SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่มีฝนตกลงมาแทบจะทุกวันเนื่องจากเป็นช่วงฤดูฝนจึงทำให้ถนนมีความเปียกชื้นทางเราจึงมีข้อแนะนำเรื่องการ ขับขี่ยังไงให้ปลอดภัยในช่วงฤดูฝน ให้กับคุณผู้อ่านกันครับ เช็กสภาพของรถมอเตอร์ไซค์ให้พร้อม ในช่วงฤดูฝนแบบนี้ เพื่อนๆ ควรที่จะเช็กสภาพของรถมอเตอร์ไซค์ให้พร้อมใช้งานเสมอ และสิ่งที่ต้องตรวจสอบก็คือสภาพเบรก ผ้าเบรก น้ำมันเบรก ลมยาง ดอกยาง น้ำมันเครื่อง ระบบกรองอากาศ และระบบไฟต่างๆ ให้มอเตอร์ไซค์มีสภาพพร้อมที่จะสามารถลุยฝนที่มีถนนที่ทั้งลื่นและเปียกได้อย่างมั่นใจนั้นเองครับ เตรียมอุปกรณ์การขับขี่ให้พร้อม เมื่อรถมอเตอร์ไซค์พร้อมแล้วคนก็ต้องพร้อมตามด้วยเช่นกัน โดยสำหรับเพื่อนๆ ที่จะต้องใช้มอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะทุกวันในช่วงฤดูฝนแบบนี้นั้นก็ควรที่จะมีอุปกรณ์กันฝน อย่างเช่น เสื้อกันฝน แจ็กเก็ต รองเท้ากันน้ำ ถุงมือกันน้ำ กระเป๋ากันน้ำ และสิ่งที่สำคัญที่สุดซึ่งชาวสองล้ออย่างเราไม่ควรลืมเลยคือหมวกกันน็อคนั้นเองครับ ขับขี่ด้วยความเร็วที่เหมาะสม เป็นที่รู้กันว่าช่วงฤดูฝนนั้นถนนจะลื่นเป็นที่สุดดังนั้นผู้ที่ขี่มอเตอร์ไซค์ควรที่จะใช้ความเร็วที่เหมาะสมระหว่างการขับขี่เพื่อหลีกเลี่ยงการล้มซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ จอดรถและหาที่หลบฝน หากฝนที่ตกลงมานั้นรุนแรงมากจนไม่สามารถไปต่อได้เราก็ควรที่จะจอดรถในที่ปลอดภัยและหาที่หลบฝนก่อนจนกว่ามันจะซาหรือหยุดไปเลยแล้วจึงค่อยไปต่อ มีสติเวลาขับขี่ สิ่งที่สำคัญที่สุดเวลาขับขี่รถก็คือการที่เรามีสติในเวลาขับขี่ และไม่ประมาทจะทำให้สามารถลดการเกิดอุบัติเหตุได้ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวบน Facebook คลิกที่นี้

หลังจากที่ไม่ประสบความสำเร็จกับรถของทางฝั่ง Honda ก็ได้มีข่าวลือออกมาว่า Jorge Lorenzo นั้นอาจย้ายเข้าทีม Pramac Ducati และอีกสิ่งหนึ่งที่น่าตกใจก็คือการที่ Jack Miller ได้ออกมาบอกว่าการดีลสัญญาระหว่างเขาและ Pramac Ducati นั้นถูกเลื่อนออกไปเพราะ Lorenzo โดยก่อนน่านี้ Lorenzo เคยอยู่กับทีมที่ใช้รถ Ducati มาก่อนแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จในช่วงแรก โดยในช่วงที่เขาประสบความสำเร็จมันก็สายเกินไปแล้ว แต่หลังจากที่เขานั้นก็ขี่เจ้า Honda ไม่ได้อย่างที่ใจคิดดูเหมือนว่าเขาจะกำลังมองหาค่ายอื่นๆ เพื่อการขับขี่ที่ดีขึ้นโดยทีม Pramac Ducati ก็คือตัวเลือกนั้น อย่างไรก็ดีสัญญาระหว่าง Jorge Lorenzo และ ทีม Repsol Honda นั้นจะยังคงอยู่จนถึงปี 2020 ดังนั้นเราคงต้องมารอดูกันจนถึงตอนนั้นว่า Lorenzo จะย้ายเข้าไปอยู่กับทีม Pramac Ducati หรือไม่ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวบน Facebook คลิกที่นี้ อ่านข่าว MotoGP เพิ่มเติม คลิกที่นี้

“คิงคองก้อง” สมเกียรติ จันทรา เผยแต้มที่เบอร์โน่เสริมความมั่นใจชั้นดีแม้พึ่งหายเจ็บ พร้อมสานต่อผลงานเพื่อกองเชียร์ไทยใน “ออสเตรียน กรังด์ปรีซ์” อาทิตย์นี้ สมเกียรติ จันทรา เจ้าของฉายา “คิงคองก้อง” ผลงานจากสายพานการปั้นนักแข่งของโครงการ “เรซ ทูเดอะดรีม”โดย เอ.พี.ฮอนด้า ในเวทีชิงแชมป์โลกคนล่าสุดซึ่งเจ้าตัวกำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันรายการโมโต จีพี 2019 รุ่นโมโต 2 แม้จะพึ่งหายจากอาการบาดเจ็บกลับมาลงสนามอีกครั้งและเอฟเฟ็คจากการผ่าตัดนั้นยังคอยส่งผลในการแข่งขันอยู่ก็ตาม โดยสามารถเก็บอีก 1 คะแนน ในการแข่งขันที่เบอร์โน่ ในสาธารณรัฐเช็ค เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้สถานการณ์นั้นรั้งอันดับที่ 24 ในตารางคะแนนสะสมด้วยแต้มในมือ 7 คะแนน ซึ่งทำให้ก้องนั้นมีความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นก่อนลุยต่อในการแข่งขันโมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ สนามที่ 11 ในรายการ “ออสเตรียน กรังด์ปรีซ์” ที่สนามเรดบูลล์ ริง ประเทศออสเตรีย ระหว่างวันที่ 9-11 สิงหาคม 2562 นี้ สมเกียรติ จันทรา นักแข่งดาวรุ่งหมายเลข 35 จากอิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย เผยว่าอาการเจ็บจากแผลผ่าตัดนั้นยังส่งผลในสนามล่าสุดที่เช็ค แต่เชื่อผลงานที่ทำได้ การฝึกซ้อมอย่างเต็มที่ และกำลังแรงใจจากกองเชียร์ชาวไทยนั้นจะหนุนหลังให้เจ้าตัวทำผลงานที่ยอดเยี่ยมได้อีกครั้งในสุดสัปดาห์นี้ที่เรดบูล ริง ประเทศออสเตรีย แฟนๆ ความเร็วชาวไทยสามารถเชียร์และให้กำลังใจ ก้อง สมเกียรติ จันทรา ในการแข่งขันวันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคมนี้ 17.20 น. ตาม เวลาประเทศไทยในการถ่ายทอดสดทางช่อง ฟ็อกซ์ สปอร์ต และ พีพีทีวี เอชดี 36 พร้อมทั้งติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวหนึ่งเดียวของไทยคนนี้ได้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ รถจักรยานยนต์ฮอนด้า (Honda Motorcycle Thailand) www.facebook.com/hondamotorcyclethailand/ #WhatStopsYou #มุ่งสู่เส้นชัยอย่าให้อะไรมาหยุด #MotorSport #APhonda #APhonddaracingthailand#moto2 อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตาม Facebook SuperBike คลิกทีนี้

ค่ายผู้ดีอังกฤษอย่าง Triumph และ ค่ายจากแดนภารตะอย่าง Bajaj นั้นได้จับมือกันเพื่อร่วมกันสร้างมอเตอร์ไซค์คลาส 400-800 cc ก่อนหน้านี้เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้วได้เคยมีข่าวว่าทาง Triumph และ Bajaj นั้นเตรียมทำข้อตกลงในการสร้างรถขนาด 400-800 cc มาแล้วแต่ข่าวก็ได้เงียบหายไปจนล่าสุดได้มีสื่อนอกออกมาเผยว่าทั้งสองค่ายนั้นได้เตรียมทำข้อตกลงกันภายในปีนี้ โดยการร่วมมือกันในครั้งนี้นั้นทาง Triumph จะทำหน้าที่เป็นมันสมองและดูแลเรื่องการคิดค้นพัฒนารถส่วน Bajaj นั้นจะทำหน้าที่เป็นแรงงานคอยดูแลเรื่องการผลิตรถมอเตอร์ไซค์นี้เพื่อที่จะให้ได้มาซึ่งมอเตอร์ไซค์ที่มีราคาที่ถูกและผู้คนสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ถือเป็นการร่วมมือกันที่ค่อนข้างน่าสนใจเลยทีเดียวเพราะการร่วมมือกันในครั้งนี้นั้นจะทำให้ทั้ง Triumph และ Bajaj สามารถเข้าถึงตลาดใหม่ๆ ได้มากขึ้น เรียกว่า win-win ทั้งคู่เลยทีเดียว ทางเราคงต้องมาลุ้นติดตามกันต่อไปว่าการร่วมมือกันในครั้งนี้ระหว่าง Triumph และ Bajaj จะก่อให้เกิดรถมอเตอร์ไซค์แบบไหนออกมา อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

ขั้นตอนการผลิตเจ้า MV Agusta Brutale 1000 Serie Oro ได้เริ่มขึ้นแล้วโดยจะส่งมอบให้กับลูกค้าผู้ที่จองในช่วงเดือนตุลาคมของปีนี้ เนื่องจาก MV Agusta Brutale 1000 Serie Oro คันนี้นั้นเป็นรุ่น Limited Edition มันจะถูกผลิตออกมาในจำนวนที่จำกัดเพียง 300 คันเท่านั้น และจะสนนราคาอยู่ที่ประมาณ 42,990 ยูโร หรือเมื่อตีเป็นเงินไทยจะอยู่ที่ประมาณ 1,482,300 บาท!! โดยมอเตอร์ไซค์คันนี้จะมีแรงม้าอยู่ที่ 212 bhp และยังได้รับตำแหน่งรถ Naked Sportsbike ที่แรงที่สุดในโลกอีกด้วย นอกจากตำแหน่งรถ Naked Sportsbike ที่แรงที่สุดในโลกแล้วเจ้า Brutale 1000 Serie Oro คันนี้ยังได้รับรางวัลในการแข่งขันเลือกรถมอเตอร์ไซค์ที่สวยที่สุดภายในงาน EICMA 2018 ที่ผ่านมาอีกด้วย โดยผลโหวต 35% จากคนที่เข้าร่วมโหวต 16,000 คนถูกเทมาให้กับเจ้ารถคันนี้ อย่างไรก็ตามแฟนๆ ของทาง MV Agusta ก็ไม่ต้องเสียใจไปเพราะก่อนหน้านี้ทาง Timur Sardarov CEO ของ MV Agusta ได้ออกมายืนยันแล้วว่าจะทำรถ Superveloce และ Brutale ในเวอร์ชั่นที่ผลิตจำนวนมากให้แก่คนทั่วๆ ไปแถมยังจะมาพร้อมกับราคาที่ถูกลงอีกด้วยครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

ด้วยคอนเซ็ปต์ “NOT FOR EVERYONE” ที่ได้สร้างปรากฎการณ์และความพิเศษมากมายเพื่อมอบให้สาวกเวสป้าอย่างต่อเนื่อง ผ่านโมเดลรถสกู๊ตเตอร์ใหม่ๆ สีสันการตลาดและแคมเปญ เพื่อบ่งบอกคาแร็กเตอร์แบรนด์ที่มีความสนุกเป็นตัวของตัวเองพร้อมที่จะฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ อย่างสร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น ในครั้งนี้ บริษัท เวสปิอาริโอ (ประเทศไทย) จำกัด ได้นำเสนอความพิเศษครั้งใหม่ผ่านความคลาสสิคในการขับขี่ตามสไตล์อิตาเลี่ยนแท้ๆ กลับมาให้ทุกคนได้สนุกอีกครั้ง กับ “เวสป้า แอลเอ๊กซ์ 125 ไอ-เก็ต (Vespa LX 125 i-Get)” สกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมยอดนิยมกับโฉมใหม่ที่ทันสมัยกว่าเดิม แต่ยังคงความคลาสสิคตามแบบฉบับ LX ด้วยไฟหน้าทรงกลมอันเป็นเอกลักษณ์ หรูหรา มีสไตล์ สะท้อนตัวตนของผู้ขับขี่ ให้ทุกเส้นทางเปี่ยมไปด้วยความเพลิดเพลินและน่าค้นหา พร้อมนำจิตวิญญาณของคนกลุ่มมิลเลนเนียล (Millennials) กลุ่มคนที่บ่งบอกความเป็นวัยรุ่นในหัวใจตลอดเวลาโดยไม่ถูกแบ่งแยกด้วยเพศ อายุ คนที่มีความตื่นเต้นกับการใช้ชีวิต ชอบมองหาสิ่งใหม่ๆ และทำอะไรที่ตัวเองต้องการด้วยความกล้าในการใช้ชีวิตจากการออกไปเปิดโลกในแบบของตัวเอง โดย “เวสป้า แอลเอ๊กซ์ 125 ไอ-เก็ต (Vespa LX 125 i-Get)” หนึ่งในสกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมจากเวสป้าที่บ่งบอกประวัติศาสตร์ อันยาวนานของแบรนด์ ทั้งด้านเรื่องราวไปจนถึงเอกลักษณ์การออกแบบตามแบบฉบับเวสป้า ถ่ายทอดผ่านดีไซน์ที่ทำให้ผู้ขับขี่สามารถผสมผสานความเป็นตัวเองเข้ากับตัวรถได้อย่างกลมกลืนและแสดงออกถึงเอกลักษณ์อย่างชัดเจน โดยได้นำคอนเซ็ปต์อย่าง “Live Freely” ที่กระตุ้นให้ผู้ขับขี่สนุกกับอิสระของการใช้ชีวิต ผสมผสานเข้ากับดีไซน์รถสกู๊ตเตอร์ใหม่ที่มาพร้อมการอัพเกรดเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองการขับขี่ให้เป็นมากกว่าเพียงยานพาหนะ แต่เสมือนเป็นเพื่อนคู่ใจที่ช่วยให้ผู้ขับขี่ออกไปค้นหาความสนุกของการใช้ชีวิต ไปเปิดโลกเพื่อพบเจอสิ่งใหม่ๆ จากโลกภายนอกได้อย่างมีสไตล์ ด้วยดีไซน์ใหม่ที่นำเสนอความโดดเด่นของเนกไทที่ปรับให้มีความทันสมัยและมีมิติมากขึ้น สะท้อนสไตล์คลาสสิคร่วมสมัยด้วยอัตลักษณ์ของ LX กับไฟทรงกลมแบบแอลอีดี (LED Front Lamp) ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานในทุกสภาพอากาศและเพิ่มให้รถมีสไตล์ที่ทันสมัยมากขึ้นในเวลาเดียวกัน พร้อมทั้งสะท้อนตัวตนของผู้ขับขี่ได้ตั้งแต่แรกเห็น เบาะนั่งออกแบบใหม่รองรับตัวถังสุดคลาสสิคและสรีระของผู้ขับขี่ จนไปถึงที่วางเท้าเพื่อช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่มากขึ้น ดีไซน์ข้างไฟหลังแบบใหม่ หน้าปัดมาตรวัดความเร็ว แมกซ์ล้ออลูมิเนียมที่เพิ่มความมีสไตล์ทันสมัยแฝงความคลาสสิค พร้อมทั้งได้ดีไซน์ฟังก์ชั่นการใช้งานใหม่ๆ เพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์ผู้ขับขี่ด้วยช่อง USB สำหรับชาร์ตโทรศัพท์ แท็บเลต หรือเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กชนิดอื่นๆ ที่จะทำให้ทุกเส้นทางที่ขับขี่ หรือทุกกิจกรรมที่ผู้ขับขี่กำลังจะทำสามารถดำเนินไปได้อย่างไร้กังวล นอกจากนี้ ตัวถังของ “เวสป้า แอลเอ๊กซ์ 125 ไอ-เก็ต (Vespa LX 125 i-Get)” ยังคงความแข็งแกร่งด้วยโครงสร้างเหล็กพร้อมดีไซน์ที่ยังคงมอบความโฉบเฉี่ยว ความสง่างามและความคลาสสิค ที่ผสมผสานความเป็นสังคมทันสมัยของคนรุ่นใหม่มากับสมรรถณะจากเครื่องยนต์ i-Get (ไอ-เก็ต) ขนาด 125 ซีซี. 4 จังหวะ 3 วาล์ว ประสิทธิภาพสูงด้วยมอเตอร์สตาร์ทใหม่ช่วยลดการสั่นสะเทือน เสียงเงียบลงกว่า 15% ประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดย “เวสป้า แอลเอ๊กซ์ 125 ไอ-เก็ต (Vespa LX 125 i-Get)” พร้อมดึงดูดทุกสายตาด้วยสีใหม่ล่าสุด 5 สี นำโดย สีน้ำเงิน (Blue Avio) สีขาว (White Innocenza) สีแดง (Red Passione) สีดำ (Black Vulcano) และสีเบจ (Beige Eleganza) สนนราคาที่ 87,900 บาท อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

หลังจากไม่ได้มีการอัพเดตกันมาตั้งแต่ปี 2013 ล่าสุดดูเหมือนว่าทางค่ายมอเตอร์ไซค์สัญชาติออสเตรียอย่าง KTM นั้นก็เตรียมที่จะอัพเดตเจ้ารถซุปเปอร์เนคเก็ตอย่าง KTM 1290 Super Duke R กันเสียที เนื่องจากคู่แข่งอื่นๆ ได้พัฒนารถมอเตอร์ไซค์กันอย่างต่อเนื่องทาง KTM จึงต้องปล่อยของกันบ้างเพื่อเอาไปหวดกับรถของค่ายอื่นๆ เช่น Ducati Streetfighter V4 หรือ Aprilia Tuono และแม้ว่าภายนอกนั้นดูจะไม่แตกต่างจากรุ่นเดิมมากมายเท่าไหร่ทาง KTM ได้ทำการ Overhaul รถคันนี้ใหม่หมดเริ่มตั้งแต่แชสซี โดยเมนเฟรมจะเป็นท่อเหล็กที่มีท่อน้อยลงแต่ใหญ่ขึ้นในระหว่างที่ ซับเฟรมจะเป็นอลูมิเนียมคู่ ส่วนล้อและตะเกียบหน้านั้นก็ได้รับการอัพเดตด้วยเช่นกัน ส่วนเครื่องยนต์นั้นดูเหมือนว่าทาง KTM จะทำการ Overhaul ให้กับเครื่องยนต์ V-Twin ขนาด 1290 cc ด้วยเช่นกันเนื่องจากกฎมาตรฐานไอเสีย Euro 5 ที่จะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคตอันใกล้นี้ โดยเราคาดว่า KTM จะยังคงความจุของกระบอกสูบเอาไว้เท่าเดิมแต่จะปรับปรุงและแก้ไขในส่วนของการเผาไหม้ให้ดีขึ้นกว่าเดิม และท้ายสุดสิ่งที่เจ้า Super Duke คันนี้จะได้รับการอัพเดตคือสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับชาวสองล้ออย่างเรานั้นก็คือหน้าจอแสดงผลด้วยสี TFT ขนาดใหญ่ที่ได้เอาไปใช้กับรุ่น Super Duke GT ไปก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนวันเปิดตัวนั้นเราคาดว่าจะได้เห็นมันไปโชว์ตัวในงาน EICMA ปีนี้เพื่อที่จะได้เอาไปวางขายกันในปีหน้าครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

นอกจากข่าวลือที่ทางค่ายแดง Ducati กำลังทดสอบ Multistrada เครื่องยนต์ V4 แล้วนั้น ล่าสุดได้มีข่าวออกมาว่าทาง Ducati นั้นเตรียมที่จะทำรถมอเตอร์ไซค์ รุ่นพิศษออกมาเพิ่มอีกสองรุ่น โดยรุ่นแรกนั้นจะเป็นรุ่น Multistrada 1260 S Grand Tour ที่ค่ายแดง Ducati นั้นเตรียมที่จะปล่อยออกมาสำหรับสายทัวร์ริ่งโดยเฉพาะ ส่วนอีกรุ่นนั้นจะใช้ชื่อว่า Ducati Scrambler Icon Dark ซึ่งจะเป็นรถแนวโมเดิร์นคลาสสิกสำหรับสายคลาสสิกนั้นเองครับ และในส่วนของสเปกนั้นเจ้า Multistrada 1260 S Grand Tour คันนี้จะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ L-Twin ขนาด 1,262 cc 2 ลูกสูบระบายความร้อนด้วยน้ำที่ให้กำลังแรงม้า 158 แรงม้า และสิ่งที่ทำให้รุ่นนี้แตกต่างจากรุ่นธรรมดาก็คือการที่รุ่น Multistrada 1260 s Grand Tour นั้นจะเป็นการนำเอาโมเดลเดิมมาทำการเปลี่ยนชุดชาวงล่างใหม่ โดยจะใช้ระบบกันสะเทือนหน้าใหม่แบบ Semi-Active Skyhook ของยี่ห้อ Sach แถมยังเพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะวกสำหรับการเดินทางอย่างระบบนำทาง GPS ที่เป็นแบบ Built-in ระบบ Ducati Quick Shift และยังมี Package เสริมอย่าง Touring Package ที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทางไกลให้มีความง่ายและสะดวกสบายยิ่งขึ้นอีกด้วย ในระหว่างที่ Ducati Scrambler Icon Dark นั้นจะมีการปรับเครื่องยนต์ให้สามารถรองรับและผ่านเกณฑ์มาตรฐานไอเสีย Euro 5 ได้ อย่างไรก็ตามมันยังคงมาพร้อมกับเครื่องยนต์เดิม 2 ลูกสูบ L-Twin Desmodromic ขนาด 803 cc ให้กำลังแรงม้า 75 แรงม้าที่ 8,250 รอบต่อนาที โดยคำว่า Dark ของชื่อรุ่นนั้นคือสีพิเศษที่จะผลิตออกมาในจำนวนจำกัด และน่าจะเป็นสีโทนดำที่จะให้ความรู้สึกใหม่ เนื่องจากปัจจุบันทาง Ducati มีเพียงสองสีให้เลือกคือสีโทนเหลืองและส้ม มอเตอร์ไซค์ทั้งสองรุ่นที่กล่าวมาข้างต้นนั้นแม้จะน่าสนใจแต่จะเป็นเพียงรุ่นพิเศษที่มีการอัพเกรดเพียงเล็กน้อยจากรุ่นเดิมและไม่ใช่รุ่นหลักของปี 2020 แต่อย่างใด เราคาดว่าจะได้เห็นทาง Ducati เผยโฉม โมเดลใหม่ๆ อย่าง Streetfighter V4 Panigale V2 และ Multistrada V4 ในวันที่ 23 ตุลาคมนี้อย่างแน่นอน อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

ช่วงนี้นับว่ากระแสรถแนว Adventure-Touring นั้นกำลังมาแรงเลยทีเดียว ทาง Triumph เองก็ได้เตรียมปล่อยเจ้า All-New Triumph Tiger 900 ออกมาเพื่อลุยตลาดนี้ในปี 2020 ที่จะถึงนี้ด้วย โดย Triumph Tiger 900 คันนี้นั้นน่าจะมาแทนที่ Tiger 800 ที่กำลังวางจำหน่ายอยู่ในตลาดในขณะนี้และแม้ว่าทาง Triumph จะเพิ่งเปิดตัวเจ้า Tiger 800 ไปได้ประมาณ 2-3 ปีแต่ด้วยกฎมาตรฐานไอเสีย Euro 5 ทำให้ทาง Triumph นั้นต้องแก้เครื่องยนต์ให้มีความสะอาดมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้การมาของ Triumph Tiger 900 ในครั้งนี้นั้นยังเท่ากับว่า เจ้าเสือตัวนี้จะมีขนาดความจุของจำนวน cc มากขึ้นกว่าเดิมจาก 800 cc เป็น 888 cc ซึ่งจำวน cc ที่มากขึ้นนี้จะส่งผลให้เจ้า Triumph Tiger คันนี้มีแรงม้าที่เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีอยู่ 94 แรงม้า ให้มีมากกว่า 100 แรงม้า เพื่อเอาไว้หวดกับคู่แข่งอย่าง Honda Africa Twin 1084cc ที่ก็ได้รับการอัพเกรดให้มีแรงม้าเพิ่มขึ้นเช่นกัน และยังทำให้ Tiger 900 คันนี้สามารถเอาชนะคู่แข่งฝั่งเยอรมันอย่าง BMW F850GS ที่มีแรงม้าเพียง 95 แรงม้า อีกด้วยครับ นอกจากเรื่องของเครื่องยนต์แล้วหากมองจากภาพที่หลุดการทดสอบออกมาดูเหมือนว่าเจ้า Triumph Tiger 900 คันนี้จะได้รับการอัพเดตในเรื่องของรูปร่างหน้าตาอีกด้วยโดยในส่วนของไฟหน้านั้นจะมีความเหลี่ยมคมยิ่งขึ้นเพื่อให้มีความทันสมัยมากขึ้นจากเดิมที่จะโค้งมนเป็นดวงกลมๆ และมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลด้วยสีแบบ TFT สวิงอาร์มใหม่ เบรกใหม่ โดยในเรื่องของวันเปิดตัวนั้นยังคงไม่แน่ชัดแต่จากภาพที่เห็นเหมือนว่ารถจะพร้อมจำหน่ายแล้วดังนั้นเราคาดว่าทาง Triumph น่าจะเปิดตัวเจ้าเสือตัวนี้ภายในปีนี้เพื่อออกวางจำหน่ายมันในปีหน้าอย่างแน่นอนครับ หากมีความคืบหน้าของเจ้า Triumph Tiger 900 คันนี้ออกมาทางเราจะรีบมาอัพเดตกันอีกทีนึงครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

ได้มีกระแสข่าวมาจากสื่อฝั่งอินโดนีเซียว่าทาง Honda นั้นเตรียมเปิดตัวมอเตอร์ไซค์บิ๊กสกูตเตอร์แนว Touring Adventure อย่างเจ้า Honda ADV 250 และ 300 ออกมาในช่วงเร็วๆ นี้ โดยเจ้า Honda ADV 250 นั้นจะถูกวางจำหน่ายในประเทศอินโดนีเซียและประเทศญี่ปุ่นซึ่งจะเป็นไปตามข้อกำหนดเรื่องกฎหมายของใบขับขี่ ส่วน ADV 300 นั้นจะถูกวางจำหน่ายที่ประเทศไทยเราและโซนยุโรป โดยสองรุ่นนี้นั้นจะมีฐานการผลิตที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตามนั้นทางเราคาดว่าภายนอกของโมเดลสองรุ่นนี้น่าจะไม่ได้มีความแตกต่างกันมากมายนักนอกเสียจากเรื่องของขนาดความจุเครื่องยนต์ และ ADV 250 กับ ADV 300 นั้นจะใช้พื้นฐานเครื่องยนต์ของ Forza 250 กับ Forza 300 ที่กำลังวางขายและทำจลาดอยู่ ณ ตอนนี้ ส่วนเรื่องของวันเปิดตัวนั้นทางเราคาดว่าจะได้เห็นเจ้า Honda ADV 250 เปิดตัวกันในงาน Tokyo Motor Show ช่วงเดือน ตุลาคมนี้ซึ่งมีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงเพราะมันจะเป็นรุ่นที่ถูกวางจำหน่ายในญี่ปุ่นด้วยส่วน ADV 300 นั้นมีโอกาสสูงเช่นกันที่จะได้ไปโชว์ตัวในงาน EICMA ช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ อย่างไรก็ตามนั้นนี้ยังเป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้นหากมีข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ADV 250 และ ADV 300 ออกมานั้นทางเราจะรีบรายงานมาเพื่อทราบทันทีครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

Yamaha M1 ตัวใหม่ เหมาท็อปทรี เบอร์โน่ เทสต์ การ์ตาราโร่ เฉือน บีญาเลส ซิวเบสต์แลป ขุนพลนักบิดยามาฮ่าทำผลงานสุดร้อนแรงในการทดสอบระหว่างฤดูกาล ศึก MotoGP ที่ เบอร์โน่ แท็กทีมควบรถแข่ง M1 คว้า 3 ท็อปทรีบนตารางเวลา โดย ฟาบิโอ การ์ตาราโร่ #20 เฉือน “ท็อปกัน” มาเวริค บีญาเลส #12 ซิวเวลาต่อรอบที่ดีที่สุด ขณะที่ ฟรังโก้ มอร์บิเดลลี่ #21 จบการทดสอบในอันดับ 3 การทดสอบระหว่างฤดูกาล ศึกโมโตจีพี 2019 ครั้งที่ 3 มีขึ้นในวันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม ที่ผ่านมา ณ ออโตโมโตโดรม เบอร์โน่ สาธารณรัฐเช็ก หลังผ่านการชิงชัยในสนามที่ 10 ของเกมความเร็ว 2 ล้อหมายเลข 1 ของโลกบนสังเวียนดังกล่าวเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สำหรับการทดสอบ ที่ เบอร์โน่ สิ้นสุดลงด้วยผลงานระดับท็อปของขุนพลนักบิดยามาฮ่า ที่พาเหรดกวาด 3 อันดับแรกบนตารางเวลา จากผลงานของ ฟาบิโอ การ์ตาราโร่ #21 ดาวรุ่งเฟรนช์แมน สังกัดปิโตรนาส ยามาฮ่า เอสอาร์ที ที่บิดรถแข่ง Yamaha M1 ตัวใหม่ ทำเวลาต่อรอบได้เร็วที่สุด ด้วยเวลา 1 นาที 55.616 วินาที เฉือน มาเวริค บีญาเลส #12 ดาวบิดสแปนิชสังกัดมอนสเตอร์ เอเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี ที่บิดทำเวลาเข้ามาเป็นอันดับ 2 เพียง 0.012 วินาที รวมถึง ฟรังโก้ มอร์บิเดลลี่ #20 รุ๊กกี้สังกัดปิโตรนาส ยามาฮ่า เอสอาร์ที ที่บิดทำเวลาเข้ามาเป็นอันดับ 3 ช้ากว่าทีมเมท 0.139 วินาที ขณะที่ วาเลนติโน่ รอสซี่ #46 จอมเก๋าสังกัดมอนสเตอร์ เอเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี บิดจบการทดสอบในอันดับ 6 ด้วยเวลา 1 นาที 56.015 วินาที ศึกโมโตจีพี 2019 สนามถัดไป มีคิวดวลความเร็วในวันที่ 11 สิงหาคม นี้ ณ เรดบูลล์ริง เมืองสปีลเบิร์ก ประเทศออสเตรีย โดยแฟนมอเตอร์สปอร์ตสามารถร่วมติดตามและให้กำลังใจทัพนักบิด ยามาฮ่า ได้ที่ Facebook : Yamaha Society Thailand อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook SuperBike คลิกทีนี้

ดูเหมือนว่าในวันที่ 16 สิงหาคมนี้นั้นจะเป็นวันที่ค่อนข้างจะสำคัญและน่าจับตามองเป็นอย่างมากสำหรับวงการชาวสองล้ออย่างเราๆ เพราะจะเป็นวันที่ทาง Yamaha นั้นจะเปิดตัวมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ออกมาหลายๆ รุ่นและหนึ่งในรุ่นที่มีแนวโน้มสูงหรือเรียกได้ว่าล็อกรุ่นนี้ไว้ได้เลยว่าต้องเปิดตัวแน่นอนก็คือรุ่น New Yamaha XSR 155 นั้นเองครับ โดยเจ้า New Yamaha XSR155 คันนี้นั้นจะเป็นรถมอเตอร์ไซค์แนวโมเดิร์นเรโทร ที่มีการถ่ายทอด DNA ออกมาจากรุ่นพี่อย่าง XSR900 และ XSR700 ซึ่งเป็นสองรุ่นสุดฮิตของทางค่าย Yamaha และยังได้รับการยอมรับในเรื่องของการมีสไตล์ค่อนข้างมาก New Yamaha XSR155 คันนี้นั้นจะใช้เครื่องยนต์แบบเดียวกันกับรุ่น MT-15 ที่จะมีขนาด 155 cc 1 ลูกสูบแบบ ไดอะซิล 4 วาล์วซึ่งหากว่าเราเอาตัวเลขมาจาก MT-15 นั้น เจ้า XSR155 คันนี้จะให้กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 19 แรงม้าที่ 8,900 รอบต่อนาที และมีแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 17.8 นิวตันเมตรที่ 8,500 รอบต่อนาที อย่างไรก็ตามด้วยความที่มันเป็นรถคนละรุ่นคนละแนวกันตัวเลขของสเปกอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้แม้จะใช้เครื่องยนต์เดียวกันก็ตาม เราต้องมาคอยลุ้นกันในอาทิตย์หน้าสำหรับเรื่องของราคาและสเปกอย่างเป็นทางการของเจ้า XSR155 คันนี้ครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

เฉลิมพล ได้ใจกองเชียร์ ไล่บดคู่แข่งอย่างสุดมันส์ ก่อนผงาดคว้าโพเดี้ยมอันดับ 2 ขณะที่ อนุชา บิดตามเข้าเส้นชัยอันดับ 4 จากการชิงชัยในสนาม 2 ศึกชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ R2M เบียร์ – เฉลิมพล ผลไม้ #65 และ ซุป-อนุชา นาคเจริญศรี #10 ดาวบิดสังกัด YAMAHA RIDERS’ CLUB RACING TEAM ไล่บู๊กับคู่แข่งแบบสุดมันส์ ก่อนกระชากคันเร่งรถแข่ง YZF-R1 คว้าอันดับ 2 และอันดับที่ 4 ในเกมรุ่นใหญ่ ศึก R2M THAILAND SUPERBIKES CHAMPIONSHIP 2019 ที่ สนาม ไทยแลนด์ เซอร์กิต การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทยรายการ R2M THAILAND SUPERBIKES CHAMPIONSHIP สนามที่ 2 ยกพลดวลความเร็ว ที่ สนาม ไทยแลนด์เซอร์กิต นครชัยศรี จ.นครปฐม โดยเกมรอบแข่งขันมีขึ้นในช่วงบ่ายที่ผ่านมา ท่ามกลางขุนพลนักบิดชั้นนำของเมืองไทยที่เข้าร่วมชิงชัยพร้อมหน้า รวมถึงแฟนความเร็วที่เข้าชมเกมอย่างหนาตา เกมในรุ่นท็อปอย่าง Superbike 1000 cc SB1 เป็นไปอย่างเข้มข้น โดย เบียร์-เฉลิมพล ผลไม้ #65 และ ซุป-อนุชา นาคเจริญศรี #10 คู่หูนักบิดสังกัด YAMAHA RIDERS’ CLUB RACING TEAM ลงไล่ล่าความสำเร็จให้กับต้นสังกัด ก่อนที่ คู่หูนักบิดค่ายยามาฮ่า จะไล่บดคู่แข็งอย่างสุดมันส์ และบิดคว้าโพเดี้ยอันดับ 2 จากผลงานของ เบียร์-เฉลิมพล ผลไม้ #65 ขณะที่ ซุป-อนุชา นาคเจริญศรี #10 บิดเข้าเส้นชัยในอันดับ 4 การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทยสนามต่อไปจะมีการแข่งขันในรายการ BRIC SUPER BIKE CHAMPIONSHIP 2019 สนาม 2 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 23 – 25 สิงหาคม นี้ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook SuperBike คลิกทีนี้

ในระหว่างที่บ้านเรานั้นกำลังมีกระแสข่าวเรื่องที่ว่าทางค่ายส้อมเสียง Yamaha นั้นเตรียมจะเปิดตัวรถรุ่นใหม่กันในสัปดาห์หน้าหรือให้พูดแบบเป๊ะๆ ก็คือวันศุกร์ที่ 16 ที่จะถึงนี้นั้นก็ได้มีข่าวที่น่าสนใจไม่แพ้กันเกี่ยวกับข่าวลือที่ว่าทาง Yamaha นั้นกำลังพัฒนารถมอเตอร์ไซค์แนว Adventure ในคลาส 155 cc ที่น่าจะใช้ชื่อว่า Yamaha Tracer 155 นั้นเองครับ โดยข้อมูลนี้ได้ถูกโพสต์ลงบนโลกออนไลน์โดยสื่อจากฝั่งประเทศเวียดนาม ซึ่งมีภาพรถแนว Adventure รูปร่างคล้ายๆ เจ้า Yamaha MT-15 ในส่วนช่วงกลางถึงท้ายลำตัวรถ ทว่ากลับมีแฟริ่งช่วงครึ่งหน้าที่ดูเหมือนกับรุ่นที่เป็นแนว Adventure อย่าง Tracer ในเรื่องของความเป็นไปได้ที่ทาง Yamaha จะเปิดตัว มอเตอร์ไซค์ตระกูล Tracer ในพิกัดความจุ 155 cc นั้นค่อนข้างที่จะมีเปอร์เซ็นต์สูงเนื่องจากก่อนน่านี้ทาง Honda ก็ได้เคยเปิดตัว CB125X ออกมาในรูปแบบ Concept และชี้แจงออกมาว่ามันอาจจะเป็นโมเดลที่จะวางขายจริงในอนาคต ดังนั้นการมาของเจ้า Yamaha Tracer พิกัด 155 cc คันนี้นั้นเราขอฟันธงเลยว่ามันจะต้องถูกนำมาวางจำหน่ายเพื่อหวดกับ CB125X (หรือ CB150X ในบ้านเรา) อย่างแน่นอนครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

หลังจากที่ทางเราได้เคยรายงานข่าวการเปิดตัวเจ้า R1 กันไปแล้วเมื่อกลางเดือนที่แล้วในวันนี้เราจะพาคุณผู้อ่านไปชมสเปกของมันกันอีกครั้งเพื่อเป็นการทบทวนกันอีกครั้ง สำหรับใครอดใจรอกันอยู่อีอึดใจเดียว คาดการไว้อาจมีเซอร์ไพรส์ในงาน Big motor sale ที่จะถึงนี้ก็เป็นได้ หรือไม่แน่อาจจะเป็นน้องเล็กอย่างเจ้า Nmax ที่กระแสก็แรงไม่แพ้กัน แต่ตอนนี้เรามาดูสเปกคราวๆกันก่อนเลยว่า R1 ตัวใหม่มีอะไรกันบ้าง โดยแฟริ่งของเจ้าบิ๊กไบค์เรือธงของทางค่ายส้อมเสียง Yamaha อย่างเจ้า YZF-R1 คันนี้นั้นจะเป็นการถ่ายทอด DNA จากรถแข่งรายการ MotoGP อย่าง M1 มาโดยตรงเลยทีเดียว และจุดเด่นของ R1 รุ่นนี้ก็มีอยู่หลายอย่างเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นชุดแฟริ่งที่มีการปรับเส้นสายให้มีทั้งความโค้งมนและแหลมคมที่มากขึ้น ไฟหน้า LED วินชิลด์ทรงสูง บังโคลนหน้า กาบแฟริ่งข้าง และช่องแรมแอร์ที่จะส่งผลให้เจ้า R1 โฉมนี้นั้นมี Aerodynamics ที่ดีขึ้นกว่าเดิมถึง 5.3 % นอกจากรูปโฉมที่ถูกปรับใหม่เพื่อให้มี Aerodynamics ที่ดีขึ้นแล้วนั้นตัวเครื่องยนต์ 4 สูบเรียงที่จัดวางองศาข้อเหวี่ยงมาแบบ Crossplane Crankshaft ของเจ้า R1 คันนี้ยังได้มีการปรับปรุงชิ้นส่วนภายในใหม่หลายๆ อย่างอาทิเช่น Camshaft ใหม่ ลูกปืนกระเดือนวาล์วใหม่ ขยายรูน้ำมันเครื่องในข้อเหวี่ยงให้ใหญ่ขึ้น เปลี่ยนขนาดประกับแบริ่งข้อเหวี่ยงให้หนาขึ้น และยังมีการเปลี่ยนปั๊มน้ำมันเครื่องใหม่ให้อัดฉีดน้ำมันเครื่องได้แรงยิ่งขึ้นอีกด้วยแถมยังมีขนาดที่เล็กลงถึง 10% ส่วนด้านฟีเจอร์อำนวยความสะดวกและอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ของเจ้า R1 คันนี้นั้นเรียกได้ว่าทาง Yamaha นั้นจัดหนักจัดเต็มกันเลยทีเดียวครับ ไม่ว่าจะเป็น ระบบควบคุมแกน IMU แบบ 6 แกนที่มาพร้อมกับระบบ Yamaha Ride Control ที่ควบคุมการขับขี่ Assist and Slipper Clutch ที่เอาไว้ป้องกันล้อหลังล็อคและท้ายปัด Traction Control System ที่ป้องกันล้อหมุนฟรี Launch Control System ที่ควบคุมรอบเครื่องยนต์ในการออกตัว Lift Control System ที่เอาไว้ป้องกันรถยกหน้า Slide Control System ที่ไว้ป้องกันรถสไลด์ Quick Shift System ระบบอำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนเกียร์โดยไม่ต้องกำคลัทช์ และ Power Mode Selection System ระบบโหมดการขับขี่ที่เน้นการปล่อยพลังที่แตกต่างกัน ส่วนในเรื่องของราคานั้นเราคงต้องมาคอยลุ้นติดตามด้วยกันหลังจากทางค่ายส้อมเสียง Yamaha เปิดตัวมันอย่างเป็นทางการอีกทีนึงครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้มีกระแสข่าวมาว่าทาง Honda นั้นได้จดสิทธิบัตรเพื่อเตรียมใช้ระบบวาล์วแปรผัน VTEC เข้ากับ scooter รุ่น Entry Class อย่างเจ้า Honda PCX โดยทางเราคาดว่าการทำเช่นนี้ของค่ายปีกนก Honda นั้นเพื่อที่จะเอาระบบ VTEC มางัดกับ ระบบ VVA ของทางค่ายคู่แข่งอย่างค่ายส้อมเสียง Yamaha นอกจากนั้นแล้วยังเป็นการเติมเต็มในสิ่งที่เครื่องยนต์ PCX นั้นขาดไปอีกด้วยเพราะเครื่องยนต์ PCX นั้นแม้จะมีความเสถียรสูงแถมถูกใช้มาอย่างยาวนานโดยมีการปรับปรุงกันทีละเล็กทีละน้อยแต่ก็ยังคงขาดความหวือหวาน่าตื่นเต้นไป จึงเป็นเหตุที่เราคิดว่าทางค่ายปีกนกนั้นน่าจะเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์นี้ภายในช่วง 2-3 ปีที่จะถึงนี้อย่างแน่นอน นอกจากนี้การเปลี่ยนไปใช้เครื่องยนต์แบบ VTEC ในครั้งนี้นั้นใช่ว่าทาง Honda จะต้องเอาไปใช้กับโมเดลรุ่นเดียวเพราะหากทาง Honda นำเครื่องนี้มาจริงยังสามารถเอาไปใช้กับรุ่นอื่นๆ ได้อีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้า ADV 150 ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในตอนนี้ นอกจากในเรื่องของระบบภายในแล้วด้านภายนอกนั้นดูเหมือนว่าทาง Honda จะปรับโฉมเจ้า PCX คันใหม่นี้ให้มีความสปอร์ตมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามหากมีข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับเจ้า All-New PCX คันนี้และเครื่องยนต์ VTEC ออกมาเพิ่มเติมทางเราจะรีบรายงานให้เพื่อนๆ กันครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารผ่าน Facebook คลิกทีนี้

ได้มีรายงานจากแหล่งข่าวสื่อจากฝั่งอินโดนีเซียมาว่ามีผู้พบเห็นเจ้า All-New Yamaha Nmax กำลังวิ่งทดสอบอยู่ที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยก่อนหน้านี้ที่เราได้รายงานข่าวต่างๆ ที่เกี่ยวกับ ADV 150 ไปนั้นล่าสุดคาดว่าทาง Yamaha เองก็จะได้ฤกษ์เปิดตัวเจ้า All-New Yamaha Nmax คันนี้เพื่อมาท้าชนกับ ADV 150 เพราะอย่างไรก็ตามถึงเราจะบอกว่ามันเป็น scooter สายลุยแต่ก็พูดไม่ได้เต็มปากเพราะมีพื้นฐานที่มาจาก PCX 150 ทำให้เจ้า Nmax คันนี้ของทาง Yamaha นั้นก็สามารถเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งคู่แข่งของเจ้า ADV 150 นั้นเองครับ และจากภาพที่เราเห็นนั้นจะสังเกตุได้ว่าการออกแบบไฟท้ายนั้นจะดูคล้ายกับของรุ่นพี่อย่าง Xmax โดยจะถูกออกแบบมาให้ดูมีความสปอร์ตมากยิ่งขึ้นจากรุ่นก่อน แถม Nmax คันนี้ยังมาพร้อมกับ ซับแทงค์ที่ระบบกันสะเทือนด้านหลังอีกด้วย นอกจากนี้แฟริ่งท้ายังได้รับการออกแบบใหม่อีกด้วย ส่วนสเปกของเจ้า All-New Nmax คันนี้นั้นจะใช้เครื่องยนต์ Blue Core ขนาด 155 cc 4 จังหวะ SOHC 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ และจะมาพร้อมกับกุญแจรีโมท และ ระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติขณะที่รถจอดนิ่ง อยู่ สาวกค่ายส้อมเสียง Yamaha หลายๆ ท่านที่กำลังรอเจ้า All-New Nmax คันนี้ก็อดใจรอกันอีกหน่อยครับเพราะมันมาแน่และคงอีกไม่นานหนักที่เราน่าจะได้เห็นมันเปิดตัวออกมา อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

สองนักบิดทีม Monster Energy Yamaha อย่างพ่อหมอ Valentino Rossi และ Top Gun Maverick Viñales เตรียมทดสอบรุ่น Prototype ของรถแข่ง YZR-M1 2020 ที่ Brno ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ ซึ่งกำหนดการทดสอบเอาไว้ 1 วันหลังการแข่ง CzechGP 2019 และจะทดสอบกันที่ Brno โดยการทดสอบรถแข่งเวอร์ชั่นปี 2020 ในครั้งนี้นั้นถือว่าค่อนข้างจะเร็วหากเทียบกับปีอื่นๆ โดยจะทดสอบกันทันที่หลังการแข่งที่สาธารณรัฐเช็ก เราคงต้องมารอลุ้นดูติดตามกันว่าการทดสอบเจ้า YZR-M1 ในครั้งนี้ของสองนักบิดทีม Monster Energy Yamaha จะเป็นอย่างไรกันครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้ อ่านข่าวสาร MotoGP เพิ่มเติม คลิกทีนี้

วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ มาดูกันครับว่าการล้มออกจาก Bigbike ด้วยความเร็ว 260 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั้นจะเป็นอย่างไร เหตุการณ์นี้นั้นเกิดขึ้นในระหว่างที่ Luca Salvadori นั้นกำลังขี่เจ้า BMW HP4 Race บนสนาม Misano ที่ประเทศอิตาลีโดยเขาพยายามที่จะกดเวลาในช่วง Qualify เพื่อที่จะได้เวลาที่ดีที่สุดใน grid start แต่รถของเขานั้นกลับล้มลงและสไลด์ในจังหวะที่เขากำลังเทโค้งด้วยความเร็วสูงอยู่ทำให้ตัวเขานั้นกลับกลิ้งออกนอกสนามแถมรถ BMW HP4 Race ตัวเก่งกลับเละไม่เป็นชิ้นดีอีก เกี่ยวกับอุบัติเหตุในครั้งนี้เจ้าตัวบอกว่าการล้มในครั้งนี้นั้นถือเป็นการล้มที่รุนแรงที่สุดในชีวิตของเขาตั้งแต่แข่งมาเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามยังถือว่าโชคดีที่ตัวเขานั้นไม่ได้เป็นอะไรมากเนื่องจากเขาสวมใส่ชุดและอุปกรณ์ป้องกันอย่างครบถ้วนจึงมีเพียงแค่รอยฟกช้ำจากการล้มเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง เพื่อนๆ ชาวสองล้อก็ขับขี่กันอย่างปลอดภัยและมีสติสวมใส่ชุดหมวกกันน็อคและอุปกรณ์ป้องกันให้ครบถ้วนเวลาขับขี่กันนะครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

Yamaha Riders’club พาสาวๆ Biker Chicks Thailand ที่ชื่นชอบการขับขี่มอเตอร์ไซค์ และหลงไหลในความเร็ว มาเข้าอบรมการขับขี่บิ๊กไบค์ ที่ถูกต้องตามหลักมาตรฐานความปลอดภัยสากลโดยจะถูกฝึกอบรมในหลักสูตร Basic Riding Course ที่ Yamaha riding academy (YRA) ซึ่งในการอบรมครั้งนี้ ทาง Yamaha Riders’ Club อยากให้เหล่าสาวๆ Biker Chicks Thailand เสริมสร้างทักษะ กับหลักการขับขี่รถจักรยานยนต์ให้ถูกต้อง และปลอดภัย โดยในการอบรมหลักสูตร Basic Riding Course ครั้งนี้ นำทีมโดย ครูปุ้ย ธิดารัตน์ แย้มรักษา ครูฝึกประจำสนามYamaha Riding Academy (YRA) และเหล่าสาวๆ กลุ่ม Biker Chicks Thailand อีก 10 ท่าน นำทีมโดย แอนนี่ ปริศนา ปัญญาศิรินุกูล โดยในช่วงเช้าจะเป็นการแนะนำการขับขี่เบื้องต้นรวมถึงไลน์และรูปแบบของการเข้าโค้งและการวางมือบนแฮนด์ให้ถูกต้องและทำความรู้จักกับประเภทรถต่างๆ ให้มากขึ้นก่อนลงสนามฝึก หลังจากนั้นจะเป็นส่วนของการแนะนำ Position ที่ถูกต้องในการขับขี่ จึงให้ สาวๆ Biker Chicks Thailand ได้ลงภาคสนาม ซึ่งจะแบ่งเป็นสถานีต่างๆ เริ่มจากการทดสอบการขับขี่ในสนามเพื่อทำความคุ้นเคยกับสนามจากนั้นเริ่มด้วยฐานกิจกรรมแรกที่เป็นการขับขี่ด้วยการใช้เบรก โดยสาวๆ Biker Chicks Thailand จะได้เรียนรู้ทักษะการใช้เบรก การวางมือบนแฮนด์ทั้งสองข้าง ขณะขับขี่ทางตรงแล้วจำเป็นต้องใช้เบรกหน้าและเบรกหลังพร้อมกันเพื่อให้ระบบเบรกทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสมูทมากขึ้น รวมถึงการเบรกโดยใช้ Engine Brake เริ่มจากด้านซ้ายแฮนด์ หรือ ฝั่งคลัตช์ การใช้คลัตช์อย่างถูกวิธีโดยอธิบายคร่าวๆได้ว่าคลัตช์นอกจากใช้เพื่อออกตัวแล้วยังใช้ในการเปลี่ยนเกียร์ และ Engine Brake ซึ่งเป็นการใช้เบรกอีกอย่างหนึ่งที่ครูปุ้ยแนะนำกับสาวๆ Biker Chicks Thailand เพราะส่วนมากผู้ใช้รถทั่วไปเวลาตกใจจะกำคลัตช์ด์โดยไม่รู้ตัวทำให้ Engine Brake ไม่ได้ใช้งาน และผลที่ตามมาคืออุบัติเหตุ ครูปุ้ยจึงเน้นเป็นพิเศษในเรื่องนี้ โดยการใช้คลัตช์ที่ถูกต้องในส่วนมากจะไม่กล้าปล่อยคลัตช์ขณะใช้เบรกทั้งหน้าและหลังเพราะกลัวอาการกระตุกจนทำให้เครื่องยนต์ดับ ครูปุ้ยได้อธิบายง่ายๆว่าถ้าเกิดสถาณการณ์จริงเครื่องยนต์ดับดีกว่าเบรคไม่อยู่และอาจเกิดอุบัติเหตุได้ สถานีต่อไปขับขี่เลี้ยวโค้งต่อเนื่อง โดยครูปุ้ย เริ่มจากการจัดท่านั่ง จัดการทรงตัว ตำแหน่งของแขน ตำแหน่งของข้อมือ ตำแหน่งของช่วงหัวไหล่ การจัดตำแหน่งการเข้าโค้งขวา ปลายเท้าวางไว้ด้านบนของที่พักเท้า ทำให้การเข้าโค้งดีขึ้น มีความคล่องตัวมากขึ้น การใช้คันเร่งอย่างละอียดไม่บิดกระชากจนเสียการทรงตัว โดยให้ใช้แค่เกียร์ 1 และ ห้ามใช้คลัตช์เด็ดขาด สถาณีต่อไปขับขี่เลี้ยวโค้งด้วยความเร็วต่ำ สถานีนี้จะเน้นการเข้าโค้งแบบการขับขี่ที่เน้นการใช้งานจริงไม่เน้นการขับขี่แบบ Racing หรือเลี้ยว แบบเข่าเช็ดพื้น โดยครูปุ้ยจะกำหนดจุดเลี้ยวให้ ซึ่งครูปุ้ยจะคอยแนะนำวิธีการดูไลน์ การใช้คันเร่งการจัดท่านั่ง การยืดตัว การวางแขน และหัวไหล่ให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม การใช้สายตามองโค้ง รวมถึงเทคนิคการขับขี่ที่ถูกต้องและปลอดภัย และการดูไลน์ เข้าโค้งซ้ายสายตาอยู่ในโค้งซ้ายห้ามมองออกนอกโค้งเด็ดขาดอาจทำให้หลุดโค้งได้ ยืดไหล่ไปทางซ้าย หัวเข่านอกโค้งหนีบล็อกไว้กับถังน้ำมัน ไม่อ้าขาออกจากถังน้ำมัน เพราะจะทำให้ตัวหลุดออกจากรถได้ หลักการสำคัญของการใช้คันเร่งในความเร็วในการเข้าโค้งจะต่ำกว่าการออกโค้ง หรือเรียกง่ายๆคือการเข้าช้าออกเร็ว โดยมีการฝึกการใช้เบรก และ การลดเกียร์ลงต่ำ เพื่อให้เกิด Engine Brake ในขณะเข้าโค้ง ซึ่งสำคัญอย่างมาก ทำให้รถมีการทรงตัวที่ดีในขณะเข้าโค้ง ซึ่งเทคนิคนี้ สาวๆ จาก Biker Chicks Thailand สามารถนำไปใช้ได้ กับ ท้องถนนทั่วไปและภายในสนามได้อย่างปลอดภัย กิจกรรม Yamaha Basic Riding Course ในครั้งนี้ทาง Yamaha Riders’ Club ได้จัดขึ้นเพื่อให้ สาวๆ จาก กลุ่ม Biker Chicks Thailand ที่ชื่นชอบการขับขี่มอเตอร์ไซค์ และหลงไหลในความเร็ว เสริมสร้างทักษะ และหลักการขับขี่รถจักรยานยนต์ให้ถูกต้อง และปลอดภัยในการขับขี่ มากขึ้น อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

ดาวรุ่งหน้าใหม่แห่งทีม Petronas Yamaha SRT อย่าง Fabio Quartararo ทำเวลาได้ดีที่สุดในการซ้อมวันแรกของศึก CzechGP 2019 แถมยังสามารถทำเวลาได้เร็วกว่าเด็กระเบิด Marc Marquez ในเศษเสี้ยววินาทีอีกด้วย โดยผลของ 2019 CzechGP FP2 มีดังนี้ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้ อ่านข่าวสาร MotoGP เพิ่มเติม คลิกทีนี้

ทางค่ายยักษ์เขียวอย่าง Kawasaki นั้นได้ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแล้วว่าจะเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์ตัวเก่งอย่างเจ้า Ninja 400 และ Ninja 250 โฉมปี 2020 ออกมา โดยในคราวนี้สิ่งที่พิเศษสำหรับการเผยโฉมเจ้ามอเตอร์ไซค์สองตัวนี้ในเวอร์ชั่นของปี 2020 ก็คือการมาของลวดลายทีมแข่ง KRT Edition ที่ถือเป็นแนวทางเลือกลายใหม่ๆ สำหรับผู้ที่สนใจหรืออยากจะซื้อครับ โดยการมาของลาย KRT หรือ Kawasaki Racing Team นั้นเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วแต่คราวนี้นั้นถือได้ว่าเป็นคราวพิเศษเพราะจะถือเป็นการเฉลิมฉลองชัยชนะของทางทีมในรายการแข่งขันล่าสุดอย่างรายการแข่งความอึดประเภท Endurance อย่างรายการ Suzuka 8 Hrs และแน่นอนว่าลายใหม่ของทาง KRT Edition นั้นจะต้องโดดเด่นด้วยสีเขียวที่เป็นสีประจำของทางค่ายที่ตัดกับสีดำและลวดลายเส้นสีน้ำตาลทองเพื่อให้ดูหรูหรามากยิ่งขึ้น และปิดท้ายด้านล่างด้วยสิ่งที่คาดไม่ได้คือ Sticker ที่มีคำว่า Kawasaki Racing Team เพื่อบ่งบอกถึงความเป็น KRT Edition นั้นเองครับ นอกจากลาย KRT Edition แล้วนั้นพี่ยักษ์เขียว Kawasaki ของเรายังได้เปิดตัว Ninja 250 และ Ninja 400 อีกสองโทนสีออกมาด้วยกันคือสีขาวแดงและสีดำเทา ที่มีการดีไซน์กราฟฟิกที่แตกต่างกันออกไปจากรุ่น KRT Edition และส่วนในเรื่องสเปกนั้นเจ้า Ninja 400 จะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 399 cc 4 จังหวะ 2 ลูกสูบเรียง 8 วาล์ว และจะระบายความร้อนด้วยน้ำ มีแรงม้าสูงสุดที่ 44.8 แรงม้า ที่ 10,000 รอบต่อนาที และมีแรงบิดสูงสุดที่ 8,000 รอบต่อนาที ส่วน Ninja 250 นั้นจะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 249 cc 4 จังหวะ 2 ลูกสูบแบบ DOHC 4 วาล์ว โดยรถทั้งสองรุ่นนี้พร้อมทั้งโทนสีที่กล่าวมาข้างต้นนั้นจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศญี่ปุ่นวันที่ 1 กันยายนที่จะถึงนี้ ส่วนฝั่งบ้านเราก็น่าจะมีการอัปเดตลวดลายและสีในช่วงเวลาใกล้ๆ กันครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ในเมืองไทยครั้งใหม่ พร้อมยกระดับการให้บริการหลังการขายให้สูงขึ้น เปิด “ Yamaha Premium Service ” ศูนย์บริการแบบ Stand Alone มาตรฐานระดับพรีเมียมแห่งแรกในประเทศไทยและที่แรกของโลก เพื่อตอบสนองลูกค้าที่ต้องการการบริการในระดับที่มีมาตรฐานสูงขึ้น โดยยามาฮ่าพร้อมมอบประสบการณ์การบริการเหนือระดับให้กับลูกค้ารถจักรยานยนต์ยามาฮ่าด้วยผลิตภัณฑ์และการให้บริการเพื่อความพึงพอใจสูงสุดและเกินความคาดหมายให้กับลูกค้า ตามหลักปรัชญาคันโด (KANDO) ของยามาฮ่ามอเตอร์ มร.ชิเงโอะ ฮายาคาวะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “Yamaha Premium Service เป็นศูนย์บริการรูปแบบใหม่ที่แยกออกจากศูนย์จำหน่ายรถจักรยานยนต์ (Stand Alone) เพื่อเติมเต็มความสุขในการใช้รถจักรยานยนต์ในชีวิตประจำวัน และสามารถตอบสนองไลฟสไตล์ของลูกค้าได้อย่างทันสมัยและครบครันด้วยบริการที่แตกต่างจากศูนย์บริการทั่วไปโดย ยามาฮ่า พรีเมียม เซอร์วิส เปิดให้บริการซ่อมแซมบำรุงรักษารถจักรยานยนต์ จำหน่ายผลิตภัณฑ์อะไหล่แท้ อะไหล่ตกแต่ง รวมทั้งเครื่องแต่งกายของยามาฮ่า พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าได้มีมุมผ่อนคลายระหว่างรอรับการบริการ เป็นต้น ศูนย์บริการแห่งนี้จะเป็นต้นแบบในการบริการเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้ารถจักรยานยนต์ยามาฮ่าด้วยการบริการในระดับพรีเมียม โดยศูนย์บริการ ยามาฮ่า พรีเมียม เซอร์วิส แห่งแรกนี้ตั้งอยู่บนถนน ศรีนครินทร์ กรุงเทพฯ บนพื้นที่กว่า 1 ไร่ มีพื้นที่การให้บริการกว่า 1,500 ตารางเมตร สามารถรองรับการใช้บริการของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เตรียมที่จะขยายศูนย์บริการ ยามาฮ่า พรีเมียม เซอร์วิส ไปสู่จังหวัดอื่นๆ ต่อไปในอนาคต เพื่อส่งต่อประสบการณ์การบริการระดับพรีเมียมให้กับลูกค้ายามาฮ่าทั่วประเทศ” ศูนย์บริการ ยามาฮ่า พรีเมียม เซอร์วิส แห่งนี้ พร้อมให้บริการแก่ลูกค้ายามาฮ่า ด้วยเจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญการจาก บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด พร้อมกับแท่น Service ระดับมาตรฐาน พร้อมให้การบริการตรวจเช็คระบบเครื่องยนต์ด้วย YDT (Yamaha Diagnosis Tool) ผ่านระบบคอมพิวเตอร์ให้กับรถจักรยานยนต์ทุกคัน ด้วยช่างซ่อมจากสำนักงานใหญ่ยามาฮ่าที่ผ่านการฝึกอบรมตามมาตรฐาน YTA Silver ถึงระดับ Gold ที่เป็นมาตรฐานสูงสุดของการอบรมช่างในปัจจุบัน พร้อมล้างทำความสะอาดรถจักรยานยนต์และหล่อลื่นจุดหมุนต่างๆ ด้วยมาตรฐาน Premium Service หลังงานซ่อม โดยมีโซน Customer Semi-private lounge ให้ลูกค้าที่มาใช้บริการสามารถติดตามการเข้ารับการบริการรถจักรยานยนต์ของตนเองขณะที่ช่างทำการให้บริการได้อย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามสถานะการซ่อมผ่านจอมอนิเตอร์และการสแกน QR code อีกด้วย นอกจากนั้นศูนย์บริการ ยามาฮ่า พรีเมียม เซอร์วิส ยังเพียบพร้อมด้วยสต๊อกอะไหล่ ที่พร้อมให้บริการครบถ้วนทุกรุ่น และพื้นที่บริเวณชั้น 2 ยังแยกเป็นโซนของ Apparel & Accessories เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายหลากหลายสไตล์, อะไหล่ตกแต่ง Yamaha Genuine Part รวมทั้งอุปกรณ์ตกแต่งและเซฟตี้ไรดิ้งที่เป็น Co-Partner อย่าง โช้คอัพ Ohlins, อุปกรณ์ตกแต่ง Bikers และหมวกกันน็อค Real ที่จัดโชว์ให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการที่ศูนย์บริการ Yamaha Premium Service ได้เลือกสรรอย่างครบครัน โดยศูนย์บริการ ยามาฮ่า พรีเมียม เซอร์วิส ให้บริการภายใต้สิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ ที่จอดรถจักรยานยนต์หน้าอาคารกว่า 40 คัน, Coffee Lounge ร้านกาแฟภายในอาคาร ยามาฮ่า พรีเมียม เซอร์วิส ห้องน้ำเทียบระดับโรงแรมรองรับผู้เข้าใช้บริการได้อย่างพอเพียง และพื้นที่ที่สามารถรองรับการจัดกิจกรรมให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี เป็นต้น ศูนย์บริการ ยามาฮ่า พรีเมียม เซอร์วิส เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ – วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 07.00 – 19.00 น. เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในการเข้ามาใช้บริการได้อย่างสะดวกสบายมากที่สุด และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวและข้อมูลข่าวสารทางออนไลน์ได้ที่ www.yamaha-motor.co.th www.facebook.com/yamahasocietythailand IG: @yamahasociety Youtube: Yamaha Society Thailand อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้

Ducati 916 ของ Massimo Tamburini จะถูกจัดแสดงขึ้นที่พิพิธภัณฑ์ Ducati เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการครบรอบ 25 ปีของการเปิดตัวซุปเปอร์ไบค์คันนี้ที่ถือเป็นตัวเปลี่ยนเกมในวงการมอเตอร์ไซค์ โดยเจ้า 916 คันนี้นั้นจะเป็นหนึ่งในสามรุ่นต้นแบบที่ Tamburini ผู้ที่ออกแบบเจ้า 916 คันนี้และมีชื่อเสียงในเรื่องของการออกแบบรถมอเตอร์ไซค์ให้แก่แบรนด์ไฮเอนด์ระดับโลกอย่างเช่น Ducati หรือ MV Agusta ที่เสียชีวิตไปเมื่อปี 2014 ที่ผ่านมานั้นใช้เพื่อเป็นการพัฒนามอเตอร์ไซค์ให้กับทาง Ducati ในช่วงยุคปี 90 โดยเจ้า Ducati 916 คันนี้จะถูกจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ Ducati จนถึงวันที่ 15 มกราคมปีหน้า และหากใครสนใจหรือผ่านแถวอิตาลีพอดีสามารถแวะเข้าไปชมได้ โดยจะมีค่าเข้าชมคนละ 17 ปอนด์ หรือประมาณ 635 บาท สำหรับบุคคลธรรมดา และ 12 ปอนด์ หรือประมาณ 450 บาท สำหรับเจ้าของรถ Ducati ครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้