SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
ZXmoto 500rr จ่อประกอบและวางจำหน่ายในไทย

หากพูดถึงกระแสรถมอเตอร์ไซค์สปอร์ตแฟริ่งในพิกัดมิดเดิลเวทที่ร้อนแรงที่สุดในช่วงเวลานี้ คงหนีไม่พ้นข่าวมอเตอร์ไซค์ของค่ายรถหน้าใหม่จากแดนมังกรที่ทำเอาค่ายรถญี่ปุ่นถึงกับต้องมองค้อน เพราะล่าสุดมีกระแสข่าววงในหลุดรอดออกมาว่

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
เผยสาเหตุ! ทำไม Honda Giorno+ ถึงเป็นรถที่ขายดีที่สุดปี 2025

Honda Giorno+ ขึ้นแท่น รถสกูตเตอร์ขายดีที่สุดในปี 68 ด้วยยอดจดทะเบียนแซงเพื่อนร่วมข่ายทะลุแสนคันเป็นอันดับแรก แล้วเป็นเพราะอะไร ถึงขายดี ?

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Pirelli เผย ความผิดพลาดแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก

Pirelli เผย ความผิดพลาดแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก หลังจากเหตุการณ์อันน่าตระหนกตกใจในศึก WorldSBK ที่ Autodrom Most ประเทศเช็ค ซึ่งก็คือเหตุการณ์ที่ Toprak Razgatlioglu ที่กำลังนำอยู่ในเรซที่ 2 กลับต้องออกจากการแข่งขันไปด้วยปัญหาของยาง ขณะที่กำลังออกจากโค้ง 2 ระหว่างดวลเดือดกับ Alvaro Bautista และล่าสุดทางด้านแบรนด์ยาง Pirelli เผยความผิดพลาดแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่ 2 ด้านนักแข่งตุรกีเผยกับทางยามาฮ่าเรซซิ่งว่า “ผมก็แค่พยายามทำให้เต็มที่ แต่ผมโชคร้ายมาก ๆ ผมไม่ได้โกรธทางพีเรลลี่นะ เพราะผมเองก็ไม่รู้ว่าทำไมยางนี้ถึงเป็นแบบนี้ ผมตกใจมากและมันก็ประหลาดมาก ๆ ด้วย เราแข่งกันมาตั้งหลายเรซแล้ว และผมก็มองหาอนาคตและสู้ต่อไป” นอกจากนี้ยังเผยต่อกับทางสื่อเพิ่มเติมว่า “มันเป็นเรซที่แปลกมาก ๆ ยางหลังผมระเบิด ผมตกใจเพราะผมหันไปมองด้านหลังแล้วผมเห็นยาง มันแปลกมาก ๆ สำหรับผม มันเป็นครั้งแรกเลยในชีวิตผม ผมโอเคนะ ในช่วงหกแล็ปสุดท้ายผมเริ่มที่จะขี่ได้นิ่งขึ้น และผมก็เห็นช่องว่างว่ามันใหญ่ขึ้น มันเป็นเรซที่ดีสำหรับผมและผมก็สนุกกับมัน และผมเองก็คิดว่าแฟน ๆ ทุกคนก็น่าจะสนุกไปกับเรซนี้ด้วย” ด้าน Giorgio Barbier ผู้จัดการฝ่ายแข่งขันของทาง Pirelli ได้ออกมาแถลงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ “จากการตรวจสอบการแข่งขัน WorldSBK ในเรซ 2 ด้วยยางหลัง C0567 ยางสูตรใหม่ เราพบว่ามียางที่บวมพองแบบนี้ 3 เคสด้วยกัน คือยางของ Jonathan Rea, Remy Gardner และ Razgatlioglu ซึ่งในกรณีของสองคนแรกนั้นการบวมพองของยางนั้นเล็กมาก ๆ และไมส่งผลใด ๆ กับสมรรถนะของยางและผลการแข่งขัน ขณะที่เคสของทาง Toprak นั้นยางนั้นบวมพองมีมากกว่าและจากการตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับจากเซ็นเซอร์นั้นพบว่ายางแบนลงอย่างรวดเร็ว” ทั้งนี้ยังมีการตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้นกับยางอยู่และได้ออกมาย้ำว่าจะไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกเด็ดขาด แม้ว่านักแข่งยามาฮ่าจะขี่ด้วยความเร็วสูงขนาดไหนก็ตาม และยางของนักแข่งคนอื่นจะไม่มีอาการผิดปกติ แต่เหตุการณ์แบบนี้จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก ดังนั้นเราจะทำการวิเคราะห์เชิงลึกกับอย่างทั้งหมด 3 เคสเพื่อหาสาเหตุต่อไป อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha Riders’ club พาลูกค้า ลุยสนาม 2 ใน SuperBikemag Trackday

Yamaha Riders’ club พาลูกค้า ลุยสนาม 2 ใน SuperBikemag Trackday Yamaha Riders’ club พาลูกค้า เปิดประสบการณ์ความมันส์บนสนามแข่ง ในรายการ SuperBikeMag.com Trackday & Trophy 2023 R.2 ที่สนามพีระ อินเตอร์เนชันแนลเซอร์กิต พัทยา   สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ ยามาฮ่าไรเดอร์สคลับ จัดหนัก จัดใหญ่ เอาใจสาวกบิ๊กไบค์ยามาฮ่า ไม่ว่าจะเป็น R Series, MT Series และ Max Series มาร่วมความสนุกในกิจกรรมแทร็กเดย์ โดยจัดพื้นที่รองรับลูกค้าถึง 4 พิทเลน เพื่อให้บริการเซอร์วิส เซ็ตติ้งรถ ดูแลไปจนถึงหน้ากริดสตาร์ท นอกจากนี้ ยังเปิดประสบการณ์ให้กับผู้ขับขี่มือใหม่ ทั้งการแนะนำเทคนิคการขับขี่ในสนามแข่ง โดยโค้ชเป็ด วรวุฒิ พุทโธ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการขับขี่บิ๊กไบค์ มาแนะนำและให้คำปรึกษาถึงทริคการขับขี่ ท่านั่งที่ถูกต้อง การเลี้ยวในโค้ง การเบรก เพื่อเพิ่มระดับความมันส์ในสนามแข่ง แถมยังขับขี่ได้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น รวมถึง ให้บริการยืมชุดเรซซิ่งสูทใส่หวดความเร็วแข่งกันในสนามอีกด้วย ซึ่งถือว่าทางค่าย ยกทัพ จัดของขนมาเสิร์ฟบริการแบบครบครันถึงหน้างานเลยทีเดียว รวมถึงบูธ ยามาฮ่า ไรเดอร์สคลับ ที่ยกทัพจัดโมเดลรุ่นใหญ่จากทางค่ายมาจำหน่ายกันภายในงานอีกด้วย ทั้งสายสปอร์ตอย่าง YZF-R7 สายเน็กเก็ตอย่าง MT-07 และสายสกู๊ตเตอร์ตัวตึงอย่าง TMAX มาจอดโชว์ หล่อ ๆ พร้อมให้คำปรึกษาแนะนำการขาย และจัดโปรโมชันพิเศษ ให้กับลูกค้าที่สนใจรถบิ๊กไบค์จากทางยามาฮ่า เข้ามาจับจองมาใช้งานขับขี่เท่ ๆ อีกด้วย โดยกิจกรรมแทร็กเดย์ภายในงานถูกแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ซึ่งในเซกชันแรกเป็นช่วงของการซ้อมเพื่อทำความคุ้นเคยและปรับการวิ่งไลน์ในสนามแข่ง โดยแบ่งเป็นกรุ๊ปทั้ง A,B,C และ D ต่อด้วยเซกชันที่สองเป็นกับรอบควอลิฟาย เพื่อหาผลเวลาที่ดีที่สุด และเซกชันสุดท้ายกับรอบการแข่งขันเพื่อชิงโพเดียมในรายการนี้ไป สำหรับรอบการแข่งขันจะถูกแบ่งคลาส A และ B ออกเป็นรุ่นต่าง ๆ ให้ขับขี่ได้สนุก ทั้งนักบิดสายเก๋าและนักบิดมือใหม่ โดยแบ่งเป็นกรุ๊ปประเภททั้ง SuperBike1000 cc, SuperSport 600 cc, Big Scooter ไปจนถึงรุ่นเล็กอย่าง Mini Bike 150 cc นอกจากนี้ ยังมีรุ่นแข่งให้กับสาวกเลือดสีน้ำเงินโดยเฉพาะ กับ Yamaha R6 Trophy, Yamaha Riders’ club R7-MT07-09 ซึ่งเป็นเซกชันพิเศษ ให้สาวกหวดความเร็วในแทร็กตลอดทั้ง 7 รอบ  แสดงความยินดีกับนักแข่งทุกท่านที่ได้รับชัยชนะในสนามนี้ ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ดีมาก ๆ ที่ทางยามาฮ่า ไรเดอร์สคลับ ได้จัดให้กับลูกค้า โดยสนามต่อไปจะเป็นสนามรอบสุดท้ายของการแข่งขันประจำปีซึ่งจะจัดในวันที่ 1-3 ธันวาคม 2566 ที่พีระ อินเตอร์เนชันแนลเซอร์กิต พัทยา หากลูกค้ายามาฮ่าท่านไหนสนใจอยากจะลงขี่ในแทร็กมันส์ ๆ หรืออยากเพิ่มทักษะการขับขี่ สามารถติดต่อได้ที่ Yamaha Riders’ club พร้อมการันตีได้เลยว่า บริการดีทุกระดับประทับใจอย่างแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda Trophy ระเบิดความมันส์ในงาน

Honda Trophy ระเบิดความมันส์ในงาน SuperBikeMag.com Trackday & Trophy R.2 Honda Trophy ระเบิดความมันส์ในงาน SuperBikeMag.com Trackday & Trophy สนามที่ 2 ที่พีระเซอร์กิต จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 4 – 6 สิงหาคมที่ผ่านมา กิจกรรมสุดมันส์ที่ในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 1,300 คน พร้อมรถลงสนามอีกกว่า 400 คัน ซึ่งในวันเสาร์ที่ 5 นั้นลูกค้าจะได้ร่วมกิจกรรมขับขี่ในสนามในรูปแบบของแทร็กเดย์กันก่อน โดยทางฮอนด้าบิ๊กไบค์เหมาพิทสำหรับรับรองนักแข่งไว้มากถึง 4 พิท พร้อมกันนั้นได้เตรียมทีมงานมาช่วยรับรองลูกค้าเป็นอย่างดี โดยมีการให้คำแนะนำเทคนิคการขับขี่จากอาจารย์แมน กิตติ แจ่มสาคร อดีตแชมป์ประเทศไทย รวมถึงทีมช่างที่พร้อมจะช่วยลูกค้าปรับเซ็ตรถของลูกค้าทุกคันให้เหมาะกับการขับขี่ในสนามมากที่สุด หลังจากหมดกิจกรรมแทร็กเดย์ในช่วงเช้าวันที่ 5 แล้ว ช่วงบ่ายก็จะเป็นช่วงของการควอลิฟาย เพื่อเข้าแข่งขันในวันอาทิตย์ที่ 6 ซึ่งในครั้งนี้พิเศษกว่าสนามที่ผ่านมา โดยมามันส์กันในงานของทางซูเปอร์ไบค์ ซึ่งแต่เดิมในงานก็มีรุ่นการแข่งขันอย่าง Honda Cup ให้ลูกค้าได้ลองมาสวมวิญญาณนักแข่งลงไปขับขี่ในสนามอยู่แล้ว ซึ่งในรุ่นฮอนด้าโทรฟี่นี้จะเป็นการแข่งขันโดยใช้รถ Honda CBR500R ทั้งหมด แต่จะมีคลาสการแข่งขันแบ่งออกเป็น A และ B ซึ่งแบ่งตามประสบการณ์การขับขี่ของแต่ละคน ซึ่งมีผู้สมัครเข้าแข่งขันมากมาย โดยผู้ชนะ 5 อันดับแรกจะได้เงินรางวัลพร้อมถ้วยเกียรติยศสุดสวยงามไปครอบครองให้ได้ภาคภูมิใจกันอีกด้วย ส่วนรุ่น Honda Cup ก็จะแข่งขันต่อเนื่องจากกิจกรรมแทร็กเดย์แอนด์โทรฟี่สนามแรก และมีการเก็บคะแนนสะสมเพื่อชิงรางวัลประจำปีนอกไปจากรางวัลแต่ละสนามที่ได้รับจากสปอนเซอร์ผู้สนับสนุนใจดีหลายสิบแบรนด์ที่ร่วมกันช่วยให้กิจกรรมในครั้งนี้เกิดขึ้นได้ สุดท้ายนี้ต้องขอบคุณทางฮอนด้าบิ๊กไบค์อีกครั้งที่ช่วยซัพพอร์ตนักบิดค่ายปีกนกให้ได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมดี ๆ ได้สะดวกและง่ายดายมากยิ่งขึ้น และสำหรับแฟน ๆ ท่านใดที่ยังไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมที่ผ่านมา ก็อย่าลืมไปติดตามข่าวสารได้ที่หน้าแฟนเพจ Honda BigBike และทางซูเปอร์ไบค์ได้เลยครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

Monster 30° Anniversario

Monster 30° Anniversario โมเดลพิเศษฉลอง 30 ปีมอนสเตอร์ ค่ายรถจากเมืองโบโลญญาฉลองโอกาสพิเศษให้แก่มอเตอร์ไซค์ระดับตำนานของทางค่ายที่เปลี่ยนแปลงโลกสองล้อไปตลอดกาลด้วยโมเดลพิเศษฉลองครบรอบ 30 ปีที่ชื่อว่า Monster 30° Anniversario ที่โดดเด่นด้วยชุดสีไตรคัลเลอร์แบบอิตาลี ซึ่งผลิตขึ้นจำนวนจำกัดเพียง 500 คันเท่านั้น   สำหรับเน็กเก็ดไบค์อย่างเจ้ามอนสเตอร์นั้นประเดิมเปิดตัวครั้งแรกย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปีที่แล้วหรือในปี 1993 นั่นเอง เป็นโมเดลที่เรียกได้ว่าปฏิวัติวงการและได้ครองใจผู้คนกว่า 350,000 คนทั่วโลกเลยทีเดียว     ด้วยเครื่องยนต์จัดจ้านสไตล์สปอร์ต เหมาะกับการขับขี่บนท้องถนนพร้อมแชสซีแบบรถซูเปอร์ไบค์ แฮนด์บาร์กว้าง และการไม่มีแฟริ่ง ไอเดียและความเรียบง่ายนี้กลับได้ผลเกินคาด ทำให้โลกสองล้อมีรถกลุ่มใหม่ที่เรียกว่าเน็กเก็ดไบค์ขึ้นมา แถมเจ้ามอนสเตอร์เองก็ไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น แต่ยังคงวิวัฒน์พัฒนาขึ้นมาหลายครั้งหลายหนจนมาถึงบัดนี้ ที่ทั้งโดดเด่น ทรงพลัง แต่มีน้ำหนักเบาที่สุด   และสำหรับเจ้าโมเดลพิเศษนี้เองก็ยังคงเอกลักษณ์ของมอนสเตอร์เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นสไตล์ที่มองปราดเดียวก็รับรู้ได้ แต่ครั้งนี้โดดเด่นแบบอิตาเลียนสไตล์ด้วยสีไตรคัลเลอร์ตามแบบธงชาติอิตาลี เขียว ขาวและแดง สมกับที่เป็นรถอิตาลี ตัดด้วยวงล้อสีทองที่ทำพิเศษสำหรับโมเดลนี้โดยเฉพาะ และยังมีโช้คหน้า Ohlins NIX30 สีทองเข้าคู่กัน ยังมีรายละเอียดอีกหลายอย่างที่ทำให้รถดูพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่งที่ปักโลโก้ฉลอง 30 ปี อนิเมชันพิเศษบนหน้าจอเวลาเปิดสวิตช์รถ และแน่นอนว่าแต่ละคันรันนัมเบอร์บนแผงคอไม่ซ้ำกัน พร้อมเซอร์ทิฟิเคตรับรองความเป็นของแท้รวมไปถึงผ้าคลุมรถพิเศษ ทีนี้เรากลับมาดูตัวโมเดลพื้นฐานกันก่อนครับ แน่นอนว่าจุดเด่นของเจ้าสัตว์ร้ายเจ็นฯ ล่าสุดนั้นโดดเด่นที่น้ำหนักเบา และการที่ไม่ใช่เฟรมถักแบบที่เคยเป็นจุดเด่นอย่างนึงของมอนสเตอร์ และโมเดลพิเศษนี้ยังเบากว่าเดิมอีก 4 กก.ซึ่งแต่เดิมก็เบามากอยู่แล้ว โดยตัวรถมีเครื่องยนต์ Testastretta 11° ซึ่งเป็นเครื่อง 2 สูบวีขนาด 937 ซีซี ให้กำลัง 111 แรงม้าที่ 9,250 รอบต่อนาที และแรงบิดที่ 93.16 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที และวิศวกรก็ยังใช้เครื่องยนต์นี้เป็นส่วนนึงของเฟรม โดยยึดติดกับเฟรมด้านหน้าในลักษณะที่คล้ายกับเจ้า Panigale V4 ในส่วนของช่วงล่างโดดเด่นจัดเต็มด้วยระบบกันสะเทือนจาก Ohlins โดยเฉพาะที่ด้านหน้าเป็น NIX30 ที่เบากว่าของเดิมติดรถสแตนดาร์ดและตัวพลัส 600 กรัม พร้อมการเซ็ตอัพมาแบบสปอร์ต ยังมีกันสะบัดจาก Ohlins มาให้อีกด้วย ขณะที่ระบบเบรกก็จัดเต็มด้วย คาลิเปอร์เบรกหน้า Brembo Stylema เบากว่า 400 กรัม และดิสก์เบรกคู่อลูมิเนียมขนาด 320 ม.ม.ที่เบากว่าอีก 500 กรัม ทำให้เบรกดีขึ้นมาก ปิดท้ายช่วงล่างด้วล้อฟอร์จคู่ใหม่ที่เบากว่าเดิม 1.86 ก.ก. ยิ่งทำให้ขับขี่ดียิ่งขึ้น มาถึงเรื่องของระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ถือว่าแนวหน้าของรถคลาสนี้ มีทั้งระบบเบรก ABS แบบใช้งานในโค้งได้ แทร็คชันคอนโทรล ระบบควบคุมการลอยตัวของล้อ ซึ่งปรับเซ็ตได้หลายระดับ ยังมีระบบช่วยออกตัวที่เพิ่มเข้ามาในโมเดลนี้ มีโหมดการขับขี่ 3 โหมด คือ Sport, Road และ Wet มีหน้าจอสี TFT ขนาด 4.3 นิ้วที่ดีไซน์คล้าย Panigale V4 นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นพิเศษอื่น ๆ เฉพาะโมเดลพิเศษดังนี้ – เบาะนั่งแบบสปอร์ต – ปลายท่อสลิปออน Termignoni – บังโคลหน้าและหลังคาร์บอนไฟเบอร์ – โหมดการขับขี่ใหม่ โหมด Wet – แบตเตอรีลิเธียมไอออน – ยาง Pirelli Diablo Rosso IV – ครอบไฟหน้า – ครอบเบาะคนซ้อน สุดท้ายนี้ราคาจำหน่ายจากในเว็บอิตาลีนั้นตั้งต้นอยู่ที่ 17,690 ยูโรหรือราว ๆ 670,000 บาท ส่วนจำหน่ายไทยนั้นราคาก็คงโดดไปอีกพอสมควรเลยทีเดียวครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Rea-แรงไม่กลัวฝน

Rea แรงไม่กลัวฝน วัดดวงใส่ยางกึ่งฝ่าฝนคว้าชัยเรซแรกที่ Most เข้าสู่การแข่งขันสนามที่ 8 ของฤดูกาลกันแล้วกับการแข่งขันในศึก WorldSBK 2023 การแข่งขันมอรถมอเตอร์ไซค์โปรดักชันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก โดยในครั้งนี้ไปแข่งขันกันที่สนาม Autodrom Most ประเทศเช็ก สนามที่มีเลย์เอาต์อันโหดหินเอาเรื่อง กับการแข่งขันในเรซแรกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนจากสภาพอากาศ และเป็น Rea แรงไม่กลัวฝน ที่วัดดวงใส่ยางกึ่งหรือยาง Intermediate ฝ่าฝนคว้าชัยในเรซแรกไปครอง แม้จะไม่ได้ออกตัวจากโพลโพซิชันก็ตาม ควอลิฟาย เช้าวันเสาร์ ช่วงเวลาของการควอลิฟาย ตำแหน่งโพลตกเป็นของ Toprak Razgatlioğlu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) ซึ่งนับเป็นโพลที่ 4 ของเขาในฤดูกาลนี้ ครั้งที่ 12 ของเขาในรายการ และครั้งที่ 50 สำหรับยามาฮ่าในศึกนี้ ด้วยการเลือกใช้ยางหลัง SC0 กดเวลาควอลิฟาย ก่อนจะทำลายสถิติเวลาของสนามแห่งนี้ด้วยเวลา 1’30.801 ทำลายสถิติเวลาเดิมที่ Jonathan Rea เป็นคนทำเอาไว้เมื่อปีที่แล้ว ส่วนอันดับ 2 บนกริดสตาร์ทตกเป็นของ Danilo Petrucci (Barni Spark Racing Team) และอันดับ 3 เป็น Michael Ruben Rinaldi (Aruba.it Racing – Ducati) เรซ 1 การแข่งขันเรซแรกกลายเป็นการแข่งแบบเว็ตเรซ เนื่องจากมีสายฝนตกลงมาอย่างหนักก่อนที่เรซที่ 300 ของรายการจะระเบิดศึกขึ้นจากนั้นก็ค่อย ๆ ซาลง การเลือกยางนั้นเป็นเรื่องที่ต้องทำการบ้านกันอย่างหนัก โดยมีนักแข่งหลายคนเลือกที่จะใช้ยางกึ่งหรือยาง Intermediate ขณะที่บางส่วนเลือกใช้ยางฝน ซึ่งตรงนี้เองเป็นจุดชี้ชะตาของนักแข่งทั้งหลาย นักแข่งที่เลือกยางกึ่งนั้นล้วนได้ผลลัพธ์ที่ดีทั้งนี้เป็นเพราะสายฝนหยุดสนิทในระหว่างการแข่งขัน และแทร็กก็เริ่มแห้งอย่างรวดเร็วซึ่งยางกึ่งตอบโจทย์มากกว่ายางฝน ซึ่งคนที่ใช้ยางฝนนั้นถูกบังคับกลาย ๆ ว่าจะต้องเข้าไปเปลี่ยนยางและเสียเวลาอันมีค่าหลายวินาที และเป็น Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ที่ออกสตาร์ทจากกริดที่ 5 ใช้โอกาสนี้คว้าชัยมาได้เป็นครั้งแรกของฤดูกาลนี้ โดยเข้าเส้นก่อนโพลแมนอย่างToprak Razgatlioğlu และ Danilo Petrucci เข้าเส้นเป็นอันดับ 3 แม้ว่าจะออกจากกริดที่สองก็ตาม โดยนักแข่งบนโพเดียมทั้งหมดล้วนใช้ยางแบบกึ่งทั้งนั้น การแข่งขันยังสนามนี้ยังไม่จบ ติดตามการแข่งขันและสรุปผลตารางคะแนนรวมได้ในวันถัดไปที่ SuperBikeMag.com เช่นเดิมครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Benelli TRK 702 X 2023

Benelli TRK 702 X 2023 สายลุยไซส์กลางจากอิตาลี แอดเวนเจอร์ไบค์ไซส์กลางเปิดตัวอีกคันนึงแล้วกลับ Benelli TRK 702 X 2023 ที่ดีไซน์ออกแบบได้ปราดเปรียวและโฉบเฉี่ยวให้มันกลายเป็นแอดเวนเจอร์ไบค์สายลุยที่มีความคล่องตัวทั้งทางดำและทางฝุ่นให้โดนใจหลาย ๆ คนอย่างที่ตั้งใจ สำหรับโมเดลนี้นั้นพัฒนาและออกแบบโดยฝ่ายพัฒนาและวิจัยของทางเบเนลลีและ Style Centre ที่เมืองเปซาโร่ ประเทศอิตาลี โดยตั้งเป้าที่จะขยายตลาดรถกลุ่มแอดเวนเจอร์ไบค์ขนาดกลาง ตัวรถออกแบบมาให้โดดเด่นและง่ายต่อการจดจำยากต่อการลืมเลือน โดยมีหลายส่วนที่เหมือนกับลูกพี่ลูกน้องที่เป็นรถสายทัวริ่งของทางค่ายเอง ตัวรถให้เส้นสายที่สมู้ทและลื่นไหล แต่ก็มีความดุดันปราดเปรียวและภาพลักษณ์ที่ดูสมบุกสมบัน ด้านหน้าจะเด่นด้วยไฟหน้าคู่ LED ภายใต้โคมไฟที่เป็นเอกลักษณ์ ถังน้ำมันออกแบบมาให้มีความจุที่ไม่น้อยจนเกินไป และเพรียวพอที่จะให้อิสระเวลาผู้ขับขี่จะขยับย้ายท่วงท่าเพื่อควบคุมตัวรถ โดยถังน้ำมันจะจุได้ที่ 20 ลิตร มือจับคนซ้อนขนาดใหญ่และยาวให้คนซ้อนนั่งได้สบายเต็มที่ แต่ก็ไม่ลืมที่จะออกแบบให้ท้ายรถสวยงามมีสไตล์ไปพร้อม ๆ กัน ในส่วนของเครื่องยนต์จะเป็นเครื่องยนต์สองสูบเรียงขนาด 698 ซีซี แบบ 4 วาล์วต่อสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้กำลังแรงม้า 70 แรงม้าที่ 8,000 รอบและแรงบิด 70 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบที่ถือว่ามาได้เร็วและหนักหน่วงทีเดียว มีระบบเกียร์ 6 สปีดพร้อมระบบแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ที่ช่วยผ่อนแรงมือคลัตช์และช่วยลดอาการสไลด์ที่ล้อหลัง ต่อกันที่ช่วงล่างตัวรถเลือกใช้เฟรมถักพร้อมเพลตเสริมความแข็งแรงเช่นเดิม ระบบกันสะเทือนด้านหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับขนาด 50 ม.ม. ด้านหลังเป็นสวิงอาร์มอลูมิเนียมและโช้คเดี่ยวที่สามารถปรับเซ็ตได้ทั้งพรีโหลด รีบาวด์และคอมเพรสชันได้ ส่วนระบบเบรกด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 320 ม.ม.และคาลิเปอร์เบรก 2 ลูกสูบที่ด้านหน้า และดิสก์เบรกหลังเดี่ยวขนาด 260 ม.ม.และคาลิเปอร์เบรกแบบลูกสูบเดี่ยว มีล้อหน้าและหลังขนาด 19 และ 17 นิ้วตามลำดับ และยางพร้อมลุยและพร้อมเที่ยว Pirelli Scorpion Rally STR มีขนาด 110/80 และ 150/70 ตามลำดับ ทางค่ายยังระบุมาอีกว่าตัวรถออกมีการออกแบบมาโดยคำนึงถึงความสะดวกสบายในการขับขี่ ด้านหน้าจะมีแฟริ่งหน้าขนาดใหญ่ช่วยกันลมปะทะได้ดี สวิตช์คอนโทรลที่แฮนด์เองก็มีไฟแบ็กไลท์ช่วยให้ใช้งานสะดวกแม้ค่ำคืน ระบบไฟ LED เต็มระบบ มีหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้วเชื่อมต่อบลูทูธกับสมาร์ทโฟนได้ รับสายวางสายผ่านสวิตช์ที่แฮนด์ได้ และเมื่อใช้งานร่วมกับแอพลิเคชันจะสามารถใช้หน้าจอเป็นนาวิเกเตอร์ได้ สุดท้ายนี้เรื่องการจำหน่ายในไทยก็น่าจะยากหน่อยนะครับ เพราะหลาย ๆ โมเดลที่มีขนาดใหญ่ก็ไม่ได้เข้ามาจำหน่ายในไทยเลยครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha ร่วมลุย SuperBikemag.com Qualifying To Rimba Raid 2023

Yamaha ร่วมลุย SuperBikemag.com Qualifying To Rimba Raid 2023 Yamaha Riders’ club จัดใหญ่ ร่วมส่งนักบิดประชันทางฝุ่น กับกิจกรรมการแข่งขันในรายการ SuperBikemag.com Qualifying To Rimba Raid Power By Pirelli Scorpion The MXGP Champion’s Tyres 2023 ที่จบไปเป็นที่เรียบร้อย ณ ลานวัดคลองตาอิน หมู่บ้านคชานุรักษ์ ม.9 บ้านคลองตาอิน ต.คลองพลู อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นรายการแข่งขันเพื่อเฟ้นหา 6 นักแข่งสายลุยตัวจริงเสียงจริง ทำผลงานที่ดีสุดจากการแข่งขัน เป็นตัวแทนจากประเทศไทยเข้าแข่งขันในเวทีระดับโลก ในรายการ Rimba Raid 2023 ที่ประเทศมาเลเซีย โดยกิจกรรมครั้งนี้ทาง Yamaha Riders’ club ให้บริการเซอร์วิส ทั้งทีมช่าง ทีมเซอร์วิสที่ทางค่ายจัดมาให้ ที่บูทภายในงาน เพื่อรองรับบริการนักแข่ง รวมถึง ให้บริการทดสอบรถ Demo Tenere 700 แอดเวนเจอร์ตัวแรง แถมยังมี WR155R เอ็นดูโร่ไบค์มาให้เหล่านักบิดได้ทดลองภายในงานอีกด้วย ภาพบรรยากาศสุดมันส์ สำหรับบรรยากาศการแข่งขัน เต็มไปด้วยความมันส์ระดับเต็มสิบ ถึงแม้ว่ามีฝนตกลงมาเป็นระยะ ๆ แต่ก็ไม่สามารถทำลายจิตวิญญาณแห่งความท้าทาย ความกระหายในชัยชนะของเหล่านักบิดในสนามแห่งนี้ไปได้แม้แต่น้อย โดยแต่ละมิชชั่นมีทั้งทางดิน ทางหิน ทางฝุ่น หรือแม้กระทั่งทางโคลน ล้วนเติมเต็มรสชาติแห่งความมันส์ของการแข่งขันตลอดทั้งวัน และในช่วงไฟนอลของกิจกรรม การตัดสินเป็นที่เรียบร้อยและได้สุดยอดนักบิดจากฝั่งยามาฮ่า เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่ง Rimba Raid ที่ประเทศมาเลเซียจำนวน 2 ท่านด้วยกันได้แก่ คุณนันทกานต์ ภูเดชศิริ และคุณมานพ อับดุลการี ควบ Tenere 700 ทำผลงานดีที่สุด จบอันดับที่ 1 และ 2 ในรุ่น Class B (Adventure 500 ซีซี – 990 ซีซี)  แค่นั้นยังไม่พอ ยังมีรางวัลสำหรับผู้ได้รับคัดเลือกทั้ง 6 ท่าน ยังได้รับเสื้อ Scorpion สำหรับใช้แข่ง Rimba Raid จำนวน 3 ตัว ยาง Pirelli Scorpion สำหรับใช้ซ้อมและแข่ง จำนวน 2 คู่ พร้อมทั้งสนับสนุนค่าเดินทาง/ค่าสมัครแข่งมูลค่า 40,000 บาท สุดท้ายนี้ขอแสดงความยินดี ร่วมเชียร์และเป็นกำลังใจให้กับนักบิดชาวไทย ที่จะไปแข่งขันทางฝุ่นที่ประเทศมาเลเซียในวันที่ 31 สิงหาคม ถึง 3 กันยายน 2566 นี้ ลุยกันต่อ  อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda ยกทัพ CRF Series ร่วมศึก SuperBikeMag.com

