SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
บุกคลังยึดรถ MotoGP กว่า 1,400 ล้านบาท จากหัวหน้าเครือข่ายค้ายาเสพติด

ทางการเม็กซิโกและ FBI บุกยึดรถ MotoGP มูลค่ากว่า 40 ล้านดอลลาร์ของ Ryan James Wedding ผู้ร้ายที่ FBI ต้องการตัวมากที่สุด พร้อมตั้งค่าหัวสูงถึง 15 ล้านดอลลาร์

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
R1300GS-2024

R1300GS อีกระดับของ GS ที่ BMW จัดให้ เปิดตัวแล้วหลังจากมีภาพออกมาทั้งแบบตั้งใจและแบบหลุด ๆ รวมถึงข้อมูลหลุดต่าง ๆ อีกมากมาย แต่นี่คือข้อมูลแท้ ๆ ชัด ๆ ตรง ๆ กับ SuperBike Thailand กับ BMW R1300GS อีกระดับของ GS ที่ทางค่ายอัปเกรดและอยากให้เป็น ตอบโจทย์กว่าด้วยเครื่องยนต์ใหม่ที่สมรรถนะสูงขึ้น และช่วงล่างที่ดีขึ้นและน้ำหนักตัวรถที่เบากว่าเดิมอย่างมาก เพื่อสมรรถนะที่ดีขึ้นแบบรอบด้าน สำหรับคนที่ยังไม่รู้หรือเพิ่งเข้าวงการนั้น BMW Motorrad นั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อกำเนิดรถในเซ็กเมนต์ที่เรียกกันว่าทัวริ่งแอดเวนเจอร์มากกว่า 40 ปีแล้ว ด้วยโมเดลที่มีชื่อว่า R 80 G/S ซึ่งเจ้า GS ที่มาพร้อมขุมพลังแบบบ็อกเซอร์นั้นกลายเป็นผู้นำในเซ็กเมนต์นี้มานับตั้งแต่นั้น และเพื่อรักษาตำแหน่งผู้นำที่ว่าจึงได้มีการปรับปรุงอัปเกรดมาโดยตลอด จนกระทั่งมาเป็นโมเดลใหม่ล่าสุด ซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าโมเดิลเดิมมากถึง 12 กิโลกรัมเลยทีเดียว  เรื่องดีไซน์จะเห็นได้ว่ามีจุดเด่นใหม่ที่ไฟหน้าแบบเมทริกซ์ LED ดีไซน์ไม่เหมือนใคร มีทั้งไฟสูงไฟต่ำ และไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์อยู่ด้วยกัน พร้อมไฟเลี้ยวหน้าที่บิลต์อินอยู่ในการ์ดแฮนด์ ส่วนระบบไฟแบบ Headlight Pro ซึ่งจะทำให้ไฟหน้าเลี้ยวเบนไปส่องสว่างในโค้งตามองศาการเข้าโค้งนั้นจะต้องติดตั้งเพิ่มเติม อีกทั้งตัวรถยังมีดีไซน์ที่ให้ความรู้สึกว่าตัวรถมีความกระชับ มีความปราดเปรียวมากยิ่งขึ้นอีกด้วย และด้วยถังน้ำมันอลูมิเนียมใหม่ที่แบนราบกว่าเดิม ทำให้ดูมีความสปอร์ตและลื่นไหลมากขึ้นอีกด้วย ต่อกันที่เรื่องของขุมพลัง แน่นอนว่าหัวใจหลักยังคงเป็นเครื่องบ็อกเซอร์ที่มีดีไซน์ใหม่ให้เครื่องมีขนาดเล็กลงกว่าแต่ก่อน ด้วยการย้ายเกียร์บ็อกซ์ไปไว้ด้านใต้ของเครื่องและจัดวางเพลาข้อเหวี่ยงเสียใหม่ ซึ่งเจ้าเครื่องใหม่ขนาด 1300 ซีซีที่ว่านี้ให้กำลังแรงม้ามากถึง 145 แรงม้าที่ 7,750 รอบและแรงบิดสูงสุดถึง 149 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ ทรงพลังกว่าที่ผ่าน ๆ มา และระบบชิฟต์แคมที่ทำให้จังหวะการทำงานของวาล์วแปรผันได้ตามความเหมาะสมกับรอบเครื่องยนต์ นอกจากนี้ยังมีช่วงล่างใหม่ เริ่มต้นด้วยเมนเฟรมเหล็กกล้าที่ปรับปรุงมาขนานใหญ่เพื่อให้วางเครื่องได้เหมาะสมและให้ความแข็งแรงที่มากขึ้น ส่วนเฟรมท้ายจากเดิมที่เป็นท่อเหล็กถูกเปลี่ยนให้เป็นแบบอลูมิเนียมหล่อขึ้นรูป ทั้งยังมีระบบกันสะเทือนหน้าใหม่ที่เรียกว่า EVO Telelever ที่มาพร้อมชิ้นส่วนที่ยืดหยุ่นและระบบกันสะเทือนหลัง EVO Paralever ที่ช่วยให้การควบคุมที่แม่นยำและความเสถียรยอดเยี่ยม  ส่วนเรื่องของระบบอิเล็กทรอนิกส์เองก็เพิ่มลูกเล่นมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอสี TFT ขนาด 6.5 นิ้ว โหมดการขับขี่ตอนนี้เป็น 4 โหมดแล้วนอกเหนือไป Rain, Road, Eco ตอนนี้เพิ่ม Enduro มาเป็นพื้นฐานเลยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม มีระบบแอ็กทีฟครูซคอนโทรลซึ่งมาพร้อมระบบควบคุมระยะห่างในตัว ระบบเตือนก่อนชนด้านหน้าพร้อมระบบช่วยเบรกเพื่อป้องกันเหตุร้ายและลดความรุนแรงของอุบัติเหตุ ระบบเตือนก่อนเปลี่ยนเลนโดยแจ้งเตือนที่กระจกมองหลัง ระบบเบรก ABS Pro ระบบควบคุมเอ็นจิ้นแดร็กทอร์คคอนโทรล ระบบไดนามิกเบรกคอนโทรล ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน ระบบไดนามิกแทร็คชันคอนโทรล  ยังมีระบบช่วยในเรื่องของความสะดวกสบายอย่างชิลด์หน้าปรับไฟฟ้า กุญแจแบบคีย์เลส ฮีทกริป ช่องใส่สมาร์ทโฟนสำหรับชาร์จไฟโดยเฉพาะ และช่องจ่ายไฟแบบ 12 โวลต์แยกมาอีกต่างหาก ๆ เรียกว่าให้มาเยอะ ให้มาแน่น ๆ สมเป็นรุ่นเรือธง แต่อย่างไรก็ตามระบบบางอย่างที่ช่วยในเรื่องการขับขี่ในระดับสูงก็ยังต้องจำเป็นต้องติดตั้งและจ่ายเงินเพิ่มอยู่ดี สุดท้ายนี้เรื่องของการจำหน่ายในบ้านเราก็น่าจะเป็นปีหน้ากันเลย ส่วนราคาบอกเลยว่าจะต้องแพงขึ้นอีกอย่างแน่นอน เพราะเรื่องของขนาดความจุของเครื่องยนต์ตลอดไปจนถึงเทคโนโลยีในตัวรถที่มากมายขึ้นอีกมาก  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

New CT125 สีเหลือง Yellow SunGlow สีใหม่ล่าสุด 2023

CUB House by Honda เปิดตัว New CT125 สีเหลือง Yellow SunGlow สีใหม่ล่าสุด ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถตระกูล CT ของฮอนด้าในยุค 60’s ลงตัวกับความเป็นรถสไตล์เทรลที่มีดีไซน์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เพิ่มสีสันให้การใช้ชีวิตเป็นเรื่องที่น่าค้นหายิ่งกว่าเดิม New Honda CT125 มาพร้อมคอนเซปต์ ‘Time to Trail ได้เวลาออกนอกเส้นทาง’ นำเสนอมุมมองของไลฟ์สไตล์การขับขี่ที่โดดเด่น ตอบโจทย์การใช้ชีวิตทั้งในเมือง และนอกเมือง พร้อมลุยได้ในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานบนถนนทั่วไป หรือบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยความท้าทาย นอกจากสีเหลืองใหม่แล้ว New Honda CT125 ยังโดดเด่นด้วยไฟหน้าทรงกลมคลาสสิคแบบ FULL LED พร้อมไฟเลี้ยวทรงเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เรือนไมล์ LCD เต็มรูปแบบ อีกทั้งยังมีแร็คหลังขนาดใหญ่ แข็งแรง เหมาะสำหรับบรรทุกสัมภาระ รวมถึงท่อไอเสียพร้อมกรองอากาศยกสูง ตามแบบฉบับ CT Series New CT125 ยังมาพร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 125 ซีซี ที่ให้แรงบิดสูง อัตราเร่งดี พร้อมด้วยระบบกันสะเทือนหลัง Adjustable Rear Suspension ที่สามารถปรับค่า Preload ได้ถึง 5 ระดับ รองรับทุกรูปแบบการใช้งาน CUB House by Honda พร้อมวางจำหน่าย New Honda CT125 ‘สีเหลือง Yellow SunGlow’ พร้อมกับอีก 3 เฉดสี ได้แก่ สีเทา สีแดง และ สีเขียว ราคาแนะนำที่ 88,900 บาท ที่ CUB House Flagship ทุกสาขาทั่วประเทศ และที่ CUB House Corner ในศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Hyosung GV300S-Evo ครูเซอร์แดนโสม ปรับโฉมใหม่ พรีเมียมกว่าเดิม

Hyosung GV300S-Evo ครูเซอร์แดนโสม ปรับโฉมใหม่ พรีเมียมกว่าเดิม นอกเหนือจากซีรี่ย์และเพลง Kpop ที่โด่งดังไปทั่วโลกจากแดนโอปป้าแล้ว วงการ 2 ล้อบ้านเขาก็ไม่แพ้เช่นกัน ล่าสุดทางค่ายรถจักรยานยนต์ Hyosung Motorcycle ทำการเปิดตัวโมเดลพิกัด 300 ซีซีอย่าง GV300S-Evo ปล่อยสู่ตลาดยุโรปเป็นที่เรียบร้อย  สำหรับ HyoSung Motorcycle ถือเป็นค่ายรถ 2 ล้อ ที่ขึ้นชื่อในเรื่องโมเดลคลาสสิกที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเป็นเพียงไม่กี่ค่ายที่สามารถบุกตลาดมอเตอร์ไบค์และเป็นที่รู้จักของเหล่าไบค์ทั่วโลกโดยเฉพาะทางฝั่งยุโรป แต่สำหรับบ้านเราส่วนใหญ่อาจไม่ค่อยคุ้นหูนักเพราะมักนิยมรถญี่ปุ่นเสียมากกว่า นอกจากคนรักสายคัสตอมอาจพอรู้บ้าง แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราไปดูโมเดลของทางค่ายกันว่าทำไมถึงครองใจสายบิดตาน้ำข้าวได้ถึงขนาดนี้   โดยโมเดล GV300S Evo นั้นเป็นรถที่ได้รับการปรับปรุงในแง่ของรูปลักษณ์ที่ให้ความพรีเมียมมากขึ้นจากรุ่นบ็อบเบอร์ในเจ็นก่อน ด้วยระบบฟีเจอร์แบบใหม่ที่ทางโรงงานติดตั้งมาให้ ดูทันสมัย ทั้งระบบส่องสว่าง LED รอบคัน หน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัล LCD ช่องเสียบ USB สำหรับชาร์จอุปกรณ์ ตอบโจทย์การขับขี่ใช้งานในเมืองหรือขับขี่ออกทริปได้สะดวกมากขึ้น แถมยังโดดเด่นด้วยไฟหน้าทรงกลม พร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ดีไซน์มาใหม่ ครอบไฟหน้าติดหน้ามาให้เรียบร้อย ไฟเลี้ยวแยกออกมาด้านข้างให้ดูสมส่วนลงตัว  ขายึดบังโคลนออกแบบใหม่ ถังน้ำมันขนาด 12.5 ลิตร เบาะตอนเดียว 2 ระดับขนาดกว้างเสริมความเรียบหรูด้วยฝาครอบด้านข้างออกแบบใหม่ ฝาครอบกรองอากาศอลูมิเนียม พร้อมแปะสติ๊กเกอร์บ็อบเบอร์ดูโดดเด่น ท่อไอเสียสีดำดูเนี๊ยบ บวกกับการออกแบบสรีรศาสตร์ท่านั่งขับขี่ที่สะดวกสบาย ด้วยแฮนด์บาร์และตำแหน่งที่พักเท้าที่ให้ฟีลลิ่งการขับขี่ในสไตล์รถครูเซอร์แบบดั้งเดิมนั่นเอง ในด้านสมรรถนะจะเป็นแบบเดียวกันกับ GV300S ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ V-Twins 60 องศา 2 สูบ ขนาด 296 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบหัวฉีด และเกียร์ 6 สปีด ให้พละกำลังแรงม้าสูงสุดที่ 29.4 แรงม้าที่ 8,500 รอบ และแรงบิด 25.6 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ  เสริมความแข็งแรงตัวรถด้วยเฟรมแบบโครงเหล็ก 2 ชั้น พร้อมระบบกันสะเทือนตัวรถ ด้วยโช้คหน้าแบบหัวกลับกระบอกสีเงิน เรียบหรูมากขึ้น ต่อด้วยโช้คหลังแบบสปริงคู่สามารถปรับพรีโหลดความแข็งอ่อนได้ตามความต้องการของผู้ขับขี่ ระบบเบรกกับดิสก์เบรกหน้าหลัง พร้อมระบบ ABS ส่วนล้อหน้าจะมีขนาด 16 นิ้ว ล้อหลัง 15 นิ้ว พร้อมยางขนาดเท่ากันที่ 120/80 สำหรับ GV300S-Evo มีจำหน่ายทั้ง 2 สีได้แก่ สีดำและสีเทา เปิดราคาขายอยู่ที่ 5,299 ยูโร หรือตีเป็นเงินไทยราว 2 แสนนิด ๆ ถือว่าน่าสนใจไม่น้อยสำหรับผู้ที่ชื่นชอบสายคลาสสิก ทั้งมิติตัวรถ การออกแบบดูพรีเมียมมากขึ้น เครื่องยนต์ V-Twins ฟีเจอร์อำนวยความสะดวกในการใช้งาน และช่วงล่างที่ปรับใหม่ เหมาะสำหรับการขับขี่ใช้งานหรือออกทริป หรือจะขี่หล่อ ๆ ไปพร้อมทรงผมแสกกลางแบบโอปป้าก็ทำได้ ส่วนเรื่องการจำหน่ายในไทยส่วนนี้ทางแอดยังไม่ทราบแน่ชัด ต้องรออัปเดตอีกทีแล้วจะรีบแจ้งให้ทราบ  สำหรับใครที่สนใจโมเดลค่ายนี้ ในบ้านเรามีจำหน่ายในรุ่น GV300 ให้เลือก โดยสามารถติดต่อได้ทางดีลเลอร์ HyoSung หรือรับชมออนไลน์ผ่านทางเว็บไซด์ที่ https://www.hyosungthailand.com/  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Voge RR666S.jpg

Voge RR666S สปอร์ต 4 สูบเรียงตัวจี๊ด สัญชาติจีน ในงาน CIMA Show ที่จัดขึ้นที่ประเทศจีนเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาค่ายรถพรีเมียมแบรนด์จากเครือยักษ์ใหญ่ด้านมอเตอร์ไซค์ในจีน Loncin ได้ทำการเปิดตัว Voge RR666S สปอร์ตไบค์พิกัดกลางที่น่าจับตามองมาก ๆ กับตัวเลขสเป็กต่าง ๆ ที่ได้ยินแล้วหลาย ๆ คนจะต้องร้องโอ้มายก็อดกันเลยล่ะครับ สำหรับโมเดลนี้ ชื่อรุ่นอาจจะชวนให้สับสนได้ เพราะเลข 666 ในความเชื่อของทางศาสนาคริสต์นั้นสื่อถึงซาตาน แต่ทว่าในจีนนั้นมันกลับมีความหมายที่ดี แต่เรื่องนั้นช่างมันไว้ก่อน เพราะเจ้าตัวนี้มีดีไซน์สปอร์ตโฉบเฉี่ยวดุดัน ทั้งเฉดสี ทั้งองค์ประกอบต่าง ๆ ออกมาได้สวยงามมาก ๆ โดยเฉพาะช่วงท้ายรถที่มาพร้อมกับสวิงอาร์มเดี่ยวที่เผยให้เห็นล้อที่ดีไซน์สวยมาก ๆ เครื่องยนต์ของเจ้านี่จะเป็นสี่สูบเรียงขนาด 660 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ แบบ DOHC 4 วาล์วต่อสูบ มีเรดไลน์มากถึง 13,000 รอบเลยทีเดียว และว่ากันว่ามีแรงม้าอยู่ที่ราว ๆ 100 แรงม้า และเครื่องบล็อกนี้เป็นเครื่องที่ทางค่ายทำเองไม่ได้ก็อปปี้ใครมาอีกด้วย แม้ว่าทาง Loncin จะมีชื่อเรื่องการทำรีเวิร์ลเอ็นจิเนียริ่งหรือการผ่าเครื่องออกมาแล้วสร้างเครื่องตาม ทางค่ายมีเคลมตัวเลขไว้ว่าสามารถเร่ง 0 – 100 ได้ภายใน 3.5 วินาทีเท่านั้น และสามารถทำความเร็วท็อปสปีดได้มากเกินกว่า 240 กม./ชม.เลยทีเดียว ส่วนช่วงล่างนั้นเท่าที่ทราบคือจะมีระบบกันสะเทือนจาก KYB ที่สามารถปรับแต่งได้เต็มระบบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ระบบเบรกหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่พร้อมคาลิเปอร์เบรกแบบเรเดียลเมาท์จาก Brembo ขณะที่เทคโนโลยีก็จะมีในส่วนของระบบเบรก ABS และแทร็คชันคอนโทรล ซึ่งอาศัยข้อมูลจากหน่วยประมวลผลแรงเฉื่อยหรือ IMU ส่วนเรื่องของราคาและการวางจำหน่ายนั้นยังไม่ชัดเจน แต่บ้านเรานั้นยังไม่มีใครนำแบรนด์นี้เข้ามาจำหน่าย แต่ทางยุโรปนั้นมีตัวแทนจำหน่ายหลายเจ้าแล้ว ยังไงเสียถ้ามีข้อมูลรายละเอียดมากกว่านี้เราจะรีบนำมาเสนอ ๆ ให้แฟน ๆ ได้รับทราบกันครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2024 GSX-1000GT เผยโฉมสีสันใหม่แล้วในยุโรป

2024 GSX-1000GT เผยโฉมสีสันใหม่แล้วในยุโรป เผยโฉมทางฝั่งยุโรปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับสปอร์ตทัวริ่งรุ่นเรือธงจากค่ายคนบ้าอย่าง Suzuki 2024 GSX-1000GT กับการกลับมาครั้งนี้ พร้อมกับเฉดสีใหม่ เอาใจเหล่าไบค์เกอร์ที่ชื่นชอบความสปอร์ต ผสมผสานสไตล์การขับขี่ที่สะดวกสบายด้วยแฮนด์บาร์ยกสูง และตำแหน่งที่พักเท้า ที่ไม่ต้องก้มตัวขี่และชันเข่ามากจนเกินไป สำหรับโมเดลโฉมปี 2024 เปิดตัวพร้อมกับเฉดสีใหม่ถึง 4 สีด้วยกัน ได้แก่สีฟ้า Metallic Triton Blue,  สีน้ำเงิน Metallic Reflective Blue, สีแดง Candy Daring Red และ สีดำ Glass Sparkle Black มาพร้อมลุคแบบสปอร์ต ดุดัน แบบเต็มพิกัด แถมไม่ทิ้งลายความบึกบึนด้วยเส้นสายแฟริ่งออกแบบให้มีความโฉบเฉี่ยว ไฟหน้าคู่หกเหลี่ยม พร้อมไฟเดย์ไทมรันนิ่งไลท์รูปตัว V แยกไฟเลี้ยวไว้ด้านข้างผสมกับชิลด์ขนาดใหญ่ ดูเป็นเอกลักษณ์ตามสไตล์รถสปอร์ตทัวริ่งแบบต้นฉบับของ S1000GT นั่นเอง นอกเหนือจากสีใหม่แล้ว ในเรื่องของขุมพลังยังคงใช้พื้นฐานเดิมเหมือนเจ็นก่อนกับ 4 สูบเรียงขนาด 999 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมพละกำลังแรงม้า 150 แรงม้า และแรงบิด 108 นิวตันเมตร เสริมด้วยระบบคันเร่งไฟฟ้า ที่ช่วยให้เครื่องยนต์ตอบสนองแรงบิดได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงเกียร์บ็อกซ์ 6 สปีด ควิกชิฟเตอร์ 2 ทาง แอสซิสต์แอนด์สลิปเปอร์คลัตช์ และถังน้ำมันขนาด 19 ลิตร โดยรวมน้ำหนักตัวรถเคลมมาให้ที่ 225 กก.  พร้อมระบบช่วงล่างด้วยโช้คหน้าหัวกลับจาก KYB ปรับพรีโหลดและรีบาวด์ได้ ส่วนโช้คเดี่ยวด้านหลัง พร้อมระบบเบรกกับดิสก์เบรกคู่ด้านหน้า และดิสก์เบรกเดี่ยวด้านหลัง มาพร้อมปั๊มเบรกเรเดียลเม้าท์ Brembo 4 ลูกสูบ ส่วนปั๊มหลังจาก Nissin ลูกสูบเดียว พร้อมระบบป้องกันล้อล็อค ABS Dual Channel ล้อขนาด 17 นิ้ว และยางแบบไม่ใช้ยางในขนาด 120/70 และ 190/50 หน้าหลังตามลำดับ นอกจากนี้ยังมาพร้อมเทคโนโลยีทั้ง ระบบส่องสว่าง LED หน้าจอสี TFT ขนาด 6.5 นิ้ว ที่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลตัวรถผ่านแอป mySPIN ในโทรศัพท์ สามารถฟังเพลงหรือดูแผนที่ และรับสายโทรศัพท์ได้ โหมดการขับขี่ 3 โหมด โดยแบ่งเป็น โหมด A (Active), โหมด B (Basic) และโหมด C (Comfort) ระบบป้องกันล้อล็อค ABS Dual Channel ระบบครูซคอนโทรล ระบบแทร็คชันคอนโทรล สามารถปรับได้ 5 ระดับตามความต้องการ โดยราคาเปิดตัวอยู่ที่ 15,199 ยูโร หรือราว ๆ 5.8 แสนบาทถือว่าสมน้ำสมเนื้อ กับสายสปอร์ตทัวริ่งพิกัด 1000 ซีซี พร้อมระบบช่วงล่าง เทคโนโลยี และสีใหม่ที่ทางค่ายจัดมาให้ หากใครที่สนใจโมเดลเวอร์ชันใหม่นี้ล่ะก็ รอลุ้นกันไปก่อน หากใจร้อนหล่ะก็ ลองดูโฉมเจ็นก่อน ๆ เป็นตัวเลือกอีกทางหนึ่งได้ครับ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

KX450 50TH Anniversary Edition

KX450 50TH Anniversary Edition ลายพิเศษฉลองตำนานทางฝุ่นกว่า 50 ปี กว่า 50 ปีที่ผ่านมารถในตระกูล Kawasaki KX ช่วยปูทางไปสู่ชัยชนะในการแข่งขันให้นักแข่งโมโตครอสชื่อดังมามากมาย ตอนนี้ก็ยังคงมีความยิ่งใหญ่ทั้งในโมโตครอสและซูเปอร์ครอสอยู่เช่นเดิม ก็เลยถือโอกาสเปิดตัวโมเดลพิเศษอย่าง KX450 50TH Anniversary Edition เนื่องในโอกาสพิเศษนี้ซะเลย เรื่องดีไซน์นั้นคงไม่ต้องพูดอะไรมากเพราะตัวรถมาในกราฟิกพิเศษย้อนยุคไปยังช่วงบุกเบิก จะสังเกตได้จากตัวหนังสือ KX ที่ด้านข้างที่มาในเฉดสีแบบดั้งเดิม กราฟิก Uni-Trak ที่สวิงอาร์ม เบาะสีน้ำเงิน ล้อสีเงินและการ์ดโช้คสีขาว ซึ่งมาจากยุคแรกเริ่มทั้งนั้น แต่ไม่ใช่ว่าไม่ได้มีการอัปเดตในส่วนอื่น ๆ ส่วนที่มีการอัปเดตเพื่อให้เจ้าคันนี้เป็นรถที่แรงที่สุดและพร้อมแข่งทางฝุ่นนั้นก็มีอยู่หลากหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นการปรับจูนเครื่องยนต์สูบเดียว 449 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำพร้อมระบบเกียร์ 5 สปีด ใหม่ เปลี่ยนฝาสูบใหม่ พอร์ตไอเสียยิงตรง มีสวิตช์แทร็คชันคอนโทรลที่แฮนด์บาร์ ระบบเบรก Brembo ใหม่ เฟรมอลูมิเนียมใหม่น้ำหนักเบา กริพแฮนด์ ODI บอดี้ใหม่เพรียวขึ้น ระบบแทร็คชันคอนโทรลและโหมดการขับขี่หลากหลาย สามารถเชื่อมต่อรถกับสมาร์ทโฟนได้ผ่านแอพพลิเคชัน RIDEOLOGY THE APP KX ส่วนอื่น ๆ ก็จะยังคงเดิม อย่างเรื่องของระบบกันสะเทือนที่ด้านหน้าเป็นโช้คหัวกลับปรับแต่งได้หลายระดับ โช้คหลังพร้อมซับแทงค์พร้อมกระเดื่อง ปรับแต่งค่าต่าง ๆ ได้เช่นกัน สุดท้ายนี้จะมีจำหน่ายเพียงเฉดสีเดียวคือสีเขียวเบาะฟ้าตามภาพ ในราคาที่ 10,699 เหรียญสหรัฐหรือราว ๆ 390,000 บาท ส่วนเรื่องการจำหน่ายในไทยน่าจะราคาโดดไปมากกว่านี้ แต่เบื้องต้นคาดว่าน่าจะไม่มีจำหน่ายในไทย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bautista ล้มในเรซแรก แต่ยังคว้าชัยได้ในอีกสองเรซที่เหลือที่ Aragon

Bautista ล้มในเรซแรก แต่ยังคว้าชัยได้ในอีกสองเรซที่เหลือที่ Aragon จบไปแล้วกับการแข่งขัน WorldSBK ที่สนาม Motorland Aragon ที่ประเทศสเปน การแข่งขันสุดมันทีทำเอา Bautista ตรงเหนื่อยนัก แต่ก็คุ้มค่ากับความพยายาม คว้าชัยไปได้ 2 เรซ แม้ว่า Bautista ล้มในเรซแรก แต่ก็สามารถกอบกู้ชัยชนะและคะแนนจากการแข่งขันในรอบซูเปอร์โพลเรซ และเรซที่ 2 มาได้ Race1 ตำแหน่งการออกสตาร์ทในเรซแรกหลังควอลิฟายนั้นมี Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ออกสตาร์ทจากตำแหน่งโพลครั้งที่ 2 ของเขาในฤดูกาลนี้ ด้วยเวลา 1’47.973 ที่กลายเป็นสถิติใหม่ของสนามนี้อีกด้วย ตามมาด้วย Álvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) ที่ช้ากว่า 0.4 วินาที และ Toprak Razgatlioğlu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) ออกสตาร์ทจากกริดที่ 3 ส่วนการเลือกยางนั้น อุณหภูมิแทร็กอยู่ที่ประมาณ 25 องศา นักแข่งทุกคนต่างเลือกยาง SCQ C0004 สูตรกำลังพัฒนามาเป็นอย่างหลัง ขณะที่ยางหน้าส่วนใหญ่แล้วจะเลือกยาง SC1 สูตรมาตรฐาน ส่วนในการแข่งขันเรซที่ 1 นั้นพื้นแทร็กมีอุณหภูมิที่ราว ๆ 35 องศา นักแข่งทุกคนเลือกใช้ยางหน้า SC1 สูตรมตรฐาน และยางหลังนักแข่งส่วนใหญ่เลือกใช้ยาง SCX สูตรมาตรฐาน แต่มีคนที่เลือกเดิมพันกับยางที่ต่างออกไป Rea เลือกที่จะใช้ยาง SCX B0800 ที่เป็นยางสูตรกำลังพัฒนา หลังจากเริ่มแข่งไปได้ไม่นานนัก Bautista ก็ล้มไปในแล็ปที่ 6 แต่ยังกลับเข้ามาแข่งต่อได้ การแข่งกลายเป็นศึกสามเศร้าระหว่าง Razgatlioğlu, Rea และ Michael Ruben Rinaldi (Aruba.it Racing – Ducati) และกลายเป็นฝ่ายหลังที่ขึ้นนำได้ในแล็ปที่ 15 จากทั้งหมด 18 แล็ป กระทั่งเข้าเส้นได้ก่อน โดยที่สองและที่สามตกเป็นของ Razgatlioğlu และ Rea ตามลำดับ และ Bautista ต้องออกจากการแข่งขันไปหลังจากล้มอีกเป็นครั้งที่สองในแล็ปสุดท้าย กลายเป็นนักแข่งตุรกีที่ได้ที่สองทำให้มีแต้มและช่วยลดระยะห่างระหว่างแชมป์โลกกับตัวเองเหลือเพียง 37 คะแนนหลังจากจบการแข่งในเรซแรก Superpole Race ในการแข่งขันรอบซูเปอร์โพลเรซ นักแข่งเกือบทุกคนเลือกยาง SC1 สูตรมาตรฐานสำหรับยางหน้า มีเพียงคนเดียวที่ใช้ยาง SC0 C0927 สูตรกำลังพัฒนา คือ Bradley Ray (Yamaha Motoxracing WorldSBK Team) ส่วนยางหลังนั้นนักแข่งเลือกใช้ยางต่าง ๆ กันออกไปหลายสูตร โดยนักแข่งที่จบเรซนี้ด้วยโพเดียมต่างใช้ยางไม่ซ้ำกันเลย  Álvaro Bautista ชนะด้วยยาง SCX สูตรมาตรฐาน Jonathan Rea จบอันดับ 2 ด้วยยาง SCX B0800 สูตรกำลังพัฒนา และ Toprak Razgatlioğlu เข้าอันดับที่ 2 ด้วยยาง SCQ C0004 สูตรกำลังพัฒนา Race2 การแข่งขันในเรซที่ 2 ยาง SCX สูตรมาตรฐานยังเป็นที่นิยมมากที่สุดสำหรับยางหลัง มีเพียงแค่ไม่กี่คนที่เลือกใช้ยาง SCX B0800 สูตรกำลังพัฒนานั่นคือนักแข่งจากทาง Kawasaki อย่าง Jonathan Rea และ Florian Marino และนักแข่งจาก Ducati อย่าง Phillip Oettl และ Danilo Petrucci ขณะที่ยางหน้านั้นยาง SC1 สูตรมาตรฐานเป็นสูตรที่ทุกคนต่างเลือกใช้ เรซนี้เป็น Álvaro Bautista กระหายชัยชนะและอยากจะล้างมือที่พลาดโอกาสไปในเรซแรก และพึ่งจะชนะในซูเปอร์โพลเรซมา และในที่สุดเขาก็สามารถทำได้ในเรซที่ 2 ด้วย ส่วนอันดับ 2

Grand Filano Hybrid 2023 สีใหม่ สมาร์ท พรีเมียม

Grand Filano Hybrid 2023 สีใหม่ สมาร์ท พรีเมียม ไทยยามาฮ่า พร้อมเสริฟความแกรนด์แบบต่อเนื่อง เปิดตัว “NEW Grand Filano Hybrid 2023” พรีเมียมสกู๊ตเตอร์ เอาใจสาวกที่ชื่นชอบความโมเดิร์นคลาสสิก โดยครั้งนี้มาพร้อมความเซอร์ไพรส์จากทางค่ายที่พร้อมการันตีว่า รุ่นนี้..ดีแน่นอน แล้วข้อดีของโมเดลรุ่นนี้จะมีอะไรบ้าง ไปดูกัน ดีไซน์สวย หรูหรา พรีเมียม ในส่วนแรกกับรูปลักษณ์การดีไซน์ที่สง่างามเหนือกาลเวลา ในสไตล์โมเดิร์นคลาสสิกภายใต้คอนเซ็ปต์ “สมาร์ทสไตล์พรีเมียม…ความ GRAND ที่รู้กัน” มาพร้อมสีสันใหม่ โดดเด่น และบ่งบอกถึงรสนิยมที่เป็นเอกลักษณ์ ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างภาคภูมิใจ สวยล้ำด้วยเส้นสายและไฟ LED รอบคัน หรูหราอย่างมีระดับ โดดเด่นทุกมุมมอง ทั้งไฟหน้า ไฟ Daylight ไฟเลี้ยว และไฟท้าย ให้ความสว่างเด่นชัดในทุกมุมมอง โดยสอดรับความล้ำสมัยไปพร้อมกับหน้าจอ Digital LCD & TFT  รวมถึง กิมมิกความพิเศษเฉพาะรุ่น ABS กับเบาะใหม่สีทูโทน พร้อมปักอักษร Grand Filano ไว้ด้านข้างที่บ่งบอกถึงความใส่ใจในรายละเอียดว่านี่แหล่ะ คือความแกรนด์ที่ไม่เหมือนใคร ประหยัดน้ำมัน กับเครื่องยนต์บลูคอร์ไฮบริด สำหรับส่วนที่สองคงเป็นเรื่องของความแรงและประหยัดน้ำมัน ด้วยเครื่องยนต์บลูคอร์ไฮบริด 1 สูบ 125 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศ ที่ให้สมรรถนะการขับขี่ได้ดีในทุกจังหวะการบิดคันเร่ง และให้ความรู้สึกในการขับขี่ที่นุ่มนวล น้ำหนักเบา คล่องตัว ออกตัวได้รวดเร็วด้วย SMART MOTOR GENERATOR แต่ให้ความประหยัดน้ำมันสูงถึง 62.5 กม.ต่อลิตร และแค่นั้นยังไม่พอ ยังประหยัดขึ้นไปอีกกับ ระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติ STOP & START SYSTEM ซึ่งช่วยประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แถมยังเซฟเงินในกระเป๋าไปได้เยอะเลยทีเดียว ช่วงล่างแจ่ม เบรกหนึบ ในส่วนที่สามกับระบบช่วงล่าง ด้วยโช้คด้านหน้าแบบเทเลสโคปิก และโช้คเดี่ยวด้านหลัง ที่ช่วยเสริมฟีลลิ่งการขับขี่ที่นุ่มนวล มาพร้อมกับระบบบเบรกด้วยดิสก์เบรกหน้า และดรัมเบรกหลัง เสริมความมั่นใจมากขึ้นด้วยระบบกระจายแรงเบรก UBS (รุ่น Standard) และระบบเบรก ABS (รุ่น ABS) พร้อมล้อและยางขนาดเท่ากันที่ 110/70-12”  ใช้งานง่าย สะดวก ครบเครื่อง และแน่นอนในส่วนที่สี่ กับฟังก์ชันการใช้งานที่มีมาให้ในโมเดลรุ่นนี้ ทั้งเรือนไมล์ดิจิทัลพร้อมจอสี TFT ล้ำสมัย แสดงผลมาตรวัดครบถ้วน พร้อมบอกสถานการณ์ทำงานของระบบไฮบริด ซึ่งผู้ขับขี่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนในทุกจังหวะการขับขี่ ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ สตาร์ทง่าย รวดเร็ว ไร้เสียงมอเตอร์รบกวน ระบบช่องต่อไฟสำรอง ชาร์จแบตเตอรี่มือถือได้ พร้อมช่องใส่ของด้านหน้าขนาดใหญ่, ที่เก็บของ GRAND BOX ขนาดใหญ่ถึง 27 ลิตร สามารถเก็บหมวกกันน็อกได้ 2 ใบ, ช่องเติมน้ำมันด้านหน้า สะดวกสบาย ไม่ต้องลงจากรถ พร้อมปุ่มกดเปิดฝาอัตโนมัติ ใช้ง่ายเพียงปุ่มเดียว และยังอัปความพรีเมียมอีกระดับในรุ่น ABS ด้วยกุญแจรีโมทอัจฉริยะ SMART KEY SYSTEM สะดวกกว่าด้วยสวิตช์เปิด-ปิด แบบ Multi Functions ทั้งปลดล็อกสวิตช์สตาร์ท ดับเครื่องยนต์ ปลดล็อกแฮนด์ ปลดล็อกเบาะ และปลดล็อกฝาถังน้ำมัน  น้ำหนักเบา ขี่ง่าย ในส่วนที่ห้าจะเป็นเรื่องของขนาดสัดส่วน โดยตัวรถมีขนาดความ กว้างxยาวxสูง ที่ 685 x 1820 x 1150 มม.ระยะสูงเบาะ 790 มม. และความยาวฐานล้อที่ 1280 มม. ซึ่งรวมทั้งหมดของตัวรถนั้น เคลมน้ำหนักมาที่ 101 กก.เท่านั้น ถือว่าน้ำหนักเบา ให้ความคล่องตัว ใช้งานได้ง่าย และไม่ใช่เพียงผู้ชายเท่านั้นที่ใช้งานได้ ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ก็ขับขี่ได้ง่ายเช่นเดียวกัน มีสีให้เลือก..เพียบ พร้อมตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ด้วยกัน 2 เวอร์ชัน คือ ABS Version ที่มีให้เลือกด้วยกัน 3 สี คือ สีเทา Elixir Silver, สีน้ำเงิน Prestige Blue และสีขาว Super White

Triumph-TF250X

Triumph TF250X รถโมโตครอสคันแรกจากแดนผู้ดี   เผยโฉมให้เห็นแล้วแม้จะยังไม่ได้เปิดตัวเป็นทางการสำหรับเจ้า Triumph TF250X รถโมโตครอสคันแรกจากค่ายแดนผู้ดีอังกฤษ แม้ว่าเจ้านี่จะเป็นรถแข่ง แต่นี่ก็เป็นแนวโน้มที่ดีว่าไทรอัมพ์จะลงมาเล่นตลาดรถเอ็นดูโร่ในอนาคตด้วยอย่างแน่นอน ซึ่งสายวิบากสายทางฝุ่นบ้านเราน่าจะชอบใจแน่นอน ถ้าราคาไม่โหดร้ายจนเกินไปนัก มาถึงตรงนี้เราไปส่งกันดีกว่ามันมีอะไรเท่าที่เราสังเกตจากภาพกันได้บ้าง ดีไซน์นั้นจะเห็นได้ว่าเลือกใช้สีที่ดำและขาวที่เป็นสีหลักมาจากโลโก้ของทางค่ายแต่งเติมไฮไลท์ด้วยสีเหลือง พร้อมโลโก้บอกชื่อรุ่นที่ด้านข้างท้ายรถ มีนวมแฮนด์และปลอกแฮนด์จากแบรนด์อเมริกาอย่าง ODI โช้คจะเป็นของทาง KYB และระบบเบรกจากทาง Brembo จากประกับแฮนด์ จะมีปุ่ม LC ซึ่งก็น่าจะเป็นระบบช่วยออกตัว มีปุ่ม QS ซึ่งน่าจะเป็นควิกชิฟเตอร์ ปุ่ม TC แทร็คชันคอนโทรล และปุ่ม M ปุ่มสำหรับเปลี่ยนแม็ปของเครื่องยนต์ ซึ่งรายละเอียดที่ชัดเจนก็น่าจะต้องติดตามกันอีกทีครับ สำหรับแฟน ๆ ชาวเอ็นดูโร่ที่ชื่นชอบอาจจะต้องรอกันอีกพักเลยครับสำหรับเอ็นดูโร่ไบค์ที่จะได้เป็นเจ้าเข้าเจ้าของเอ็นดูโร่ไบค์จากทางไทรอัมพ์ เพราะเจ้าคันนี้เป็นรถแข่ง ซึ่งก็น่าจะต้องมีการพัฒนาและปรับปรุงกันอีกระยะนึงเลยล่ะครับ แต่ถ้ามีขายเลยก็แสดงว่าทางค่ายซุ่มทำมาและมั่นใจมาก ๆ เลยทีเดียวครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Suzuki GSX-8S 2023

Suzuki GSX-8S 2023 เปิดราคาไทยแล้วที่ 379,000 บาท บริษัท ซูซูกิ โมโตเซลส์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ซูซูกิอย่างเป็นทางการ ลงสนามบุกตลาดเน็คเก็ดไบค์ไซส์ใหญ่ เปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด All New Suzuki GSX-8S 2023 ที่หลายคนตั้งตารอ ภายใต้แนวคิด ความสนุกที่ไร้ขีดจำกัด (“Infinite Potential Limitless Fun”) พร้อมเปิดสนนราคาค่าตัวที่ 379,000 บาท ดีไซน์แบบมินิมัล ด้านหน้าเด่นด้วยไฟ LED ทรง 6 เหลี่ยมซ้อนกัน 2 ชั้น พร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิงไลท์ เฉียบคมและดุดัน ด้านข้างมีแฟริ่งบริเวณถังน้ำมันให้ได้เหลี่ยมมุมที่ดูล้ำ ๆ หน่อย และ ปิดท้ายด้วยกราฟิกที่สดใหม่ให้ภาพลักษณ์ร่วมสมัย ที่สำคัญยังมาพร้อมเทคโนโลยีเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุด 2 สูบเรียงขนาด 775.9 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ เลือกใช้เพลาข้อเหวี่ยงแบบ 270 องศาเพื่อให้ได้ทอร์คที่หนักแน่น โดยเคลมแรงบิดมาสูงถึง 78 นิวตันเมตรที่ 6,800 รอบ ขณะที่แรงม้าสูงสุดจะอยู่ที่ 82.9 แรงม้าที่ 8,500 รอบ ในส่วนของแชสซีตัวรถออกแบบมาเพื่อให้ขับขี่ได้สบาย มีแฮนด์บาร์กว้างแบบสอบปลายทำจากอลูมิเนียม ทั้งยังขับขี่มั่นใจได้ด้วยโช้คหน้าแบบหัวกลับและโช้คหลังจาก KYB ที่ทำงานร่วมกับสวิงอาร์มอลูมิเนียมใหม่ที่ออกแบบมาเป็นอย่างดีเพื่อให้ตัวรถขับขี่ได้คล่องตัว นิ่งและนุ่ม ส่วนระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกหน้าคู่ขนาด 310 ม.ม. และดิสก์เบรกหลังเดี่ยวขนาด 240 ม.ม. ปิดท้ายด้วยเรื่องระบบอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี ตัวรถมีหน้าจอสี TFT LCD Multi-Function และใส่ระบบจัดเต็มอย่าง Suzuki Intelligent Ride System (S.I.R.S.) มาด้วย ซึ่งจะโหมดแทร็กชันคอนโทรล 3 โหมดและเปิดปิดได้ เอ็นจิ้นแม็ป 3 โหมด คันเร่งไฟฟ้า ระบบอีซี่สตาร์ท ระบบช่วยป้องกันเครื่องดับเวลารถเดินเบา สลิปเปอร์คลัตช์ และควิกชิฟเตอร์แบบ 2 ทาง โดยจะมีให้เลือกจำหน่ายด้วยกัน 3 สี ได้แก่ Pearl Cosmic Blue (QU1) สีน้ำเงิน ล้ำสมัย สีแห่งอนาคต Pearl Tech White (QU2) สีขาว แห่งอนาคต พร้อมเพิ่มประสบการณ์ Metallic Mat Black No.2 / Glass Sparkle Black (KGL) สีดำ เท่ ดุดัน น่าค้นหา สนใจติดต่อได้ที่ผู้แทนจำหน่าย ซูซูกิ ทั่วประเทศ หรือ บริษัท ซูซูกิ โมโตเซลส์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ผ่านทาง Facebook : https://www.facebook.com/Suzukisocietythailand IG : https://www.instagram.com/suzukisocietythailand Line : @suzukisocietyth หรือคลิก https://lin.ee/QO2Z8jw Website : https://www.suzukimotosales.co.th อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda Motocompacto

Honda Motocompacto สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าพับได้สุดเจ๋ง หลาย ๆ คนอาจจะรู้สึกคุ้นเคยกับเจ้า Honda Motorcompacto สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าพับได้สุดเจ๋งคันนี้ เพราะจริง ๆ เจ้าคันนี้มีต้นแบบมาจาก Motocompo สกู๊ตเตอร์จากยุค 80 ของทางค่ายปีกนกนั่นเอง ซึ่งนี้จะเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าโมเดลแรกที่มีขนาดกะทัดรัดมาก ๆ แล้วน้ำหนักเบารวมถึงสามารถพับและเก็บซ้อนกับของอื่น ๆ ได้ สำหรับดีไซน์ก็จะสังเกตเห็นได้ว่ามันเพรียวบางและเรียบง่ายคล้ายคลึงกับกระเป๋าเดินทางนั่นเอง ตัวรถจะมีไฟหน้า LED อยู่ที่ตัวรถด้านล่างใกล้กับจุดชาร์จ ไม่ได้อยู่ใกล้กับบริเวณแฮนด์บาร์ ด้านท้ายเองก็จะมีไฟท้าย LED ที่ระนาบเดียวกับไฟหน้า มีหน้าจอขนาดเล็กบอกระดับแบตแตอรี่และความเร็วแบบดิจิทัลที่บริเวณตรงกลางแฮนด์บาร์ โดยทางค่ายจะออกแบบให้มันพับเก็บชิ้นส่วนต่าง ๆ อย่างแฮนด์ เบาะนั่ง พักเท้า ขาตั้งและล้อหลัง ให้ซ่อนกลับเข้าไปในตัวรถได้ และมีหูหิ้ว หรือจะใช้เข็นมันด้วยล้อทั้ง 2 ล้อก็ทำได้เช่นกัน ตัวรถใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแบบแม่เหล็กถาวรขับเคลื่อนแบบไดเร็กต์ไดร์ฟอยู่ที่บริเวณล้อหน้า ไม่ได้ใช้สายพาน ส่วนระบบเบรกนั้นจะมีดรัมเบรกอยู่ที่ล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 490 วัตต์ แรงบิดที่ 16 นิวตันเมตร ให้ความเร็วสูงสุดได้ที่ 24 กม./ชม. และใช้งานได้ระยะทางราว ๆ 20 กม. ใช้เวลาชาร์จ 3 ชั่วโมงครึ่งโดยอาศัยเพียงปลั๊กไฟบ้านแรงดัน 110 โวลต์เท่านั้น (ส่วนบ้านเรานั้นอาจจะต้องใช้ตัวแปลงไฟ) โดยตัวรถหนักเพียง 18.73 กิโลกรัม ซึ่งเบาเนื่องจากตัวบอดี้และล้อของมันทำจากอลูมิเนียมน้ำหนักเบาที่แข็งแรงทนทาน และยังเล็กพอที่จะพับใส่ท้ายรถเก๋งได้ เรียกว่าไปได้แทบทุกที่ในเมืองเลยล่ะครับ เจ้านี่ยังมีฟีเจอร์ต่าง ๆ หลากหลาย ตัวชาร์จเจอร์ที่เป็นของติดรถนั้นเล็กพอที่จะใส่เข้าไปในตัวรถได้สบาย ช่วยให้พกพาไปชาร์จในที่ต่าง ๆ ได้สะดวก ที่ขาตั้งของรถเองก็มีรูสำหรับใช้ล็อกรถซึ่งสามารถใช้ที่ล็อกรถจักรยานทั่ว ๆ ไปล็อกได้ ยังมีเทคโนโลยีบลูทูธเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับรถเพื่อเลือกโหมดการขับขี่และโหมดไฟได้ ส่วนสนนราคาการจำหน่ายจะอยู่ที่ 995 ดอลลาร์ หรือราว ๆ 35,000 บาท ส่วนการจำหน่ายในไทยนั้นคงยากครับ ยกเว้นจะมีเกรย์มาร์เก็ตนำเข้ามาจำหน่าย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

ค่ายใบพัดเผยทัพนักแข่ง WorldSBK 2024

ค่ายใบพัดเผยทัพนักแข่ง WorldSBK 2024 ทั้ง 2 ทีมแล้ว ล่าสุด ค่ายใบพัดเผยทัพนักแข่ง หรือไลน์อัพนักแข่ง WorldSBK 2024 ทั้งสองทีมแล้ว ซึ่งคาดว่าจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการสู้ศึกได้ดีขึ้นรวมไปถึงช่วยให้โปรเจ็กต์โดยรวมดีขึ้นอีกด้วย โดยทีมแรกจะเป็น Bonovo action BMW Racing Team ซึ่งจะมีนักแข่งมากทักษะและประสบการณ์อย่าง Scott Redding นักแข่งชาวอังกฤษที่แข่งให้กับทีมโรงงานมาตั้งแต่ปี 2022 และจะแข่งต่อไปเคียงคู่กับ Garrett Gerloff นักแข่งชาวอเมริกา ขณะที่อีกทีมอย่าง ROKit BMW Motorrad WorldSBK จะมีนักแข่งที่เพิ่งเซ็นสัญญากับเราใหม่ ๆ อย่าง Toprak Razgatlioglu นักแข่งชาวตุรกี และ Michael van der Mark นักแข่งชาวดัตช์ ที่แข่งให้กับทางทีมโรงงานมาตั้งแต่ปี 2021 เป็นทีมเมต ซึ่งทั้งสองทีมจะได้รับการซัพพอร์ตอะไหล่และซัพพอร์ตทางเทคนิคจากทาง BMW Motorrad Motorsport เท่ากัน เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้รับโอกาสในการแข่งขันที่เท่าเทียมกันทุกคน ๆ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก