Skip to main content

SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

อัปเดตข่าวมอเตอร์ไซค์ล่าสุด 2026 รุ่นใหม่ ราคา รีวิวครบทุกสไตล์

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Ducati 999S by Helmade Custom มารชมพู สุดจี๊ด!!

Glemseck 101 คืองานเทศกาลแห่งรถที่เร็วและแจ่ม จัดขึ้นทุกปีในเมือง Leonberg และปีนี้นักออกแบบหมวกอย่าง Helmade ก็จัดเจ้าคันนี้มาโชว์ด้วย มันคือ Ducati 999S ที่สร้างขึ้นมาตามสั่งและมี Adrian Majewski จาก Vengine ควบลงแข่งในการแข่ง 1/8 ไมล์จับเวลา เนื่องจาก Helmade ทำธุรกิจออกแบบหมวกคัสตอม รถคันนี้จึงไม่ธรรมดาแน่นอน มันโดดเด่นด้วยสีชมพูอมม่วงและสีฟ้า เข้าคู่กับหมวก Bell Bullitt ที่มาในชุดสีเดียวกัน แต่มันคือสุดยอดรถแข่ง ดังนั้นมันจึงเต็มไปด้วยการอัพเกรดทางเทคนิคอีกด้วย เจ้า Ducati 999S คันนี้ใช้แผงคอ โช้คหน้า ล้อหน้าและเบรค Brembo ของ Aprilia RSV4 ส่วนสวิงอาร์ม โช้คหลังและล้อหลังเอามาจาก Ducati 1098S ท่อไอเสียเป็นท่อของ Ducati Diavel ที่เอามาดัดแปลง แล้วนำมาใส่ปลาย SC-Project GP70R เรือนไมล์เดิมของ 999S ยังคงไม่เปลี่ยน แต่ถูกรื้อแล้วติดเข้าไปใหม่บนเฮ้าส์ซิ่งคาร์บอนไฟเบอร์ แฮนด์จับโช้คและพักเท้าเป็นของใหม่ทำ CNC ส่วนปลอกแฮนด์ใช้ของ Renthal นอกจากนี้รถยังเต็มไปด้วยชิ้นส่วนที่ทำขึ้นเอง เช่น ชิลด์และแรมแอร์คาร์บอนไฟเบอร์ ซับเฟรมเองก็เป็นของใหม่เช่นกัน ทำมารองรับเบาะนั่งและส่วนท้ายใหม่ มีการไล่เบาในทุกจุด (กระทั่งฐานรองเบาะนั่งก็ยังขึ้นรูปจากคาร์บอนไฟเบอร์) น่าเสียดายที่ Ducati คันนี้ไม่อาจจะคว้ารางวัลกลับบ้านได้ แต่มันก็เป็นที่จดจำมากครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

New Ducati Multistrada 1260 GT จะมาพร้อมกับ Radar Cruise Control

เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าทาง Ducati จะปล่อย Multistrada รุ่นใหม่ออกมาให้เราได้เห็นกันในช่วงปลายปีนี้ อย่างไรก็ดีมันก็ชัดเจนแล้วเช่นกันว่ารุ่นใหม่ที่เราจะได้เห็นกันในปีนี้จะไม่ใช่ Multistrada ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ V4 แต่จะเป็นรุ่น New Ducati Multistrada 1260 GT แทนอย่างที่เราได้เคยรายงานกันไปแล้ว โดยรุ่น 1260GT นั้นจะเป็นรุ่นท็อปสุดของรุ่น Multistrada และจะมาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่สุดล้ำอย่าง Radar Cruise Control ซึ่งก่อนหน้านี้ทาง Ducati ก็ได้เคยประกาศไปแล้วว่ากำลังพัฒนาเทคโนโลยีนี้อยู่ ส่วนในเรื่องของ Radar Cruise Control นั้น ทาง ดูคาติก็ได้ออกมาบอกว่ามีเป้าหมายที่จะเป็นเจ้าแรกที่จะนำเทคโนโลยีนี้มาใช้และต้องสำเร็จ โดยดูคาติได้ออกมาชี้แจงเพิ่มว่าได้ทำการศึกษาเทคโนโลยีนี้กับมหาลัยแห่งนึงมาตั้งแต่ปี 2014 แล้วและต้องการเป็นเจ้าแรกในตลาดไม่ต้องการเป็นผู้ตาม คาดว่าเทคโนโลยีนี้จะช่วยอย่างมากสำหรับการขับขี่ทางไกลทำให้ไม่เมื่อยมือและต้องคอยบิดคันเร่งค้างไว้ตลอดเวลาแถมยังช่วยให้เราได้พักสายตาหรือเตือนเราเวลาที่มีรถหรือวัตถุต่างๆ ด้าหน้าทำให้สายทัวริ่งน่าจะถูกใจสิ่งนี้ไม่น้อยครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

หลุด!! Spyshot Superbike ไฟฟ้ารุ่นใหม่ของ Energica

ดูเหมือนว่าทางค่าย Energica นั้นกำลังยุ่งอยู่กับการพัฒนารถมอเตอร์ไซค์โมเดลใหม่สำหรับปี 2020 ที่จะถึงนี้ และในครั้งนี้เราได้ภาพ Spyshot ของเหล่าโมเดลดังกล่าวที่จะมีการอัปเดตให้เพื่อนๆ ได้ชมกันครับ โดยภาพ Spyshot ดังกล่าวนั้นได้ถูกบันทึกลงแถวๆ เมือง Verona ซึ่งอยู่ห่างออกไปจากสำนักงานใหญ่ของทาง Energica เพียง ชั่วโมงเดียวเท่านั้น ส่วนโมเดลที่ถูกพบเจอในครั้งนี้นั้นก็คือ Ego และ EsseEsse9 ที่แม้ว่ามันจะดูคล้ายคลึงกับโมเดลเก่าก็ตามแต่ยังมีความแตกต่างอยู่บ้างเล็กน้อยให้เราได้เห็นกัน และสิ่งที่เปลี่ยนไปมากที่สุดนั้นก็คือ housing มอเตอร์ และ แบตเตอรี่ ที่ดูเหมือนจะสลัดชิ้นส่วนครอบที่เป็นอลูมิเนียมทิ้งไปเพื่อทำให้ตัวรถมีน้ำหนักที่เบาลง โดยการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ไม่ใช่อะไรที่แปลกใหม่แต่อย่างใดเนื่องจากก่อนหน้านี้เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงแบบนี้กับรถที่แข่งขันในรายการ MotoE อย่างเจ้า Energica Ego Corsa กันไปแล้ว และสิ่งที่เราคาดหวังเกี่ยวกับการอัปเกรดในครั้งนี้ก็คือว่าทาง Energica จะอัปเกรดแบตเตอรี่ให้กับโมเดลไลน์อัพที่เราจะเห็นกันในปีหน้า อย่างไรก็ดีแม้จะได้รับการอัปเกรดในเรื่องของแบตเตอรี่แต่เราก็คาดว่าทาง Energica จะยังคงตั้งราคารถรุ่นใหม่ๆ เอาไว้เท่าเดิม อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

สรุปผลรอบซ้อม FP1 และ FP2 WSBK 2019 สนาม Portimao

Jonathan Rea แห่งทีม Kawasaki ทำเวลาได้ดีที่สุดในรอบซ้อม FP1 ในรายการแข่งขัน WSBK สนามที่ 10 ของฤดูกาล โดยในคราวนี้ Rea ได้ทำเวลาเฉือนคู่แข่งอย่าง Alvaro Bautista แห่ง Ducati ไปได้ในช่วงเวลาเสี้ยววินาที อย่างไรก็ตามในรอบ FP2 นั้นทาง Bautista ก็ได้ออกมานำ Rea ได้ ด้วยเวลาเพียงเสี้ยววินาทีเช่นกัน อย่างไรก็ดีในตอนนี้หากเราดูคะแนนสะสมรวมแล้วนั้นทาง Rea ยังมีคะแนนนำโด่งคนอื่นๆ อยู่อีกเยอะเลยทีเดียว โดย Rea มีคะแนนสะสมอยู่ที่ 433 ตามมาด้วย Bautista ซึ่งมีคะแนนสะสมที่ 352 ทำให้ Rea นำ Bautista อยู่ถึง 81 คะแนนด้วยกัน อย่างไรก็ดีเราต้องมารอลุ้นดูกันต่อไปว่าผลการแข่งขันในรอบ FP3 นั้นจะเป็นเช่นไร อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

Honda กำลังพัฒนา Aerodynamics ให้กับรถรุ่น Superbike ในอนาคต

Aerodynamics นั้นเป็นส่วนประกอบสำคัญและกุญแจหลักในการทำให้ตัวรถ Superbike หรือแม้แต่รถประเภทอื่นๆ นั้นสามารถที่จะเคลื่อนตัวได้ด้วยความเร็วที่มากขึ้น ทาง Honda ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในจุดนี้จึงได้ทำการพัฒนา Aerodynamics ให้กับตัวรถรุ่นเรือธงที่เป็น Superbike ของตนที่จะนำมาวางจำหน่ายกันในอนาคต โดยดูเหมือนว่าในครั้งนี้นั้นทางค่ายปีกนก Honda เตรียมจะพัฒนา Aerodynamics ให้กับรถของตนด้วยการใช้เทคโนโลยีอย่าง Winglet มาเสริมเข้ากับตัวรถเพื่อทำให้ตัวรถนั้นมี Aerodynamics ที่ดียิ่งขึ้นไปอีก นอกจากนั้นแล้ว เทคโนโลยี Winglet ที่ทางค่ายปีกนก Honda จะนำมาใช้ในครั้งนี้นั้นถือว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียวเนื่องจากในภาพสิทธิบัตรนั้นเราจะเห็นได้ว่า Winglet ที่ทาง Honda จะนำมาใส่ให้กับรถ Superbike ของตนนนั้นจะเป็น Winglet แบบไฟฟ้าซึ่งสามารถพับเก็บได้ด้วยนั้นเองครับ เรียกได้ว่าพัฒนากันไปเรื่อยๆ แบบไม่มีหยุดหย่อนกันเลยทีเดียวสำหรับค่ายปีกนกหากทาง Honda นำเทคโนโลยีนี้มาใช้กับ CBR 1000RR รุ่นใหม่เมื่อไหร่ละก็เรียกได้ว่าทางคู่แข่งมีหนาวแน่นอนมาเหนือขนาดนี้ เราคงต้องมารอลุ้นติดตามไปพร้อมกันว่าทางค่ายปีกนก Honda นั้นจะนำเทคโนโลยีนี้มาใช้กันเมื่อไหร่และหากมีข่าวคราวเกี่ยวกับ CBR 1000 RR เข้ามาเพิ่มเติมทางเราจะรีบนำมารายงานให้เพื่อนๆ กันทันทีครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

Aprilia RSV4 X

  Aprilia RSV4 X คันที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้นอกจากจะมีน้ำหนักรถเปล่าเพียง 165 กก.แต่แรงม้ามากสุดที่ 225 แรงม้าแล้ว ยังมีนวัตกรรมที่โดดเด่นเหนือค่ายอื่นๆ และเด่นจนเรียกได้ว่าเป็นคันแรกในโลก ด้วยระบบเกียร์บ็อกซ์ใหม่ที่นำเกียร์ว่างหรือ N มาอยู่ใต้เกียร์ 1 แทนที่จะอยู่ระหว่าง 1 และ 2 ตามปกติ และยังมาพร้อมคาลิเปอร์เบรค Brembo GP4-MS RSV4 X คือโมเดลพิเศษของเจ้า RSV4 จากเมือง Noale ที่ทางแผนก Aprilia Racing สร้างขึ้นเป็นพิเศษเพียงแค่ 10 คันเท่านั้น เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีที่โปรเจ็กต์นี้คว้าแชมป์ WSBK มาได้ 7 สมัย ซึ่งจะถูกส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อที่โชคดีและมีเงินถุงเงินถังจริงๆ     โมเดลนี้ยิ่งพิเศษมากยิ่งขึ้นเมื่อในงานเปิดตัวมี Max Biaagi ดาวเด่นของทางค่ายที่เมื่อเห็นรถคันนี้ก็รีบนำลงไปหวดในสนามทันที เป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีว่ามันคือสปอร์ตไบค์สุดพิเศษสำหรับคนพิเศษจริงๆ นอกจากนี้ยังมี Andrea Iannone นักแข่ง MotoGP ของทาง Aprilia ที่ได้ทดสอบ และทั้งสองคนยังเป็นชุดแรกที่สั่งจองเจ้านี่ตั้งแต่รอบพิเศษตั้งแต่ช่วงวันที่ 23 มีนาคมในงาน Aprilia All Star แล้ว RSV4 X มีพื้นฐานมาจาก RSV4 1100 Factory ที่เป็นผู้ชนะในการทดสอบเปรียบเทียบจากนิตยสารมอเตอร์ไซค์ชื่อดังหลายเจ้า นอกจากนี้ยิ่งการันตีความร้อนแรงได้จากการที่ เจ้ารหัส X คันนี้ถูกจองหมดทันทีภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่เปิดให้จองผ่านเว็บไซค์  จุดเด่นของ RSV4 X คือน้ำหนักรถเปล่าที่ 165 กก. จากการใช้ชิ้นส่วนน้ำหนักเบามากมายหลายชนิด อาทิ คาร์บอนไฟเบอร์ ที่มาในชุดลวดลายกราฟฟิกพิเศษแบบเดียวกับรถแข่ง MotoGP อย่าง Aprilia RS-GP ถังน้ำมันเบาพิเศษ แผงหน้าปัดแบบเรซซิ่งซึ่งปรับเปลี่ยนมาเป็นพิเศษ ทั้งยังมีชิ้นส่วนอลูมิเนียมขึ้นรูปมามากมายหลายชิ้น เช่น ก้านคลัทช์ การ์ดเบรคหน้า การ์ดอ่างน้ำมันเครื่อง พักเท้าปรับตำแหน่งได้และเพลทแผงคอบน และส่วนที่เซฟน้ำหนักได้มากก็จะเป็นล้อแมกนีเซียมฟอร์จของ Marchesini ที่ติดยางสลิกของ Pirelli มาด้วย   เครื่องยนต์ขนาด 1,078 ซีซีแบบ V4 สุดล้ำของทางค่ายมีการเตรียมการแบบพิเศษด้วยการประกอบด้วยมือและมีการตรวจสอบค่าความคาดเคลื่อนเป็นพิเศษ ซึ่งปกติจะทำกับรถแข่งเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีการปรับจูนภายในเพิ่มเติมด้วยเทคโนโลยีแบบเดียวกับรถแข่ง SBK เลย   ท่อไอเสียเลือกใช้เป็น Akrapovic มีตัวพักเป็นไทเทเนียมและปลายเป็นคาร์บอน เปลี่ยนมาใช้กรองอากาศ Sprint Filter แบบเดียวกับที่ใช้ในรถแข่ง MotoGP เพื่อประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ECU ก็มีการแม็ปใหม่เพื่อรองรับกัน จากเดิมที่ 217 แรงม้าก็กระโดดเป็น 225 แรงม้าในท้ายที่สุด เกียร์บ็อกซ์ ANN หรือ Aprilia No Neutral หรือแปลง่ายๆ ว่าไม่มีว่าว เอ้ย เกียร์ว่างอยู่ใต้เกียร์ 1 ก็มีการนำมาใช้ในรถโปรดักชั่นเป็นครั้งแรก ปิดท้ายรถแรงด้วยเบรคหนึบๆ อย่าง Brembo GP4-MS ที่เป็นระบบเบรคแบบเรซซิ่งแต่ปรับให้เหมาะกับการขี่ถนนมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดของแต่งที่เพิ่มเข้ามาคือช่องดักลมเพื่อระบายความร้อนจานเบรคหน้า อุดรูกระจกเวลาลงซิ่งในสนาม อุดรูป้ายทะเบียน ชุดเกียร์กลับสำหรับใช้แข่งในสนาม ก้านเบรคและคลัทช์แบบเรซซิ่ง   งานนี้ใครได้ไปครองนี่น่าอิจาฉาจริงๆ นะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

พบกับ Trail Breaker งาน Custom ฝีมือคนไทย!!