Honda ยกทัพ CRF Series ร่วมศึก SuperBikeMag.com Qualifying To Rimba Raid 2023 จบไปแล้วกับกิจกรรมสุดมันส์ โดยมี Honda ยกทัพ CRF Series ร่วมศึก SuperBikeMag.com Qualifying To Rimba Raid 2023 Power By Pirelli Scorpion The MXGP Champion’s Tyres ณ ลานวัดคลองตาอิน ต.คลองพลู อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งรายการนี้จะเป็นการแข่งขันที่เปิดโอกาสและสนับสนุนให้นักบิดสายทางฝุ่นสู่การแข่งขันในระดับนานาชาติ ในฐานะตัวแทนจากประเทศไทยไปแข่งขันในรายการ Rimba Raid 2023 ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งในงานนี้ Honda ได้ขนกองทัพรถสายทางฝุ่นไปแบบชุดใหญ่ทั้ง CRF Series ที่ได้แก่ CRF300L, CRF450RL, CRF1100L Africa Twin รวมไปถึงเจ้า CB500X มาให้ผู้เข้าร่วมงานได้มีโอกาสทดลองขับขี่ในสนามสำหรับทดสอบกันได้แบบไม่เสียค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ผู้ที่เข้าร่วมแข่งขันโดยใช้รถของฮอนด้า ทางฮอนด้าเองก็จะช่วยซัพพอร์ตค่าใช้จ่ายค่าสมัคร 500 บาท ภายในบูธยังมีการบริการ ช่วยดูแลนักแข่ง และให้ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวรถสำหรับผู้ที่เข้าร่วมงานแข่งขันและผู้ที่สนใจโดยมีทีมช่างผู้ชำนาญการมาคอยแสตนด์บายรอช่วยเหลืออย่างขันแข็งอีกด้วย เรียกว่าได้ใจสาวกกันไปเต็ม ๆ ครับงานนี้ สำหรับรุ่นในการแข่งขันในงานก็จะได้แก่ Class A สำหรับรถแอดเวนเจอร์ขนาด 1000 ซีซี แต่ไม่เกิน 1290 ซีซี Class B สำหรับรถแอดเวนเจอร์ขนาด 500 ซีซี แต่ไม่เกิน 990 ซีซี Class C Enduro Open สำหรับรถเอ็นดูโร่ ไม่จำกัดซีซี รถนำเข้าก็แข่งได้ Class C Enduro Production สำหรับรถเอ็นดูโร่ ผลิตในประเทศ และไม่เกิน 250 ซีซี และคลาสพิเศษสำหรับสาวก KTM และ Husqvarna โดยเฉพาะ ไม่จำกัดซีซี   หลังจากจบการแข่งขันสุดโหดเนื่องจากสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างหนักทำให้สภาพสนามนั้นเละเป็นโคลน ยากต่อการขับขี่ แต่สุดท้ายก็ได้ตัวแทนนักแข่งจากประเทศไทยที่ใช้รถ Honda ทั้ง 2 ท่านจากคลาส A ทั้ง 2 คน ได้แก่ พิษณุ ชิมมา Honda CRF1100L Africa Twin คมสัน อุดมทีฆะศิริ Honda CRF1100L Africa Twin สุดท้ายนี้อย่าลืมเป็นกำลังใจให้กับนักแข่งชาวไทยที่ได้ไปสู้ศึก Rimba Raid 2023 ที่ประเทศมาเลเซียที่จะจัดขึ้นในวันที่ 31 สิงหาคม – 3 กันยายน 2023 นี้กันด้วยนะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

KTM ร่วมเฟ้นหายอดนักลุยในศึก

KTM ร่วมเฟ้นหายอดนักลุยในศึก SuperBikeMag.com Qualifying To Rimba Raid 2023 จบไปแล้วกับกิจกรรมสุดมันส์ เมื่อทาง KTM ร่วมเฟ้นหายอดนักลุยในศึก SuperBikeMag.com Qualifying To Rimba Raid 2023 Power By Pirelli Scorpion The MXGP Champion’s Tyres ณ ลานวัดคลองตาอิน หมู่บ้านคชานุรักษ์ ม.9 บ้านคลองตาอิน ต.คลองพลู อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งรายการนี้จะเป็นการแข่งขันที่เปิดโอกาสและสนับสนุนให้นักบิดสายทางฝุ่นสู่การแข่งขันในระดับนานาชาติ ในฐานะตัวแทนจากประเทศไทยไปแข่งขันในรายการ Rimba Raid 2023 ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งในงานนี้ KTM Thailand ค่ายรถสีส้มจัดใหญ่จัดเต็ม อลังการงานสร้าง ออกบูธยิ่งใหญ่ไม่แพ้รายการระดับโลก พร้อมการสนับสนุนรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้สำหรับคนที่เร็วที่สุดและเก่งที่สุดไปลุยที่ Rimba Raid 2023 ประเทศมาเลเซีย โดยลูกค้าที่ใช้รถและสมัครแข่งกับทาง KTM Thailand ยังมีสิทธิพิเศษอีกมากมาย ฟรี! ประกันอุบัติเหตุในวันแข่ง และสำหรับผู้ชนะจะได้รับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้ –         รับเงินรางวัล 40,000 บาท (เมื่อผู้ชนะเข้าแข่งขันในงาน Rimba Raid ที่ประเทศมาเลเซีย ในนามนักแข่งเคทีเอ็มประเทศไทยเท่านั้น) –         รับฟรีชุดแข่ง รองเท้า ถุงมือจากทางเคทีเอ็ม สำหรับใช้แข่งขัน (ยกเว้นหมวกกันน็อค) –         รับฟรีค่าสมัครงาน Rimba Raid ณ ประเทศมาเลเซีย –         รับฟรีสนับสนุนรถแข่ง KTM 790 Adventure R (สำหรับใช้แข่งที่มาเลเซีย) –         รับฟรีรถเดโม่สำหรับใช้ซ้อมก่อนไปแข่งขัน –         รับฟรียาง Pirelli Scorpion จำนวน 2 คู่ ภายในบูธยังมีการบริการดูแลและให้ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวรถอีกด้วย มีสินค้าไรดิ้งเกียร์และแอพพาเรลภายใต้แบรนด์เคทีเอ็มไปจำหน่ายในงานอีกด้วย เท่านั้นยังไม่พอยังนำรถจากทางค่ายมาให้ผู้เข้าร่วมงานได้ทดลองขับขี่ได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายอีกด้วย โดยมีรถรุ่นที่นำมาให้ทดสอบดังนี้ KTM 350 EXC-F SIX DAYS, KTM 790 Adventure R, KTM 390 Adventure และ Husqvarna FE 350 สำหรับรุ่นในการแข่งขัน ได้แก่ Class A สำหรับรถแอดเวนเจอร์ขนาด 1000 ซีซี แต่ไม่เกิน 1290 ซีซี Class B สำหรับรถแอดเวนเจอร์ขนาด 500 ซีซี แต่ไม่เกิน 990 ซีซี Class C แบ่งออกเป็นคลาสย่อย ๆ อีก 3 คลาส ได้แก่ Enduro KTM and Husqvarna รุ่นพิเศษสำหรับสาวก KTM และ Husqvarna โดยเฉพาะ ไม่จำกัดซีซี Enduro Open สำหรับรถเอ็นดูโร่ ไม่จำกัดซีซี รถนำเข้าก็แข่งได้ Enduro Production สำหรับรถเอ็นดูโร่ ผลิตในประเทศ และไม่เกิน 250 ซีซี สำหรับผลการแข่งขันในรุ่น Enduro KTM and Husqvarna มีดังนี้ อันดับ

