Skip to main content

SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

อัปเดตข่าวมอเตอร์ไซค์ล่าสุด 2026 รุ่นใหม่ ราคา รีวิวครบทุกสไตล์

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Suzuki เปิดตัว E-Ready Scooter ไฟฟ้าที่ประเทศไต้หวัน

ทาง Suzuki ได้เปิดตัว E-Ready Scooter ไฟฟ้าอย่างเป็นทางการแล้วที่ประเทศไต้หวัน โดยเจ้า E-Ready คันนี้นั้นจะเป็นรุ่นที่เอามาทำตลาดแข่งกับ Scooter ไฟฟ้าอย่าง Yamaha EC-05 ที่ได้ทำตลาดไปก่อนหน้านี้แล้วในประเทศไต้หวัน โดยเจ้า E-Ready คันนี้นั้นจะมีจุดเด่นในเรื่องของการใช้งานในเมืองและ ราคาที่ถูกกว่า EC-05 ของทาง Yamaha และในด้านของแบตเตอรี่นั้นเจ้า E-Ready จะมาพร้อมกับ แบตเตอรี่แบบ Lithium Ternary Battery ที่มีขนาด 1,350 W/ 750W โดยแบตเตอรี่ั้นจะมีน้ำหนักอยู่ที่ 9.5 กิโล ส่วนตัวรถั้นจะมีน้ำหนักโดยรวมอยู่ที่ 68.5 กิโลเท่านั้น!! ตัวรถมาพร้อมระยะประกัน 3 ปี หรือ 30,000 กิโล ในส่วนของการชาร์จแบตเตอรี่นั้นสามารถชาร์จร่วมกับไฟบ้านที่มีกำลังไฟ 240v/360w และจะใช้เวลาชาร์จให้เต็มจาก 0-100 % ด้วยเวลา 4 ชั่วโมงครับ ส่วนในเรื่องของการใช้งานนั้นเจ้า Suzuki E-Ready สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 45 กม./ชม. และสามารถวิ่งได้ในระยะ 33 กม./ชม. แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะขึ้นอยู่กับน้ำหนักของตัวผู้ขับขี่เองด้วย ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกนั้นเจ้า E-Ready คันนี้จะมาพร้อมกับที่เก็บของใต้เบาะนั่งที่มีขนาด 15 ลิตร และ จอ LCD แบบดิจิตอลที่จะบอกความเร็วของตัวรถและสถานะของแบตเตอรี่ ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก Warungasep ติดตามรีวิวรถเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารบน Facebook คลิกทีนี้  

Honda ADV150 อาจเปิดตัวในงาน GIIAS 2019 ที่ประเทศอินโดนีเซีย

ถือเป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่มีกระแสแรงจริงๆ กับเจ้า Honda ADV 150 โดยหลังจากที่เราได้เคยทำข่าว ว่า Honda จะใช้ชื่อ Honda ADV 150 แทนชื่อ Honda X-ADV 150 ที่ตอนแรกเราคิดว่าจะใช้กันนั้นล่าสุดได้มีรายงานจากสื่อฝั่งอินโดนีเซียอย่าง Warungasep มาว่ามีผู้สังเกตุเห็นกองถ่ายมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ของทาง Honda ในที่แห่งนึง โดยตัวรถมอเตอร์ไซค์ที่กำลังถูกบันทึกภาพอยู่นั้นมีหน้าตาเหมือนกับเจ้า ADV 150 ที่หลายๆ คนคาดคิดกันไว้ หากอ้างอิงจากคำพูดของผู้สังเกตเห็นตัวรถนั้นเจ้า ADV 150 นั้นมีหน้าตาที่เหมือนกับภาพ render แบบเป๊ะๆ เลยทีเดียวครับ ในส่วนของโครงสร้างตัวรถนั้นเจ้า ADV 150 จะใช้พื้นฐานเดียวกันกับ PCX 150 แต่จะมีการปรับในเรื่องของหน้าตาให้ดูเหมือนกับ X-ADV เวอร์ชั่นย่อส่วนลงมานั้นเองครับ นอกจากนี้แล้วจากแหล่งข่าวที่เราได้มานั้นมีความเป็นไปได้สูงว่าเจ้า ADV 150 จะเปิดตัวในงาน GIIAS (Gaikindo Indonesia International Auto Show) 2019 ที่ประเทศอินโดนีเซียซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-28 กรกฎาคมปีนี้นั้นเองครับ อย่างไรก็ดีที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเป็นเพียงแค่ข่าวลือเท่านั้นเราต้องมาคอยลุ้นกันอีกทีว่าจะได้เห็นเจ้า ADV 150 ในงาน GIIAS 2019 กันหรือไม่ เปิดแล้ว ลองคลิกดู   ติดตามรีวิวรถเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารบน Facebook คลิกทีนี้

ฮอนด้า ฉลองครบรอบ 60 ปี ร่วมสังเวียนความเร็วระดับโลกโมโตจีพี

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในประวัติศาสตร์ของการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน “ฮอนด้า” คือทีมแข่งระดับแนวหน้าที่ได้รับการยอมรับจากแฟนๆให้เป็นเบอร์ 1 แห่งวงการมอเตอร์สปอร์ตของโลก จากผลงานความสำเร็จที่พวกเขาสร้างขึ้นมาตลอด 6 ทศวรรษ พร้อมสร้างนักบิดซูเปอร์สตาร์ขึ้นมาประดับวงการอย่างไม่ขาดสาย ฮอนด้า ซึ่งเป็นทีมแข่งสัญชาติญี่ปุ่น ส่งทีมเข้าร่วมสังเวียนรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลกครั้งแรก วันที่ 3 มิถุนายน ปี 1959 รายการแรกของพวกเขาคือ ดิ ไอเซิล ออฟ แมน กับรถแข่งที่ใช้เครื่องยนต์ 125 ซีซี. ก่อนต่อยอดพัฒนาความแรงและดึงนักแข่งฝีมือดีมาร่วมทีม จนกลายเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จได้แชมป์โลกทั้งประเภทบุคคลและทีมผู้สร้างมากมายตลอด 6 ทศวรรษ สำหรับปี 2019 ฮอนด้า เดินทางสู่หลักไมล์สำคัญในวงการมอเตอร์สปอร์ต นั่นคือวาระครบรอบ 60 ปีในการส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันรถจักรยานยนต์ระดับโลก ซึ่งได้มีการจัดงานเฉลิมฉลองกันในศึกโมโตจีพี สนามล่าสุดที่ แอสเซน ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยมีนักบิดระดับตำนานและซูเปอร์สตาร์รุ่นใหม่มาร่วมงานและรำลึกช่วงเวลาพิเศษของพวกเขากับ ฮอนด้า อย่างคับคั่งเช่น มาร์ค มาร์เกซ แชมป์โลก 5 สมัยขวัญใจแฟนๆ รุ่นใหม่, มิค ดูฮาน ตำนานนักบิดจากออสเตรเลีย, เฟรดดี สเปนเซอร์ ตำนานนักบิดจากสหรัฐอเมริกา รวมถึง คุนิมิตสึ ทาคาฮาชิ นักบิดชาวญี่ปุ่นคนแรกที่คว้าแชมป์สนามด้วยรถของ ฮอนด้า งานเฉลิมฉลอง 60 ปีบนสังเวียน เวิลด์ กรังด์ ปรีซ์ ของ ฮอนด้า ยังได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญในการแข่งขันประกอบด้วย เทตสึฮิโระ คุวาตะ ประธานบริหารของ เอชอาร์ซี ฮอนด้า, คาร์เมโล เอซเปเลต้า ซีอีโอของ ดอร์น่า, ฆอร์เก้ บิเอกาส ประธานของสหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ (FIM) พร้อมทั้งแขก VIP และสื่อมวลชนสายมอเตอร์สปอร์ตจากทั่วทุกมุมโลก มร.เทตสึฮิโระ คุวาตะ ประธานบริหารของ เอชอาร์ซี ฮอนด้า (HRC Honda) เผยว่า “คงไม่มีใครคาดคิดว่าผ่านมาแล้ว 60 ปี ฮอนด้า ยังคงเข้าร่วมการแข่งขันและคว้าชัยชนะมาทั่วโลก ฮอนด้า คือบริษัทแห่งเดียวที่ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตรายการชั้นนำมากมาย ตั้งแต่ โมโตจีพี ถึง ฟอร์มูล่า วัน, โมโตครอส สู่ อินดี้คาร์, จาก ดาการ์ ถึง ไทรอัลส์ และ เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ สู่ เอ็นดูโร่ การแข่งขันคือส่วนหนึ่งในปรัชญาสำคัญของ ฮอนด้า และเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมที่สุดในการคิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเรา” ขณะที่ มาร์ค มาร์เกซ แชมป์โลก โมโตจีพี ขวัญใจแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตยุคใหม่ที่ใช้รถ RC213V คว้าแชมป์โลกมาแล้ว 5 สมัยจาก 6 ฤดูกาลที่ขึ้นมาบิดในรุ่นใหญ่ เผยว่า “รถจักรยานยนต์ที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ระดับโลกนั้นล้วนแต่เป็นผลงานของ “ฮอนด้า” ผมภูมิใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ความสำเร็จของ ฮอนด้า และมองถึงการร่วมกันเก็บเกี่ยวความสำเร็จให้มากกว่านี้ในอนาคต” มิค ดูฮาน ตำนานนักแข่งชาวออสเตรเลีย คืออีกหนึ่งนักบิดที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในช่วงเวลาที่เป็นนักแข่งของ ฮอนด้า ยุค 1990 หลังแสดงฝีมือความเร็วบนรถแข่ง NSR500 ทะยานคว้าแชมป์โลกมาถึง 5 สมัยติดต่อกัน (1994-1998) และร่วมงานกับ ฮอนด้า มาตลอด 25 ปี นับตั้งแต่วันที่ขึ้นสู่จุดสูงสุดของโลก “ผมยังจำวันแรกที่เข้ามาพบกับทีม HRC ในช่วงปลายปี 1988 ก่อนเซ็นสัญญาร่วมงานกับทีมลงแข่งชิงแชมป์โลกรุ่น 500 ซีซี. ในปี 1989 ผมรู้สึกประทับใจกับความมุ่งมั่นของทีมงานทุกคน รวมถึงปรัชญาของพวกเขาก็ทำให้ผมกลายเป็นบุคลากรของ ฮอนด้า โดยสมบูรณ์” ด้าน เฟรดดี สเปนเซอร์ อีกหนึ่งนักแข่งที่ประสบความสำเร็จเป็นแชมป์โลกกับ ฮอนด้า ในปี 1983 และมีโอกาสพบกับ โซอิจิโร่ ฮอนด้า ผู้ก่อตั้งบริษัทรถจักรยานยนต์อันยิ่งใหญ่แห่งนี้ กล่าวเช่นกัน “ผมได้แชมป์โลกรุ่น 500 ซีซี. ครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 กันยายน ปี 1983 กับทีมฮอนด้าในการแข่งขันที่ อิโมล่า วันนั้นผมได้พบกับคุณฮอนด้า เขายกมือมาแตะที่หัวไหล่ผมแล้วบอกว่าขอบคุณ การได้แชมป์โลกคือสิ่งที่เติมเต็มความฝันให้แก่ผม และผมก็ทำสิ่งนั้นให้ฮอนด้าได้เห็น” ส่วน คุนิมิตสึ ทาคาฮาชิ

Luca Colombo ทำลายสถิติใหม่เหนือน้ำโดยใช้ Honda CRF

Luca Colombo ใช้ CRF 450R ทำสถิติใหม่เหนือน่านน้ำด้วยความเร็ว 64 ไมล์ต่อชั่วโมง โดยก่อนหน้านี้นั้น Luca ได้เคยใช้ Suzuki RMZ 450 ที่ปรับแต่งสำหรับวิ่งบนน้ำทำลายสถิติมาแล้วที่ทะเลสาบโคโม ณ ประเทศอิตาลี และในครั้งนี้นั้นมอเตอร์ไซค์ที่ทาง Colombo ใช้ทำสถิติใหม่คือเจ้า Honda CRF 450R ที่ปรับแต่งมาสำหรับการวิ่งบนน้ำโดยเฉพาะแถมยังมี Hydrofoils และล้อหลังแบบคัสต้อมที่จะช่วยขับเคลื่อนบนน่านน้ำที่แสนจะอันตรายนี้ได้ Colombo กล่าวว่า “ผมพอใจเป็นอย่างมากและต้องการสถิตินี้เพราะมันเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะแตะอีกเพียงหนึ่ง กิโลเมตรต่อชั่วโมงและเราไม่สามารถที่จะรู้ได้เลยว่าอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อผมเอามอเตอร์ไซค์ไปอยู่บนน่านน้ำ” และในวันนี้เรามีสเปคของเจ้ารถ Honda CRF 450R คัสต้อมที่ทาง Luca Colombo ใช้ในการแข่งขันครั้งนี้ให้ท่านผู้อ่านได้รับชมกันครับ 2019 CRF450R Specs Engine Hide Bore × Stroke (mm)     96.0mm x 62.1mm Carburation     Fuel injection Compression Ratio     13.5 : 1 Engine Displacement (cc)     449.7cc Engine Type (cm³)     Liquid-cooled 4-stroke single cylinder uni-cam Starter     Self-Starter Wheels Hide Brakes Front     Single 260mm disk Brakes Rear     Single 240mm disk Suspension Front     Showa 49mm USD fork Suspension Rear     Showa monoshock using Honda Pro-Link Tyres Front     Dunlop MX3SF Tyre Size Front     80/100-21-51M Tyre Size Rear     120/80-19-63M Tyres Rear     Dunlop MX3S Wheels Front     Aluminium spoke Wheels Rear     Aluminium spoke Dimensions and Weights Hide Caster Angle     27.4° Dimensions (L×W×H) (mm)     2,183mm x 827mm x 1,260mm Frame type     Aluminium twin tube Fuel Tank Capacity (Litres)     6.3 litres Ground Clearance (mm)     328mm Kerb Weight (kg)     112.3kg Seat Height (mm)     960mm Trail (mm)     116mm Wheelbase (mm)     1,482mm Transmission Hide Clutch     Wet type multi-plate Final Drive   

การ์ฟิวส์ กด Best lab คว้าชัย Honda Thailand Talent Cup 2019 Round 3

Honda Thailand Talent Cup 2019 Round 3 : @ Chang International Circuit, BURIRAM “การ์ฟิวส์” วัชรินทร์ ทับทิมอ่อน คว้าชัยHonda Thailand Talent Cup สนาม 3 พร้อมกดเวลา BestLab การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบ รายการฮอนด้า ไทยแลนด์ ทาเลนต์ คัพ 2019 ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางปั้นดาวรุ่งนักบิดชาวไทยสู่การเป็นนักแข่งระดับโลก “โมโตจีพี” สนามเปิดฤดูกาลถูกจัดร่วมเป็นซับพอร์ตเรซในศึกพี ที ที ซุปเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 12-14 กรกฎาคมนี้ เอ.พี.ฮอนด้า สานฝันให้กับเยาวชนไทยต่อเนื่อง เริ่มต้นด้วยความยอดเยี่ยมของสองดาวบิดอนาคตไกล บุญชัย ประยูรญาติ ควบรถคู่ใจ Honda NSF250 หมายเลขใหม่ 3 คว้าตำแหน่งโพลโพซิชั่นและ วัชรินทร์ ทับทิมอ่อน หมายเลข 4 จากโครงการ “เรซ ทู เดอะดรีม” สปิริตไทยท้าทายสู่ฝัน ซึ่งคว้ากริดออกตัวได้ในแถวที่ 3 การแข่งขัน Race1 แข่งขันทั้งสิ้น 15 รอบสนาม การลุ้นตำแหน่งยืนโพเดียมในเรซนี้ยังคงเป็นกลุ่มนักแข่งสองแถวหน้า เรียงตามตำแหน่งสตาร์ทโพล บุญญชัย ประยูรญาติ, คชพาญฆ์ภนธ์ กะลันตานนท์, Herlian Dandi, Azryan Wahyumaniadi และ Troy Alberto รถแข่ง Honda NSF250 จำนวน 19 คัน เข้าสู่กริดสตาร์ท เมื่อสัญญาณไฟแดงดับ NSF250 ทะยานชิงโค้งแรกเป็นรถหมายเลข 16 ของ Azryan Wahyumaniadi ตามมาด้วย Troy Alberto จากกริดสตาร์ทที่ 5 ส่วน วัชรินทร์ ทับทิมอ่อน จากกริดสตาร์ทที่ 9 รถมีปัญหาต้องออกจาก PitLen รถแข่งในกลุ่มที่ชิงที่ 1 มีกว่า 6 คัน รอบแรกในโค้ง 3 รถแข่งหมายเลข 16 17 20 เป็นนักแข่งต่างชาติ ส่วนนักบิดจากไทย วัชรินทร์ ทับทิมอ่อน ที่จะสตาร์ทออกจาก PitLen ได้ไล่เก็บนักบิดและยังสามารถทำเวลา Bestlab 1.49.659 ที่ดีที่สุดในบรรดานักแข่งทั้งหมด เกมเข้าสู่รอบสุดท้าย โค้งสุดท้าย Azryan Wahyumaniadi ออกโค้งได้ก่อนใคร คว้าแชมป์ไปครอง อันดับที่ 2 Troy Alberto อันดับที่ 3 Herlian Dandi ส่วนนักบิดจากประเทศไทย วัชรินทร์ ทับทิมอ่อน ไล่ขึ้นมาจบอันดับที่ 6 เข้าสู่เรซที่ 2 หลังจากที่ผ่านรอบแรกไป กลุ่มผู้นำได้เริ่มแยกออกมา โดยที่คู่ชิงจ่าฝูงที่เกาะกลุ่มกันมาทั้ง 3 คัน ระหว่าง วัชรินทร์ ทับทิมอ่อน กับ Troy Alberto และ Herlian Dandi ก็เริ่มฉีกระยะห่างจากอันดับที่สี่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่วัชรินทร์ ทับทิมอ่อน ก็ไม่สามารถสลัดTroy Alberto ที่พยายามชิงตำแหน่งที่หนึ่งมาแบบหายใจลดต้นคอ ขณะที่ตลอดเกมชิงจ่าฝูงส่วนใหญ่จะเป็น Troy Alberto ขึ้นนำ แต่จะมาถูก วัชรินทร์ ทับทิมอ่อน ยกลึกไหลแซงเข้าโค้งสุดท้ายได้ก่อนบ่อยๆ โดยเฉพาะในรอบที่ 14 และในรอบที่ 15 ซึ่งเป็นรอบสุดท้าย วัชรินทร์ ทับทิมอ่อน ใช้ความถนัดในการเข้าโค้งสุดท้ายได้ลึกกว่าไหลแซงเข้าโค้งได้ก่อนTroy Alberto และสามารถผ่านธงตราหมากรุกได้ก่อน ดับฝันTroy Alberto ที่หวังจะคว้าชัยเรซสอง อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตาม ข่าวสาร Facebook คลิกที่นี้

เผยภาพ Spyshot Ducati Panigale V2 2020

หลังจากที่เราพึ่งทำข่าว Ducati V4 รุ่นพิเศษฉลองครบ 25 ปีให้กับ 916 ไปเมื่อไม่นานนี้นั้นล่าสุดได้มีภาพ Spyshot ของรุ่นน้องอย่างเจ้า Ducati Panigale V2 หรือ Ducati Panigale 959 ออกมาให้เราได้เห็นกันครับ โดยหากสังเกตุจากในภาพแล้วนั้นเจ้า Panigale V2 รุ่น Facelift คันนี้นั้นเรียกได้ว่าหยิบยืมดีไซน์ของรุ่นพี่อย่าง Panigale V4 มาแบบเต็มๆเลยก็ว่าได้ครับ และนอกจากดีไซน์ที่เหมือนรุ่นพี่แล้วสิ่งที่หน้าสนใจเกี่ยวกับเจ้า V2 คันนี้อีกอย่างก็คือสวิงอาร์มที่เปลี่ยนมาใช้แบบแขนเดี่ยวเช่นเดียวกับรุ่นพี่จากที่เคยใช้แบบแขนคู่มาก่อน ในส่วนของเครื่องยนต์นั้นคาดว่าจะถูกปรับเปลี่ยนมาให้มีแร้งม้าที่มากขึ้นกว่าเดิมจาก 157 แรงม้าเป็น 170 แรงม้าและคาดว่าจะรองรับมาตรฐานไอเสีย Euro5 อีกด้วย โดยทางเราคาดว่าจะได้เห็นเจ้า Ducati Panigale V2 คันนี้อย่างเป็นทางการครั้งแรกในงาน EICMA 2019 ที่ประเทศอิตาลี อย่างไรก็ดีหากมีข่าวสารเกี่ยวกับเจ้า V2 คันนี้มาเพิ่มทางเราจะรีบรายงานให้ท่านผู้อ่านทันทีครับ ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก morebikes ติดตามรีวิวรถเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารบน Facebook คลิกทีนี้

Yamaha YZF-R1M 2020 ข้อมูลและสเปคล่าสุด

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทางเราได้นำเสนอข่าวที่ว่าทาง Yamaha นั้นได้เปิดตัวเจ้า All-New Yamaha YZF-R1 2020 และ YZF-R1M ไปนั้นวันนี้เราจะพาคุณผู้อ่านไปชมสเปคแบบเดี่ยวๆ เน้นๆ ของเจ้ามอเตอร์ไซค์ Flagship ของทางค่าย Yamaha อย่างเจ้า YZF-R1M กันครับ เจ้า Yamaha YZF-R1M 2020 คันนี้นั้นได้มีการปรับเปลี่ยนในเรื่องของหน้าตาและออฟชั่นให้มีความุดันและทันสมัยมากยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับโฉมก่อนหน้านี้ที่เปิดตัวไปตั้งแต่เมื่อปี 2015 โดยเจ้า YZF-R1M คันนี้นั้นได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากรถที่ใช้แข่งในรายการ MotoGP อย่างเจ้า YZR-M1 นอกจากรูปทรงของตัวรถที่ดูโฉบเฉี่ยวและดุดันมากยิ่งขึ้นแล้วนั้นเจ้ามอเตอร์ไซค์คันนี้ยังมีแฟริ่งที่ถูกออกแบบมาให้มีการแหวกอากาศทำ Aerodynamics ได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมถึง 5% อีกด้วย และในส่วนของเครื่องยนต์นั้นจะมีขนาด 998cc แบบ 4 สูบเรียงให้กำลังแรงม้าสูงสุดถึง 13,500 รอบต่อนาทีและมีแรงบิด 113.3 นิวตันเมตรที่ 11,500 รอบต่อนาที มีเอกลักษณ์การจุดระเบิดแบบ Crossplane Crankshaft ที่มีการจุดระเบิดแบบไม่สม่ำเสมอกันแถมยังรองรับในเรื่องของมาตรฐานการปล่อยไอเสีย Euro 5 แล้วอีกด้วย นอกจากนี้ตัวเครื่องยนต์ลูกนี้ยังได้มีการปรับหัวลูกสูบใหม่ ระบบการกระจายน้ำมันใหม่ เพลาลูกเบี้ยวใหม่และกระเดื่องกดวาล์วแบบใหม่ แถมยังได้ระบบเซ็นเซอร์คันเร่งไฟฟ้าแบบใหม่ที่เรียกว่า APSG (Accelerator Position Sensor Grip) ที่ทำให้ความแม่นยำและนุ่มนวลมากขึ้นอีกด้วย มีการปรับระบบ Brake Control และการจัดการ Engine Brake ใหม่ โดยสามารถปรับระดับได้อิสระถึง 7 ระบบ และมาพร้อมกับระบบกันสะเทือนหน้าแบบหัวกลับรุ่น ERS (Electronic Racing Suspension) NPX ที่เป็นของ Ohlins โดยจะทำงานคู่กับระบบแก้ส นอกจากนี้ยังมีการเซ็ทอัพระบบกันสะเทือนหลังใหม่อีกด้วยครับ เจ้า R1M ตัวนี้นั้นจะใช้ชิ้นส่วนแบบคาร์บอนเพื่อการทำ Aerodynamics ที่ดีขึ้นในระหว่างที่ยางนั้นจะใช้เป็นของ Bridgestone รุ่น RS11 Battlax และมาพ้อมกับผ้าใบเบรกแบบใหม่เพื่อทำให้เบรกนั้นมีประสิทธิภาพมากที่สุด แถมทาง Yamaha ยังจัดเต็มยัดฟีเจอร์อำนวยความสะดวกมาให้แบบเรียกได้ว่าครบครันกันเลยทีเดียว โดยฟีเจอร์อำนวยความสะดวกต่างๆ นั้นจะประกอบไปด้วย ระบบควบคุมแกน IMU แบบ 6 แกนที่มาพร้อมกับระบบ Yamaha Ride Control ที่ควบคุมการขับขี่ Assist and Slipper Clutch ที่เอาไว้ป้องกันล้อหลังล็อคและท้ายปัด Traction Control System ที่ป้องกันล้อหมุนฟรี Launch Control System ที่ควบคุมรอบเครื่องยนต์ในการออกตัว Lift Control System ที่เอาไว้ป้องกันรถยกหน้า Slide Control System ที่ไว้ป้องกันรถสไลด์ Quick Shift System ระบบอำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนเกียร์โดยไม่ต้องกำคลัทช์ และ Power Mode Selection System ระบบโหมดการขับขี่ที่เน้นการปล่อยพลังที่แตกต่างกัน ทางด้านราคานั้นจะอยู่ที่ 26,099 ดอลลาร์หรือประมาณ 800,000 กว่าบาทเมื่อตีเป็นเงินไทยใครที่เป็นเเฟนของเจ้า R1M คันนี้ก็เตรียมเก็บเงินรอกันได้เลยครับเพราะมันมาแน่!! ติดตามรีวิวรถเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารบน Facebook คลิกทีนี้

เปิดตัว BMW G310R กับ G310GS 2020

BMW Motorrad ได้ทำการเปิดตัว BMW G310R กับ G310GS สีใหม่สำหรับปี 2020 อย่างเป็นทางการโดยเจ้า G310R กับ G310GS นั้นถือเป็นรถรุ่นเล็กที่สุดของทางค่ายที่จะใช้ประเทศอินเดียเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกไปขายทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยเราด้วยโดย G310R นั้นจะเป็นรถแนว Sport Naked ที่เน้นการใช้งานในเมืองเป็นหลักส่วน G310GS นั้นจะเป็นรถแนว Touring กึ่ง Adventure   โดยเจ้า G310R นั้นจะมาในสี Cosmic Black ในระหว่างที่เจ้า G310GS นั้นจะมาในสี Strato Blue Metallic โดยในส่วนของการอัปเดตสี Cosmic Black ในครั้งนี้นั้นจะเป็นไปตาม feedback ที่ได้จากลูกค้าในคราวก่อนที่ทาง BMW นั้นเคยใส่สีขาวเข้าไปในส่วนอื่นๆ ของตัวรถโดยครั้งนี้จะเปลี่ยนเป็นใช้สีดำหมด โดยสีดำนั้นจะตัดกับดีคอลสีแดงที่ด้านหน้าและด้านท้ายของตัวรถ ในด้านของสเปคนั้นเจ้า G310R และ G310GS 2020 จะใช้พื้นฐานเครื่องยนต์ขนาด 312cc 1 ลูกสูบ 4 จังหวะ และในเรื่องของแรงม้านั้นรถทั้งสองคันจะให้แรงม้าสูงสุดที่ 34 แรงม้า (PS) ที่ 9,500 รอบต่อนาทีและมีแรงบิดสูงสุดที่ 28 นิวตันเมตรที่ 7,500 รอบต่อนาทีและยังมีระบบฟังก์ชั่นพื้นฐานอย่าง ABS ที่เป็นแบบ Dual Channel ติดตามรีวิวรถเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารบน Facebook คลิกทีนี้    

เปิดตัว All-New Yamaha R1M และ R1 2020

ทาง Yamaha ได้ทำการเปิดตัว All New Yamaha R1M และ R1 รุ่นปี 2020 ในรายการ WSBK หรือ World Super Bike ที่สนาม Laguna Seca ณ ประเทศอเมริกา ซึ่งเจ้า R1 คันนี้นั้นเป็นการถ่ายทอด DNA มาจากรถแข่งรายการ MotoGP อย่าง M1 นั้นเองครับ และจุดเด่นหลักๆ ของเจ้า Yamaha R1 และ R1M รุ่นใหม่รุ่นนี้ก็มีหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นชุดแฟริ่งแบบใหม่ที่มีการปรับเส้นสายให้มีความโค้งมนมากขึ้นแต่ก็มีความแหลมคมมากขึ้นด้วย แถมยังมีส่วนไฟหน้า LED วินชิลด์ทรงสูง บังโคลนหน้า กาบแฟริ่งข้าง และช่องแรมแอร์ที่มีผลทำให้ aerodynamics ของรถคันนี้ดีขึ้นกว่าเดิมถึง 5.3 % นอกจากเรื่องของ aerodynamics แล้วทั้งเจ้า R1 และ R1M นั้นจะมีล้อกับถังน้ำมันแบบอลูมิเนียมและแม็กรถที่เป็นแม็กนีเซียมอีกด้วย โดยสำหรับรุ่น R1M นั้นจะมีการใช้ชินส่วนแบบคาร์บอนในระหว่างที่ยางนั้นจะใช้เป็นของ Bridgestone RS11 Battlax และมาพร้อมผ้าเบรกที่ใช้วัสดุแบบใหม่ที่ทำให้เบรกมีประสิทธิภาพมากที่สุด นอกจากนั้นแล้วในส่วนของเครื่องยนต์ของเจ้า R1 และ R1M จะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 998cc ที่เป็นแบบ 4 สูบเรียงและมีเอกลักษณ์ในการจุดระเบิดแบบ Crossplane Crankshaft ที่จะจุดระเบิดแบบไม่สม่ำเสมอกัน ในส่วนของฟีเจอร์อำนวยความสะดวกต่างๆ ที่รถคันนี้มีมาให้นั้นพูดได้เลยว่าจัดเต็มให้แบบสุดๆ ไม่ว่าจะเป็น ระบบควบคุมแกน IMU แบบ 6 แกนที่มาพร้อมกับระบบ Yamaha Ride Control ที่ควบคุมการขับขี่ Assist and Slipper Clutch ที่เอาไว้ป้องกันล้อหลังล็อคและท้ายปัด Traction Control System ที่ป้องกันล้อหมุนฟรี Launch Control System ที่ควบคุมรอบเครื่องยนต์ในการออกตัว Lift Control System ที่เอาไว้ป้องกันรถยกหน้า Slide Control System ที่ไว้ป้องกันรถสไลด์ Quick Shift System ระบบอำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนเกียร์โดยไม่ต้องกำคลัทช์ และ Power Mode Selection System ระบบโหมดการขับขี่ที่เน้นการปล่อยพลังที่แตกต่างกัน ส่วนทางด้านของราคาค่าตัวนั้นเจ้า R1 จะสนนราคาอยู่ที่ 17,399 ดอลลาร์ ส่วน R1M นั้นจะมีราคาอยู่ที่ 26,099 ดอลลาร์ ซึ่งพอตีเป็นเงินไทยแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 537,977 บาท และ 806,981 บาท ครับ ส่วนบ้านเรานั้นก็ต้องรอติดตามกันไปก่อนว่าทาง Yamaha ประเทศไทยจะมีการเอามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการเมื่อไหร่ ติดตามรีวิวรถเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารบน Facebook คลิกทีนี้  

Suzuki ญี่ปุ่นเผยโฉม GSX-250R สีใหม่

ในระหว่างที่ทางบ้านเรานั้นยังไม่มีวี่แววว่าเมื่อไหร่กันแน่ที่ทาง Suzuki จะบุกตลาด Bigbike ที่เป็น Entry Class อย่างรุ่น 250cc-400cc แบบค่ายอื่นๆ กันบ้างนั้นในญี่ปุ่นเองก็ได้ทำการขายเจ้า Suzuki GSX-250R ไปแล้วเป็นเวลาเกือบ 4 ปี และในตอนนี้นั้นทาง Suzuki ที่ญี่ปุ่นเองก็ได้เผยโฉมสีใหม่ของรุ่น GSX-250R ออกมาแล้วครับ   โดยสีใหม่ของเจ้า Suzuki GSX-250R นั้นจะยังคงเน้นไปที่โทนเดิมที่เคยเปิดตัวไปก่อนหน้านี้ในตอนแรกโดยจะประกอบไปด้วยสีโปรโมทหลักอย่างสีของ Suzuki Ecstar MotoGP Team ในส่วนของสเปคของเจ้า Suzuki GSX-250R นั้นก็ยังคงเหมือนเดิมที่มีมาตั้งแต่ปี 2016 โดยยังคงใช้เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 248 cc ระบายความร้อนด้วยน้ำสร้างกำลังได้ 24.7 แรงม้าที่ 8,000 รอบต่อนาที มีแรงบิด 23.3 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาทีและมาพร้อมระบบกันะเทือนหน้าตะเกียบคู่หัวตั้ง มาตรวัดแบบ Digital Full LCD โช้กอัพหลังเดี่ยวปรับพรีโหลดได้จับคู่กับสวิงอาร์มเหล็กกล่อง แต่ก็หน้าเสียดายหน่อยที่เจ้ามอเตอร์ไซค์รุ่นนี้นั้นไม่หน้าจะมีโอกาศเข้าไทยเพราะหากมันจะเข้ามันคงจะเข้ามานานแล้วเพราะในยุโรปเองก็มีขายเจ้ามอเตอร์ไซค์รุ่นนี้กันไปนานแล้วเช่นกันครับ ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก Youngmachine ติดตามรีวิวรถเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารบน Facebook คลิกทีนี้

เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว!! Ducati Panigale V4 25° Anniversario 916!!

หลังจากที่ก่อนหน้านี้เราได้รายงานข่าวว่าทาง Ducati นั้นเตรียมเปิดตัวเจ้า Panigale V4 เวอร์ชั่นพิเศษไปนั้น ล่าสุดทาง Ducati ได้เปิดตัวเจ้ามอเตอร์ไซค์สุดไฮโซรุ่นนี้อย่างเป็นทางการแล้ว!! โดยเจ้า Ducati Panigale V4 เวอร์ชั่นพิเศษคันนี้นั้นมีพื้นฐานมาจาก Panigale V4S และถูกทำออกมาเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 25 ปีของตัวแข่งรายการ WSBK ในตำนานอย่าง Ducati 916 นอกจากนี้รุ่นพิเศษรุ่นนี้นั้นจะผลิตออกมาเพียง 500 คันเท่านั้น!! และตัวรถแต่ละตัวนั้นจะมาพร้อม Serial number ประจำตัวรถอีกด้วย ในด้านของอุปกรณ์ของแต่งนั้น เจ้า Ducati Panigale V4 เวอร์ชั่นพิเศษคันนี้จะมาพร้อม ชิลด์สูงแบบ WSBK บังโคลนหน้าและหลังแบบคาร์บอน ที่พักเท้าที่สามารถปรับระดับได้ การ์ดส้นเท้าแบบคาร์บอน ครอบสวิงอาร์มแบบคาร์บอน และ ชุดแผงคอที่ทำการเลเซอร์ Serial number ของตัวรถ โดยราคาค่าตัวของเจ้า Ducati สุดไฮไซคันนี้จะอยู่ที่ 41,900 ยูโร หรือตีเป็นเงินไทยจะอยู่ที่ประมาณ 1,461,120 บาท หากใครที่เป็นแฟนค่ายแดง Ducati และชื่นชอบความหรูหราไฮโซอย่างนี้ก็พลาดไม่ได้แล้วล่ะครับเพราะของมีจำนวนจำกัดอย่างนี้ช้าหมดอดนะ!! ติดตามรีวิวรถเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารบน Facebook คลิกทีนี้

เผยสเปคแบบเต็มๆ ของ Harley Davidson Livewire

หลังจากที่ทาง Harley Davidson ได้เผยโฉมเจ้า Livewire รถไฟฟ้าคันแรกของทางค่ายไปนานพอสมควรแต่ทางเราก็ยังไม่ได้ข่าวคราวข้อมูลและสเปคของมันสักทีนึงทว่าในที่สุดวันนี้ทาง Harley Davidson ก็ได้เผยข้อมูลและสเปคของเจ้า Livewire แบบเต็มๆ มาให้เราได้รับชมกันแล้วครับ และแม้ว่ามันจะยังไม่มีมาขายในบ้านเราแต่เจ้ารถคันนี้นั้นก็เริ่มมีมาวางจำหน่ายและมีรถให้ทางสื่อได้เริ่มทดสอบกันแล้วในโซนอเมริกาและยุโรป โดยวันนี้เราจะมาเผยข้อมูลและสเปคแบบเต็มๆ ของเจ้ารถคันนี้ให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบกันครับ โดยเจ้ารถคันนี้นั้นจะมีแรงม้าถึง 103.5 bhp และมีแรงบิดที่ 86 ftlbs และมีขนาดความจุแบตเตอรี่ขนาด 15.5kWh ซึ่งทาง Harley Davidson นั้นเคลมเอาไว้ว่าสามารถวิ่งได้ 146 ไมล์ในเมืองและสามารถวิ่งได้ 70 ไมล์บนทางด่วน โดยแบตเตอรี่นั้นจะใช้เวลาในการชาร์จให้เต็มเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้นครับ และนี้คือสเปคแบบละเอียดของเจ้า Harley Davidson วัสดุและโครงสร้าง เฟรม: เป็นเฟรมแบบอลูมิเนียมหล่อขึ้นรูป สวิงอาร์ม: เป็นอลูมิเนียมแบบหล่อขึ้นรูป โช้กหน้า: ใช้ของ Showa ระยะยุบโช้กหน้า: 115 มิลลิเมตร โช้กหลัง: ใช้ของ Showa ระยะยุบโช้กหลัง: 115 มิลลิเมตร ชุดล้อหน้าและล้อหลัง: อลูมิเนียมหล่อ 5ก้านสีดำ ระบบเบรกหน้า: เป็นแบบดิสก์เบรกคู่ 300 มิลลิเมตร ระบบเบรกหลัง: ดิสก์เบรกคู่ 260 มิลลิเมตร ระบบความปลอดภัย: ABS ระบบไฟ แบตเตอรี่: แบตเตอรี่ลิเที่ยมไอออนแรงดัน 12.8 โวลท์, 24 วัตต์ชั่วโมง, 120 แอมป์ ชุดไฟส่องสว่าง: Full-LED รอบคัน มาตรวัด: จอ TFT มีความชัดระดับ WQVGA 480×272 พิกเซล ในส่วนของค่าตัวเจ้ารถคันนี้นนั้นจะอยู่ที่ 28,995 ปอนด์ หรือเมื่อตีเป็นเงินไทยจะอยู่ที่ 1,126,939.5 บาทครับ ใครที่เป็นแฟน Harley Davidson และอยากหล่อด้วยการรักโลกแบบนี้ก็เตรียมตัวกันให้ดีเพราะคิดว่ามันต้องเข้าไทยแน่ๆ ครับ ติดตามรีวิวรถเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารบน Facebook คลิกทีนี้

BMW HP4 Race เบา แรง 750 คันทั่วโลก ราคา 2.9 ล้าน!!

ในครั้งนี้เราจะพามาดู BMW HP4 Race ของดีค่ายใบพัดฟ้าขาว ที่วางจำหน่ายจริงพร้อมกับเปิดราคาที่ 2.9 ล้านบาทเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งรถคันนี้ถูกออกแบบให้ใช้สำหรับแข่งขันเท่านั้น แต่งเต็มทั้งคัน รวมไปถึงเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเข้าไปอยู่ภายในคันนี้ด้วย เรามาดูกันครับภาพจริง คันจริง มีอะไรบ้าง แฟริ่งฟูลคาร์บอนทั้งคัน ออกแบบสีและสวดลายคุมโทนแบบ tri-color ขาว น้ำเงิน แดง เพิ่มเติมความดุจากสีดำคาร์บอนเคฟล่า ช่วงหน้าโดดเด่นด้วยโช้ค Ohlins Sub-tank FGR ประกบด้วยระบบเบรค Brembo MonoBlock  จานเบรค Brembo T-Drive คันนี้ต้องบอกก่อน เฟรมทั้งคันก็เป็นคาร์บอนน้ำหนักเบาอีกเช่นกันโดยรวมแล้วเฟรมมีน้ำหนักไม่ถึง 8 กิโลกรัม ส่วนแท่งๆอันเล็กนั้นคือ กันสะบัด Ohlins ที่ติดมาให้ใต้แผงคอรถด้านหน้า จอเรือนไมล์แสดงผลแบบ 2D ที่จะแสดงค่ามาตรฐานทั้งหมดของคันนี้เป็นอุปกรณ์ที่จะเห็นได้ในเฉพาะรถแข่งเท่านั้น ที่เห็นตัวเลขบนแผงคอ 502/750 นั้นก็คือ คันที่ 502 จาก 750 คันทั่วโลก เท่ากับว่าคันนี้มีเจ้าของแล้ว ช่วงล่างหลังโช้คที่ใส่ Ohlins TTX GP เห็นแต่คาร์บอนทั้งคัน เครื่องยนต์คันนี้มีความจุ 1000 ซีซี พ่วงแรงม้าที่ 212 แรงม้า น้ำหนักรวมของเหลวอยู่ที่ 177 กิโลกรัม ถือว่าเบามากๆ ถ้าเทียบต่อแรงม้าที่ให้มา ท่อ Full Akrapovic ไทเทเนี่ยมทั้งใหม่ ระบายไอเสียได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญเบา แฟริ่งที่เป็นแบบฟูลคาร์บอนไม่พอ ยังใส่ตัวล้อที่เป็นคาร์บอนมาให้ด้วยจากโรงงานทำให้ มีน้ำหนักนั้นเบาลงไปอีกพร้อมกับรัดด้วยยาง pirelli diablo superbike slick ที่ใช้แข่งในรายการ WSBK BMW HP4 Race คันนี้เหมาะสำหรับลงแข่งเป็นอย่างมาก ทั้งเบา ทั้งแรง จัดเต็มด้วยระบบเทคโนโลยีที่ใส่เข้ามาให้ ทั้งระบบควบคลุมกันล้อหน้าลอย การปรับเอ็นจิ้นเบรคได้ 15 ระดับ และยังมีระบบ แทร้คชั่นอีก 15 ระดับ ค่อนข้างที่จะให้มาละเอียดกว่ารถ BMW s1000RR ทั่วไป ส่วนใครที่เอื้อมไม่ถึงคันนี้ก็อดใจรออีกหน่อย BMW S1000RR 2019 น่าจะใกล้เข้ามาแล้วพร้อมกับถอดแบบเทคโนโลยี อะไรมาบ้างก็ต้องรอดุกันต่อไป ส่วนราคาที่พรายกระซิบมา ไม่น่าจะเกิน 900,000 บาท ยังไงก็ติดตามกันต่อไปครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวบน Facebook คลิกที่นี้ 

Lorenzo Come Back!! ตั้งเป้าทันลงแข่งศึก CzechGP 2019

สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่ทาง Jorge Lorenzo ได้พลาดท่าและล้มลงอย่างรุนแรงในรอบ FP1 ที่ Assen และทำให้เขาได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงโดยกระดูกสันหลังชิ้นที่ 6 และชิ้นที่ 8 นั้นร้าว และส่งผลให้เค้านั้นต้องหยุดพักและพลาดการแข่งขันในสนามที่ 8 และสนามที่ 9 หรือในศึก DutchGP และ GermanGP อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทว่าล่าสุดนั้นทางผู้จัดการทีม Repsol Honda อย่าง Alberto Puig ได้ออกมายืนยันแล้วว่าทาง Jorge Lorenzo นั้นตั้งเป้าหมายที่จะกลับมาแข่งศึก MotoGP ในสนาม Brno ที่สาธารณรัฐเช็ค เพราะการพักฟื้นถึง 5 สัปดาห์นั้นคงถือว่าเพียงพอแล้วสำหรับนักแข่งดีกรีแชมป์โลก 5 สมัยให้สามารถกลับมาฟิตได้ในสภาพเกือบเต็มร้อย ทาง Puig ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “เราหวังว่าเขาจะรู้สึกดีและฟื้นตัวได้โดยเร็วและสามารถกลับมาแข่งร่วมกับเราได้อีกครั้งที่ Brno และทุกคนในทีมกำลังรอเค้าอยู่” งานนี้แฟนๆ ของ Lorenzo คงต้องมาเอาใจช่วยเป็นกำลังใจให้ทาง Lorenzo รีบๆ กลับมาฟิตและพร้อมลงสนามแข่งกันแล้วล่ะครับ ติดตามรีวิวรถเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารบน Facebook คลิกทีนี้

Honda อาจไม่ได้ใช้ชื่อ X-ADV สำหรับรุ่นที่เป็น 150cc

ก่อนหน้านี้ทางเราได้เคยทำข่าวที่ว่า Honda เตรียมใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเจ้า Honda X-ADV 150 โดยหลายๆ สื่อนั้นก็มีความเห็นว่าทาง Honda นั้นจะต้องใช้ชื่อนี้แน่ๆ ให้สอดคล้องกับรุ่นพี่อย่าง X-ADV 750 แต่ทว่าล่าสุดนั้นได้มีรายงานจากสื่อฝั่งอินโดนีเซียที่มาพร้อมหลักฐานคำใบ้ว่า เจ้า Honda รุ่นที่มีหน้าตาเหมือนกับรุ่นพี่อย่าง X-ADV 750 ในคลาส 150 นั้นจะใช้ชื่อเป็น ADV 150 แทน โดยสื่ออย่าง warungasep จากฝั่งอินโดนีเซียได้ออกมาเผยภาพหลุดที่เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของชื่อรุ่นของรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ และระบบต่างๆ จากทางค่าย Honda โดยในภาพนั้นเราจะเห็นคำว่า ADV โดยตัดตัว X ที่อยู่นำหน้าทิ้งไปครับ อย่างไรก็ดีทางเราคงต้องมาติตามกันต่อไปว่าหากมันเข้ามาบ้านเราแล้วจะใช่ชื่อว่าอย่างไรกันครับ ขอบคุณข้อมูลจาก warungasep ติดตามรีวิวรถเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารบน Facebook คลิกทีนี้

ตี-อนุภาพ ซามูล แท็กทีม เค-เขมินท์ คูโบะ สู้ศึก FIM CEV Moto2 European Championship

FIM CEV Moto2 European Championship สนามที่ 4การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบ รายการ FIM CEV Moto2 European Championship ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสังเวียนความเร็วที่เพาะบ่มนักบิด เพื่อเป็นบันไดก้าวเข้าสู่เกมความเร็ว 2 ล้อระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังเป็นก้าวสำคัญที่สร้างความแข็งแกร่งให้กับนักบิดดาวรุ่งก่อนจะไต่เต้าขึ้นไปสู่เกมระดับท็อปอย่าง โมโตจีพี อันเป็นเป้าหมายของนักบิดทุกคนสำหรับการแข่งขันรายการ FIM CEV Moto2 European Championship เริ่มทำการชิงชัยในปี 2010 ก่อนที่สมาพันธ์รถจักรยานยนต์นานาชาติ หรือ FIM จะเข้ามาควบคุมการแข่งขันตั้งแต่ฤดูกาล 2015 เป็นต้นมา ซึ่งการแข่งขันรายการนี้จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของศึกโมโตจีพีบนสังเวียนยุโรป ที่จะทำการชิงชัยด้วยกันทั้งสิ้น 7 สนาม 11 เรซ โดยใช้สนามแข่งขันในประเทศสเปนเป็นส่วนใหญ่ โดย ตี-อนุภาพ ซามูล #50 และ เค-เขมินท์ คูโบะ #9 เป็น 2 นักบิดดาวรุ่งไทยยามาฮ่าที่ลงทำการแข่งขันรายการ FIM CEV Moto2 European Championship ที่ต้องขับเคี่ยวกับนักบิดดาวรุ่งฝีมือดีจากทั่วโลกทั้งสิ้น 36 คน ภายใต้ความร่วมมือของ ยามาฮ่ามอเตอร์ (ประเทศญี่ปุ่น), ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ และ VR46 Master Camp Team ซึ่งเป็นทีมของสุดยอดนักแข่งแชมป์โลกระดับตำนานแชมป์โลก 9 สมัย อย่าง วาเลนติโน่ รอสซี่ ที่ร่วมผลักดันนักบิดสายเลือดไทยยามาฮ่าขึ้นไปสู่สังเวียนโมโตจีพีในอนาคต ที่ผ่านมา 2 นักบิดสายเลือดไทยสามารถทำผลงานได้เป็นที่น่าพอใจในปีแรกบนเวทีระดับโลก และสามารถคว้าแต้มมาครองได้สำเร็จหลังผ่านการแข่งขันชิงชัยใน 3 สนามแรกของฤดูกาล โดยผลงานที่ดีที่สุดของ ตี-อนุภาพ ซามูล #50 คือการจบการแข่งขันในอันดับที่ 5 จากสนามล่าสุดที่ คาตาลุนญ่า ส่วนคู่หู เค-เขมินท์ คูโบะ #9 ทำได้ดีที่สุดด้วยการคว้าอันดับที่ 13 ในเกมที่ บาเลนเซีย และ คาตาลุนญ่า โดย เค-เขมินท์ คูโบะ #9 เปิดใจหลังผ่านครึ่งฤดูกาลแรกว่า “การปรับตัวเข้ากับทีมและรถแข่งเป็นไปในทิศทางที่น่าพอใจ และพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเป็นลำดับ หลังจากใช้เวลาในการเรียนรู้รถแข่งที่เป็นเรซไบค์ ซึ่งต่างจากโปรดักชั่นไบค์ที่เคยใช้ทำการแข่งขัน ส่วนอาการบาดเจ็บจากเกมที่ คาตาลุนญ่า ตอนนี้ดีขึ้นกว่า 80% แล้ว และพร้อมที่จะลงบิดในเกมสุดสัปดาห์นี้ สำหรับสนาม มอเตอร์แลนด์ อารากอน เป็นสนามใหม่สำหรับผม เราได้หาข้อมูลและศึกษาแทร็คของสนามผ่านทางซิมูเลเตอร์รวมถึงจากเดต้าต่างๆ และมีโอกาสได้ลงทำการทดสอบเป็นที่เรียบร้อย โดยเชื่อว่าจะสามารถสู้กับคู่แข่งได้อย่างสนุก และมีโอกาสที่จะทำผลงานได้ดีในสุดสัปดาห์นี้” ทางด้าน ตี-อนุภาพ ซามูล #50 ที่สามารถคว้าอันดันท็อปไฟว์ในเรซก่อนหน้านี้กล่าวอย่างมุ่งมั่นว่า “ในปีนี้เป็นครั้งแรกของผมบนสังเวียนความเร็วระดับโลก ทว่าด้วยความเป็นมืออาชีพของทีมงาน ส่งผลให้ผมใช้เวลาในการปรับตัวค่อนข้างสั้น และสามารถทำผลงานขึ้นไปอยู่ในกลุ่มหัวแถวได้ ส่วนหนึ่งมาจากเซ็ทติ้งที่ยอดเยี่ยมและเข้ากับสไตล์การขับขี่ของผม และในช่วงพักเบรกยังได้รับโอกาสไปเสริมทักษะและสร้างความแข็งแกร่ง ร่วมกับ วีอาร์โฟร์ตี้ซิกซ์ อะคาเดมี ที่ ตาวูลเลีย ส่งผลให้สภาพร่างการค่อนข้างสมบูรณ์เต็มร้อย ทั้งยังสามารถทำเวลาได้เป็นที่น่าพอใจในการลงขับขี่ทดสอบที่ มอเตอร์แลนด์ อารากอน และเชื่อว่าแฟนความเร็วชาวไทยจะได้ตามลุ้นตามเชียร์กันสนุกอย่างแน่นอน” สำหรับสนาม มอเตอร์แลนด์ อารากอน เป็นสังเวียนการแข่งขันในสนามที่ 4 ตั้งอยู่ที่เมืองอัลคานิซ ราชอาณาจักรอารากอน ที่อยู่ในบริเวณตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศสเปน โดยรูปแบบแทร็คสำหรับการแข่งขันในประเภทรถจักรยานยนต์มีระยะทางต่อรอบทั้งสิ้น 5.078 กิโลเมตร เป็นสนามทวนเข็มนาฬิกา ประกอบด้วยโค้งซ้าย 9 โค้ง และโค้งขวา 7 โค้ง โดยเวลาต่อรอบที่เร็วที่สุดของการชิงชัยบนสังเวียนดังกล่าวเป็นของรถแข่งยามาฮ่า YZR-M1 จากผลงานของ ฮอร์เก้ ลอเรนโซ่ ยอดนักบิดชาวสเปน ที่ทำไว้ในฤดูกาล 2015 ภายใต้สังกัด มูวิสตาร์ ยามาฮ่า โมโตจีพี ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 48.120 วินาที ซึ่ง ยามาฮ่า สามารถคว้าแชมป์โลกค่ายผู้ผลิตมาครองได้ในฤดูกาลดังกล่าว รวมถึง ฮอร์เก้ ลอเรนโซ่ และ มูวิสตาร์ ยามาฮ่า โมโตจีพี ที่ผงาดขึ้นครองบัลลังก์แชมป์โลกประเภทนักแข่งและประเภททีมด้วยเช่นกัน ศึก FIM CEV Moto2 European Championship สนามที่ 4 ของฤดูกาล 2019 มีคิวดวลความเร็วระหว่างวันที่

Renato Zocchi โชว์พาว!! ใช้ X-ADV สุดเจ๋งเอาชนะ Class 2 ของรายการ Gibraltar Race

Renato Zocchi คว้าชัยชนะในคลาส 2 ของรายการ Gibraltar Race 2019 รายการการแข่งขันสุด extreme ที่มีระยะทางถึง 7000 กิโลเมตร!! โดยในการแข่งขันนี้นั้นเป็นการแข่งที่เหล่านักบิดทั้งหลายจะต้องวิ่งไปทั่วยุโรปกันเลยทีเดียวครับ และในครั้งนี้นั้นถือเป็นครั้งที่สองที่ Renato Zocchi ได้เข้าร่วมการแข่งขันนี้ โดย Renato Zocchi หมายเลข 17 นั้นได้ใช้เจ้า Honda X-ADV ที่มาพร้อมขนาดความจุ 745 cc ในการแข่งขันครั้งนี้และสามารถเอาชนะบรรดานักแข่งประเภท endurance คนอื่นๆ ในคลาส 2 ได้ โดยการแข่งขันครั้งนี้นั้นจะเริ่มตั้งแต่รถมอเตอร์ไซค์ที่มีขนาดความจุ 601cc ไปจนถึง 950cc และเหล่าผู้เข้าแข่งขันในรายการนี้นั้นได้ใช้รถสายฝุ่นมากมายหลายรุ่นอาทิเช่น KTM 950 Super Enduro KTM 790 Adventure R KTM 690 Enduro KTM 640 Adventure KTM 660 Rally Husqvarna 701 Enduro และ BMW F 800 GS Adventure ชัยชนะครั้งนี้นั้นถือเป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของทาง Honda และทาง Zocchi เองด้วย เพราะคงไม่มีใครอยากจะเอา Scooter ไปแข่งกับรถสายฝุ่นแบบจริงๆ จังๆ ในรายการแบบนี้แน่ การที่ Zocchi ใช้รถประเภทนี้ลงแข่งในสนามที่ต้องเจอทั้งทางที่ขรุขระและเผชิญหน้ากับเนินและทางชันต่างๆ ได้พิสูจน์ให้เราได้เห็นแล้วว่าทั้ง Honda X-ADV และตัว Zocchi เองนั้นไม่น้อยหน้าใครและสามารถเอาชนะคนอื่นๆ ที่ใช้รถสายฝุ่นได้นั้นเองครับ ติดตามรีวิวรถเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารบน Facebook คลิกทีนี้

NEW YAMAHA YZF-R15 สีใหม่ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งความเป็นผู้นำ

NEW R15 ถ่ายทอดจิตวิญญาณตระกูล R-SERIES แห่งความเป็นผู้นำ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งความเป็นผู้นำส่งรถจักรยานยนต์สายพันธุ์สปอร์ต R-SERIES รุ่นใหม่ NEW YAMAHA R15 เท่ล้ำทุกเฉดสีสายพันธุ์สปอร์ต จากสนามแข่งระดับโลก สู่ปฐมบทใหม่แห่งสายพันธุ์เรซซิ่งสปอร์ต ที่จะพาคุณก้าวข้ามไปอีกขั้นกับความเร้าใจแบบยามาฮ่า ที่สุดในคลาส จัดเต็มสมรรถนะความสปอร์ตด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ขนาด 155 ซีซี เกียร์สปอร์ต 6 สปีด ระบบหัวฉีดอัจฉริยะ ระบายความร้อนด้วยน้ำ และกระบอกสูบไดอะซิล ความแรงใหม่เร้าใจเพิ่มขึ้นกว่า ด้วยระบบวาล์วแปรผันอัจฉริยะ VVA ให้กำลังสูงสุดที่ 14.2 kW / 10,000 rpm. และแรงบิด 14.7 Nm / 8500 rpm. โฉบเฉี่ยวด้วยไฟหน้า LED HEADLIGHT สายพันธุ์เรซซิ่งสปอร์ตระดับโลก สปอร์ตดุดันในทุกมุมมอง สว่างชัดในทุกระยะการขับขี่ ไฟท้าย LED TAIL LIGHT โดดเด่นด้วยดีไซน์แบบรถซูเปอร์ไบค์ตระกูล R-SERIES สว่างชัดปลอดภัยในทุกเส้นทาง NEW YAMAHA R15 แผงหน้าปัดสุดหรูซูเปอร์สปอร์ต FULL LCD DIGITAL METER บอกชัดทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน พร้อมตัวเลขบอกต่ำแหน่งเกียร์ เสริมความเร้าใจกับ Shift Light สไตล์เรซซิ่ง NEW YAMAHA R15 มั่นใจทุกการขับเคลื่อนกับระบบระบบสลิปเปอร์คลัตช์ ASSIST & SLIPPER CLUTCH ช่วยลดแรงกระชากของล้อหลังขณะลดเกียร์สูงลงมาสู่เกียร์ต่ำ (Shift-Down) เพิ่มความต่อเนื่องและมั่นใจในการขับขี่ ที่สุดทุกความปลอดภัยด้วย SUPER WIDE TIRE ยางเรเดียลขนาดใหญ่ เพิ่มพื้นที่สัมผัสถนนเข้าโค้งมั่นใจ ด้วยยางหน้าขนาด 100/80-17 ยางหลัง 140/70-17 หยุดรถได้ดั่งใจกับ BIG SIZE DISC BRAK ดิสก์เบรกหน้าขนาดใหญ่ 282 มม. เพิ่มความมั่นใจในการหยุดรถทุกช่วงความเร็วเพิ่มความปลอดภัยในอีกระดับ เร้าใจเต็มอารมณ์สปอร์ตด้วยโช้คอัพหน้าแบบ Upside Down ออกแบบให้จุดศูนย์ถ่วงต่ำ ดูดซับสภาพพื้นถนน เพิ่มสมรรถนะแห่งความนุ่มนวล NEW DESIGN ALUMINIUM REAR ARM สวิงอาร์มอลูมิเนียมดีไซน์ใหม่ ออกแบบใหม่ให้กว้างรองรับกับล้อแม็กและยางขนาดใหญ่ เบาแข็งแรงรับกับตัวรถขับขี่เร้าใจทั้งบนถนนและในสนาม พบกับนิวยามาฮ่า เอ็มที สิบห้า เท่ล้ำทุกเฉดสี สายพันธุ์สปอร์ต” 3 สีสุดเร้าใจ ด้วยราคา 97,500 บาท ได้แล้วที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Yamaha Call Center โทร. 02-263-9999 ติดตามข้อมูลข่าวสารออนไลน์ได้ที่ www.yamaha-motor.co.th และร่วมอัพเดทความเคลื่อนไหวของยามาฮ่าผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ Facebook : www.facebook.com/yamahasocietythailand Instagram : @yamahasocietythailand Youtube : Yamaha society thailand อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารผ่าน Facebook คลิกทีนี้  

Ducati ฉลอง 25 ปี 916 ด้วยการเตรียมเปิดตัว Panigale V4 เวอร์ชั่นพิเศษ

ทาง Ducati ได้เผยโฉม Panigale V4 เวอร์ชั่นพิเศษเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปีของรุ่นที่โด่งดังอย่าง 916 โดยทาง Ducati นั้นจะผลิตรุ่น “Panigale V4 25° Anniversario 916” จำนวนจำกัดเพียงแค่ 500 คันเท่านั้น โดยเจ้า Ducati รุ่นพิเศษคันนี้นั้นจะไปเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน World Superbike championship หรือที่เรามักเรียกกันว่า WSBK ที่สนาม Laguna Seca ประเทศอเมริกา เจ้า Ducati คันนี้นั้นจะได้รับการเผยโฉมโดยแชมป์โลกสี่สมัยอย่าง Carl Fogarty ที่ได้รับตำแหน่งชัยชนะทุกครั้งกับมอเตอร์ไซค์ยี่ห้อสัญชาติอิตาลีอย่าง Ducati นี้ โดยในตอนนี้ทาง Ducati ยังไม่ได้ระบุว่าเจ้า “Panigale V4 25° Anniversario 916” คันนี้นั้นจะมีอะไรที่แตกต่างจากรุ่นธรรมดาบ้าง โดยเจ้า Ducati คันนี้นั้นจะถูกพบเจอครั้งแรกที่ชายหาด Pebble Beach รัฐ California วันที่ 12 กรกฎาคมเวลาสองทุ่มตามเวลาท้องถิ่นหรือวันที่ 13 กรกฎาคม เวลา 10 โมงเช้าตามเวลาบ้านเรานั้นเองครับ ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจากทาง MCN ติดตามรีวิวรถเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารบน Facebook คลิกทีนี้    

BMW S1000RR 2020 ข้อมูลและสเปคที่วางจำหน่าย

แม้จะยังไม่มีวางจำหน่ายในประเทศไทยแต่ทาง BMW นั้นก็ได้เผยภาพใหม่ของเจ้า BMW S1000RR 2020 คันนี้กันแล้ว โดยในวันนี้เราจะพาท่านผู้อ่านไปชมสเปคแบบคร่าวๆ ของเจ้า BMW S1000RR 2020 คันนี้เพื่อมายั่วน้ำลายของคนที่อยากได้เจ้า BMW S1000RR โฉมใหม่กันก่อนพวกเลย โดยสีใหม่ของเจ้า BMW S1000RR คันนี้นั้นจะใช้ชื่อว่า Hockenheim Silver Metallic หรือแปลว่าสี เทาเมทัลลิค นั้นเองครับ ในด้านของเครื่องยนต์นั้นเจ้า BMW S1000RR จะมาพร้อมกับเครื่องยนต์แบบ 4 สูบเรียงและมีขนาดความจุ 999 cc พร้อม ShiftCam หรือระบบวาล์วแปรผันที่ทำกำลังได้สูงสุดถึง 204 แรงม้าที่ 13,500 รอบต่อนาทีและยังสามารถทำแรงบิดได้มากสุดที่ 113 นิวตันเมตรที่ 11,000 รอบต่อนาที ส่วนในเรื่องของการนำมาวางจำหน่ายในประเทศไทยนั้นทางเราคาดว่าจะมีมาให้เห็นกันในงาน Motor Expo 2019 ในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้อย่างแน่นอนครับ หากมีข่าวสารเกี่ยวกับเจ้า BMW S1000RR คันนี้เพิ่มเติมทางเราจะรีบมารายงานให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบกันทันทีครับ ติดตามรีวิวรถเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารบน Facebook คลิกทีนี้

พบกับ “Giggerl” งาน Custom สุดโหดของ Blechmann

แว๊บแรกที่เห็นเจ้า “Giggerl” นั้นผมแทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเองเลยว่ามันมีพื้นฐานมาจากมอเตอร์ไซค์ Roadster อย่างเจ้า BMW R nineT ด้วยภาพลักษณ์สุดโหดและดีไซน์ที่ดูดุดันทำให้ผมสามารถพูดได้เต็มปากว่าเจ้า “Giggerl” นั้นเป็นงาน Custom ที่ทั้งโหดและเท่ที่สุดคันนึงเลยที่มาจากรุ่น BMW R nineT โดยเจ้า “Giggerl” นั้นเป็นงาน Custom จากดีไซเนอร์ชาวออสเตรียอย่าง Blechmann และหากถามว่ามอเตอร์ไซค์คันนี้นั้นจัดอยู่ในหมวดหมู่ไหนคงจะตอบยากหน่อยเพราะ Blechmann นั้นได้ยัดไอเดียที่ว่ามอเตอร์ไซค์ในยุคปัจจุบันนั้นควรจะมีหน้าตาอย่างไรแต่ก็ยังคงใส่เส้นสายแบบคลาสสิคให้แก่เจ้ามอเตอร์ไซค์คันนี้เนื่องจากพื้นฐานที่มาจาก R nineT ในเรื่องของการดีไซน์นั้นจากที่เราได้เห็นในรูปจะสังเกตุได้ว่าการดีไซน์จะหนักไปที่แฟริ่งด้านหน้าแต่จะปล่อยโล่งสำหรับด้านท้ายรถส่วนล้อนั้นจะเป็นแบบล้อซี่ลวดที่ชุบด้วยโครเมี่ยมนอกจากนี้การออกแบบแฟริ่งด้านหน้ายังให้อรมณ์แบบไสตล์ Retro ที่ทำให้เรานึกถึงแฟริ่งแบบ Dustbin กันอีกด้วยครับ โดยสรุปแล้วนั้นงาน Custom อย่างเจ้า Giggerl คันนี้นั้นถือเป็นงาน Custom คันนึงที่ค่อนจะสวยงามและแหวกแนวจริงๆ ครับ ทาง Blechmann นั้นสามารถที่จะผสมผสานดีไซน์รถสไตล์โมเดิร์นและสไตล์เรโทรออกมาได้อย่างลงตัวทีเดียวครับโดยหากว่ามีรถ Custom เจ๋งๆ แบบนี้อีกทางเราจะรีบนำเสนอมาให้ท่านผู้อ่านทันทีครับ ติดตามรีวิวรถเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารบน Facebook คลิกทีนี้    

ลือ!! Ducati เตรียมนำเครื่องยนต์ขุมพลัง V4 มาใส่ให้กับ Multistrada

มีกระแสข่าวลือมาว่าทางค่ายผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์สัญชาติอิตาลีอย่าง Ducati กำลังเตรียมการทดสอบเจ้า Multistrada รุ่นใหม่ที่จะมาพร้อมกับขุมพลังเครื่องยนต์แบบ V4 โดยสื่อดังจากประเทศเยอรมันอย่าง Motorrad ได้ทำการเริ่มต้นทดสอบเจ้า Multistrada V4 คันนี้ไปแล้วในเมือง Borgo Panigale ที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี ในเรื่องของรูปลักษณ์หน้าตานั้นเจ้า Multistrada ที่วางเครื่องยนต์ V4 คันนี้นั้นไม่ได้แตกต่างไปจากเดิมมากหนักแม้ว่าจะยัดเครื่องยนต์ V4 เข้ามาแต่รูปร่างนั้นก็ไม่ได้ใหญ่ขึ้นแต่อย่างใด นอกจากการเปิดเผยถึง Multistrada ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ V4 แล้วนั้น ยังได้มีการเปิดเผยถึงเรื่องข้อมูลระบบ ARAS หรือ Advanced Ride Assistance System ที่เป็น Safety Package ใหม่สำหรับรถที่ใช้เครื่องยนต์ V4 และ Multistrada V4 คันนี้นั้นจะได้รับระบบเบรกแบบ Corning ABS และแน่นอนว่าระบบเบรกนี้นั้นจะทำงานคู่กับแกน IMU ที่มีการติดตั้ง Traction Control ซึ่งเป็นไปได้ว่าระบบนี้นั้นจะเปิดกับปิดการทำงานได้เหมือนที่อยู่ใน Multistrada 1200 Enduro หากมีข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับเจ้า Ducati Multistrada V4 คันนี้ ทางเราจะรีบมาอัปเดตให้ท่านผู้อ่านโดยเร็วที่สุดครับ ติดตามรีวิวรถเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารบน Facebook คลิกทีนี้

Curtiss เผยโฉม Curtiss Zeus มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า V8 มาพร้อมดีไซน์สุดแหวกแนว

ได้มีภาพใหม่ของรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่ใช้ขุมพลังแบตเตอรี่ V8 สัญชาติอเมริกันอย่างเจ้า Curtiss Zeus เผยออกมาและทาง Curtiss เองนั้นก็ได้ออกมาเคลมว่าเจ้ามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันนี้นั้นจะมีแรงม้าอันมหาศาลถึง 217 แร้งม้า และยังมีแรงบิดที่มากถึง 147ftlb โดยทาง Curtiss นั้นยังคง concept ของตัวเองเอาไว้คือการใช้เครื่องแบบ V8 แต่แทนที่จะใช้ขุมพลังน้ำมันและเครื่องยนต์แบบสันดาปทาง Curtiss ได้หันมาใช้แบตเตอรี่แบบ V8 แทน ในเรื่องของการดีไซน์ตัวรถคันนี้นั้นถือได้ว่าค่อนข้างโดดเด่นสะดุดตาและไม่เหมือนใครจริงๆ โดยที่โครงสร้างของตัวรถนั้นจะถูกออกแบบและสร้างออกมาด้วยวัสดุที่มีน้ำหนักที่ทั้งเบาและยังทนทาน โดยทาง Curtiss นั้นได้หันมาใช้วัสดุ Aluminum 6061 และผสมเข้ากับวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ในบางจุด ในส่วนของล้อนั้นทำออกมาจากคาร์บอนแท้ 100% เพื่อให้ตัวรถคันนี้มีน้ำหนักที่เบาเพื่อที่จะสามารถรับน้ำหนักของแบตเตอรี่ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 16.7 Kwh ต่อลูก โดยเจ้ารถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันนี้นั้นมีกำหนดวางจำหน่ายในปีหน้าและจะมีราคาอยู่ที่ 75,000 ดอลลาร์!! หรือตีเป็นเงินไทยจะอยู่ที่ 2,312,400 บาท!! หากเพื่อนๆ คนไหนสนใจเจ้า Curtiss Zeus คันนี้สามารถเข้าไปดูได้ที่ website curtissmotorcycles.com เลยครับโดยส่วนตัวแล้วคิดว่าดีไซน์ค่อนข้างจะแหวกแนวดีจริงๆ แถมยังแรงแต่รักโลกอีกต่างหากครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้      

Kawasaki เปิดตัว Z400 ลายใหม่สีเขียว

ทาง Kawasaki ยุโรปได้เปิดตัว Kawasaki Z400 พร้อมด้วยลวดลายใหม่สีเขียวซึ่งดูสวยไม่น้อยเลยทีเดียว โดยเมื่อเราพูดถึงค่าย Kawasaki แล้วนั้นทุกๆ คนคงต้องนึกถึงสีเขียวซึ่งเป็นชื่อฉายาของทางค่ายยักษ์เขียวอย่างแน่นอน โดยในครั้งนี้นั้น เจ้า Z400 คันนี้ที่มาพร้อมกับลวดลายใหม่นั้นมีเส้นสายสีเขียวที่ตัดกับสีดำเทาทำให้ดูโฉบเฉี่ยวและมีมิติมากขึ้น ในเรื่องของวันวางขายนั้นคาดว่าจะมีมาจำหน่ายในปี 2020 ในโซนยุโรปส่วนไทยเรานั้นต้องรอลุ้นกันครับว่าทางค่ายยักษ์เขียวจะเอามาจำหน่ายไหม ในเรื่องของสเปครถคันนี้นั้นมาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 399cc 2 ลูกสูบ 4 จังหวะแบบ DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ มีแรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 45 PS ที่ 10,000 รอบต่อนาที และมีแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 38 นิวตันเมตรที่ 8000 รอบต่อนาที มีระบบกันสะเทือนแบบ Monoshock  ระบบเกียร์ 6 สปีด และมาพร้อมกับ ABS หากมีข่าวคราวเพิ่มเติมของเจ้า Z400 คันนี้ทางเราจะอัปเดตกันอีกครับ แต่ส่วนตัวคิดว่าทาง Kawasaki ไทยหน้าจะมีการอัปเดตสีสันใหม่ๆ ของเจ้า Z400 ให้แฟนๆ อย่างแน่นอนครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้