งาน Custom นั้นถือเป็นอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจเสมอเพราะมันไม่ซ้ำและจำเจเหมือนรถที่เราเห็นกันทั่วไปบนท้องถนนและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแต่ละคัน และในวันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปชมงานคัสต้อมสุดคูลที่มาจากฝีมือของคนไทยกันครับ โดยงานคัสต้อมชิ้นนี้นั้นจะมีชื่อว่า Trail Breaker ที่มีเบสโมเดลมาจากรุ่นสุดคูลที่เพิ่งเปิดตัวไปได้ไม่นานในประเทศเราเป็นที่แรกอย่างเจ้า Yamaha XSR 155 ครับ และผู้สร้างงานคัสต้อมชิ้นนี้คือสำนักแต่ง K-Speed ที่เป็นสำนักแต่งชื่อดังของไทยเรา โดยในคราวนี้ทาง K-Speed ได้ แต่งเจ้า Yamaha XSR 155 ออกมาให้เป็นแนวลุยๆ เหมือนจะเอาไว้ขับขี่บนเส้นทาง Off-Road โดยเฉพาะ นอกจากนี้การดีไซน์ของตัวรถนั้นจะออกไปในแนวๆ Vintage ซะส่วนใหญ่ โดยเราจะสามารถเห็นได้จากการ Paint สีให้ดูเหมือนมีร่องรอยถลอกๆ คล้ายกับรถเก่าโดยทางผู้ทำได้ออกมาบอกว่าลวดลายและร่องรอยที่เขา Paint นั้นเพื่อให้เจ้ารถคันนี้ดูเก๋ายิ่งขึ้นนั้นเองครับ โดยไฟหน้านั้นจะมาเป็นแบบไฟคู่ เฟรมถูกรื้อออกจนหมดและถูกทำขึ้นมาใหม่ แฮนด์ได้ถูกเปลี่ยนใหม่เป็นทรง Tracker ปั้มเบรกบนและคลัตช์นั้นถูกเปลี่ยนไปใช้เป็นของ Takegawa ทำให้เล็กลงและสวยงามกว่าเดิม ส่วนสีเครื่องถูกพ่นให้เป็นสีดำเพื่อเพิ่มความดุดันให้แก่ตัวรถ ส่วนปั้มเบรกล่างหน้าหลังใช้ของ Brembo เพื่อเพิ่มความพรีเมี่ยมให้แก่ตัวรถโช๊กหลังใช้เป็นของ YSS ยางใช้เป็นของ Pirelli โดยรวมแล้วรถคันนี้ถือเป็นรถที่มีความดิบเถื่อนเก๋าเก่าสมกับแนวทางที่ผู้ออกแบบได้วางเอาไว้จริงๆ ครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

เปิดตัวยาง Michelin Pilot Street 2 ดีไซน์ใหม่มั่นใจทั้งบนถนนแห้งและถนนเปียก

มิชลินผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยียางรถยนต์ระดับโลก เปิดตัว มิชลิน ไพลอต สตรีท 2 (MICHELIN Pilot Street 2) ยางรถจักรยานยนต์รุ่นล่่าสุดในกลุ่มยํางสไตล์สปอร์ตเพื่อกํารใช้งานในชีวิตประจำวันซึ่งออกแบบมาสำหรับรถจักรยานยนต์และรถสกูตเตอร์ที่ใช้ยางขอบ 10, 14, 16และ 17 นิ้ว โดยเหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่ใช้รถจักรยานยนต์ในชีวิตประจำวันและมองหายางที่ตอบโจทย์รอบด้าน เนื่องจากยางรุ่นนี้ไม่เพียงโดดเด่นด้วยสมรรถนะความปลอดภัยที่เหนือกว่ําทั้งบนถนนแห้งและถนนเปียก แต่ยังมีอายุกํารใช้งํานยาวนานด้วยนวัตกรรมดอกยํางดีไซน์ใหม่ ตลอดจนสวยงามเตะตาด้วยรูปลักษณ์สไตล์สปอร์ตซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจํากยํางที่ใช้ในการแข่งขัน MotoGP ของมิชลิน ทั้งยังให้ความเพลิดเพลินขณะขับขี่อย่างเต็มพิกัด มร.รอสส์ ชีลส์ (Ross Shields) ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ 2 ล้อ ประจำภูมิภาคเอเชียของมิชลิน เปิดเผยว่า ยาง Michelin Pilot Street 2 จะวางตลาดแทนที่ยางมิชลิน บ็อบเปอร์,มิชลิน เอส,มิชลิน ไพลอต สปอร์ตตี้ และ มิชลิน ไพลอต สตรีท โดยมุ่งเจาะกลุ่มผู้ขับขี่สายสปอร์ตที่ใช้รถจักรยานยนต์ในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ยาง มิชลิน ไพลอตสตรีท 2 ได้รับการออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุดด้วยหลากหลายนวัตกรรมทางเทคนิค ตอกย้ำแนวคิดของมิชลินในเรื่องการพัฒนายางให้มีสมรรถนะสูงทุกด้าน หรือมิชลิน Total Performance ขณะเดียวกันยังให้ความเพลิดเพลินขณะขับขี่อย่างเต็มเปี่ยมด้วยรูปลักษณ์เท่และโฉบเฉี่ยวสไตล์สปอร์ต ทั้งยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน นอกจากนี้ การที่ยางรุ่นนี้ผลิตในเอเชียยังส่งผลให้การจัดส่งและป้อนสินค้าสู่ตลาดเอเชียและโอเชียเนียเป็นไปได้อย่าง รวดเร็วและตรงเวลาอีกด้วย ภายใต้แนวคิด “มั่นใจทั้งบนถนนแห้งและถนนเปียก” ยางมิชลิน ไพลอต สตรีท 2 มาพร้อมนวัตกรรมทางเทคนิคล่าสุด ได้แก่ สำหรับยางหน้า ร่องรีดน้ำด้านข้างบริเวณไหล่ยางที่ขยายตัวกว้างขึ้นได้ (Gradually-Widening Shoulder Grooves) เพื่อเพิ่มสมรรถนะบนถนนเปียกโดยเฉพาะ และร่องดอกยางแนวแกนยางที่พาดเป็นเส้นตรง ตลอดรอบเส้นยาง (Central Circumferential Groove) เพื่อเสริมสมรรถนะการขับขี่ท่ามกลางสภาพอากาศที่เปียก ตลอดจนเพื่อให้ประสิทธิภาพการควบคุมรถและความคล่องตัวสูงสุด สำหรับยางหลัง หรือยางที่ใช้ติดตั้งได้ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง (ขึ้นอยู่กับขนาด) ร่องดอกยางขนาดเล็กตามแนวแกนยาง (Small Centre Grooves) ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรีดน้ำ เสริมสมรรถนะในการยึดเกาะถนนแห้ง และยืดอายุการใช้งานของตัวยาง อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

ผัวงานเข้า!! เมื่อใบสั่งที่ส่งมาที่บ้านมีผู้หญิงที่ไม่ใช่เมียซ้อนท้าย

เมื่อไม่นานมานี้ได้มีหนุ่มรายนึงโดนใบสั่งขณะกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์อยู่โดยที่มีผู้หญิงที่ไม่ใช่เมียซ้อนท้ายอยู่ซึ่งเมียของหนุ่มคนดังกล่าวจึงได้ถามไปว่า “คนซ้อนคือใคร” โดยภาพดังกล่าวนั้นถูกเผยแพร่โดยเพจ Facebook ที่มีชื่อว่า หางาน เครือสหพัฒน์ ชาวเน็ตต่างออกมาให้ความเห็นกันอย่างต่างๆ นาๆ เพื่อนๆ ละครับคิดว่าอย่างไร คิดว่าชายคนนี้ยังมีชีวิตอยู่ไหม อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

โผล่แล้ว!! ที่เวียดนามกับ New Honda ADV 150

ได้มีรายงานจากสื่อฝั่งเวียดนามมาว่าทาง Dealer ค่ายปีกนกฮอนด้าฝั่งเวียดนามนั้นกำลังเตรียมเปิดตัวรถสกู๊ตเตอร์ที่กำลังมีกระแสออกมาแรงมากๆ ในตอนนี้ อย่าง Honda ADV 150 อยู่ โดยประเทศเวียดนามนั้นจะเป็นประเทศที่สองหลังจากที่ก่อนหน้านี้ทาง Honda ที่ อินโดนีเซียได้เปิดตัวและวางขายเจ้า ADV 150 ไปอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว และการมาของ ADV 150 ที่ประเทศเวียดนามในครั้งนี้นั้นจะเป็นการนำเข้าตัวรถมาทั้งคันจากประเทศอินโดนีเซียทำให้ราคาของ ADV 150 ในประเทศเวียดนามนั้นถือว่าค่อนข้างจะสูงเลยทีเดียว และ Honda ADV 150 ที่จะวางจำหน่ายในประเทศเวียดนามนั้นจะมีให้เลือกอยู่สองรุ่นย่อยด้วยกันคือรุ่น CBS และ รุ่น ABS ที่เป็นตัวท็อป โดยรุ่น CBS นั้นจะสนนราคาอยู่ที่ 85,000,000 ดงเวียดนาม หรือประมาณ 112,000 บาท ส่วนรุ่น ABS นั้นจะมีราคาอยู่ที่ 90,000,000 ดง หรือประมาณ 118,000 บาท ส่วนเรื่องของการที่มันจะเข้าไทยเมื่อไหร่นั้นต้องมาติดตามกันอีกทีครับสำหรับเจ้า New Honda ADV 150 หากมีข่าวสารการอัปเดตของรถรุ่นนี้ทางเราจะรีบนำมารายงานในทันทีครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

พบกับ XSR700 TT งานคัสต้อมแนว Scrambler ที่มีเบสโมเดลมาจาก XSR 700

ครั้งนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปชมดู เจ้า XSR700 TT ที่มีเบสโมเดลมาจาก Yamaha XSR 700 กันครับ โดยงานคัสต้อมชิ้นนี้นั้นถือเป็นการอัปเกรดที่ฉีกแนวไปอย่างมากกับเบสโมเดลของมันโดยจากเดิมที่ XSR 700 นั้นเป็นรถแนวเรทโทร-คลาสสิก สปอร์ตที่ดูแล้วเหมือนจะมีวัตถุประสงค์ในการเน้นเอาไว้ขับขี่ในเมืองหรือบนท้องถนนเป็นหลักนั้นก็ได้ถูกเปลี่ยนมาเป็นรถแนว Off-Road ที่สามารถลุยได้และดูเหมือนจะเน้นใช้บนทางวิบากหรือทางที่เป็นลูกรังโดยเฉพาะเลยทีเดียว และงานคัสต้อมในครั้งนี้นั้นคือผลงานของสองชาวโปรตุเกสอย่าง Nuno Capêlo และ Ricardo Santos ที่ทำให้กับทาง Yamaha โปรตุเกส ภายใต้โปรเจกชื่อ Back to the Dirt ซึ่งเจ้ามอเตอรไซค์คันนี้นั้นก็มีลักษณะที่ตรงตามชื่อโปรเจกเป็นอย่างมากทีเดียวครับ และในการคัสต้อมในครั้งนี้นั้นพวกเขาทั้งสองได้ทำการสับเปลี่ยนชุดระบบกันสะเทือนของเจ้า XSR700 กับชุดระบบกันสะเทือนที่ดูเหมาะสมมากขึ้นกับเส้นทางสายฝุ่นและใช้ตะเกียบของ Showa แบบ Custom โช๊คหลังนั้นใช้เป็นของ Showa เช่นกันซึ่งสามารถที่จะปรับได้ ส่วนล้อนั้นจะใช้เป็นล้อแบบ Enduro ของทาง Mitas นอกจากนี้ Nuno และ Ricardo ยังได้ทำการอัปเกรดเบรกหน้าด้วย ดิสก์ EBC และ คาลิปเปอร์ของ Brembo อีกด้วย อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

เราอาจไม่ได้เห็น Multistrada เครื่อง V4!!

จากที่ก่อนหน้านี้นั้นทางเราได้เคยรายงานไปว่าทาง Ducati กำลังทดสอบ Multistrada ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ V4 นั้นล่าสุดดูเหมือนว่าเราจะไม่ได้เห็นมันกันในปีนี้แล้วครับโดยหลักฐานที่เรากำลังจะนำเสนอนั้นทำให้ข่าวในครั้งนี้ค่อนข้างจะมีน้ำหนักมากเลยทีเดียว โดยในครั้งนี้ได้มีสื่อจากต่างประเทศอย่าง Asphalt & Rubber ที่ได้ออกมาให้การในครั้งนี้ว่าได้มีผู้พบเห็นการยื่นเอกสารมลพิษของเจ้า Multistrada ที่มีรหัสรุ่นย่อย GT ในเอกสารมลพิษของประเทศอเมริกาซึ่งแปลว่าทาง Ducati จะทำการเปิดตัวเจ้า Ducati Multistrada 1260 GT ในปีนี้เพื่อทำการวางขายมันในปีหน้า ซึ่งข่าวนี้หากมองดูเผินๆ แล้วอาจจะไม่มีอะไรแต่ทว่ารุ่น Multistrada 1260 GT นั้นก็ถือได้ว่าเป็นรุ่นท็อปในรุ่นที่เป็นแนว touring ของทาง Ducati ทำให้มันดูไม่น่าที่จะเป็นไปได้ว่าทาง Ducati นั้นจะเปิดตัวรุ่นท็อปถึงสองรุ่นมาทับไลน์กันทำให้อาจมีความเป็นไปได้ว่าทาง Ducati จะเปิดตัว Multistrada V4 ในช่วงปลายปี 2020 แทน และวางขายมันในปี 2021 อย่างไรก็ดีนี้เป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้นทางเราต้องมาคอยลุ้นดูกันอีกทีว่าทาง Ducati จะวางขายโมเดลไหนให้เราได้เห็นกันครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

เปลี่ยน R3 ของคุณให้เป็น YZR500 GP สุดจ๊าบ!!

พบกับการตกแต่ง Yamaha R3 ของคุณให้กลายเป็นรถแนวเรโทรสุดจ๊าบ ที่ดูเหมือนกับรถแข่งในตำนานของ Kenny Roberts อย่างเจ้า YZR500 GP โดยการแต่งในครั้งนี้นั้นจำเป็นจะต้องใช้ชุดแต่งจากทาง GG Retrofitz ที่จะเสกให้ Yamaha YZF-R3 ของคุณนั้นดูมีความคลาสสิกมากยิ่งขึ้นทั้งในเรื่องของทรวดทรงและลวดลาย โดยชุดคิทการแต่งจะมีราคาอยู่ที่ 1,198 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 36,672 บาท สำหรับชุดที่เอาไว้ขี่ในสนาม และ 998 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 30,550 บาท สำหรับรุ่นที่เอาไว้ขี่บนท้องถนนทั่วไป หากเพื่อนๆ คนไหนเป็นสายคลาสสิกแล้วละก็พลาดไม่ได้เลยล่ะครับ และหากใครสนใจสามารถเข้าไปหาดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับชุดแต่งนี้ได้ที่เว็บไซต์ของทาง GG Retrofitz หรือหากเพื่อนๆ คนไหนเป็นคนชอบแต่งอยู่แล้วล่ะก็สามารถลองคัสต้อมเองดูได้เช่นกันครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

เชิญชม Kawasaki Ninja H2LD งานคัสต้อมจาก Angel Lussiana

Kawasaki Ninja H2 นั้นถูกเผยโฉมครั้งแรกในงาน EICMA Show เมื่อปี 2014 และการมาของมันนั้นทำให้วงการมอเตอร์ไซค์ต้องสั่นสะเทือนเบาๆ เนื่องจากดีไซน์สุดล้ำสมัยและเทคโนโลยีสุดไฮเทคที่มาพร้อมกับมันในตอนนั้นซึ่งตอนนี้ก็ยังถือว่าเจ๋งอยู่ดี โดยโมเดล H2 นั้นถูกยกย่องในเรื่องของพละกำลังอันมหาศาลโดยเฉพาะกับรุ่น H2R ที่มาพร้อม Supercharged ซึ่งเป็นอะไรที่ค่อนข้างใหม่สำหรับวงการมอเตอร์ไซค์เนื่องจากก่อนหน้านี้นั้นเทคโนโลยี Supercharged ถูกใช้เฉพาะกับรถยนต์เท่านั้นและแม้ว่าเวลาจะผ่านไปพอสมควรแล้วทาง Kawasaki ก็ยังคงเป็นเจ้าเดียวที่นำเทคโนโลยีนี้มาใส่ให้กับรถมอเตอร์ไซค์ของตน อย่างไรก็ดีดูเหมือนว่าจะมีคนไม่ถูกใจนักกับการดีไซน์สุดล้ำสมัยของทาง Kawasaki ที่ทำให้กับเจ้า H2 ในตอนนั้นโดยเขาคนนั้นคือ Angel Lussiana ที่ขับเจ้า H2 ไปได้เพียง 3,000 กิโลเมตรเท่านั้นก่อนที่จะตัดสินใจนำเจ้า H2 ไปปรับแต่งให้เป็นรถที่ดูเหมือนรถดั้งเดิมมากขึ้นและจากนั้นจึงบังเกิดโปรเจค H2LD ขึ้นมา โดย Angel Lussiana ได้ทำชุดบอดี้คิทใหม่ และลงสีมันด้วยสีเขียวซึ่งเป็นสีประจำค่ายของทางค่ายยักษ์เขียว Kawasaki ละถึงแม้ว่าเขาจะโมดิฟายให้มันดูเหมือนรถแบบดั่งเดิมมากขึ้นแต่ดีไซน์ที่เขาทำออกมานั้นก็ไม่ได้ดูดุน้อยลงแต่อย่างใด นอกจากนี้ชายชาวอิตาลีผู้นี้ยังได้เปลี่ยนระบบกันสะเทือนหน้าและหลังอย่างเต็มระบบด้วยการใช้ชุดกันสะเทือนของ FG Gubellini และผลที่ได้จากการโมดิฟายในครั้งนี้คือตัวรถมีน้ำหนักที่เบาลงและยังทำให้ตัวรถมี power-to-weight ratio ที่ดีขึ้นอีกด้วยครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

สายลับ Andrea!!

เมื่อไม่นานมานี้ทางนักแข่ง MotoGP แห่งทีม Aprilia Racing Team Gresini อย่าง Andrea Iannone ได้ออกมาโพสต์ภาพของตนและแฟนสาวขณะเดินอยู่บนพรมแดงใน Instagram ของตน โดย Andrea นั้นมาพร้อมชุดสูทส่วนแฟนสาวนั้นก็ส่วมใส่ชุดราตรี ทำให้ เขาดูราวกับ James Bond 007 ยังไงยังงั้นเลยทาง นักแข่งหน้าใหม่ไฟแรงอย่าง Fabio Quartararo จึงออกมา comment อย่างฮาๆ ว่า “007” อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

“มิกซ์” ฟอร์มฮอตนำม้วนเดียวจบ “ ศึกอคาเดมี่ สนาม 5

เอ.พี.ฮอนด้า อะคาเดมี่ บันไดขั้นแรกในโครงการ “เรซ ทู เดอะ ดรีม” สร้างนักบิดไทยสู่เป้าหมายระดับเวิลด์คลาส “โมโต จีพี” ด้วยรถแข่งโรดเรซเซอร์ Honda NSF100 ที่ผลิตมาสำหรับการการแข่งขันทางเรียบโดยเฉพาะ และฝึกขับขี่ในสนามแข่งแบบเซอร์กิต โดย บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด ในฤดูกาล 2019 ซึ่งเป็นปีที่สอง ด้วยการนำรูปแบบการฝึกอบรมตามหลักสูตรจาก HRC มาใช้ฝึกนักบิดไทยระดับเยาวชนอายุระหว่าง 9 -14 ปี สนามที่ 5 จัดขึ้นที่มอเตอร์สปอร์ตปาร์ค กรุงเทพมหานคร โดยครั้งนี้น้องมิกซ์-ธนัช ละอองปลิว เยาวชนจากอำเภอโปร่งน้ำร้อน จันทบุรี หมายเลข5 เค้นฟอร์มเก่งกลับมาอีกครั้ง ตั้งแต่รอบจับเวลาหาตำแหน่งสตาร์ทหรือรอบควอลิฟายในช่วงสายของวันอาทิตย์ ที่ 1 กันยายน 2562 คว้ากริดสตาร์ทโพลด้วยเวลาต่อรอบ 00:40.963 วินาที ก่อนที่มิกซ์จะโชว์ทักษะเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่หนึ่ง ตามมาด้วย โป้ป-วาติกันต์ สุขคุ้ม หมายเลข15 และ โฟกัส-ธีรไนย ทับทิม หมายเลข 4 สำหรับตารางคะแนนแชมเปี้ยนชิพหลังจบการแข่งขันสนามที่5 ปรากฎว่าโป้ป-วาติกันต์ สุขคุ้ม หมายเลข5 ทำแต้มสะสมขยับขึ้นมายึดหัวตารางคู่กับข้าวกล้อง-จักรีภัทร พฤฒิสาร หมายเลข7 ที่สนามนี้จบเรซในตำแหน่งที่5 โดยทั้งคู่มี่ 84 แต้มเท่ากัน ส่วนมิกซ์ที่คว้าชัยสนามนี้มี 60 คะแนน อยู่อันดับที่4 ของตาราง ตามหลังโฟกัสอันดับ3 เพียง 4 คะแนน ซึ่งผู้ที่มีคะแนนสะสมตลอดฤดูกาลทุกสนามในอันดับที่ 1 – 3 จะได้รับโอกาสก้าวสู่บันไดขั้นที่สองของเรซ ทู เดอะ ดรีม คือ ฮอนด้า ไทยแลนด์ ทาเล้นท์ คัพ 2020 โดยอัตโนมัติ และโปรแกรม เอ.พี. ฮอนด้า อะคาเดมี่ สนามที่6 จะไปจัดที่สนามไทยแลนด์ เซอร์กิต จังหวัดนครปฐม ในวันที่  14 – 15 กันยายน 2562 อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

Suzuki เตรียมขาย SV650 สีใหม่ต้อนรับปี 2020!!

ดูเหมือนว่าทางค่ายคนบ้า Suzuki นั้นกำลังเตรียมที่จะวางขายเจ้า SV650 สีสันใหม่ในปี 2020 ที่จะถึงนี้ โดยเจ้า Suzuki SV650 นั้นจะเป็นรถแนว Naked Sport ขนาดกลางที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของทางค่ายอย่างมากทีเดียวครับ โดยก่อนะไปพูดถึงสีสันใหม่ที่จะมาในปี 2020 นี้ทางเราขอทวนสเปกคร่าวๆ ให้ท่านผู้อ่านฟังกันอีกครั้งนะครับโดยเจ้า Suzuki SV650 นั้นจะมาพร้อมกับ เครื่องยนต์ V-Twin 2 สูบ ขนาด 645 cc และจะยังคงมาพร้อมกับระบบ Riding Assist ระบบ Suzuki Easy Start System ระบบ Low RPM Assist และระบบ ABS หน้าหลังรวมถึงระบบและ Function อำนวยความสะดวกอื่นๆ ที่เรียกได้ว่าเหมือนเดิมเป๊ะ เปลี่ยนไปเพีงแค่สีเท่านั้นครับ โดยสีแรกจะเป็นสี Metallic Silver ที่มาพร้อมเฟรมและล้อแม็กซ์สีน้ำเงินซึ่งดูเรียบหรูแบบเย็นยะเยือกดีครับ ถัดมาเป็นสีดำด้านที่มาพร้อมกับเฟรมและล้อแมกซ์สีแดงทำให้ดูเด่นดุดันสีดำที่ดูดุอยูแล้วนั้นพอเพิ่มสีแดงอันร้อนเเรงเข้าไปทำให้ตัวรถนั้นดูมีความ Aggressive มากยิ่งขึ้น สุดท้ายนี้เป็นสีดำเงาทั้งคันซึ่งดูๆ ไปแล้วให้ความรู้สึกเรียบหรูและดุดันแบบเข้มๆ นิ่งๆ ในเวลาเดียวกันเหมาะกับคนที่นิ่งๆ เงียบๆ แนวพูดน้อยต่อยหนัก โดยราคาที่สนนไว้ตอนนี้จะอยู่ที่ 5,999 ปอนด์ หรือเมื่อตีเป็นเงินไทยจะอยู่ที่ประมาณ 221,387 บาทเมื่อตีเป็นเงินไทยครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

ใกล้เปิดตัวแล้ว!! KTM 250 Adventure

ถึงแม้ว่าในตอนนี้ทางบ้านเราจะยังไม่มีตัวแทนจำหน่ายรถของทางค่าย KTM ก็ตามแต่ทาง KTM ในประเทศอินเดียก็ไม่ได้มีการหยุดนิ่งตามแถมยังดูเหมือนจะไปได้ด้วยดีอีกด้วยเนื่องจาก กำลังพัฒนา 250 Adventure อยู่ และยังจะนำมาวางขายในประเทศอินเดียเป็นหลักอีกด้วย โดยแนวความคิดในการสร้างเจ้า KTM 250 Adventure นั้นดูจะไม่ต่างเท่าไหร่กับการสร้างเจ้า 390 Adventure เนื่องจากเจ้า KTM 250 Adventure นั้นจะอิงพื้นฐานมาจาก Duke 250 เหมือนกับที่ทาง 390 Adventure นั้นมีการอิงพื้นฐานมาจาก Duke 390 โดย เจ้า Duke 250 นั้นจะยกชุดเฟรมและเครื่องยนต์แบบสูบเดียวขนาด 248.8 cc ที่มาจาก Duke 250 อย่างที่เรากล่าวไปข้างต้นส่วนสิ่งที่ได้มีการนำเอาไปปรับปรุงนั้นคือส่วนของระบบกันสะเทือนที่จะทำใหม่ให้มีช่วงยืดยุบที่ดีขึ้นเพื่อให้สมกับชื่อรุ่น Adventure และสามารถเอาไว้ลุยได้นั้นเองครับ ส่วนแฟริ่งนั้นก็จะมีดีไซน์แบบเดียวกันกับ 390 Adventure ส่วนหน้าจอแดงผลนั้นจะให้มาเป็นแบบ Full Digital ที่เป็นแบบ ขาวดำและมาพร้อมไฟสว่างเพื่อใช้ในการดูตอนกลางคืน ไฟหน้านั้นน่าเสียดายที่ทาง KTM จะยังคงใช้เป็นแบบ Halogen ไม่ใช่แบบ LED แต่อย่งใดครับ ส่วนช่วงเวลาเปิดตัวนั้นทางเราคาดว่ามันจะถูกเปิดตัวออกมาให้เราได้เห็นในงาน EICMA Show 2019 ช่วงสิ้นปีนี้ครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

ชมสเปก Aprilia RS660 ก่อนวางขายจริงปลายปีนี้!!

หลังจากถูกเผยโฉมไปเมื่อปีที่แล้วในแบบฉบับ Prototype ที่งาน EICMA Show 2018 ในปี 2019 นี้เราก็ได้ข้อมูลข่าวคร่าวเพิ่มเติมของเจ้า Aprilia RS660 แล้วครับ โดยวันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปชมสเปกแบบคร่าวๆ ของเจ้า Aprilia RS660 กันครับ โดยเจ้ารถมอเตอร์ไซค์ทรง Sport คันนี้นั้นจะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ 2 สูบเรียง ที่มีขนาดความจุ 660 CC เนื่องจากตัวเครื่องยนต์นั้นจะเป็นการถูกหั่นเครื่องยนต์มาจาก เจ้า Aprilia RSV4 ส่วนเรื่องของหำลังแรงม้านั้นเจ้ารถมอเตอร์ไซค์คันนี้จะให้แรงกำลังแรงม้าสูงสุดประมาณ 95 แรงม้า แถมตัวรถยังมีน้ำหนักที่เบาเนื่องจากชุดเฟรมนั้นใช้วัสดุแบบอลูมิเนียม ส่วนระบบกันสะเทือนนั้นจะใช้ชุดโช้กหน้าหัวกลับขนาดแกน 43 มิลลิเมตรในระหว่างที่โช้กหลังจะเป็นแบบ Monoshock ที่มี ซับแทงค์แยก ของยี่ห้อ Sachs ส่วนฟีเจอร์อำนวยความสะดวกนั้นเจ้ารถคันนี้จะมาพร้อมกับชุดจอมาตรวัดแบบ TFT ที่มีขนาดประมาณ 6-7 นิ้ว และหากถามว่ามันจะถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อไหร่นั้นทางเราคาดว่ามันมีแนวโน้มสูงมากที่จะถูกเปิดตัวในงาน EICMA Show 2019 ที่จะจัดขึ้นในช่วงปลายปีนี้นั้นเองครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

มาแล้ว!! Lambretta Pirelli Edition 125

Lambretta Pirelli Edition 125 นั้นเกิดขึ้นมาได้จากความร่วมมือระหว่างสองแบรนด์สัญชาติอิตาลีอย่างแบรนด์ยางอันดับ 1 ของอิตาลีอย่าง Pirelli และ แบรนด์รถสกู๊ตเตอร์สุดคลาสสิกอย่าง Lambretta นอกจากนี้ทาง Lambretta และ Pirelli นั้นต่างก็มีความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันมาตลอดตั้งแต่ปี 1950 จึงทำให้เกิดเจ้า Lambretta Pirelli Edition 125 คันนี้ขึ้นมา โดยตัวเลือกของยางที่ทาง Lambretta เลือกใช้ในการใส่ให้กับสกู๊ตเตอร์ของตนนั้นจะเป็นยางของทาง Pirelli นั้นเองครับและแน่นอนว่าในครั้งนี้ก็จะติดมาให้ด้วยกับรุ่นสุดพิเศษนี้ หากพูดถึงเรื่องของบอดี้และโครงสร้างหลักๆ ของตัวรถแล้วนั้นเจ้า Lambretta รุ่นพิเศษคันนี้นั้นก็จะใช้ชิ้นส่วนแบบเดียวกันกับรุ่น V-Special 125 ส่วนทางเครื่องยนต์นั้นจะใช้เป็นแบบเครื่องยนต์ 1 สูบ ระบายความร้อนด้วยอากาศ และมีขนาดความจุ 124.7 CC มีแรงม้าสูงสุด 10.2 PS ส่วนเรื่องราคานั้นจะสนนอยู่ที่ 3,099 ปอนด์ หรือประมาณ 115,377 บาท ครับ และเนื่องจากมันเป็นรุ่น Limited Edition ด้วยแล้ว จะถูกผลิตออกมาเพียง 999 คันเท่านั้นครับ นอกจากนี้เรายังมีสเปกคร่าวๆ ของเจ้ารุ่นนี้มาให้ชมกันอีกด้วยครับ สเปก ENGINE TYPE Single cylinder, 4-stroke, air cooled DISPLACEMENT 124.7cc COMPRESSION RATIO 10.7:1 RATED OUTPUT 7.5kW@8500rpm MAX TORQUE 9.2Nm@7000rpm FUEL SUPPLY Electronic Fuel Injection EXHAUST SYSTEM Euro 4 Compliant CERTIFICATION Euro 4 CLUTCH Automatic GEARBOX Automatic FINAL DRIVE Belt IGNITION ECU COOLING SYSTEM Air Cooled BATTERY 12V SPARK PLUG N/A STARTING Electronic FRAME Steel Tube FRONT SUSPENSION Telescopic Forks REAR SUSPENSION Single Suspension FRONT BRAKE Hydraulic Disc REAR BRAKE Hydraulic Disc FRONT TYRE/RIM 110/70-12 / Cast 12 in REAR TYRE/RIM 120/70-12 / Cast 12 in HEADLIGHT LAMP N/A TAILLIGHT LAMP N/A DIMENSIONS 1900mm x 690mm x 1130mm UNLADEN WEIGHT 134kg PERMITTED WEIGHT 284kg FUEL CAPACITY 6.5 Ltr WHEELBASE 1330mm SEAT HEIGHT 770mm   อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

Yamaha Finn กล้า…ท้าประหยัด ท้าทายสถิติความประหยัดน้ำมันครั้งใหม่!!

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ตอกย้ำความประหยัดของรถจักรยานยนต์  Yamaha Finn ครั้งใหม่ หลังประสบความสำเร็จจากกิจกรรม “ยามาฮ่าฟินน์ทั่วไทย ใช้น้ำมันถังเดียว” ที่เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนและผู้ขับขี่ทั่วไปได้สัมผัสกับสมรรถนะและความประหยัดของรถจักรยานยนต์ครอบครัวยุคใหม่อย่าง “ยามาฮ่า ฟินน์” ที่มาพร้อมกับดีไซน์พรีเมี่ยมตลอดทั้งคัน พร้อมฟีเจอร์เพิ่มความสะดวกสบายกว่า แรงดี ขับขี่ง่าย และประหยัดน้ำมันด้วยเทคโนโลยีการจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีดที่ออกแบบมาเพื่อรถมีเกียร์โดยเฉพาะ ด้วยการขับขี่ท่องเที่ยวด้วยการใช้ “น้ำมันเชื้อเพลิงแค่ถังเดียว” เท่านั้น โดยในครั้งนี้พร้อมเดินหน้าจัดกิจกรรมแข่งขันประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง “ฟินน์ กล้า…ท้าประหยัด” ซึ่งเป็นการท้าทายสถิติความประหยัดน้ำมัน 91.18 กม./ลิตร ที่เป็นค่าสูงสุดที่ “ยามาฮ่า ฟินน์” เคยทำได้ก่อนหน้านี้!! สำหรับกิจกรรมแข่งขันประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง “ฟินน์ กล้า…ท้าประหยัด” ครั้งนี้ ยามาฮ่าได้เชิญสื่อมวลชนสายรถจักรยานยนต์ชั้นนำของเมืองไทย 20 สำนัก เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อทำการท้าทายสถิติความประหยัดความมันเชื้อเพลิงของรถจักรยานยนต์ Yamaha Finn โดยทำการขับขี่แข่งขันด้วยการสตาร์ทจากบริเวณหน้า เซียร์รังสิต และไปจบการแข่งขันที่ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช จ.อยุธยา ในสภาวะการขับขี่บนถนนจริงตลอดเส้นทางที่มีระยะทางการขับขี่ในครั้งนี้รวมเกือบ 60 กม. โดยในการจัดกิจกรรมแข่งขันประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง “ฟินน์ กล้า…ท้าประหยัด” นอกจากจะเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้พิสูจน์ความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงของ “ยามาฮ่า ฟินน์” แล้ว ทางยามาฮ่ายังได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ อาจารย์เกียรติศักดิ์ นาคชัชวาล จากสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน จ.สมุทรปราการ, อาจารย์ ชาญณรงค์ นามสนิท จากวิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ, อาจารย์อำนวย เมืองเกลี้ยง จากวิทยาลัยสารพัดช่างสมุทรปราการ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงบริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในการเติมน้ำมันและตรวจวัดน้ำมันเชื้อเพลิงในทุกขั้นตอนอย่างละเอียด พร้อมร่วมติดตามการขับขี่แข่งขันประหยัดน้ำมันครั้งนี้ไปตลอดเส้นทางอีกด้วย โดยหลังจากที่คณะสื่อมวลชนซึ่งเป็นผู้ขับขี่แข่งขัน “ฟินน์ กล้า…ท้าประหยัด” ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ฟินน์ ฝ่าการจราจรที่ค่อนข้างหนาแน่นมาตลอดระยะทางจากจุดสตาร์ทจนถึงจุดฟินิชได้สำเร็จ ด้วยความเร็วประมาณ 40-50 กม./ชม. ผลการวัดอัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงปรากฎว่า…ยามาฮ่า ฟินน์ สามารถทำสถิติใหม่ได้สำเร็จ ด้วยอัตราความประหยัดสูงสุดอยู่ที่ 96.16 กม./ลิตร “ยามาฮ่า ฟินน์” คือ รถจักรยานยนต์ครอบครัวยุคใหม่ที่ได้รับการออกแบบมาใหม่ด้วยสไตล์โมเดิร์นกว่า ทั้งในส่วนของรูปลักษณ์ที่ดีไซน์ให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น โฉบเฉี่ยวปราดเปรียว ให้ความรู้สึกถึงความพรีเมี่ยมตั้งแต่หัวจรดท้าย มาพร้อมกับฟีเจอร์ที่โดดเด่นมากมาย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ได้อย่างครอบคลุม รวมทั้งยังให้ความสำคัญในเรื่องของความประหยัด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยแนวคิดในการพัฒนาคือ “ความโมเดิร์นของรถครอบครัวระดับพรีเมี่ยมที่มีความทันสมัย โดดเด่น เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน ขับขี่ง่าย และคล่องตัว” โดยทีมวิศวกรยามาฮ่าได้ทำการออกแบบ และพัฒนาด้านวิศวกรรมเพื่อให้ “ยามาฮ่า ฟินน์” มีความสมดุลระหว่างดีไซน์ที่ทันสมัยขนาดกะทัดรัด การขับขี่ที่ดี และง่ายต่อการใช้งาน ซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยีการจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีดให้ความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ที่สามารถเติมน้ำมันได้หลากหลายประเภททั้งเบนซิน และแก๊สโซฮอล์ทุกประเภทจนถึง E85 นอกจากนี้ “ยามาฮ่า ฟินน์” ยังเพรียบพร้อมทั้งฟีเจอร์ที่โดดเด่นมากมาย และในเรื่องเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ ได้อย่างครบถ้วน อาทิ กุญแจแบบ Multi-function ควบคุมการใช้งานในจุดเดียวจะล็อค สตาร์ท หรือเปิดเบาะ, ช่องใส่ของด้านหน้าในรถครอบครัว เพิ่มพื้นที่ใช้สอย ให้ความสะดวกสบายในการใช้งาน, ที่เก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่กว่า ถึง 9.7 ลิตร, แผงหน้าปัดดีไซน์หรู โฉบเฉี่ยว กราฟิกสีสันทันสมัย ชัดเจน สบายตา พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งาน, ชุดไฟหน้าดีไซน์ใหม่ กลมกลืนกับแฟริ่งใหม่ พร้อมไฟหน้าแบบฮาโลเจน ส่องสว่างชัดเจนปลอดภัยทั้งกลางวันและกลางคืน, ไฟท้ายดีไซน์ใหม่ หรูหรา รับกับบอดี้ช่วงท้าย สว่างจัด ชัดเจนทั้งกลางวันและกลางคืน, ระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบเทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนด้านหลังนุ่มนวลด้วยโช้คอัพคู่ที่ทำงานร่วมกับสวิงอาร์มให้ความนุ่มนวลได้เป็นอย่างดี มาพร้อมกับ ยางหน้าขนาด 70/90 – 17MC / 38P ยางหลังขนาด 80/90 – 17MC / 50P และรุ่นล้อแม็กเพิ่มความพรีเมี่ยมกว่า โดย “ยามาฮ่า ฟินน์” มาพร้อมกับเครื่องยนต์สุดประหยัดขนาด 115 ซีซี แบบ 4 จังหวะ สูบเดี่ยว SOHC ระบายความร้อนด้วยอากาศ แรงดี ทนทาน ไม่จุกจิก และประหยัดน้ำมันสามารถเติมน้ำมันได้หลากหลายประเภททั้งเบนซิน และแก๊สโซฮอล์ทุกประเภทจนถึง E85 เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม… “ยามาฮ่า ฟินน์…ฟินน์กว่า ก็โดนกว่า” อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

ชมภาพการดีไซน์ Honda ADV 150 Africa Edition!!

ได้มีภาพ Render การดีไซน์ของเจ้า Honda ADV 150 ที่มีกระแสออกมาค่อนข่างจะดีมากเลยทีเดียว โดยการดีไซน์นี้นั้นจะเป็นของทาง Julak Sendie Design ซึ่งก่อนหน้านี้นั้นก็ได้มีการดีไซน์รถออกมาหลายรุ่นด้วยกัน โดยคราวนี้ทาง Julak Sendie Design ได้มีการออกแบบเจ้ารถสกู๊ตเตอร์คันนี้ออกมาด้วยลวดลายและเฉดสีแบบ Tricolor ให้ออกมาดูคล้ายคลึงกับสไตล์ของทางรุ่นพี่สาย Adventure เต็มรูปแบบอย่าง Africa Twin ที่เป็นรุ่น Adventure Sport นั้นเองครับ โดยทาง Designer ได้ให้ชื่อมันว่า Honda ADV 150 Africa Edition เป็นยังไงกันบ้างครับชอบการดีไซน์แบบนี้ของเจ้า ADV 150 กันหรทอเปล่าครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

ในที่สุด!! พ่อหมอ Valentino Rossi ก็ได้ในสิ่งที่ขอ

ทาง Yamaha กำลังเตรียมที่จะส่งชุดอุปกรณ์การอัปเกรดให้แก่ YZR-M1 ของ พ่อหมอ Valentino Rossi หลังจากที่พ่อหมอ Valentino Rossi ได้ออกมาโชว์ลวดลายและฟอร์มอันร้อนแรงไปเมื่อสัปดาห์ก่อนในการแข่งขันที่สนาม Silverstone นั้นก็ได้ออกมาบอกว่าทางทีมโรงงานกำลังส่งชุดอุปกรณ์อัปเกรดให้กับรถของเขาหลังจากที่ขอมาแล้วเป็นเวลากว่าสองปี!! โดยพ่อหมอของเราได้กล่าวว่า “Yamaha นั้นกำลังเริ่มทำสิ่งที่ฉลาด เช่นอัตราการเร่งและระบบไฟฟ้าเพื่อจัดการกับยางด้านหลังให้ดีขึ้น” “นี้เป็นสิ่งที่ผมร้องขอมาแล้วเป็นเวลา 2 ปีครึ่ง แต่ก็ยังไม่ได้คำตอบเลยก่อนในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา” “เราอาจจะสามารถปรับปรุงและแข่งขันได้อย่างดีขึ้นในปลายปีนี้และปีหน้า” “เราได้พัฒนาขึ้นมาบ้างแล้วแต่ยังเหลือหนทางอยู่อีกยาวไกล” Rossi กล่าวเพิ่ม นอกจากนั้นพ่อหมอ Rossi ยังกล่าวถึงอุปกรณ์อัปเกรดอีกชิ้นนึงด้วยที่เขาได้เคยร้องขอไปยังทาง Yamaha คือสวิงอาร์มแบบคาร์บอนที่ตอนนี้ยังคงใช้เป็นแบบอลูมิเนียม โดย Rossi ได้กล่าวเกี่ยวกับการมาของสวิงอาร์มแบบคาร์บอนเอาไว้ว่า “ผมยังไม่แน่ใจว่าจะได้เห็นสวิงอาร์มใหม่นี้เมื่อไหร่ แต่ผมก็คิดและหวังว่าจะไม่ต้องรอนานหนักในการที่จะได้เห็นมัน” อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

สู่เส้นทางการแข่งขันที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องกับ Team Suzuki Ecstar บนสังเวียนระดับโลก MotoGP

หลังจากที่ ซูซูกิ ประกาศศักดาในการคว้าแชมป์ การแข่งขันรายการรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการที่ใหญ่ที่สุดอย่าง MotoGP สนามที่ผ่านมา ณ สนาม ซิลเวอร์สโตน ประเทศอังกฤษ ซึ่งในปีนี้ ซูซูกิ ได้แชมป์รายการ MotoGP นี้ ถึง 2 สนาม และสามารถขึ้นโพเดียม รวม 7 สนาม จากการแข่งขัน 12 สนามที่ผ่านมา ในปี 2019 เส้นทางการกลับมาสู่สังเวียน MotoGP ครั้งนี้เป็นอย่างไร ติดตามกันได้เลย ซูซูกิ ได้กลับเข้ามาร่วมในการแข่งขันรายการรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก MotoGP ในปี 2015 ภายใต้ทีมโรงงาน นามว่า Team Suzuki Ecstar ที่ได้ผู้จัดการทีมที่มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่องอย่าง ดาวิเด เบริโว่ มานั่งแท่นบริหาร และจัดการทีม พร้อมทั้งทีมงานคุณภาพจากที่ต่างๆ มารวมตัวกัน เพื่อสร้างโปรเจคที่ทุกคนรอคอย กับการเป็นจ้าวแห่งสนามแข่งอีกครั้ง โดยครั้งนี้ ซูซูกิได้กลับมาพร้อมกับ รถจักรยานยนต์สูตรเพื่อใช้สำหรับการแข่งขันโดยเฉพาะ ซึ่งรหัสความแรงในครั้งนี้คือ GSX-RR ด้วยสมรรถนะเครื่องยนต์ ขนาด 1,000 ซีซี ที่นำเทคโนโลยีอันล้ำสมัย มาบรรจุ เพื่อให้เป็นรถจักรยานยนต์ที่แรง และล้ำสมัยที่สุด แต่ละชิ้นส่วนที่สุดยอด ถูกนำมาคัดสรร ทำให้เป็นรถจักรยานยนต์ที่ทำความเร็วได้มากกว่า 340 กม./ชม. ในเวลาไม่กี่วินาที อีกทั้งยังมีน้ำหนักที่เบาเพียง 157 กก. เท่านั้น แต่มีความทนทานเป็นเยี่ยม ซึ่งทำให้สามารถคว้าแชมป์กลับมาครองได้ ในระยะเวลาเพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น ต่อมาในปี 2017 ซูซูกิ ได้เรียกเสียง ฮือฮา ด้วยการเซ็นสัญญากับ 2 นักแข่งใหม่ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือนักแข่งดาวรุ่งจาก Moto2 อย่าง อเล็กซ์ รินส์ หมายเลข 42 ที่กำลังเป็นที่จับตามอง อีกทั้งยังพัฒนา ซูซูกิ GSX-RR ให้ทรงประสิทธิภาพขึ้นไปอีก ซึ่งในปี 2018 นั้น 2 นักแข่งจาก Team Suzuki Ecstar สร้างปรากฏการณ์ ขึ้นโพเดียมถึง 9 ครั้ง จาก 17 สนาม ซูซูกิ ยังคงไม่หยุดความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาสมรรถนะ ของ GSX-RR และก้าวขึ้นเป็นจ้าวแห่งสนามแข่ง ด้วยการเซ็นสัญญานักแข่งดาวรุ่ง เข้ามาร่วมทีมอย่าง โจน เมียร์ เจ้าของหมายเลข 36 มาเสริมความแกร่ง ให้กับ Team Suzuki Ecstar ปี 2019 และเพียง 3 สนามเท่านั้น ซูซูกิ ก็แผลงฤทธิ์ อเล็กซ์ รินส์ ได้ระเบิด ฟอร์มการขับขี่ GSX-RR อย่างร้อนแรงคว้าแชมป์ที่สนาม เรดบูล กรังด์ปรีซ์ ออฟ อเมริกา อีกทั้ง ยังขึ้นโพเดียมในอันดับที่ 2 ในสนามถัดมาที่ Jerez พร้อมทำคะแนนการแข่งขัน อยู่ในกลุ่มผู้นำ อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งล่าสุดคว้าแชมป์ที่สนาม ซิลเวอร์สโตน ประเทศอังกฤษ อีกครั้ง อย่างเร้าใจ แบบสุดมันส์ ทำให้คะแนนรวม ณ ปัจจุบันเป็นอันดับที่ 3 ในขณะนี้ ซึ่งนับว่าเป็นการประสบความสำเร็จไปอีกขั้นแบบก้าวกระโดด จากผลงานทั้งหมดที่ผ่านมา โดยใช้ระยะเวลาไม่ถึง 5 ปี ก็คว้าแชมป์ และโพเดียมมาครองอย่างมากมาย และเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมาก็ทำให้มีสาวกซูซูกิ และแฟนคลับของ อเล็กซ์ รินส์เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย ในปีนี้ยังเหลือ อีก 7 สนาม ซึ่ง 1 ในนั้นคือ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ที่ประเทศไทยนั่นเอง เรามาดูกันว่า Team Suzuki Ecstar / อเล็กซ์ รินส์ หมายเลข 42 และ โจน เมียร์