SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ในระหว่างที่บ้านเรานั้นกำลังมีกระแสข่าวเรื่องที่ว่าทางค่ายส้อมเสียง Yamaha นั้นเตรียมจะเปิดตัวรถรุ่นใหม่กันในสัปดาห์หน้าหรือให้พูดแบบเป๊ะๆ ก็คือวันศุกร์ที่ 16 ที่จะถึงนี้นั้นก็ได้มีข่าวที่น่าสนใจไม่แพ้กันเกี่ยวกับข่าวลือที่ว่าทาง Yamaha นั้นกำลังพัฒนารถมอเตอร์ไซค์แนว Adventure ในคลาส 155 cc ที่น่าจะใช้ชื่อว่า Yamaha Tracer 155 นั้นเองครับ โดยข้อมูลนี้ได้ถูกโพสต์ลงบนโลกออนไลน์โดยสื่อจากฝั่งประเทศเวียดนาม ซึ่งมีภาพรถแนว Adventure รูปร่างคล้ายๆ เจ้า Yamaha MT-15 ในส่วนช่วงกลางถึงท้ายลำตัวรถ ทว่ากลับมีแฟริ่งช่วงครึ่งหน้าที่ดูเหมือนกับรุ่นที่เป็นแนว Adventure อย่าง Tracer ในเรื่องของความเป็นไปได้ที่ทาง Yamaha จะเปิดตัว มอเตอร์ไซค์ตระกูล Tracer ในพิกัดความจุ 155 cc นั้นค่อนข้างที่จะมีเปอร์เซ็นต์สูงเนื่องจากก่อนน่านี้ทาง Honda ก็ได้เคยเปิดตัว CB125X ออกมาในรูปแบบ Concept และชี้แจงออกมาว่ามันอาจจะเป็นโมเดลที่จะวางขายจริงในอนาคต ดังนั้นการมาของเจ้า Yamaha Tracer พิกัด 155 cc คันนี้นั้นเราขอฟันธงเลยว่ามันจะต้องถูกนำมาวางจำหน่ายเพื่อหวดกับ CB125X (หรือ CB150X ในบ้านเรา) อย่างแน่นอนครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

หลังจากที่ทางเราได้เคยรายงานข่าวการเปิดตัวเจ้า R1 กันไปแล้วเมื่อกลางเดือนที่แล้วในวันนี้เราจะพาคุณผู้อ่านไปชมสเปกของมันกันอีกครั้งเพื่อเป็นการทบทวนกันอีกครั้ง สำหรับใครอดใจรอกันอยู่อีอึดใจเดียว คาดการไว้อาจมีเซอร์ไพรส์ในงาน Big motor sale ที่จะถึงนี้ก็เป็นได้ หรือไม่แน่อาจจะเป็นน้องเล็กอย่างเจ้า Nmax ที่กระแสก็แรงไม่แพ้กัน แต่ตอนนี้เรามาดูสเปกคราวๆกันก่อนเลยว่า R1 ตัวใหม่มีอะไรกันบ้าง โดยแฟริ่งของเจ้าบิ๊กไบค์เรือธงของทางค่ายส้อมเสียง Yamaha อย่างเจ้า YZF-R1 คันนี้นั้นจะเป็นการถ่ายทอด DNA จากรถแข่งรายการ MotoGP อย่าง M1 มาโดยตรงเลยทีเดียว และจุดเด่นของ R1 รุ่นนี้ก็มีอยู่หลายอย่างเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นชุดแฟริ่งที่มีการปรับเส้นสายให้มีทั้งความโค้งมนและแหลมคมที่มากขึ้น ไฟหน้า LED วินชิลด์ทรงสูง บังโคลนหน้า กาบแฟริ่งข้าง และช่องแรมแอร์ที่จะส่งผลให้เจ้า R1 โฉมนี้นั้นมี Aerodynamics ที่ดีขึ้นกว่าเดิมถึง 5.3 % นอกจากรูปโฉมที่ถูกปรับใหม่เพื่อให้มี Aerodynamics ที่ดีขึ้นแล้วนั้นตัวเครื่องยนต์ 4 สูบเรียงที่จัดวางองศาข้อเหวี่ยงมาแบบ Crossplane Crankshaft ของเจ้า R1 คันนี้ยังได้มีการปรับปรุงชิ้นส่วนภายในใหม่หลายๆ อย่างอาทิเช่น Camshaft ใหม่ ลูกปืนกระเดือนวาล์วใหม่ ขยายรูน้ำมันเครื่องในข้อเหวี่ยงให้ใหญ่ขึ้น เปลี่ยนขนาดประกับแบริ่งข้อเหวี่ยงให้หนาขึ้น และยังมีการเปลี่ยนปั๊มน้ำมันเครื่องใหม่ให้อัดฉีดน้ำมันเครื่องได้แรงยิ่งขึ้นอีกด้วยแถมยังมีขนาดที่เล็กลงถึง 10% ส่วนด้านฟีเจอร์อำนวยความสะดวกและอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ของเจ้า R1 คันนี้นั้นเรียกได้ว่าทาง Yamaha นั้นจัดหนักจัดเต็มกันเลยทีเดียวครับ ไม่ว่าจะเป็น ระบบควบคุมแกน IMU แบบ 6 แกนที่มาพร้อมกับระบบ Yamaha Ride Control ที่ควบคุมการขับขี่ Assist and Slipper Clutch ที่เอาไว้ป้องกันล้อหลังล็อคและท้ายปัด Traction Control System ที่ป้องกันล้อหมุนฟรี Launch Control System ที่ควบคุมรอบเครื่องยนต์ในการออกตัว Lift Control System ที่เอาไว้ป้องกันรถยกหน้า Slide Control System ที่ไว้ป้องกันรถสไลด์ Quick Shift System ระบบอำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนเกียร์โดยไม่ต้องกำคลัทช์ และ Power Mode Selection System ระบบโหมดการขับขี่ที่เน้นการปล่อยพลังที่แตกต่างกัน ส่วนในเรื่องของราคานั้นเราคงต้องมาคอยลุ้นติดตามด้วยกันหลังจากทางค่ายส้อมเสียง Yamaha เปิดตัวมันอย่างเป็นทางการอีกทีนึงครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้มีกระแสข่าวมาว่าทาง Honda นั้นได้จดสิทธิบัตรเพื่อเตรียมใช้ระบบวาล์วแปรผัน VTEC เข้ากับ scooter รุ่น Entry Class อย่างเจ้า Honda PCX โดยทางเราคาดว่าการทำเช่นนี้ของค่ายปีกนก Honda นั้นเพื่อที่จะเอาระบบ VTEC มางัดกับ ระบบ VVA ของทางค่ายคู่แข่งอย่างค่ายส้อมเสียง Yamaha นอกจากนั้นแล้วยังเป็นการเติมเต็มในสิ่งที่เครื่องยนต์ PCX นั้นขาดไปอีกด้วยเพราะเครื่องยนต์ PCX นั้นแม้จะมีความเสถียรสูงแถมถูกใช้มาอย่างยาวนานโดยมีการปรับปรุงกันทีละเล็กทีละน้อยแต่ก็ยังคงขาดความหวือหวาน่าตื่นเต้นไป จึงเป็นเหตุที่เราคิดว่าทางค่ายปีกนกนั้นน่าจะเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์นี้ภายในช่วง 2-3 ปีที่จะถึงนี้อย่างแน่นอน นอกจากนี้การเปลี่ยนไปใช้เครื่องยนต์แบบ VTEC ในครั้งนี้นั้นใช่ว่าทาง Honda จะต้องเอาไปใช้กับโมเดลรุ่นเดียวเพราะหากทาง Honda นำเครื่องนี้มาจริงยังสามารถเอาไปใช้กับรุ่นอื่นๆ ได้อีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้า ADV 150 ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในตอนนี้ นอกจากในเรื่องของระบบภายในแล้วด้านภายนอกนั้นดูเหมือนว่าทาง Honda จะปรับโฉมเจ้า PCX คันใหม่นี้ให้มีความสปอร์ตมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามหากมีข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับเจ้า All-New PCX คันนี้และเครื่องยนต์ VTEC ออกมาเพิ่มเติมทางเราจะรีบรายงานให้เพื่อนๆ กันครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารผ่าน Facebook คลิกทีนี้

ได้มีรายงานจากแหล่งข่าวสื่อจากฝั่งอินโดนีเซียมาว่ามีผู้พบเห็นเจ้า All-New Yamaha Nmax กำลังวิ่งทดสอบอยู่ที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยก่อนหน้านี้ที่เราได้รายงานข่าวต่างๆ ที่เกี่ยวกับ ADV 150 ไปนั้นล่าสุดคาดว่าทาง Yamaha เองก็จะได้ฤกษ์เปิดตัวเจ้า All-New Yamaha Nmax คันนี้เพื่อมาท้าชนกับ ADV 150 เพราะอย่างไรก็ตามถึงเราจะบอกว่ามันเป็น scooter สายลุยแต่ก็พูดไม่ได้เต็มปากเพราะมีพื้นฐานที่มาจาก PCX 150 ทำให้เจ้า Nmax คันนี้ของทาง Yamaha นั้นก็สามารถเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งคู่แข่งของเจ้า ADV 150 นั้นเองครับ และจากภาพที่เราเห็นนั้นจะสังเกตุได้ว่าการออกแบบไฟท้ายนั้นจะดูคล้ายกับของรุ่นพี่อย่าง Xmax โดยจะถูกออกแบบมาให้ดูมีความสปอร์ตมากยิ่งขึ้นจากรุ่นก่อน แถม Nmax คันนี้ยังมาพร้อมกับ ซับแทงค์ที่ระบบกันสะเทือนด้านหลังอีกด้วย นอกจากนี้แฟริ่งท้ายังได้รับการออกแบบใหม่อีกด้วย ส่วนสเปกของเจ้า All-New Nmax คันนี้นั้นจะใช้เครื่องยนต์ Blue Core ขนาด 155 cc 4 จังหวะ SOHC 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ และจะมาพร้อมกับกุญแจรีโมท และ ระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติขณะที่รถจอดนิ่ง อยู่ สาวกค่ายส้อมเสียง Yamaha หลายๆ ท่านที่กำลังรอเจ้า All-New Nmax คันนี้ก็อดใจรอกันอีกหน่อยครับเพราะมันมาแน่และคงอีกไม่นานหนักที่เราน่าจะได้เห็นมันเปิดตัวออกมา อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

สองนักบิดทีม Monster Energy Yamaha อย่างพ่อหมอ Valentino Rossi และ Top Gun Maverick Viñales เตรียมทดสอบรุ่น Prototype ของรถแข่ง YZR-M1 2020 ที่ Brno ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ ซึ่งกำหนดการทดสอบเอาไว้ 1 วันหลังการแข่ง CzechGP 2019 และจะทดสอบกันที่ Brno โดยการทดสอบรถแข่งเวอร์ชั่นปี 2020 ในครั้งนี้นั้นถือว่าค่อนข้างจะเร็วหากเทียบกับปีอื่นๆ โดยจะทดสอบกันทันที่หลังการแข่งที่สาธารณรัฐเช็ก เราคงต้องมารอลุ้นดูติดตามกันว่าการทดสอบเจ้า YZR-M1 ในครั้งนี้ของสองนักบิดทีม Monster Energy Yamaha จะเป็นอย่างไรกันครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้ อ่านข่าวสาร MotoGP เพิ่มเติม คลิกทีนี้

วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ มาดูกันครับว่าการล้มออกจาก Bigbike ด้วยความเร็ว 260 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั้นจะเป็นอย่างไร เหตุการณ์นี้นั้นเกิดขึ้นในระหว่างที่ Luca Salvadori นั้นกำลังขี่เจ้า BMW HP4 Race บนสนาม Misano ที่ประเทศอิตาลีโดยเขาพยายามที่จะกดเวลาในช่วง Qualify เพื่อที่จะได้เวลาที่ดีที่สุดใน grid start แต่รถของเขานั้นกลับล้มลงและสไลด์ในจังหวะที่เขากำลังเทโค้งด้วยความเร็วสูงอยู่ทำให้ตัวเขานั้นกลับกลิ้งออกนอกสนามแถมรถ BMW HP4 Race ตัวเก่งกลับเละไม่เป็นชิ้นดีอีก เกี่ยวกับอุบัติเหตุในครั้งนี้เจ้าตัวบอกว่าการล้มในครั้งนี้นั้นถือเป็นการล้มที่รุนแรงที่สุดในชีวิตของเขาตั้งแต่แข่งมาเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามยังถือว่าโชคดีที่ตัวเขานั้นไม่ได้เป็นอะไรมากเนื่องจากเขาสวมใส่ชุดและอุปกรณ์ป้องกันอย่างครบถ้วนจึงมีเพียงแค่รอยฟกช้ำจากการล้มเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง เพื่อนๆ ชาวสองล้อก็ขับขี่กันอย่างปลอดภัยและมีสติสวมใส่ชุดหมวกกันน็อคและอุปกรณ์ป้องกันให้ครบถ้วนเวลาขับขี่กันนะครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

Yamaha Riders’club พาสาวๆ Biker Chicks Thailand ที่ชื่นชอบการขับขี่มอเตอร์ไซค์ และหลงไหลในความเร็ว มาเข้าอบรมการขับขี่บิ๊กไบค์ ที่ถูกต้องตามหลักมาตรฐานความปลอดภัยสากลโดยจะถูกฝึกอบรมในหลักสูตร Basic Riding Course ที่ Yamaha riding academy (YRA) ซึ่งในการอบรมครั้งนี้ ทาง Yamaha Riders’ Club อยากให้เหล่าสาวๆ Biker Chicks Thailand เสริมสร้างทักษะ กับหลักการขับขี่รถจักรยานยนต์ให้ถูกต้อง และปลอดภัย โดยในการอบรมหลักสูตร Basic Riding Course ครั้งนี้ นำทีมโดย ครูปุ้ย ธิดารัตน์ แย้มรักษา ครูฝึกประจำสนามYamaha Riding Academy (YRA) และเหล่าสาวๆ กลุ่ม Biker Chicks Thailand อีก 10 ท่าน นำทีมโดย แอนนี่ ปริศนา ปัญญาศิรินุกูล โดยในช่วงเช้าจะเป็นการแนะนำการขับขี่เบื้องต้นรวมถึงไลน์และรูปแบบของการเข้าโค้งและการวางมือบนแฮนด์ให้ถูกต้องและทำความรู้จักกับประเภทรถต่างๆ ให้มากขึ้นก่อนลงสนามฝึก หลังจากนั้นจะเป็นส่วนของการแนะนำ Position ที่ถูกต้องในการขับขี่ จึงให้ สาวๆ Biker Chicks Thailand ได้ลงภาคสนาม ซึ่งจะแบ่งเป็นสถานีต่างๆ เริ่มจากการทดสอบการขับขี่ในสนามเพื่อทำความคุ้นเคยกับสนามจากนั้นเริ่มด้วยฐานกิจกรรมแรกที่เป็นการขับขี่ด้วยการใช้เบรก โดยสาวๆ Biker Chicks Thailand จะได้เรียนรู้ทักษะการใช้เบรก การวางมือบนแฮนด์ทั้งสองข้าง ขณะขับขี่ทางตรงแล้วจำเป็นต้องใช้เบรกหน้าและเบรกหลังพร้อมกันเพื่อให้ระบบเบรกทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสมูทมากขึ้น รวมถึงการเบรกโดยใช้ Engine Brake เริ่มจากด้านซ้ายแฮนด์ หรือ ฝั่งคลัตช์ การใช้คลัตช์อย่างถูกวิธีโดยอธิบายคร่าวๆได้ว่าคลัตช์นอกจากใช้เพื่อออกตัวแล้วยังใช้ในการเปลี่ยนเกียร์ และ Engine Brake ซึ่งเป็นการใช้เบรกอีกอย่างหนึ่งที่ครูปุ้ยแนะนำกับสาวๆ Biker Chicks Thailand เพราะส่วนมากผู้ใช้รถทั่วไปเวลาตกใจจะกำคลัตช์ด์โดยไม่รู้ตัวทำให้ Engine Brake ไม่ได้ใช้งาน และผลที่ตามมาคืออุบัติเหตุ ครูปุ้ยจึงเน้นเป็นพิเศษในเรื่องนี้ โดยการใช้คลัตช์ที่ถูกต้องในส่วนมากจะไม่กล้าปล่อยคลัตช์ขณะใช้เบรกทั้งหน้าและหลังเพราะกลัวอาการกระตุกจนทำให้เครื่องยนต์ดับ ครูปุ้ยได้อธิบายง่ายๆว่าถ้าเกิดสถาณการณ์จริงเครื่องยนต์ดับดีกว่าเบรคไม่อยู่และอาจเกิดอุบัติเหตุได้ สถานีต่อไปขับขี่เลี้ยวโค้งต่อเนื่อง โดยครูปุ้ย เริ่มจากการจัดท่านั่ง จัดการทรงตัว ตำแหน่งของแขน ตำแหน่งของข้อมือ ตำแหน่งของช่วงหัวไหล่ การจัดตำแหน่งการเข้าโค้งขวา ปลายเท้าวางไว้ด้านบนของที่พักเท้า ทำให้การเข้าโค้งดีขึ้น มีความคล่องตัวมากขึ้น การใช้คันเร่งอย่างละอียดไม่บิดกระชากจนเสียการทรงตัว โดยให้ใช้แค่เกียร์ 1 และ ห้ามใช้คลัตช์เด็ดขาด สถาณีต่อไปขับขี่เลี้ยวโค้งด้วยความเร็วต่ำ สถานีนี้จะเน้นการเข้าโค้งแบบการขับขี่ที่เน้นการใช้งานจริงไม่เน้นการขับขี่แบบ Racing หรือเลี้ยว แบบเข่าเช็ดพื้น โดยครูปุ้ยจะกำหนดจุดเลี้ยวให้ ซึ่งครูปุ้ยจะคอยแนะนำวิธีการดูไลน์ การใช้คันเร่งการจัดท่านั่ง การยืดตัว การวางแขน และหัวไหล่ให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม การใช้สายตามองโค้ง รวมถึงเทคนิคการขับขี่ที่ถูกต้องและปลอดภัย และการดูไลน์ เข้าโค้งซ้ายสายตาอยู่ในโค้งซ้ายห้ามมองออกนอกโค้งเด็ดขาดอาจทำให้หลุดโค้งได้ ยืดไหล่ไปทางซ้าย หัวเข่านอกโค้งหนีบล็อกไว้กับถังน้ำมัน ไม่อ้าขาออกจากถังน้ำมัน เพราะจะทำให้ตัวหลุดออกจากรถได้ หลักการสำคัญของการใช้คันเร่งในความเร็วในการเข้าโค้งจะต่ำกว่าการออกโค้ง หรือเรียกง่ายๆคือการเข้าช้าออกเร็ว โดยมีการฝึกการใช้เบรก และ การลดเกียร์ลงต่ำ เพื่อให้เกิด Engine Brake ในขณะเข้าโค้ง ซึ่งสำคัญอย่างมาก ทำให้รถมีการทรงตัวที่ดีในขณะเข้าโค้ง ซึ่งเทคนิคนี้ สาวๆ จาก Biker Chicks Thailand สามารถนำไปใช้ได้ กับ ท้องถนนทั่วไปและภายในสนามได้อย่างปลอดภัย กิจกรรม Yamaha Basic Riding Course ในครั้งนี้ทาง Yamaha Riders’ Club ได้จัดขึ้นเพื่อให้ สาวๆ จาก กลุ่ม Biker Chicks Thailand ที่ชื่นชอบการขับขี่มอเตอร์ไซค์ และหลงไหลในความเร็ว เสริมสร้างทักษะ และหลักการขับขี่รถจักรยานยนต์ให้ถูกต้อง และปลอดภัยในการขับขี่ มากขึ้น อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

ดาวรุ่งหน้าใหม่แห่งทีม Petronas Yamaha SRT อย่าง Fabio Quartararo ทำเวลาได้ดีที่สุดในการซ้อมวันแรกของศึก CzechGP 2019 แถมยังสามารถทำเวลาได้เร็วกว่าเด็กระเบิด Marc Marquez ในเศษเสี้ยววินาทีอีกด้วย โดยผลของ 2019 CzechGP FP2 มีดังนี้ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้ อ่านข่าวสาร MotoGP เพิ่มเติม คลิกทีนี้

ทางค่ายยักษ์เขียวอย่าง Kawasaki นั้นได้ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแล้วว่าจะเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์ตัวเก่งอย่างเจ้า Ninja 400 และ Ninja 250 โฉมปี 2020 ออกมา โดยในคราวนี้สิ่งที่พิเศษสำหรับการเผยโฉมเจ้ามอเตอร์ไซค์สองตัวนี้ในเวอร์ชั่นของปี 2020 ก็คือการมาของลวดลายทีมแข่ง KRT Edition ที่ถือเป็นแนวทางเลือกลายใหม่ๆ สำหรับผู้ที่สนใจหรืออยากจะซื้อครับ โดยการมาของลาย KRT หรือ Kawasaki Racing Team นั้นเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วแต่คราวนี้นั้นถือได้ว่าเป็นคราวพิเศษเพราะจะถือเป็นการเฉลิมฉลองชัยชนะของทางทีมในรายการแข่งขันล่าสุดอย่างรายการแข่งความอึดประเภท Endurance อย่างรายการ Suzuka 8 Hrs และแน่นอนว่าลายใหม่ของทาง KRT Edition นั้นจะต้องโดดเด่นด้วยสีเขียวที่เป็นสีประจำของทางค่ายที่ตัดกับสีดำและลวดลายเส้นสีน้ำตาลทองเพื่อให้ดูหรูหรามากยิ่งขึ้น และปิดท้ายด้านล่างด้วยสิ่งที่คาดไม่ได้คือ Sticker ที่มีคำว่า Kawasaki Racing Team เพื่อบ่งบอกถึงความเป็น KRT Edition นั้นเองครับ นอกจากลาย KRT Edition แล้วนั้นพี่ยักษ์เขียว Kawasaki ของเรายังได้เปิดตัว Ninja 250 และ Ninja 400 อีกสองโทนสีออกมาด้วยกันคือสีขาวแดงและสีดำเทา ที่มีการดีไซน์กราฟฟิกที่แตกต่างกันออกไปจากรุ่น KRT Edition และส่วนในเรื่องสเปกนั้นเจ้า Ninja 400 จะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 399 cc 4 จังหวะ 2 ลูกสูบเรียง 8 วาล์ว และจะระบายความร้อนด้วยน้ำ มีแรงม้าสูงสุดที่ 44.8 แรงม้า ที่ 10,000 รอบต่อนาที และมีแรงบิดสูงสุดที่ 8,000 รอบต่อนาที ส่วน Ninja 250 นั้นจะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 249 cc 4 จังหวะ 2 ลูกสูบแบบ DOHC 4 วาล์ว โดยรถทั้งสองรุ่นนี้พร้อมทั้งโทนสีที่กล่าวมาข้างต้นนั้นจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศญี่ปุ่นวันที่ 1 กันยายนที่จะถึงนี้ ส่วนฝั่งบ้านเราก็น่าจะมีการอัปเดตลวดลายและสีในช่วงเวลาใกล้ๆ กันครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ในเมืองไทยครั้งใหม่ พร้อมยกระดับการให้บริการหลังการขายให้สูงขึ้น เปิด “ Yamaha Premium Service ” ศูนย์บริการแบบ Stand Alone มาตรฐานระดับพรีเมียมแห่งแรกในประเทศไทยและที่แรกของโลก เพื่อตอบสนองลูกค้าที่ต้องการการบริการในระดับที่มีมาตรฐานสูงขึ้น โดยยามาฮ่าพร้อมมอบประสบการณ์การบริการเหนือระดับให้กับลูกค้ารถจักรยานยนต์ยามาฮ่าด้วยผลิตภัณฑ์และการให้บริการเพื่อความพึงพอใจสูงสุดและเกินความคาดหมายให้กับลูกค้า ตามหลักปรัชญาคันโด (KANDO) ของยามาฮ่ามอเตอร์ มร.ชิเงโอะ ฮายาคาวะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “Yamaha Premium Service เป็นศูนย์บริการรูปแบบใหม่ที่แยกออกจากศูนย์จำหน่ายรถจักรยานยนต์ (Stand Alone) เพื่อเติมเต็มความสุขในการใช้รถจักรยานยนต์ในชีวิตประจำวัน และสามารถตอบสนองไลฟสไตล์ของลูกค้าได้อย่างทันสมัยและครบครันด้วยบริการที่แตกต่างจากศูนย์บริการทั่วไปโดย ยามาฮ่า พรีเมียม เซอร์วิส เปิดให้บริการซ่อมแซมบำรุงรักษารถจักรยานยนต์ จำหน่ายผลิตภัณฑ์อะไหล่แท้ อะไหล่ตกแต่ง รวมทั้งเครื่องแต่งกายของยามาฮ่า พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าได้มีมุมผ่อนคลายระหว่างรอรับการบริการ เป็นต้น ศูนย์บริการแห่งนี้จะเป็นต้นแบบในการบริการเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้ารถจักรยานยนต์ยามาฮ่าด้วยการบริการในระดับพรีเมียม โดยศูนย์บริการ ยามาฮ่า พรีเมียม เซอร์วิส แห่งแรกนี้ตั้งอยู่บนถนน ศรีนครินทร์ กรุงเทพฯ บนพื้นที่กว่า 1 ไร่ มีพื้นที่การให้บริการกว่า 1,500 ตารางเมตร สามารถรองรับการใช้บริการของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เตรียมที่จะขยายศูนย์บริการ ยามาฮ่า พรีเมียม เซอร์วิส ไปสู่จังหวัดอื่นๆ ต่อไปในอนาคต เพื่อส่งต่อประสบการณ์การบริการระดับพรีเมียมให้กับลูกค้ายามาฮ่าทั่วประเทศ” ศูนย์บริการ ยามาฮ่า พรีเมียม เซอร์วิส แห่งนี้ พร้อมให้บริการแก่ลูกค้ายามาฮ่า ด้วยเจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญการจาก บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด พร้อมกับแท่น Service ระดับมาตรฐาน พร้อมให้การบริการตรวจเช็คระบบเครื่องยนต์ด้วย YDT (Yamaha Diagnosis Tool) ผ่านระบบคอมพิวเตอร์ให้กับรถจักรยานยนต์ทุกคัน ด้วยช่างซ่อมจากสำนักงานใหญ่ยามาฮ่าที่ผ่านการฝึกอบรมตามมาตรฐาน YTA Silver ถึงระดับ Gold ที่เป็นมาตรฐานสูงสุดของการอบรมช่างในปัจจุบัน พร้อมล้างทำความสะอาดรถจักรยานยนต์และหล่อลื่นจุดหมุนต่างๆ ด้วยมาตรฐาน Premium Service หลังงานซ่อม โดยมีโซน Customer Semi-private lounge ให้ลูกค้าที่มาใช้บริการสามารถติดตามการเข้ารับการบริการรถจักรยานยนต์ของตนเองขณะที่ช่างทำการให้บริการได้อย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามสถานะการซ่อมผ่านจอมอนิเตอร์และการสแกน QR code อีกด้วย นอกจากนั้นศูนย์บริการ ยามาฮ่า พรีเมียม เซอร์วิส ยังเพียบพร้อมด้วยสต๊อกอะไหล่ ที่พร้อมให้บริการครบถ้วนทุกรุ่น และพื้นที่บริเวณชั้น 2 ยังแยกเป็นโซนของ Apparel & Accessories เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายหลากหลายสไตล์, อะไหล่ตกแต่ง Yamaha Genuine Part รวมทั้งอุปกรณ์ตกแต่งและเซฟตี้ไรดิ้งที่เป็น Co-Partner อย่าง โช้คอัพ Ohlins, อุปกรณ์ตกแต่ง Bikers และหมวกกันน็อค Real ที่จัดโชว์ให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการที่ศูนย์บริการ Yamaha Premium Service ได้เลือกสรรอย่างครบครัน โดยศูนย์บริการ ยามาฮ่า พรีเมียม เซอร์วิส ให้บริการภายใต้สิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ ที่จอดรถจักรยานยนต์หน้าอาคารกว่า 40 คัน, Coffee Lounge ร้านกาแฟภายในอาคาร ยามาฮ่า พรีเมียม เซอร์วิส ห้องน้ำเทียบระดับโรงแรมรองรับผู้เข้าใช้บริการได้อย่างพอเพียง และพื้นที่ที่สามารถรองรับการจัดกิจกรรมให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี เป็นต้น ศูนย์บริการ ยามาฮ่า พรีเมียม เซอร์วิส เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ – วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 07.00 – 19.00 น. เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในการเข้ามาใช้บริการได้อย่างสะดวกสบายมากที่สุด และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวและข้อมูลข่าวสารทางออนไลน์ได้ที่ www.yamaha-motor.co.th www.facebook.com/yamahasocietythailand IG: @yamahasociety Youtube: Yamaha Society Thailand อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้

Ducati 916 ของ Massimo Tamburini จะถูกจัดแสดงขึ้นที่พิพิธภัณฑ์ Ducati เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการครบรอบ 25 ปีของการเปิดตัวซุปเปอร์ไบค์คันนี้ที่ถือเป็นตัวเปลี่ยนเกมในวงการมอเตอร์ไซค์ โดยเจ้า 916 คันนี้นั้นจะเป็นหนึ่งในสามรุ่นต้นแบบที่ Tamburini ผู้ที่ออกแบบเจ้า 916 คันนี้และมีชื่อเสียงในเรื่องของการออกแบบรถมอเตอร์ไซค์ให้แก่แบรนด์ไฮเอนด์ระดับโลกอย่างเช่น Ducati หรือ MV Agusta ที่เสียชีวิตไปเมื่อปี 2014 ที่ผ่านมานั้นใช้เพื่อเป็นการพัฒนามอเตอร์ไซค์ให้กับทาง Ducati ในช่วงยุคปี 90 โดยเจ้า Ducati 916 คันนี้จะถูกจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ Ducati จนถึงวันที่ 15 มกราคมปีหน้า และหากใครสนใจหรือผ่านแถวอิตาลีพอดีสามารถแวะเข้าไปชมได้ โดยจะมีค่าเข้าชมคนละ 17 ปอนด์ หรือประมาณ 635 บาท สำหรับบุคคลธรรมดา และ 12 ปอนด์ หรือประมาณ 450 บาท สำหรับเจ้าของรถ Ducati ครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

สำหรับปี 2020 ที่จะถึงนี้ทาง BMW Motorrad ได้ทำการเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์ประเภท Sport Naked อย่างเจ้า BMW S1000R สีใหม่ San Marino Blue Metallic เพื่อต้อนรับปีใหม่ โดยเจ้า BMW S1000R คันนี้ยังคงใช้สเปกเหมือนกับโฉมปัจจุบันที่ยังคงมีขายอยู่ในขณะนี้ โดยจะใช้เป็นเครื่องยนต์ 4 สูบเรียงที่มีขนาดความจุ 999 cc ที่ไม่ได้มีการปรับจูนใหม่แต่อย่างใด นอกจากนี้ปกติแล้วหากทางค่ายรถทำมอเตอร์ไซค์คู่แฝดโฉม Sport และ Naked ออกมาแบบนี้แล้วนั้นจะมีเวลาในการอัปเดตห่างกันไม่เกินประมาณ 1 ปี ทว่าดูเหมือนจะไม่เป็นเช่นนั้นสำหรับเจ้า BMW S1000R คันนี้ เพราะทาง BMW Motorrad ได้มีการอัปเดตคู่แฝดทรง Sport อย่างเจ้า S1000RR ไปแล้วตั้งแต่เมื่อปลายปีก่อน อย่างไรก็ตามแล้วนั้นหากเราสังเกตเวลากันดีๆ จะรู้ว่าตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาสำหรับการเปลี่ยนโฉมของเจ้า S1000R คันนี้ โดยปกติแล้วเจ้า S1000R นั้นจะได้รับการปรับโฉมหลังจากคู่แฝดอย่างเจ้า BMW S1000RR ได้รับการปรบโฉมครั้งใหญ่ไปแล้ว 2 ปี ซึ่งหากอิงจากข้อมูลด้านบนแล้วละก็เราสามารถฟันธงได้เลยว่าเจ้า BMW S1000R คันนี้จะได้รับการปรับโฉมภายในช่วงปลายปีหน้าอย่างแน่นอนครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

Honda นั้นยังคงคิดค้นและสรรหาไอเดียใหม่ๆ ออกมาเสมอเพื่อพัฒนาเทคโนโลยียานพาหนะของตน และครั้งนี้ทาง Honda ได้ทำการจดสิทธิบัตรมอเตอร์ไซค์ที่สามารถบินได้ โดยหากเมื่อเราพูดถึงหน้าตาแล้วก็ต้องบอกเลยว่าเจ้ามอเตอร์ไซค์คันนี้นั้นมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับ Drone เป๊ะเลยหรือหากพูดอีกอย่างคือเหมื่อนกับ Drone ขนาดยักษ์นั้นเองครับ และอีกสิ่งนึงที่น่าสนใจเกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์บินได้คันนี้ก็คือว่ามันขับเคลื่อนด้วยใบพัดที่เป็นมอเตอร์ไฟฟ้าโดยที่ไม่มีการใช้เครื่องยนต์แบบสันดาปภายในหรือเครื่องยนต์เจ็ทเป็นแหล่งสร้างกำลังแต่อย่างใด ด้วยเหตุที่กล่าวมาข้างต้นนั้นทำให้รถคันนี้จึงจำเป็นจะต้องใช้แบตเตอรี่ที่ติดตั้งไว้อยู่ที่ลำตัวซึ่งก็คือกล่องสี่เหลี่ยมใต้เบาะนั้นเองครับ อย่างไรก็ตามหากให้เราลองวิเคราะห์ดูแล้วนั้นคิดว่ายังไม่ถึงเวลาของรถมอเตอร์ไซค์ Drone ยักษ์คันนี้ครับทว่าหากเรารอหน่อยสัก 10-20 ปีก็อาจจะเป็นไปได้ครับที่ทาง Honda จะนำรถบินได้คันนี้มาขายกัน อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

หลังจากที่ก่อนหน้านี้เราได้เคยลงข่าวสเปกของเจ้า Africa Twin 2020 ไปนั้นล่าสุดทางค่ายปีกนก Honda ก็ได้มีการเผย Teaser ใหม่ที่หน้าจะมีความเกี่ยวข้องกับเจ้า Africa Twin 2020 ให้ทางเราได้เห็นกันแล้วครับ โดยหากดูจากวีดีโอใน Teaser นั้นจะเห็นคำว่า “True Adventure” ที่แปลว่า “การผจญภัยที่แท้จริง” และยังตามมาด้วยประโยคคำถามว่า “True Adventure is calling Can you hear it?” ที่แปลว่า “การผจญภัยที่แท้จริงกำลังร้องเรียกหาคุณอยู่ พร้อมหรือยัง” ซึ่งจะเป็นการเกริ่นถึงเจ้า Honda Africa Twin 2020 ที่กำลังจะมานั้นเองครับ ซึ่งการที่ทาง Honda ปล่อย Teaser ออกมาแบบนี้นั้นเท่ากับว่าเราสามารถฟันธงยืนยันได้แล้วว่าเจ้า Honda Africa Twin 2020 คันนี้นั้นจะมาแน่ๆ ครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารบน Facebook คลิกทีนี้

ในที่สุดทาง Triumph ก็ได้เปิดตัว Rocket 3 เวอร์ชั่นธรรมดาที่ทำให้เราไม่ต้องไปแย่งกับใครกันแล้วอย่างเป็นทางการหลังจากที่ก่อนหน้านี้ทาง Triumph ได้เปิดตัว Triumph Rocket 3 TFC ไปแล้วแบบ Limited Edition ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยในคราวนี้นั้นทาง Triumph ได้เปิดตัวมอเตอร์ไซค์อย่างเจ้า Rocket 3 ออกมาสองรุ่นคือรุ่น Rocket 3 R และ Rocket 3 GT และหากพูดถึงเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอกของเจ้า Triumph Rocket 3 R และ Rocket 3 GT แล้วละก็ต้องบอกเลยว่าไม่ได้มีความแตกต่างจากตัว TFC มากมายเท่าไหร่นัก จุดที่แตกต่างในเรื่องของรูปลักษณ์ระหว่าง Triumph Rocket 3 รุ่นธรรมดาพวกนี้กับรุ่นที่เป็น Limited อย่าง Triumph Rocket 3 TFC นั้นคือการที่รุ่น R และ GT จะเปลี่ยนใช้วัสดุต่าง รอบๆ คันเป็น ABS และ Aluminum แทน Triumph Rocket 3 คันนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 3 สูบเรียง 2,458 cc และมี redline สูงสุดที่ 7,000 รอบต่อนาที แถมยังทำกำลังสูงสุดได้มากกว่าโฉมก่อนถึง 11 เปอร์เซนต์ด้วยแรงม้าที่มากถึง 164.7 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาทีส่วนด้านของแรงบิดนั้นสามารถทำได้สูงถึง 221 นิวตันเมตร ด้วยรอบเครื่องยนต์เพียง 4,000 รอบต่อนาที ส่วนในเรื่องของวันเปิดตัวนั้นหากไม่มีอะไรผิดพลาดคาดว่าเราอาจจะได้เห็นมันกันในประเทศไทยอย่างเร็วที่สุดคือช่วงงาน Motor Expo 2019 ที่จะจัดขึ้นในสิ้นปีนี้นั้นเองครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารบน Facebook คลิกทีนี้

หลังจากที่ทาง Honda ได้เปิดตัวเจ้า CRF250L และ CRF250M ครั้งแรกไปแล้วตั้งแต่ปี 2012 กับ 2013 แต่เจ้ารถทั้งสองคันรวมถึง CRF250 Rally ที่มีการปรับโฉมด้วยการปรับปรุงเล็กๆ น้อยไปแล้วไม่ว่าจะเป็นแฟริ่ง ช่วงล่าง ไฟท้าย หรือเครื่องยนต์ที่มีการปรับจูนใหม่แต่ก็ยังไม่ได้มีการปรับโฉมครั้งใหญ่หรือ Full Model Change ออกมาสักที ทว่าล่าสุดนั้นมีข้อมูลออกมาว่าพบสิทธิบัตรใหม่จากทาง Honda เกี่ยวกับเรื่องเทคโนโลยีใหม่ของเครื่องยนต์สูบเดียวของ รถมอเตอร์ไซค์ที่มีรูปลักษณ์เหมือนกับเจ้า Honda CRF250L เปี๊ยบเลยทีเดียว ซึ่งเทคโนโลยีดั่งกล่าวจะอยู่ข้างในกรอบสี่เหลี่ยมหมายเลข 4 โดยภาพที่เห็นนี้คือภาพที่อธิบายเทคโนโลยีระบบจุดระเบิดแบบ 2 หัวเทียนที่ทาง Honda นั้นได้คิดค้นขึ้นมาใหม่เพื่อเตรียมที่จะนำไปใช้กับเครื่องยนต์ของ CRF250L CRF250M และ CRF250 Rally รุ่นใหม่ โดยจุดประสงค์หลักของระบบจัดระเบิดนี้นั้นหน้าจะทำขึ้นมาเพื่อเพิ่มความรุนแรงในสันดาปของไอดีภายในห้องเผ้าไหม้และยังทำเพื่อความสะอาดของไอเสียที่เกิดขึ้นหลังปฏิกิริยาสันดาปด้วย อย่างไรก็ตาม เจ้ามอเตอร์ไซค์ CRF250L และ CRF250M นั้นเพิ่งมีการอัปเดตล่าสุดไปในปี 2017 ซึ่งเป็นช่วงที่เปิดตัว CRF250 Rally ไปดังนั้นเราคงไม่ได้เห็นการปรับโฉมเจ้ามอเตอร์ไซค์ทั้งสามคันนี้ในอนาคตอันใกล้แน่ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารบน Facebook คลิกทีนี้

เนื่องด้วยเมื่อวานนี้นั้นเป็นวันเกิดของ Nicky Hayden #69 อดีตนักบิดสนามศึก MotoGP ผู้ล่วงลับไปแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ปี 2017 หลังประสบอุบัติเหตุรถชนขณะที่เขากำลังปั่นจักรยานอยู่ วันนี้เราจึงจะมาไว้อาลัยให้แก่เขากันครับ โดย Nicky Hayden นั้นเคยเป็นนักแข่งของทีม Repsol Honda มาก่อนก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับทีม Red Bull Honda ในรายการแข่งขัน Superbike World Championship แทนการแข่งขัน MotoGP ก่อนที่เขาจะประสบอุบัติเหตุโดนรถชนขณะที่กำลังขี่จักรยานซ้อมอยู่ด้วยวัยเพียง 35 ปี ทางเราขอแสดงความเสียใจแก่ Nicky Hayden และครอบครัวอีกครั้ง หวังว่าจะไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกถือเป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับชาวสองล้ออย่างเราๆ ครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารบน Facebook คลิกทีนี้

“คิงคองก้อง” สมเกียรติ จันทรา หมายเลข 35 นักบิดหนึ่งเดียวของไทย ในสนามระดับโลก จากโครงการ“เรซ ทู เดอะ ดรีม” ของ “เอ.พี.ฮอนด้า” สลัดจากอาการบาดเจ็บ ออกเดินทางสู่แดนกระทิงดุ เพื่อร่วมทีมอิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย สู้ศึก Moto2 เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2019 สนามที่ 10 ในรายการ เช็ก กรังด์ปรีซ์ ที่สนาม ออโตโมโตโดรม เบอร์โน สาธารณรัฐเช็ก ระหว่างวันที่ 2-4 สิงหาคมนี้ เจ้าตัวเผยร่างกายดีขึ้นเยอะ แต่ยังไม่เต็ม 100 เปอร์เซนต์ มั่นใจว่าได้ลงโชว์ลีลาในช่วงสุดสัปดาห์นี้แน่นอน ขณะที่ ดร.อารักษ์ พรประภา กำชับต้องมีสมาธิและอย่าใจร้อน เชื่อว่า “คิงคองก้อง” ได้ลุ้นเอาแต้มมาฝากชาวไทย ความเคลื่อนไหวของ “คิงคองก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดดาวรุ่งหนึ่งเดียวของไทยในสนามระดับโลกเจ้าของหมายเลข 35 จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ลงแข่งขันแบบเต็มฤดูกาลเป็นปีแรกในศึก โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2019 ภายใต้โครงการ เรซ ทู เดอะ ดรีม ของ เอ.พี.ฮอนด้า ในการผลักดันนักบิดไทยไปสู่สนามระดับโลกโมโตจีพีภายในปี 2025 หลังจากที่ สมเกียรติ จันทรา ได้เดินทางกลับประเทศไทยเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ หลังผ่าตัดแขนซ้ายหักจากการพลาดล้มที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา “คิงคองก้อง” ที่หายเจ็บเกือบ 100 เปอร์เซนต์แล้ว ได้ออกเดินทางไปที่ประเทศสเปน เพื่อเก็บตัวกับทีม อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย และเช็คความฟิตของร่างกายเตรียมลงทำการแข่งขันศึก โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2019 สนามที่ 10 ในรายการ เช็ก กรังด์ปรีซ์ ที่สนาม ออโตโมโตโดรม เบอร์โน สาธารณรัฐเช็ก ระหว่างวันที่ 2-4 สิงหาคมนี้ สมเกียรติ จันทรา กล่าวว่า “ตอนนี้อาการบาดเจ็บของผมกลับมาฟิตสมบูรณ์เกือบเต็ม 100 เปอร์เซนต์แล้ว การกลับมาสเปนครั้งนี้เพื่อให้ทีมเช็กอาการบาดเจ็บว่าพร้อมที่จะลงสนามในศึก เช็ก กรังด์ปรีซ์ สุดสัปดาห์นี้ได้หรือไม่ โดยผมมั่นใจว่าสภาพร่างกายของผมพร้อมแล้วและน่าจะได้ลงแข่งอย่างไม่มีปัญหา” ด้าน ดร.อารักษ์ พรประภา รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “ตอนนี้อาการบาดเจ็บของ สมเกียรติ นั้นไม่ต้องเป็นห่วง อาการดีขึ้นเยอะเกือบหายแล้ว แต่ก็ยังไม่ 100 เปอร์เซนต์เต็ม คาดว่าน่าจะได้ลงแข่งขันสุดสัปดาห์นี้อย่างไม่มีปัญหา ก่อนออกเดินทางทางผมก็ได้กำชับน้องก้อง ว่าเวลาขี่ต้องมีสมาธิให้มาก และอย่าใจร้อน ให้เก็บเอาความผิดพลาดจากรอบวอร์มอัพในศึก ดัชต์ กรังด์ ปรีซ์ มาเป็นประสบการณ์เพื่อพัฒนาตัวเอง เชื่อว่าในสนามนี้ สมเกียรติ น่าจะมีโอกาสได้ลุ้นแต้มติดมือ ฝากแฟนกีฬาชาวไทยช่วยส่งแรงใจเชียร์กันเยอะๆ นะครับ” สำหรับ “คิงคองก้อง” ปัจจุบันมี 6 คะแนนรั้งอันดับ 24 บนตารางคะแนนรวมศึก โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2019 จากนักแข่งทั้งหมด 37 คน โดนมี อเล็กซ์ มาร์เกซ น้องชายของ มาร์ค มาร์เกซ แชมป์โลกจากทีม เรปโซล ฮอนด้า นำเป็นจ่าฝูงที่ 136 คะแนน โดย สมเกียรติ จะลงทำการแข่งขันศึก โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2019 สนามที่ 10 ในรายการ เช็ก กรังด์ปรีซ์ ระหว่างวันที่ 2-4 สิงหาคมนี้ ที่สนาม ออโตโมโตโดรม เบอร์โน สาธารณรัฐเช็ก แฟนๆ ความเร็วชาวไทยสามารถติดตามและให้กำลังใจ สมเกียรติ จันทรา นักบิดดาวรุ่งหนึ่งเดียวของไทยในศึก โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ได้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ รถจักรยานยนต์ฮอนด้า (Honda Motorcycle Thailand) www.facebook.com/hondamotorcyclethailand/ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้

ยามาฮ่าร่วมให้กำลังใจ แสตมป์-โฟลท คู่หูนักบิดไทยยามาฮ่าก่อนทำศึกสุดทรหดระดับโลก SUZUKA 8 Hrs. ประเทศญี่ปุ่น มร.โยชิฮิโร ฮิดากะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด (ประเทศญี่ปุ่น) มร.ชิเงโอะ ฮายาคาวะ ประธานกรรมการบริหาร พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เดินทางเข้าให้กำลังใจคู่หูนักบิดไทยยามาฮ่าดีกรีแชมป์เอเชีย แสตมป์ – อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ และ โฟลท – รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ ที่ผนึกกำลังกับนักแข่งระดับแชมป์ของประเทศญี่ปุ่น ชินอิจิ นากาโทมิ ในการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบสุดทรหดในรายการ SUZUKA 8 HOURS ENDURANCE 2019 ภายใต้สังกัดทีม KOSHIEN YAMAHA ENDURANCE ASEAN TEAM ณ สนามซูซูก้า อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศญี่ปุ่น โดยการแข่งขันครั้งนี้ทีม KOSHIEN YAMAHA ENDURANCE ASEAN TEAM จบการแข่งขันในอันดับที่ 5 รุ่น SST และอันดับที่ 31 จากจำนวนทีมแข่งที่เข้าแข่งขันทั้งในรุ่น SST และ EWC รวมทั้งหมด 66 ทีม อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตาม Facebook SuperBike คลิกทีนี้

นอกจากข่าวการทดสอบ Ducati Multistrada V4 ที่เราได้โพสต์ลงไปในช่วงเช้าของเมื่อวานนั้นวันนี้เรามีข่าวใหม่ที่หน้าสนใจเกี่ยวกับค่ายสุดหรูจากอิตาลีอย่าง Ducati ให้ท่านผู้อ่านกันครับ โดยในคราวนี้ดูเหมือนว่าทาง Ducati จะเผยโฉมไลน์อัพโมเดลให้เราเห็นกันเร็วกว่าที่คิดไว้เนื่องจากทาง Ducati จะจัดงานเปิดตัวพิเศษขึ้นในวันที่ 23 ตุลาคมที่จะถึงนี้ที่เมือง ริมินี ณ ประเทศอิตาลี และแน่นอนว่าเราจะต้องได้เห็นเจ้า Ducati Streetfighter V4 ในงานเปิดตัวครั้งนี้ด้วยอย่างแน่นอน และในงานเปิดตัวพิเศษครั้งนี้นั้นถือเป็นการเผยไลน์อัพโมเดลของปี 2020 ดังนั่นเราคงไม่ได้เห็นแค่เฉพาะเจ้า Ducati Streetfighter V4 เพียงคันเดียวแน่ โดยรถอีกคันที่เราคาดว่าจะได้เห็นกันในงานเปิดตัวครั้งนี้ก็คือเจ้า Ducati Panigale 959 ที่มีการแก้ไขในเรื่องของสไตล์ให้เหมือนกับ Panigale V4 และอาจจะมีการปรับเครื่องยนต์ให้สามารถเข้ากับมาตรฐานไอเสีย Euro 5 ได้อีกด้วยครับ นอกจากนี้แม้จะพึ่งมีข่าวการเห็น Spyshot กันไปเมื่อไม่นานนี้เองแต่เราอาจได้ข่าวคราวเพิ่มเติมของเจ้า Multistrada V4 กันอีกด้วยครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารบน Facebook คลิกทีนี้

ถือเป็นช่วงที่มาแรงของรถรุ่น Entry-Class จริงๆ เมื่อมีหลายๆ ค่ายหันมาสนใจเล่นตลาดรถ cc น้อยกันมากขึ้น ถึงขั้นที่หลายๆ แบรนด์ระดับโลกอย่าง Harley-Davidson และ MV Agusta จะต้องหันมาจับมือกับค่ายรถฝั่งเอเชียกันเลยทีเดียว โดยในครั้งนี้นั้นดูเหมือนว่าค่ายจากแดนภารตะอย่าง Royal Enfield จะอยากมาขอแจมในตลาดนี้ด้วย โดยมีการเผยข้อมูลออกมาว่าทาง Royal Enfield นั้นได้ทำการศึกษาตลาดและพฤติกรรมของผู้บริโภคในกลุ่มที่ใช้เครื่องยนต์ขนาด 250 cc เอาไว้เรียบร้อยแล้ว และโมเดลรถขนาดความจุ 250 cc ที่ทาง Royal Enfield ได้วางแผนจะทำเป็นกลุ่มแรกนั้นจะเป็นรถแนว Naked Classic ซึ่งจะเป็นแนวที่ทาง Royal Enfield นั้นถนัดอยู่กันอยู่แล้ว ในเรื่องของราคารถ Naked Classic ขนาด 250 cc นั้นน่าจะมีราคาค่าตัวที่ต่ำกว่า 100,000 รูปี หรือหากแปลงเป็นเงินไทยจะอยู่ที่ประมาณ 44,000 บาทเท่านั้นซึ่งถือว่าถูกมาก แต่นี้เป็นแค่ราคาที่ขายกันในประเทศอินเดีย อย่างไรก็ตามหากทาง Royal Enfield วางขายรถรุ่นนี้ไปแล้วก้ต้องมีแผนในการวางขายที่ประเทศอื่นๆ รวมถึงประเทศไทยด้วยอย่างแน่นอน สำหรับบ้านเรานั้นก็คงต้องรอกันไปก่อนแต่หากมันมาขายในประเทศเรากันแล้วก็เชื่อเลยว่าไม่เกินราคาช่วง 50,000-60,000 แน่นอน อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

จริงๆ แล้ว Lifan LF150-T นั้นได้โชว์ตัวในฐานะรถ concept ที่ประเทศจีนไปตั้งแต่ช่วงต้นปีนี้แล้ว และแม้ว่าตอนนี้จะยังไม่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการหรือราคาให้เห็นแต่ก็น่าจะรอกันอีกไม่นานเท่าไหร่นัก และเนื่องจากช่วงนี้ถือว่ามาแรงจริงๆ กับเจ้า Honda ADV 150 วันนี้ทางเราจึงจะนำรถมอเตอร์ไซค์จากแดนมังกรอย่าง Lifan LF150-T ที่เป็นคู่แข็งที่เรียกได้ว่าอยู่ในคลาสเดียวกันเป็นรถแนวเดียวกันแถมมีดีไซน์ที่คล้ายๆ กันมาให้เพื่อนๆ ชาวสองล้อได้ชมกันครับ โดยทาง Lifan ได้ตั้งโจทย์ในการสร้างเจ้า LF150-T ให้มีความแตกต่างจากรถมอเตอร์ไซค์ที่ทางแบรนด์ได้เคยทำเอาไว้และมีแนวคิดที่จะสร้างรถมอเตอร์ไซค์ที่ทันสมัยแบบยุคใหม่ขึ้นมา จึงทำรถที่เป็นแนว crossover ที่สามารถใช้ได้ทั้งทางดำและทางฝุ่นออกมาเพื่อสร้างความแตกต่าง ในส่วนของสเปกของเจ้า Lifan LF150-T คันนี้นั้นจะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 150 cc 1 ลูกสูบ จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด ระบายความร้อนด้วยหม้อน้ำและมีแรงม้าสูงสุดที่ 11.53 แรงม้า ที่ 8,500 รอบต่อนาที และมีแรงบิดสูงสุดที่ 11 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบต่อนาที นอกจากนี้ตัวรถคันนี้ยังมาพร้อมระบบกันสะเทือนหน้าแบบหัวกลับ Upside Down ระบบเบรกที่เป็นดิสก์ทั้งหน้าและหลังที่ทำงานร่วมกับระบบห้ามล้อฉุกเฉิน ABS ล้อขนาด 14 นิ้ว ส่วนไฟหน้านั้นเป็นแบบ LED หน้าจอแสดงผลแบบ LCD ที่แสดงผลค่าที่จำเป็นต่างๆ อย่างครบถ้วน ในเรื่องของการนั่งขับขี่นั้นตัวรถจะมีความสูงเบาะนั่งอยู่ที่ 760 mm และมีน้ำหนักอยู่ที่ 125 กิโลกรัมซึ่งถือว่าค่อนข้างเบาและยังทำให้มีความคล่องตัวอีกด้วย โดยรถคันนี้นั้นถือเป็นรถอีกคันที่อาจจะมีโอกาสได้มาวางขายในบ้านเรากันและต้องบอกเลยว่า ADV 150 ต้องมีหนาวกันบ้างเพราะด้วยรูปลักษณ์และการใช้งานที่ค่อนข้างจะเหมือนกันแต่ทาง Lifan นั้นแน่นอนว่าจะต้องมพร้อมกับราคาที่ถูกกว่าจึงทำให้อาจจะมาแย่งส่วนแบ่งตลาดในรถ Segment นี้กับ ADV 150 ครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

Lark Streamliner เป็นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสุดเจ๋งที่สร้างจากกองขยะรีไซเคิลซึ่งสามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง!! โดยเจ้า Lark Streamliner คันนี้นั้นเกิดขึ้นจากไอเดียของ Shea Nyquist ที่จะสร้างมอเตอร์ไซค์ที่มีความเร็วทะลุ 200 ไมล์ต่อชั่วโมงหรือราวๆ กว่า 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจากกองขยะ! เจ้า Lark Streamliner นั้นนอกจากจะสร้างจากชิ้นส่วนกองขยะที่นำมารีไซเคิลแล้วจะขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ Lithium-ion phosphate ที่มีพลังงานประมาณ 200 kW ที่อยู่ในตัวรถซึ่งเทียบเท่ากับกำลังแรงม้าประมาณ 250 bhp โดยเทคโนโลยีที่ใช้กับเจ้ารถคันนี้นั้นมาจากบริษัทใน Silicon Valley ที่ได้บริจาคชิ้นส่วนให้กับ Shea สิ่งที่เจ๋งอีกอย่างของเจ้า Lark Streamliner คันนี้นั้นก็คือการที่เจ้ารถมอเตอร์ไซค์คันนี้สามารถทำความเร็วได้ที่ 80 ไมล์ต่อชั่วโมงหรือเกือบๆ 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมงก้วยการรีดเค้นกำลังเครื่องยนต์เพียง 10 เปอร์เซนต์เท่านั้น หากใครสนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเจ้า Lark Streamliner คันนี้สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ larkmachineco.com เลยครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

จากที่ก่อนหน้านี้ทางเราได้เคยรายงานเรื่องที่ทาง Ducati จะนำเอาเครื่องยนต์ขุมพลัง V4 มาใส่ให้กับรุ่น Multistrada นั้นได้มีการยืนยันด้วยหลักฐานแล้วด้วยวีดีโอประกอบประมาณ 4 วินาทีที่ทางเราได้แนบไว้ให้ด่านล่าง https://www.facebook.com/contenr/videos/2583915528308788/ โดยหากสังเกตุกันได้ทันนั้นจะเห็นได้ว่าตัว Multistrada คันนี้นั้นจะถูกอำพรางไว้ด้วย sticker ลายสีขาวดำ นอกจากนี้หากเรามองเพียงผิวเผินจะดูไม่ค่อยออกว่าเจ้า Multistrada คันนี้นั้นแตกต่างจากรุ่นปัจจุบันอย่างรุ่น Multistrada 1260 อย่างไร แต่หากท่านผู้อ่านลองฟังเสียงเครื่องยนต์ก็จะสามารถสัมผัสได้ว่าเสียงเครื่องยนต์ของเจ้า Multistrada คันนี้นั้นจะแตกต่างกับเสียงเครื่องยนต์ของ Multistrada รุ่น 1260 โฉมปัจจุบันอย่างชัดเจน โดยเสียงที่ได้ยินนั้นจะไม่ใช่เสียงของเครื่องยนต์แบบ V-Twin อย่างที่เราคุ้นหูกันแต่จะเป็นเสียงของเครื่องยนต์ขุมพลัง V4 แบบที่ในตอนนี้ใส่มาให้กับ Panigale V4 และ Streetfighter ที่ยังไม่วางขายอย่างเป็นทางการ หากมีความคืบหน้าของข่าวสารเกี่ยวกับ Multistrada V4 เพิ่มขึ้นทางเราจะรีบมารายงานให้คุณผู้อ่านทันทีครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้