SRK 600RR

SRK 600RR ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซีจากยักษ์ใหญ่แดนมังกร เปิดตัวมาแล้วกับ SRK 600RR ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี 4 สูบเรียงจาก QJ Motor ยักษ์ใหญ่จากประเทศจีน มาพร้อมกับรูปโฉมโฉบเฉี่ยวดุดัน ดูละม้ายคล้าย ๆ กับรถยุโรปค่ายนึง สังเกตได้จากไฟหน้า LED เต็มระบบ และแฟริ่งที่คุ้นตาเหลือเกิน   สำหรับขุมพลังของโมเดลนี้อย่างที่เกริ่นไปคือเครื่องยนต์แบบ 4 สูบเรียงขนาด 600 ซีซี เคลมแรงม้ามาสูงถึง 87.16 แรงม้าที่ 11,500 รอบ ส่วนแรงบิด 56 นิวตันเมตรที่ 10,500 รอบ ใช้เชื้อเพลิงจากถังน้ำมันขนาด 18 ลิตร ซึ่งถือว่าดุดันเลยทีเดียวครับ ช่วงล่างโดดเด่นด้วยระบบกันสะเทือนจาก KYB เต็มระบบ โดยด้านหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับขนาด 43 ม.ม. ด้านหลังจะเป็นโช้คเดี่ยวปรับแต่งได้ ส่วนระบบเบรกนั้นด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่ร่วมกับคาลิเปอร์เบรก Brembo แบบ 4 ลูกสูบ ส่วนด้านหลังจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวและคาลิเปอร์เบรกจาก Brembo แบบ 2 ลูกสูบ ส่วนล้อและยางจะมีขนาด 120/70 ZR17 และ 180/55 ZR17 นอกจากนี้ตัวรถยังมีระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่น่าสนใจอย่างหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว ระบบเบรก ABS แบบ 2 ชาแนลที่พัฒนาร่วมกับทาง Bosch มีหน่วยประมวล IMU โหมดการขับขี่ ตลอดไปจนถึงระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพขณะขับขี่อีกด้วย ถือว่าให้มาค่อนข้างครบครันเลยทีเดียว   อย่างไรก็ดีชาวไทยอย่างเราคงได้แต่ดู เพราะแบรนด์นี้ยังไม่มีตัวแทนจำหน่ายในบ้านเรา แต่นั้นก็จะทำให้ตลาดมอเตอร์ไบค์จากประเทศอื่น ๆ ต้องปรับปรุงรถของตัวเองให้ดีมากขึ้นก่อนที่รถจีนจะตีตลาดทั่วโลกแตกเสียก่อน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Toprak พา Yamaha สยบ Ducati

Toprak พา Yamaha สยบ Ducati ที่ Imola ในศึก WSBK 2023 การแข่งขันในศึกรถโปรดักชันระดับโลก WorldSBK 2023 ดำเนินมาถึงสนามที่ 7 กับสนาม Imola ที่ประเทศอิตาลีซึ่งห่างหายไม่ได้จัดรายการนี้มา 4 ปีแล้ว นับตั้งแต่ที่รายการนี้เลือกใช้สนามแห่งนี้มาตั้งแต่ปี 2001 และในสนามแห่งนี้ก็เกิดเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นขึ้นนั่นคือ Toprak พา Yamaha สยบ Ducati หยุดสถิติการชนะรวดของ Bautista ไปได้ โดยสนามนี้เป็นฝั่งค่ายรถจากเมืองอิวาตะคว้าชัยไปถึง 2 เรซด้วยกัน Race 1 การแข่งขันในเรซนี้เป็น Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) ได้ออกสตาร์ทจากตำแหน่งโพล ด้วยเวลา 1’45.959 นาที ส่วนอันดับ 2 เป็นทีมเมทอย่าง Andrea Locatelli และมี Alvaro Bautista (Aruba.It Racing – Ducati) จบแถวหน้า ออกสตาร์ทเป็นทาง Locatelli ที่ออกจากเส้นได้สวยขึ้นนำเพื่อนร่วมทีม หลังจากเขาเองก็เป็น Axel Bassani (Motocorsa Racing) ต่อมาในแล็ปที่ 5 Razgatlioglu สามารถกลับขึ้นมาเป็นจ่าฝูง แต่ในแล็ปที่ 12 ก็ถูกแชมป์โลก Bautista มาแย่งไป พร้อมโชว์เหนือ กดเวลาทิ้งห่าง 3.5 วินาที หนีห่าง Razgatlioglu และ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) Superpole Race การแข่งขันในรอบซูเปอร์โพลเรซเริ่มต้นท่ามกลางอากาศอันร้อนแรง พื้นแทร็กอันร้อนระอุ หลังจากออกตัวเป็น Locatelli ที่ขึ้นนำก่อนอีกแล้ว กระทั่งในแล็ปที่ 5 Bautista เอาคืน และมี Toprak ตามมาเป็นอันดับ 2 และ Locatelli แต่กระทั่งแล็ปก่อนแล็ปสุดท้าย นักแข่งเลือดตุรกีกลับพลิกขึ้นมาแซงได้และเข้าเส้นก่อน Bautista และ Locatelli คว้าชัยในเรซนี้ไปครอง หยุดชัยชนะต่อเนื่องของนักแข่งชาวสเปนไปได้ Race 2 การแข่งขันยิ่งเดือดขึ้นไปอีกจากอากาศที่ร้อนมากขึ้นอีก จนทางทีมแพทย์ออกโรงแนะนำให้ลดแล็ปการแข่งขันเหลือ 15 แล็ปจากเดิมที่วางไว้ที่ 19 แล็ป จากอากาศร้อนมากเกินไป เมื่อการแข่งขันเริ่มต้นขึ้น ในเรซนี้กลายเป็นทาง Razgatlioglu และ Bassani ที่เป็นเหมือนคู่ดวลเดือดแย่งชัยชนะกัน หลังจากที่ Bautista ล้มไปในแล็ปแรกและต้องออกจากการแข่งขันไป และผลของการดวลชัยชนะตกเป็นของแชมป์เก่าชาวตุรกีในที่สุด แต่นั่นก็เป็นการการันตีว่า Bassani เป็นนักแข่งจากทีมอิสระที่ดีที่สุดคนนึงในรายการนี้ ส่วนอันดับที่ 3 ตกเป็นของ Rea ไปครับ จบการแข่งขันสนามนี้ Toprak มีคะแนนไล่ตีตื้นขึ้นมาได้บ้าง แต่ยังห่างจากหัวตาราง Bautista อยู่มากถึง 70 คะแนน แต่ก็มีคะแนนทิ้งห่างอันดับ 3 ที่เป็นเพื่อนร่วมทีมอย่าง Locatelli มากถึง 113 คะแนนเลยทีเดียว ตารางคะแนนรวม อันดับ นักแข่ง รถ คะแนน 1 Alvaro Bautista Ducati 391 2 Toprak Razgatlioglu Yamaha 321 3 Andrea Locatelli Yamaha 208 4 Jonathan Rea Kawasaki 201 5 Axel Bassani Ducati 179 6 Michael Ruben Rinadi Ducati 129 7 Danilo Petrucci Ducati 117 8 Alex Lowes

Kawasaki มีเฮ FIM

Kawasaki มีเฮ FIM ปรับลดรอบค่ายแดง เพิ่มรอบค่ายเขียวอีก Kawasaki มีเฮ FIM ปรับลดรอบค่ายแดง Ducati เพิ่มรอบค่ายเขียวอีก หลังล่าสุด Bautista ทำผลงานยึดครองอันดับ 1 มาแทบจะทุกเรซทุกสนาม ทำให้มีการปรับลดรอบลง 250 รอบต่อนาที ตามข้อบังคับของทางสมาพันธ์ฯ ส่วนทางคาวาซากิจะได้ปรับขึ้น 250 รอบแทน โดยการบังคับนี้จะเริ่มมีผลทันทีตั้งแต่ที่สนาม Imola เลย ตอนนี้ Panigale V4R มีรอบสูงสุดอยู่ที่ 15,600 รอบ ลดลงมาจาก 500 รอบ ขณะที่คาวาซากิ ZX-10RR เมื่อเพิ่มรอบเป็น 15,100 รอบ เพิ่มขึ้นมาแล้ว 500 รอบ นับจากตอนเปิดฤดูกาล ซึ่งถ้าเทียบสเปกรถแข่งกับรถสแตนดาร์ดแล้วฝั่งค่ายแดงนั้นรอบลงมาถึง 900 รอบ ขณะที่ค่ายเขียวเพิ่มมาถึง 1,100 รอบจากรถเดิมที่ 14,000 รอบ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้นั้นอย่าเพิ่งไปว่าคาวาซากิเขาเป็นลูกรักนะครับ จริง ๆ แล้วมันเป็นระบบและกติกาของทาง WorldSBK เขาอยู่แล้ว หากไม่นับซูเปอร์โพลเรซ Bautista นั้นชนะไปแล้ว 12 เรซ ทั้งยังมีดูคาติคันที่ 2 อยู่บนโพเดียมอีก 4 เรซจากทั้งหมด 6 เรซล่าสุด นอกจากนี้ Bautista ยังนำตลอด โดยที่ Toprak Razgatlioglu และ Jonathan Rea ได้แต่มอง ซึ่งนั่นทำให้เกิดการลดรอบครั้งนี้ขึ้นตามกติกา และทางด้าน Kawasaki เองก็ต้องดิ้นรนมากเพราะ Jonathan Rea ได้มาแค่เพียง 2 โพเดียมจากสามสนามล่าสุด ส่วน Alex Lowes ทีมเมตทำได้แค่เพียงติดท็อป 5 เพียงครั้งเดียว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงช่องว่างที่มากเกินไประหว่างสองค่ายนี้ทำให้สามารถเพิ่มลิมิตของรอบสูงสุดของเครื่องยนต์ได้ อย่างไรก็ดีเรื่องการเปลี่ยนแปลงรอบนี้อาจจะไม่ได้ทำให้ Bautista นั้นช้าลง และอาจจะส่งผลเสียกับนักแข่งที่ใช้ Ducati คันอื่น ๆ อีกด้วย เพราะนักแข่งสเปนผู้นี้ทำเวลาได้ดีจากการเร่งออกจากโค้งและเปิดคันเร่งหนัก ๆ ซึ่งไม่ได้เป็นการใช้รอบปลาย กลับกันนักแข่งคนอื่น ๆ นั้นได้ประโยชน์จากรอบปลาย ๆ ที่มีแรงม้ามาก แต่คราวนี้จะต้องเสียไปเพราะรอบที่โดนลดลงมา ทว่าที่แน่ ๆ เป็นทางค่ายเขียวที่จะได้ประโยชน์เพราะรอบที่มากขึ้นจะทำให้มีแรงม้ามากขึ้นตามมาด้วย และยังให้อิสระในการเลือกเกียร์ในบ้างโค้ง Rea และ Lowes อาจจะลากเกียร์ใดเกียร์นึงในโค้ง แทนที่จะชิฟต์เกียร์ขึ้นและเสียแรงบิดไป ซึ่งนั่นจะทำให้เกิดความแตกต่างในตอนออกโค้ง ทว่าแค่ 250 รอบนั้นไม่ใช่อะไรที่จะการันตีผลลัพธ์ที่จะดีขึ้นได้ครับ งานนี้ก็ต้องตามลุ้นกันต่อไปครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก