
New Honda Dax 2026 เปิดราคาเร้าใจ 84,900 บาท มาพร้อม 2 เฉดสีใหม่ล่าสุด ‘สีขาว OG White’ และ ‘สีดำ OG Black’ ที่พร้อมถ่ายทอดความสนุก
SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

New Honda Dax 2026 เปิดราคาเร้าใจ 84,900 บาท มาพร้อม 2 เฉดสีใหม่ล่าสุด ‘สีขาว OG White’ และ ‘สีดำ OG Black’ ที่พร้อมถ่ายทอดความสนุก

ขโมยจักรยาน Jorge martin คดีสะเทือนวงการ MotoGP เมื่อโจรปลอมตัวเป็นช่าง KTM บุกแพดด็อกสนามบาเลนเซีย ฉกจักรยานราคาเกือบล้าน ตามจับได้ในที่สุด

หญิงเจย์ มอนสเตอร์สาวสวย ตัวเล็กใจใหญ่ SuperDiva สายฝึกสนาม กับรถคู่ใจ Ducati Monster 937 จากสาวโนประสบการณ์สู่เป้าหมายนักแข่งปี 2026

New Forza350 Dark Gravity Special Edition 2023 อัปเกรดช่วงล่าง ให้ขับขี่ดีขึ้นไปอีกระดับ เรียกว่าเดือดจริง ๆ สำหรับวันนี้ นอกจากฮอนด้าจะเปิดตัว Giorno+ 2023 แล้วยังเปิดตัวโมเดลใหม่สุดพิเศษอย่าง New Forza350 Dark Gravity Special Edition 2023 ที่เป็นผลงานความร่วมมือกับ H2C และ HYPERPRO Suspension Technology กลายเป็นโมเดลพิเศษในสไตล์ม่วงมหากาฬที่มาพร้อมระบบกันสะเทือนจากทาง Hyperpro ที่เห็นโดดเด่นอยู่ที่ด้านหลังเป็นโช้คหลังพร้อมซับแทงค์ปรับแต่งได้เต็มระบบ หรือ ปรับ 4 จุดกันเลยทีเดียว นอกจากตัวช่วงล่างหรือระบบกันสะเทือนที่ได้รับการอัปเกรดเพื่อเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้นแล้ว ยังได้มีการเพิ่มโลโก้สีม่วงพิเศษและสติ๊กเกอร์ลวดลายกราฟิกพิเศษบนตัวรถสีดำเข้ม ตลอดไปจนถึงชิ้นส่วนตกแต่งจากทาง H2C ให้เข้ากับธีมสีม่วงมหากาฬสุดดุดันคันนี้เพิ่มเติมเข้าไปอีกด้วยครับ โดยจะมีเพลตวางเท้าสเตนเลสสีม่วงจาก H2C จับคู่เข้ากันกับลายกราฟิกสีม่วงที่ตัวรถ และสติกเกอร์ขอบล้อสีม่วงสลับขาว เข้าชุดกันอย่างลงตัว ส่วนตัวรถนั้นหลัก ๆ ก็จะเหมือนเดิม ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป นอกจากเรื่องของช่วงล่างและสีสันลายกราฟิกด้านนอก รวมถึงของตกแต่งของ H2C ครับ สุดท้ายเปิดตัวพร้อมสนนราคาแนะนำที่ 231,900 บาทครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda Giorno+ 2023 โมเดิร์นคลาสสิกสกู๊ตเตอร์คันงามจากค่ายปีกนก ไทยฮอนด้าผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย เปิดตัว Honda Giorno+ 2023 (จีออโน่ พลัส) ออโตเมติกแนวโมเดิร์นคลาสสิก ในสไตล์ High Fashion พร้อมแนวคิด “The New High ทุกสไตล์ไปได้ไกลกว่า” ผสมผสานดีไซน์โดดเด่นเด่นเข้ากับเทคโนโลยีการขับขี่ที่ล้ำสมัยอย่างลงตัว สำหรับโมเดลนี้เน้นตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนไทย คนรุ่นใหม่ที่มีสไตล์ ซึ่งตัวรถจะได้รับการออกแบบให้แสดงถึงความมีสไตล์ด้วยรูปทรงและเส้นสายที่สวยงาม ไปจนถึงสีสันที่โดดเด่นเข้ากับดีไซน์ของรถ กลายเป็นความลงตัวที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างมีคลาสไม่เพียงเท่านั้น รถรุ่นนี้ยังถูกสร้างเพื่อส่งมอบประสบการณ์ในการขับขี่ที่เหนือชั้น ด้วยเครื่องยนต์และเทคโนโลยีล้ำสมัย นี่คือรถที่จะถ่ายทอดอีกนิยามของความเป็นแฟชันเสมือนงานศิลปะบนรถจักรยานยนต์อย่างแท้จริง ตัวรถมาพร้อมเครื่องยนต์ eSP+ 4 วาล์ว 125 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้การขับขี่ที่สนุก อัตราเร่งดี บิดติดมือ ตอบโจทย์การใช้งานในเมืองได้เป็นอย่างดี ปลอดภัยด้วยดิสก์เบรกหน้า และระบบเบรก ABS เฉพาะรุ่น และระบบกระจายแรงเบรกหน้าหลัง Combi Brake System นอกจากนี้ยังสะดวกสบายด้วยลูกเล่นในการใช้งาน ทั้งกุญแจรีโมทอัจฉริยะ U-Box หรือกล่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ถึง 30 ลิตร ติดตั้ง USB Socket ที่คอนโซลด้านหน้าให้ชาร์จไฟได้สะดวก จุดเติมน้ำมันด้านหน้าที่ให้คุณสะดวกไม่ต้องเปิดเบาะ ส่วนการวางจำหน่ายจะมีหลากหลายรุ่นดังนี้ รุ่น ABS มี 3 ชุดสีได้แก่ สีขาว-ดำ, สีเทา-ดำ และสีแดง-ดำ ราคาแนะนำที่ 66,900 บาท รุ่น Standard มี 4 ชุดสีได้แก่ สีขาว-ดำ, สีเหลือง-ดำ, สีเขียว-ดำ และสีน้ำเงิน-ดำ ราคาแนะนำที่ 61,900 บาท และยังมีรุ่นพิเศษ Special Edition จากสำนักแต่ง H2C By Honda อีก 3 รุ่นย่อยได้แก่ Bianco Pearl Edition ตกแต่งในสไตล์ Urban Rider ทันสมัยในแบบคนเมืองรุ่นใหม่ ราคาแนะนำที่ 72,900 บาท Glamorous Nero Edition ตกแต่งในสไตล์ Casual Weekender ราคาแนะนำที่ 75,900 บาท Ruby Russo Edition ตกแต่งในแบบ Street Strider สปอร์ตโดนใจ ราคาแนะนำที่ 78,900 บาท พร้อมกันนี้ยังมาพร้อมโปรโมชันพิเศษ สำหรับ 10,000 คันแรก ด้วยแพ็กเกจ HSP (Honda Service Premium Package) ตรวจเช็คระยะฟรีตลอดเวลา 2 ปี หรือ 18,000 กม. โดยกดรับสิทธิ์ผ่านแอพลิเคชัน My Honda Moto โดยดาวน์โหลดได้ที่ https://myhonda.page.link/invite อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

QJMotor OAO Pro สปอร์ตไฟฟ้าสุดเท่จากแผ่นดินจีน ถ้าคุณกำลังมองหารถไฟฟ้าในพิกัดเริ่มต้น หลาย ๆ คนน่าจะพบแต่รถในสไตล์สกู๊ตเตอร์หรือว่าเน็กเก็ด แล้วสไตล์สปอร์ตล่ะหายไปไหนกันหมด แต่ในที่สุดก็มีค่ายรถที่จะมาตอบโจทย์คนรักการซิ่งแล้วด้วยการเปิดตัว QJMotor OAO Pro สปอร์ตไบค์ไฟฟ้าสุดเท่กลิ่นอายที่คล้ายคลึงกับ Kawasaki Ninja ไฟฟ้าที่ยังไม่ทันได้วางขาย แต่ก็มีคู่แข่งมารอท่าอยู่ก่อนแล้ว เริ่มต้นกันที่รูปโฉมก็บอกเลยว่าออกแบบมาได้ตรงตามแบบของรถสปอร์ตที่ควรจะเป็น มันดูปราดเปรียวด้วยไฟ LED คู่หน้าที่ดูดุดันเข้าทรง ชิลด์หน้าตามหลักแอโรไดนามิก แฟริ่งด้านข้างพร้อมไฟเลี้ยวบิลต์อิน ปิดท้ายด้วยส่วนท้ายได้เหลี่ยมได้สันดูเฉียบคม ยังทีเบาะนั่งสีน้ำตาลดูหรูหรา ล้ออัลลอย ปิดท้ายด้วยโลโก้บนแฟริ่งที่จริง ๆ เปิดออกมาแล้วจะเห็นพอร์ตชาร์จซ่อนอยู่ พูดกันถึงเรื่องตัวเลขสมรรถนะกันบ้าง ตัวรถให้มอเตอร์ไฟฟ้าวางกลางตัวรถขนาด 10 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 14 แรงม้า หากกดกันหมดแม็กซ์จะทำท็อปสปีดได้ทะลุ 100 กม./ชม. ซึ่งเพียงพอกับการใช้งานในเมืองเท่านั้น ฟังดูตัวเลขอาจจะไม่น่าประทับใจเท่าไหร่ แต่ที่น่าทึ่งคือการที่เจ้านี่มีระบบเกียร์ 4 สปีด เรียกได้ว่าอาจจะไม่แรงเร้าใจ แต่ได้ฟีลลิ่งการต่อเกียร์แบบรถน้ำมันมาด้วยนะครับเนี่ย ขณะที่ช่วงล่างด้านหน้าจะมีโช้คแบบหัวกลับ ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยว ส่วนระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ปิดท้ายด้วยล้อขนาด 17 นิ้วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนเรื่องของแบตเตอรี่นั้นมีขนาดเกือบ ๆ 6.5 กิโลวัตต์เพียงพอกับการใช้งานประมาณ 160 กม. และใช้เวลาชาร์จจาก 0 – 100% ภายในเวลา 4 ชั่วโมงด้วยที่ชาร์จที่ทางค่ายให้มา อย่างไรก็ดียังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับเทคโนโลยีว่าสามารถสลับแบตได้หรือไม่ หรือว่ามีระบบฟาสต์ชาร์จด้วยหรือเปล่า ในส่วนของเทคโนโลยีและลูกเล่นนั้น แอบประหยัดด้วยหน้าจอแบบ LCD พร้อมแบ็กไลต์สีฟ้าที่มีเพียงข้อมูลพื้นฐานทั่วไป แต่ก็ยังมีช่องจ่ายไฟแบบ USB และระบบเบรก ABS แบบ 2 แชนแนล รวมถึงฟีเจอร์ที่ดีอย่างช่องเก็บของบริเวณที่ปกติจะเป็นถังน้ำมัน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ฮีทชีลด์ ที่จานเบรกในรถ M1 ของ Quartararo มีไว้ทำไม? หลาย ๆ คนน่าจะสังเกตเห็นชิ้นส่วนแปลก ๆ ของรถ Yamaha YZR-M1 ของ Fabio Quartararo ที่บริเวณล้อหน้าตอนที่เขาลงหวดในสนาม Red Bull Ring ที่ออสเตรียในศึก MotoGP สนามที่ผ่านมา มันคือ ฮีทชิลด์ ที่จานเบรก ซึ่งทางค่ายหวังไว้ว่าจะช่วยให้เจ้าแฟ้บทำการขับเคี่ยวกับค่ายแดงได้อย่างสูสีมากขึ้น แต่จะมีไว้ทำอะไรล่ะ เรามีคำตอบให้ครับ เจ้าฮีทชิลด์ที่ว่านี้มันมีสาเหตุมาจากขีดจำกัดของยางครับ เนื่องจากการแข่งขัน MotoGP ตัวรถมีการออกแบบเรื่องของแอโรไดนามิกเพื่อให้สร้างแรงกดที่บริเวณล้อหน้ามากขึ้นเวลาขับขี่ที่ความเร็วสูงนั่นสร้างภาระให้กับยางหน้ามากขึ้น โดยเฉพาะขณะที่เบรกหนัก ๆ และเมื่อเกิดแรงกดหรือภาระให้กับยางหน้าจะทำให้แรงดันลมยางสูงขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้เมื่อเบรกหนัก ๆ ความร้อนจากจานเบรกจะแผ่ไปถึงล้อ และในที่สุดก็ยางก็จะยิ่งส่งผลเสียต่อยางมากขึ้น ทางยามาฮ่าจึกใช้ฮีทชิลด์ที่ทำจากคาร์บอนตามในภาพมาติดไว้ด้านหลังจานเบรกเพื่อแก้ปัญหาเรื่องอุณหภูมิสูงจะแผ่ไปจากจานเบรกนั่นเอง นอกจากนี้มันยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนได้อีกด้วย เรียกว่าเป็นปัญหาที่รถบ้าน ๆ ของพวกเราคงไม่เป็นกัน ดังนั้นคงไม่ต้องเอามาติดกันก็ได้นะครับ ยกเว้นเน้นเท่ ฮ่า ๆ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

GSX-R1000R 2024 เปลี่ยนสีสันและกราฟิกใหม่ หวังเอาใจสาวก เรียกว่าอินดี้เหลือเกินสำหรับ Suzuki ที่ครั้งนี้ทางซูซูกิอเมริกาได้ทำการเปิดตัวโมเดลใหม่ปี 2024 หลากหลายโมเดลพร้อม ๆ กัน โดยหนึ่งในนั้นมี GSX-R1000R 2024 ที่เปลี่ยนเพียงสีสันและกราฟิกใหม่ พร้อม ๆ กับเจ้า R1000 ที่มีเฉดสีคล้ายคลึงกันแต่น้อยกว่า 1 สีสัน ไม่รู้ว่าจะถูกใจสาวก หรือจะสาวกจะไม่พอใจกันแน่นะ โดยสีสันใหม่ของปี 2024 นั้น สำหรับตัวท็อปลงท้ายด้วย R อีกทีจะมีให้เลือก 3 เฉดสีด้วยกันได้แก่ 1. สีเทาด้านตัดด้วยกราฟิกสีแดงเข้ม เด่นด้วยกระบอกโช้คสีทองและล้อสีแดง (Glass Matte Mechanical Gray) 2. สีดำเมทัลลิกด้านตัดด้วยกราฟิกสีน้ำเงินสด เด่นด้วยกระบอกโช้คสีทองและล้อสีดำ (Metallic Matte Black No. 2 / Glass Sparkle Black) 3. สีขาวมุกตัดด้วยสีน้ำเงินเมทัลลิก เด่นด้วยกระบอกโช้คสีน้ำเงินสดและล้อสีน้ำเงิน (Pearl Brilliant White / Metallic Triton Blue) ส่วนตัวสแตนดาร์ดจะมีแค่ 2 เฉดสีคือ 1. สีเทาด้านตัดด้วยกราฟิกสีแดงเข้ม เด่นด้วยกระบอกโช้คสีทองและล้อสีแดง (Glass Matte Mechanical Gray) 2. สีดำเมทัลลิกด้านตัดด้วยกราฟิกสีน้ำเงินสด เด่นด้วยกระบอกโช้คสีทองและล้อสีดำ (Metallic Matte Black No. 2 / Glass Sparkle Black) ในส่วนของรายละเอียดส่วนอื่น ๆ จะยังคงเดิม – ขุมพลัง 4 สูบ 999 ซีซี พร้อมระบบวาล์วแปรผัน – ระบบเบรกจาก Brembo คาลิเปอร์เบรกโมโนบล็อกและจาน T-drive ขนาด 320 ม.ม. – ช่วงล่างสำหรับ R จะอัปเกรดเป็น Showa BFF ที่ด้านหน้า และ BFRC-Lite ที่ด้านหลัง ปรับแต่งได้ครบ – ระบบอิเล็กทรอนิกส์ทันสมัยด้วยหน่วยประมวลผลแรงเฉื่อย IMU แทร็คชันคอนโทรล ควิกชิฟเตอร์แบบ 2 ทาง โหมดการขับขี่ สำหรับรหัส R จะเพิ่มระบบเบรก ABS แบบโมชันแทร็คและระบบช่วยออกตัว งานนี้สาวกที่คาดหวังการอัปเกรดใหม่ ๆ ก็คงต้องรอกันไปก่อนครับ โมเดลนี้มีแค่เพียงสีสันและกราฟิกเท่านั้นนะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Hayabusa จะมีวาล์วแปรผัน เพิ่มความแรงอีกระดับ ล่าสุดมีเอกสารการจดสิทธิบัตรเผยออกมาว่า Suzuki Hayabusa จะมีวาล์วแปรผันติดตั้งมาจากโรงงาน ซึ่งแน่นอนว่าระบบนี้จะช่วยเพิ่มสมรรถนะได้มากยิ่งขึ้น และจะไม่ต้องหวั่นใจเรื่องของมาตรฐานไอเสียที่จะเข้มงวดมากขึ้นในอนาคต หลาย ๆ คนน่าจะทราบกันดีว่าเจ้าเหยี่ยวอ้วนของทางค่ายคนเดือดนั้นดำเนินมาถึงเจเนอเรชันที่ 3 แล้ว โดยเปิดตัวมาเมื่อปี 2021 โดยที่ยังมีหัวใจหลักเป็นเครื่องยนต์เดิม แต่มีการปรับปรุงรูปลักษณ์ภายนอก อัปเกรดช่วงล่าง ไปจนถึงเทคโนโลยีให้ทันสมัยมากขึ้น ทว่ากลับต้องมาเจอเรื่องของมาตรฐาน Euro5 ที่เข้มข้น จนทำให้ตัวเลขสมรรถนะลดลง ดังนั้นการเข้ามาของระบบวาล์วแปรผันก็น่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่ดีจากทางซูซูกิ โดยทางค่ายตั้งเป้าว่าจะให้กำลังแรง แต่ประหยัดน้ำมันและไอเสียน้อย โดยระบบนี้ของทางซูซูกิจะใช้แรงดันน้ำมันเพื่อเปลี่ยนจังหวะการทำงาน แค็มเฟเซอร์ที่อยู่ระหว่างเฟืองเพลาข้อเหวี่ยงฝั่งไอดีและตัวเพลาข้อเหวี่ยงจะยอมให้เพลาข้อเหวี่ยงมีองศาการหมุนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยให้สัมพันธ์กับเฟืองเวลาที่มีแรงดำน้ำมันป้อนเข้ามา ซึ่งจะมีโซลีนอยด์ไฟฟ้าสั่งการ โดยได้รับคำสั่งจากกล่องควบคุมเครื่องยนต์อีกที โดยจะคล้าย ๆ ของ GSX-R1000 แต่มาใช้แรงดันน้ำมันแทนที่จะใช้แรงเหวี่ยงหนีศูนย์ งานนี้ก็ต้องรอลุ้นล่ะครับว่าจะใส่มาให้ฮายาบูสะโมเดลปีไหนกันล่ะครับ แล้วจะช่วยได้มากน้อยเพียงใดด้วยครับ แต่สาวกที่ซื้อไปก็มีน้อยใจแน่งานนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

MotoGP 2024 ไลน์อัพ แต่ละทีม ตอนนี้เป็นยังไงบ้างไปดู ตอนนี้การแข่งขันโมโตจีพี 2023 ก็เข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลแล้ว ตลาดนักแข่งก็เปิดกว้างถึงการแข่งขันในฤดูกาลหน้ากันแล้วหลายคนเริ่มมีการย้ายทีม แต่หลายคนก็ยังไม่แน่นอน วันนี้เรามาอัปเดตสถานการณ์ MotoGP 2024 ไลน์อัพของแต่ละทีมกันครับ คนที่ยังไม่ไปไหนแน่ ๆ เริ่มต้นกับคนที่ยังไม่ได้ย้ายไปทีมไหนยังอยู่ที่ทีมเดิม ก็จะมีแชมป์โลกคนปัจจุบันอย่าง Francesco Bagnaia ที่ยังอยู่กับ Ducati Lenovo Team ถัดมาก็จะเป็น Aleix Espargaro และ Maverick Vinales ที่ยังอยู่ใต้สังกัดเดิมอย่าง Aprilia Racing ต่อมาก็จะเป็นทีม Red Bull KTM Factory Racing ที่ก็ยังมี Brad Binder และ Jack Miller เป็นนักบิดให้ต่อไป และ Team Gresini Racing ก็จะยังมีนักบิดอย่าง Alex Marquez แข่งให้ต่อ ย้ายมาที่ฝั่งค่ายรถแดนตะวันออกกันบ้าง Monster Energy Yamaha มีเพียง Fabio Quartararo ที่ยังคงอยู่ครับ ทีนี้เรามาดูกันแต่ละค่ายกันบ้างว่าตามข่าวที่ออกมานั้นมีการเปลี่ยนแปลงย้ายค่ายกันอย่างไรบ้าง Ducati ดูเหมือนว่า Enea Bastianini เองก็จะยังคงอยู่กับทีมโรงงานและ Bagnania ต่อไปอีกปี ส่วนทางด้าน Johann Zarco ก็จะออกจากทีม Prima Pramac Racing ไปอยู่กับ Honda กับทีม LCR Honda Castrol Team ส่วน Marco Bezzecchi (Mooney VR46 Racing Team) นั้นก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะไปอยู่ทีมไหนต้องรอการแข่งขันที่สเปนอีกครั้ง Luca Marini คาดกันว่าน่าจะยังอยู่กับ Mooney เหมือนเดิม เช่นเดียวกับ Jorge Martin ที่จะยังอยู่กับ Prima Pramac สรุปทีมที่ใช้รถดูคาติตอนนี้ คือ Ducati Lenovo Team: Francesco Bagnaia & ยังไม่ชัดเจน Prima Pramac Racing: ยังไม่ชัดเจน Mooney VR46 Racing Team: ยังไม่ชัดเจน Gresini Racing MotoGP™: Alex Marquez & ยังไม่ชัดเจน KTM หลังจากจบ Austrain GP ทางค่ายสีส้มก็คอนเฟิร์มได้ว่า Binder ยังอยู่จนถึง 2026 แต่สำหรับทีม GASGAS Factory Racing Tech3 นั้นไม่ชัดเจนว่าจะเป็นใครระหว่าง Pol Espargaro (GASGAS Factory Racing Tech3), Augusto Fernandez (GASGAS Factory Racing Tech3) และ Pedro Acosta (Red Bull KTM Ajo) สรุปทีมที่ใช้รถเคทีเอ็มตอนนี้ คือ Red Bull KTM Factory Racing: Brad Binder & Jack Miller GASGAS Factory Racing Tech3: ยังไม่ชัดเจน APRILIA สำหรับแคมป์จากเมือง Noale นั้นง่าย ๆ ตรง ๆ และชัดเจนกว่าค่ายอื่น ๆ โดยคอนเฟิร์มชัดเจนหมดแล้วว่า Miguel Oliveira และ Raul Fernandez จะยังได้ไปต่อในปีหน้า สรุปทีมที่ใช้รถอะพริเลียตอนนี้ คือ Aprilia Racing: Aleix Espargaro

KTM 390 Duke 2024 ใหม่ยกคัน ดุดันสุดคลาส ครั้งนี้ค่ายสีส้มอย่างเคทีเอ็มมาด้วยแนวคิดสุดทุกทางแบบไม่ยอมใคร เปิดตัวโมเดลใหม่ของ KTM 390 Duke 2024 แบบใหม่หมดยกคัน ดันสุดคลาส ตั้งแต่ดีไซน์ภายนอกใหม่หมด เครื่องยนต์ใหม่ และช่วงล่างใหม่ โดยเน้นไปที่ความดุดันในแบบที่ชาวดุคจะต้องไม่ผิดหวัง ภายนอกการันตีความโดดเด่นด้วยสีส้มสดเอกลักษณ์ของทางค่าย หรือจะเลือกสีน้ำเงินน้ำทะเลก็โดดเด่นสวยงามไม่แพ้ใครเช่นกัน ตัวรถมีสปอยเลอร์ด้านข้างถังน้ำมันที่ยาวขึ้นและใช้ส่วนนี้ในการป้อนอากาศเข้าระบบไอดี ครอบแผงหม้อน้ำขนาดใหญ่ขึ้น และยังมีไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์แบบ LED ที่แยกตัวออกมาจากโคมไฟหน้าปกติ เพิ่มความโดดเด่นมากกว่าที่เคย ทีนี้พูดเรื่องขุมพลังกันบ้าง แน่นอนว่าใหม่อย่างที่เกริ่นไป โดยจะเป็นเครื่อง LC4c ที่เป็นเครื่องสูบเดียวขนาด 399 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำ ที่มีน้ำหนักเบากว่า และแรงกว่าเดิม ทั้งยังผ่านมาตรฐานไอเสีย EURO 5+ อีกด้วย ให้กำลังแรงม้าสูงสุดเคลมมาที่ 44.25 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดเคลมมาที่ 39 นิวตันเมตร ควบคุมด้วยระบบคันเร่งไฟฟ้า พร้อมระบบเกียร์ 6 สปีด สำหรับช่วงล่างก็มาแบบจัดเต็ม ด้านหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับขนาด 43 ม.ม. WP Apex ที่สามารถปรับรีบาวด์และคอมเพรสชันได้ 5 ระดับ ขณะที่ด้านหลังเองก็เป็นโช้คเดี่ยว WP Apex ที่สามารถปรับรีบาวด์และพรีโหลดได้ ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่ดีมาก ๆ เพราะจะสามารถปรับให้เข้ากับเจ้าของรถได้ลงตัวมากยิ่งขึ้น ส่วนระบบเบรกนั้นจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 320 ม.ม.คู่กับคาลิเปอร์เบรกแบบเรเดียลเมาท์แบบ 4 ลูกสูบ ด้านหลังจะเป็นดิสก์เบรกขนาด 240 ม.ม.กับคาลิเปอร์เบรกแบบ 2 ลูกสูบ ในส่วนของเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่เด่น ๆ ก็จะเป็นหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้วที่เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ ใช้งานได้สะดวก โดยมีหน้าจอแสดงผลในโหมด Track ที่จะปรับการแสดงผลให้เข้ากับการขับขี่แบบซิ่ง ๆ ซึ่งจะมีส่วนแสดงผลของความเร็วรอบที่ใหญ่ขึ้น และตัวจับเวลาแล็ป กระทั่งยังมีระบบช่วยออกตัวซึ่งจะทำงานเมื่อเปิดหน้าจอในโหมดแทร็กนี้เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีโหมดการขับขี่ ได้แก่ Street และ Rain พร้อมระบบเบรกแบบ Cornering ABS และโหมด SuperMoto ABS ติดตั้งมาให้ด้วยเลย เรียกว่าเป็นรถเน็กเก็ดในพิกัดไม่เกิน 400 ซีซีที่มีออปชันครบครันเกินใคร ความแรงก็จัดจ้าน ถือว่าน่าสนใจมาก ๆ เลยล่ะครับ แต่ราคาก็น่าจะแรงตามออปชันไปด้วย งานนี้ใครใจรัก ก็ต้องรอลุ้นว่าจะมาจำหน่ายในไทยช่วงไหนนั่นล่ะครับ แต่คาดว่าคงมาแน่ ๆ สำหรับพิกัดนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ZX-10R และ ZX-6R ออกโมเดลสีพิเศษ นึกว่ามาจากค่ายแดง ผมเชื่อว่านักบิดทุกคนที่ชื่นชอบในมอเตอร์ไซค์ล้วนแล้วแต่รู้จักรถจากค่ายเขียว Kawasaki เป็นอย่างดีว่ารถของค่ายนี้จะต้องออกมามีสีเขียวเป็นหลัก ทว่าความคิดนี้อาจจะโดนสั่นคลอนไปไม่มากก็น้อยหลังจากที่ ZX-10R และ ZX-6R ออกโมเดลสีพิเศษ จนแว่บแรกตกใจมองผ่าน ๆ นึกว่ามาจากค่ายแดงที่เป็นคู่แข่งกันในศึก WorldSBK เสียอีก สำหรับโมเดลสีพิเศษแดงข้างขาวข้างนึงอย่างที่พี่น้องกำลังเห็นอยู่นี้เป็นการเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสพิเศษครบรอบ75 ปี วันประกาศเอกราชจากการปกครองของเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2488 ซึ่งสีแดงและสีขาวนั้นนำมาจากสีธงชาติของอินโดนีเซียนั่นเอง พูดถึงดีไซน์กันสักหน่อยทั้งสองคันนั้นจะมีเฉดสีแดงเงาที่ด้านขวาพร้อมลายกราฟิกสีขาวและสีดำ ขณะที่ฝั่งทางด้านซ้ายจะเป็นสีขาวมีลายกราฟิกสีแดงและสีดำตัดแต้มความสมบูรณ์ลงตัว ขณะที่เรื่องของสเปกทั้งสองโมเดลก็จะไม่มีอะไรเปลี่ยนไป โดยยังรายละเอียดเหมือนเดิมไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปนอกจากรูปลักษณ์ภายนอก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Accossato ระบบเบรกสมรรถนะสูง จากอิตาลี ผมเชื่อว่าทุกคนที่ขับขี่มอเตอร์ไซค์น่าจะรับรู้และเข้าใจกันดีว่าระบบเบรกนั้นมีความสำคัญกับการขับขี่และความปลอดภัยมากแค่ไหน และในบทความนี้เราจะพาผู้อ่านได้ไปรู้จักกับ Accossato ระบบเบรกที่คุณไว้ใจได้จากอิตาลี หลาย ๆ คนน่าจะรู้ว่า อิตาลีคือสถานที่ที่สำคัญกับโลกมอเตอร์ไซค์ในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นต้นกำเนิดแบรนด์มอเตอร์ไซค์ระดับโลกมากมาย เป็นต้นกำเนิดแบรนด์สินค้าอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับมอเตอร์ไซค์ เป็นต้นกำเนิดของนักแข่งระดับโลก และเป็นแหล่งชั้นนำของสินค้าเสริมสมรรถนะมอเตอร์ไซค์ระดับโลกอีกมากมาย แน่นอนว่าแอคคอสซาโตเองก็เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ผมกำลังกล่าวถึงนั่นเอง แอคคอสซาโต เป็นบริษัทสัญชาติอิตาลีที่เชี่ยวชาญในด้านการผลิตอุปกรณ์ตกแต่งมอเตอร์ไซค์คุณภาพสูง และแผนกที่มีชื่อว่า Accossato Racing ซึ่งเป็นแผนกที่มุ่งเน้นในด้านการพัฒนาและผลิตของแต่งรถคุณภาพสูงไปจึงอุปกรณ์สำหรับรถแข่งโดยเฉพาะ ซึ่งมีทั้งระบบเบรก แฮนด์บาร์ และอะไหล่เสริมสมรรถนะอื่น ๆ มากมาย ซึ่งแรกเริ่มเดิมทีก่อตั้งในปี 1969 (มีอายุ 54 ปีแล้ว) ในฐานะผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์ในเมือง Moncalieri (TO) โดยมีผู้ก่อตั้งก็คือ Giovanni Accossato และนอกจากจะผลิตรถแล้วยังมีการทำธุรกิจร่วมกับผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์แบรนด์ใหญ่ ๆ แบรนด์อื่นไปพร้อม ๆ กัน ทำให้มีประสบการณ์และความชำนาญในเรื่องของการเชื่อมชิ้นส่วนอลูมิเนียมและเหล็กกล้าสำหรับผลิตพาร์ตต่าง ๆ ของมอเตอร์ไซค์ ทางแบรนด์ยังประสบความสำเร็จในโลกของมอเตอร์สปอร์ตโดยมีรถที่คว้าแชมป์ระดับชาติอิตาลีมาถึง 12 รายการ แชมป์ยุโรป 3 รายการ และแชมป์โลก 1 รายการด้วยรถที่ดูแปลกและไม่ได้รับการยอมรับในตอนนั้น แต่ต่อมารถของแอคคอสซาโตกลายเป็นรถจาก 1 ใน 2 คันที่ใช้สวิงอาร์มอลูมิเนียมแทนที่จะเป็นสวิงอาร์มเหล็ก จอดโชว์ในงานมอเตอร์ไซเคิลโชว์ และรถคันที่ว่านี้ยังเป็นรถที่ได้แชมป์โลกอีกด้วย ซึ่งเป็นการการันตีความเป็นผู้นำในเรื่องเทคโนโลยีการผลิตได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันนี้ทางแบรนด์มีแผนกการผลิตมากถึง 5 แผนกอยู่ในคลังสินค้าอุตสาหกรรม 2 แห่งมีขนาดใหญ่กว่า 31,000 ตารางเมตร โดยพื้นที่กว่า 17,000 ตารางเมตรหรือเกินกว่าครึ่งเป็นพื้นที่ที่ใช้วางเครื่องจักรต่าง ๆ ของทางแบรนด์ไม่ว่าจะเป็น หุ่นยนต์สำหรับเชื่อม เครื่องเชื่อม TIG ศูนย์สำหรับเครื่องจักร CNC เครื่องบีบอัดหลากหลายตัน เตาสำหรับชุบแข็ง แท่นกดแบบฟอร์จ และอื่น ๆ อีกมากมาย โดยทางแบรนด์ออกแบบผลิตภัณฑ์และผลิตสินค้าให้กับแบรนด์ภายในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะกับสินค้าที่เกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์ และที่สำคัญคือออกแบบและผลิตสินค้าของตัวเองทั้งหมดเพื่อจำหน่ายภายในประเทศและต่างประเทศผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการอีกด้วย ซึ่งมีสินค้าที่โดดเด่นที่สุดก็คือปั๊มบนหรือมือเบรกที่มีให้เลือกมากกว่า 200 โมเดลและคาลิเปอร์เบรกที่เป็นส่วนนึงของระบบเบรกคุณภาพสูงจากทางแอคคอสซาโต ซึ่งปัจจุบันมีใช้กันในการแข่งขันมากมายหลายรายการ ผลิตภัณฑ์จากแอคคอสซาโตที่รู้จักกันดีว่ามีคุณภาพและสมรรถนะสูง ระบบเบรกของทางแบรนด์เองมีทีมแข่งมืออาชีพมากมายเลือกใช้ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีทีมแข่งระดับโลกอย่าง Pramac Ducati ในรายการ MotoGP เลือกใช้ นอกจากนี้แฮนด์บาร์เองก็เป็นที่นิยมในหมู่นักแข่งเช่นกันอันเป็นเหตุผลมาจากการที่สามารถปรับแต่งได้หลายระดับและความสบายที่มีให้นักบิด และไม่เพียงของคุณภาพสูง ๆ สำหรับรถแข่งแล้ว ทางแบรนด์ยังมีของคุณภาพสูงสำหรับผู้ใช้งานรถบนท้องถนนทั่วไปอีกด้วย ซึ่งมุ่งเน้นในการเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุม การเบรก และสมรรถนะอื่น ๆ ของรถที่ใช้งานบนท้องทั่วไป ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ของทางแอคคอสซาโต เรซซิ่งนั้นจะผลิตขึ้นในอิตาลีทั้งหมด และใช้วัสดุคุณภาพสูงด้วยกรรมวิธีการผลิตระดับสูง และยังมีการรับประกันสินค้าทั้งหมด 1 ปีอีกด้วย สำหรับสินค้าที่เป็นที่นิยมของทางแบรนด์ก็จะเป็น ระบบเบรก ทั้งปั๊มบนที่มีทั้งมือคลัตช์และมือเบรก ปั๊มล่างหรือคาลิเปอร์เบรก ดิสก์เบรกหลากหลายชนิด สายเบรก ผ้าเบรก แฮนด์บาร์ พักเท้าแบบเรซซิ่ง และของแต่ง CNC อื่น ๆ แต่ก็มีของอื่น ๆ อีกหลากหลายรายการ และในแต่ละประเภทก็มีหลายเกรดหลายประเภทตามแต่ประเภทรถและกำลังทรัพย์อีกด้วย แน่นอนว่าสำหรับท่านที่ต้องการที่เพิ่มสมรรถนะของรถ เพิ่มความปลอดภัย ความทนทาน ตลอดไปจนถึงความโดดเด่น แบรนด์ Accossato มีให้คุณอย่างแน่นอน และยังมีอีกสิ่งนึงที่เรียกว่า งานอิตาลี มาเสริมภาพลักษณ์ให้รถของคุณดูดีขึ้นมาอีกระดับอีกด้วยครับและล่าสุดมีตัวแทนจำหน่าย Accossato ระบบเบรกสมรรถนะสูง อย่างเป็นทางการในประเทศไทยแล้ว โดยเป็นทางบริษัท Comp Moto เรียกว่าซื้อมาใช้อุ่นใจแน่นอน เพราะมีการรับประกัน ไม่เหมือนของหิ้วที่คุณต้องดูแลตัวเอง สำหรับท่านที่สนใจสามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ https://www.accossato.in.th/ แฟนเพจ https://www.facebook.com/AccossatoTH

Marc มีแต้มกับเขาแล้ว ในศึก Austria GP ในที่สุดการขับขี่ที่จบลงด้วยการไม่มีแต้มของพ่อหนุ่มมาร์เกวซก็จบลงเสียทีหลังจากที่เขาเข้าเส้นที่ Austrian Grand Prix ในอันดับที่ 12 ทำให้ Marc มีแต้มกับเขาแล้ว สักที แต่สนามนี้กลับกลายเป็นว่า Joan Mir เป็นคนที่โช้คร้ายและแข่งไม่จบไปซะอย่างนั้น วันอาทิตย์ที่สนาม Red Bull Ring ท้องฟ้าก็สดใส แดดก็เป็นใจ เหมาะแก่การแข่งขันจะระเบิดขึ้นที่แทร็กยาว 4.32 กม. พอไฟดับลงการแข่งขันก็ดำเนินไปได้อย่างปลอดภัยไม่เหมือนกับที่เกิดขึ้นตอนสปรินต์เรซ นักบิดชาวสเปนสามารถรักษาตำแหน่งของเขาไว้ได้ในช่วงต้น และเริ่มที่จะไล่ล่าหาคะแนน เขาเป็นคนเดียวที่เลือกใช้ยางหลังแบบซอฟต์ แต่เขาก็สามารถรักษาตำแหน่งไว้ได้ และเข้าร่วมศึกแย่งท็อป 10 พอการแข่งขันเข้าสู่ช่วงท้าย เลือกอีกไม่กี่แล็ปก็จะจบการแข่งขัน เขารั้งอยู่อันดับที่ 12 ตามหลัง Bastianini และ Morbidelli ก็เริ่มนิ่งและคำนวณความเป็นไปได้ แต่สุดท้ายเขาก็รักษาอันดับนั้นไว้จนจบ แต่เพื่อร่วมทีมของเขากลับไม่จบการแข่งขัน และนี่เองทำให้เขาได้มีแต้มกับเขาบ้างแล้วหลังจากแข่งไม่จบมาหลายเรซ และไม่ได้แข่งอีกหลายเรซ โดยทางด้าน Joan Mir นั้นล้มระหว่างการแข่งขันที่โค้ง 3 โดยไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร แต่น่าเสียดายที่ฟอร์มกำลังดีในสัปดาห์นี้แต่ก็ต้องอดแต้มไป สนามนี้ทีม Repsol Honda Team จะมุ่งหน้าไปยังบาร์เซโลนา ไปสนาม Gran Premi de Catalunya แน่นอนว่าทั้งสองคนตั้งเป้าที่จะทำผลงานที่ดีขึ้นกว่านี้เพื่อเอาใจแฟน ๆ ที่บ้านเกิด อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Hayabusa ทำสถิติใหม่ แรงทะลุ 440 กม./ชม. หากคุณคิดว่ารถคุณเร็วแล้ว แรงแล้ว บางทีคุณอาจจะต้องกลับมานั่งพิจารณาตัวเองเสียใหม่ให้ดี เพราะล่าสุด Suzuki Hayabusa ทำสถิติใหม่แรงทะลุ 440 กม./ชม. ซึ่งหลาย ๆ คนที่มีอายุสักหน่อยน่าจะรับรู้กันได้ดีว่าเจ้าเหยี่ยวย้อนกลับเจ้าคันนี้เคยเป็นมอเตอร์ไซค์ที่เร็วที่สุดในโลกตั้งแต่ในช่วงต้นทศวรรษ 2000 นู่นเลย และนั่นแหละที่ทำให้เจ้าคันนี้เป็นรถที่หลาย ๆ คนใฝ่ฝันและอยากเป็นเจ้าของ รวมไปถึงมีแฟนคลับอยู่เหนียวแน่นมาโดยตลอด สำหรับสถิติความเร็วในครั้งนี้เป็นการทำสถิติทำความเร็วในทางตรงที่ประเทศอังกฤษ โดยมี Jarrod Frost หรือฉายาว่า Jack Frost ผู้ก่อตั้งสำนัก Holeshot Racing เป็นผู้ทำลายสถิติด้วยความเร็ว 274.926 ไมล์ต่อชั่วโมงหรือเท่ากับ 442.450 กม./ชม. ซึ่งความเร็วดังกล่าวนั้นเร็วกว่าความเร็วที่เครื่องบินโดยสารเทคออฟจากกราวด์เสียอีก รายละเอียดในการทำสถิติครั้งนี้มีคร่าว ๆ ดังนี้ โดยมีการทำสถิติที่สนามบิน Elvington Airfield และสามารถทำลายสถิติเดิมที่ Guy Martin คนบ้าความเร็วทำเอาไว้ที่ 270.9 ไมล์ต่อชั่วโมงเอาไว้ หรือ 435.971 กม./ชม. ที่ทำสถิติไว้ปีที่แล้ว ณ สนามบินแห่งเดียวกันนี้ โดยก่อนหน้านี้เขาก็พยายามทำสถิติอยู่หลายรันด้วยกันกระทั่งสามารถทำให้ Hayabusa ทำสถิติใหม่ ได้สำเร็จ ซึ่งหัวใจแห่งความแรงเห็นจะหนีไม่พ้นเทอร์โบชาร์จเจอร์ AET ที่คัสตอมพิเศษ ร่วมกับวาล์วโบลว์ออฟ Turbosmart ชุดระบายความร้อนที่ทำขึ้นมาเป็นพิเศษ ก้านสูบ Carillo ลูกสูบอัปสเป็คพิเศษ แคม Kent Performance ปิดท้ายด้วยชุดเกียร์บ็อกซ์และชามคลัตช์ CNC พิเศษ ทั้งหมดนี้ช่วยให้รีดแรงม้าได้ราว ๆ 700 – 750 แรงม้าเลยทีเดียว โดยทีไม่มีการเปลี่ยนห้องข้อเหวี่ยง ความกว้างกระบอกสูบ และระยะชักเลย ง่าย ๆ ว่าความจุเท่าเดิม และยังมีองค์ประกอบอย่างอื่นที่ช่วยส่งเสริมอย่างล้อคาร์บอน BST และแฟริ่งคัสตอมที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ที่ทำแฟริ่งด้านหน้า GSX-R1000R เสริมด้วยปีกแอโรไดนามิก ระบบกันสะเทือนจาก Ohlins สวิงอาร์มสั่งทำพิเศษ และคาลิเปอร์เบรก Brembo GP4 RX เห็นตัวเลขแบบนี้รถของคุณน่าจะต้องชิดซ้ายไปหน่อย แต่ไม่ต้องเสียใจไปครับ ยังไงเสียรถคันโปรดของคุณก็เป็นไปในแบบที่คุณชอบ ส่วนเจ้านี่มันคือรถที่ไว้ทำสถิติครับ ไปขี่ที่อื่นก็รับรองว่าลำบากกว่ารถคันโปรดของคุณแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก