SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
368G กับ XMAX

Zontes 368G vs Yamaha XMAX กลายเป็นปัญหาใหญ่หลังซอนเทสอัดแรงม้ามาถึง 38.2 ตัว ท้าชนยามาฮ่าเจ้าตลาดที่เน้นความนุ่มนวลและศูนย์บริการครอบคลุม เสี่ยงทำ XMAX ต้องรีบแก้เกม

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
New Honda SCOOPY 2026

New Honda SCOOPY 2026 เปิดตัวในไทย 9 สีใหม่ 3 สไตล์ เช็กสเปกเครื่องยนต์ eSP ฟีเจอร์ USB Type-C และตารางราคาแนะนำครบทุกรุ่นย่อยที่นี่

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
2024 Yamaha MT15 เน็คเก็ตสปอร์ต สีสันสุดเร้าใจด้วย 3 เฉดสีใหม่!!!

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ปลุกอะดรีนาลีนสาวกเน็คเก็ตสปอร์ตครั้งใหม่ ปี 2024 Yamaha MT15 พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์สไตล์เน็คเก็ตสปอร์ตตัวจริง!! ที่สุดแห่งความเร้าใจกับสไตล์เน็คเก็ตสปอร์ต เติมเต็มสีสันสุดเร้าใจด้วย 3 เฉดสีใหม่!!! ที่มาพร้อมเอกลักษณ์แห่งสายซ่าตัวจริง พร้อมเครื่องยนต์ 155cc VVA ขับขี่คล่องตัว ให้คุณปลดปล่อยตัวตนได้อย่างเต็มที่ NEW YAMAHA MT-15 ยังให้ผู้ขับขี่สนุกเร้าใจได้เต็มที่กับแรงบิดจากเครื่องยนต์ 155 CC สูบเดี่ยว 4 วาล์ว เกียร์สปอร์ต 6 สปีด จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีดอัจฉริยะ ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบวาล์วแปรผันอัจฉริยะ VVA ที่จะให้อัตราเร่งดีเยี่ยมพร้อมตอบสนองต่อการบิดคันเร่งได้ทันใจ อีกทั้งยังมาพร้อมด้วยระบบ ASSIST & SLIPPER CLUTCH ระบบคลัตช์ช่วยลดแรงกระชากของล้อหลังขณะลดเกียร์ ความเร้าใจที่มาพร้อมความมั่นใจในทุกจังหวะการขับขี่ NEW YAMAHA MT-15 ยังคงโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์แห่งสายซ่าตัวจริงตามสไตล์ MT-Series ด้วยฟีเจอร์ล้ำสมัย ไม่ว่าจะเป็น MONO FOCUS LED ไฟหน้าที่มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ Mono Focus LED สว่างชัดในการขับขี่, หน้าปัด NEGATIVE LCD มีสไตล์ด้วย Multi-function พร้อมตัวเลขบอกตำแหน่งเกียร์ ระบบไฟเตือนเปลี่ยนเกียร์ (Shift light) นอกจากนี้ NEW YAMAHA MT-15 ยังให้ฟิลลิ่งการขับขี่แบบเน็คเก็ตสปอร์ตเต็มนอกจากนี้ NEW YAMAHA MT-15 ยังให้ฟีลลิ่งการขับขี่แบบเน็คเก็ตสปอร์ตเต็มอารมณ์ ด้วย TELESCOPIC UPSIDE DOWN ระบบกันสะเทือนหน้าแบบโช้คอัปหัวกลับที่ช่วยดูดซับแรงกระแทกได้ดี ควบคุมตัวรถได้อย่างมั่นใจ พร้อมด้วยระบบกันสะเทือนหลัง ALUMINIUM SWING ARM สวิงอาร์มอะลูมิเนียมแบบไดแคส (Diecast) และแบบโมโนครอสร่วมกับกระเดื่องซับแรง เพื่อเพิ่มสมรรถนะการทรงตัวที่ดียิ่งขึ้น โดย 2024 Yamaha MT15 เติมเต็มสีสันสุดเร้าใจด้วย 3 เฉดสีใหม่!!!คือ สีเทา Metallic Gray, สีน้ำเงิน Racing Blue และ สีดำ Matt Black โดยสีของหน้ากากครอบไฟหน้า, ล้อแม็กและลายกราฟิกจะดีไซน์ให้เป็นสีเดียวกัน นอกจากนี้ยามาฮ่ายังได้เตรียม Accessories ของแต่งมาให้เจ้าของรถได้เลือกตกแต่งเพิ่มเติม อันประกอบด้วย ชุดบังไมล์, การ์ดหม้อน้ำ, ชุดฝาครอบแฟริ่งล่าง, ชุดยึดแผ่นป้ายทะเบียน, ชุดไฟเลี้ยว LED, บังโคลนหน้าคาร์บอน, ชุดมือเบรก-มือคลัตช์, โช้คหลัง OHLINS และชุดท่อไอเสีย YOSHIMURA สำหรับ NEW YAMAHA MT-15…BORN OF DARKNESS ให้ความมั่นใจในคุณภาพด้วยการรับประกัน 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร พร้อมวางจำหน่ายในราคา 101,000 บาท ตั้งแต่วันนี้ที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทั่วประเทศโดยสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Yamaha Call Center โทร. 02-263-9999 ติดตามข้อมูลข่าวสารทางออนไลน์ได้ที่ www.yamaha-motor.co.th หรืออัปเดตความเคลื่อนไหวของยามาฮ่าได้ทาง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ฮอนด้าอันดับ 1 ทุกเซกเมนต์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำวงการ

ไทย ฮอนด้าอันดับ 1 ทุกเซกเมนต์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำวงการรถจักรยานยนต์ไทย ปิดยอดจำหน่าย 2023 ดัวยตัวเลข 1.47 ล้านคัน กลุ่มเอ.ที.เติบโตต่อเนื่อง ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย เปิดเผยยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าปี 2023 ภาพรวมตลาดแตะระดับ 1.88 ล้านคัน ฮอนด้าคว้ายอดจดทะเบียนสูงสุดที่ 1.47 ล้านคัน ครองอันดับที่ 1 ติดต่อกันเป็นปีที่ 35 พร้อมคว้ายอดจดทะเบียนสูงสุด 5 อันดับแรก ตอกย้ำความสำเร็จจากผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของลูกค้าทุกกลุ่ม ทุกไลฟ์สไตล์ มร.ชิเกโตะ คิมูระ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “ภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ไทยปี 2023 มีแนวโน้มที่ดี โดยตลาดรวมมียอดจดทะเบียนอยู่ที่ 1.88 ล้านคัน เติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมา 4% โดยกลุ่มรถเอ.ที. ได้รับความนิยมสูงที่สุดมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 49% เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 5% ถือเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปจากการใช้งานที่สะดวกสบาย และมีสไตล์ให้เลือกอย่างหลากหลาย ในขณะที่อันดับรองลงมาเป็นรถครอบครัว โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ 47% และกลุ่มรถสปอร์ตมีสัดส่วนอยู่ที่ 3%” ในปี 2023 รถจักรยานยนต์ฮอนด้ามียอดจดทะเบียนอยู่ที่ 1.47 ล้านคัน เติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้า 6% และเติบโตมากกว่าตลาดรวม 2% จากการที่ฮอนด้าได้เปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆ สู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ไปพร้อมกับการผลักดันกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมการขายไปทั่วประเทศ รวมถึงรถรุ่นใหม่อย่าง New Honda Giorno+ ที่เปิดตัวไปได้ไม่นาน ก็เป็นหนึ่งในรุ่นรถที่สามารถสร้างกระแสในกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ช่วยผลักดันให้กลุ่มเอ.ที.มีการเติบโตในปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ฮอนด้ายังคว้ายอดจดทะเบียนสูงสุด 5 อันดับแรก นำโดย Honda Wave110i ที่มีตัวเลขอยู่ที่ 511,659 คัน ตามด้วยอันดับที่ 2 คือ Honda Wave125i จำนวน 254,141 คัน อันดับที่ 3 เป็น Honda Scoopy จำนวน 218,113 คัน อันดับที่ 4 คือ Honda PCX160 จำนวน 146,212 คัน และอันดับที่ 5 Honda Click Series ที่มียอดจดทะเบียนอยู่ที่ 114,202 คัน  ตัวเลขดังกล่าวยังทำให้ ฮอนด้าอันดับ 1 ทุกเซกเมนต์ อีกด้วย โดย Honda Wave110i ครองความเป็นที่ 1 ในกลุ่มรถครอบครัว ในขณะที่ Honda Scoopy ครองอันดับ 1 ในกลุ่มรถเอ.ที. และในส่วนของกลุ่มรถสปอร์ต Honda CRF300L มียอดจำหน่ายสูงสุดในกลุ่มนี้ที่ 7,840 คัน มร.ชิเกโตะ คิมูระ กล่าวต่อว่า “สำหรับในปี 2024 ด้วยปัจจัยของสภาวะเศรษฐกิจของโลกที่ไม่แน่นอน การเปลี่ยนแปลงในเรื่องกฎหมายด้านการเงิน ปัญหาหนี้สินครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง อาจทำให้ลูกค้าชะลอการซื้อสินค้า และส่งผลให้ความต้องการในตลาดลดลง จึงคาดการณ์ว่าตลาดรถจักรยานยนต์ไทยจะมียอดจดทะเบียนอยู่ที่ประมาณ 1.70 – 1.75 ล้านคัน โดยฮอนด้าวางเป้าจำหน่ายไว้ที่ 1.30 -1.35 ล้านคัน ในส่วนของตลาดรถบิ๊กไบค์ หรือรถจักรยานยนต์ขนาด 400cc ขึ้นไป ตลอดปี 2023 มียอดจดทะเบียนอยู่ที่ 15,468 คัน ลดลง 9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในขณะที่ฮอนด้ามีตัวเลขอยู่ที่ 7,035 คัน เติบโตขึ้น 7% มากกว่าตลาดรวม และในปี 2024 นี้ คาดว่าตลาดรวมจะอยู่ที่ระดับ 15,000 คัน ในขณะที่ฮอนด้าตั้งเป้ายอดจำหน่ายไว้ที่ 7,000 คัน โดยปัจจัยบวกที่ทำให้ฮอนด้าเติบโตประกอบไปด้วยการเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่อย่าง Honda E-Clutch ในรถตระกูล 650Series และการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องให้กับผู้ใช้” “ปี 2024 นี้ ฮอนด้าพร้อมที่จะสร้างความคึกคักให้กับตลาด ผ่านการส่งมอบประสบการณ์ในการขับขี่ที่ไม่รู้จบ

Kawasaki Racing team WorldSBK 2024 เปิดตัวแข่งเขียวสด พร้อมซิ่ง

Kawasaki Racing team WorldSBK 2024 เปิดตัวทีมแข่ง ค่ายเขียวหนึ่งเดียวที่ลงทำการแข่งขันในรายการ World superbike championship 2024 โดยปีนี้มีการปรับเปลี่ยนโทนสี รวดลายใหม่บนตัวรถแข่งและชุดแข่งใหม่ทั้งหมด การแข่งขัน MOTUL FIM Superbike World Championship ปี 2024 ก็ใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว โดยสนามเปิดฤดูกาลของปีนี้อยู่ที่ Phillip Island วันที่ 23-25 กุมภาพันธ์นี้ เรามาพูดถึงตัวรถแข่งทีม Kawasaki Racing Team ในรายการ WorldSBK กันหน่อยสำหรับฤดูกาลนี้ ทางคาวาซากิได้เปิดตัวรุ่นรถ NINJA ZX-10RR เรือธงซูเปอร์ไบค์เครื่องยนต์ระดับ 1,000 ซีซี เรือธงพวกเขาในปี มีการออกแบบลวดลายแฟริ่งใหม่ที่มีสีเขียวมากกว่าปีก่อนมากๆ โดยตัวรถมีการเลือกใช้สีพื้นส่วนใหญ่เป็นสีเขียว แล้วตัดด้วยเส้นลายสีเหลืองและแถบสีขาว ส่วนตัวทำให้ตัวรถดูสดใสมากขึ้นกว่าเดิม ยิ่งถ้าได้โลดแล่นบนแทร้กละก็คงจะสวยเด่นไม่ใช้น้อยเลยละ   จะพูดถึงตัวรถอย่างเดียวก้คงจะไม่ได้ ต้องมีนักบิดด้วย ทีมนี้มี 2 คน อย่าง Alex Lowes จะใช้เบอร์ 22 ลงทำการแข่งขันและ Axel Bassani จะใช้เบอร์ 47 ลงทำการแข่งขัน ในฤดูกาลนี้ ที่จะเป็นนักบิดคนสำคัญของทีมที่จะผนึกกำลังร่วมชิงแชมป์ในรายการแข่งขัน WorldSBK ในปี 2024 นี้ ยังไงก็ต้องขอฝากแฟนๆสาวกค่ายเขียวร่วมส่งกำลังใจ ติดตามเชียร์ทีมนี้ เพราะปีนี้เดือนแน่นอน… อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

แสตมป์ อภิวัฒน์ เตรียมลุยใหญ่ใน ARRC 2024

แสตมป์ อภิวัฒน์ เตรียมลุยใหญ่ใน ARRC 2024 เรียกขวัญกำลังใจเจ้าตัวและแฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ต สำหรับแสตมป์ อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ นักบิดดาวรุ่งชาวไทยจาก Yamaha Thailand Racing Team จะทำการลงแข่งขันดวลความเร็วในศึก Asia Road Racing Championship 2024 ในรุ่น Supersports 600 พร้อมหมายเลข 24 และม้าศึกคู่ใจ YZF-R6 ที่จะทำการเก็บแต้มคะแนนสะสม และชิงชัยในปีนี้ โดยฤดูกาลนี้ “แสตมป์” จะร่วมลงแข่งขันให้กับทีม Yamaha Tekhne Racing Team ASEAN ในรุ่น 600 ซีซี พร้อมนักบิดทีมเมทชาวฟิลิปปินส์อย่าง Mckinley Kyle Paz #23 พร้อมกันนี้ทางทีมยังได้ส่งแข่งขันในรุ่น Asia Superbike 1000 พร้อมนักแข่งอย่าง Kasma Daniel Kasmayudin #27 จากมาเลเซีย และ Soichiro Minamimoto #22 จากญี่ปุ่น ที่จะใช้รถแข่ง YZF-R1M ลงแข่งขันในครั้งนี้แบบเต็มฤดูกาล เรามาพูดถึงเจ้าตัวแสตมป์กันบ้างดีกว่า โดยล่าสุดมีการโพสเพจเฟสบุ๊คส่วนตัวในวันที่ 8 ก.พ. 67 ที่ผ่านมา สำหรับการเปิดตัวทีมพร้อมลงแข่งขันอย่างเป็นทางการ จึงสามารถคาดได้ว่า “แสตมป์” กลับมามีสภาพร่างกายเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว หลังจากพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บที่อาร์มปั๊มและเข้ารับการผ่าตัดรักษาเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา นอกจากนี้เจ้าตัวยังได้เคยเข้าร่วม Yamaha VR46 Master Camp ร่วมกับนักบิดทีมเมททั้ง 3 คนอีกด้วย และประสบความสำเร็จในการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกทั้ง Moto2, Moto3 ยังรวมไปถึงรายการระดับเอเชียอย่าง ARRC อีกด้วย สำหรับแฟน ๆ สามารถเชียร์และเป็นกำลังใจให้ “แสตมป์” ในการแข่งขันครั้งนี้ ก็ขอลุ้นให้ได้โพเดียมทุกสนาม เก็บคะแนนสะสมติดท็อปตารางและคว้าแชมป์มาให้ได้นะครับ สำหรับการแข่งขัน Asia Road Racing 2024 ในเรซแรกจะจัดขึ้นที่ ช้าง อินเตอร์เนชันแนลเซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ในวันที่ 15-17 มีนาคม 2567 นี้ โดยสามารถติดตามรับชมการถ่ายทอดสดได้ทาง FB: Asia Road Racing Championship มาร่วมเชียร์และเป็นกำลังใจให้นักแข่งและทีมงาน Yamaha Thailand Racing Team สามารถติดตามข่าวสารกีฬามอเตอร์สปอร์ตแบบเจาะลึกได้ที่ FB: Yamaha Thailand Racing Team อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

https://shorturl.asia/N1Cp2

Desmo450 MX เดิร์ตไบค์จากค่ายแดง Ducati เปิดตัว เปิดทีม เปิดโฉมหน้ากันไปแล้ว ผมเองก็เพิ่งจะมีโอกาสได้มาสอดส่องข้อมูลเกี่ยวกับเจ้า Desmo450 MX รถแข่งทางฝุ่นจากทางค่ายแดง Ducati จัดเป็นโปรโตไทป์หรือรถแข่งท่พร้อมจะตะลุยการแข่งขันในปีนี้ และจะเป็นการเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับทางแบรนด์ในแง่ของการเติมเต็มรถในกลุ่มออฟโร้ด และในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าลูกค้าสายทางฝุ่นอาจจะได้ลองขี่รถโปรดักชันจากค่ายแดงกันบ้าง   สิ่งนึงที่น่าสนใจและน่าทึ่งมากที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้นไปจากเครื่องยนต์ขนาด 450 ซีซีของเจ้าคันนี้นั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่ามาพร้อมระบบวาล์วเดสโมโดรมิกที่ขึ้นชื่อของทางค่าย และมีการใช้ในโมเดลสปอร์ตไบค์ทุกคัน รวมไปถึงในรถแข่ง MotoGP อีกด้วย และนี่คือครั้งแรกในกลุ่มรถโมโตครอส เจ้าระบบวาล์วที่ว่านี้ไม่ต้อสปริงวาล์ว ซึ่งทำให้สามารถทำเครื่องให้มีเพดานรอบสูง ๆ ได้มากขึ้นโดยไม่มีปัญหาเรื่องวาล์วลอย เครื่องยนต์วางบนเฟรมแบบเปลคู่ ระบบกันสะเทือนเป็นตัวท็อปสุดสายของ Showa ด้านหน้าเป็นโช้คหัวกลับ ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยว ล้อจะเป็นของทาง Takasago Excel ขนาด 21 และ 19 นิ้ว หน้าหลังตามลำดับ ระดับด้วย Pirelli Scorpion MX 32 ส่วนระบบเบรกก็จะเป็นจากทาง Brembo ชิ้นส่วนอื่น ๆ ที่เห็นก็จะมีสวิงอาร์มคู่อลูมิเนียม ท่อไอเสีย Akrapovic และโซ่ D.I.D ซึ่งรายละเอียดลึก ๆ รวมถึงตัวเลขต่าง ๆ นั้นยังไม่ได้มีการเปิดเผยออกมา ส่วนเรื่องที่โมเดลนี้จะผลิตเป็นจำนวนมากหรือเข้าสู่ขั้นตอนการผลิตรถโปรดักชันทางค่ายบอกว่าจะเริ่มในช่วงครึ่งปีหลังปี 2025 ทั้งนี้เป้าหมายของการแข่งขันในฤดูกาลแรกนี้คือการเก็บข้อมูลต่าง ๆ เพื่อพัฒนารถโมโตครอสต่อไป โดยจะมี Alessandro Lupino เข้าแข่งขันรายการในอิตาลี และจะมี Antonio Cairoli ร่วมด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Whitelock Tinker Toy 2 ล้อ 48 สูบ 4,200 ซีซี พี่ว่าไง

Whitelock Tinker Toy 2 ล้อ 48 สูบ 4,200 ซีซี พี่ว่าไง ทำไมต้องแต่งหรือคัสตอมรถ? ดูเหมือนจะเป็นคำถามที่ฟังดูโง่เง่า แต่จริง ๆ ผมว่ามันเป็นคำถามเริ่มต้นที่ดีนะ เพราะคำตอบของคำถามนี้แต่ละคนก็ตอบมันด้วยคำตอบที่แตกต่างกัน บางทีอาจจะเป็นเพราะไม่ชอบกระจกบ้างละ อยากเข้าป่า อยากขนของบ้างล่ะ สารพัดจะเหตุผล แต่เหตุผลของการกำเนิดของเจ้า Whitelock Tinker Toy 2 ล้อ 48 สูบ 4,200 ซีซี คันที่คุณเห็นอยู่นี้มันช่างพิเรนท์สิ้นดี   มาถึงตรงนี้แล้วคงอยากจะรู้เหตุผลแล้วใช่มั้ยว่าเหตุผลคืออะไร เหตุผลคืออยากลงในกินเนสเวิร์ลเรคคอร์ดยังไงล่ะ (Guinness World Reccord) และนั่นคือเหตุผลว่า Simon Whitelock เจ้าของรถคันนี้ถึงได้คัสตอมมันขึ้นมา   ตัวเครื่องยนต์ที่เป็นหัวใจหลักนั้นถูกสร้างขึ้นจากเครื่องยนต์ 3 สูบ 2 จังหวะของ Kawasaki KH250 ทั้งหมด 16 ตัว มาจัดเรียงเข้าด้วยกัน ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าเขาจะสามารถทำให้มันขับขี่บนถนนได้อย่างถูกกฎหมายอีกด้วย แต่ไม่แน่ใจว่าจะมีใครอยากขี่มันไปไกล ๆ มั้ย    ตัวรถสามารถสตาร์ทและขี่ใช้งานได้ อย่างน้อย ๆ ก็มีหลักฐานเป็นคลิปในช่องของเขาเองล่ะนะ โดยเป็นคลิปเก่าย้อนไปหลายปีที่แล้วทาง YouTube ในคลิปอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องยนต์และการสร้างไว้ โดยมีกุญแจหลัก 2 อย่างด้วยกันคือ นอกเหนือไปจากเครื่องยนต์ 16 เครื่อง ยังมีการใช้เครื่องยนต์สูบเดียว 125 ซีซีของคาวาซากิทำหน้าที่เป็นสตาร์ทเตอร์ ทั้งนี้ตัวรถคันนี้หนักมากถึง 600 กิโลกรัม ซึ่งคงไม่มีใครอยากขี่เจ้าคันนี้ไปล้มเป็นแน่ ชิ้นส่วนของตัวรถหลาย ๆ ชิ้นนำมาจากรถคาวาซากิ แม้ว่าจะถูกดัดแปลงมากมายเพื่อให้ใส่ลงบนเฟรมของตัวรถได้ก็ตาม ระบบเบรกและช่วงล่างด้านหน้านำมาจาก Honda Gold Wing ชุดเกียร์บ็อกซ์ของทาง BMW และถูกดัดแปลงอย่างหนักเพื่อให้ใช้งานกับโมเดลนี้ได้และล่าสุดเจ้าคันนี้จะถูกนำขึ้นมาประมูลในเดือนเมษายน 2024 ผ่านทาง Bonhams Spring Stafford Sale ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ 20 เมษายน ซึ่งปกติแล้วก็จะมีรถหายากเป็นประจำทุกปีและคันนี้ก็เป็นครั้งแรกที่จะถูกประมูล โดยก่อนหน้านี้เจ้าของไม่เคยมีความคิดว่าจะขายมัน อย่างไรก็ดีตอนนี้เราไม่ได้มีรายละเอียดอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับเจ้าคันนี้ มีเพียงการระบุว่า พร้อมกุญแจ และคาดการณ์ราคาว่าจะจบออกมาที่ราคาไม่เกิน 60,000 ปอนด์หรือราว ๆ 2.7 ล้านบาท    สำหรับผม ผมว่ามันเป็นโมเดลที่น่าทึ่งมาก ๆ เลยนะ ในมุมมองของความพยายาม ความสามารถทางวิศวกรรมของเขา เรียกว่ามีฝีมือและความบ้าระห่ำแบบไม่ต้องสงสัยเลย แต่ถ้าถามผมว่าอยากได้มั้ย สมมติว่าผมมีเงินเหลือมาก ๆ ก็คงเอามาจอดเล่นที่บ้านละมั้ง แต่คงไม่เอาไปขี่ที่ไหนหรอกครับ งานนี้ใครเงินเหลือไปจัดกันได้ครับ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ferodo ขยายไลน์สินค้า ปี 2024 รองรับรถกว่า 400 โมเดล

Ferodo ขยายไลน์สินค้า ปี 2024 รองรับรถกว่า 400 โมเดล ล่าสุดทาง เฟโรโด้ เรซซิ่ง อิตาลี ได้ประกาศว่า “Ferodo ขยายไลน์สินค้า ปี 2024 รองรับรถรุ่นต่าง ๆ กว่า 400 โมเดล” โดยจะเป็นไลน์อัพสินค้าจำพวกผ้าเบรก จานเบรก และแผ่นคลัตช์ สำหรับคนที่ยังไม่รู้จักแบรนด์ Ferodo นั้น จะขอแนะนำให้รู้จักกันอย่างเร็ว ๆ ว่าทางแบรนด์คือผ้าเบรกระดับพรีเมียม และยังเป็นผู้นำในด้านของอุปกรณ์และของตกแต่งรถระดับโลกอีกด้วย โดยมีประวัติการก่อตั้ง ดำเนินธุรกิจ และพัฒนานวัตกรรมทางเทคโนโลยีมานานกว่า 100 ปีแล้ว ทั้งนี้ทางแบรนด์จะมีความเชี่ยวชาญในเรื่องของการผลิตอะไหล่และชิ้นส่วนที่เกี่ยวกับระบบเบรกสำหรับการแข่งขัน รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ และจักรยาน โดยทางแบรนด์มีการพัฒนาและคิดค้นวัสดุที่ก่อให้เกิดแรงเสียดทานชนิดใหม่ ๆ อยู่ตลอด โดยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของทางบริษัท และมีการทดลองตัวต้นแบบบนไดนาโมมิเตอร์ของทางบริษัทเองถึง 6 ตัว เพื่อตรวจสอบและขัดเกลาให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสูงและน่าไว้วางใจมากที่สุด สุดท้ายนี้ผ้าเบรกจากทางแบรนด์ผลิตขึ้นตามมาตรฐาน ISO ระดับนานาชาติขั้นสูงสุด และมีการออกแบบทางวิศวกรรมเพื่อให้มีค่าสัมประสิทธิ์ของแรงเสียดทานที่คงที่ในช่วงอุณหภูมิ แรงกดดัน และความเร็วของพาหนะที่หลากหลาย ช่วยยืดอายุของผ้าเบรกและจานเบรกได้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ducati Streetfighter V4 Lamborghini Centauro

Ducati Streetfighter V4 Lamborghini Centauro ศิลปะ ตำนาน สองล้อ และนี่คือผลงานจากศิลปินชาวอิตาลีที่ชื่อว่า Paolo Troilo ที่ได้บรรจงเพนต์ลวดลายลงบนแฟริ่งของ Ducati Streetfighter V4 Lamborghini Centauro ภายใต้งาน Art of Creating Myths ซึ่งทาง Ducati และ Lamborghini ร่วมกันรังสรรค์ขึ้นมา   สำหรับผลงานของ Paolo Troilo มีเทคนิคอันโดดเด่นคือการใช้นิ้วมือเพนท์งานศิลปะได้อย่างเหนือจริง นำเสนอผลงานในรูปของแขนของชายผู้นึงที่กำลังทำท่าเหมือนบิดคันเร่งรถบนสองข้างของถังน้ำมัน พร้อมลายเส้นแบบนามธรรมต่าง ๆ ตามชิ้นส่วนอื่น ๆ บนตัวรถนั่นเอง เป็นการผสมผสานกันระหว่างตำนานและความจริง ขับเน้นให้เห็นพละกำลังอันเหนือมนุษย์ที่ถูกถ่ายทอดผ่านรูปทรงของตัวรถสตรีทไฟเตอร์นั่นเอง และแน่นอนว่ามันเป็นโมเดลพิเศษจำนวนจำกัดโดยจะผลิตขึ้นเพียง 63 คันสำหรับลูกค้า Lamborghini Huracán EVO Minotauro ที่มาในสไตล์คล้ายคลึงกัน โดยผู้สั่งซื้อจะสามารถคัสตอมเพิ่มเติมได้ ด้วยการออกแบบร่วมกับทางแผนกออกแบบของทางดูคาติ  ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ก็มีโปรเจกต์คล้าย ๆ กันนี้มาก่อนอย่าง Streetfighter V4 Lamborghini 2023 สปอร์ต หรูหรา ลิมิเต็ด – SuperBike (superbikemag.com) แต่คันนี้จะพิเศษด้วยงานเพนท์มือนั่นเอง   งานนี้บอกเลยว่าราคารถโมเดลนี้รุ่นธรรมดาบ้านเราอยู่ที่ 1,029,000 บาท แต่ทว่าสำหรับโมเดลพิเศษที่ว่านี้ ก็คงต้องบวกค่าซื้อรถยนต์ที่แมตช์กันไปด้วย ซึ่ง Huracán EVO ตัวปกติราคาอยู่ที่บ้านเราก็ 24.59 ล้านบาท เข้าไปแล้ว ซื้อสองคันรวม ๆ กันก็น่าจะไปจบกันที่ 30 ล้านบาทคงจะได้ละกระมังครับเนี่ย เห็นตัวเลขแล้วจะเป็นลม

Thai Honda Motorsports 2024 เปิดตัวนักแข่ง และทีมโค้ชมอเตอร์สปอร์ต 2024 ตั้งเป้าสุดท้าทาย มุ่งสร้างผลงานในระดับโลก ”ก้อง-สมเกียรติ” นำทัพสู้ศึกโมโตทู ปีที่ 6 “ก๊องส์-ธัชกร” ลุยโมโตทรีเต็มฤดูกาลครั้งแรก“ไทยฮอนด้า” ผู้นำวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ประกาศแผนมอเตอร์สปอร์ตปี 2024 ยกระดับนักบิดไทยภายใต้โครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” สู่ระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ส่ง “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ลุยศึกชิงแชมป์โลกรุ่นโมโตทู ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ด้วยเป้าหมายสุดท้าทายในการจบอันดับท็อปทรี พร้อมดัน “ก๊องส์” ธัชกร บัวศรี อีกหนึ่งนักบิดฝีมือดี ลงแข่งขันโมโตทรี แบบเต็มฤดูกาลเป็นครั้งแรก เช่นเดียวกับการผลักดันนักแข่งดาวรุ่งอย่าง “ข้าวกล้อง” จักรีภัทร พฤฒิสาร ลุยศึกเยาวชนชิงแชมป์โลก รายการ “เอฟไอเอ็ม จูเนียร์จีพี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ” และ รายการ “เรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ” เพื่อสร้างนักแข่งรุ่นใหม่สู่การเป็นนักแข่งระดับโลกในรุ่นต่อไป ภายใต้แนวคิด “The Next Successor To Become The World Class Riders” มร.ชิเกโตะ คิมูระ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ผู้นำวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย กล่าวว่า “ในปี 2023 ที่ผ่านมา นักแข่งจากทีม “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” ต่างพากันสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยม ทั้งหมดเป็นผลจากการทำงานอย่างเป็นระบบภายใต้โครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” ที่ทำให้เราสามารถพัฒนานักแข่งได้อย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่าในปีนี้ เราจะมีนักแข่งลงชิงชัยในศึกชิงแชมป์โลกถึงสองคน นั่นคือ “สมเกียรติ จันทรา” และ “ธัชกร บัวศรี” ในขณะเดียวกัน เราได้ผลักดันนักแข่งดาวรุ่งอีกมากมายลงแข่งในระดับนานาชาติและระดับเอเชีย ซึ่งอีกหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือการส่งนักแข่งและทีมแข่งเข้าร่วมการแข่งขันที่มีความเข้มข้นอย่างรายการ “มาเลเซีย ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ” เป็นครั้งแรก รวมถึงการมอบตำแหน่ง ”เรซโค้ช” ให้กับ “มุกข์ลดา สารพืช” เข้ามาดูแลนักแข่งและถ่ายทอดประสบการณ์ร่วมกับ “รัฐภาคย์ วิไลโรจน์” และ “สิทธิศักดิ์ อ่อนเฉวียง” โดยมีที่ปรึกษาอย่าง มร.ชินอิจิ อิโต อดีตนักแข่งระดับเวิลด์กรังด์ปรีซ์ มาร่วมวางแผนการฝึกที่เข้มข้นมากยิ่งขึ้น เพื่อผลักดันให้นักแข่งของเราสร้างผลงานได้อย่างต่อเนื่องในทุกระดับ เราเชื่อว่าการแข่งขันในปีนี้จะมีความเข้มข้นเป็นอย่างมาก และไทยฮอนด้าพร้อมแล้วที่จะสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทย ขอฝากแฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยร่วมติดตามและส่งกำลังใจเชียร์ทีมแข่ง “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” และนักแข่งฮอนด้าทุกคนด้วยครับ” เริ่มจากการแข่งขันในรายการที่เป็นที่สุดของโลก อย่างรายการ เวิลด์กรังด์ปรีซ์ ในปีนี้ ไทยฮอนด้าได้ส่ง 2 นักแข่ง เข้าร่วมชิงชัย “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา” หมายเลข 35 เจ้าของรางวัล นักกีฬาอาชีพชายดีเด่นสองปีซ้อน จากการกีฬาแห่งประเทศไทย ที่คว้าอันดับ 6 ของโลกในเวิล์ดกรังด์ปรีซ์ 2023 รุ่นโมโตทู ลงแข่งขันรุ่นโมโตทู เป็นปีที่ 6 ภายใต้สังกัด “อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย” ด้วยเป้าหมายสุดท้าทาย นั่นคือการคว้าท็อปทรีให้ได้ ตามด้วย “ก๊องส์” ธัชกร บัวศรี หมายเลข 5 ลงสู้ศึก เวิลด์กรังด์ปรีซ์ใน รุ่นโมโตทรี แบบเต็มฤดูกาล ด้วยเป้าหมายคว้าท็อปเท็น สำหรับการแข่งขันระดับเยาวชนชิงแชมป์โลก Thai Honda Motorsports 2024 ส่ง “ข้าวกล้อง” จักรีภัทร พฤฒิสาร หมายเลข 20 นักบิดดาวรุ่งเข้าแข่งขันในรายการ “เอฟไอเอ็ม จูเนียร์จีพี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ” และ “เรดบลู โมโตจีพี รุกกี้ส์ คัพ” โดยวางเป้าหมายไว้ที่การจบท็อปเท็นในทั้งสองรายการในระดับเอเชีย เริ่มจากรายการ “เอเชีย ทาเลนต์ คัพ” ไทยฮอนด้า ส่ง 3

Honda Stylo 160

Honda Stylo 160 เผยโฉมที่อินโด เด่นด้วยดิสก์เบรกหน้าหลัง เมื่อแฟชั่นเพียงอย่างเดียวไม่ตอบโจทย์ แต่สิ่งที่จะตอบโจทย์ได้ดีคือแฟชันและสมรรถนะ งานนี้เจอกันได้ใน Honda Stylo 160 ที่ล่าสุดเผยโฉมที่อินโดนีเซีย โดยมากันหลากสีสัน สองทางเลือกระหว่าง ABS และ CBS สำหรับเจ้า Stylo นี้จะมาในดีไซน์แบบคลาสสิกเรโทรโมเดิร์น ให้ความรู้สึกดูดีพรีเมียมมีสไตล์ทุกมุมมอง ด้านหน้าโดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบแยกส่วนไฟเลี้ยวไปที่บิลด์อินที่แฟริ่งด้านหน้าส่วนล่าง ด้านหลังมีไฟท้ายขนาดใหญ่ และแน่นอนว่าเป็น LED เต็มระบบ หน้าจอเรือนไมล์เป็นแบบดิจิทัล LCD อ่านค่าง่ายใช้งานสะดวก เครื่องยนต์ eSP+ ขนาด 160 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้กำลังแรง 15.4 แรงม้าที่ 8,500 รอบ แรงบิดสูงสุดที่ 13.8 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบ ใช้น้ำมันจากถังน้ำมันขนาด 5 ลิตร ขับเคลื่อนระบบสายผ่าน เกียร์อัตโนมัติ ช่วงล่างเลือกใช้เฟรมอันเดอร์โบน eSAF มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรง ระบบกันสะเทือน ด้านหน้าเป็นโช้คเทเลสโคปิก ด้านหลังเป็นสวิงอาร์มกับโช้คเดี่ยว ระบบเบรกด้านหน้าเป็นดิสก์เบรก ด้านหลังเป็นดิสก์เบรก เฉพาะรุ่น ABS ตัวสแตนดาร์ดจะเป็นดรัมเบรกที่ด้านหลัง ส่วนล้อและยางจะเป็นขนาด 110/90 – 12 และ 130/80 – 12 แบบไม่ใช่ยางใน ฟีเจอร์อื่น ๆ ที่โดดเด่นก็จะเป็นช่องเก็บของใต้เบาะขนาด 16.5 ลิตร ช่องเก็บของด้านหน้าพร้อมช่องจ่ายไฟแบบ USB A พร้อมช่องใส่มือถือสมาร์ทโฟน สะดวกสบายด้วยระบบสมาร์ทคีย์ พร้อมตอบโจทย์พ่อบ้านด้วยที่แขวนสัมภาระแบบพับเก็บได้ที่ด้านหน้า และประหยัดสุด ๆ ด้วยระบบ Idling Stop สุดท้ายนี้วางจำหน่ายกัน 2 เวอร์ชัน รวมกันแล้วมากถึง 6  เฉดสี  โดยรุ่น ABS จำหน่ายที่ราคา 30,425,000 รูปียะฮ์ แปลงเป็นเงินไทยตรง ๆ ก็จะอยู่ที่ประมาณ 69,000 บาท ถ้ามาจำหน่ายที่บ้านเราน่าจะอยู่ที่ราว ๆ 75,000 บาทมั้งครับ   อ่านข่าวอื่นๆ จาก Honda คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

The Doctor Come back 2024 ควบ R1 ร่วมแจม ปอร์ติเมา เทสต์

The Doctor วาเลนติโน่ รอสซี่ ตำนานนักบิดอิตาเลียน คัมแบ็กสู่แทร็กอีกครั้ง ภายใต้รถแข่ง YAMAHA YZF-R1 โดยเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งการทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล ศึกเวิลด์ซูเปอร์ไบค์ 2024 ที่ ปอร์ติเมา ประเทศโปรตุเกส หลังจากที่ ยอดนักบิดอิตาเลียน ดีกรีแชมป์โลก 9 สมัย ตัดสินใจแขวนคันเร่งหลังสิ้นสุดการแข่งขัน ศึกโมโตจีพี ในฤดูกาล 2021 ทว่ายังคงรับบทเจ้าของทีมแข่ง สร้างโอกาสให้บรรดานักบิดดาวรุ่ง ซึ่งเป็นผลผลิตจาก VR46 Riders Academy ได้โลดแล่นบนเวทีพรีเมียร์คลาส นับตั้งแต่การชิงชัยในฤดูกาล 2022 เป็นต้นมา ล่าสุด วาเลนติโน่ รอสซี่ ได้กลับมาลงบิดบนรถแข่งยามาฮ่าอีกครั้ง ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการทดสอบ ศึกซูเปอร์ไบค์ เวิลด์ แชมเปียนชิพ 2024 ณ ออโตโดรโม อินเตอร์นาซิอองนาล โด อัลการ์ฟ เมืองปอร์ติเมา ประเทศโปรตุเกส ภายใต้รถแข่ง YAMAHA YZF-R1 โดยลงบิดไปทั้งสิ้น 49 รอบสนาม นอกจากเจ้าสำนักอย่าง “เดอะ ด็อกเตอร์” แล้ว บรรดาผลผลิตจาก VR46 Riders Academy ได้แท็กทีมลงบิดอย่างครบครัน ไล่เรียงจาก ฟรังโก้ มอร์บิเดลลี, ฟรานเชสโก้ บันยาญ่า, ลูก้า มารินี และ มาร์โก้ เบซเซคคี ที่เตรียมลงชิงชัยบนเวทีโมโตจีพี ในฤดูกาลที่กำลังจะเริ่มต้น รวมถึง เซเลสติโน่ วิเอตติ และ อันเดรีย มินโญ่ ในคลาสโมโตทู และโมโตทรี ตามลำดับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

5 แอดเวนเจอร์ไบค์ไซส์กลาง

5 แอดเวนเจอร์ไบค์ไซส์กลาง ที่น่าสนใจในปี 2024 ช่วงที่แอดมินเขียนบทความตอนนี้ PM 2.5 มันเยอะเหลือเกิน ขณะที่เขียนอยู่นี่แอดมินยังนั่งไอแค่ก ๆ เสมหะเพียบอยู่เลย พาลให้คิดว่าเราน่าจะออกไปสูดอากาศที่ต่างจังหวัด ไปในที่ซึ่งห่างไกลจากผู้คน ไปสัมผัสธรรมชาติที่มีอากาศดี ๆ เพื่อแอดมินจะอาการดีขึ้น ไป ๆ มา ๆ แอดมินก็เลยคิดว่าถ้าได้รถดี ๆ ไปผจญภัยในเส้นทางธรรมชาติคงจะดีไม่น้อย งานนี้แอดมินก็เลยลองรวบรวม 5 แอดเวนเจอร์ไบค์ ที่น่าสนใจในปี 2024 มาเผื่อว่าเพื่อน ๆ ที่กำลังเล็ง ๆ หาซื้อรถอยู่ ไกด์นี้น่าจะเป็นประโยชน์ให้แก่เพื่อน ๆ ได้ไม่มากก็น้อยนะครับ Yamaha Tenere 700 สำหรับแอดเวนเจอร์ไซส์กลางนี้ ผมนึกถึงคันนี้คันแรกเลย คันนี้บอกเลยว่าของดี การันตีด้วยยอดขายเบอร์ต้นในหลาย ๆ ประเทศ ไปจนถึงการออกเวอร์ชันต่าง ๆ ยิบย่อยมากมาย ตัวรถโดดเด่นด้วยดีไซน์ดุดันแบบรถแข่งแรลลี่ดาการ์ให้ฟีลลิ่งที่พร้อมจะตะลุยทางไกลทางลำบากไปกับคุณ ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า LED แบบ 4 ดวงสุดเท่ เรือนไมล์สี TFT แนวตั้งเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ ชิลด์หน้าทรงสูงพร้อมชิลด์ตัดลมด้านข้าง การ์ดแฮนด์ และการ์ดท้องเครื่อง   ยังมีเบาะนั่งแบบราบและเรียวยาวรับกับถังน้ำมันช่วยให้คอนโทรลรถได้ดีไม่ว่าจะนั่งหรือยืน ช่วงล่างที่ดีพร้อมลุยทุกอุปสรรคด้วยยางแบบออลเทอเรน และล้อซี่ลวดขนาด 21 และ 18 นิ้วตามลำดับหน้าหลัง และเมื่อรวมกับมิติตัวรถที่ให้มายิ่งเหมาะกับการขับขี่แบบลุยสุด ๆ   สเปกคร่าว ๆ มีดังนี้ เครื่องยนต์ 2 สูบเรียงแบบ CP2 689 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาดกำลัง 73.4 แรงม้า แรงบิด 68 นิวตันเมตร มีถังน้ำมันขนาด 16 ลิตร โช้คหน้าหัวกลับ โช้คหลังทำงานร่วมกับกระเดื่องปรับแต่งทั้งพรีโหลด คอมเพรสชัน และรีบาวด์ได้ ระบบดิสก์เบรกหน้าคู่ ดิสก์เบรกหลังเดี่ยว พร้อมระบบเบรก ABS 3 โหมด ปิดเปิดได้ สุดท้ายมีน้ำหนักตัวอยู่ที่ 205 กิโลกรัม ราคาอยู่ที่ 459,000 บาท* (ราคาโมเดล 2023) Honda XL750 Transalp   ต่อมาเป็นน้องใหม่จากค่ายปีกนกที่จริง ๆ แล้วไม่ได้ใหม่ แต่เป็นการสานต่อจากตำนานเดิมต่างหาก ทว่าเป็นพิกัดใหม่ สำหรับคันนี้จัดว่าเป็นตัวที่มีราคาดีที่สุดในลิสต์นี้เลยล่ะครับ แถมมีเทคโนโลยีให้เพียบเลยอีกด้วย   ดีไซน์โดดเด่นการันตีด้วยรางวัลออกแบบยอดเยี่ยม Reddot Winner 2023 มาในสไตล์ที่ดูนุ่มนวลไม่ได้ดูดุดันโผงผาง สไตล์ออกไปทางขับขี่ทางดำมากกว่าทางฝุ่น โดดเด่นด้วยไฟหน้า 4 ดวงเช่นเดียวกันกับคู่แข่งจากค่ายส้อมเสียง หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้วพร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียงแบบล้ำ ๆ   ตัวรถมีช่วงล่างที่ดีพร้อมลุยทางฝุ่นด้วยยางแบบออลเทอเรน และล้อซี่ลวดขนาด 21 และ 18 นิ้วตามลำดับหน้าหลัง แต่อาจจะต้องติดตั้งการ์ดเพิ่มเติมสักหน่อยเพื่อความมั่นใจ เรียกว่าลุยได้ระดับนึงแต่จะไม่มากเท่ากับแอดเวนเจอร์คันอื่น ๆ ถึงอย่างนั้นก็มีเทคโนโลยีสมัยใหม่หลายอย่างเข้ามาช่วยในการขับขี่ ระบบแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ ระบบคันเร่งไฟฟ้า โหมดการขับขี่ 4 โหมด Sport, Standard, Rain และ Gravel พร้อมคัสตอมในโหมด User ได้อีก ระบบควบคุมกำลังเครื่องยนต์ ระบบควบคุมเอ็นจิ้นเบรก ระบบแทร็คชันคอนโทรล HSTC 5 เลเวล (ปิดได้) พร้อมระบบป้องกันการลอยตัวของล้อ เรียกว่ามาคุ้ม ๆ เลยล่ะครับ  สเปกคร่าว ๆ มีดังนี้ เครื่องยนต์ 2 สูบเรียงแบบ 755 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้กำลังแรงถึง 90.5 แรงม้า และแรงบิดสูงถึง 77 นิวตันเมตร มีถังน้ำมันขนาด 16.9 ลิตร โช้คหน้าหัวกลับ โช้คหลังทำงานร่วมกับกระเดื่อง ระบบดิสก์เบรกหน้าคู่ ดิสก์เบรกหลังเดี่ยว พร้อมระบบเบรก ABS 2 ระดับ ปิดเฉพาะล้อหลังได้ สุดท้ายมีน้ำหนักตัวอยู่ที่ 208 กิโลกรัม