังกรอันศักดิ์สิทธิ์ ทั้งสองอย่างถูกตกแต่งอยู่บนถังน้ำมันที่หุ้มด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ โดยตัวลูกแก้วมังกรทำจากอะลูมิเนียม CNC และอย่างที่สามคือสัญลักษณ์สำนักเต่าของผู้เฒ่าเต่าอันเลื่องชื่อที่โดดเด่นอยู่บนครอบกรองอากาศสีส้ม ในขณะที่ฝาครอบหุ้มข้างเป็นแบบคาร์บอนไฟเบอร์พร้อมสัญลักษณ์ MonkeyHonda Monkey Dragon Ball Limited Edition ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 100 คันทั่วโลก มาเป็นเซ็ตพร้อมแจ็คเกตลาย Monkey x Dragon Ball จากแบรนด์ Naked & Famous (มูลค่า 8,500 บาท) วางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำ 119,900 บาท ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปชมรถจริงและจองได้ที่ CUB House ทั้ง 13 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ สาขาเอกมัย สาขาอุดรธานี สาขาขอนแก่น สาขาชลบุรี สาขาสุราษฎร์ธานี สาขาหาดใหญ่ สาขาเพชรบุรี สาขาเชียงราย สาขาภูเก็ต สาขาเชียงใหม่ สาขานครปฐม สาขาศรีนครินทร์ และล่าสุดสาขาอุบลราชธานี และที่บูธ CUB House หมายเลข G 09 ในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2019 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พ.ย. – 10

V-Strom day ครั้งที่ 7 ร่วมสร้างสรรค์สังคม มอบทุนการศึกษา จ.ตาก

Suzuki “รวมพลคน V-Strom ครั้งที่ 7” ( V-Strom day ) เดินหน้าร่วมสร้างสรรค์สังคม มอบทุนการศึกษาโรงเรียนบ้านปางส้าน จ.ตาก เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ของสมาชิกซูซูกิกับการรวมพลคนวีสตรอมครั้งยิ่งใหญ่ ซึ่งครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 7 มีสมาชิกผู้รักการขับขี่รถสไตล์แอดแวนเจอร์ทัวร์ริ่งเข้าร่วมพบปะสังสรรค์แลกเปลี่ยนความคิดเห็น พร้อมร่วมเดินทางขับขี่ไปกับคนที่มีหัวใจเดียวกัน อีกทั้งร่วมมอบทุนการศึกษาแก่เด็กเรียนดีแต่ยากจนโรงเรียนบ้านปางส้าน โดยครั้งนี้เป็นการรวมตัวและร่วมเดินทางมุ่งหน้าขึ้นสู่ โรงแรม วัฒนาวิลเลจ รีสอร์ท อ.แม่สอด จ.ตาก ระหว่างวันที่ 23-24 พฤศจิกายน 2562ในช่วงเช้าได้นัดรวมตัวเพื่อปล่อยขบวนกันที่ บริษัท ไทยซูซูกิมอเตอร์ จำกัด โดยได้รับเกียรติจาก มร.ชินจิ ฮะสึอิ President และคุณเลิศศักดิ์ นววิมาน กรรมการบริหาร บริษัท ไทยซูซูกิมอเตอร์ จำกัด กล่าวต้อนรับสมาชิกซูซูกิวีสตรอมอย่างเป็นกันเอง พร้อมกันนี้ได้มอบเงินสนับสนุนให้กับตัวแทนกลุ่ม V-Strom Riders Club จากนั้นได้ถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก ก่อนที่จะตีธงปล่อยขบวนวีสตรอมเพื่อเดินทางมุ่งหน้าสู่ โรงแรม วัฒนาวิลเลจ รีสอร์ท อ.แม่สอด จ.ตากระหว่างการเดินทางจะขับขี่กันไปในรูปแบบขบวนคาราวาน และได้เน้นถึงความปลอดภัยเป็นหลัก โดยจะมีจุดนัดหมายแรก ที่โชว์รูม ซูซูกิ บิ๊กไบค์ นครสวรรค์ โดยได้รับการต้อนรับจาก คุณอุบลรัตน์ อรุณวราภรณ์ ผู้บริหาร บริษัท ดราก้อน มอเตอร์ไบค์ จำกัด ให้เกียรติกล่าวต้อนรับสมาชิกและได้พาเยี่ยมชมโชว์รูม ที่มีความพร้อมในด้านต่างและการจัดแบ่งโซนเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของศูนย์บริการที่พร้อมด้วยรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์หลากหลายรุ่นที่ได้นำมาจัดแสดงในส่วนภายในโชว์รูม ส่วนของบริการลูกค้า และในส่วนของเซอร์วิส ที่ได้มีการจัดเตรียมเอาไว้ให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการแบบครบวงจร หลังจากนั้นได้รับประทานอาหารกลางวัน ก่อนที่จะเดินทางมุ่งหน้าสู่ อ.แม่สอด จ.ตากโดยการขับขี่ในขบวนครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจาก มร.ชินอิจิโระ โทโมมัตสึ ผู้จัดการส่วนวางแผนผลิตภัณฑ์ และ มร.อากิฮิโกะ นากามุระ ผู้จัดการทั่วไปงานบริการหลังการขาย บริษัท ไทยซูซูกิมอเตอร์ จำกัด ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ซูซูกิ วีสตรอมร่วมขบวนไปในครั้งนี้ด้วย เส้นทางขึ้นแม่สอดคดเคี้ยวพอสมควร แต่ไม่นานก็มาถึงจุดพักบนอ่างเก็บน้ำห้วยแม่สอด เพื่อถ่ายรูปร่วมกันอีกครั้งก่อนที่จะเข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรม วัฒนาวิลเลจ รีสอร์ท เมื่อมาถึงทางบริษัท ไทยซูซูกิมอเตอร์ จำกัด ได้เปิดบูธเซอร์วิสพร้อมเตรียมช่างผู้ชำนาญการบริการตรวจเช็ครถจักรยานยนต์ของสมาชิกซูซูกิทุกคันที่ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ จากนั้นสมาชิกแยกย้ายไปพักผ่อนตามอัธยาศัยก่อนที่ทุกคนจะมาพร้อมกันที่ลานริมสระน้ำ เพื่อรับประทานอาหารและร่วมปาร์ตี้ โดยคุณเนรมิต ปัญญาธนรัชต์ ประธานกลุ่ม วีสตรอม คลับ ไทยแลนด์ กล่าวต้อนรับสมาชิกทุกท่าน จากนั้นชาววีสตรอมได้ร่วมกิจกรรมเล่นเกมรับของรางวัลมากมาย โดยได้รับเกียรติจาก มร.อากิฮิโกะ นากามุระ ผู้จัดการทั่วไปงานบริการหลังการขาย บริษัทไทยซูซูกิมอเตอร์ จำกัด ได้มอบรางวัลให้กับสมาชิกซูซูกิผู้โชคดีท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นไปอย่างสนุกสนาน โอกาสนี้กลุ่มวีสตรอมฯได้มอบทุนการศึกษาให้กับโรงเรียนบ้านปางส้านอีกทั้งยังมีการประกวดมิสวีสตรอมที่เป็นสีสันเรียกเสียงฮือฮาเช่นทุกครั้ง รวมถึงการประมูลหมายเลขสมาชิก ก่อนส่งมอบธง VRC ให้แก่ตัวแทนวีสตรอม สายใต้ เพื่อเป็นเจ้าภาพในการจัด กิจกรรม V-Strom day ในครั้งถัดไป แล้วพบกันสำหรับกิจกรรมดีๆ แบบนี้ในครั้งต่อไป อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี้  ติดตามเพจ Facebook คลิกทีนี้ 

All New BMW S1000RR เปิดราคาอยู่ที่ 1,020,000 บาทพร้อม BMSI Standard

All New BMW S1000RR นับเป็นเจเนอเรชั่นที่สามตั้งแต่เปิดตัวรุ่นแรกในปี 2552 ซึ่งนอกจากได้รับการพัฒนาในด้านสมรรถนะแล้ว ไฮไลท์ของ All New BMW S1000RR ยังเป็นในเรื่องของความเร็ว ที่มีความเร็วสูงสุดต่ำกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 1 วินาที การออกแบบรูปโฉมและระบบต่าง ๆ คำถึงถึงการใช้งานที่สะดวกสบายของผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้น เพื่อประสิทธิภาพในการควบคุมและการขับขี่สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน บนเส้นทางคดเคี้ยว หรือแม้กระทั่งการโลดแล่นด้วยความเร็วสูงบนสนามแข่ง ด้วยเครื่องยนต์ 4 สูบและเทคโนโลยี BMW ShiftCam สมรรถนะโดยรวมของบีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ใหม่ จึงได้รับการยกระดับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่ง BMW ShiftCam มีส่วนสำคัญในการเสริมความสมดุลของเพลาลูกเบี้ยวและจังหวะการทำงานของเครื่องยนต์ เสริมด้วยระบบส่งน้ำมันเชื้อเพลิงและระบบท่อไอเสียที่ได้รับการปรับปรุงให้มีน้ำหนักเบาลงถึง 1.3 กิโลกรัม นอกจากนี้ เครื่องยนต์ 4 สูบ 4 จังหวะ ขนาด 999 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำและน้ำมัน ยังส่งพละกำลังเพิ่มขึ้น 6 กิโลวัตต์ (8 แรงม้า) เป็น 152 กิโลวัตต์ (207 แรงม้า) ที่ 13,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 113 นิวตันเมตร ที่ 11,000 รอบต่อนาทีช่วยเสริมประสิทธิภาพในการขับขี่และการเร่งขณะขับขี่ที่ความเร็วต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น และที่สำคัญ บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ใหม่ ยังมีน้ำหนักเบาลงถึง 11 กิโลกรัม ลงจาก 208 กิโลกรัมในรุ่นก่อนหน้ามาอยู่ที่ 197 กิโลกรัม โดยมาใน 2 สี 2 สไตล์ด้วยกัน คือ สีแดง Racing Red Uni และสี Light White Uni/Racing โดยบีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR มาพร้อมกับโปรแกรม BMSI (BMW Motorrad Service Inclusive) ที่มีระยะเวลาบำรุงรักษาตามมาตรฐาน 3 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร และรับประกันคุณภาพ 3 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง ราคาจำหน่าย: บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR สำหรับสี Racing Red 1,020,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจ BMSI Standard) สำหรับสี Light White /Racing Blue Metallic / Racing Red 1,050,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจ BMSI Standard) อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี้  ติดตามเพจ Facebook คลิกทีนี้  ข้อมูลจาก BMW Thailand ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.bmw-motorrad.co.uk/

DRE Track Days 2019 ครั้งที่ 2 ของปี ดูคาติตอกย้ำสมรรถนะความแรงทุกรุ่น

ดูคาติไทยแลนด์เปิดประสบการณ์ความมันส์อย่างต่อเนื่อง พาลูกค้าไปเยือนสนามช้างฯ อีกครั้ง เพื่อทดสอบสมรรถนะรถดูคาติคู่ใจอย่างเต็มที่ ในกิจกรรม DRE Track Days 2019 ครั้งที่ 2 ของปี ตอกย้ำความเป็นผู้นำแห่งเทคโนโลยีรถแข่งในสนาม คุณสมรรถ รอบบรรเจิด กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดูคาทิสติ จำกัด หรือดูคาติไทยแลนด์ นำทีมจัดกิจกรรมรณรงค์เรื่องความปลอดภัยในการใช้รถบนท้องถนน กับ DRE Track Days 2019 ครั้งที่ 2 ของปี พาลูกค้านำรถดูคาติคู่ใจไปขับขี่ทดสอบเทคโนโลยีความมันส์ในสถานที่ที่มีความเหมาะสมและปลอดภัย กับการใช้ความเร็วบนสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นสนามแข่งขันระดับโลก โดยมีทีม DRE Instructor ดูแลอย่างใกล้ชิดตามคอนเซปต์ Be Safe, Be Cool ร่วมแชร์เทคนิคการขับขี่แบบ Racetrack โดยมีการจัดกลุ่มผู้ขับขี่เป็น 3 ระดับ ตามทักษะการขับขี่ในสนาม ได้แก่ Warm Up – ระดับเบื้องต้น, Evo – ระดับกลาง และ Master – ระดับสูงหรือนักแข่ง สำหรับกิจกรรม DRE Track Days 2019 ครั้งที่ 2 นี้ ได้รับการตอบรับจากสาวกดูคาทิสต้าจำนวนทั้งสิ้น 80 คัน โดยมีรถดูคาติหลากหลายรุ่นมาร่วมทดสอบสมรรถนะความแรงในสนามครบทุกเซกเม้นท์ ทั้ง Superbike (ซูเปอร์ไบค์), Monster (มอนสเตอร์), Diavel (แดเวล) Multistrada (มัลติสตราด้า), Streetfighter (สตรีทไฟท์เตอร์), และ Scrambler (สแครมเบลอร์) ตอกย้ำความแข็งแกร่งของชาวดูคาทิสต้าและความเป็นผู้นำแห่งเทคโนโลยีรถแข่งในสนาม  อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี้  ติดตามเพจ Facebook คลิกทีนี้ 

เค – ตรี ดาวบิดไทย บิดคว้าอันดับ 9 นัดส่งท้ายฤดูกาล ศึก Cev Moto2

เค เขมินท์ คูโบะ #9 ดาวบิดไทย สังกัด VR46 MASTER CAMP TEAM บิดคว้าอันดับ 9 นัดส่งท้ายฤดูกาล ศึก Cev Moto2 ยูโรเปี้ยน แชมเปี้ยนชิพ 2019 ก่อนจะประเดิมซีซั่นแรกด้วยอันดับ 9 ขณะที่ “ตี” อนุภาพ ซามูล #50 บวกแต้มเพิ่ม รั้งอยู่ในอันดับ 12 บนตารางแชมเปี้ยนชิพ ศึกรถจักรยานยนต์ทางเรียบ รายการ Cev Moto2 ยูโรเปี้ยน แชมเปี้ยนชิพ 2019 ดวลความเร็วสนามสุดท้ายของฤดูกาลในวันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ณ เซอร์กิต ริคาร์โด ตอร์โม เมืองบาเลนเซีย ประเทศสเปน ระยะทางต่อรอบ 4.005 กิโลเมตร โดย “ตี” อนุภาพ ซามูล #50 และ “เค” เขมินท์ คูโบะ #9 คู่หูนักบิดไทยสังกัด VR46 MASTER CAMP TEAM สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบควอลิฟาย บิดคว้ากริดสตาร์ทที่ 8 และ 13 มาครองได้ตามลำดับ สร้างโอกาสคว้าแต้มเพิ่มให้กับตนเองและต้นสังกัดในเกมรอบชิงชนะเลิศ โดยเมื่อเริ่มการชิงชัยคู่หูนักบิดไทย สามารถออกสตาร์ทได้อย่างยอดเยี่ยม ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 6 และ 8 ในช่วงต้นของการแข่งขัน และบิดเกาะอยู่ในกลุ่มหัวแถวสร้างโอกาสลุ้นคว้าโพเดี้ยม ก่อนที่ “ตี” อนุภาพ ซามูล #50 จะโดนลงโทษลองแล็ปเพนัลตี้ จากความผิดพลาดบนกริดสตาร์ท ส่งผลให้ ดาวบิดไทย หล่นลงไปรั้งอันดับ 11 หลังผ่านครึ่งทางของการแข่งขัน ขณะที่ “เค” เขมินท์ คูโบะ #9 สามารถไล่แซงคู่แข่งไต่ขึ้นไปรั้งอยู่ในอันดับ 7 ก่อนจะทำได้ดีที่สุดด้วยการซิ่งเข้าเส้นชัยในอันดับ 9 หลังผ่าน 19 รอบสนามที่บาเลนเซีย คว้าแต้มเพิ่มให้กับตนเองได้สำเร็จ ส่วน “ตี” อนุภาพ ซามูล #50 ทำผลงานได้เป็นที่น่าพอใจ บิดจบการแข่งขันด้วยอันดับ 11 บวกแต้มให้กับตนเองได้เช่นกัน จากผลการแข่งขันดังกล่าวส่งผลให้ “เค” เขมินท์ คูโบะ #9 ประเดิมซีซั่นแรกบนสังเวียนความเร็วระดับโลก ด้วยอันดับ 9 บนตารางแชมเปี้ยนชิพ เก็บไปได้ทั้งสิ้น 56 คะแนน ส่วนทีมเมท “ตี” อนุภาพ ซามูล #50 ที่คว้าไปได้ 46 คะแนน รั้งอันดับ 12 บนตารางแชมเปี้ยนชิพ ศึกซีอีวี โมโตทู ยูโรเปี้ยน แชมเปี้ยนชิพ 2019 อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี้  ติดตามเพจ Facebook คลิกทีนี้

Yamaha XMax 400 Tech Max อีกสเปคที่น่าสนใจ (EU Spec)

สำหรับสายสกู๊ตเตอร์ที่ติดตามเจ้า Yamaha XMax 400 วันนี้ทางเรา SuperBikemag.com ก็ได้มีโอกาสเห็นตัวเป็นๆในงาน Eicma Show 2019 ที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ไม่นานมานี้ ต้องบอกก็เลยนะครับว่า สเปคนี้จะมีจำหน่ายที่โซนยุโรปเท่านั้น แต่โดยรวมแล้วก็มีแค่บางชิ้นส่วนเท่านั้นที่ถูกแต่งเติม เพิ่มสี เข้าไปรวมไปถึง ระบบความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นตามสภาพแวดล้อมและปัจจัยที่เกิดขึ้นในโซนยุโรป มาดูกันว่าคันนี้มีอะไรที่หน้าตื่นตาตื่นใจกันบ้าง รูปร่าง หน้าตาไม่ต่างจากฝั่งเอเชียเลย ที่สังเกตเห็นก็จะมีเพียงดีไซน์ลายล้อแม็กที่แปลกตาไป และชุดแคร้งเครื่องขับสายพราน ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ระบบดิสเบรคหน้าแบบ ดับเบิ้ลดิส ซ้ายและขวา พร้อมกับทับทิมสะท้อนแสงที่ติดอยู่กับตัวโช้คหน้า ตามมาตรฐานความปลอดภัยฝั่งยุโรป ทางด้านฝั่งขวา ที่จะเห็นได้อย่างชัดเจนก็คือ กรองอากาศและท่อไอเสียที่มีขนาดใหญ่มาก ใหญ่จนรู้สึกว่าทำให้ตัวรถใหญ่ขึ้น แต่จริงๆแล้ว รูปร่างมิติตัวรถ เท่าเดิมมีเพียงปลายท่อ และหม้อกรองที่ทำให้ดูแน่นขึ้น อีกลูกเล่นที่บ้านเราไม่มี นั้นก็คือ เบรคมือ จากที่ถามและพอจะเข้าใจได้คือ การจอดบนที่ราบหรือพื้นเนินลาดชัน ขาตั้งอาจจะไม่เพียงพอสำหรับการจอดให้หยุดนิ่ง จึงออกแบบเบรคมือเพิ่มขึ้นมา ไว้สำหรับการจอดไม่ให้ไหลลงเนิน เพิ่มความปลอดภัยในภูมิประเทศฝั่งโซนยุโรป เบรคมือ จึงมีความจำเป็นพอสมควร เบาะนั่งเป็นอีกชิ้นที่ดูแปลกตาไป ถูกตกแต่งด้วยเพลท Yamaha สีเงินมาจากโรงงานดีไซน์ตะเข็บสวย แถมได้ลองนั่งมา มันช่างสบายเหลือเกิน ทั้งนุ่ม และกระชับเข้ากันได้ดีจริงๆถ้าได้เดินทางไกล สิ่งนี้ที่อยากให้อยู่ในบ้านเรา เรือนไมล์เข็มที่ดีไซน์มาแบบสวยหรูดูดีมีราศีมาก เอาจริงๆคือมันคล้ายกับเรือนไมล์ Tmax พอสมควร จนรู้สึกอยากให้มีในฝั่งเอเชีย เช่นกัน จากเดิมที่ยอดขายถล่มทลายอยู่ ถ้ามาสเปคนี้ต้องบอกเลยว่า ขายดียิ่งกว่าเดิมอย่างแน่นอน เอาเป็นว่าถ้าใครยังรอ Yamaha Xmax 400 สเปคนี้อยู่ ขอให้ถอนหายใจยาวๆไปก่อน ไม่มีทีท่าว่าจะเข้าประเทศไทยเมื่อไร เพราะ ที่ขายตัว 300 อยู่ตอนนี้ก็เพียงพออยู่เเล้ว นอกจากจะเพิ่มพาร์ทอะไหล่บางชิ้นจากโซนยุโรปมาใส่ให้หายอยากไปก่อนก็ลองดู คิดว่าคงไม่ยาก สำหรับคนไทย ส่วนเรื่องเครื่องยนต์ที่ดูจำนวนซีซีที่มากกว่านั้น คงไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะตอนนี้เครื่อง 300 ซีซีบ้านเราก็วิ่งกันไม่แพ้ใครเลยละครับ งานมหกรรมใหญ่ปลายปีนี้คงต้องบอกว่าขอให้รอดูกันสำหรับโมเดล Xmax ที่จะมีสีใหม่ หรือว่ารุ่นใหม่ โปรคติดตามกันอย่างใกล้ชิดได้เลย มีแน่นอน.. อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี้  ติดตามเพจ Facebook คลิกทีนี้ 

เปิดตัว BMW R1250RT 2019 เทคโนโลยีเครื่องยนต์ใหม่ Shiftcam

บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย เผยโฉม BMW R1250RT 2019 ใหม่มอเตอร์ไซค์ทัวริ่งที่มาพร้อมสมรรถนะเครื่องยนต์ทรงพลังผสานเข้ากับความสะดวกสบาย สำหรับการเดินทางไกลไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบพร้อมสร้างประสบการณ์สุดประทับใจให้แก่เหล่าไบค์เกอร์บนทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล BMW R1250RT 2019 ใหม่ มาพร้อมเครื่องยนต์บ็อกเซอร์อันเป็นเอกลักษณ์ระดับตำนานของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด สั่งจ่ายเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมระบบฟอกไอเสียแบบ closed-loop ชนิด 3 ทาง จึงพร้อมส่งแรงบิดเต็มกำลัง ขณะที่เทคโนโลยีระบบวาล์วแปรผันใหม่ BMW ShiftCam ที่ติดตั้งอยู่ในเครื่องยนต์ ก็ยังเสริมความแรงได้อย่างเหนือชั้น บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 RT ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 2 สูบ ระบายความร้อนด้วยอากาศและของเหลว ขนาด 1,254 ซีซี ที่ได้รับการยกระดับให้สามารถส่งพละกำลังและแรงบิดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพสามารถโลดแล่นได้อย่างราบรื่นแม้ขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ ส่งกำลังสูงสุด 100 กิโลวัตต์ / 136 แรงม้า ที่ 7,750 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 143 นิวตันเมตรที่ 6,250 รอบต่อนาที เครื่องยนต์บ็อกเซอร์รุ่นใหม่นี้ยังโดดเด่นด้วยระบบไอเสียที่สามารถปล่อยมลพิษน้อยลง และประหยัดเชื้อเพลิง เติมเต็มสมรรถนะเครื่องยนต์ด้วยเทคโนโลยี BMW ShiftCam ที่เสริมความสมดุลของเพลาลูกเบี้ยวและจังหวะการทำงานของเครื่องยนต์ นอกจากนี้ เพลาลูกเบี้ยวยังเปลี่ยนมาขับเคลื่อนด้วยห่วงโซ่ฟันแทนโซ่ส่งกำลังแบบเดิม ส่วนระบบหัวฉีดคู่และระบบไอเสียใหม่ ผ่านการรับรองมาตรฐานยูโร 4 ที่เน้นประหยัดเชื้อเพลิงและลดการปล่อยมลพิษสู่อากาศ บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 RT มาพร้อมโหมดการขับขี่ที่หลากหลายสำหรับความต้องการที่แตกต่างของนักบิด ได้แก่ ‘Rain’, ‘Road’ และ Riding Modes Pro ที่เพิ่มโหมดการขับขี่แบบโปร คือ ‘Dynamic’, ‘Dynamic Pro’, ‘Enduro’ และ ‘Enduro Pro’ พร้อมระบบควบคุมการทรงตัวแบบอัตโนมัติ (ASC) และระบบช่วยออกตัวในทางลาดชัน (Hill Start Control) ที่ได้รับการติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เพื่อเสริมความปลอดภัยให้ผู้ขับขี่อุ่นใจยิ่งขึ่นในทุกสภาวะการขับขี่ เพิ่มความมั่นใจยิ่งขึ้นด้วย ระบบ Dynamic Traction Control และ ABS Pro ที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนระบบ Dynamic Brake Control หรือ DBC ช่วยให้เบรกหลังทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการตัดกำลังของเครื่องยนต์เมื่อเบรกในสถานการณ์ฉุกเฉิน ทำให้รถมีระยะเบรกสั้นลง ในขณะที่ยังสามารถควบคุมรถได้อย่างมั่นคง ระบบช่วงล่างที่ควบคุมด้วยไฟฟ้า หรือ Dynamic ESA ยังสามารถปรับการตอบสนองของโช้คอัพได้อย่างอัตโนมัติและฉับไวตามสภาวะการขับขี่และการควบคุมรถ ปรับค่าการสั่นสะเทือนให้เหมาะสมตามสภาพถนน เพื่อการขับขี่ที่สบายและมั่นคงในทุกเลี้ยวโค้ง ดีไซน์ของบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 RT ใหม่ ยังคงเน้นองค์ประกอบอันเป็นเอกลักษณ์ของมอเตอร์ไซค์ ทัวริ่งอย่างเต็มเปี่ยมใน 4 สี 4 สไตล์ด้วยกัน ได้แก่ สีขาว Alpine white สีแดง Mars red metallic/Dark slate metallic matt สี Manhattan metallic และสีน้ำเงิน Option 719 Blue planet  metallic/Ivory นอกจากนี้ ชุดแต่งจาก BMW Motorrad Spezial ยังเป็นอีกทางเลือกที่พร้อมสร้างความแตกต่างให้ สะดุดตายิ่งขึ้น ด้วยชิ้นส่วนคัสตอมสุดเอ็กซ์คลูซีฟในวัสดุเกรดพรีเมียม และงานฝีมืออันประณีตบรรจงในทุกรายละเอียดจากช่างผู้เชี่ยวชาญ มอบสไตล์ที่โดดเด่นแบบเฉพาะตัว   บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 RT ใหม่ สีขาว Alpine White ราคา: 1,340,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) สำหรับรุ่นสีขาว Alpine White จะโดดเด่นด้วยล้อสีเงิน Silver metallic ตัดสลับกับตัวเครื่องสีเงิน Aluminium Silver metallic มาพร้อมกับฝาครอบถังน้ำมันกลางตัวรถและที่รองเข่าสีเข้ม Slate Dark metallic matt สวยสะดุดตา นอกจากนี้ ตุ้มถ่วงปลายแฮนด์ ขอบกระจกหน้ารถ และคาลิเปอร์เบรคสีดำ พร้อมด้วยสปอยเลอร์ด้านหน้าและสปอยเลอร์เครื่องยนต์สีดำ Night Black ยังขับเน้นให้ส่วนของเครื่องยนต์นั้นโดดเด่นและโฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น

Honda CBR1000 RRR อาจมีเซอร์ไพส์งานใหญ่ เร็วๆนี้

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทางเราได้เคยรายงานข่าวเกี่ยวกับ Honda CBR 1000RR 2020 ไปนั้นล่าสุดดูเหมือนว่าจะมียืนยันแล้วว่าทาง Honda จะนำมันมาแน่แต่จะใช้ชื่อเป็น CBR1000 RRR แทน โดยทาง Honda ได้ทำการจดเครื่องหมายการค้าภายใต้ชื่อ Honda CBR1000 RRR ไปกับ EUIPO หรือกรมทรัพย์สินทางปัญญาของยุโรปไปเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งการที่ทาง Honda เพิ่มตัวอักษร R มาอีกตัวทำให้มันกลายเป็น CBR1000 RR-R นั้นจะมีไรเปลี่ยนเเปลงที่น่าสนใจบ้างเราตเองมาดูกันอีกทีนึง ทางเราคิดว่าจะต้องได้เห็นมันในงาน EICMA Show 2019 นี้อย่างแน่นอนเนื่องจากก่อนหน้านี้ในงาน Tokyo Motor Show นั้นดูเหมือนว่าทาง Honda เองจะยังปล่อยของออกมาไม่หมด เป็นไปได้ว่าทางค่ายปีกนกเตรียมเผยของเด็ดแบบจัดเต็มในงาน EICMA ที่จะจัดขึ้นในอีกไม่กี่วันนี้ที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้